หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.แม่ริม >ต.ขี้เหล็ก > วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน)
TL;DR: วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน) อยู่ที่หมู่ 3 บ้านห้วยน้ำริน ถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

เชียงใหม่

วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน)

วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดศรีชลธาร หรือเดิมชื่อว่า วัดห้วยน้ำริน ตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 บ้านห้วยน้ำริน ถนนโชตนา สายเชียงใหม่–ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญอย่างมากต่อชุมชนบ้านห้วยน้ำริน วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2480 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 และได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500 โดยมีพระมหาดวง ฐิตวีโร เป็นเจ้าอาวาสในช่วงสำคัญของการผูกพัทธสีมา
 
วัดศรีชลธารมีพื้นที่ 4 ไร่ 43 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 21728 เล่มที่ 218 หน้า 28 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ อาณาเขตของวัดมีความสัมพันธ์กับพื้นที่สำคัญของหมู่บ้านอย่างชัดเจน ทิศเหนือจรดตลาดบ้านห้วยน้ำริน ทิศใต้จรดโรงเรียนบ้านห้วยน้ำริน ทิศตะวันออกจรดถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง และทิศตะวันตกจรดคลองส่งน้ำชลประทานแม่แตง ตำแหน่งดังกล่าวทำให้วัดตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ชุมชน การศึกษา ตลาด เส้นทางคมนาคม และระบบชลประทานที่มีบทบาทต่อชีวิตคนในตำบลขี้เหล็กอย่างใกล้ชิด
 
ชื่อเดิมของวัดคือวัดห้วยน้ำริน ซึ่งมาจากภูมิประเทศและแหล่งน้ำดั้งเดิมของหมู่บ้าน ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บ้านห้วยน้ำริน ก่อนที่กรมชลประทานจะขุดคลองส่งน้ำผ่านหมู่บ้าน พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นที่ราบสูงและลาดเอียงไปทางทิศตะวันออก ส่วนทางทิศใต้ของหมู่บ้านมีแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ห้วยริน” เพราะมีน้ำไหลรินออกมาจากรูขนาดประมาณกระบอกไม้ไผ่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใด น้ำก็ไหลจากรูลงสู่ห้วยอย่างต่อเนื่อง
 
ความพิเศษของห้วยรินอยู่ที่การมีน้ำไหลตลอดปี ในขณะที่พื้นที่อื่นของหมู่บ้านบางช่วง โดยเฉพาะหน้าแล้ง บ่อน้ำมักแห้งและชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ แต่ห้วยรินซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงกลับยังมีน้ำไหลให้ชาวบ้านตักไปดื่มและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ แหล่งน้ำนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงลักษณะทางภูมิประเทศ แต่เป็นรากของชีวิตชุมชน เป็นที่มาของชื่อบ้านห้วยน้ำริน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชื่อวัดเดิมเชื่อมโยงกับน้ำอย่างแน่นแฟ้น
 
ต่อมาเมื่อกรมชลประทานขุดคลองส่งน้ำผ่านบริเวณห้วยดังกล่าว ดินจากการขุดคลองถูกนำมาถมพื้นที่ห้วย ทำให้สภาพห้วยรินดั้งเดิมไม่หลงเหลืออยู่เหมือนในอดีต พื้นที่ที่เคยเป็นห้วยรินภายหลังได้รับการปรับเป็นสวนสมเด็จย่า มีการปลูกต้นไม้และจัดเป็นพื้นที่ของชุมชน ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าภูมิทัศน์ของบ้านห้วยน้ำรินเปลี่ยนไปตามการพัฒนาด้านชลประทานและคมนาคม แต่ความทรงจำเรื่องห้วยรินยังคงอยู่ในชื่อหมู่บ้านและชื่อวัด
 
พระครูอุดมวุฒิคุณ เจ้าคณะอำเภอแม่ริมในสมัยนั้น ได้ตั้งชื่อวัดใหม่ว่า “วัดศรีชลธาร” โดยยังคงความหมายเดิมของคำว่า “ห้วยน้ำริน” ไว้ คำว่า “ชลธาร” หมายถึงสายน้ำหรือลำน้ำ ส่วนคำว่า “ศรี” สื่อถึงความงดงาม ความเป็นมงคล และความเจริญ ชื่อวัดศรีชลธารจึงแปลได้ในเชิงความหมายว่า สายน้ำอันเป็นสิริมงคล หรือสายน้ำงดงามที่หล่อเลี้ยงชุมชน ชื่อนี้ไม่เพียงไพเราะขึ้นในทางภาษา แต่ยังรักษาความทรงจำของห้วยน้ำรินเดิมไว้อย่างครบถ้วน
 
