หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.จอมทอง >ต.บางขุนเทียน > วัดแก้วไพฑูรย์
TL;DR: วัดแก้วไพฑูรย์ อยู่ที่แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เข้าทางถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 14 ใช้รถโดยสารที่ผ่านถนนเอกชัย / ถนนจอมทอง หรือใช้ BTS วุฒากาศ / BTS ตลาดพลู.
วัดแก้วไพฑูรย์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดแก้วไพฑูรย์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 104 ซอยเอกชัย 14 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 ริมคลองบางประทุน ในพื้นที่ชุมชนเก่าของฝั่งธนบุรีที่เดิมเรียกว่าบางประทุน วัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานสำคัญของย่านจอมทองเพราะมีทั้งประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บทบาทของคลองบางประทุนในฐานะเส้นทางชีวิตของชุมชน และศาลาการเปรียญไม้จำหลักที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือนไม้ทรงคุณค่าของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
วัดแก้วไพฑูรย์มีชื่อเดิมว่า “วัดบางประทุนใน” เพราะตั้งอยู่ลึกเข้าไปตามแนวคลองบางประทุน ส่วนวัดที่ตั้งอยู่ทางปากคลองด้านที่ใกล้คลองสนามชัยหรือคลองด่านเรียกกันว่า “วัดบางประทุนนอก” การเรียกชื่อเช่นนี้สะท้อนภูมิศาสตร์ชุมชนริมคลองในอดีตอย่างชัดเจน ชาวบ้านไม่ได้แบ่งพื้นที่ด้วยถนนหรือเขตการปกครองแบบปัจจุบันเป็นหลัก แต่ใช้คลอง ปากคลอง ตอนในคลอง และเส้นทางน้ำเป็นตัวกำหนดตำแหน่งของวัด บ้าน สวน และชุมชน
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2390 ท่ามกลางพื้นที่สวนและชุมชนริมคลองบางประทุน ในอดีตบริเวณนี้เป็นพื้นที่ราบลุ่มติดน้ำ ฤดูน้ำหลากสามารถท่วมบริเวณวัดได้ วัดจึงมีความสัมพันธ์กับน้ำโดยตรง ทั้งในฐานะเส้นทางเดินทางของชาวบ้าน พื้นที่ทำบุญริมคลอง และศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลองบางประทุน การมาเยือนวัดแก้วไพฑูรย์จึงไม่ใช่เพียงการชมวัดเก่า แต่เป็นการเข้าใจประวัติชีวิตริมคลองของย่านจอมทองไปพร้อมกัน
จุดเด่นที่สุดของวัดแก้วไพฑูรย์คือศาลาการเปรียญไม้จำหลัก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยหลวงปู่บุญ หรือพระอธิการบุญ อดีตเจ้าอาวาสสำคัญของวัด ศาลาหลังนี้เป็นเรือนไทยใต้ถุนสูงขนาด 7 ห้อง ใช้วิธีเข้าไม้แบบโบราณ หลังคาทรงจั่วลดชั้น 2 ชั้น มุงกระเบื้องหางมน และมีเครื่องลำยองตามอย่างศิลปะไทยประเพณี เช่น ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ ผนังโดยรอบเป็นฝาไม้ปะกนจำหลักลวดลายอย่างประณีต ทำให้ศาลาการเปรียญไม่ได้เป็นเพียงอาคารประกอบพิธีกรรม แต่เป็นงานช่างไม้ไทยระดับสูงที่ควรค่าแก่การศึกษาและอนุรักษ์
ความงดงามของศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์อยู่ที่งานจำหลักไม้ทั้งหลัง ลวดลายบนฝาปะกนประกอบด้วยลายพันธุ์พฤกษา สัตว์วิเศษ สัตว์หิมพานต์ และสัญลักษณ์มงคลที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนผสมกับคติความเชื่อแบบไทย รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนรสนิยมของงานช่างในช่วงรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นยุคที่ศิลปกรรมไทยรับอิทธิพลจีนอย่างเข้มข้น ทั้งในงานสถาปัตยกรรม เครื่องถ้วย ลวดลายมงคล และการใช้สัญลักษณ์เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ศาสนสถาน
