หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.ช้างเผือก > มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดวันจันทร์–ศุกร์ (สำนักงานและหน่วยงานบริการตามเวลาราชการ) เวลา 08.30–16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน. การเดินทางสะดวก ศูนย์เวียงบัว ใช้ถนนช้างเผือกจากเขตเมืองเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม ใช้ถนนโชตนามุ่งสู่อำเภอแม่ริม.
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

วันเปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ (สำนักงานและหน่วยงานบริการตามเวลาราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเปิดเข้าชมทุกอาคารหรือเวลาเรียนทุกหลักสูตร)
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (Chiang Mai Rajabhat University) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีประวัติยาวนานกว่า 102 ปี ตั้งอยู่ที่เลขที่ 202 ถนนช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรากฐานมาจากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ ซึ่งสถาปนาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 และเริ่มจัดการเรียนการสอนในวันที่ 19 พฤษภาคมปีเดียวกัน ก่อนพัฒนาผ่านยุคโรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ จนได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาหลากหลายสาขา ทั้งครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการ ธุรกิจ ภาษา และวิทยาการสุขภาพ โดยมีพื้นที่การศึกษาสำคัญ ได้แก่ ศูนย์เวียงบัว ศูนย์แม่ริม และวิทยาเขตแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยยึดบทบาทการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มุ่งผลิตและพัฒนาครู สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมล้านนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของภาคเหนือ เพราะถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังขยายระบบโรงเรียนและพัฒนาการฝึกหัดครูให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในภูมิภาค การจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพจึงมีความหมายมากกว่าการสร้างสถานศึกษาแห่งใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้านการสอนและการเกษตร เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทซึ่งมีวิถีชีวิตผูกพันกับการเพาะปลูกและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ตั้งดั้งเดิมของมหาวิทยาลัยอยู่ในบริเวณบ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การจัดการศึกษาด้านกสิกรรมและการฝึกหัดครู ความสำคัญของพื้นที่เวียงบัวไม่ได้อยู่เพียงการเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเมืองเชียงใหม่ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ จากชุมชนที่มีพื้นที่เกษตรกรรมและการตั้งถิ่นฐานกระจายอยู่รอบเมือง ไปสู่ศูนย์กลางการศึกษา การค้า การบริการ และการพัฒนาเมืองที่มีความหนาแน่นมากขึ้นในปัจจุบัน
การวางรากฐานของมหาวิทยาลัยเริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2466 เมื่อบุคคลสำคัญในฝ่ายปกครองและการศึกษาของมณฑลพายัพ ได้แก่ พระยาสุรบดินทร์สุรินทรภาไชย พระยาพายัพพิริยะกิจ และหลวงวิสณห์ดรุณการ ได้ร่วมกันเตรียมการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ ตามแนวทางการจัดการศึกษาของกระทรวงธรรมการในขณะนั้น บุคคลทั้งสามมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดสถานศึกษาที่สามารถผลิตครูซึ่งมีความรู้ด้านกสิกรรมและสามารถนำความรู้กลับไปใช้พัฒนาชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือได้
ในระหว่างการเตรียมจัดตั้งโรงเรียน ได้มีการจัดซื้อที่ดินบริเวณบ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมเรือนไม้หนึ่งหลัง โดยใช้เงินรายได้ของโรงเรียนรัฐบาลประจำมณฑลพายัพเป็นทุนในการจัดหา ต่อมาใน พ.ศ. 2467 เจ้าราชภาติกวงษ์ หรือคำตัน ณ เชียงใหม่ ได้มอบที่ดินส่วนหนึ่งทางด้านเหนือของพื้นที่เดิมเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียน การได้รับความร่วมมือด้านที่ดินสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่นให้แก่การศึกษาในช่วงเวลาดังกล่าว
เมื่อเตรียมพื้นที่และบุคลากรเบื้องต้นแล้ว โรงเรียนได้รับการจัดตั้งในนาม โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ โดยมีนายชื่น สิโรรส เป็นครูใหญ่คนแรก วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 เป็นวันที่มหาวิทยาลัยยึดถือเป็นวันสถาปนา ขณะที่การเรียนการสอนเริ่มขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 นักเรียนรุ่นแรกมีจำนวน 28 คน มาจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน การรับนักเรียนจากหลายจังหวัดแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนแห่งนี้มีภารกิจรับผิดชอบการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาในระดับภูมิภาคมาตั้งแต่ระยะแรก
อาคารเรียนในช่วงเริ่มก่อตั้งมีลักษณะเรียบง่าย สร้างจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นและใช้เป็นทั้งพื้นที่เรียนหนังสือกับที่พักของนักเรียน การก่อสร้างอาศัยแรงงานของครูและนักเรียนร่วมกัน อาคารชั่วคราวดังกล่าวเริ่มก่อสร้างในเดือนเมษายน พ.ศ. 2467 และแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ภาพของสถานศึกษาที่เริ่มต้นจากอาคารไม้และทรัพยากรจำกัดจึงแตกต่างอย่างมากจากมหาวิทยาลัยปัจจุบันซึ่งมีอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอสมุด ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และพื้นที่วิชาการขนาดใหญ่
จุดมุ่งหมายสำคัญของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมคือการสร้างครูที่สามารถสอนหนังสือและให้ความรู้ด้านการเพาะปลูกแก่ประชาชน โรงเรียนไม่ได้มองการเกษตรเป็นเพียงทักษะประกอบอาชีพ แต่เห็นว่าความรู้ด้านกสิกรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในภาคเหนือซึ่งมีเศรษฐกิจพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก เมื่อผู้สำเร็จการศึกษากลับไปทำหน้าที่ครูในท้องถิ่น ความรู้ด้านการปลูกพืชและการจัดการพื้นที่เพาะปลูกจึงสามารถกระจายไปสู่เกษตรกรและประชาชนในชุมชนได้พร้อมกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ใน พ.ศ. 2470 ได้มีการรวมการฝึกหัดครูสามัญชั้นต่ำประจำมณฑลแผนกชายเข้ากับโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรม และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนการขยายภารกิจจากการผลิตครูด้านกสิกรรมไปสู่การผลิตครูสามัญควบคู่กัน แม้การเรียนการสอนยังคงเน้นวิชาการเกษตรเป็นส่วนสำคัญ และประชาชนทั่วไปยังเรียกโรงเรียนแห่งนี้ว่าโรงเรียนกสิกรรมช้างเผือก
การจัดการศึกษาในยุคโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพดำเนินต่อเนื่องภายใต้การบริหารของหลวงพิพัฒน์คุรุกิจ ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการบริหารโรงเรียน ในยุคดังกล่าว โรงเรียนยังใช้การทำงานร่วมกันระหว่างครูและนักเรียนในการก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน และทักษะการปฏิบัติจริงนอกเหนือจากเนื้อหาวิชาในห้องเรียน
กิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนในอดีตยังมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการจัดงานแสดงผลผลิตและงานประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ การจัดงานลักษณะดังกล่าวเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนและประชาชนได้แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร งานฝีมือ และกิจกรรมของชุมชน จึงสะท้อนบทบาทของโรงเรียนฝึกหัดครูในการเชื่อมโยงการศึกษากับเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนในมณฑลพายัพ
เมื่อถึง พ.ศ. 2485 โรงเรียนได้รับการปรับปรุงโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูมูล จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการมุ่งเน้นการผลิตครูสายสามัญเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการครูในโรงเรียนของรัฐและชุมชนชนบท การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของนายทวี โปราณานนท์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบการฝึกหัดครูในช่วงดังกล่าว การศึกษาครูเริ่มมีลักษณะเป็นระบบมากขึ้น ทั้งด้านการเรียนวิชาสามัญ การฝึกการสอน และการพัฒนาความรู้สำหรับการทำหน้าที่ครูในสถานศึกษาต่าง ๆ
ในปีการศึกษา 2490 โรงเรียนเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการผลิตครูซึ่งมีขอบเขตกว้างขวางขึ้น ช่วงเวลานี้มีการเริ่มใช้สีดำและสีเหลืองเป็นสีประจำสถาบัน และนำพระพิฆเนศวรซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญามาเป็นเครื่องหมายสำคัญของโรงเรียน พร้อมใช้คติพจน์ภาษาบาลี “นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา” ซึ่งหมายถึง “ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา” คติพจน์นี้สะท้อนความเชื่อว่าการศึกษาและปัญญาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนามนุษย์
การเติบโตของโรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองมีความสัมพันธ์กับการขยายการศึกษาของประเทศไทย จำนวนผู้เข้าศึกษาจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนต้องพัฒนาอาคารเรียน หอพัก โรงอาหาร และพื้นที่ฝึกงานให้สามารถรองรับผู้เรียนได้มากขึ้น อาคารหอพักไม้และอาคารฝึกงานที่สร้างขึ้นในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของครูและศิษย์เก่าหลายรุ่น และแสดงให้เห็นพัฒนาการของการจัดการศึกษาที่เริ่มมีระบบสนับสนุนชีวิตนักเรียนประจำอย่างชัดเจน
ช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 25 สถานศึกษาได้พัฒนาสู่สถานะ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และมีบทบาทในการผลิตครูระดับสูงมากขึ้น การจัดการศึกษาครูในช่วงนี้ตอบสนองต่อการขยายตัวของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในภาคเหนือ โดยมีการพัฒนาหลักสูตรฝึกหัดครูให้สอดคล้องกับระดับการศึกษาและความต้องการของสถานศึกษา การเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนฝึกหัดครูไปสู่วิทยาลัยครูสะท้อนการยกระดับคุณวุฒิครูและการพัฒนาวิชาชีพครูให้มีฐานความรู้ทางวิชาการกว้างขวางขึ้น
ในปีการศึกษา 2517 วิทยาลัยครูเชียงใหม่เริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในบางสาขา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ เคมี และวิทยาศาสตร์ทั่วไป ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาอีกครั้งภายหลังประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างการบริหารและหลักสูตรฝึกหัดครูทั่วประเทศ ต่อมาได้มีการพัฒนาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตและขยายโอกาสทางการศึกษาให้บุคลากรในท้องถิ่นสามารถพัฒนาคุณวุฒิและความสามารถทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
การขยายการศึกษาระดับปริญญาตรีและการพัฒนาหลักสูตรครูเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้วิทยาลัยครูเชียงใหม่มีบทบาทเหนือกว่าการผลิตครูสำหรับโรงเรียนทั่วไป เพราะเริ่มสนับสนุนการพัฒนาวิชาการ การฝึกอบรมครูประจำการ การศึกษาต่อของบุคลากรที่ทำงานแล้ว และการบริการวิชาการแก่ชุมชน การขยายบทบาทดังกล่าววางรากฐานให้สถานศึกษาสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนหลากหลายศาสตร์ในเวลาต่อมา
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 เป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของวิทยาลัยครูทั่วประเทศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “สถาบันราชภัฏ” ให้แก่กลุ่มวิทยาลัยครู โดยชื่อราชภัฏสื่อความหมายถึงผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา และมีความหมายเชิงอุดมคติในฐานะผู้ใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ชื่อใหม่นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านอัตลักษณ์และพันธกิจของสถานศึกษากลุ่มวิทยาลัยครู
หลังการพระราชทานนาม สถานศึกษาได้เข้าสู่ยุค สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ โดยมีแนวทางการพัฒนาที่เน้นการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่น การประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ทำให้สถาบันราชภัฏมีบทบาทชัดเจนยิ่งขึ้นทั้งด้านการจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การพัฒนานี้ทำให้สถาบันสามารถขยายการจัดการศึกษาไปสู่สาขาวิชาชีพอื่นนอกเหนือจากครุศาสตร์ โดยยังคงรักษาภารกิจการผลิตและพัฒนาครูเป็นส่วนสำคัญ
วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และกฎหมายดังกล่าวได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ส่งผลให้สถาบันราชภัฏเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างเป็นทางการ จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สถาบันการศึกษาซึ่งมีรากฐานด้านการฝึกหัดครูได้ก้าวสู่สถานะมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ โดยมีการกำหนดพันธกิจทางวิชาการและบทบาทด้านการพัฒนาท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้มีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อสถานศึกษา แต่เป็นการสร้างระบบบริหารและการศึกษาที่รองรับการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัย การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมอย่างมีระบบมากขึ้น
เมื่อถึงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนา โดยจัดกิจกรรมทางวิชาการ นิทรรศการ ผลงานวิจัย การพัฒนาครู การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมศิษย์เก่าเพื่อแสดงพัฒนาการของสถาบันตลอดหนึ่งศตวรรษ ต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมครบรอบ 102 ปี ซึ่งสะท้อนความต่อเนื่องของบทบาทมหาวิทยาลัยในด้านการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นจากจุดเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2467
อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีรากฐานจากประวัติการฝึกหัดครูและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจน คำว่า “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” สะท้อนหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการนำความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตครู การพัฒนาทักษะอาชีพ การวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หรือการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ความสำคัญของสถาบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการจัดการเรียนการสอน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาสังคมในระยะยาว
สีประจำมหาวิทยาลัยคือ สีดำและสีเหลือง ซึ่งสืบทอดมาจากยุคโรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ โดยสีทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่ศิษย์เก่าและนักศึกษาหลายรุ่นคุ้นเคย สัญลักษณ์พระพิฆเนศวรเคยถูกใช้ในยุคโรงเรียนฝึกหัดครูเพื่อสื่อถึงปัญญาและความรู้ ขณะที่ตรามหาวิทยาลัยในปัจจุบันสืบเนื่องจากตราสัญลักษณ์ราชภัฏซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบและสีที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ความเจริญรุ่งเรืองทางปัญญา สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความบริสุทธิ์แห่งความคิด
สีต่าง ๆ ที่ปรากฏในตราสัญลักษณ์ราชภัฏมีความหมายเฉพาะ โดยสีน้ำเงินแทนสถาบันพระมหากษัตริย์ สีเขียวแทนพื้นที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สีทองแทนความรุ่งเรืองทางปัญญา สีส้มแทนความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสีขาวแทนความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนอุดมคติการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มุ่งเชื่อมโยงความรู้กับการพัฒนาท้องถิ่น การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการสร้างประโยชน์แก่สังคม
คติพจน์ “นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา” ซึ่งหมายถึงไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา มีความสัมพันธ์กับประวัติการศึกษาของสถาบันตั้งแต่ยุคโรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่าปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์สามารถเข้าใจปัญหา พัฒนาตนเอง และสร้างความเจริญให้แก่ผู้อื่นได้ การยึดความสำคัญของปัญญาจึงมีความหมายต่อทั้งผู้เรียนด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิชาชีพอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย
ด้านการบริหารมหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มี รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568 การบริหารมหาวิทยาลัยในปัจจุบันมีภารกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก การส่งเสริมศักยภาพนักศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในภาคเหนือ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีพื้นที่การศึกษาสำคัญสองแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ พื้นที่เวียงบัว ที่ถนนช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ศูนย์แม่ริม ในอำเภอแม่ริม โดยทั้งสองพื้นที่มีหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษาและกิจกรรมทางวิชาการตามลักษณะของคณะและหน่วยงานที่ตั้งอยู่ พื้นที่เวียงบัวมีความเชื่อมโยงกับประวัติการก่อตั้งสถานศึกษาเดิมและชุมชนเมือง ส่วนศูนย์แม่ริมมีพื้นที่กว้างขวางและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา
พื้นที่เวียงบัวถือเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพมาตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีอาคารเรียน อาคารสำนักงาน พื้นที่กิจกรรมและหน่วยงานทางวิชาการหลายแห่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นย่านเมืองที่มีร้านอาหาร ที่พักอาศัย สถานประกอบการ และเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อกับเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ การอยู่ร่วมกับชุมชนเมืองทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการบริการสาธารณะในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์แม่ริมเป็นพื้นที่สำคัญในการรองรับการขยายตัวของมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่เลขที่ 180 หมู่ 7 ถนนโชตนา ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่อาคารเรียนและอาคารบริหารขนาดใหญ่ ตลอดจนภูมิทัศน์ที่มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติของอำเภอแม่ริม ศูนย์แม่ริมเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนสำคัญของคณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569
นอกจากพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยยังมี วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีบทบาทในการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังพื้นที่ภูเขาและชุมชนห่างไกลของภาคเหนือ การดำเนินงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้สะดวกขึ้น และสร้างโอกาสในการพัฒนาครู บุคลากรด้านสังคมและธุรกิจ และบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้หลักสูตรของวิทยาเขตแม่ฮ่องสอนแยกจากหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในจังหวัดเชียงใหม่ตามระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัย
ด้านหน่วยงานวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีคณะและวิทยาลัยที่ครอบคลุมความรู้หลายสาขา ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน และบัณฑิตวิทยาลัย การจัดการศึกษาในแต่ละหน่วยงานมีลักษณะเฉพาะ แต่เชื่อมโยงกันด้วยเป้าหมายการสร้างองค์ความรู้และผลิตบัณฑิตที่สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น
คณะครุศาสตร์ เป็นหน่วยงานที่สืบทอดรากฐานสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัยจากการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู การจัดการศึกษาด้านครุศาสตร์ครอบคลุมสาขาการศึกษาปฐมวัย การประถมศึกษา การศึกษาพิเศษ การสอนวิชาต่าง ๆ ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สาขาวิชาในกลุ่มนี้มีบทบาทต่อการเตรียมผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีความรู้ด้านเนื้อหาวิชา การวางแผนการสอน การวัดผล การพัฒนาผู้เรียน และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยเฉพาะการผลิตครูที่สามารถทำงานในโรงเรียนของพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีความหลากหลายด้านสังคม ภาษา และวัฒนธรรม
ความโดดเด่นด้านการผลิตครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ไม่ได้อยู่เพียงการมีหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตหลากหลายสาขา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างครูที่เข้าใจสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น เพราะการจัดการศึกษาในพื้นที่ภูเขา ชุมชนชนบท และชุมชนที่มีความหลากหลายทางภาษาอาจมีบริบทแตกต่างจากโรงเรียนในเมืองใหญ่ การพัฒนาครูจึงต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการ ความสามารถในการสื่อสาร และความเข้าใจพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้เรียน
คณะเทคโนโลยีการเกษตร มีความสัมพันธ์กับรากฐานดั้งเดิมของสถาบันที่เริ่มจากการฝึกหัดครูกสิกรรม การจัดการศึกษาในกลุ่มเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และสัตวศาสตร์ สนับสนุนการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านการผลิต การจัดการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภาคเกษตรกรรม องค์ความรู้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อชุมชนในภาคเหนือซึ่งมีความหลากหลายของภูมิประเทศ ระบบการผลิต และวัฒนธรรมการเกษตร ตั้งแต่พื้นที่ราบลุ่มไปจนถึงพื้นที่ภูเขาสูง
