หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.พระสิงห์ > วัดพระเจ้าเม็งราย
TL;DR: วัดพระเจ้าเม็งราย อยู่ที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางสะดวกจากวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ถนนราชมรรคา ถนนสามล้าน และถนนคนเดินวันอาทิตย์ สามารถเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก.
วัดพระเจ้าเม็งราย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพระเจ้าเม็งราย เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณถนนราชมรรคา ซอย 6 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และโบราณคดีสูงมากแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ จุดเด่นสำคัญของวัดอยู่ที่ความเกี่ยวข้องกับพญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ตำนานพระเจ้าค่าคิงพญามังราย โบราณวัตถุสำริดหลายองค์ จารึกผอบเงินใต้ฐานพระประธาน พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2012 และการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
วัดพระเจ้าเม็งรายเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดเชียงใหม่ในเชิงประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะสถานที่ไหว้พระเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงตำนานการสร้างเมืองเชียงใหม่ ตำนานการอัญเชิญพระพุทธรูปจากเวียงกุมกาม เส้นทางของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลักฐานจารึกอักษรไทยยวน และพุทธศิลป์ล้านนาช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนจึงสามารถใช้วัดนี้เป็นจุดอ่านประวัติศาสตร์ล้านนาผ่านวัด พระพุทธรูป จารึก และชื่อสถานที่ได้อย่างชัดเจน
เดิมวัดพระเจ้าเม็งรายมีชื่อว่า วัดคานคอด หรือในบางเอกสารเรียกว่า วัดคานคาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำเมืองว่า “ก๋าละก้อด” หรือ “ก๋านละก้อด” คำว่า “ก๋าน” ในภาษาพื้นเมืองหมายถึงไม้คาน ส่วนคำว่า “ก้อด” หรือ “คอด” สื่อถึงการคอด กร่อน หรือหักลง ความหมายของชื่อจึงโยงกับตำนานไม้คานหามพระพุทธรูปที่ใช้หามพระเจ้าค่าคิงพญามังรายจากเวียงกุมกามไปยังวัดเชียงมั่น แต่ไม้คานเกิดหักคอดลงระหว่างทาง เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น พญามังรายจึงถือเป็นนิมิตสำคัญและโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ บริเวณนั้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญไว้
อีกชื่อหนึ่งที่พบในประวัติวัดคือ วัดศรีสร้อยท้าเจ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อวัดพระเจ้าเม็งรายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปลี่ยนชื่อวัดให้สอดคล้องกับพระนามของพญามังรายช่วยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับผู้สร้างเมืองเชียงใหม่โดยตรง ชื่อวัดในปัจจุบันจึงมีพลังทางประวัติศาสตร์สูง เพราะทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ทันทีว่าวัดนี้ไม่ได้เป็นวัดชุมชนทั่วไป แต่เป็นวัดที่สัมพันธ์กับตำนานกษัตริย์ผู้วางรากฐานเมืองเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนา
ตามข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ถูกอ้างอิงในแหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์ วัดพระเจ้าเม็งรายตั้งวัดและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1839 ปีเดียวกับการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ในตำนานเมือง พ.ศ. 1839 จึงเป็นปีที่มีความสำคัญต่อความเข้าใจวัดแห่งนี้อย่างมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่พญามังราย พญางำเมือง และพญาร่วงร่วมกันสถาปนา “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ให้เป็นศูนย์กลางใหม่ของล้านนา วัดพระเจ้าเม็งรายจึงถูกอธิบายร่วมกับบริบทการสร้างเมืองและการวางศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในเมืองใหม่