ภาพจำหลักไม้ที่สำคัญที่สุดของศาลาการเปรียญคือเรื่องสุธนุชาดกจากปัญญาสชาดก สลักอยู่บริเวณส่วนล่างของกรอบหน้าต่างที่เรียกว่า “สองตีนช้าง” โดยเริ่มลำดับเรื่องจากมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้ววนไปทางขวาแบบทวนเข็มนาฬิการอบศาลา รวม 44 ช่อง เรื่องสุธนุชาดกกล่าวถึงพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระสุธนุ ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การยิงธนู ต้องเผชิญผลกรรมจากอดีตชาติที่เคยหยอกเย้าสามเณรจนเกิดเหตุเรือล่ม ทำให้ในชาติต่อมาต้องพลัดพรากจากพระนางจิรัปภากลางมหาสมุทร ก่อนกลับมาพบกันที่ศาลาโรงธรรมและครองเมืองด้วยทศพิธราชธรรม
การเลือกสุธนุชาดกมาสลักไว้รอบศาลาการเปรียญมีความหมายลึกกว่างานประดับ เพราะเนื้อเรื่องมีส่วนเกี่ยวข้องกับศาลาโรงธรรม โรงทาน และการสร้างกุศลผ่านพื้นที่สาธารณะทางศาสนา เรื่องนี้เหมาะกับบทบาทของศาลาการเปรียญซึ่งเป็นสถานที่ฟังธรรม ประชุมสงฆ์ ทำบุญ และรองรับกิจกรรมของชุมชน ภาพจำหลักจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศิลปะและสื่อการสอนธรรมะ ช่วยให้คนที่เข้ามาใช้ศาลาได้เห็นเรื่องราวที่สนุก เข้าใจง่าย และแฝงคติเรื่องกรรม ความพลัดพราก ความอดทน และคุณธรรมของผู้ปกครอง
ศาลาการเปรียญหลังนี้เคยอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างมาก ลวดลายรดน้ำลบเลือน ภาพจำหลักไม้บางส่วนสูญหาย เสาหลายต้นผุพัง และโครงสร้างอาคารผิดไปจากรูปแบบเดิมเพราะมีการเทปูนรอบฐาน ทำให้เรือนไทยใต้ถุนสูงกลายสภาพเป็นอาคารชั้นเดียว ต่อมามีการสำรวจและบูรณะครั้งใหญ่ร่วมกับกรมศิลปากร นักวิชาการ ช่างอนุรักษ์ มติชน และชุมชนท้องถิ่น เริ่มสำรวจสภาพใน พ.ศ. 2554 เริ่มบูรณะใน พ.ศ. 2555 และคืนชีวิตให้อาคารกลับมางดงามสมบูรณ์จนเปิดใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
การบูรณะศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์มีคุณค่ามากเพราะไม่ใช่เพียงการซ่อมอาคารให้ดูใหม่ แต่เป็นการรักษางานช่างเก่าด้วยหลักอนุรักษ์ ใช้ไม้เดิมเท่าที่รักษาได้ ซ่อมส่วนที่ผุพัง เสริมความมั่นคง ยกพื้นอาคารให้กลับใกล้เคียงรูปแบบเรือนไทยใต้ถุนสูง แก้ปัญหาความชื้นและน้ำท่วม และจัดพื้นที่ให้สามารถเดินชมภาพจำหลักรอบศาลาได้อย่างเหมาะสม การบูรณะเช่นนี้ทำให้ศาลากลับมาเป็นพื้นที่เรียนรู้ศิลปกรรมและพื้นที่ศาสนกิจของวัดไปพร้อมกัน
ภายในวัดยังมีอุโบสถซึ่งเป็นอาคารสำคัญของเขตพุทธาวาส ข้อมูลประวัติวัดระบุว่าอุโบสถมีขนาดกว้างประมาณ 13 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 ใช้เป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมสำคัญของวัด พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านให้ความเคารพ และวัดยังมีพื้นที่สักการะหลวงปู่บุญซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างศาลาการเปรียญไม้จำหลัก
หลวงปู่บุญเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติวัดแก้วไพฑูรย์ช่วงต้น เพราะเป็นผู้ปกครองวัดในยุคที่วัดยังเป็นที่รู้จักในชื่อวัดบางประทุนใน และเป็นผู้สร้างศาลาการเปรียญไม้จำหลักอันเป็นหัวใจทางศิลปกรรมของวัด ชาวบ้านให้ความเคารพหลวงปู่บุญอย่างสูงและยังมีรูปหล่อให้สักการะภายในวัด เรื่องราวของหลวงปู่บุญช่วยอธิบายว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้เติบโตจากอาคารเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากบุคคล ศรัทธา ช่างฝีมือ และแรงร่วมใจของชุมชนริมคลองบางประทุน
