หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.ปทุมวัน >ต.วังใหม่ > จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
TL;DR: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ที่254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับสำนักงานบริหารบางหน่วยงาน เวลา 08.00 – 17.00 น. (เวลาติดต่อสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับสำนักงานบริหารบางหน่วยงาน ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย)
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น. (เวลาติดต่อสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่เวลาเปิดปิดของทุกอาคารหรือพื้นที่มหาวิทยาลัย)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University: CU) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1917 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีรากฐานจากโรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2442 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นด้านการศึกษาครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ธุรกิจและนวัตกรรม เป็นที่รู้จักจากสัญลักษณ์พระเกี้ยว สีชมพู และต้นจามจุรี ตลอดจนพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล หอประชุมจุฬาฯ และอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยครบรอบ 109 ปี โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร เป็นอธิการบดี และเดินหน้าพัฒนาการศึกษา การวิจัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าแก่ประชาชนและสังคมไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครในบริเวณที่เชื่อมต่อเขตปทุมวันกับย่านสยาม สามย่าน และบรรทัดทอง พื้นที่มหาวิทยาลัยมีถนนพญาไทอยู่ทางด้านตะวันตก ถนนพระรามที่ 1 ทางทิศเหนือ และถนนพระรามที่ 4 ทางทิศใต้ โดยมีอาคารเรียน อาคารวิจัย สนามกีฬา สวนหย่อม ห้องสมุด และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่ในกลุ่มพื้นที่การศึกษาหลายส่วน ภูมิทัศน์ของจุฬาฯ มีลักษณะพิเศษตรงที่อาคารเก่าแก่ซึ่งสะท้อนการพัฒนาการศึกษาไทยตั้งอยู่ร่วมกับอาคารวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยี และพื้นที่กิจกรรมสมัยใหม่ในใจกลางมหานคร
แม้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ แต่แนวคิดการก่อตั้งไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างสถาบันสำหรับชนชั้นนำเท่านั้น รากฐานสำคัญมาจากพระบรมราโชบายด้านการศึกษาที่ต้องการให้ประเทศมีบุคลากรซึ่งสามารถบริหารราชการแผ่นดินและพัฒนาสังคมสมัยใหม่ได้ ในเวลาต่อมาแนวคิดดังกล่าวขยายไปสู่การจัดการศึกษาระดับสูงในวิชาชีพและศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และผลิตบุคลากรที่มีความสามารถสำหรับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สยามดำเนินการปฏิรูประบบราชการ การศึกษา กฎหมาย การคมนาคม และเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ประเทศต้องการข้าราชการที่มีความรู้ด้านภาษา การปกครอง การคลัง และการบริหารงานตามระบบสมัยใหม่ จึงเกิดความจำเป็นต้องจัดตั้งสถานศึกษาสำหรับฝึกอบรมบุคลากรของรัฐอย่างเป็นระบบ
ใน พ.ศ. 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งสำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานไชยศรีภายในพระบรมมหาราชวัง สถานศึกษาแห่งนี้มุ่งฝึกอบรมผู้ที่จะเข้ารับราชการ โดยการเรียนการสอนสัมพันธ์กับความต้องการกำลังคนของหน่วยงานราชการซึ่งกำลังขยายตัวตามการปฏิรูปประเทศ
วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2445 สถานศึกษาได้รับการปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนมหาดเล็ก” โดยมีบทบาทผลิตบุคลากรที่สามารถรับราชการและสนับสนุนงานบริหารประเทศในรูปแบบใหม่ การเรียนการสอนในช่วงดังกล่าวนับเป็นรากฐานของการพัฒนาการศึกษาระดับสูงของไทย เพราะเน้นการสร้างคนที่มีความรู้ทางวิชาการและสามารถนำไปใช้ในการบริหารกิจการสาธารณะได้จริง
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ขยายการจัดการศึกษาจากการฝึกข้าราชการสำหรับบางกระทรวงไปสู่การผลิตบุคลากรให้เพียงพอกับความต้องการของราชการทุกส่วน จึงมีการยกฐานะโรงเรียนมหาดเล็กเป็น “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมชนกนาถ และเป็นอนุสรณ์แห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
การเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนมหาดเล็กไปสู่โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ มีความสำคัญต่อการพัฒนาหลักสูตร เนื่องจากการบริหารประเทศยุคใหม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง กฎหมาย การทูต การคลัง การช่าง การแพทย์ และการเกษตร วิชาความรู้เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของระบบราชการ แต่ยังเป็นพื้นฐานของอาชีพและศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
ในช่วง พ.ศ. 2457–2458 มีการเตรียมสถานที่และอาคารสำหรับการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนการสร้างตึกบัญชาการบริเวณถนนสนามม้า และเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 อาคารดังกล่าวกลายเป็นรากฐานสำคัญของพื้นที่มหาวิทยาลัยและเป็นส่วนหนึ่งของมรดกสถาปัตยกรรมการศึกษาที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การสถาปนาครั้งนี้จึงเป็นทั้งหมุดหมายสำคัญของการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและการสืบสานพระราชปณิธานเรื่องการพัฒนาคนเพื่อความเจริญของชาติ
ปีสถาปนา พ.ศ. 2459 เป็นการนับตามปฏิทินไทยในสมัยที่วันขึ้นปีใหม่ยังไม่ตรงกับวันที่ 1 มกราคม เมื่อเทียบกับปฏิทินสากล วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 จึงตรงกับวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1917 การระบุปีทั้งสองระบบให้ชัดเจนช่วยลดความสับสนสำหรับผู้อ่านที่พบการกล่าวถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งใน ค.ศ. 1917 ขณะที่เอกสารประวัติศาสตร์ภาษาไทยใช้ พ.ศ. 2459
ในระยะแรกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยมีการสอน 8 แผนกวิชา ได้แก่ การปกครอง กฎหมาย การทูต การคลัง การแพทย์ การช่าง การเกษตร และวิชาครู การจัดการศึกษาลักษณะนี้สะท้อนภารกิจของมหาวิทยาลัยที่ต้องตอบสนองความต้องการของประเทศในหลายด้าน ไม่ใช่สถาบันเฉพาะทางเพียงสาขาเดียว
สถานที่เรียนของคณะต่าง ๆ ในระยะแรกยังไม่ได้รวมอยู่ในพื้นที่เดียวทั้งหมด คณะแพทยศาสตร์มีรากฐานจากราชแพทยาลัยและโรงพยาบาลศิริราช ขณะที่การเรียนบางส่วนใช้ตึกบัญชาการและอาคารที่พัฒนาจากวังวินด์เซอร์ พัฒนาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อตั้งจากการรวมและยกระดับสถาบันการศึกษาที่มีมาก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาพื้นที่เรียนและการบริหารให้มีความเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ช่วง พ.ศ. 2459–2465 มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการปรับมาตรฐานหลักสูตรและเตรียมการจัดการศึกษาระดับปริญญา การพัฒนาแพทยศาสตร์มีความร่วมมือกับมูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์การแพทย์ในระดับสากล การร่วมมือระหว่างสถาบันไทยกับองค์กรต่างประเทศในยุคแรกจึงมีผลต่อการพัฒนาระบบการศึกษาวิชาชีพและงานวิจัยของประเทศ
