หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.บางกอกน้อย >ต.อรุณอมรินทร์ > วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก)
TL;DR: วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) อยู่ที่ถนนรุ่งประชา แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร บริเวณสามแยกคลองชักพระ ใกล้คลองบางกอกน้อย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดสุวรรณคีรี หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อเดิมว่า “วัดขี้เหล็ก” เป็นวัดเก่าแก่ริมคลองบางกอกน้อยในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณถนนรุ่งประชา ใกล้สามแยกคลองชักพระและชุมชนเก่าฝั่งธนบุรี วัดแห่งนี้มีคุณค่าทั้งในฐานะศาสนสถาน วัดชุมชนริมคลอง และแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีรากย้อนไปถึงปลายสมัยอยุธยา จุดเด่นของวัดอยู่ที่ประวัติการสร้างในดงต้นขี้เหล็ก การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญในสมัยต้นรัตนโกสินทร์โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระประธานศิลาแลงขนาดใหญ่ พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย หอพระไตรปิฎก และงานนมัสการประจำปีช่วงกลางเดือน 3 ผู้ที่มาเยือนจึงได้ทั้งการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาวัดโบราณ ชมบรรยากาศคลองบางกอกน้อย และต่อเส้นทางไปยังวัดใกล้เคียงหรือพิพิธภัณฑ์สำคัญของบางกอกน้อยได้สะดวก
วัดสุวรรณคีรีตั้งอยู่เลขที่ 796 ถนนรุ่งประชา แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 ในพื้นที่ที่หลายแหล่งข้อมูลเก่าเรียกเชื่อมโยงกับย่านบางขุนนนท์และสามแยกคลองชักพระ สภาพพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มริมคลองบางกอกน้อย มีคูน้ำโดยรอบวัด และมีคลองบางกอกน้อยอยู่ทางด้านตะวันตก ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดมีเอกลักษณ์ของวัดริมคลองฝั่งธนบุรีอย่างชัดเจน แม้ปัจจุบันพื้นที่รอบวัดจะกลายเป็นชุมชนเมืองที่มีถนน บ้านเรือน โรงเรียน และสถานพยาบาลอยู่ใกล้กัน แต่วัดยังคงรักษาความสัมพันธ์กับสายน้ำและภูมิทัศน์เดิมของบางกอกน้อยไว้ได้ดี
ประวัติของวัดสุวรรณคีรีสืบย้อนไปถึงปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ. 2228 เดิมวัดมีนามว่า “วัดขี้เหล็ก” ตามเรื่องเล่าที่ว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาปักกลดอยู่ในบริเวณดงต้นขี้เหล็กซึ่งขึ้นอยู่มากในพื้นที่ ชาวบ้านเกิดศรัทธาจึงช่วยกันสร้างวัดขึ้น ชื่อวัดขี้เหล็กจึงเป็นชื่อที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศเดิม ต้นไม้ในพื้นที่ และศรัทธาของชาวบ้านโดยตรง ต่อมาวัดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ก่อนจะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั้งวัดในราว พ.ศ. 2338 โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท แล้วเปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดสุวรรณคีรี”
ชื่อ “สุวรรณคีรี” มีความหมายงดงามและเป็นทางการมากกว่าชื่อเดิม คำว่า “สุวรรณ” สื่อถึงทองหรือความรุ่งเรือง ส่วน “คีรี” หมายถึงภูเขา เมื่อนำมาเป็นชื่อวัดจึงให้ภาพของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันมั่นคงและเป็นมงคล อย่างไรก็ตาม ชื่อวัดขี้เหล็กยังมีความสำคัญในระดับชุมชน เพราะช่วยเก็บร่องรอยของพื้นที่เดิมที่เคยเป็นดงต้นขี้เหล็กไว้ การเรียกชื่อทั้ง 2 ชื่อจึงทำให้เห็นชั้นประวัติศาสตร์ของวัดอย่างชัดเจน ชื่อเดิมสะท้อนธรรมชาติและความทรงจำท้องถิ่น ส่วนชื่อใหม่สะท้อนการบูรณะและการยกระดับวัดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
วัดสุวรรณคีรีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาราว พ.ศ. 2228 พร้อมกับช่วงประกาศสร้างวัด โดยเขตวิสุงคามสีมากว้าง 26 เมตร ยาว 40 เมตร ข้อมูลนี้มีความสำคัญเพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและพิธีกรรมในพระอุโบสถ การมีเขตวิสุงคามสีมาตั้งแต่ช่วงต้นของประวัติวัดช่วยแสดงว่าวัดสุวรรณคีรีไม่ได้เป็นเพียงสำนักสงฆ์หรือสถานที่พักสงฆ์ชั่วคราว แต่เป็นวัดที่มีฐานะทางพระพุทธศาสนาและมีบทบาทต่อชุมชนมาอย่างยาวนาน
อีกเหตุการณ์สำคัญในประวัติวัดคือวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาถวายผ้าพระกฐินต้นเป็นการส่วนพระองค์ เหตุการณ์นี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ให้วัดสุวรรณคีรี เพราะแสดงว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในระดับชุมชนริมคลองเท่านั้น แต่ยังเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ การบันทึกเหตุการณ์กฐินต้นจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้วัดมีมิติทั้งด้านศรัทธาท้องถิ่นและด้านประวัติศาสตร์ราชสำนัก
พระอุโบสถของวัดสุวรรณคีรีเป็นอาคารสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในวัด อุโบสถมีขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 29 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2464 เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันไม้สักแกะสลักลวดลาย และหลังคาลด 3 ชั้น ลักษณะดังกล่าวสะท้อนงานช่างไทยในช่วงรัตนโกสินทร์ที่ให้ความสำคัญทั้งสัดส่วนอาคาร ความงามของหลังคา และรายละเอียดเครื่องไม้ประดับ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมพระอุโบสถอย่างสำรวม เพราะอาคารหลังนี้เป็นหัวใจของเขตพุทธาวาสและเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญของวัด
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานสร้างด้วยศิลาแลง หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูง 3 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร หรือปางมารวิชัย มีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ข้างซ้ายมี 6 นิ้ว พระประธานองค์นี้ถือเป็นปูชนียวัตถุสำคัญที่สุดของวัด เพราะเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพระสงฆ์ ชาวบ้าน และผู้มาเยือน ภายในยังมีพระอัครสาวกซ้ายขวา คือพระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร ทำให้องค์ประกอบในพระอุโบสถครบตามคติการประดิษฐานพระประธานในวัดไทย
พระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหรือมารวิชัยมีความหมายถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะหมู่มารด้วยพระบารมีและความมั่นคงแห่งจิตใจก่อนตรัสรู้ จึงเป็นปางที่สื่อถึงชัยชนะเหนือกิเลส ความเพียร และความแน่วแน่ในธรรม เมื่อนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานของวัดสุวรรณคีรี จึงทำให้พระอุโบสถเป็นพื้นที่ที่เหมาะทั้งสำหรับการกราบไหว้ขอพรและการน้อมใจพิจารณาธรรม ผู้มาเยือนควรสังเกตวัสดุศิลาแลงและสีขององค์พระ เพราะเป็นลักษณะที่ช่วยให้พระประธานมีเอกลักษณ์ต่างจากพระพุทธรูปสำริดหรือปูนปั้นที่พบในวัดเมืองหลายแห่ง
นอกจากพระประธานแล้ว วัดสุวรรณคีรียังมีพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย และหอพระไตรปิฎกเป็นปูชนียวัตถุและพื้นที่ศรัทธาสำคัญ พระพุทธบาทจำลองสัมพันธ์กับคติการสักการะรอยพระพุทธบาทซึ่งหมายถึงการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและเส้นทางแห่งธรรม ส่วนพระพุทธฉายเป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ศรัทธากับภาพแทนพระพุทธองค์ หอพระไตรปิฎกมีความหมายในฐานะพื้นที่รักษาพระธรรมคำสอน การมีองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดสุวรรณคีรีมีมิติครบทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ในพื้นที่เดียวกัน