หลังจากหลวงปู่บุญย้ายไปอยู่เมืองสงขลาในสมัยรัชกาลที่ 4 วัดบางประทุนในจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแก้วไพฑูรย์และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน ชื่อใหม่ทำให้วัดมีเอกลักษณ์ทางนามมากขึ้น ขณะที่ชื่อเดิมยังคงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะบอกตำแหน่งของวัดในภูมิทัศน์คลองบางประทุนอย่างแม่นยำ เมื่ออ่านชื่อวัดทั้งสองชื่อร่วมกัน จะเห็นทั้งชั้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการเปลี่ยนผ่านของชื่อสถานที่ในระบบสังคมสมัยใหม่
วัดแก้วไพฑูรย์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร วิสุงคามสีมาเป็นเขตสำคัญสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบท การมีอุโบสถและเขตวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระวินัย และเป็นศูนย์กลางศาสนกิจของชุมชนบางขุนเทียนและจอมทองมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่วัดตามประวัติวัดมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 17 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 3 แปลง วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มติดคลอง ด้านหนึ่งสัมพันธ์กับคลองบางประทุน อีกด้านหนึ่งสัมพันธ์กับถนนเอกชัยและชุมชนเมืองปัจจุบัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดแก้วไพฑูรย์เป็นตัวอย่างของวัดที่อยู่ระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ โลกเก่าคือคลอง สวน บ้านไม้ และเรือ ส่วนโลกใหม่คือถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 14 โรงเรียน บ้านจัดสรร ร้านค้า และการเดินทางด้วยรถยนต์หรือขนส่งสาธารณะ
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ วิหารหลวงปู่บุญ พื้นที่สักการะพระพุทธรูปสำคัญ พื้นที่ริมคลอง ลานวัด และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน วัดยังมีฌาปนสถานและพื้นที่กิจกรรมที่สำนักงานเขตจอมทองเข้ามาร่วมดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษจากเมรุในโครงการวัดคู่เมือง แสดงให้เห็นว่าวัดยังเปิดใช้งานจริงและมีบทบาทต่อชุมชนร่วมสมัย
ในปัจจุบัน วัดแก้วไพฑูรย์ยังมีพระสงฆ์จำพรรษา มีการประกอบศาสนกิจ มีการทำบุญประจำวันพระ มีกิจกรรมกฐิน และมีพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะกิจกรรมของกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้พื้นที่วัดในวันเสาร์และวันอาทิตย์สำหรับการนั่งสมาธิและเดินจงกรม วัดจึงไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะฐานะโบราณสถาน แต่เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมและพื้นที่ชุมชนที่ยังมีชีวิต
เจ้าอาวาสที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลร่วมสมัยคือพระครูวิมลรัตนาธาร หรือหลวงพ่อจรินทร์ กระต่ายแก้ว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการบูรณะศาลาการเปรียญให้กลับมางดงามและใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง การฟื้นฟูศาลาไม้จำหลักนี้ทำให้วัดแก้วไพฑูรย์กลับมาเป็นที่รู้จักของผู้สนใจศิลปกรรม วัดเก่า และประวัติศาสตร์ชุมชนฝั่งธนบุรีมากขึ้น