ประวัติวัดศรีชลธารเริ่มจากการที่ประชาชนจำนวนไม่มากย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านห้วยน้ำริน ชาวบ้านนับถือพระพุทธศาสนาและร่วมกันก่อตั้งวัดขึ้นในพื้นที่กลางทุ่งนา เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่สาธารณะว่างเปล่าและเหมาะสำหรับเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชน วัดตั้งอยู่ ณ จุดเดิมเป็นเวลาพอสมควรจนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและมีการสร้างอุโบสถ สะท้อนว่าชุมชนในระยะแรกมีความศรัทธาและต้องการให้วัดเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านอย่างแท้จริง
 
กาลต่อมา สถานที่ตั้งวัดเดิมไม่อำนวยความสะดวกในหลายด้าน ประชาชนจึงพร้อมใจกันย้ายวัดเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน บริเวณตรงข้ามกับที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ช่วงเวลานั้นโรงเรียนประชาบาลยังไม่มี ชาวบ้านจึงอาศัยวัดเป็นสถานที่เรียนหนังสือ บทบาทนี้แสดงให้เห็นว่าวัดศรีชลธารไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่การศึกษาและการพัฒนาคนของชุมชนในยุคที่ระบบโรงเรียนยังไม่แพร่หลายเต็มที่
 
เมื่อถนนโชตนา หรือถนนเชียงใหม่–ฝาง ตัดผ่านด้านหลังวัด ชาวบ้านเห็นตรงกันว่าควรย้ายวัดไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมกว่า จึงพร้อมใจกันจับจองพื้นที่ด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ต่อมามีการก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ เช่น กุฏิ วิหาร และสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้ประกอบศาสนกิจ ประชากรของหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น ความเจริญทางด้านต่าง ๆ ก็ตามมา วัดจึงพัฒนาตามชุมชนและกลายเป็นศูนย์กลางที่ตั้งมั่นยิ่งขึ้น
 
เจ้าอาวาสในสมัยนั้นได้ทำหนังสือถึงกรมการศาสนาเพื่อขออนุญาตตั้งเป็นวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในที่สุดวัดศรีชลธารได้รับอนุญาตให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2480 จากนั้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 และทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500 การได้รับวิสุงคามสีมาและการผูกพัทธสีมามีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้วัดมีเขตสำหรับประกอบสังฆกรรม เช่น การอุปสมบทและกิจของสงฆ์ตามพระธรรมวินัยได้อย่างสมบูรณ์
 
สิ่งปลูกสร้างสำคัญของวัดที่ปรากฏในประวัติ ได้แก่ อุโบสถ วิหาร กุฏิ และเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญในเชิงพระธรรมวินัย โดยเฉพาะหลังการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและผูกพัทธสีมา ส่วนวิหารเป็นพื้นที่สำหรับกราบพระ ฟังธรรม และใช้ในกิจกรรมทางศาสนาของชาวบ้าน กุฏิและเสนาสนะอื่น ๆ เป็นส่วนรองรับการจำพรรษาและการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ วัดจึงมีองค์ประกอบพื้นฐานของวัดชุมชนที่ครบถ้วนตามบทบาทของศาสนสถานในหมู่บ้าน
 
บทบาทของวัดศรีชลธารต่อบ้านห้วยน้ำรินมีความลึกมากกว่าการเป็นสถานที่ไหว้พระ วัดเคยเป็นสถานที่เรียนหนังสือก่อนมีโรงเรียนประชาบาล เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านร่วมกันก่อตั้ง ย้าย และพัฒนา เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา และยังอยู่ติดกับโรงเรียน ตลาด ถนนสายหลัก และคลองชลประทาน วัดจึงเป็นจุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน การคมนาคม และน้ำอย่างครบถ้วน
 
บริบทของตำบลขี้เหล็กช่วยให้เข้าใจวัดศรีชลธารได้ชัดขึ้น ตำบลขี้เหล็กตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง มีดินร่วนปนดินเหนียว เหมาะสำหรับการเพาะปลูก พื้นที่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการทำนาและการปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยวข้าว บ้านห้วยน้ำรินเป็นหมู่ที่ 3 ของตำบล และเป็นหนึ่งในชุมชนสำคัญร่วมกับบ้านขี้เหล็กน้อย บ้านสันคะยอม บ้านซาง บ้านต้นขาม บ้านขี้เหล็กหลวง บ้านปากทางสะลวง และบ้านพนาวัลย์ วัดศรีชลธารจึงตั้งอยู่ในเครือข่ายชุมชนเกษตรกรรมและวัดท้องถิ่นของแม่ริมตอนเหนือ
 
