หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.บางพลัด >ต.บางยี่ขัน > วัดดาวดึงษาราม
TL;DR: วัดดาวดึงษาราม อยู่ที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางได้ด้วย MRT สถานีบางยี่ขัน แล้วต่อรถระยะสั้น หรือใช้ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนอรุณอมรินทร์.

กรุงเทพมหานคร

วัดดาวดึงษาราม

วัดดาวดึงษาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดดาวดึงษาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ 872 ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700 ทำเลของวัดอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ใกล้ปากคลองบางยี่ขัน เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และไม่ไกลจากสะพานพระราม 8 วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติย้อนไปถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเจ้าจอมแว่น หรือคุณเสือ พระสนมเอกในรัชกาลที่ 1 พระอธิการอินผู้ครองวัดในยุคแรก ข้าราชการฝ่ายในชื่ออินในสมัยรัชกาลที่ 2 พระยามหาเทพหรือปานในสมัยรัชกาลที่ 3 และการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องในหลายรัชกาล
 
จุดเด่นของวัดดาวดึงษารามอยู่ที่การเป็นวัดเก่าฝั่งธนบุรีที่มีทั้งประวัติราชสำนัก ศิลปกรรมวัดรัตนโกสินทร์ตอนต้น จิตรกรรมฝาผนังชั้นครู พระอุโบสถที่มีรายละเอียดงดงาม หอระฆังรูปแบบตะวันตก มณฑปหลวงปู่โว และบทบาทของสำนักเรียนวัดดาวดึงษารามซึ่งสืบทอดการศึกษาพระปริยัติธรรมมาถึงปัจจุบัน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อไหว้พระ แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราวของวัดที่เชื่อมโยงศาสนา ศิลปะ ชุมชน และเมืองเก่าริมเจ้าพระยาไว้ในพื้นที่เดียว
 
ประวัติวัดเริ่มจากตำนานการสร้างวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยเจ้าจอมแว่น พระสนมเอกในรัชกาลที่ 1 ซึ่งเป็นชาวลาว ได้สร้างวัดขึ้นเป็นวัดเล็ก ๆ กลางพื้นที่บางยี่ขัน พระอุโบสถเดิมสร้างด้วยวัสดุเรียบง่าย มีเสาไม้แก่น หลังคามุงกระเบื้อง ฝาผนังไม้สัก และยกพื้นอิฐสูงจากพื้นดินประมาณ 2 ศอก ต่อมาได้นิมนต์พระอธิการอิน ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระมาจำพรรษาและครองวัด ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดขรัวอิน”
 
ชื่อวัดขรัวอินสะท้อนความทรงจำช่วงแรกของวัดอย่างชัดเจน เพราะผูกอยู่กับพระสงฆ์ผู้ครองวัดและเป็นที่เคารพของชุมชน คำว่า ขรัว เป็นคำเรียกพระผู้ใหญ่หรือผู้ทรงคุณในภาษาชาวบ้านสมัยก่อน ส่วนชื่ออินเกี่ยวข้องกับพระอธิการอินที่มาจำพรรษา ชื่อนี้จึงทำให้วัดดาวดึงษารามมีมิติของวัดชุมชนตั้งแต่เริ่มต้น แม้ต่อมาจะได้รับสถานะเป็นพระอารามหลวง แต่รากของวัดยังเชื่อมโยงกับศรัทธาของผู้คนในละแวกบางยี่ขันอย่างแน่นแฟ้น
 
ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีข้าราชการฝ่ายในชื่ออิน ซึ่งเป็นญาติของเจ้าจอมแว่น เข้ามาปฏิสังขรณ์วัด เหตุที่ผู้ครองวัดและผู้บูรณะมีนามเดียวกันว่าอิน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงพระราชทานนามวัดว่า “วัดดาวดึงษาสวรรค์” อันมีความหมายเชื่อมโยงกับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่สถิตของพระอินทร์ ชื่อนี้ทำให้วัดมีความหมายทางศาสนาและสัญลักษณ์สูงขึ้นจากชื่อเรียกชุมชนเดิม
 
