หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.สำราญราษฎร์ > วัดเทพธิดารามวรวิหาร
TL;DR: วัดเทพธิดารามวรวิหาร อยู่ที่70 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 เปิดทุกวัน เวลา 07:30 – 17:00.
วัดเทพธิดารามวรวิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07:30 – 17:00
วัดเทพธิดารามวรวิหาร เป็นวัดในกรุงเทพมหานครย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์แบบ “ดูช้า ๆ แล้วสนุก” เพราะไม่ได้เด่นแค่ความเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีริมถนนมหาไชยใกล้วัดราชนัดดาเท่านั้น แต่เด่นที่รายละเอียดทางศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งผสมความเป็นไทยกับอิทธิพลจีนอย่างมีรสนิยม และยังพ่วงเรื่องเล่าทางวรรณกรรมของสุนทรภู่ที่ทำให้วัดนี้มีมิติ “กวี + เมืองเก่า + งานช่าง” อยู่ในพื้นที่เดียว หากคุณชอบเที่ยวกรุงเทพแบบเดินได้จริง แวะได้จริง และได้เรื่องกลับไปเล่าต่อ วัดนี้เป็นหนึ่งจุดที่คุ้มเวลามาก
ทำเลของวัดอยู่บนเกาะรัตนโกสินทร์ฝั่งถนนมหาไชย ไม่ไกลจากโลหะปราสาทและวัดราชนัดดาราม จึงเหมาะมากสำหรับการวางทริปแบบครึ่งวันหรือหนึ่งวัน เช่น เริ่มจากโลหะปราสาท เดินหรือข้ามถนนมาไหว้พระที่วัดเทพธิดาราม แล้วค่อยต่อไปเสาชิงช้า วัดสุทัศน์ หรือขึ้นไปภูเขาทองตามสไตล์คนชอบเดินเมืองเก่า จุดดีคือย่านนี้ “มีเรื่องให้ดู” ตลอดทาง ทั้งกำแพงเมืองเก่า ป้อมมหากาฬ และบรรยากาศชุมชนดั้งเดิมที่ยังพอหลงเหลืออยู่
ชื่อเดิมของวัดคือ “วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง” โดยมีการสันนิษฐานว่าเรียกตามบริเวณที่เป็นสวนไร่นาและสัมพันธ์กับที่ดินของพระยาไกรในอดีต ต่อมาในรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและพระราชทานแก่พระราชธิดาองค์ใหญ่ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (พระองค์เจ้าวิลาส) เริ่มจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2379 และเสร็จในปี พ.ศ. 2382 ทำให้วัดนี้เป็นภาพแทนยุคสมัยของงานช่างรัชกาลที่ 3 อย่างชัดเจน ทั้งในแง่รูปแบบอาคารและรสนิยมการตกแต่ง
ถ้าคุณเคยเที่ยววัดรัชกาลที่ 3 หลายแห่ง จะเริ่มจับคาแรกเตอร์ร่วมได้ว่าเป็นช่วงที่สังคมสยามติดต่อค้าขายกับจีนอย่างคึกคัก จึงเกิดการรับอิทธิพลจีนเข้ามาในงานสถาปัตยกรรมและเครื่องประดับพระอาราม วัดเทพธิดารามก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่อ่าน “ภาษายุคสมัย” ได้ชัด บางอาคารจะดูเรียบกว่าวัดยุคอื่น และมีของประดับประเภทตุ๊กตาจีนหรือหินสลักรูปคนและสัตว์อยู่ตามจุดต่าง ๆ ที่น่าสนุกคือรูปสลักคนจำนวนหนึ่งมีท่วงท่าและการแต่งกายแบบจีน ขณะที่บางตัวแต่งกายแบบไทย และเอกลักษณ์เฉพาะของวัดนี้คือ “รูปสลักผู้หญิง” ในอิริยาบถต่าง ๆ ที่พบได้มากเป็นพิเศษ จนกลายเป็นลายเซ็นของพื้นที่ไปโดยปริยาย