ตำนานพระเจ้าค่าคิงพญามังรายเริ่มจากช่วงที่พญามังรายทรงสร้างเวียงกุมกาม เมื่อปี พ.ศ. 1829 ต่อมาในปี พ.ศ. 1831 มีพระมหาเถระนามว่าพระมหากัสสปะเถระ พร้อมลูกศิษย์ 5 รูป เข้ามาบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ไม่ไกลจากเวียงกุมกาม พญามังรายทรงเลื่อมใสในศีลและธรรมปฏิบัติของพระมหาเถระ จึงทรงสนทนาธรรมและได้รับฟังเรื่องอานิสงส์ของการสร้างพระพุทธรูป เมื่อเกิดความศรัทธา พระองค์จึงโปรดให้สร้างพระอารามและหล่อพระพุทธรูป 5 องค์ เป็นพระพุทธรูปนั่ง 3 องค์ และพระพุทธรูปยืน 2 องค์ โดยหนึ่งในพระพุทธรูปยืนมีขนาดใหญ่เท่าพระองค์
คำว่า พระเจ้าค่าคิงพญามังราย มีความหมายเฉพาะในภาษาล้านนา คำว่า “พระเจ้า” หมายถึงพระพุทธรูป คำว่า “ค่า” หมายถึงเท่ากับหรือเสมอ และคำว่า “คิง” หมายถึงร่างกายหรือความสูงของพระองค์ ชื่อพระเจ้าค่าคิงจึงสื่อถึงพระพุทธรูปที่มีขนาดสัมพันธ์กับพระวรกายของพญามังราย องค์พระเป็นพระพุทธรูปยืนสำริดปางห้ามญาติขนาดใหญ่ สูงประมาณ 540 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญสมัยต้นเชียงใหม่ และมีเรื่องราวปรากฏทั้งในตำนานเมืองเชียงใหม่และพงศาวดารโยนก
หลังพญามังรายสถาปนาเมืองเชียงใหม่แล้ว พระองค์ทรงสร้างวัดเชียงมั่นขึ้นเป็นพระอารามสำคัญแห่งแรกภายในกำแพงเมืองเชียงใหม่ และมีพระบัญชาให้อัญเชิญพระเจ้าค่าคิงพญามังรายจากเวียงกุมกามมาประดิษฐานภายในเมืองใหม่ ระหว่างเส้นทางอัญเชิญ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ถูกหามมาถึงบริเวณที่เป็นวัดคานคอดในเวลาต่อมา ไม้คานหามเกิดหักคอดลง พญามังรายจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ จุดนั้นและประดิษฐานพระพุทธรูปไว้แทนการอัญเชิญต่อไป เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อวัดและพระพุทธรูปองค์สำคัญผูกกันแน่นในตำนานเมืองเชียงใหม่
พระเจ้าค่าคิงพญามังรายมีพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ประทับยืนในลักษณะปางลีลา พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ แบฝ่าพระหัตถ์ออกไปด้านหน้าในกิริยาทรงห้าม พระหัตถ์ซ้ายห้อยแนบพระวรกาย จีวรแนบกับองค์พระ เส้นพระศกใหญ่ และพระเกตุมาลาเป็นเปลวรัศมี ปางห้ามญาติมีความหมายตามพุทธประวัติเรื่องพระพุทธเจ้าทรงระงับความขัดแย้งระหว่างพระญาติฝ่ายพระบิดาและพระมารดาที่ทะเลาะกันเรื่องน้ำบริเวณแม่น้ำโรหิณี จึงเป็นปางที่สื่อถึงการห้ามความขัดแย้ง ความสงบ และการยุติความรุนแรงด้วยพระธรรม
ความสำคัญของพระเจ้าค่าคิงพญามังรายไม่ได้อยู่เพียงความสูงใหญ่ขององค์พระ แต่ยังอยู่ที่สถานะของพระพุทธรูปในความทรงจำของเมืองเชียงใหม่ พระองค์ถูกอธิบายว่าเป็นพระพุทธรูปคู่ตำนานการสร้างเมือง มีความสัมพันธ์กับพญามังราย เวียงกุมกาม วัดเชียงมั่น และจุดที่ไม้คานหามพระหักคอดลง เมื่อเดินทางมายังวัดพระเจ้าเม็งราย ผู้มาเยือนจึงไม่ได้มาสักการะพระพุทธรูปองค์หนึ่งเท่านั้น แต่กำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่ตำนานเมืองเชียงใหม่ใช้เป็นจุดเปลี่ยนของการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ
หลักฐานสำคัญอีกประการหนึ่งของวัดพระเจ้าเม็งรายคือจารึกผอบเงินที่ฝังอยู่ใต้ฐานพระประธานในวิหาร จารึกนี้พบเมื่อมีการซ่อมแซมวิหารในปี พ.ศ. 2510 และจารึกด้วยอักษรไทยยวนหรืออักษรพื้นเมือง ข้อความกล่าวถึงครูบาอุบาละผู้สร้างผอบเงินเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและสิ่งมงคล เช่น พระเจ้าเงิน แก้ว คำ ทอง และนาค ไว้ในวัดการกฎะเพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนาตลอด 5000 พระวัสสา จารึกนี้ช่วยยืนยันชื่อเก่าที่สัมพันธ์กับคำว่า กาละก้อด และเพิ่มน้ำหนักทางโบราณคดีให้กับวัดแห่งนี้