วัดสุวรรณคีรีมีงานนมัสการประจำปีทุกกลางเดือน 3 งานนมัสการเช่นนี้เป็นประเพณีสำคัญของวัดชุมชน เพราะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านและผู้ศรัทธาได้มาร่วมทำบุญ ไหว้พระ ถวายสังฆทาน และพบปะกันในพื้นที่ศาสนา งานประจำปีไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นกลไกที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนยังดำเนินต่อเนื่อง การระบุช่วงกลางเดือน 3 จึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาในช่วงที่วัดมีบรรยากาศคึกคักกว่าวันปกติ
ภายในวัดมีเสนาสนะหลายส่วน ได้แก่ พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์จำนวน 5 หลัง ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ วิหาร และศาลาท่าน้ำ กุฏิสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นอาคารครึ่งไม้ทรงไทย ขนาดประมาณกว้าง 9 เมตร ยาว 10 เมตร สะท้อนลักษณะเสนาสนะของวัดชุมชนที่ต้องรองรับการจำพรรษา การศึกษา การปฏิบัติศาสนกิจ และการดูแลญาติโยม ศาลาท่าน้ำเป็นองค์ประกอบที่มีความหมายมากสำหรับวัดริมคลอง เพราะในอดีตเส้นทางน้ำเป็นเส้นทางหลักของชุมชน และศาลาท่าน้ำทำหน้าที่เชื่อมวัดกับคลองบางกอกน้อยโดยตรง
ลักษณะภูมิทัศน์ของวัดสุวรรณคีรีน่าสนใจเพราะวัดตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มริมคลอง มีคูน้ำล้อมรอบและอยู่ใกล้บริเวณทางน้ำสามแพร่งระหว่างคลองบางกอกน้อยกับคลองชักพระ ในมุมหน้าวัดมีการกล่าวถึงพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรที่ประดิษฐานไว้ในซุ้มหน้าวัด ซึ่งสัมพันธ์กับคติความเชื่อเรื่องการคุ้มครองพื้นที่ใกล้น้ำและทางน้ำสำคัญของชุมชน รายละเอียดเช่นนี้ทำให้วัดสุวรรณคีรีไม่ใช่เพียงวัดเก่าที่มีประวัติยาวนาน แต่ยังเป็นวัดที่อ่านได้ผ่านภูมิศาสตร์ ความเชื่อ และความสัมพันธ์กับสายน้ำ
พื้นที่วัดสุวรรณคีรีมีอาณาเขตที่สะท้อนลักษณะวัดริมคลองอย่างชัดเจน ทิศเหนือจดคูน้ำ ทิศใต้จดคูน้ำและโรงเรียนเสริมศรัทธา ทิศตะวันออกจดคูน้ำกั้นเขต และทิศตะวันตกจดคลองบางกอกน้อย การมีน้ำเป็นแนวเขตหลายด้านทำให้วัดมีบรรยากาศต่างจากวัดที่ตั้งติดถนนใหญ่เพียงอย่างเดียว แม้การเดินทางในปัจจุบันจะใช้รถและถนนเป็นหลัก แต่ตำแหน่งของวัดยังคงบอกเล่าบางกอกน้อยในยุคที่คลองเป็นเส้นเลือดหลักของชุมชน
ปัจจุบันวัดสุวรรณคีรีเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อยู่ในระบบรายชื่อวัดของคณะสงฆ์ในแขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และยังมีบทบาทเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดตามมติมหาเถรสมาคม วัดมีพระจำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง เจ้าอาวาสคือพระราชสุวรรณเวที ซึ่งมีบทบาททั้งในวัดสุวรรณคีรีและกิจการคณะสงฆ์ในพื้นที่อรุณอมรินทร์ ข้อมูลกิจกรรมของกรุงเทพมหานครในปี 2568 ยังสะท้อนว่าวัดเป็นพื้นที่ร่วมของชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
วัดสุวรรณคีรีจึงทำหน้าที่มากกว่าสถานที่ให้ประชาชนเข้ามาไหว้พระ เพราะเป็นทั้งพื้นที่ศาสนา พื้นที่ชุมชน พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่กิจกรรมของคนในย่านคลองบางกอกน้อย ความสัมพันธ์กับโรงเรียน เส้นทางคลอง และชุมชนรอบวัดทำให้วัดมีชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้คนเข้ามาทำบุญ ร่วมกิจกรรม ฟังธรรม ใช้พื้นที่ในการประกอบพิธี และใช้วัดเป็นจุดอ้างอิงของย่าน วัดลักษณะนี้เป็นภาพแทนสำคัญของวัดเมืองฝั่งธนบุรีที่ยังดำรงบทบาทจริง ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