ระหว่าง พ.ศ. 2466–2480 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขยายการรับนิสิตและปรับปรุงหลักสูตรเพื่อรองรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา การศึกษาระดับปริญญาค่อย ๆ มีรูปแบบชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเริ่มเปิดโอกาสให้นิสิตหญิงเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของประเทศไทยและสะท้อนการขยายโอกาสทางการศึกษาสำหรับประชาชนหลายกลุ่ม
การเติบโตของมหาวิทยาลัยยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการบริหารประเทศในช่วงหลัง พ.ศ. 2475 โดยมีการปรับระบบการศึกษาด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์และการปกครองให้สอดคล้องกับสังคมใหม่ ต่อมาใน พ.ศ. 2486 มีการแยกหน่วยงานด้านแพทยศาสตร์และวิชาชีพสุขภาพบางส่วนไปจัดตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายระบบอุดมศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยแห่งแรกไปสู่สถาบันที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ตลอดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพัฒนาคณะวิชาและหน่วยงานใหม่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการกำลังคนของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ การบัญชี สถาปัตยกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากมหาวิทยาลัยที่มีภารกิจผลิตข้าราชการไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ที่มีทั้งการศึกษาวิชาชีพ การวิจัยขั้นสูง และบริการสาธารณะ
การขยายตัวของคณะทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ จิตวิทยาและพยาบาลศาสตร์ ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทต่อระบบสุขภาพอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันการเติบโตของคณะอักษรศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ช่วยส่งเสริมความรู้ด้านมนุษย์ สังคม วัฒนธรรมและการบริหารประเทศ
ปี พ.ศ. 2560 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนา และมีการพัฒนาพื้นที่สาธารณะสำคัญคือ “อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” บริเวณที่ดินของมหาวิทยาลัยในย่านบรรทัดทอง โครงการนี้สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรที่ดินของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์ต่อเมือง โดยสร้างพื้นที่สีเขียวที่ช่วยรับน้ำฝน เพิ่มพื้นที่พักผ่อนของประชาชน และเป็นตัวอย่างการออกแบบภูมิทัศน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของเมืองใหญ่
ใน พ.ศ. 2551 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวด้านการบริหาร การวิจัย บุคลากรและการจัดการศึกษา ภายใต้การกำกับของสภามหาวิทยาลัยและระบบบริหารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษาไทยเพื่อรองรับการแข่งขันด้านความรู้และนวัตกรรมในระดับสากล
ใน พ.ศ. 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ โดยตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569 ได้ยกระดับสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตรเป็นคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ปรับบัณฑิตวิทยาลัยเดิมเป็นวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจัดตั้งวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chula XL หน่วยงานเหล่านี้มุ่งบูรณาการศาสตร์ ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาความรู้และทักษะได้ตลอดชีวิต
การจัดตั้งคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการสะท้อนการขยายบทบาทของจุฬาฯ ในด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่ โดยนำศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจและนวัตกรรมมาประยุกต์ร่วมกับความรู้เรื่องทรัพยากรการเกษตร คณะมีการดำเนินงานทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้การพัฒนาการเกษตรและชุมชน โดยเน้นการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่และระบบการผลิตที่มีความยั่งยืน
วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CUii เป็นหน่วยงานที่พัฒนาจากบัณฑิตวิทยาลัยเดิม โดยมีพันธกิจส่งเสริมการศึกษาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายสาขาเข้าด้วยกัน ทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และสหสาขาวิชา เพื่อเตรียมผู้เรียนให้สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งไม่อาจอาศัยความรู้เพียงศาสตร์เดียวได้
ส่วน Chula XL มีหน้าที่พัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกวัย โดยในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเปิดตัวแพลตฟอร์ม Chula XL Hub อย่างเป็นทางการ เพื่อรวบรวมหลักสูตรออนไลน์และการพัฒนาทักษะจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรรมศาสตร์ ภาษา สุขภาพ ทักษะชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ โดยมีหลักสูตรที่เปิดให้เรียนฟรีและหลักสูตรที่มีค่าใช้จ่ายตามรูปแบบกิจกรรม
ในปีเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมส่งเสริมบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะแหล่งเรียนรู้เพื่อประชาชน แนวคิดการบริหารมุ่งให้ผู้เรียนและสังคมเป็นศูนย์กลาง และสนับสนุนให้ความรู้ของมหาวิทยาลัยสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชื่อ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดสถาบันการศึกษาที่เป็นรากฐานของมหาวิทยาลัย ชื่อดังกล่าวจึงมีความหมายเป็นทั้งการเฉลิมพระเกียรติและการสืบทอดพระราชปณิธานเกี่ยวกับการศึกษา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนามหาวิทยาลัยเพื่อให้เป็นอนุสรณ์แห่งพระเกียรติคุณและเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองในระยะยาว
ตราสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยคือ “พระเกี้ยว” ซึ่งเป็นเครื่องประดับพระเศียรของพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์ มีความสัมพันธ์กับพระนามและพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเกี้ยวจึงเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นสถาบันการศึกษาอันมีรากฐานจากพระมหากรุณาธิคุณ และปรากฏอยู่ในเครื่องหมาย เอกสาร สถานที่สำคัญ และกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
สีชมพูเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงกับสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการอัญเชิญสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีประจำสถาบันและเป็นสัญลักษณ์ในการแข่งขันกีฬาประเพณีและกิจกรรมนิสิต สีชมพูจึงปรากฏในธง เสื้อ เครื่องแต่งกายและกิจกรรมของประชาคมจุฬาฯ พร้อมเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า และบุคลากรทุกยุคสมัย
ต้นจามจุรีเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่ทำให้จุฬาฯ ได้รับการเรียกว่า “รั้วจามจุรี” หรือ “จามจุรีสีชมพู” ต้นจามจุรีให้ร่มเงาแก่ทางเดินและพื้นที่พักผ่อนภายในมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีความหมายทางวัฒนธรรมในประเพณีต้อนรับนิสิตใหม่ ซึ่งรุ่นพี่นำกิ่งหรือใบจามจุรีผูกริบบิ้นสีชมพูมอบให้รุ่นน้อง เพื่อแสดงการต้อนรับเข้าสู่ประชาคมมหาวิทยาลัย
วัฒนธรรมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังสะท้อนผ่านเพลงประจำมหาวิทยาลัยและบทเพลงที่ใช้ในงานสำคัญ เช่น เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ เพลงเกียรติภูมิจุฬาฯ และเพลงที่เกี่ยวข้องกับการเชียร์กีฬา การร้องเพลงร่วมกันช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวของนิสิตและนิสิตเก่า ขณะที่พิธีการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยแสดงให้เห็นความผูกพันระหว่างสถาบันกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
วันที่ 26 มีนาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีกิจกรรมถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล พิธีทำบุญตักบาตร และกิจกรรมวิชาการหรือวัฒนธรรมตามกำหนดการของปีนั้น ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดงานครบรอบ 109 ปี โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญภายในมหาวิทยาลัย
หนึ่งในกิจกรรมเด่นของการฉลอง 109 ปีคือการแสดงดนตรีไทย “ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์” ณ หอประชุมจุฬาฯ ซึ่งเป็นการสืบสานศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าทางดนตรีและประวัติศาสตร์ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ได้มีบทบาทเฉพาะการถ่ายทอดวิชาการสมัยใหม่ แต่ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านการเรียนการสอน การวิจัย และการแสดงสู่สาธารณะ
กิจกรรมต้อนรับนิสิตใหม่ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยคือ CU First Date ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์และแนะนำชีวิตในมหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 จุฬาฯ จัดกิจกรรม CU First Date 2026 ต้อนรับนิสิตใหม่ CU 110 ภายในหอประชุมจุฬาฯ และบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล พร้อมกิจกรรมจากชมรมและการแสดงของนิสิต การต้อนรับรูปแบบดังกล่าวช่วยให้นิสิตใหม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์และเครือข่ายกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา
กีฬาประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์เป็นอีกกิจกรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของนิสิตและศิษย์เก่าสองมหาวิทยาลัย โดยมีจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2477 และพัฒนาจากการแข่งขันฟุตบอลไปสู่กิจกรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน ความสามัคคี ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกของนิสิต การจัดงานแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับข้อตกลงและกำหนดการของผู้จัด จึงไม่ควรถือว่าเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ประเพณีอื่นที่มีความสำคัญ ได้แก่ พิธีไหว้ครู การรับน้องตามแนวทางมหาวิทยาลัย กิจกรรมจิตอาสา งานคืนเหย้านิสิตเก่า และการจัดกิจกรรมรำลึกวันปิยมหาราชในวันที่ 23 ตุลาคม กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสืบทอดคุณค่าด้านความกตัญญู ความผูกพันต่อสถาบัน และการนำความรู้ไปใช้ช่วยเหลือสังคม ขณะที่องค์การบริหารสโมสรนิสิตและชมรมต่าง ๆ เป็นพื้นที่ฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน และทักษะความเป็นผู้นำของนิสิต
สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยคือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือที่ชาวจุฬาฯ เรียกว่า “พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล” ตั้งอยู่บริเวณสนามหน้าหอประชุมจุฬาฯ เป็นจุดศูนย์กลางของพิธีถวายราชสักการะและกิจกรรมสำคัญหลายประเภท สถานที่แห่งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยกับพระมหากษัตริย์ผู้พระราชทานกำเนิดและผู้ทรงสถาปนาสถาบันอย่างเด่นชัด
หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ผสมผสานรูปแบบอาคารสมัยใหม่กับองค์ประกอบไทย เช่น หน้าบัน หลังคาทรงจั่วและลวดลายประดับ อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตร กิจกรรมทางวัฒนธรรม การประชุมและการแสดงสำคัญของมหาวิทยาลัย พื้นที่ด้านหน้าหอประชุมมีภูมิทัศน์เปิดโล่งและเป็นจุดที่ผู้มาเยือนนิยมถ่ายภาพเพื่อบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับสถาบัน
อาคารมหาจุฬาลงกรณ์เป็นอาคารสำคัญด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัย มีรากฐานเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาคารแรกเริ่มของการจัดการศึกษาในพื้นที่จุฬาฯ อาคารได้รับการออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมการเรียนการสอนและการบริหารในยุคต้นของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีคุณค่าทั้งในฐานะสถานที่ประกอบกิจกรรมทางวิชาการและหลักฐานการพัฒนาสถาปัตยกรรมการศึกษาของไทยในช่วงรัตนโกสินทร์
อาคารจักรพงษ์เป็นสถานที่ตั้งของหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวการกำเนิดและพัฒนาการของสถาบันผ่านเอกสาร ภาพถ่าย วัตถุจัดแสดง และเรื่องราวบุคคลสำคัญ หอประวัติมีบทบาทช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจการเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนมหาดเล็กสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย โดยเปิดให้เข้าชมฟรีในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. สำหรับส่วนจัดแสดงที่อาคารจักรพงษ์
นอกจากนี้หอประวัติยังมีพื้นที่เอกสารจดหมายเหตุบริเวณชั้น 15 อาคารบรมราชกุมารี ซึ่งมีเวลาทำการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ 08.30–17.00 น. โดยทำหน้าที่รวบรวมและดูแลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย การค้นคว้าเอกสารเฉพาะรายการควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนของหน่วยงาน เพื่อให้การใช้เอกสารเป็นไปอย่างเหมาะสมและช่วยรักษาทรัพยากรประวัติศาสตร์สำหรับการศึกษาระยะยาว
พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และนิทรรศการร่วมสมัย ตั้งอยู่ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยและเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการที่จัดขึ้นตามกำหนดการ โดยกิจกรรมใน พ.ศ. 2569 มีทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปะ สิ่งแวดล้อม และองค์ความรู้หลากหลายสาขา เวลานิทรรศการทั่วไปอยู่ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการตามประกาศ
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภายในคณะวิทยาศาสตร์เป็นอีกแหล่งเรียนรู้ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาด้านสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ภายในมีตัวอย่างสัตว์ พืชและสิ่งจัดแสดงทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจการจำแนกสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม การเข้าชมพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางควรตรวจสอบวันเวลาและระเบียบการเข้าชมกับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