ผู้มาเยือนวัดแก้วไพฑูรย์ควรเริ่มจากการไหว้พระในเขตอุโบสถ จากนั้นไปสักการะหลวงปู่บุญและชมศาลาการเปรียญไม้จำหลัก หากศาลาเปิดให้เข้าชม ควรเดินชมอย่างช้า ๆ รอบอาคาร สังเกตฝาไม้ปะกน ลายจำหลัก เรื่องสุธนุชาดก ลายมงคลจีน ลายพันธุ์พฤกษา และวิธีเข้าไม้แบบโบราณ รายละเอียดเหล่านี้เป็นหัวใจของวัดและเป็นสิ่งที่ทำให้วัดแก้วไพฑูรย์แตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไปในกรุงเทพฯ
บริเวณหลังวัดติดคลองบางประทุน มีบรรยากาศสงบและช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของวัดกับน้ำได้ชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถชมพื้นที่ริมคลองด้วยความสำรวมและรักษาความสะอาด เพราะคลองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติวัดและชุมชน วัดแห่งนี้ยังเหมาะกับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมคลอง เพราะคลองบางประทุนเชื่อมโยงกับคลองสนามชัย คลองด่าน และชุมชนเก่าของจอมทองซึ่งมีวัดสำคัญหลายแห่งเรียงตัวอยู่ไม่ไกลกัน
การเดินทาง ไปวัดแก้วไพฑูรย์สามารถเข้าทางถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 14 หรือใช้เส้นทางจากถนนจอมทองและถนนพระราม 2 ตามสภาพการจราจร หากใช้ขนส่งสาธารณะสามารถใช้รถโดยสารที่ผ่านถนนเอกชัยหรือถนนจอมทอง แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถแท็กซี่เข้าซอยวัดได้ ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสามารถลงสถานีวุฒากาศหรือสถานีตลาดพลู แล้วต่อรถเข้าสู่ถนนเอกชัยและซอยเอกชัย 14
ผู้ที่ขับรถควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและที่จอดรถ เพราะพื้นที่รอบวัดมีชุมชน บ้านเรือน โรงเรียน ร้านค้า ถนนซอย และเส้นทางเลียบคลอง ช่วงเช้าและเย็นอาจมีรถหนาแน่นจากการเดินทางของคนในพื้นที่ หากต้องการชมศาลาการเปรียญและถ่ายภาพอาคารอย่างสงบ ควรเลือกช่วงสายหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น และควรหลีกเลี่ยงการรบกวนพิธีกรรมหรืองานชุมชนที่จัดในวัด
มารยาทในการเข้าชมวัดแก้วไพฑูรย์ควรยึดหลักความสุภาพและความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากวัดมีงานไม้จำหลักเก่าและอาคารอนุรักษ์ที่เปราะบาง ผู้มาเยือนควรแต่งกายเรียบร้อย ใช้เสียงเบา ไม่สัมผัสลายจำหลักไม้ ฝาไม้ปะกน เสา งานรดน้ำ หรือองค์ประกอบเก่าแก่ของศาลาการเปรียญ ไม่เข้าเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และถ่ายภาพอย่างสำรวม โดยเฉพาะในพื้นที่อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และบริเวณที่มีพระสงฆ์หรือชาวบ้านประกอบศาสนกิจ
เส้นทางเที่ยวครึ่งวันที่เหมาะกับวัดแก้วไพฑูรย์สามารถเริ่มจากวัดแก้วไพฑูรย์เพื่อชมศาลาการเปรียญไม้จำหลักและกราบหลวงปู่บุญ จากนั้นเดินทางต่อไปวัดบางประทุนนอกซึ่งเป็นวัดคู่พื้นที่ริมคลองบางประทุน แล้วต่อไปวัดไทร วัดโพธิ์แก้ว วัดนาคนิมิตรราษฎร์บำรุง หรือกลุ่มวัดบางขุนเทียนนอก กลาง และใน เส้นทางนี้ช่วยให้เห็นภาพจอมทองในฐานะย่านวัดเก่า ริมคลองเก่า และชุมชนฝั่งธนบุรีที่ยังมีชีวิต
วัดแก้วไพฑูรย์จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้สนใจวัดเก่า ศิลปกรรมไม้ ชุมชนริมคลอง และประวัติศาสตร์จอมทอง วัดแห่งนี้มีประวัติเดิมในชื่อวัดบางประทุนใน มีศาลาการเปรียญไม้จำหลักเรื่องสุธนุชาดกที่หาได้ยาก มีหลวงปู่บุญเป็นบุคคลสำคัญในความทรงจำของชาวบ้าน มีคลองบางประทุนเป็นฉากหลังทางภูมิศาสตร์ และยังเป็นวัดที่ดำเนินศาสนกิจจริงในปัจจุบัน การมาเยือนวัดแก้วไพฑูรย์จึงเป็นทั้งการทำบุญ การชมศิลปะ และการอ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านเรือนไม้ ศรัทธา และลำคลองที่ยังคงอยู่
