หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.จอมทอง >ต.บางค้อ > วัดนางนองวรวิหาร
TL;DR: วัดนางนองวรวิหาร อยู่ที่แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ผสมผสานศิลปะไทยกับศิลปะจีน อาคารก่ออิฐถือปูนแบบเก๋งจีน หน้าบันและลวดลายมงคลจีน.

กรุงเทพมหานคร

วัดนางนองวรวิหาร

วัดนางนองวรวิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดนางนองวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 76 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่สำคัญของฝั่งธนบุรี มีรากประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในฐานะวัดที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีงานศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ที่ผสมผสานศิลปะไทยและศิลปะจีนอย่างประณีต โดยเฉพาะพระอุโบสถ พระวิหารคู่ พระเจดีย์ พระพุทธมหาจักรพรรดิ และจิตรกรรมฝาผนังเรื่องชมพูบดีสูตร
 
วัดนางนองวรวิหารเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ศึกษาศิลปกรรมไทยจีนสมัยรัชกาลที่ 3 ชมพระพุทธรูปทรงเครื่องที่มีความสำคัญสูงในประวัติศาสตร์ศิลปะไทย และเดินทางต่อไปยังวัดสำคัญในย่านจอมทอง บางค้อ ตลาดพลู และฝั่งธนบุรีได้ภายในวันเดียว จุดเด่นของวัดไม่ใช่เพียงความเก่าแก่ แต่คือความสมบูรณ์ขององค์ประกอบทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมที่ยังปรากฏให้เห็นในพื้นที่จริง วัดแห่งนี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับผู้สนใจกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก แม่น้ำ คลอง ชุมชนเก่า และพระราชนิยมด้านศิลปกรรมในรัชกาลที่ 3
 
ประวัติวัดนางนองวรวิหารไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับปีสร้างและผู้สร้างเดิม แต่สันนิษฐานว่าวัดมีมาแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ ในช่วง พ.ศ. 2245 – 2252 พื้นที่บริเวณนี้ในอดีตอยู่ในเขตชุมชนบางนางนองและใกล้คลองด่านหรือคลองสนามชัย ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญของฝั่งธนบุรี ก่อนที่ถนนและระบบคมนาคมสมัยใหม่จะเข้ามามีบทบาท วัดจึงมีความสัมพันธ์กับวิถีชุมชนริมน้ำดั้งเดิมอย่างชัดเจน
 
ที่ตั้งของวัดนางนองวรวิหารอธิบายรูปแบบเมืองเก่าฝั่งธนบุรีได้ดี เดิมวัดตั้งอยู่ริมคลองด่าน การเดินทางสัญจรของผู้คนจึงใช้คลองเป็นเส้นทางหลัก หน้าวัดจึงหันสู่คลองทางทิศตะวันตก ไม่ได้หันไปทางทิศตะวันออกตามแบบที่มักพบในวัดจำนวนมาก ต่อมาเมื่อมีการตัดถนน การเดินทางทางน้ำลดบทบาทลง และถนนวุฒากาศกลายเป็นเส้นทางเข้าถึงหลัก ทางเข้าวัดจึงปรับเปลี่ยนมาตามสภาพเมืองใหม่ ลักษณะนี้ทำให้วัดนางนองเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของวัดที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากเมืองคลองสู่เมืองถนน
 
ความสำคัญของวัดนางนองวรวิหารเพิ่มขึ้นอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2375 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รื้อของเก่าและปฏิสังขรณ์ใหม่ทั่วทั้งพระอาราม การบูรณะครั้งนี้ใช้เวลาหลายปีและทำให้วัดมีศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 อย่างเด่นชัด ทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ และศาลาหน้าวัด ซึ่งมีรูปแบบก่ออิฐถือปูนแบบเก๋งจีน ใช้วัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศมากกว่าเครื่องไม้เดิม แต่ยังรักษาลักษณะไทยไว้ด้วยหลังคาซ้อนชั้นและการมุงกระเบื้องแบบไทย
 
เหตุผลสำคัญที่รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณะวัดนางนองอย่างใหญ่โตสัมพันธ์กับพื้นที่บางนางนองซึ่งเป็นนิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระศรีสุลาลัย หรือเจ้าจอมมารดาเรียม พระราชชนนีของพระองค์ ต่อมาตระกูลของสมเด็จพระศรีสุลาลัยย้ายข้ามคลองไปตั้งถิ่นฐานบริเวณวัดหนัง การบูรณะวัดนางนองจึงเกี่ยวข้องทั้งความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความผูกพันต่อพระราชมารดา และการพัฒนาพระอารามในพื้นที่ที่มีความหมายทางราชสกุลและชุมชนเดิมของฝั่งธนบุรี
 
หลังการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดนางนองวรวิหารได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมาประกอบพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2385 ความเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ทำให้วัดมีสถานะสำคัญในระบบวัดของไทย และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของพื้นที่บางค้อ จอมทอง และชุมชนรอบคลองด่านมาอย่างต่อเนื่อง
 
ศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 เป็นหัวใจสำคัญของวัดนางนองวรวิหาร รูปแบบนี้นิยมผสมผสานศิลปะจีนเข้ากับสถาปัตยกรรมไทย โดยลดการใช้เครื่องยอดแบบไทยบางส่วน เช่น ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ แล้วใช้หน้าบันก่ออิฐถือปูน กระเบื้องเคลือบ ลวดลายมงคลจีน ลายพันธุ์พฤกษา และการประดับแบบจีนเข้ามาแทน อาคารจึงดูแข็งแรง เรียบ คม และมีความงดงามต่างจากวัดไทยแบบประเพณี แต่ยังคงฐานความเป็นพุทธศาสนสถานไทยไว้อย่างชัดเจน
 
พื้นที่ภายในวัดแบ่งได้เป็นเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาส เขตพุทธาวาสเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสักการะและชมศิลปกรรม ประกอบด้วยพระอุโบสถ พระวิหารคู่ พระเจดีย์ และองค์ประกอบทางศาสนาที่เกี่ยวข้อง ส่วนเขตสังฆาวาสเป็นพื้นที่พำนักและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนควรเดินชมเฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม และเคารพพื้นที่ที่เป็นเขตพักสงฆ์หรือพื้นที่ประกอบศาสนกิจของวัด
 
พระอุโบสถของวัดนางนองวรวิหารเป็นอาคารสำคัญที่สุดของวัด ตั้งอยู่ในแนวที่สัมพันธ์กับคลองด่านซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรเดิมของชุมชน ตัวอาคารมีลักษณะศิลปะไทยจีนประยุกต์ตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 หน้าบันและองค์ประกอบภายนอกเน้นงานปูนปั้นและลวดลายแบบจีน บานประตูหน้าต่างมีรายละเอียดงานประดับที่สะท้อนฝีมือช่างชั้นสูง เมื่อเดินชมพระอุโบสถจึงควรสังเกตทั้งรูปทรงอาคาร ผังทางเข้า หน้าบัน ประตู หน้าต่าง และลวดลายรอบอาคาร เพราะทุกส่วนช่วยอธิบายรสนิยมทางศิลปกรรมของยุคสมัยนี้
 
พระประธานในพระอุโบสถคือพระพุทธมหาจักรพรรดิ พระพุทธรูปสำริดปิดทองทรงเครื่องปางมารวิชัย หน้าตักประมาณ 2.25 เมตร เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปทรงเครื่องที่สำคัญมากในศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 ลักษณะเด่นคือเครื่องทรงที่สามารถถอดออกได้ พระพักตร์มีความละมุนแบบศิลปะไทย และเครื่องทรงสะท้อนคติพระพุทธเจ้าในฐานะพระมหาจักรพรรดิ พระพุทธมหาจักรพรรดิไม่ได้เป็นเพียงพระประธานสำหรับกราบไหว้ แต่เป็นแกนความหมายของพระอุโบสถทั้งหลัง เพราะเชื่อมโยงกับจิตรกรรมฝาผนังเรื่องชมพูบดีสูตรที่อยู่ภายใน
 
ชมพูบดีสูตรเป็นเรื่องราวที่อธิบายการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระองค์ในรูปพระมหาจักรพรรดิ เพื่อทรงปราบทิฐิพระเจ้าชมพูบดีหรือพระเจ้าชมพูบดีราช เรื่องนี้สัมพันธ์โดยตรงกับพระพุทธรูปทรงเครื่อง เพราะพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระบารมีเหนือพระมหากษัตริย์ผู้มีอำนาจทางโลก จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดนางนองจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพประดับ แต่เป็นระบบความหมายที่ทำงานร่วมกับพระประธาน ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจคติธรรมเรื่องอำนาจ ความหลงตน และพระปัญญาบารมีของพระพุทธเจ้า
 