สำนักงานวิทยทรัพยากรหรือหอสมุดกลางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านสารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า ให้บริการหนังสือ วารสาร ฐานข้อมูลวิชาการ สื่อดิจิทัล และพื้นที่การเรียนรู้ที่เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง อาคารห้องสมุดมีความสำคัญต่อทั้งนิสิต อาจารย์ นักวิจัย และผู้ใช้บริการที่ได้รับอนุญาต โดยการใช้พื้นที่และทรัพยากรต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของห้องสมุดในแต่ละช่วงเวลา
อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับประชาชนที่โดดเด่นด้านการออกแบบภูมิทัศน์เพื่อรับมือปัญหาน้ำฝนในเมือง พื้นที่สวนมีสนามหญ้า ลานกิจกรรม ทางเดินและองค์ประกอบระบบจัดการน้ำที่ช่วยหน่วงน้ำและส่งเสริมการซึมผ่านของน้ำฝน อุทยานจึงเป็นทั้งสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และแหล่งเรียนรู้เรื่องการออกแบบเมืองที่คำนึงถึงความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมด้านจิตใจ ศาสนาและการเรียนรู้คุณธรรม โดยมีบทบาทสนับสนุนกิจกรรมสร้างสติและความสงบภายในประชาคมมหาวิทยาลัย อีกทั้งเป็นพื้นที่จัดการบรรยายและกิจกรรมเชิงจิตตปัญญาตามกำหนดการของหน่วยงาน ความสำคัญของธรรมสถานอยู่ที่การส่งเสริมให้ผู้เรียนและบุคลากรพัฒนาความสมดุลระหว่างความรู้ทางวิชาการกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีพื้นที่การศึกษาที่หลากหลาย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบและพัฒนาระบบวิศวกรรม ทั้งโยธา ไฟฟ้า เครื่องกล คอมพิวเตอร์ เคมี อุตสาหการ สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีขั้นสูง มีหลักสูตรนานาชาติด้านนาโนวิศวกรรม อากาศยาน วิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ การออกแบบยานยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในอนาคต
คณะวิทยาศาสตร์เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อการวิจัยพื้นฐานและการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ โดยเปิดการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา วิทยาการคอมพิวเตอร์ ธรณีวิทยา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอาหารและวิทยาศาสตร์ทางทะเล การพัฒนางานวิจัยในศาสตร์พื้นฐานช่วยสร้างองค์ความรู้ที่นำไปต่อยอดในวิศวกรรม การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ การจัดการทรัพยากรและการวิเคราะห์ข้อมูลได้
ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ซึ่งมีภารกิจแตกต่างกัน คณะแพทยศาสตร์มีความสัมพันธ์กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการศึกษาและฝึกอบรมแพทย์ ขณะที่ทันตแพทยศาสตร์เปิดการศึกษาทางทันตกรรมและบริการสุขภาพช่องปาก เภสัชศาสตร์ศึกษาเรื่องยาและระบบเภสัชกรรม ส่วนสหเวชศาสตร์มีศาสตร์ด้านเทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัดและโภชนาการ
คณะสัตวแพทยศาสตร์มีบทบาทด้านการดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคสัตว์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม ขณะที่คณะจิตวิทยาศึกษาพฤติกรรมและกระบวนการทางจิตใจของมนุษย์ ส่วนคณะพยาบาลศาสตร์มุ่งเน้นการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาล การบริหารและการวิจัยทางการพยาบาล โดยการจัดการศึกษาของคณะพยาบาลศาสตร์ไม่ได้เป็นหลักสูตรปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์ทั่วไปในบัญชีหลักสูตรรับเข้าระดับปริญญาบัณฑิตของมหาวิทยาลัย
ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จุฬาฯ มีคณะอักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ครุศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ซึ่งครอบคลุมการศึกษาภาษา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ กฎหมาย การเมือง การปกครอง การสื่อสาร การศึกษา เศรษฐกิจและการบริหารธุรกิจ การเรียนรู้ศาสตร์เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการเข้าใจปัญหาสังคม วางนโยบายสาธารณะ พัฒนาธุรกิจ และสร้างการสื่อสารที่เหมาะสมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ช่วยพัฒนาความรู้ด้านศิลปะ การออกแบบและสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ใช้ชีวิต โดยสถาปัตยกรรมศาสตร์ศึกษาเรื่องอาคาร ผังเมือง ภูมิสถาปัตยกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์และการออกแบบสื่อสาร ส่วนศิลปกรรมศาสตร์ครอบคลุมดนตรีไทย ดนตรีตะวันตก ทัศนศิลป์ นาฏยศิลป์และนฤมิตศิลป์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีบทบาทต่อการอนุรักษ์และสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมสมัย
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาพัฒนาความรู้ด้านการออกกำลังกาย การฝึกกีฬา การเคลื่อนไหวของมนุษย์และการส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย ทั้งในมิติการกีฬาเพื่อการแข่งขันและสุขภาพของประชาชน ส่วนคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านทรัพยากรการเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาระบบอาหาร นวัตกรรมการเกษตรและการประกอบการที่มีความยั่งยืน
นอกจากคณะต่าง ๆ มหาวิทยาลัยยังมีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ และ Chula XL ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาขั้นสูงและการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ รวมถึงสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันด้านการจัดการธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษา การมีหน่วยงานเหล่านี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาหลักสูตรและการสร้างบุคลากรเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและสังคม
การศึกษาของมหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2569 มีทั้งหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ประกาศนียบัตรบัณฑิต และประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง โดยมีหลักสูตรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หลักสูตรนานาชาติ และการศึกษาร่วมกับสถาบันต่างประเทศ ผู้สมัครระดับปริญญาตรีต้องตรวจสอบคุณสมบัติและรอบการรับสมัครผ่านระบบ TCAS 69 และประกาศของคณะ ส่วนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีรายละเอียดการรับสมัครตามหลักสูตรและช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด
งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความหลากหลายตั้งแต่การแพทย์และสุขภาพไปจนถึงวิศวกรรม ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม พลังงาน การพัฒนาอาหาร การบริหารธุรกิจและนโยบายสาธารณะ หน่วยงานอย่าง CU Innovation Hub และสำนักบริหารวิจัยสนับสนุนการต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่สามารถใช้งานจริง ขณะที่ศูนย์และสถาบันวิจัยเฉพาะทางมีบทบาทสนับสนุนการวิจัยสหสาขาและความร่วมมือกับองค์กรภายนอก
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีความก้าวหน้าด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารการศึกษา โดยมีความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาระบบตรวจสอบวุฒิการศึกษาอัตโนมัติสำหรับนิสิตใหม่ ลดขั้นตอนการยื่นเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล โครงการดังกล่าวเป็นตัวอย่างการนำความรู้จากมหาวิทยาลัยมาพัฒนาระบบบริการที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อระบบอุดมศึกษาของประเทศได้