ภายในพระวิหารใหญ่ของวัดพระเจ้าเม็งรายประดิษฐานพระพุทธรูปที่จำลองจากพระพุทธสิหิงค์ สร้างโดยศรีสัทธัมมะมหาสังฆราชเมื่อ พ.ศ. 2012 พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดหน้าตักกว้าง 86 เซนติเมตร สูงตลอดฐาน 133 เซนติเมตร และฐานกว้าง 115 เซนติเมตร ถือเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญมาก เพราะช่วงเวลาการสร้างอยู่ในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งเป็นช่วงที่พุทธศาสนาและพุทธศิลป์ล้านนาเจริญอย่างสูง พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์นี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของศรัทธาและศิลปกรรมในวัด
นอกจากพระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์แล้ว วัดพระเจ้าเม็งรายยังมีกลุ่มพระพุทธรูปปางมารวิชัยสำริดอีกหลายองค์ที่มีจารึกและสามารถใช้เป็นรูปแบบศึกษาพระพุทธรูปราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ได้ พระพุทธรูปเหล่านี้สะท้อนฝีมือช่างล้านนา การหล่อสำริด การทำบุญอุทิศ และรสนิยมทางศิลปกรรมของเชียงใหม่ในยุคสำคัญ เมื่อรวมกับจารึกและโบราณวัตถุอื่น วัดพระเจ้าเม็งรายจึงมีคุณค่าทางวิชาการสูงกว่าวัดขนาดเล็กทั่วไปในเมืองเก่า
พระพุทธรูปปางลีลาที่ประดิษฐานในพระวิหารน้อยเป็นอีกหนึ่งปูชนียวัตถุสำคัญของวัด เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนา สกุลช่างเชียงใหม่ ชนิดสำริดปิดทอง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21–22 และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 พระพุทธรูปองค์นี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของศิลปะเชียงใหม่ ทั้งด้านท่าทาง ลีลา วัสดุสำริด และความประณีตของการสร้างพระพุทธรูปในยุคล้านนา
ภายในวัดยังมีเจดีย์ทรงปราสาทซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางสถาปัตยกรรม เจดีย์ลักษณะนี้สัมพันธ์กับคติการสร้างเจดีย์ในล้านนาที่ให้ความสำคัญกับรูปทรงซ้อนชั้น ซุ้มพระพุทธรูป และความหมายของแกนกลางศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์ทรงปราสาทในวัดพระเจ้าเม็งรายช่วยเพิ่มมิติทางสถาปัตยกรรมให้กับพื้นที่วัด และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรชมร่วมกับวิหารใหญ่ วิหารน้อย หอไตร และซุ้มประตูโขง
ซุ้มประตูกำแพงวัดเป็นอีกองค์ประกอบที่มีเรื่องราวน่าสนใจ เพราะเคยมีซุ้มโบราณอยู่ในบริเวณวัด และซุ้มประตูที่เห็นในปัจจุบันเป็นการสร้างใหม่โดยเลียนแบบรูปแบบของโบราณ ซุ้มประตูในวัดล้านนามีความสำคัญในฐานะประตูเชื่อมระหว่างพื้นที่โลกียะกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การผ่านซุ้มประตูเข้าสู่วัดจึงไม่ใช่เพียงการเดินผ่านทางเข้า แต่เป็นการเข้าสู่พื้นที่ของพระพุทธรูป ตำนานเมือง และศาสนสถานที่ได้รับการเคารพในชุมชน
งานสถาปัตยกรรมภายในวัดพระเจ้าเม็งรายประกอบด้วยพระวิหาร พระอุโบสถ หอพระไตรปิฎก หอสมุด ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เจดีย์ทรงปราสาท และซุ้มประตู พื้นที่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญเท่านั้น แต่ยังรองรับการทำบุญ การศึกษา การประกอบพิธีกรรม การเก็บรักษาคัมภีร์ และกิจกรรมของคณะสงฆ์กับชุมชนในเมืองเก่าเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา โดยมีอาณาเขตด้านเหนือจรดคลินิกชุมชนและถนนราชมรรคา ด้านใต้จรดบ้านเอกชน ด้านตะวันออกจรดถนนราชมรรคา ซอย 6 และด้านตะวันตกจรดถนนราชมรรคา ซอย 7 รวมถึงบ้านเอกชน รายละเอียดนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีถนน ซอย และบ้านเรือนรายล้อมอย่างใกล้ชิด วัดพระเจ้าเม็งรายจึงเป็นวัดเก่าที่ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างเมืองเชียงใหม่ ไม่ใช่โบราณสถานที่แยกออกจากชีวิตประจำวันของผู้คน