วัดศรีชลธารยังมีความสัมพันธ์กับการศึกษาของบ้านห้วยน้ำรินโดยตรง เพราะโรงเรียนบ้านห้วยน้ำรินมีประวัติเชื่อมโยงกับพื้นที่วัด ในอดีตเมื่อยังไม่มีโรงเรียนประชาบาล ชาวบ้านอาศัยวัดเป็นสถานที่เรียนหนังสือ ต่อมาโรงเรียนบ้านห้วยน้ำรินตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัด การที่วัดและโรงเรียนอยู่ใกล้กันทำให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนทั้งด้านศีลธรรมและการศึกษา เป็นจุดที่เด็ก ผู้ปกครอง พระสงฆ์ และชาวบ้านพบปะกันในชีวิตประจำวัน
 
จุดเด่นของวัดศรีชลธารคือเรื่องราวของน้ำที่ผูกกับชื่อบ้านและชื่อวัด การย้ายวัดตามพัฒนาการของชุมชน การเป็นสถานที่เรียนของคนในยุคก่อน การได้รับวิสุงคามสีมาและผูกพัทธสีมา และการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของบ้านห้วยน้ำรินอย่างชัดเจน ผู้ที่มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงวัดราษฎร์มหานิกายทั่วไป แต่จะได้สัมผัสวัดที่บอกเล่าเรื่องน้ำ ชุมชน การศึกษา และวิถีพุทธล้านนาไว้ในพื้นที่เดียวกัน
 
กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของวัดศรีชลธารสอดคล้องกับวิถีวัดชุมชนล้านนา เช่น วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานกฐิน ผ้าป่า การถวายภัตตาหาร การฟังธรรม และงานบุญของชุมชน ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือประเพณีปอยหลวงวัดศรีชลธาร หรือปอยหลวงวัดห้วยน้ำริน ซึ่งมีการจัดงานช่วงวันที่ 20–22 มีนาคม พ.ศ. 2569 ภายในงานมีขบวนแห่ครัวทาน การร่วมทำบุญ การถวายเครื่องไทยธรรม โรงทาน ร้านค้าชุมชน และกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น
 
ปอยหลวงเป็นประเพณีสำคัญของล้านนา หมายถึงงานฉลองใหญ่ที่มักจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองศาสนสมบัติหรือเสนาสนะของวัดที่สร้างหรือบูรณะเสร็จ เช่น วิหาร ศาลา หรือองค์ประกอบสำคัญภายในวัด งานลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริง แต่เป็นภาพของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างวัดกับชาวบ้าน ผู้คนจากหมู่บ้านต่าง ๆ จะแห่ครัวทานอย่างสวยงามมาถวายวัด มีการฟ้อนรำ การทำบุญ และการรวมพลังของชุมชน งานปอยหลวงจึงแสดงบทบาทของวัดศรีชลธารในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
 
วัดศรีชลธารเหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชน ประวัติท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับสายน้ำ ผู้มาเยือนควรกราบพระในพื้นที่หลักของวัด เดินชมบริเวณวัดอย่างสงบ พิจารณาบริบทโดยรอบ เช่น โรงเรียน ตลาด ถนนโชตนา และคลองชลประทานแม่แตง เพราะองค์ประกอบเหล่านี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้เข้าใจวัดได้ครบ ไม่ใช่เพียงอาคารศาสนสถาน แต่เป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางชีวิตของหมู่บ้านอย่างแท้จริง
 
การมาเยือนวัดศรีชลธารควรให้ความสำคัญกับมารยาทในวัด ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่เดินเข้าไปในเขตที่พักสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และควรเว้นพื้นที่ให้พระสงฆ์ ชาวบ้าน หรือผู้ที่มาทำบุญประกอบศาสนกิจตามปกติ หากเดินทางมาในช่วงงานปอยหลวงหรืองานบุญใหญ่ ควรเผื่อเวลาเดินทาง เพราะพื้นที่วัดอยู่ติดถนนสายหลัก ตลาด และโรงเรียน อาจมีผู้คนจำนวนมากในช่วงจัดงาน
 
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะกับวัดศรีชลธารสามารถจัดร่วมกับวัดในตำบลขี้เหล็กและพื้นที่แม่ริมตอนเหนือได้อย่างสะดวก หากต้องการเที่ยววัดชุมชนในตำบลเดียวกัน สามารถเชื่อมวัดศรีชลธารกับวัดคุณานุสรณ์ วัดมงคลประสิทธิ์ วัดอินทาราม วัดหนองปันเจียง และวัดสุรินทราษฎร์ หากต้องการขยายเป็นเส้นทางแม่ริมครึ่งวันหรือเต็มวัน สามารถต่อไปยังวัดป่าดาราภิรมย์ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ปางช้างแม่สา น้ำตกแม่สา หรือสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ได้
 