| ชื่อสถานที่ | วัดแก้วไพฑูรย์ |
| ชื่อเดิม | วัดบางประทุนใน |
| ที่ตั้ง | แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร |
| ที่อยู่สำหรับเดินทาง | 104 ซอยเอกชัย 14 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 |
| พิกัด | 13.696766, 100.456639 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | ศาลาการเปรียญไม้จำหลักเรื่องสุธนุชาดก เรือนไทยใต้ถุนสูงขนาด 7 ห้อง งานฝาไม้ปะกน ลายมงคลจีนผสมไทย หลวงปู่บุญ อุโบสถ และบรรยากาศริมคลองบางประทุน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2390 เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดบางประทุนใน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแก้วไพฑูรย์หลังสมัยหลวงปู่บุญ |
| วิสุงคามสีมา | ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร |
| พื้นที่วัด | ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 17 ตารางวา |
| ลักษณะพื้นที่ | พื้นที่ราบลุ่มริมคลองบางประทุน เชื่อมโยงกับชุมชนบางประทุนเดิม ถนนเอกชัย และเส้นทางคลองสนามชัย / คลองด่าน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ ศาลาการเปรียญไม้จำหลัก วิหารหลวงปู่บุญ กุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พื้นที่ริมคลองบางประทุน ลานวัด พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ |
| ปูชนียวัตถุ / จุดสักการะสำคัญ | พระประธานในอุโบสถ รูปหล่อหลวงปู่บุญ พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด |
| งานศิลปกรรมสำคัญ | ศาลาการเปรียญไม้จำหลักทั้งหลัง ภาพจำหลักสุธนุชาดก 44 ช่อง ฝาไม้ปะกน ลายพันธุ์พฤกษา สัตว์หิมพานต์ และสัญลักษณ์มงคลแบบจีนผสมไทย |
| สถานะมรดกทางศิลปกรรม | ศาลาการเปรียญและงานไม้จำหลักเป็นงานอนุรักษ์สำคัญที่ได้รับการดูแลร่วมกับกรมศิลปากร และปรากฏในฐานข้อมูลภาพโบราณสถานของไทย |
| กิจกรรมสำคัญ | การไหว้พระ ทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิและเดินจงกรมของกลุ่มผู้สูงอายุในวันเสาร์และวันอาทิตย์ กิจกรรมกฐิน และกิจกรรมชุมชน |
| การเดินทาง | เข้าทางถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 14 ใช้รถโดยสารที่ผ่านถนนเอกชัย / ถนนจอมทอง หรือใช้ BTS วุฒากาศ / BTS ตลาดพลู แล้วต่อรถรับจ้างเข้าซอยวัด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดสำหรับไหว้พระ ทำบุญ ปฏิบัติธรรม ประกอบศาสนกิจ กิจกรรมกฐิน และกิจกรรมชุมชนในเขตจอมทอง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ห้องน้ำ ลานวัด พื้นที่ริมคลอง พื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และที่จอดรถตามพื้นที่ที่วัดจัดไว้ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูวิมลรัตนาธาร หรือหลวงพ่อจรินทร์ กระต่ายแก้ว |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 02-416-4244 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดบางประทุนนอก ประมาณ 1 กม. 2. วัดไทร จอมทอง ประมาณ 2 กม. 3. วัดนาคนิมิตรราษฎร์บำรุง ประมาณ 3 กม. โทร. 02-476-3342, 02-468-5683 4. วัดโพธิ์แก้ว ประมาณ 3 กม. โทร. 081-923-0348 5. วัดบางขุนเทียนนอก ประมาณ 4 