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรด้านภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย สังคม และการบริการ โดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยวและการโรงแรม ภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และศิลปะ หลักสูตรเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับบทบาทของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยวของภาคเหนือ
การศึกษาด้านภาษาและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำหรับการทำงานในสังคมระหว่างประเทศ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีการติดต่อกับผู้คนหลากหลายชาติ ทั้งนักท่องเที่ยว นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการ ภาษาต่างประเทศจึงมีความสำคัญต่อการสื่อสารและการพัฒนาธุรกิจบริการ ขณะที่การศึกษาประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรมช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับรากฐานของสังคมล้านนา และสามารถนำไปใช้กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ได้
คณะวิทยาการจัดการ มีภารกิจพัฒนาความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การจัดการ การตลาด การบัญชี การประกอบการ ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจระหว่างประเทศ นิเทศศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ศาสตร์เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งธุรกิจท่องเที่ยว การค้า การบริการ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก และธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การเรียนรู้ด้านการจัดการจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ การวางแผน การบริหารทรัพยากร และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบทบาทด้านการผลิตบุคลากรสายวิทยาศาสตร์และวิชาชีพประยุกต์ ครอบคลุมคณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการข้อมูล วิศวกรรมโยธา เทคโนโลยีการก่อสร้าง การออกแบบสร้างสรรค์ อาหารและโภชนาการ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และวิทยาการสุขภาพบางสาขา การศึกษาในกลุ่มนี้ช่วยสร้างความรู้ที่สามารถนำไปใช้พัฒนานวัตกรรม ระบบสารสนเทศ กระบวนการผลิต และการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
การเรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นมีความสำคัญเพราะช่วยเชื่อมโยงการวิจัยกับปัญหาที่พบในชีวิตจริง เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการปรับตัวของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อม การมีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคยังช่วยสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ โรงเรียน สถานประกอบการ และชุมชนที่ต้องการองค์ความรู้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและพัฒนาโครงการต่าง ๆ
วิทยาลัยนานาชาติ เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการพัฒนาความสามารถด้านภาษาและการจัดการในบริบทระหว่างประเทศ โดยมีสาขาการจัดการธุรกิจการบิน การจัดการธุรกิจนานาชาติ ภาษาจีนธุรกิจ และภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศตามประกาศรับสมัครระดับปริญญาตรีปีการศึกษา 2569 การเรียนรู้ในสาขาเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับความต้องการบุคลากรในธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมการบิน การค้าระหว่างประเทศ และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่
วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย หรือ adiCET เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการเชื่อมโยงการวิจัยกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชน โดยเฉพาะประเด็นพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การดำเนินงานของหน่วยงานดังกล่าวช่วยสนับสนุนแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็นพื้นที่สร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อปัญหาจริงของสังคม โดยมีทั้งการฝึกอบรม การวิจัย และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่หน่วยงานและกลุ่มผู้สนใจ
อีกภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยคือการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งเปิดโอกาสให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ และผู้สนใจสามารถศึกษาต่อยอดความรู้ในระดับสูงขึ้น ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยมีประกาศรับสมัครปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาการบริหารการศึกษา วิทยาการจัดการเรียนรู้ การสอนวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษศึกษา ศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน การบริหารธุรกิจ การจัดการระบบสุขภาพชุมชน และพลังงานและสิ่งแวดล้อมชุมชนตามระดับปริญญาที่กำหนด
การมีหลักสูตรบัณฑิตศึกษาหลากหลายด้านช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาความรู้เชิงลึกและบุคลากรที่มีศักยภาพในการวิจัย โดยเฉพาะการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจปัญหาจากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ การศึกษาระดับสูงจึงมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประกอบการพัฒนานโยบาย การจัดการศึกษา และการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนอย่างมีเหตุผล
ด้านงานวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยงานสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงาน งานวิจัยครอบคลุมทั้งการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร การจัดการ สังคมศาสตร์ วัฒนธรรม และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การมีระบบเผยแพร่ผลงานวิจัยและวารสารทางวิชาการยังช่วยให้ผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาสามารถเผยแพร่สู่สังคมวิชาการและนำไปต่อยอดได้
มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทในการสนับสนุนการสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม ในงานฉลองครบรอบ 102 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ยกย่องนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่นด้านทรัพย์สินทางปัญญา การดำเนินงานลักษณะนี้สะท้อนการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยที่มีภารกิจหลักด้านการผลิตครูไปสู่การสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง
การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ความรู้จากคณะต่าง ๆ สามารถนำมาสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยี การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แนวทางนี้ช่วยให้กิจกรรมทางวิชาการมีความสัมพันธ์กับความต้องการของผู้คนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีความโดดเด่นด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมี สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ทำหน้าที่รวบรวม ศึกษา อนุรักษ์ และเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม วรรณกรรม เอกสารโบราณ และภูมิปัญญาของชุมชนภาคเหนือ หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาททั้งด้านการวิจัยและการจัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษา บุคลากร และประชาชน โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมล้านนาเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการเรียนรู้และการพัฒนาท้องถิ่น