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดนางนองวรวิหารมีเอกลักษณ์สูง ผนังเหนือช่องหน้าต่างเล่าเรื่องชมพูบดีสูตร ขณะที่ส่วนอื่น ๆ มีงานเขียนแบบจีน งานลายรดน้ำ และลายมงคล เช่น เรื่องสามก๊ก ฮกลกซิ่ว ลวดลายมงคลจีน รวมถึงภาพรามเกียรติ์ที่บานประตูและภาพเทพในคติพราหมณ์-ฮินดูที่บานหน้าต่าง การรวมเรื่องราวหลายชุดไว้ในพื้นที่เดียวกันทำให้พระอุโบสถมีความหมายเชิงศิลปวัฒนธรรมซับซ้อน สะท้อนโลกทัศน์ของสมัยรัชกาลที่ 3 ที่รับวัฒนธรรมจีนและคติความเชื่อหลากหลายเข้ามาจัดวางร่วมกับพุทธศาสนาไทย
 
พระเจดีย์ประธานของวัดตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ทรงย่อมุมไม้ยี่สิบ องค์เจดีย์ช่วยกำหนดแกนสายตาและความสง่างามของเขตพุทธาวาส เมื่อมองร่วมกับพระอุโบสถและพระวิหารคู่ จะเห็นการวางผังที่เป็นระบบและให้ความสำคัญกับสมดุลของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระเจดีย์จึงเป็นทั้งปูชนียสถานและองค์ประกอบสำคัญของผังวัดที่ทำให้พื้นที่พุทธาวาสของวัดนางนองมีความสมบูรณ์
 
พระวิหารคู่ของวัดนางนองวรวิหารตั้งอยู่คู่กันในเขตพุทธาวาส มีลักษณะสถาปัตยกรรมไทยจีนตามแนวพระราชนิยมเดียวกับพระอุโบสถ หน้าบันและรายละเอียดประดับมีลวดลายจีน เช่น มังกร ลายภูมิทัศน์ และกระเบื้องตกแต่ง พระวิหารคู่ช่วยเสริมความสมดุลของผังวัดและเป็นพื้นที่สักการะพระพุทธรูปสำคัญ ผู้มาเยือนควรเดินชมพระวิหารทั้งสองหลังอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดในแต่ละหลังสะท้อนทั้งศรัทธา งานช่าง และรสนิยมเชิงสัญลักษณ์ของสมัยรัชกาลที่ 3
 
พระวิหารด้านเหนือประดิษฐานหลวงพ่อพุทธและหลวงพ่อพัฒน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยแบบอยุธยาตอนปลาย ส่วนพระวิหารด้านใต้ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กกว่าในรูปแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 การมีพระพุทธรูปหลายยุคอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้วัดนางนองวรวิหารมีคุณค่าด้านการศึกษาพัฒนาการพุทธศิลป์ ผู้ชมสามารถเห็นความต่อเนื่องจากศิลปะอยุธยาตอนปลายมาสู่ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ในบริเวณวัดเดียว
 
นอกจากพระอุโบสถ พระเจดีย์ และพระวิหารคู่แล้ว ภายในวัดยังมีศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ เก๋งรับเสด็จ เก๋งจีน กุฏิสงฆ์ และหอระฆัง อาคารเหล่านี้ช่วยสะท้อนหน้าที่ของวัดในหลายมิติ ทั้งพื้นที่ประกอบพิธี พื้นที่เรียนรู้ทางธรรม พื้นที่รับรอง พื้นที่สัญจรทางน้ำในอดีต และพื้นที่ดำรงชีวิตของพระสงฆ์ ความหลากหลายของอาคารทำให้วัดนางนองไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชมพระอุโบสถเท่านั้น แต่เป็นพระอารามที่มีองค์ประกอบครบถ้วนตามบทบาทของวัดสำคัญในชุมชน
 
วัดนางนองวรวิหารได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2520 การขึ้นทะเบียนนี้ยืนยันคุณค่าของวัดในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาคารและงานศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 3 ผู้มาเยือนจึงควรชมวัดด้วยความเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เพียงศาสนสถานที่ยังใช้งานอยู่ แต่เป็นหลักฐานของงานช่างและคติศิลปะไทยจีนที่มีคุณค่าระดับชาติ
 