บรรยากาศของวัดมีทั้งความสงบและความเป็นชุมชน วัดตั้งอยู่ลึกจากถนนสายหลักในบางช่วง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความเป็นวัดในชุมชนเก่ามากกว่าวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ รอบวัดมีคลองและแนวน้ำช่วยสร้างบรรยากาศร่มเย็น ขณะเดียวกันก็มีบ้านเรือน โรงเรียน และพื้นที่ใช้งานของคนในชุมชนอยู่ใกล้กัน ผู้ที่มาในวันปกติจะเหมาะกับการเดินชมแบบเงียบ ๆ ไหว้พระในพระอุโบสถ สักการะปูชนียวัตถุ และดูองค์ประกอบของวัดริมคลองอย่างช้า ๆ
ความสำคัญของวัดสุวรรณคีรีในเชิงประวัติศาสตร์บางกอกน้อยอยู่ที่การเป็นวัดซึ่งช่วยเชื่อมหลายยุคเข้าด้วยกัน จากปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สู่การบูรณะในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เหตุการณ์กฐินต้นในรัชกาลที่ 7 และบทบาทชุมชนร่วมสมัย วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจฝั่งธนบุรีในมุมลึก เพราะบางกอกน้อยไม่ได้มีเพียงวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังมีวัดริมคลองในชุมชนที่เก็บเรื่องราวของพื้นที่ไว้อย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง ไปวัดสุวรรณคีรีสามารถใช้ถนนรุ่งประชาเป็นเส้นทางหลัก โดยเข้าจากฝั่งถนนบรมราชชนนีหรือเส้นทางเชื่อมจากย่านบางขุนนนท์และคลองชักพระ จากนั้นปักหมุดไปยังพิกัด 13.78020, 100.46800 ผู้ใช้รถยนต์ควรเผื่อเวลาเรื่องถนนซอยและพื้นที่จอดรถ เนื่องจากวัดอยู่ในชุมชนริมคลองและบริเวณรอบวัดมีโรงเรียนกับชุมชนอยู่ใกล้กัน หากใช้ขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงินลงสถานีบางยี่ขันหรือบางขุนนนท์ แล้วต่อแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถโดยสารท้องถิ่นเข้าสู่ถนนรุ่งประชา
อีกทางเลือกที่เหมาะกับการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคือจัดเส้นทางร่วมกับวัดน้อยใน วัดบางบำหรุ วัดนายโรง ช่างชุ่ย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เพราะสถานที่เหล่านี้ช่วยเติมภาพของบางกอกน้อยให้ครบทั้งวัดโบราณ วัดชุมชน เส้นทางคลอง พื้นที่สร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำ หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ตลาดวังหลัง และวัดระฆังโฆสิตารามได้ การวางเส้นทางเช่นนี้ทำให้การเที่ยววัดสุวรรณคีรีไม่ใช่เพียงการแวะวัดเดียว แต่เป็นการอ่านบางกอกน้อยผ่านวัดและคลองอย่างเป็นระบบ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยง หรือช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด เพราะสามารถเดินชมพระอุโบสถ ศาลาท่าน้ำ วิหาร และพื้นที่ริมคลองได้สะดวก ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เสื้อควรคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงควรมีความยาวเหมาะสม และควรสำรวมกิริยาเมื่อเข้าใกล้พระอุโบสถหรือพื้นที่ที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ หากต้องการร่วมกิจกรรม ทำบุญเป็นหมู่คณะ หรือติดต่อเรื่องสำนักปฏิบัติธรรม ควรโทรสอบถามวัดล่วงหน้าเพื่อความเรียบร้อย
วัดสุวรรณคีรีเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดโบราณฝั่งธนบุรี วัดริมคลองบางกอกน้อย ศิลปกรรมพระอุโบสถไทย ประวัติการบูรณะวัดในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชุมชน จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่คือการรวมเรื่องราวสำคัญไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งดงต้นขี้เหล็กเดิม การปฏิสังขรณ์โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระประธานศิลาแลง พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย หอพระไตรปิฎก งานนมัสการกลางเดือน 3 และความเป็นวัดที่อยู่ร่วมกับคลองบางกอกน้อยอย่างแนบแน่น