วัดคุณานุสรณ์และวัดมงคลประสิทธิ์เป็นวัดใกล้เคียงที่ช่วยเติมภาพวัดชุมชนในตำบลขี้เหล็กได้ดี วัดคุณานุสรณ์เกี่ยวข้องกับบ้านสันคะยอม ส่วนวัดมงคลประสิทธิ์เกี่ยวข้องกับบ้านต้นขาม เมื่อนำมาจัดร่วมกับวัดศรีชลธาร ผู้เดินทางจะเห็นลักษณะของตำบลขี้เหล็กที่มีวัดประจำหมู่บ้านหลายแห่ง แต่ละวัดมีประวัติและบทบาทต่อชุมชนต่างกัน วัดศรีชลธารโดดเด่นจากเรื่องห้วยน้ำรินและความสัมพันธ์กับโรงเรียน ตลาด และคลองชลประทาน
 
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 หรือถนนโชตนา สายเชียงใหม่–ฝาง มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม ผ่านตัวอำเภอแม่ริมไปยังตำบลขี้เหล็ก วัดตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 บ้านห้วยน้ำริน ริมถนนโชตนา การเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถพร้อมคนขับ หรือรถโดยสารบนเส้นทางเชียงใหม่–แม่ริม–แม่แตง แล้วต่อรถในพื้นที่ตามความเหมาะสม
 
หากต้องการแวะวัดศรีชลธารเพียงแห่งเดียว สามารถใช้เวลาไหว้พระและเดินชมประมาณ 30–60 นาที แต่หากต้องการเที่ยวเชื่อมกับวัดอื่นในตำบลขี้เหล็กหรือแหล่งท่องเที่ยวแม่ริม ควรวางแผนเป็นทริปครึ่งวัน ช่วงเช้าเหมาะกับการไหว้พระและเดินชมวัด ส่วนช่วงบ่ายสามารถเดินทางต่อไปยังวัดป่าดาราภิรมย์ พระตำหนักดาราภิรมย์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในแม่ริมได้
 