วัดพระเจ้าเม็งรายยังมีความสำคัญในระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ เพราะข้อมูลประวัติวัดระบุว่ามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนในอดีต บทบาทนี้สะท้อนหน้าที่ของวัดไทยและวัดล้านนาในฐานะสถานที่ศึกษาพระธรรม วินัย ภาษา คัมภีร์ และความรู้ของพระภิกษุสามเณร วัดจึงเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธาและพื้นที่เรียนรู้ที่ช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่
ปัจจุบันวัดพระเจ้าเม็งรายยังเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม มีสถานะเป็นวัดราษฎร์ในตำบลพระสิงห์ และยังมีพระจำพรรษาอยู่ภายในวัด ข้อมูลกิจกรรมกฐินล่าสุดระบุว่าวัดพระเจ้าเม็งรายมีพระจำพรรษา 5 รูป และมีพระครูใบฎีกาจรินทร์ ธมฺมสโรเป็นเจ้าอาวาส การมีพระจำพรรษาและกิจกรรมกฐินในปัจจุบันยืนยันได้ว่าวัดยังเป็นศาสนสถานที่มีชีวิตทางศาสนา ไม่ใช่วัดร้างหรือโบราณสถานที่ขาดการใช้งาน
บรรยากาศภายในวัดพระเจ้าเม็งรายค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับวัดท่องเที่ยวหลักในเขตคูเมือง ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการสักการะพระพุทธรูปในพระวิหารใหญ่ จากนั้นจึงเดินชมพระวิหารน้อย เจดีย์ทรงปราสาท หอไตร หอสมุด ซุ้มประตู และพื้นที่ศาสนกิจอื่น ๆ ควรใช้เวลาอย่างตั้งใจ เพราะรายละเอียดสำคัญของวัดไม่ได้ปรากฏเฉพาะความใหญ่โตของอาคาร แต่ซ่อนอยู่ในชื่อวัด จารึก พระพุทธรูปสำริด และความสัมพันธ์กับตำนานเมืองเชียงใหม่
การเดินทางไปวัดพระเจ้าเม็งรายทำได้สะดวกจากหลายจุดในเมืองเก่าเชียงใหม่ หากเริ่มจากวัดพระสิงห์สามารถเดินเชื่อมผ่านถนนราชมรรคาและถนนสามล้านมายังบริเวณวัดได้ หากเริ่มจากวัดเจดีย์หลวงหรือถนนพระปกเกล้า สามารถเดินผ่านถนนราชมรรคาเข้าซอยมายังวัดได้ในระยะไม่ไกล ผู้ที่พักในย่านเมืองเก่าด้านใต้ ประตูเชียงใหม่ ถนนคนเดินวันอาทิตย์ หรือย่านวัวลายสามารถใช้การเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวได้ตามความสะดวก
ผู้ที่ใช้รถส่วนตัวควรวางแผนเรื่องที่จอดรถ เพราะวัดตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่มีถนนและซอยค่อนข้างแคบ พื้นที่จอดรถอาจมีจำกัด โดยเฉพาะวันหยุด วันอาทิตย์ช่วงถนนคนเดิน และช่วงเทศกาลสำคัญของเมืองเชียงใหม่ การเดินจากที่พักใกล้เคียงหรือใช้รถโดยสารท้องถิ่นมักเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า และช่วยให้สามารถเชื่อมวัดพระเจ้าเม็งรายกับวัดและสถานที่รอบเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดพระเจ้าเม็งรายคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะบรรยากาศเหมาะกับการไหว้พระและชมศิลปกรรมโดยไม่รีบเร่ง ช่วงกลางวันอาจร้อนสำหรับการเดินชมหลายวัดในเมืองเก่า ส่วนช่วงเย็นใกล้เวลาปิดอาจทำให้มีเวลาชมน้อยลง หากต้องการถ่ายภาพและเดินชมรายละเอียด ควรจัดเวลาอย่างน้อย 30–60 นาที และควรเผื่อเวลาสำหรับเดินต่อไปยังวัดใกล้เคียง เช่น วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดช่างแต้ม หรือวัดพระสิงห์