การทำงานด้านความยั่งยืนของจุฬาฯ ครอบคลุมการจัดการขยะ การใช้พลังงาน การออกแบบพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ โครงการ Chula Zero Waste มีบทบาทสร้างความตระหนักด้านการลดขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขณะที่ CU Shuttle Bus เป็นบริการรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยซึ่งช่วยเชื่อมต่อคณะและอาคารเรียนกับสถานีรถไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียง การดำเนินงานเหล่านี้ช่วยลดข้อจำกัดการเดินทางในพื้นที่เมืองและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ความสัมพันธ์ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบปรากฏชัดในย่านสยาม สามย่านและบรรทัดทอง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีร้านอาหาร ตลาด ร้านค้า หอพักและบริการต่าง ๆ รองรับนักศึกษา บุคลากรและประชาชน การพัฒนาพื้นที่ของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ที่ดินของมหาวิทยาลัยกับกิจกรรมเศรษฐกิจในเมือง โดยพื้นที่บางส่วนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและแหล่งพบปะของคนรุ่นใหม่
บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยมีสถานที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวและเรียนรู้ เช่น สามย่านมิตรทาวน์ซึ่งเชื่อมต่อกับ MRT สามย่าน สยามสแควร์ซึ่งเป็นย่านการค้าและวัฒนธรรมวัยรุ่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครซึ่งจัดนิทรรศการศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ และพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันซึ่งมีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมเรือนไทยและประวัติศาสตร์ผ้าไหมไทย สถานที่เหล่านี้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยกับการศึกษาเรื่องสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจกรุงเทพมหานครได้
สำหรับผู้สนใจท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีสถานที่ที่เข้าถึงได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงาน เช่น บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอประวัติจุฬาฯ และอุทยาน 100 ปี ขณะที่ห้องเรียน อาคารสำนักงาน ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพื้นที่บริการทางการแพทย์เป็นสถานที่ปฏิบัติงานจริงซึ่งมีข้อจำกัดด้านการเข้าชม การศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบล่วงหน้าเพื่อให้ได้รับข้อมูลและการอนุญาตที่เหมาะสม
การเดินทาง ไปจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถใช้ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้ามหานคร รถโดยสารประจำทาง รถรับจ้างหรือรถยนต์ส่วนตัว ผู้ที่เดินทางด้วย BTS สามารถลงสถานีสยามหรือสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่มหาวิทยาลัยทางด้านเหนือและตะวันตก โดยสามารถเดินต่อหรือใช้บริการรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยตามจุดจอดที่กำหนด
ผู้เดินทางด้วย MRT สายสีน้ำเงินสามารถลงสถานีสามย่าน ใช้ทางออกหมายเลข 2 ซึ่งเชื่อมกับอาคารจามจุรีสแควร์ แล้วเดินเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยฝั่งถนนพระรามที่ 4 หรือใช้บริการ CU Shuttle Bus สำหรับเดินทางต่อไปยังอาคารในพื้นที่ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย การใช้รถไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่สะดวกเพราะพื้นที่ปทุมวันมีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและเย็น โดยเฉพาะถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 และถนนพญาไท
ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถเลือกสายที่ผ่านถนนพญาไท ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 หรือถนนบรรทัดทอง แล้วเดินต่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยตามอาคารเป้าหมาย โดยควรตรวจสอบหมายเลขรถและป้ายจอดปัจจุบันก่อนออกเดินทาง เนื่องจากระบบรถโดยสารกรุงเทพมหานครมีการปรับปรุงเส้นทางและหมายเลขบริการในบางช่วงเวลา
ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนพญาไท ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 หรือถนนบรรทัดทองเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัย โดยควรเลือกประตูทางเข้าให้ตรงกับคณะหรือสำนักงานที่ต้องการติดต่อ อาคารจามจุรี 9 และพื้นที่จอดรถที่มหาวิทยาลัยกำหนดเป็นทางเลือกสำหรับการนำรถเข้ามาติดต่อ ทั้งนี้การเข้าอาคารและจอดรถขึ้นอยู่กับระเบียบและจำนวนพื้นที่ให้บริการในแต่ละช่วงเวลา
ผู้ที่ต้องการติดต่อด้านวิชาการสามารถติดต่อสำนักบริหารวิชาการที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-218-0201, 02-218-0202 หรือ 02-218-0431 ส่วนการติดต่อเกี่ยวกับหอประวัติจุฬาฯ สามารถใช้หมายเลข 02-218-7097 ถึง 02-218-7098 และ 02-218-4594 ถึง 02-218-4595 ขณะที่พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดต่อได้ที่ 02-218-3645 ถึง 02-218-3646 หน่วยงานและคณะแต่ละแห่งมีหมายเลขติดต่อเฉพาะตามลักษณะภารกิจ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงเป็นสถาบันที่มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์การศึกษาไทยอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนใน พ.ศ. 2442 โรงเรียนมหาดเล็กใน พ.ศ. 2445 โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 สถาบันได้พัฒนาจากแหล่งผลิตบุคลากรเพื่อการบริหารประเทศไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีการศึกษาหลากหลายศาสตร์และงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับประชาคมโลก
ใน พ.ศ. 2569 ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครบรอบ 109 ปี สถาบันยังคงรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ผ่านพระเกี้ยว สีชมพู ต้นจามจุรี พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาลและอาคารสำคัญ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตด้วยหลักสูตรข้ามศาสตร์ การเกษตรบูรณาการ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต บทบาทของจุฬาฯ จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการผลิตบัณฑิต แต่ครอบคลุมการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนานวัตกรรม การอนุรักษ์วัฒนธรรม การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และการนำศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสร้างประโยชน์แก่ประเทศและประชาชนอย่างต่อเนื่อง
| ชื่อมหาวิทยาลัย | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Chulalongkorn University (CU) |
| ประเภทมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย |
| ที่อยู่ | 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 |
| วันสถาปนา | 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (26 มีนาคม ค.ศ. 1917) |
| จุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์ | โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2442 และโรงเรียนมหาดเล็ก 1 เมษายน พ.ศ. 2445 |
| อายุใน พ.ศ. 2569 | 109 ปี |
| บุคคลสำคัญ | พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดสถาบันต้นทาง และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| อธิการบดี พ.ศ. 2569 | ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร |
| ตราสัญลักษณ์ | พระเกี้ยว |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีชมพู |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นจามจุรี |
| สถานะทางกฎหมาย | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 |
| คณะในปีการศึกษา 2569 | 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะจิตวิทยา 3. คณะทันตแพทยศาสตร์ 4. คณะนิติศาสตร์ 5. คณะนิเทศศาสตร์ 6. คณะพยาบาลศาสตร์ 7. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี 8. คณะรัฐศาสตร์ 9. คณะวิทยาศาสตร์ 10. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา 11. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 12. คณะศิลปกรรมศาสตร์ 13. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 14. คณะสหเวชศาสตร์ 15. คณะสัตวแพทยศาสตร์ 16. คณะอักษรศาสตร์ 17. คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ 18. คณะเภสัชศาสตร์ 19. คณะเศรษฐศาสตร์ 20. คณะแพทยศาสตร์ |
| วิทยาลัยและหน่วยงานการศึกษาเพิ่มเติม | 1. วิทยาลัยประชากรศาสตร์ 2. วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี 3. วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 4. วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUii) 5. วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) 6. สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7. สำนักวิชานวัตกรรมบูรณาการ (School of Integrated Science and Innovation) |
| พื้นที่การศึกษาและเครือข่าย | พื้นที่หลักเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รวมถึงส่วนงานการศึกษาและวิจัยในจังหวัดน่าน สระบุรี และพื้นที่เฉพาะทางอื่นตามพันธกิจของหน่วยงาน โดยไม่ใช่การนับทุกพื้นที่เป็นวิทยาเขตเอกเทศ |
| ระดับการศึกษา | ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ประกาศนียบัตรบัณฑิต ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง หลักสูตรนานาชาติ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต |
| จุดเด่นทางวิชาการ | วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจและการบัญชี รัฐศาสตร์ กฎหมาย การศึกษา สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์บูรณาการ และการวิจัยสหสาขา |
| สถานที่สำคัญภายใน | 1. พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล 2. หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3. อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ 4. อาคารจักรพงษ์และหอประวัติจุฬาฯ 5. พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา จุฬาฯ 7. สำนักงานวิทยทรัพยากร (หอสมุดกลาง) 8. ธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9. อาคารศศปาฐศาลาและสถาบันศศินทร์ 10. ศาลาพระเกี้ยว 11. สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 12. อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| วันสำคัญและประเพณี | 1. วันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 26 มีนาคม 2. วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 3. กิจกรรม CU First Date ต้อนรับนิสิตใหม่ 4. พิธีไหว้ครู 5. งานคืนเหย้านิสิตเก่าจุฬาฯ 6. กีฬาประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ตามกำหนดการของผู้จัด 7. การแสดงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์และกิจกรรมวัฒนธรรม |
| วันและเวลาติดต่อสำนักงานบริหารบางหน่วยงาน | วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ |
| วันและเวลาพิพิธภัณฑ์จุฬาฯ | วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.30 น. สำหรับนิทรรศการทั่วไปที่เปิดให้เข้าชมตามประกาศ |
| วันและเวลาหอประวัติจุฬาฯ | อาคารจักรพงษ์: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. อาคารบรมราชกุมารี ชั้น 15: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 17.00 น. เข้าชมฟรี |
| การเข้าเยี่ยมชม | พื้นที่กลางแจ้งและพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้ตามข้อกำหนด ส่วนห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัย อาคารสำนักงาน และพื้นที่รักษาพยาบาลต้องปฏิบัติตามกฎของแต่ละหน่วยงาน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องสมุด อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัย ศูนย์กีฬา หอพักนิสิต โรงอาหาร ศูนย์สุขภาพ รถโดยสาร CU Shuttle Bus พื้นที่จอดรถ และสวนสาธารณะ |
| การเดินทาง | BTS สยามหรือสนามกีฬาแห่งชาติ; MRT สามย่าน ทางออก 2; CU Shuttle Bus; รถโดยสารประจำทาง; รถรับจ้าง; และรถยนต์ส่วนตัวตามประตูทางเข้าที่เหมาะกับอาคารปลายทาง |
| สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง | 1. อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3. หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4. สามย่านมิตรทาวน์ 5. สยามสแควร์ 6. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 7. พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน 8. ศูนย์การค้ามาบุญครอง (MBK Center) |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. โกกิเนมเซ สามย่าน ซอยจุฬาฯ 11 โทร. 084-980-0591 2. ท่านขุน ยูเซ็นเตอร์ ซอยจุฬาฯ 42 โทร. 090-626-5363 3. The Coffee Club Kitchen สามย่านมิตรทาวน์ โทร. 092-248-6906 4. โคตรเซียน สปาเก็ตตี้ ซอยจุฬาฯ 3 โทร. 095-578-1711 5. Sukii Shabu Samyan ซอยจุฬาฯ 50 โทร. 083-087-6620 6. Ssamthing Together สามย่านมิตรทาวน์ โทร. 098-545-4546 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Triple Y Hotel สามย่านมิตรทาวน์ โทร. 02-219-1611 2. Pathumwan Princess Hotel ถนนพญาไท โทร. 02-216-3700 3. ibis Bangkok Siam ถนนพระรามที่ 1 โทร. 02-874-7111 4. Holiday Inn Express Bangkok Siam ถนนพระรามที่ 1 โทร. 02-217-7555 5. Mercure Bangkok Siam ถนนพระรามที่ 1 โทร. 02-874-7222 6. Novotel Bangkok on Siam Square โทร. 02-209-8888 7. CU iHouse เรือนวิรัชมิตร ซอยจุฬาฯ 9 โทร. 02-217-3188 (ที่พักมหาวิทยาลัย มีเงื่อนไขผู้เข้าพัก) |
| ติดต่อสำนักบริหารวิชาการ | 02-218-0201, 02-218-0202, 02-218-0431 |
| ติดต่อหอประวัติจุฬาฯ | 02-218-7097 ถึง 02-218-7098, 02-218-4594 ถึง 02-218-4595 |
| ติดต่อพิพิธภัณฑ์จุฬาฯ | 02-218-3645 ถึง 02-218-3646 |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.chula.ac.th/ |
| เว็บไซต์สำนักงานการทะเบียน | https://www.reg.chula.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พร้อมภารกิจการศึกษา วิจัย นวัตกรรม และบริการสังคม |
หลักสูตรและสาขาวิชาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2569