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยามหาเทพ หรือปาน ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดครั้งสำคัญและสร้างถาวรวัตถุหลายส่วน เช่น พระอุโบสถ พระประธานในพระอุโบสถ และกุฏิสงฆ์ จากนั้นได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามว่า “วัดดาวดึงษาราม” ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน ช่วงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้วัดพัฒนาเป็นพระอารามหลวงอย่างชัดเจน มีอาคารถาวร มีเขตพุทธาวาสมั่นคง และมีศิลปกรรมสำคัญที่ยังคงเป็นหัวใจของวัด
 
พระอุโบสถของวัดดาวดึงษารามเป็นอาคารสำคัญที่สุดของวัด ลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หน้าบันทำด้วยไม้สักจำหลักเป็นรูปดอกไม้ใหญ่ ประดับกระจกและปิดทอง ภายในพื้นปูหินอ่อน มีเฉลียงรอบอาคาร และแบ่งพื้นที่ภายในเป็น 3 ห้อง รายละเอียดประตูหน้าต่างมีซุ้มปูนปั้นประดับลายดอกไม้ติดกระจก บานหน้าต่างด้านนอกเขียนลายรดน้ำเล่าเรื่องทศชาติและพุทธประวัติ ส่วนบานประตูด้านนอกเขียนลายรดน้ำรูปท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 และด้านในเขียนรูปทวารบาลถือพระขรรค์
 
พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 4 ศอก สูงประมาณ 5 ศอก ลงรักปิดทอง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พระพุทธรูปปางสมาธิมีความหมายถึงความสงบ ความตั้งมั่น และการเจริญภาวนา สอดคล้องกับประวัติยุคแรกของวัดที่เกี่ยวข้องกับพระอธิการอิน ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระ ผู้มาเยือนควรเริ่มต้นการสักการะที่พระอุโบสถ เพื่อกราบพระประธานและชมศิลปกรรมภายในอย่างสำรวม
 
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นจุดเด่นที่ทำให้วัดดาวดึงษารามมีคุณค่าทางศิลปกรรมสูงมาก ภาพจิตรกรรมวาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของครูกงแป๊ะ หรือหลวงเสนีย์บริรักษ์ และครูทองอยู่ หรือหลวงวิจิตรเจษฎา ซึ่งเป็นช่างฝีมือสำคัญแห่งยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ภาพที่ยังเหลืออยู่มีทั้งเวสสันดรชาดก มโหสถชาดก เรื่องพระพุทธโฆษาจารย์ไปลังกา เรื่องพระนางสามาวดี เรื่องพระเจ้าทธิวาหนะ และเรื่องพระมหากัสสปเถระ หลายเรื่องเป็นหัวข้อที่ไม่ค่อยพบในวัดทั่วไป ทำให้จิตรกรรมของวัดมีความน่าสนใจทั้งในเชิงศิลปะและเนื้อหาธรรม
 
ภาพพระพุทธโฆษาจารย์ไปลังกามีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเชื่อมโยงกับเรื่องการเดินทางไปแปลพระไตรปิฎกและรจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรคในลังกา ขณะเดียวกันภาพยังสะท้อนความเป็นอยู่ของชนชาติต่าง ๆ ในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 จึงเป็นหลักฐานทางสังคมวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ไม่ใช่เพียงภาพประกอบเรื่องศาสนาเท่านั้น ส่วนมโหสถชาดกและเวสสันดรชาดกช่วยถ่ายทอดหลักธรรมเรื่องปัญญา ทานบารมี ความเพียร และความเสียสละในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายผ่านงานจิตรกรรม
 
หอระฆังของวัดดาวดึงษารามเป็นอีกอาคารที่มีเอกลักษณ์ ลักษณะเป็นเครื่องก่ออิฐถือปูนรูปแบบสถาปัตยกรรมทรงตะวันตก ซึ่งนิยมแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวหอทำบนฐานสี่เหลี่ยม มีเสาแบบฝรั่ง คูหาเปิดทั้ง 4 ด้าน และส่วนยอดทำเป็นทรงกระโจมสี่เหลี่ยมรวบปลายแหลม ภายในแขวนระฆังสำหรับตีบอกเวลา หอระฆังนี้ทำให้เห็นการผสมผสานระหว่างวัดไทยกับรสนิยมสถาปัตยกรรมตะวันตกในยุคเปลี่ยนผ่านของกรุงเทพฯ
 