วัดพระเจ้าเม็งรายสามารถจัดรวมในเส้นทางเที่ยววัดเมืองเก่าได้หลายแบบ หากต้องการเส้นทางประวัติศาสตร์พญามังราย ควรเชื่อมกับวัดเชียงมั่น เวียงกุมกาม และอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ หากต้องการเส้นทางวัดในเมืองเก่า สามารถรวมกับวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดช่างแต้ม วัดเจ็ดลิน และถนนคนเดินวันอาทิตย์ หากต้องการเส้นทางวัดขนาดเล็กที่มีโบราณวัตถุสำคัญ วัดพระเจ้าเม็งรายเป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีหลักฐานทางศิลปกรรมและตำนานเมืองที่ชัดเจนมาก
มารยาทในการเข้าชมวัดพระเจ้าเม็งรายควรยึดหลักการเที่ยววัดไทยทั่วไป คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และไม่สัมผัสพระพุทธรูป จารึก โบราณวัตถุ หรือองค์ประกอบศาสนสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต วัดแห่งนี้มีโบราณวัตถุและวัตถุศิลป์สำคัญหลายรายการ การชมด้วยความสำรวมจึงเป็นวิธีรักษาคุณค่าของสถานที่และเคารพศรัทธาของชุมชนไปพร้อมกัน
คุณค่าของวัดพระเจ้าเม็งรายอยู่ที่การรวมประวัติศาสตร์หลายชั้นไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่พญามังราย เวียงกุมกาม การสถาปนาเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น พระเจ้าค่าคิงพญามังราย ไม้คานหัก ชื่อวัดคานคอด จารึกผอบเงิน พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย พระพุทธรูปปางลีลา วิหารน้อย เจดีย์ทรงปราสาท และการขึ้นทะเบียนโบราณสถานของชาติ วัดขนาดไม่ใหญ่นี้จึงมีความลึกทางเนื้อหาสูงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชียงใหม่ในมิติประวัติศาสตร์และศาสนศิลป์
โดยสรุป วัดพระเจ้าเม็งรายเป็นวัดในเชียงใหม่ที่ควรค่าแก่การแวะชมสำหรับผู้สนใจพญามังราย ประวัติการสร้างเมืองเชียงใหม่ วัดเก่าในตำบลพระสิงห์ พระพุทธรูปสำริดล้านนา และโบราณสถานในเขตเมืองเก่า วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่าวัดคานคอดหรือวัดคานคาด และยังมีชื่อวัดศรีสร้อยท้าเจ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นวัดพระเจ้าเม็งรายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในวัดมีพระเจ้าค่าคิงพญามังราย พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ พ.ศ. 2012 จารึกผอบเงิน พระพุทธรูปปางมารวิชัยสำริด พระพุทธรูปปางลีลาสกุลช่างเชียงใหม่ และเจดีย์ทรงปราสาท จึงเป็นหนึ่งในวัดเมืองเก่าที่มีสาระครบทั้งตำนาน ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และหลักฐานโบราณคดี
| ชื่อสถานที่ | วัดพระเจ้าเม็งราย |
| ชื่อเดิม / ชื่อที่เกี่ยวข้อง | วัดคานคอด, วัดคานคาด, วัดก๋าละก้อด, วัดศรีสร้อยท้าเจ่ง |
| ประเภทวัด | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย |
| ที่ตั้ง | ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | บ้านพระเจ้าเม็งราย ถนนราชมรรคา ซอย 6 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 |
| พิกัด | ละติจูด 18.7848539877, ลองจิจูด 98.9841800147 |
| ไฮไลต์ | พระเจ้าค่าคิงพญามังราย ตำนานไม้คานหัก จารึกผอบเงิน พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำริดล้านนา พระพุทธรูปปางลีลา วิหารน้อย เจดีย์ทรงปราสาท และซุ้มประตูโขง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 1839 สัมพันธ์กับบริบทการสถาปนาเมืองเชียงใหม่และตำนานพญามังราย |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดคานคอดหรือก๋าละก้อดสัมพันธ์กับตำนานไม้คานหามพระเจ้าค่าคิงพญามังรายที่หักคอดลงระหว่างทางอัญเชิญพระพุทธรูปจากเวียงกุมกามไปยังวัดเชียงมั่น |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระเจ้าค่าคิงพญามังราย พระพุทธรูปยืนสำริดปางห้ามญาติขนาดใหญ่ สูงประมาณ 540 เซนติเมตร และพระพุทธรูปที่จำลองจากพระพุทธสิหิงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2012 |