กม. โทร. 02-476-4109 6. วัดบางขุนเทียนกลาง ประมาณ 4 กม. โทร. 02-476-2244 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ยำมะม่วงแซ่บจี๊ด By PuiPui สาขาเอกชัย 14 วัดแก้วไพฑูรย์ ประมาณ 1 กม. 2. HanCha ฮันชา ถนนเอกชัย สาขาเอกชัย 7 ประมาณ 1 กม. โทร. 065-496-1652, 061-826-4564 3. โซ้ย ข้าวต้มกุ๊ย เอกชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 062-952-2012 4. อร่อย สเตชั่น เอกชัย 10/1 ประมาณ 1 กม. โทร. 082-730-1499 5. Five Star เซเว่นอีเลฟเว่น เอกชัยศาลธนบุรี ประมาณ 2 กม. โทร. 094-342-7433 6. ข้าวไก่ทอดบ้านเอกชัย ประมาณ 3 กม. โทร. 098-646-3641, 098-242-4491 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมมดอินน์ ประมาณ 2 กม. โทร. 02-870-0371 2. The Choice Hotel พระราม 2 ซอย 14 ประมาณ 3 กม. โทร. 081-655-7233 3. 14 Avenue ประมาณ 3 กม. โทร. 02-877-1188 4. 14 Place พระราม 2 ซอย 42 ประมาณ 4 กม. โทร. 02-416-3355 5. 45 รีสอร์ท สุขสวัสดิ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 086-061-1636 6. Aqua Residences BTS วุฒากาศ ประมาณ 5 กม. โทร. 096-891-9063 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดแก้วไพฑูรย์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดแก้วไพฑูรย์ตั้งอยู่เลขที่ 104 ซอยเอกชัย 14 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 ริมคลองบางประทุน
ถาม: วัดแก้วไพฑูรย์มีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: วัดแก้วไพฑูรย์มีชื่อเดิมว่าวัดบางประทุนใน เพราะตั้งอยู่ลึกเข้าไปตามแนวคลองบางประทุน คู่กับวัดบางประทุนนอกที่อยู่ทางปากคลองด้านใกล้คลองสนามชัย
ถาม: วัดแก้วไพฑูรย์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดแก้วไพฑูรย์สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2390 มีหลวงปู่บุญเป็นอดีตเจ้าอาวาสสำคัญ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472
ถาม: จุดเด่นของวัดแก้วไพฑูรย์คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือศาลาการเปรียญไม้จำหลักทั้งหลัง มีภาพสุธนุชาดก 44 ช่อง ลายพันธุ์พฤกษา สัตว์หิมพานต์ และสัญลักษณ์มงคลแบบจีนผสมไทย จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือนไม้ทรงคุณค่าของฝั่งธนบุรี
ถาม: ศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์สำคัญอย่างไร?
ตอบ: ศาลาการเปรียญเป็นเรือนไทยใต้ถุนสูงขนาด 7 ห้อง สร้างด้วยวิธีเข้าไม้แบบโบราณ ผนังเป็นฝาไม้ปะกนจำหลักลวดลายและภาพสุธนุชาดก เป็นงานศิลปกรรมไม้ที่หาชมได้ยากและได้รับการบูรณะอนุรักษ์อย่างจริงจัง
ถาม: วัดแก้วไพฑูรย์เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดแก้วไพฑูรย์เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: เจ้าอาวาสวัดแก้วไพฑูรย์คือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลร่วมสมัยคือพระครูวิมลรัตนาธาร หรือหลวงพ่อจรินทร์ กระต่ายแก้ว
ถาม: เดินทางไปวัดแก้วไพฑูรย์อย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางเข้าทางถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 14 ใช้รถโดยสารที่ผ่านถนนเอกชัยหรือถนนจอมทอง หรือใช้ BTS วุฒากาศ / BTS ตลาดพลู แล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่ซอยวัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