เมื่อเข้าไปถึงโซนพระอุโบสถ คุณจะเห็นความประณีตของงานช่างแบบรัชกาลที่ 3 ทั้งองค์ประกอบของบุษบกที่รองรับพระประธานซึ่งจัดวางอย่างสวยงาม และภาพเขียนที่ผนังพระอุโบสถซึ่งเป็นลาย “พุ่มข้าวบิณฑ์” อันเป็นแบบอย่างที่พบได้ในงานจิตรกรรมยุคนั้น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ให้ความรู้สึกเป็นระเบียบ ละเอียด และมีจังหวะซ้ำที่ชวนให้ยืนดูนาน ๆ ยิ่งถ้าคุณชอบสังเกตงานลายไทย จะรู้สึกว่าวัดนี้เหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ ที่เดินดูได้จริง
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาคือหมู่รูปหล่อลงรักปิดทอง “ภิกษุณี” จำนวน 52 องค์ (นั่ง 49 องค์ ยืน 3 องค์) ซึ่งจัดวางอยู่ในพระวิหารและอยู่ในอิริยาบถที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ท่านั่งปฏิบัติธรรม ยืนไหว้ นั่งพนมมือ ฟังธรรม ฉันหมาก ไปจนถึงสูบยา รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การชมไม่ใช่แค่ “นับจำนวน” แต่เป็นการอ่านความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มีชีวิตและความเป็นมนุษย์อยู่ในนั้นด้วย บรรยากาศโดยรวมจึงมีทั้งความสงบและความน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
ภายในพระอุโบสถยังมีพระประธานที่คนในพื้นที่ให้ความเคารพคือ “หลวงพ่อขาว” ซึ่งประดิษฐานบนบุษบก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สลักด้วยศิลาขาวบริสุทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 15 นิ้ว และสูง 21 นิ้ว โดยมีข้อมูลว่าในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงถวายพระนามว่า “พระพุทธเทววิลาส” รายละเอียดขนาดและวัสดุทำให้เราเห็นภาพชัดว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้พึ่งแค่ความใหญ่โตเพื่อสร้างความศรัทธา แต่พึ่ง “ความงามเชิงวัสดุและงานช่าง” ที่ต้องเข้าไปใกล้ ๆ จึงจะสัมผัสได้
อีกองค์ประกอบสำคัญของวัดคือพระปรางค์ทิศทั้งสี่ ซึ่งเป็นฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 ช่วยเติมบุคลิกให้พื้นที่มีมุมมองหลายระยะ เวลาเดินรอบ ๆ คุณจะรู้สึกว่าวัดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เดินผ่าน แต่ถูกออกแบบให้ “หยุดดูเป็นจังหวะ” ไม่ว่าจะเป็นจังหวะของเงาอาคารในช่วงเช้า จังหวะขององค์ประกอบจีนในงานประดับ หรือจังหวะของลานวัดที่ทำให้สายตาพักก่อนค่อยเดินต่อ
ถ้าชอบงานสถาปัตยกรรมแบบละเอียด วัดนี้ยังมี “หอไตร” ที่น่าสนใจมาก เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ใต้ถุนสูง มีงานปิดทองล่องชาด ช่อฟ้าใบระกา และหน้าบันปิดทองประดับกระจกสี อีกทั้งมีศิลปะลายรดน้ำอยู่แทบทุกบานประตูและหน้าต่าง โดยหน้าที่ของหอไตรคือใช้เก็บรักษาพระคัมภีร์ใบลาน จารึกพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ภายในมีตู้พระไตรปิฎกทรงโบราณที่มีขาตู้ลักษณะเท้าสิงห์ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้การชมวัดเทพธิดารามไม่ใช่แค่ “เที่ยววัด” แต่เป็นการเห็นระบบการรักษาความรู้ของชุมชนในอดีตผ่านสถาปัตยกรรมจริง ๆ
วัดเทพธิดารามยังผูกกับประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยอย่างชัดเจน เพราะเคยเป็นที่พำนักของสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่าง พ.ศ. 2383 – 2385 ในช่วงที่บวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันจึงมีพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อ “บ้านกวี” ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจได้แวะชม สิ่งนี้ทำให้ทริปวัดเทพธิดารามมีความพิเศษตรงที่คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการไหว้พระ แล้วค่อยต่อด้วยการเดินดูเรื่องเล่าของกวีเอกในสถานที่จริง ทำให้ประสบการณ์มีทั้งศรัทธาและความรู้ประกอบกันอย่างพอดี
ในแง่ประสบการณ์เที่ยวจริง หากอยากเดินดูรายละเอียดให้เต็ม แนะนำให้มาเช้า ๆ เพราะอากาศสบายและแสงกำลังสวยพอดี การแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และสังเกตป้ายแนะนำในพื้นที่จะช่วยให้การเยี่ยมชมราบรื่น โดยเฉพาะโซนอุโบสถและวิหารที่ผู้คนอาจกำลังสักการะอยู่ ถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศวัดแบบมีจังหวะชีวิต อาจลองวางเวลาให้ตรงกับช่วงทำวัตรที่ทางข้อมูลโบราณคดีระบุไว้ว่า วัตรเช้า 08:30 และวัตรเย็น 19:00 ทั้งนี้ควรดูความเหมาะสมของวันและการจัดกิจกรรมของวัดในเวลานั้น ๆ อีกครั้งเมื่อไปถึง
การเดินทาง วัดเทพธิดารามวรวิหารตั้งอยู่เลขที่ 70 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ จุดสังเกตที่ง่ายคืออยู่ใกล้วัดราชนัดดารามและโลหะปราสาท โดยจากบริเวณวัดราชนัดดารามสามารถเดินมาตามถนนมหาไชยได้ไม่นานก็ถึงวัด รถโดยสารประจำทางมีหลายสายที่ผ่านโซนราชดำเนิน–มหาไชย และมีข้อมูลการเดินทางด้วยรถเมล์ที่พบได้บ่อย เช่น สาย 15 และ 47 ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถลง MRT สถานีสามยอดแล้วเดินต่อได้ (มีข้อมูลระยะเดินประมาณ 1.2 กม.) หากอยากใช้เรือ สามารถพิจารณาท่าเรือที่อยู่ใกล้เคียงในย่านนี้ เช่น ท่าเรือตลาดโบ๊เบ๊ ซึ่งมีข้อมูลระยะเดินประมาณ 739 เมตร
| ชื่อสถานที่ | วัดเทพธิดารามวรวิหาร |
| ที่ตั้ง | 70 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| ลักษณะเด่น | วัดสมัยรัชกาลที่ 3 กลิ่นอายไทย–จีน, พระปรางค์ทิศทั้ง 4, งานจิตรกรรม/ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ในอุโบสถ, หมู่ภิกษุณี 52 องค์ในพระวิหาร, หลวงพ่อขาว (พระพุทธเทววิลาส), หอไตร 2 ชั้นใต้ถุนสูงงานลายรดน้ำ, บ้านกวี/พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ |
| ยุคสมัย | รัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 3) เริ่มสร้าง พ.ศ. 2379 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2382 |
| หลักฐาน/ประเด็นสำคัญ | เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ, มีงานศิลปกรรมแบบรัชกาลที่ 3 และหมู่ภิกษุณี 52 องค์, เชื่อมโยงประวัติสุนทรภู่ (บ้านกวี/พิพิธภัณฑ์) |
| เจ้าอาวาส (ล่าสุด) | พระเทพวิสุทธิเมธี (แผ่ว ปรกกฺโม) |
| การเดินทาง | ใกล้วัดราชนัดดา/โลหะปราสาท เดินถนนมหาไชยถึงวัดได้; รถเมล์ที่พบอ้างอิงบ่อย เช่น 15, 47; MRT สามยอด เดินต่อประมาณ 1.2 กม.; ท่าเรือตลาดโบ๊เบ๊ เดินประมาณ 739 ม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชม |
| เบอร์ติดต่อวัด (ยืนยันได้) | 02-621-1178 |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | มีข้อมูลว่า “มีลานจอดรถฟรี” (โปรดดูความเหมาะสมหน้างาน) และมีจุดเรียนรู้/พิพิธภัณฑ์ในพื้นที่วัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทาง) | วัดราชนัดดารามวรวิหาร – โลหะปราสาท (ประมาณ 0.3 กม.) ป้อมมหากาฬ (ประมาณ 0.8 กม.) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (ประมาณ 1.2 กม.) เสาชิงช้า (ประมาณ 1.3 กม.) วัดสุทัศนเทพวราราม (ประมาณ 1.5 กม.) วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) (ประมาณ 1.6 กม.) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี (ประมาณ 0.2 กม.) – 02-226-6666 เจ๊ไฝ (ประมาณ 0.5 กม.) – 02-223-9384 โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ (เสาชิงช้า) (ประมาณ 1.3 กม.) – 062-678-3003 มนต์นมสด (เสาชิงช้า) (ประมาณ 1.3 กม.) – 02-224-1147 โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ (ผ่านฟ้า) (ประมาณ 1.0 กม.) – 062-686-0770 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทาง + เบอร์โทร) | Once Again Hostel (ประมาณ 0.4 กม.) – 092-620-5445 Villa De Pranakorn (ประมาณ 0.4 กม.) – 02-221-1122 Nouvo City Hotel (ประมาณ 1.1 กม.) – 02-282-7500 Villa De Khaosan (ประมาณ 1.3 กม.) – 02-629-0283 Riva Surya Bangkok (ประมาณ 1.5 กม.) – 02-633-5000 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเทพธิดารามวรวิหารอยู่แถวไหนของกรุงเทพฯ?
ตอบ: อยู่เลขที่ 70 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร บนเกาะรัตนโกสินทร์ ใกล้วัดราชนัดดารามและโลหะปราสาท
ถาม: จุดเด่นที่ทำให้วัดนี้ต่างจากวัดอื่นคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีอิทธิพลจีนชัดเจน มีพระปรางค์ทิศทั้ง 4 หมู่ภิกษุณี 52 องค์ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับสุนทรภู่ผ่านบ้านกวี/พิพิธภัณฑ์ในพื้นที่วัด
ถาม: ภิกษุณี 52 องค์อยู่ตรงไหน และมีความน่าสนใจอย่างไร?
ตอบ: อยู่ในพระวิหารของวัด เป็นรูปหล่อลงรักปิดทอง 52 องค์ ที่จัดท่าทางหลากหลาย ตั้งแต่นั่งปฏิบัติธรรม ฟังธรรม ไปจนถึงอิริยาบถในชีวิตประจำวัน ทำให้เดินชมสนุกและมีรายละเอียดให้สังเกตเยอะ
ถาม: บ้านกวี/พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่เข้าชมได้ไหม?
ตอบ: มีพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อบ้านกวีและพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ให้แวะชมได้ โดยแนะนำให้เช็กเวลาทำการของส่วนพิพิธภัณฑ์ในวันไปจริง เพราะอาจต่างจากเวลาเปิดของวัด
ถาม: ไปด้วย MRT สะดวกไหม?
ตอบ: ลง MRT สถานีสามยอดได้ แล้วเดินต่อเข้าถนนมหาไชยไปยังวัด (มีข้อมูลระยะเดินประมาณ 1.2 กม.) เหมาะกับคนที่อยากเดินเที่ยวเมืองเก่าต่อเนื่อง
ถาม: ถ้าจะเที่ยวต่อใกล้ ๆ ควรไปที่ไหน?
ตอบ: แนะนำวัดราชนัดดาราม–โลหะปราสาท ป้อมมหากาฬ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เสาชิงช้า วัดสุทัศน์ และวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ซึ่งอยู่ในโซนเดินเที่ยวต่อกันได้
โทร : 022225067
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 9 เดือนที่แล้ว