มณฑปหลวงปู่โวเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญอีกแห่งหนึ่งในวัด ลักษณะเป็นมณฑปทรงจัตุรมุข หลังคาลด 2 ชั้นทั้ง 4 ด้าน มุงกระเบื้องเคลือบ หน้าบันปูนปั้นเป็นเรือนแก้วประกอบลวดลาย ภายในเป็นที่ไว้อัฐิพระครูโวทานธรรมาจารย์ หรือหวาด อดีตเจ้าอาวาสรูปสำคัญของวัด ผู้ที่เดินชมวัดควรแวะชมมณฑปนี้ด้วยความเคารพ เพราะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความทรงจำของวัดต่ออดีตเจ้าอาวาสและครูบาอาจารย์ผู้มีส่วนบูรณะพระอารามให้สืบต่อมาถึงปัจจุบัน
 
ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญได้ทรงบูรณะวัด มีการรื้อศาลาปูนรอบพระอุโบสถ สร้างหอระฆังใหม่แทนหอระฆังเดิมที่ชำรุด และซ่อมแซมกุฏิกับหอฉัน ต่อมาวัดเคยทรุดโทรมเกือบเป็นวัดร้าง บางปีมีเจ้าอาวาสอยู่เพียงรูปเดียว จนถึงสมัยพระครูศีลขันธ์สุนทรหรือเปรม จึงเริ่มมีการปฏิสังขรณ์สิ่งปรักหักพังและมีพระสงฆ์เข้ามาจำพรรษามากขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่าวัดดาวดึงษารามผ่านทั้งช่วงรุ่งเรือง ช่วงซบเซา และช่วงฟื้นฟูเหมือนวัดเก่าหลายแห่งในกรุงเทพฯ
 
ในสมัยรัชกาลที่ 7 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาทอดพระเนตรจิตรกรรมฝาผนังที่วัด และทรงเห็นว่าภาพชำรุดเสียหายมาก จึงมีพระดำริให้หาทางซ่อมแซมรักษาภาพที่เหลืออยู่ให้ดี ต่อมามีการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ซ่อมหลังคา เฉลียง ประตู หน้าต่าง ศาลาท่าน้ำ หอระฆัง ศาลาการเปรียญ และกุฏิ การรักษาภาพจิตรกรรมและอาคารสำคัญเหล่านี้มีความหมายต่อการอนุรักษ์ศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างมาก
 
หลังจากพระครูโวทานธรรมาจารย์ หรือหวาด ถึงแก่มรณภาพ พระครูปลัดบุศย์ ซึ่งภายหลังได้รับสมณศักดิ์เป็นพระเทพปริยัติวิธาน ได้มาครองวัดและเริ่มบูรณะพระอุโบสถอีกครั้ง เนื่องจากหลังคาพระอุโบสถชำรุดจนฝนรั่ว ทำให้จิตรกรรมฝาผนังเลอะเลือน การบูรณะครั้งนั้นทำให้พระอุโบสถกลับมางดงาม และต่อมาใน พ.ศ. 2528 มีการก่อสร้างหอสวดมนต์ก่ออิฐถือปูนเพิ่มเติม พระเทพปริยัติวิธานจึงเป็นอดีตเจ้าอาวาสสำคัญที่มีบทบาททั้งด้านการบูรณะวัดและการศึกษาพระปริยัติธรรม
 
วัดดาวดึงษารามมีบทบาทเด่นด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา โดยเป็นที่รู้จักในฐานะสำนักเรียนวัดดาวดึงษาราม มีการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลีอย่างต่อเนื่อง บทบาทนี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงพระอารามหลวงที่มีอาคารโบราณงดงาม แต่ยังเป็นพื้นที่ผลิตและพัฒนาพระภิกษุสามเณรผู้ศึกษาพระธรรมวินัย วัดจึงมีชีวิตในเชิงการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์วัตถุสถานเท่านั้น
 