หนึ่งในพื้นที่การเรียนรู้สำคัญของมหาวิทยาลัยคือ สถาบันล้านนาศึกษาและพื้นที่นิทรรศการภายในอาคารเทพรัตนราชสุดา ซึ่งอยู่บริเวณศูนย์เวียงบัว ภายในมีการดำเนินงานด้านเอกสารโบราณ ภูมิปัญญาล้านนา และองค์ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของภาคเหนือ แหล่งเรียนรู้เหล่านี้ช่วยให้ผู้สนใจสามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษา ความเชื่อ ประเพณี และชีวิตประจำวันของชุมชนล้านนา รวมถึงทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมท้องถิ่นในบริบทสังคมร่วมสมัย
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีการจัดระบบฐานข้อมูลทางวัฒนธรรมและคลังองค์ความรู้ดิจิทัล เช่น คลังเอกสารและภาพถ่ายเก่า ฐานข้อมูลวัตถุพิพิธภัณฑ์ ฐานข้อมูลต้นลานและพันธุ์ไม้ และศูนย์ข้อมูลไตศึกษา ซึ่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทและไต การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์และเปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาเปรียบเทียบและต่อยอดความรู้ในอนาคต
ด้านประเพณีมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสืบทอดกิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมล้านนา เช่น พิธีไหว้ครู กิจกรรมวันสถาปนา การจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การฝึกอบรมด้านพิธีกรรมพื้นถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญาชุมชน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับชีวิตนักศึกษาให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง แทนการศึกษาเฉพาะข้อมูลจากเอกสารหรือคำบรรยายในห้องเรียน
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 สำนักศิลปะและวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมอบรมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาล้านนาภายใต้นโยบาย “1 นักศึกษา 1 ศิลปวัฒนธรรม” เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ขั้นตอนและความหมายของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวล้านนา กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้การอนุรักษ์วัฒนธรรมไม่หยุดอยู่เพียงการจัดแสดง แต่ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ ถ่ายทอด และนำความรู้ไปใช้ในชุมชนได้ตามความเหมาะสม
ประเพณีและกิจกรรมเกี่ยวกับการแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์มีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยที่มีรากฐานมาจากโรงเรียนฝึกหัดครู เพราะอาชีพครูมีความสัมพันธ์กับการถ่ายทอดความรู้และการสร้างคนให้มีคุณภาพ พิธีไหว้ครูจึงมีความหมายทั้งในด้านวัฒนธรรมและอุดมคติวิชาชีพ โดยช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของผู้ถ่ายทอดความรู้ ความรับผิดชอบต่อการเรียน และการนำสิ่งที่ได้รับไปสร้างประโยชน์แก่สังคม
วันสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็นอีกโอกาสสำคัญในการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และคุณูปการของบุคคลที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบัน กิจกรรมในวาระครบรอบสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรปัจจุบัน อาจารย์อาวุโส และศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาในชื่อสถาบันต่าง ๆ ตลอดหลายยุคสมัย การเชื่อมโยงศิษย์เก่าจากยุคโรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ และมหาวิทยาลัยราชภัฏจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย
นอกจากศูนย์เวียงบัว มหาวิทยาลัยยังมีพื้นที่กิจกรรมขนาดใหญ่ภายในศูนย์แม่ริม โดยเฉพาะ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ซึ่งใช้รองรับงานประชุม กิจกรรมสำคัญ และพิธีการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย การมีศูนย์แม่ริมซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางช่วยส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางการศึกษาและบริการวิชาการที่ต้องรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาอาคารเรียนและพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ตามความต้องการของมหาวิทยาลัย
ความสนใจด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและการใช้เทคโนโลยีพลังงานของมหาวิทยาลัยยังปรากฏผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานด้านเทคโนโลยีชุมชนและโครงการจัดการพลังงานภายในมหาวิทยาลัย การพัฒนาระบบพลังงานและการจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพเป็นตัวอย่างของการนำวิชาการมาเชื่อมโยงกับการบริหารมหาวิทยาลัยและการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยั่งยืน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทสถาบันการศึกษาที่ต้องเป็นพื้นที่ทดลอง เรียนรู้ และถ่ายทอดวิธีจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับสังคม
สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในหลายพื้นที่ โดยคณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีหลักสูตรสำคัญที่จัดการเรียนการสอน ณ ศูนย์แม่ริม ขณะที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ และวิทยาลัยนานาชาติจัดการศึกษาหลักสูตรสำคัญในศูนย์เวียงบัว การตรวจสอบสถานที่เรียนจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนการเดินทางและการเลือกที่พัก
ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยประกาศรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีหลายรอบผ่านระบบ TCAS CMRU ซึ่งแสดงรายชื่อสาขาวิชาและหลักสูตรตามคณะอย่างละเอียด รวมทั้งมีทางเลือกสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรืออนุปริญญาที่สามารถสมัครเรียนในรูปแบบเทียบโอนตามคุณสมบัติของแต่ละหลักสูตร การมีรูปแบบรับสมัครที่หลากหลายช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนจากสายสามัญและสายอาชีพสามารถเข้าถึงการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยได้
หลักสูตรปีการศึกษา 2569 มีทั้งสาขาที่เปิดรับสำหรับนักศึกษาใหม่ตามเส้นทางปกติ และรูปแบบรับสมัครเทียบโอนในบางหลักสูตร โดยการเทียบโอนเป็นรูปแบบการเข้าศึกษาหรือการรับรองหน่วยกิต ไม่ได้หมายความว่าเป็นหลักสูตรใหม่ทุกครั้ง ผู้สนใจจึงควรศึกษาทั้งชื่อปริญญา สาขาวิชา วิชาเอก ระยะเวลาการศึกษา และพื้นที่เรียนจากระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัยโดยตรง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบทางเลือกการศึกษาที่เหมาะสมกับพื้นฐานและเป้าหมายของตนเองได้
สำหรับผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์การศึกษาไทยและวัฒนธรรมล้านนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีความน่าสนใจในฐานะสถาบันที่เติบโตมาคู่กับเมืองเชียงใหม่มากกว่าหนึ่งศตวรรษ ผู้มาเยือนสามารถศึกษาประวัติของโรงเรียนฝึกหัดครูในอดีต สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย และองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่มหาวิทยาลัยรวบรวมไว้ โดยเฉพาะกิจกรรมและนิทรรศการที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรมเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมตามประกาศของหน่วยงาน
การเดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองเชียงใหม่ได้ โดยบริเวณรอบพื้นที่เวียงบัวมีสถานที่สำคัญ เช่น ประตูช้างเผือก วัดโลกโมฬี วัดเชียงมั่น หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และหอพื้นถิ่นล้านนา สถานที่เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชียงใหม่ พุทธศิลป์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และมรดกชุมชนในเขตเมืองเก่า จึงเหมาะสำหรับการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาและบริบททางสังคมของจังหวัดเชียงใหม่
การเยี่ยมชมศูนย์เวียงบัวสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของชุมชนช้างเผือก ซึ่งมีร้านอาหารพื้นเมือง ร้านอาหารตามสั่ง ตลาด และที่พักรองรับนักศึกษาและผู้มาเยือนจำนวนมาก พื้นที่ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของย่านที่มหาวิทยาลัยมีส่วนสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะการมีนักศึกษาและบุคลากรเข้ามาศึกษาและทำงานอย่างต่อเนื่องช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและบริการของประชาชนในพื้นที่
ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมศูนย์แม่ริมจะได้พบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากศูนย์เวียงบัว เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะกว้างขวางและอยู่ห่างจากย่านเมืองเก่าเชียงใหม่ การดำเนินงานด้านการศึกษาและกิจกรรมทางวิชาการในศูนย์แม่ริมจึงสามารถใช้พื้นที่สำหรับอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ กิจกรรมกลุ่ม และการฝึกภาคปฏิบัติได้ตามความเหมาะสม โดยผู้เดินทางควรตรวจสอบสถานที่จัดกิจกรรมและอาคารปลายทางก่อนเดินทาง เพราะศูนย์แม่ริมมีพื้นที่หลายส่วนและมีเส้นทางภายในที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยพื้นที่เวียงบัว
การเข้าใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในฐานะบุคคลภายนอกควรคำนึงถึงระเบียบและการดำเนินกิจกรรมของสถาบัน เนื่องจากอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอสมุด และสำนักงานบางแห่งเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาและบุคลากร ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานหรือใช้บริการแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมควรติดต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการศึกษาคลังเอกสารโบราณ วัตถุพิพิธภัณฑ์ หรือเข้าชมสถานที่ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พื้นที่เวียงบัว สามารถใช้ถนนช้างเผือกเป็นเส้นทางหลัก โดยมหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลขที่ 202 ถนนช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 ผู้ที่เดินทางจากบริเวณคูเมืองเชียงใหม่สามารถมุ่งหน้าทางทิศเหนือผ่านย่านประตูช้างเผือกเข้าสู่ถนนช้างเผือกและเดินทางต่อไปยังมหาวิทยาลัยได้ สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือระบบขนส่งในเขตเมืองเชียงใหม่ โดยควรตรวจสอบสภาพการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนและจุดจอดรถที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใช้บริการ
สำหรับการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม ให้ใช้เส้นทางถนนโชตนามุ่งหน้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังอำเภอแม่ริม โดยศูนย์แม่ริมมีที่อยู่เลขที่ 180 หมู่ 7 ถนนโชตนา ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 ผู้ที่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมในศูนย์แม่ริมควรระบุชื่ออาคารหรือหน่วยงานปลายทางในระบบนำทางก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างพื้นที่เวียงบัวกับศูนย์แม่ริมซึ่งอยู่คนละอำเภอ
ผู้มาติดต่อสำนักงานมหาวิทยาลัยควรเดินทางในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ช่วงเวลา 08.30–16.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำการราชการของหน่วยงานบริการ โดยสามารถติดต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ที่หมายเลข 053-412151 ถึง 053-412155 ส่วนการติดต่อสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานเฉพาะอาจมีหมายเลขภายในเพิ่มเติม การเรียนการสอน กิจกรรมในวันหยุด และการใช้บริการอาคารเฉพาะเป็นไปตามตารางและประกาศของแต่ละหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นสถาบันที่สะท้อนพัฒนาการการศึกษาของประเทศไทยจากยุคการฝึกหัดครูและกสิกรรมไปสู่ยุคมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายของศาสตร์และบทบาททางสังคม จากนักเรียนรุ่นแรกเพียง 28 คนใน พ.ศ. 2467 มหาวิทยาลัยได้พัฒนาโครงสร้างด้านวิชาการ บุคลากร อาคารสถานที่ และเครือข่ายการศึกษาให้สามารถรองรับผู้เรียนจำนวนมากจากหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ขณะเดียวกันยังคงรักษาภารกิจสำคัญด้านการผลิตครูและการพัฒนาชุมชนเป็นรากฐานของสถาบัน
การเฉลิมฉลองครบรอบ 102 ปีใน พ.ศ. 2569 จึงมีความหมายในฐานะการรำลึกถึงบุคคลและเหตุการณ์ที่มีส่วนร่วมสร้างสถาบันมาตลอดกว่าหนึ่งศตวรรษ ทั้งผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียน ผู้บริจาคที่ดิน ครูใหญ่ยุคแรก ผู้บริหารในแต่ละช่วง คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า และนักศึกษาหลายรุ่น ทุกช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงล้วนมีส่วนสร้างพื้นฐานทางวิชาการและคุณค่าทางสังคมที่ส่งต่อมาถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ในปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงสถาบันสำหรับการศึกษาต่อระดับปริญญา แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสร้างครูและการพัฒนาท้องถิ่นของภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ความสำคัญของมหาวิทยาลัยปรากฏทั้งด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ การพัฒนาชุมชน และการสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมล้านนา การรักษาคุณค่าของปัญญาและการนำความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ประชาชนยังคงเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสถาบันแห่งนี้เข้าด้วยกัน
| ชื่อสถานที่ | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (Chiang Mai Rajabhat University) |
| ชื่อย่อ | มร.ชม. / CMRU |
| ประเภท | มหาวิทยาลัยราชภัฏของรัฐ มีภารกิจด้านการศึกษา การผลิตและพัฒนาครู การวิจัย และการพัฒนาท้องถิ่น |
| ที่อยู่พื้นที่เวียงบัว | 202 ถนนช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 |
| ที่อยู่ศูนย์แม่ริม | 180 หมู่ 7 ถนนโชตนา ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 |
| วันสถาปนาสถาบัน | 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 |
| วันเริ่มการเรียนการสอน | 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 |
| อายุสถาบัน | 102 ปี ใน พ.ศ. 2569 |
| สถานศึกษาเดิม | โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ |
| ประวัติการเปลี่ยนชื่อ | 1. พ.ศ. 2467 โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ 2. พ.ศ. 2470 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ 3. พ.ศ. 2485 โรงเรียนฝึกหัดครูมูล จังหวัดเชียงใหม่ 4. พ.ศ. 2490 โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ 5. ยุควิทยาลัยครูเชียงใหม่ 6. พ.ศ. 2535 สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ 7. พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ |
| ผู้มีบทบาทในการก่อตั้ง | พระยาสุรบดินทร์สุรินทรภาไชย พระยาพายัพพิริยะกิจ หลวงวิสณห์ดรุณการ และเจ้าราชภาติกวงษ์ (คำตัน ณ เชียงใหม่) ผู้สนับสนุนที่ดิน |
| ครูใหญ่คนแรก | นายชื่น สิโรรส |
| อธิการบดี พ.ศ. 2569 | รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล |
| วันเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัย | มิถุนายน พ.ศ. 2547 ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีดำและสีเหลือง |
| คติพจน์ | นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา (ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา) |
| ตราสัญลักษณ์ | ตราราชภัฏที่สืบเนื่องจากตราพระราชลัญจกร พร้อมองค์ประกอบสีที่สื่อความหมายด้านพระมหากษัตริย์ ปัญญา ธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความบริสุทธิ์แห่งความคิด |
| เอกลักษณ์ | สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น |
| คณะและวิทยาลัย | 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะเทคโนโลยีการเกษตร 3. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 4. คณะวิทยาการจัดการ 5. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6. คณะพยาบาลศาสตร์ 7. วิทยาลัยนานาชาติ 8. วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย 9. วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน 10. บัณฑิตวิทยาลัย |
| พื้นที่การศึกษา | 1. ศูนย์เวียงบัว อำเภอเมืองเชียงใหม่ 2. ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม 3. วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน |
| จุดเด่นทางวิชาการ | การผลิตและพัฒนาครู เทคโนโลยีการเกษตร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาษาและวัฒนธรรม การบริหารธุรกิจ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน |
| สถานที่สำคัญภายใน | 1. อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ พื้นที่เวียงบัว 2. อาคารเทพรัตนราชสุดาและพื้นที่สถาบันล้านนาศึกษา 3. สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย 4. อาคารอำนวยการและบริหารกลาง ศูนย์แม่ริม 5. หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ศูนย์แม่ริม 6. พื้นที่เรียนรู้ของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ |
| กิจกรรมและประเพณีสำคัญ | พิธีไหว้ครู วันสถาปนามหาวิทยาลัย 1 พฤษภาคม กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมล้านนา กิจกรรม 1 นักศึกษา 1 ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมศิษย์เก่า |
| วันเปิดทำการสำนักงาน | วันจันทร์–ศุกร์ |
| เวลาติดต่อสำนักงาน | 08.30–16.30 น. |
| การเยี่ยมชม | การเข้าศึกษาดูงานหรือใช้พื้นที่เฉพาะต้องเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานผู้ดูแล |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารเรียน อาคารสำนักงาน หอสมุด ห้องปฏิบัติการ พื้นที่ประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม และที่จอดรถตามบริเวณที่กำหนด |
| การเดินทาง | ศูนย์เวียงบัว ใช้ถนนช้างเผือกจากเขตเมืองเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม ใช้ถนนโชตนามุ่งสู่อำเภอแม่ริม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงพื้นที่เวียงบัว | 1. ประตูช้างเผือก 2. วัดโลกโมฬี 3. วัดเชียงมั่น 4. หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ 5. หอพื้นถิ่นล้านนา |
| ร้านอาหารใกล้เคียงพื้นที่เวียงบัว | 1. ข้าวมันไก่ชุน สาขาราชภัฏ โทร. 081-153-4388 2. ร้านราดหน้าเจ็ดยอด โทร. 081-784-2397 3. ร้านอีสานชัยภูมิ โทร. 081-783-4151 4. ร้านชวนชิม โทร. 053-222-729 5. A.T. Thaifoods โทร. 081-885-3763 |
| ที่พักใกล้เคียงพื้นที่เวียงบัว | 1. Mercure Chiang Mai โทร. 053-225-500 2. The Echo Hotel Chiang Mai โทร. 063-525-5656 3. Saeng Panya Home โทร. 080-135-7117 4. Chor Chang House โทร. 053-406-497 5. C YOU HOME @CNX โทร. 093-193-6500 |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 053-412151 ถึง 053-412155 |
| โทรศัพท์สำนักงานอธิการบดี | 061-267-4455 (พื้นที่เวียงบัว) 053-412151 ต่อ 2102 (ศูนย์แม่ริม) |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.cmru.ac.th/ |
| เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษา | https://tcas.cmru.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการในปีการศึกษา 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เปิดรับนักศึกษาปีการศึกษา 2569 ในหลากหลายสาขา โดยแยกพื้นที่จัดการเรียนการสอนตามคณะและวิทยาลัย ตารางต่อไปนี้รวบรวมสาขาระดับปริญญาตรีจากประกาศรับสมัคร CMRU Model ครั้งที่ 2 และรอบ 2 โควตา รวมถึงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาจากประกาศรับสมัครภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ทั้งนี้รายการวิชาเอกแสดงไว้ภายใต้ชื่อหลักสูตรแม่ และการรับสมัครแบบเทียบโอนหน่วยกิตไม่ถือเป็นอีกหลักสูตรหนึ่งโดยอัตโนมัติ
| คณะ / วิทยาลัย / สถานที่เรียน | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| 1. คณะครุศาสตร์ ศูนย์แม่ริม | ปริญญาตรี 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา 2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ 4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 7. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี 8. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา (วิชาเอกจิตวิทยาการปรึกษาและจิตวิทยาองค์การ) 9. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว 10. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา 11. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา 12. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา 13. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา 14. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ 15. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 16. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 17. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 18. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป 19. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา 20. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา 21. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ |
| 2. คณะเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์แม่ริม | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ |
| 3. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศูนย์เวียงบัว | ปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน 3. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีสากล 4. นิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรม 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาเกาหลี 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 8. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น 9. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 10. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 11. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจบริการ 12. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ 13. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 14. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการแสดง 15. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ 16. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ |
| 4. คณะวิทยาการจัดการ ศูนย์เวียงบัว | ปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด 4. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี 5. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ 6. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล (วิชาเอกเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์ดิจิทัล) 7. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ 8. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 9. เศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ รูปแบบการรับสมัคร มีเส้นทางเทียบโอนสำหรับสาขาการจัดการ การบัญชี และธุรกิจดิจิทัลตามประกาศ |
| 5. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์แม่ริม | ปริญญาตรี 1. การแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์ 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ (วิชาเอกการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ และอาหารและโภชนาการ) 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา 7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล 8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการก่อสร้าง 9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม 10. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 11. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 12. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลเชิงสถิติ 13. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 14. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 15. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา 16. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ 17. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รูปแบบการรับสมัคร มีเส้นทางเทียบโอนสำหรับการออกแบบสร้างสรรค์ คหกรรมศาสตร์บางวิชาเอก เทคโนโลยีวิศวกรรมการก่อสร้าง เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมโยธาตามประกาศ |
| 6. วิทยาลัยนานาชาติ ศูนย์เวียงบัว | ปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจนานาชาติ 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ |
| 7. วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน | ปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม 3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา 4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 7. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน |
| 8. บัณฑิตวิทยาลัยและคณะร่วมจัดการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา ปี 2569 | ปริญญาโท 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการจัดการเรียนรู้ 3. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ 4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษศึกษา 5. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน 6. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ 7. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการระบบสุขภาพชุมชน ปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพลังงานและสิ่งแวดล้อมชุมชน 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ 4. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พื้นที่เวียงบัวของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลขที่ 202 ถนนช้างเผือก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 นอกจากนี้ยังมีศูนย์แม่ริมในอำเภอแม่ริม และวิทยาเขตแม่ฮ่องสอนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สำนักงานและหน่วยงานบริการตามเวลาราชการเปิดวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ส่วนวันเวลาเรียน การใช้หอสมุด และการเยี่ยมชมอาคารหรือแหล่งเรียนรู้เฉพาะเป็นไปตามประกาศของแต่ละหน่วยงาน
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: มหาวิทยาลัยยึดวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 เป็นวันสถาปนา โดยเริ่มต้นในนามโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ และเริ่มจัดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2467
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีอายุกี่ปีใน พ.ศ. 2569?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีอายุครบ 102 ปีในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นับตั้งแต่การสถาปนาสถานศึกษาเดิมเมื่อ พ.ศ. 2467
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีความโดดเด่นด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านการผลิตและพัฒนาครู การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เทคโนโลยีการเกษตร การศึกษา ภาษาและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมล้านนา
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีคณะและหลักสูตรอะไรบ้างในปีการศึกษา 2569?
ตอบ: มีคณะและวิทยาลัยที่เปิดรับนักศึกษาใหม่ในสาขาครุศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาลัยนานาชาติ รวมทั้งวิทยาลัยแม่ฮ่องสอนและหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา โดยสามารถศึกษารายละเอียดชื่อหลักสูตรจากตารางหลักสูตรปีการศึกษา 2569 และระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัย
ถาม: ศูนย์เวียงบัวและศูนย์แม่ริมของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ศูนย์เวียงบัวตั้งอยู่บนถนนช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ และมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของมหาวิทยาลัย ส่วนศูนย์แม่ริมตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม มีพื้นที่การศึกษาขนาดใหญ่และเป็นสถานที่เรียนของหลายหลักสูตร โดยผู้สนใจสมัครเรียนควรตรวจสอบสถานที่เรียนที่กำหนดตามประกาศรับสมัคร
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้หรือไม่?
ตอบ: ผู้สนใจติดต่อหรือเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะสามารถดำเนินการตามช่องทางที่หน่วยงานประกาศ ส่วนการเยี่ยมชมอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และแหล่งเรียนรู้เฉพาะควรประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
ถาม: การเดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ทำอย่างไร?
ตอบ: หากเดินทางไปศูนย์เวียงบัวให้ใช้ถนนช้างเผือกจากเขตเมืองเชียงใหม่ไปยังเลขที่ 202 ถนนช้างเผือก ส่วนศูนย์แม่ริมให้ใช้ถนนโชตนามุ่งสู่อำเภอแม่ริม โดยควรระบุชื่อศูนย์หรืออาคารที่ต้องการไปให้ถูกต้องในระบบนำทางก่อนเดินทาง
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