บรรยากาศของวัดนางนองวรวิหารมีความสงบและเหมาะกับการไหว้พระ แม้ตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีชุมชน ถนน และระบบคมนาคมรายล้อม ภายในวัดยังรักษาความเป็นพื้นที่ศาสนาไว้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนสามารถกราบพระพุทธมหาจักรพรรดิ ชมจิตรกรรมฝาผนัง เดินชมพระวิหารคู่ และสักการะพระพุทธรูปสำคัญภายในวัดได้ หากต้องการชมรายละเอียดศิลปกรรม ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะวัดมีองค์ประกอบจำนวนมากและแต่ละส่วนมีรายละเอียดที่ควรมองอย่างตั้งใจ
 
ในด้านศาสนกิจ วัดนางนองวรวิหารยังเป็นพระอารามหลวงที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีบทบาทในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน เช่น การทำบุญวันพระ การฟังธรรม การสวดมนต์ การถวายสังฆทาน และกิจกรรมตามเทศกาลพุทธศาสนา การมาเยือนวัดจึงควรให้ความสำคัญกับมารยาทในศาสนสถาน แต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนพิธีกรรม และไม่เข้าไปในเขตสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
เจ้าอาวาสปัจจุบันของวัดนางนองวรวิหารคือพระสิรินันทมุนี (อั้น ปญฺญาสิริ ป.ธ.5) วัดมีข้อมูลติดต่อที่ปรากฏในฐานข้อมูลวัดและแหล่งข้อมูลสาธารณะ ได้แก่ 092-282-5249 และ 02-476-2612 สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามกิจกรรมทางวัด การเข้าชมเป็นหมู่คณะ หรือรายละเอียดพิธีกรรม ควรติดต่อวัดโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เหมาะสมกับช่วงเวลาและกิจกรรมของวัดในวันนั้น
 
การเดินทาง ไปวัดนางนองวรวิหารสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีลม ลงสถานีวุฒากาศ แล้วต่อรถรับจ้างระยะสั้นเข้าสู่ถนนวุฒากาศหรือบริเวณซอยนางนอง 1 อีกทางเลือกหนึ่งคือเดินทางด้วยรถโดยสารที่ผ่านถนนวุฒากาศและพื้นที่จอมทอง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าทางถนนวุฒากาศได้ แต่ควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและที่จอดรถ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ถนนในย่านจอมทองและตลาดพลูมีการสัญจรค่อนข้างหนาแน่น
 
ผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อจากวัดนางนองวรวิหารสามารถจัดเส้นทางเชื่อมโยงวัดสำคัญในละแวกเดียวกันได้ เช่น วัดหนังราชวรวิหาร วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร และวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งล้วนเป็นวัดสำคัญของฝั่งธนบุรีและมีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และชุมชนที่แตกต่างกัน หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากวัดไปสู่พื้นที่ชุมชนและศิลปะ สามารถเดินทางต่อไปยังบ้านศิลปินคลองบางหลวง หรือช่วงเย็นสามารถไปเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเยือนวัดนางนองวรวิหารคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและมีเวลาพอสำหรับเดินชมรายละเอียดอาคาร หากต้องการศึกษาจิตรกรรมฝาผนังและงานประดับ ควรเลือกช่วงที่แสงธรรมชาติเอื้อต่อการมองเห็นรายละเอียด แต่ยังต้องเคารพข้อกำหนดของพื้นที่ภายในพระอุโบสถและพระวิหาร ไม่ใช้แฟลชในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผนัง ประตู หน้าต่าง หรือองค์ประกอบโบราณของวัด
 
วัดนางนองวรวิหารมีคุณค่ามากกว่าสถานที่ไหว้พระทั่วไป เพราะวัดแห่งนี้รวมประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลที่ 3 ชุมชนบางนางนอง คลองด่าน ศิลปะจีนในพระราชนิยม พระพุทธรูปทรงเครื่อง จิตรกรรมชมพูบดีสูตร และการขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ในพื้นที่เดียว การมาเยือนวัดจึงเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ฝั่งธนบุรีผ่านศิลปกรรมจริงที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะมองในฐานะผู้แสวงบุญ ผู้รักวัดเก่า ผู้สนใจศิลปกรรม หรือผู้ต้องการเดินเที่ยวกรุงเทพฯ ให้ลึกกว่าพื้นที่ยอดนิยมทั่วไป วัดนางนองวรวิหารเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างตั้งใจ
 