พื้นที่วัดมีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกประมาณ 200 เมตร และอยู่ใกล้ตอนใต้ของปากคลองบางยี่ขัน รอบวัดมีความสัมพันธ์กับวัดจตุรมิตรประดิษฐานราม วัดบางยี่ขัน วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ชุมชนวัดดาวดึงษาราม โรงสุราบางยี่ขันเดิม และพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ความสัมพันธ์ของวัดกับชุมชนนี้ช่วยให้วัดมีบริบททางประวัติศาสตร์เมืองชัดเจน เพราะบางยี่ขันเคยเป็นพื้นที่สวน คลอง บ้านริมน้ำ และชุมชนหลากหลายเชื้อชาติก่อนเปลี่ยนเป็นย่านเมืองหนาแน่นในปัจจุบัน
 
ชุมชนวัดดาวดึงษารามมีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ช่วงธนบุรีจนถึงกรุงเทพฯ สมัยใหม่ พื้นที่นี้เคยมีสวนผลไม้ บ้านเรือนริมน้ำ และกลุ่มคนหลากหลายที่อพยพเข้ามาอยู่ ทั้งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงการขยายตัวของเมือง โรงสุราบางยี่ขันเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในประวัติชุมชน เพราะเคยเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้ผู้คนเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ วัดดาวดึงษารามจึงเป็นศูนย์กลางความทรงจำของชุมชน ไม่ใช่เพียงศาสนสถานแยกตัวจากชีวิตผู้คน
 
ในปัจจุบันวัดยังคงเป็นพื้นที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีทั้งงานบุญ งานกฐิน กิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การสนับสนุนสำนักเรียนบาลี การประชุมของคณะสงฆ์และหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาศาสนสถานตามแนวทางวัดคู่เมืองเขตบางพลัด นอกจากนี้ยังมีระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้การทำบุญเข้าบัญชีวัดโดยตรงและผู้บริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สะท้อนการปรับตัวของวัดเก่าให้เข้ากับรูปแบบการทำบุญในยุคดิจิทัล
 
ข้อมูลผู้ดูแลวัดในแหล่งสาธารณะมีความต่างกัน โดยมีแหล่งฐานข้อมูลวัดบางแห่งระบุพระกิตติสารเมธี แต่แหล่งข่าวคณะสงฆ์ระบุว่าพระกิตติสารเมธีได้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหารตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ส่วนเว็บไซต์วัดดาวดึงษารามระบุพระศิริชัยโสภณ หรือบุญเสริม เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดดาวดึงษารามตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ดังนั้นข้อมูลในตารางจึงใช้ตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสตามข้อมูลของวัด เพื่อหลีกเลี่ยงการฟันธงเกินกว่าหลักฐานที่ตรวจพบ
 
ผู้มาเยือนครั้งแรกควรเริ่มจากพระอุโบสถเพื่อสักการะพระประธานปางสมาธิและชมจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นเดินชมรายละเอียดหน้าบันไม้สัก ประตูหน้าต่างลายรดน้ำ หอระฆัง มณฑปหลวงปู่โว รูปปั้นพระเทพปริยัติวิธาน และพื้นที่สำนักเรียน การเดินชมควรทำด้วยความสงบ เพราะวัดยังเป็นพระอารามหลวงที่มีพระสงฆ์และสามเณรใช้พื้นที่จริง ทั้งในด้านศาสนกิจ การเรียน การสวดมนต์ และกิจกรรมภายในวัด
 
การเดินทาง ไปวัดดาวดึงษารามทำได้หลายวิธี ผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าสามารถลง MRT สถานีบางยี่ขัน แล้วต่อรถระยะสั้นไปยังซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 หรือเส้นทางเข้าวัดดาวดึงษารามจากถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนอรุณอมรินทร์ หรือเส้นทางเชื่อมสะพานพระปิ่นเกล้าและสะพานพระราม 8 ตามสภาพการจราจร ส่วนผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศริมน้ำสามารถเชื่อมต่อเส้นทางท่าเรือในพื้นที่บางยี่ขันและฝั่งพระนครได้สะดวก
 