วัดศรีชลธารเป็นวัดที่ควรมาเยือนด้วยความเข้าใจในคุณค่าของวัดชุมชน ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่ที่ขนาดของพื้นที่หรือความอลังการของสถาปัตยกรรม แต่อยู่ที่ประวัติการย้ายวัดหลายช่วง การเป็นพื้นที่เรียนหนังสือในอดีต การได้รับวิสุงคามสีมา ความหมายของชื่อที่ผูกกับสายน้ำ และบทบาทของวัดในงานบุญปอยหลวงของชุมชนบ้านห้วยน้ำริน วัดแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่ช่วยให้เข้าใจแม่ริมในมุมของผู้คน น้ำ การศึกษา และศรัทธาได้อย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดศรีชลธาร
ชื่อเดิม / ชื่อที่เรียกในท้องถิ่นวัดห้วยน้ำริน / วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน)
ที่ตั้งหมู่ 3 บ้านห้วยน้ำริน ถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 ถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
พื้นที่วัด4 ไร่ 43 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 21728 เล่มที่ 218 หน้า 28 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
อาณาเขตทิศเหนือจรดตลาดบ้านห้วยน้ำริน ทิศใต้จรดโรงเรียนบ้านห้วยน้ำริน ทิศตะวันออกจรดถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง ทิศตะวันตกจรดคลองส่งน้ำชลประทานแม่แตง
ไฮไลต์วัดราษฎร์มหานิกายของบ้านห้วยน้ำริน มีประวัติผูกกับแหล่งน้ำห้วยริน การย้ายวัดตามพัฒนาการของหมู่บ้าน และประเพณีปอยหลวงที่สะท้อนพลังชุมชนล้านนา
ประวัติ / สมัย / ยุคได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2480 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 และทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500
ที่มาของชื่อชื่อเดิมวัดห้วยน้ำรินมาจากแอ่งน้ำห้วยรินที่มีน้ำไหลตลอดปี ต่อมาพระครูอุดมวุฒิคุณตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดศรีชลธาร” ซึ่งยังคงความหมายเดิมของห้วยน้ำรินไว้
ลักษณะเด่นวัดชุมชนล้านนาที่อยู่ติดถนนโชตนา ตลาดบ้านห้วยน้ำริน โรงเรียนบ้านห้วยน้ำริน และคลองส่งน้ำชลประทานแม่แตง
สิ่งปลูกสร้าง / ศาสนสถานสำคัญอุโบสถ วิหาร กุฏิ เสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ พื้นที่ทำบุญ และพื้นที่กิจกรรมชุมชนภายในวัด
เจ้าอาวาสในประวัติพระมหาดวง ฐิตวีโร เป็นเจ้าอาวาสในช่วงพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ถนนโชตนา สายเชียงใหม่–ฝาง มุ่งหน้าอำเภอแม่ริม แล้วเข้าสู่ตำบลขี้เหล็ก วัดตั้งอยู่ริมถนนโชตนาในบ้านห้วยน้ำริน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดราษฎร์และศาสนสถานของชุมชนบ้านห้วยน้ำริน ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ประเพณี / งานบุญที่เกี่ยวข้องปอยหลวงวัดศรีชลธาร วันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กฐิน ผ้าป่า ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม และงานบุญประจำชุมชนบ้านห้วยน้ำริน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดคุณานุสรณ์ บ้านสันคะยอม ประมาณ 3 กม.
2. วัดมงคลประสิทธิ์ บ้านต้นขาม ประมาณ 3 กม.
3. วัดอินทาราม ตำบลขี้เหล็ก ประมาณ 4 กม.
4. วัดหนองปันเจียง ประมาณ 5 กม.
5. วัดสุรินทราษฎร์ (ป่าแง) ประมาณ 5 กม.
6. วัดป่าดาราภิรมย์ ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ก๋วยเตี๋ยวอุ่นไอรัก สาขาสันคะยอมแม่ริม ประมาณ 2 กม. โทร. 095-674-0915
2. Maerim Villa & Pool ประมาณ 3 กม. โทร. 089-433-9534, 053-465-564
3. ข้าวมันไก่ไหหลำ แม่ริม ประมาณ 5 กม.
4. เคลิ้ม Garden Folk & Restaurant Maerim ประมาณ 6 กม. โทร. 095-676-9942
5. Petchburirama ประมาณ 7 กม. โทร. 090-840-0030
ที่พักใกล้เคียง1. Maerim Villa & Pool ประมาณ 3 กม. โทร. 089-433-9534, 053-465-564
2. In Suan Sin ประมาณ 4 กม. โทร. 064-572-1082
3. Dang One Boutique ประมาณ 4 กม. โทร. 089-851-6876
4. แฮปปี้ รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 064-451-5791
5. โรงแรมบ้านพักโกศล ประมาณ 6 กม. โทร. 094-962-8881
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดศรีชลธารอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดศรีชลธารตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 บ้านห้วยน้ำริน ถนนโชตนา เชียงใหม่–ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
 
ถาม: วัดศรีชลธารเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดศรีชลธารเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดศรีชลธารเดิมชื่อว่าอะไร?
ตอบ: วัดศรีชลธารเดิมชื่อว่าวัดห้วยน้ำริน ตามชื่อแหล่งน้ำห้วยรินที่เคยมีน้ำไหลตลอดปีในหมู่บ้าน
 
ถาม: วัดศรีชลธารตั้งเป็นวัดเมื่อใด?
ตอบ: วัดศรีชลธารได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2480 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 และผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500
 
ถาม: ที่มาของชื่อบ้านห้วยน้ำรินคืออะไร?
ตอบ: ชื่อบ้านห้วยน้ำรินมาจากห้วยริน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีน้ำไหลรินออกมาตลอดปี ชาวบ้านเคยใช้น้ำจากแหล่งนี้ในการดื่มและใช้ในชีวิตประจำวัน
 
ถาม: จุดเด่นของวัดศรีชลธารคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือประวัติที่ผูกกับห้วยน้ำริน การย้ายวัดตามพัฒนาการของชุมชน การเคยเป็นสถานที่เรียนหนังสือของชาวบ้าน และบทบาทในงานปอยหลวงของชุมชน
 
ถาม: วัดศรีชลธารมีงานบุญสำคัญอะไร?
ตอบ: งานบุญสำคัญคือปอยหลวงวัดศรีชลธาร ซึ่งเป็นงานฉลองใหญ่ของชุมชน มีขบวนแห่ครัวทาน การทำบุญ และกิจกรรมวัฒนธรรมล้านนา
 
ถาม: ไปวัดศรีชลธารควรเที่ยวต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดคุณานุสรณ์ วัดมงคลประสิทธิ์ วัดอินทาราม วัดหนองปันเจียง วัดสุรินทราษฎร์ และวัดป่าดาราภิรมย์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 วันที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดศรีชลธาร (ห้วยน้ำริน)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(62)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(105)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(74)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(34)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)