| คณะ / วิทยาลัย / หน่วยงาน | หลักสูตรและสาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษา |
| คณะครุศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 2. ประถมศึกษา 3. มัธยมศึกษา 4. สุขศึกษาและพลศึกษา 5. เทคโนโลยีการศึกษา 6. ศิลปศึกษา 7. ดนตรีศึกษา 8. ธุรกิจศึกษา 9. การศึกษานอกระบบโรงเรียน 10. จิตวิทยาการปรึกษา การแนะแนวและการศึกษาพิเศษ บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการศึกษา การบริหารการศึกษา การวิจัยทางการศึกษา และเทคโนโลยีการศึกษา |
| คณะจิตวิทยา | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา 2. Bachelor of Science in Psychological Science (JIPP) หลักสูตรนานาชาติ ปริญญาโท 1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา 2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา ปริญญาเอก 1. การศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตด้านจิตวิทยาตามหลักสูตรของคณะ |
| คณะทันตแพทยศาสตร์ | ปริญญาวิชาชีพ 1. ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต บัณฑิตศึกษาและการฝึกอบรม 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตด้านทันตแพทยศาสตร์เฉพาะทาง 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์ช่องปากและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 3. การฝึกอบรมเฉพาะทางและประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงตามหลักสูตรของคณะ |
| คณะนิติศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. นิติศาสตรบัณฑิต 2. นิติศาสตรบัณฑิต ภาคบัณฑิต 3. Bachelor of Laws in Business and Technology Law (LLBel) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. นิติศาสตรมหาบัณฑิต 2. นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต |
| คณะนิเทศศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ 2. การโฆษณาและการสื่อสารตราสินค้า 3. การออกแบบและผลิตสื่อ 4. วารสารสนเทศและสื่อใหม่ 5. วาทนิเทศ 6. สื่อสารการแสดง 7. ศิลปะภาพยนตร์ 8. Bachelor of Arts in Communication Management (BCM) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตในศาสตร์การสื่อสาร |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | ปริญญาโท 1. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก 2. การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 3. การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต 4. การบริหารทางการพยาบาล ปริญญาเอก 1. พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) การศึกษาวิชาชีพ 1. หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง |
| คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี | ปริญญาตรี 1. บัญชีบัณฑิต 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเพื่อเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ 3. ระบบสารสนเทศทางการจัดการ 4. การธนาคารและการเงิน 5. การตลาด 6. การจัดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ 7. สถิติศาสตรบัณฑิต 8. Bachelor of Business Administration (BBA) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต 2. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเงินและวิศวกรรมการเงิน 3. หลักสูตรระดับปริญญาโทและเอกด้านการจัดการ การตลาด การบัญชี และธุรกิจ |
| คณะรัฐศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครอง 2. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3. รัฐประศาสนศาสตร์ 4. สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา 5. Bachelor of Arts in Politics and Global Studies (PGS) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. รัฐศาสตรมหาบัณฑิตและรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต 2. ดุษฎีบัณฑิตด้านรัฐศาสตร์และการบริหารสาธารณะ |
| คณะวิทยาศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 2. วิทยาการคอมพิวเตอร์ 3. เคมี 4. ชีววิทยา 5. สัตววิทยา 6. ฟิสิกส์ 7. พฤกษศาสตร์ 8. พันธุศาสตร์ 9. เคมีวิศวกรรม 10. ธรณีวิทยา 11. วิทยาศาสตร์ทั่วไป 12. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 13. วิทยาศาสตร์ทางทะเล 14. ชีวเคมี 15. วัสดุศาสตร์ 16. จุลชีววิทยา 17. เทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ 18. เทคโนโลยีทางอาหาร 19. Bachelor of Science in Applied Chemistry (BSAC) หลักสูตรนานาชาติ 20. Bachelor of Science in Biotechnology (BBTech) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตและปรัชญาดุษฎีบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์พื้นฐานและประยุกต์ตามหลักสูตรของคณะ |
| คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกาย และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง |
| คณะวิศวกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. วิศวกรรมโยธา 2. วิศวกรรมไฟฟ้า 3. วิศวกรรมเครื่องกล 4. วิศวกรรมยานยนต์ 5. วิศวกรรมอุตสาหการ 6. วิศวกรรมเคมี 7. วิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม 8. วิศวกรรมทรัพยากรธรณี 9. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม 10. วิศวกรรมสำรวจ 11. วิศวกรรมโลหการ 12. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 13. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล 14. วิศวกรรมนิวเคลียร์และรังสี หลักสูตรนานาชาติ 1. Automotive Design and Manufacturing Engineering (ADME) 2. Nano Engineering (NANO) 3. Information and Communication Engineering (ICE) 4. Aerospace Engineering (AERO) 5. Robotics and Artificial Intelligence Engineering (RAIE) 6. Chemical and Process Engineering (ChPE) 7. Semiconductor Engineering บัณฑิตศึกษา 1. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เครื่องกล ไฟฟ้า โยธา เคมี อุตสาหการ สิ่งแวดล้อม พลังงานและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง |
| คณะศิลปกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย 2. ดุริยางคศิลป์ตะวันตก 3. ทัศนศิลป์ 4. นาฏยศิลป์ 5. นฤมิตศิลป์ บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านศิลปกรรม ดนตรีและศิลปะการแสดง |
| คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต 2. การออกแบบอุตสาหกรรม 3. ภูมิสถาปัตยกรรม 4. Bachelor of Science in Architectural Design (INDA) หลักสูตรนานาชาติ 5. Bachelor of Fine and Applied Arts in Communication Design (CommDe) หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา 1. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต 2. หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาด้านการวางแผนภาคและเมือง การออกแบบและสถาปัตยกรรม |
| คณะสหเวชศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสหเวชศาสตร์ตามสาขาที่เปิดดำเนินการ |
| คณะสัตวแพทยศาสตร์ | ปริญญาวิชาชีพ 1. สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี) บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและเอกด้านสัตวแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง |
| คณะอักษรศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ภาษาไทย 2. ภาษาอังกฤษ 3. ประวัติศาสตร์ 4. ภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ 5. สารสนเทศศึกษา 6. ปรัชญา 7. ศิลปการละคร 8. ภาษาเอเชียใต้ 9. ภาษาจีน 10. ภาษาญี่ปุ่น 11. ภาษาเกาหลี 12. ภาษาฝรั่งเศส 13. ภาษาเยอรมัน 14. ภาษาสเปน 15. ภาษาอิตาเลียน 16. ภาษารัสเซีย 17. วรรณกรรมโลกและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 18. เทคโนโลยีภาษาและสารสนเทศ หลักสูตรนานาชาติ 1. Bachelor of Arts in Language and Culture (BALAC) บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและเอกด้านภาษา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ปรัชญา สารสนเทศศึกษาและมนุษยศาสตร์ |
| คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ | ปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรและวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร ปริญญาโท 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเกษตรนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการเพื่อความยั่งยืน |
| คณะเภสัชศาสตร์ | ปริญญาวิชาชีพ 1. เภสัชศาสตรบัณฑิต บัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทและเอกด้านเภสัชศาสตร์ เภสัชกรรมคลินิก เทคโนโลยีเภสัชกรรม เภสัชวิทยาและวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม |
| คณะเศรษฐศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. เศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ 1. Bachelor of Arts in Economics (EBA) บัณฑิตศึกษา 1. เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ |
| คณะแพทยศาสตร์ | ปริญญาวิชาชีพ 1. แพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี) 2. Chulalongkorn University International Medical Program (CU-MEDi) บัณฑิตศึกษา 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์คลินิก วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ฟิสิกส์การแพทย์และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์คลินิก 3. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงและการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางตามที่ได้รับการรับรอง |
| วิทยาลัยประชากรศาสตร์ | บัณฑิตศึกษา 1. ประชากรศาสตร์ระดับปริญญาโท 2. ประชากรศาสตร์ระดับปริญญาเอก 3. การศึกษาและวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงประชากรและสังคมสูงวัย |
| วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี | บัณฑิตศึกษา 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ |
| วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข | บัณฑิตศึกษา 1. สาธารณสุขศาสตร์และวิทยาศาสตร์สาธารณสุขระดับปริญญาโท 2. สาธารณสุขศาสตร์และวิทยาศาสตร์สาธารณสุขระดับปริญญาเอก |
| วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ (CUii) | บัณฑิตศึกษา 1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรสหศาสตร์การจัดการภาษี 2. หลักสูตรสหสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ 3. หลักสูตรสหสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. หลักสูตรสหสาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 5. หลักสูตรสหศาสตร์บูรณาการระดับปริญญาโทและเอกตามบัญชีหลักสูตรของวิทยาลัย |
| วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชน (Chula XL) | การศึกษาตลอดชีวิต 1. หลักสูตรดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ 2. หลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยี 3. หลักสูตรภาษาและการสื่อสารสากล 4. หลักสูตรทักษะชีวิตและสังคม 5. หลักสูตรสุขภาพและสุขภาวะ 6. หลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม การอบรมดังกล่าวเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่การจัดเป็นปริญญาใหม่ทุกรายการ |
| สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ | บัณฑิตศึกษา 1. Master of Business Administration (MBA) 2. Executive MBA (EMBA) 3. Doctor of Business Administration (DBA) |
| หน่วยงานการศึกษานวัตกรรมบูรณาการ | ปริญญาตรี 1. Bachelor of Arts and Science in Integrated Innovation (BAScII) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลขที่ 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ในบริเวณใกล้สยามสแควร์ สามย่าน และถนนพระรามที่ 1
ถาม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1917 โดยมีรากฐานจากสำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนที่เริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2442
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย?
ตอบ: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกำเนิดสถานศึกษาที่เป็นรากฐานของจุฬาฯ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาสถานศึกษาแห่งนั้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถาม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคณะอะไรบ้างในปี 2569?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมี 20 คณะ ครอบคลุมแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์ อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ธุรกิจ ศิลปกรรมศาสตร์และศาสตร์อื่น โดยมีคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการเป็นส่วนงานที่เปลี่ยนสถานภาพในเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 พร้อมวิทยาลัยและหน่วยงานการศึกษาสหสาขาอีกหลายแห่ง
ถาม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านการศึกษาครอบคลุมหลายศาสตร์ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ การพัฒนาสังคม และการสร้างนวัตกรรม พร้อมมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย
ถาม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดวันไหนและเวลาเท่าไร?
ตอบ: สำนักบริหารบางหน่วยงาน เช่น สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ เปิดติดต่อวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00–17.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์และหอประวัติมีตารางเข้าชมเฉพาะของแต่ละแห่ง ไม่ควรใช้เวลาสำนักงานเป็นเวลาเปิดปิดของมหาวิทยาลัยทั้งพื้นที่
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าชมพื้นที่สาธารณะ อุทยาน 100 ปี พิพิธภัณฑ์และหอประวัติที่เปิดรับผู้เข้าชมตามข้อกำหนดได้ ส่วนการเข้าอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยต้องปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานผู้ดูแล
ถาม: เดินทางไปจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้ BTS ลงสถานีสยามหรือสนามกีฬาแห่งชาติ หรือใช้ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออก 2 แล้วเดินหรือใช้บริการ CU Shuttle Bus ไปยังอาคารเป้าหมาย รวมทั้งเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง รถรับจ้างและรถยนต์ส่วนตัวได้
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