พื้นที่รอบวัดเป็นย่านเมืองเก่า มีถนนซอย ชุมชน วัดใกล้เคียง ท่าเรือ ร้านอาหาร โรงแรม และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ไม่ไกลกัน ผู้ที่ขับรถควรเผื่อเวลาในช่วงเช้า เย็น วันพระ วันหยุด และช่วงที่วัดมีงานบุญหรือกิจกรรมใหญ่ เพราะพื้นที่เชิงสะพานและถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้ามีการจราจรหนาแน่นเป็นบางช่วง การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแล้วต่อรถระยะสั้นมักเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางในซอย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาไหว้พระคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะสามารถเดินชมพระอุโบสถ จิตรกรรมฝาผนัง และพื้นที่วัดได้สะดวก ผู้ที่สนใจรายละเอียดศิลปกรรมควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อดูภาพจิตรกรรม เรื่องเล่าในชาดก รายละเอียดงานลายรดน้ำ หน้าบัน และหอระฆังอย่างไม่เร่งรีบ การแต่งกายควรสุภาพ งดเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินควร พูดคุยด้วยเสียงเบา ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่กำหนด และไม่รบกวนพระสงฆ์ สามเณร หรือผู้มาทำบุญ
 
วัดดาวดึงษารามเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดเก่าในกรุงเทพฯ พระอารามหลวงฝั่งธนบุรี จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 ประวัติเจ้าจอมแว่น วัดขรัวอิน ชุมชนบางยี่ขัน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยังสวนหลวงพระราม 8 วัดบวรมงคลราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี พิพิธบางลำพู ช่างชุ่ย และย่านพระนครฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ
 
เมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น วัดดาวดึงษารามมีเสน่ห์จากความสงบ รายละเอียดศิลปกรรม และประวัติที่ต้องค่อย ๆ อ่านจากอาคารและภาพเขียน ผู้มาเยือนจะได้เห็นวัดที่ผ่านการสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 การพระราชทานนามในรัชกาลที่ 2 การยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 3 การบูรณะในรัชกาลที่ 5 และการอนุรักษ์จิตรกรรมกับการศึกษาพระปริยัติธรรมในยุคปัจจุบัน ความต่อเนื่องหลายชั้นเช่นนี้ทำให้วัดดาวดึงษารามเป็นหนึ่งในวัดที่มีเนื้อหาลึกและเหมาะกับการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง
 
โดยสรุป วัดดาวดึงษารามเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีในเขตบางพลัดที่มีคุณค่าครบทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม พระพุทธศาสนา การศึกษา และชุมชน วัดเริ่มจากวัดขรัวอินที่สร้างโดยเจ้าจอมแว่นในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับพระราชทานนามวัดดาวดึงษาสวรรค์ในสมัยรัชกาลที่ 2 และได้รับนามวัดดาวดึงษารามพร้อมฐานะพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีพระอุโบสถ พระประธานปางสมาธิ จิตรกรรมฝาผนังชั้นครู หอระฆัง มณฑปหลวงปู่โว รูปปั้นพระเทพปริยัติวิธาน และสำนักเรียนวัดดาวดึงษาราม ทำเลใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางยี่ขัน สะพานพระปิ่นเกล้า และสะพานพระราม 8 ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการไหว้พระและเรียนรู้กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดดาวดึงษาราม
ชื่อเดิม / ชื่อที่เกี่ยวข้องวัดขรัวอิน, วัดดาวดึงษาสวรรค์
ประเภทสถานที่พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย
ที่ตั้งแขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
ที่อยู่872 ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
พิกัด13.76792, 100.49142
ไฮไลต์พระอารามหลวงเก่าแก่ย่านบางยี่ขัน มีพระอุโบสถสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 หอระฆังทรงตะวันตก มณฑปหลวงปู่โว และสำนักเรียนพระปริยัติธรรม
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยเจ้าจอมแว่น ต่อมารัชกาลที่ 2 พระราชทานนามวัดดาวดึงษาสวรรค์ และรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามวัดดาวดึงษารามเมื่อได้รับการถวายเป็นพระอารามหลวง
วันตั้งวัดพ.ศ. 2350
วิสุงคามสีมาพ.ศ. 2405
พื้นที่วัดประมาณ 15 ไร่
พระประธานพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 4 ศอก สูงประมาณ 5 ศอก ลงรักปิดทอง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3
พระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันไม้สักจำหลักลายดอกไม้ ประดับกระจกปิดทอง มีบานประตูหน้าต่างลายรดน้ำและจิตรกรรมฝาผนังสำคัญ
จิตรกรรมฝาผนังจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 มีเรื่องเวสสันดรชาดก มโหสถชาดก พระพุทธโฆษาจารย์ไปลังกา พระนางสามาวดี พระเจ้าทธิวาหนะ และพระมหากัสสปเถระ
อาคาร / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถ หอระฆัง มณฑปหลวงปู่โว ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ รูปปั้นพระเทพปริยัติวิธาน สำนักเรียนวัดดาวดึงษาราม และพื้นที่ชุมชนใกล้คลองบางยี่ขัน
บทบาทด้านการศึกษาเป็นสำนักเรียนวัดดาวดึงษาราม มีบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี
กิจกรรม / ประเพณีทำบุญ ฟังธรรม สวดมนต์ งานกฐิน งานออกพรรษา ตักบาตรเทโว กิจกรรมสำนักเรียนบาลี และกิจกรรมวัดคู่เมืองเขตบางพลัด
การเดินทางเดินทางได้ด้วย MRT สถานีบางยี่ขัน แล้วต่อรถระยะสั้น หรือใช้ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนอรุณอมรินทร์ และเส้นทางเชื่อมสะพานพระปิ่นเกล้ากับสะพานพระราม 8
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นพระอารามหลวงในเขตบางพลัด มีสำนักเรียนพระปริยัติธรรม มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมร่วมกับชุมชนต่อเนื่อง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ผู้ดูแล / เจ้าอาวาสพระศิริชัยโสภณ (ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส)
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. สวนหลวงพระราม 8 ประมาณ 1 กม. โทร. 02-203-2974
2. วัดบวรมงคลราชวรวิหาร ประมาณ 1 กม. โทร. 02-433-5440
3. สะพานพระราม 8 ประมาณ 1 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ประมาณ 2 กม. โทร. 02-424-0004
5. พิพิธบางลำพู ประมาณ 2 กม. โทร. 02-281-9828
6. ช่างชุ่ย Creative Park ประมาณ 4 กม. โทร. 081-817-2888
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ธธดา TH•TH•DAH ประมาณ 0.4 กม. โทร. 065-237-0966
2. Praya Dining ประมาณ 0.3 กม. โทร. 081-402-8118, 02-883-2998
3. DOUBLE SLASH // COFFEE SPACE พระราม 8 ประมาณ 0.4 กม. โทร. 065-629-9696
4. Jade Garden ปิ่นเกล้า ประมาณ 0.5 กม. โทร. 02-434-1914, 02-434-1915, 02-434-1916
5. BAAN MANEE BKK ประมาณ 0.3 กม. โทร. 091-956-2919
6. Kaze No Sushi ปิ่นเกล้า ประมาณ 0.3 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. BAAN MANEE BKK ประมาณ 0.3 กม. โทร. 091-956-2919
2. Praya Palazzo ประมาณ 0.5 กม. โทร. 081-402-8118, 02-883-2998
3. Amarin Hotel Rama 8 ประมาณ 1 กม. โทร. 02-424-9888
4. Charlie House Pinklao ประมาณ 3 กม. โทร. 02-886-4561, 02-886-4562, 064-698-6282
5. Theatre Residence ประมาณ 4 กม. โทร. 02-848-9488, 063-330-7070
6. Kaya Heritage Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 02-412-4414, 02-412-4474
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดดาวดึงษารามอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดดาวดึงษารามตั้งอยู่ที่ 872 ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700 ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางยี่ขัน สะพานพระปิ่นเกล้า และสะพานพระราม 8
 
ถาม: วัดดาวดึงษารามมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดดาวดึงษารามมีชื่อเดิมว่าวัดขรัวอิน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้รับพระราชทานนามว่าวัดดาวดึงษาสวรรค์ และในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับพระราชทานนามว่าวัดดาวดึงษาราม
 
ถาม: ใครเป็นผู้สร้างวัดดาวดึงษาราม?
ตอบ: วัดดาวดึงษารามสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยเจ้าจอมแว่น หรือคุณเสือ พระสนมเอกในรัชกาลที่ 1 และได้นิมนต์พระอธิการอินมาครองวัดในยุคแรก
 
ถาม: พระอุโบสถวัดดาวดึงษารามมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: พระอุโบสถมีหลังคามุงกระเบื้องลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันไม้สักจำหลักลายดอกไม้ ประตูหน้าต่างลายรดน้ำ และจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง
 
ถาม: จิตรกรรมฝาผนังวัดดาวดึงษารามมีเรื่องอะไรบ้าง?
ตอบ: จิตรกรรมฝาผนังมีทั้งเวสสันดรชาดก มโหสถชาดก พระพุทธโฆษาจารย์ไปลังกา พระนางสามาวดี พระเจ้าทธิวาหนะ และพระมหากัสสปเถระ ซึ่งหลายเรื่องไม่ค่อยพบในวัดทั่วไป
 
ถาม: วัดดาวดึงษารามเปิดเวลาใด?
ตอบ: วัดดาวดึงษารามเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: เดินทางไปวัดดาวดึงษารามด้วยรถไฟฟ้าได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้ MRT ลงสถานีบางยี่ขัน แล้วต่อรถระยะสั้นเข้าสู่ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 หรือเส้นทางวัดดาวดึงษารามจากถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า
 
ถาม: เที่ยววัดดาวดึงษารามแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่สวนหลวงพระราม 8 วัดบวรมงคลราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี พิพิธบางลำพู สะพานพระราม 8 และช่างชุ่ย Creative Park ได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.พระนคร(24)
https://www.lovethailand.org/อ.ดุสิต(17)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองสาน(7)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองเตย(3)
https://www.lovethailand.org/อ.จตุจักร(2)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอนเมือง(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ตลิ่งชัน(26)
https://www.lovethailand.org/อ.ธนบุรี(23)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกน้อย(31)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกใหญ่(13)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกะปิ(5)
https://www.lovethailand.org/อ.บางขุนเทียน(15)
https://www.lovethailand.org/อ.บางเขน(3)
https://www.lovethailand.org/อ.บางคอแหลม(10)
https://www.lovethailand.org/อ.บางซื่อ(9)
https://www.lovethailand.org/อ.บางพลัด(23)
https://www.lovethailand.org/อ.บางรัก(6)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(16)
https://www.lovethailand.org/อ.บึงกุ่ม(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ประเวศ(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ปทุมวัน(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.พญาไท(1)
https://www.lovethailand.org/อ.พระโขนง(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ภาษีเจริญ(23)
https://www.lovethailand.org/อ.มีนบุรี(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ยานนาวา(8)
https://www.lovethailand.org/อ.ราชเทวี(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ราษฎร์บูรณะ(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ลาดกระบัง(13)
https://www.lovethailand.org/อ.หนองจอก(16)
https://www.lovethailand.org/อ.ลาดพร้าว(4)
https://www.lovethailand.org/อ.สาทร(4)
https://www.lovethailand.org/อ.สัมพันธวงศ์(12)
https://www.lovethailand.org/อ.หนองแขม(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยขวาง(3)
https://www.lovethailand.org/อ.สวนหลวง(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ดินแดง(2)
https://www.lovethailand.org/อ.หลักสี่(1)
https://www.lovethailand.org/อ.สายไหม(8)
https://www.lovethailand.org/อ.คันนายาว(2)
https://www.lovethailand.org/อ.วังทองหลาง(1)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองสามวา(10)
https://www.lovethailand.org/อ.วัฒนา(2)
https://www.lovethailand.org/อ.บางนา(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ทวีวัฒนา(3)
https://www.lovethailand.org/อ.บางแค(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ทุ่งครุ(4)
https://www.lovethailand.org/อ.บางบอน(3)