ชื่อสถานที่วัดนางนองวรวิหาร
ที่ตั้งแขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
ที่อยู่76 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
พิกัด13.703695, 100.466911
ประเภทสถานที่พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ไฮไลต์พระอุโบสถศิลปะไทยจีนสมัยรัชกาลที่ 3 พระพุทธมหาจักรพรรดิ จิตรกรรมชมพูบดีสูตร พระวิหารคู่ พระเจดีย์ประธาน และกลุ่มอาคารพระอารามหลวงเก่าแก่ริมคลองด่าน
ประวัติ / สมัย / ยุคเป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวสมัยพระเจ้าเสือ พ.ศ. 2245 – 2252 ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามเมื่อ พ.ศ. 2375 และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง
วันตั้งวัด / วิสุงคามสีมาฐานข้อมูลวัดระบุวันตั้งวัด พ.ศ. 2300 และวันรับวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2370 ส่วนพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถหลังการบูรณะใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2385
ที่มาความสำคัญพื้นที่บางนางนองเป็นนิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชชนนีของรัชกาลที่ 3 การบูรณะวัดจึงสัมพันธ์กับพระราชศรัทธาและความผูกพันต่อพื้นที่เดิมของพระราชมารดา
ลักษณะเด่นศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ผสมผสานศิลปะไทยกับศิลปะจีน อาคารก่ออิฐถือปูนแบบเก๋งจีน หน้าบันและลวดลายมงคลจีน แต่ยังรักษารูปแบบหลังคาและกระเบื้องแบบไทย
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส พระอุโบสถ พระวิหารคู่ พระเจดีย์ประธาน ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ เก๋งรับเสด็จ เก๋งจีน กุฏิสงฆ์ และหอระฆัง
ปูชนียวัตถุสำคัญพระพุทธมหาจักรพรรดิ พระพุทธรูปสำริดปิดทองทรงเครื่องปางมารวิชัย หน้าตักประมาณ 2.25 เมตร หลวงพ่อพุทธ หลวงพ่อพัฒน์ และพระพุทธรูปสำคัญในพระวิหารคู่
สถานะโบราณสถานขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2520
การเดินทางเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีลมลงสถานีวุฒากาศ แล้วต่อรถรับจ้างระยะสั้นเข้าสู่ถนนวุฒากาศ หรือใช้รถโดยสารที่ผ่านถนนวุฒากาศ หากขับรถควรเผื่อเวลาการจราจรและที่จอดรถ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นพระอารามหลวงสำหรับไหว้พระ ทำบุญ ประกอบศาสนกิจ และชมโบราณสถานสำคัญของเขตจอมทอง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ไหว้พระ พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลา ลานวัด พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และที่จอดรถตามพื้นที่ที่วัดจัดไว้
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระสิรินันทมุนี (อั้น ปญฺญาสิริ ป.ธ.5)
เบอร์ติดต่อหลัก092-282-5249, 02-476-2612
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดหนังราชวรวิหาร ประมาณ 1 กม. โทร. 02-468-7984
2. วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ประมาณ 2 กม.
3. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ประมาณ 4 กม. โทร. 02-457-9042, 02-467-0811
4. บ้านศิลปินคลองบางหลวง ประมาณ 5 กม.
5. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ ประมาณ 6 กม. โทร. 02-108-4488
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ซันซัน อาหารตามสั่ง วุฒากาศ 37 ประมาณ 1 กม. โทร. 096-383-0343
2. ร้านไก่ย่างทางรถไฟ ถนนวุฒากาศ ประมาณ 1 กม. โทร. 095-050-8035
3. มังกรก๋วยเตี๋ยว วุฒากาศ ประมาณ 1 กม. โทร. 063-187-7058
4. สถานียำ วุฒากาศ ประมาณ 2 กม. โทร. 094-901-9144
5. KAEWTA Dimsum วุฒากาศ ประมาณ 2 กม. โทร. 093-666-1765
ที่พักใกล้เคียง1. Aqua Residences ประมาณ 2 กม. โทร. 096-891-9063, 091-874-4895
2. Home@BTSWUTTAGAT ประมาณ 3 กม. โทร. 089-488-7742, 089-005-5333
3. Anurak Guesthouse ประมาณ 5 กม. โทร. 02-468-0881
4. 14 Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 02-454-9900
5. Bed by Tha-Pra ประมาณ 5 กม. โทร. 02-868-6888
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดนางนองวรวิหารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดนางนองวรวิหารตั้งอยู่เลขที่ 76 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 เป็นพระอารามหลวงสำคัญของฝั่งธนบุรีและอยู่ไม่ไกลจากคลองด่านหรือคลองสนามชัย
 
ถาม: วัดนางนองวรวิหารมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: วัดนางนองวรวิหารเป็นวัดเก่าที่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวสมัยพระเจ้าเสือ ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอารามเมื่อ พ.ศ. 2375 และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง
 
ถาม: จุดเด่นของวัดนางนองวรวิหารคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ซึ่งผสมผสานศิลปะไทยและศิลปะจีนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพระอุโบสถ พระวิหารคู่ พระเจดีย์ประธาน พระพุทธมหาจักรพรรดิ และจิตรกรรมฝาผนังเรื่องชมพูบดีสูตร
 
ถาม: พระพุทธมหาจักรพรรดิวัดนางนองสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระพุทธมหาจักรพรรดิเป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทองทรงเครื่องปางมารวิชัย หน้าตักประมาณ 2.25 เมตร เป็นพระประธานในพระอุโบสถ และสัมพันธ์กับจิตรกรรมชมพูบดีสูตรซึ่งกล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระองค์ในรูปพระมหาจักรพรรดิ
 
ถาม: วัดนางนองวรวิหารเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดนางนองวรวิหารเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดนางนองวรวิหารเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดนางนองวรวิหารไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญตามศรัทธาและควรปฏิบัติตามมารยาทในพระอารามหลวง
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดนางนองวรวิหารคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดนางนองวรวิหารคือพระสิรินันทมุนี (อั้น ปญฺญาสิริ ป.ธ.5)
 
ถาม: เดินทางไปวัดนางนองวรวิหารอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีลมลงสถานีวุฒากาศ แล้วต่อรถรับจ้างระยะสั้นเข้าถนนวุฒากาศ หรือใช้รถโดยสารที่ผ่านย่านจอมทองและวุฒากาศ หากขับรถควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและที่จอดรถ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.พระนคร(24)
https://www.lovethailand.org/อ.ดุสิต(17)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองสาน(7)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองเตย(3)
https://www.lovethailand.org/อ.จตุจักร(2)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอนเมือง(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ตลิ่งชัน(26)
https://www.lovethailand.org/อ.ธนบุรี(23)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกน้อย(31)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกอกใหญ่(13)
https://www.lovethailand.org/อ.บางกะปิ(5)
https://www.lovethailand.org/อ.บางขุนเทียน(15)
https://www.lovethailand.org/อ.บางเขน(3)
https://www.lovethailand.org/อ.บางคอแหลม(10)
https://www.lovethailand.org/อ.บางซื่อ(9)
https://www.lovethailand.org/อ.บางพลัด(23)
https://www.lovethailand.org/อ.บางรัก(6)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(16)
https://www.lovethailand.org/อ.บึงกุ่ม(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ประเวศ(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ปทุมวัน(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.พญาไท(1)
https://www.lovethailand.org/อ.พระโขนง(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ภาษีเจริญ(23)
https://www.lovethailand.org/อ.มีนบุรี(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ยานนาวา(8)
https://www.lovethailand.org/อ.ราชเทวี(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ราษฎร์บูรณะ(6)
https://www.lovethailand.org/อ.ลาดกระบัง(13)
https://www.lovethailand.org/อ.หนองจอก(16)
https://www.lovethailand.org/อ.ลาดพร้าว(4)
https://www.lovethailand.org/อ.สาทร(4)
https://www.lovethailand.org/อ.สัมพันธวงศ์(12)
https://www.lovethailand.org/อ.หนองแขม(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ห้วยขวาง(3)
https://www.lovethailand.org/อ.สวนหลวง(7)
https://www.lovethailand.org/อ.ดินแดง(2)
https://www.lovethailand.org/อ.หลักสี่(1)
https://www.lovethailand.org/อ.สายไหม(8)
https://www.lovethailand.org/อ.คันนายาว(2)
https://www.lovethailand.org/อ.วังทองหลาง(1)
https://www.lovethailand.org/อ.คลองสามวา(10)
https://www.lovethailand.org/อ.วัฒนา(2)
https://www.lovethailand.org/อ.บางนา(4)
https://www.lovethailand.org/อ.ทวีวัฒนา(3)
https://www.lovethailand.org/อ.บางแค(5)
https://www.lovethailand.org/อ.ทุ่งครุ(4)
https://www.lovethailand.org/อ.บางบอน(3)