หากมองในมุมการท่องเที่ยวเชิงลึก วัดสุวรรณคีรีเป็นวัดที่ช่วยเปิดภาพบางกอกน้อยในมิติที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังมองไม่เห็น เพราะผู้คนมักรู้จักบางกอกน้อยผ่านวังหลัง ศิริราช วัดระฆัง หรือพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี แต่ย่านนี้ยังมีวัดริมคลองที่เก็บร่องรอยเก่ากว่า 300 ปีไว้ในชุมชนจริง วัดสุวรรณคีรีจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการเดินทางแบบใช้เวลา อ่านสถานที่ผ่านประวัติ ชื่อวัด ปูชนียวัตถุ เส้นทางน้ำ และชีวิตของชุมชนรอบวัด ผู้ที่ต้องการรู้จักฝั่งธนบุรีให้ลึกขึ้นควรให้วัดนี้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเส้นทางบางกอกน้อย
| ชื่อสถานที่ | วัดสุวรรณคีรี |
| ชื่อเดิม / ชื่อเรียกอื่น | วัดขี้เหล็ก, วัดดงเหล็ก |
| ที่ตั้ง | ถนนรุ่งประชา แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร บริเวณสามแยกคลองชักพระ ใกล้คลองบางกอกน้อย |
| ที่อยู่ | 796 ถนนรุ่งประชา แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 |
| พิกัด | 13.78020, 100.46800 |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เนื้อที่ | 13 ไร่ 1 งาน 12 ตารางวา |
| อาณาเขต | ทิศเหนือจดคูน้ำ ทิศใต้จดคูน้ำและโรงเรียนเสริมศรัทธา ทิศตะวันออกจดคูน้ำกั้นเขต ทิศตะวันตกจดคลองบางกอกน้อย |
| ไฮไลต์ | วัดโบราณริมคลองบางกอกน้อย สร้างราว พ.ศ. 2228 เดิมชื่อวัดขี้เหล็ก บูรณะครั้งสำคัญราว พ.ศ. 2338 มีพระประธานศิลาแลงขนาดใหญ่ พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย หอพระไตรปิฎก และงานนมัสการกลางเดือน 3 |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างในปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ. 2228 ต่อมาสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั้งวัดราว พ.ศ. 2338 และเปลี่ยนนามเป็นวัดสุวรรณคีรี |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อเดิมวัดขี้เหล็กมาจากพื้นที่เดิมที่มีต้นขี้เหล็กขึ้นอยู่มาก ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดสุวรรณคีรีหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ |
| พระอุโบสถ | กว้าง 9 เมตร ยาว 29 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2464 ลักษณะทรงไทย ก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันไม้สักแกะสลักลวดลาย และหลังคาลด 3 ชั้น |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ วิหาร ศาลาท่าน้ำ หอพระไตรปิฎก เขตพุทธาวาส และพื้นที่ริมคลองบางกอกน้อย |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / ปูชนียวัตถุ | พระประธานศิลาแลง หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูง 3 เมตร ปางสะดุ้งมาร พระหัตถ์ซ้ายมี 6 นิ้ว พร้อมพระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย และพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรบริเวณหน้าวัด |
| ประเพณี / กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง | งานนมัสการประจำปีช่วงกลางเดือน 3 การทำบุญวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีทอดกฐิน และกิจกรรมปฏิบัติธรรมของวัด |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระราชสุวรรณเวที |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวเข้าทางถนนรุ่งประชา เชื่อมจากถนนบรมราชชนนี ย่านบางขุนนนท์ หรือคลองชักพระ ขนส่งสาธารณะต่อรถจากสถานีบางยี่ขันหรือสถานีบางขุนนนท์ของรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ สำนักปฏิบัติธรรม และศาสนสถานของชุมชนริมคลองบางกอกน้อย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-884-5475, 02-884-8608 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดน้อยใน 1.1 กม. 2. วัดบางบำหรุ 1.3 กม. 3. วัดนายโรง 1.5 กม. 4. ช่างชุ่ย 2.1 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี 3.6 กม. โทร. 02-424-0004 6. พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน 4.0 กม. 7. ตลาดวังหลัง 4.2 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวพฤกษา 1.4 กม. โทร. 095-812-5495 2. อาร์ตก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา-ลูกชิ้นแคระ 1.4 กม. โทร. 083-678-9121 3. โกปี๊ สยาม ปิ่นเกล้า 1.6 กม. โทร. 093-478-1634, 097-252-5126 4. Eat with me ปิ่นเกล้า 1.7 กม. โทร. 095-471-1864, 089-895-1961 5. Hom La Moon 1.7 กม. โทร. 092-269-1255 6. Ono Sushi The Sense ปิ่นเกล้า 1.8 กม. โทร. 081-631-1429 7. Purr-ri Matcha Pinklao 1.8 กม. โทร. 089-895-1961, 092-519-8229 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Bangkok Noi Residence 1.8 กม. โทร. 099-350-8886 2. Riski Residence Bangkok-Noi 2.6 กม. โทร. 090-985-2425 3. CHANN Bangkok-Noi 4.2 กม. โทร. 082-632-3994 4. Kaya Heritage Hotel 4.8 กม. โทร. 02-412-4414 5. Baankorrakang 4.8 กม. โทร. 081-689-4646 6. MOWA Bangkok 4.9 กม. โทร. 02-412-9318 7. Baan Wanglang Riverside 5.0 กม. โทร. 02-412-7234 8. Theatre Residence 5.1 กม. โทร. 02-866-2066 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสุวรรณคีรีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสุวรรณคีรีตั้งอยู่เลขที่ 796 ถนนรุ่งประชา แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 อยู่ใกล้สามแยกคลองชักพระและคลองบางกอกน้อย
ถาม: วัดสุวรรณคีรีมีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดสุวรรณคีรีมีชื่อเดิมว่า วัดขี้เหล็ก เพราะพื้นที่เดิมมีต้นขี้เหล็กขึ้นอยู่มาก และมีเรื่องเล่าว่าพระธุดงค์มาปักกลดในบริเวณดงต้นขี้เหล็กก่อนที่ชาวบ้านจะช่วยกันสร้างวัด
ถาม: วัดสุวรรณคีรีสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: วัดสุวรรณคีรีสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2228 ในปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ราว พ.ศ. 2338 โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
ถาม: สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของวัดสุวรรณคีรีคืออะไร?
ตอบ: สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคือพระประธานศิลาแลงในพระอุโบสถ หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูง 3 เมตร ปางสะดุ้งมาร พระหัตถ์ซ้ายมี 6 นิ้ว พร้อมพระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร นอกจากนี้ยังมีพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธฉาย และหอพระไตรปิฎก
ถาม: วัดสุวรรณคีรีมีงานประจำปีเมื่อใด?
ตอบ: วัดสุวรรณคีรีมีงานนมัสการประจำปีทุกกลางเดือน 3 เป็นช่วงที่ชาวบ้านและผู้ศรัทธามาร่วมทำบุญ ไหว้พระ และร่วมกิจกรรมทางศาสนาของวัด
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีคือพระราชสุวรรณเวที
ถาม: เดินทางไปวัดสุวรรณคีรีอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางโดยรถยนต์เข้าทางถนนรุ่งประชา เชื่อมจากถนนบรมราชชนนี ย่านบางขุนนนท์ หรือคลองชักพระ หากใช้ขนส่งสาธารณะสามารถลงสถานีบางยี่ขันหรือสถานีบางขุนนนท์ของรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน แล้วต่อรถเข้าวัด
ถาม: เที่ยววัดสุวรรณคีรีควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดน้อยใน วัดบางบำหรุ วัดนายโรง ช่างชุ่ย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และตลาดวังหลังได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