| หลักฐานสำคัญ | จารึกผอบเงินใต้ฐานพระประธานในวิหาร จารึกอักษรไทยยวน พบเมื่อซ่อมแซมวิหารในปี พ.ศ. 2510 และกลุ่มพระพุทธรูปสำริดพร้อมจารึกหลายองค์ |
| โบราณสถาน / การขึ้นทะเบียน | วัดพระเจ้าเม็งรายได้รับการขึ้นทะเบียนในประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระวิหาร พระอุโบสถ วิหารน้อย หอพระไตรปิฎก หอสมุด ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล เจดีย์ทรงปราสาท ซุ้มประตูโขง และพื้นที่ศาสนกิจ |
| เนื้อที่วัด | 4 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกจากวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ถนนราชมรรคา ถนนสามล้าน และถนนคนเดินวันอาทิตย์ สามารถเดิน รถแดง รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถส่วนตัวเข้าสู่เขตเมืองเก่าได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นวัดราษฎร์ที่ยังมีพระจำพรรษาและกิจกรรมศาสนกิจต่อเนื่อง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูใบฎีกาจรินทร์ ธมฺมสโร |
| พระจำพรรษา | 5 รูป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระวิหาร พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอสมุด และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่เมืองเก่าซึ่งมีจำนวนจำกัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | พระวิหารใหญ่ วิหารน้อย พระอุโบสถ เจดีย์ทรงปราสาท หอพระไตรปิฎก หอสมุด ซุ้มประตูโขง ลานวัด และพื้นที่ประดิษฐานพระเจ้าค่าคิงพญามังราย |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดช่างแต้ม ประมาณ 0.4 กม. 2. วัดเจดีย์หลวง ประมาณ 0.5 กม. 3. วัดพันเตา ประมาณ 0.6 กม. 4. ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ประมาณ 0.6 กม. 5. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประมาณ 0.7 กม. 6. วัดเจ็ดลิน ประมาณ 0.8 กม. 7. ประตูเชียงใหม่ ประมาณ 0.9 กม. 8. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Khom Chocolatier House ราชมรรคา ซอย 6 ประมาณ 0.1 กม. 2. 294 Bistro Chiangmai ประมาณ 0.1 กม. 3. Coconut Shell ประมาณ 0.6 กม. โทร. 086-654-2746 4. เฮือนเพ็ญ ประมาณ 0.7 กม. โทร. 053-814-548 5. Rachamankha Restaurant ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-904-111 6. See You Soon Cafe ประมาณ 0.9 กม. โทร. 081-880-8380 7. Dash Teak House ประมาณ 1 กม. โทร. 053-279-230 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Amata Lanna Jangmuang ประมาณ 0.2 กม. โทร. 053-814-320 2. Jomkitti Boutique Hotel ประมาณ 0.4 กม. โทร. 098-831-2015 3. Pastell Oldtown Chiang Mai ประมาณ 0.4 กม. โทร. 053-272-989 4. The Inside House ประมาณ 0.5 กม. โทร. 053-904-699 5. Rachamankha Boutique Hotel ประมาณ 0.8 กม. โทร. 053-904-111 6. Lavana Hotel Chiangmai ประมาณ 0.9 กม. โทร. 053-216-111 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระเจ้าเม็งรายตั้งอยู่บริเวณบ้านพระเจ้าเม็งราย ถนนราชมรรคา ซอย 6 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ใกล้วัดช่างแต้ม วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา และวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดพระเจ้าเม็งรายเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับการไหว้พระและชมโบราณวัตถุในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดพระเจ้าเม็งรายเดิมเรียกว่าวัดคานคอดหรือวัดคานคาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำเมืองว่า ก๋าละก้อด และยังมีชื่อเก่าอีกชื่อหนึ่งว่าวัดศรีสร้อยท้าเจ่ง
ถาม: พระเจ้าค่าคิงพญามังรายคืออะไร?
ตอบ: พระเจ้าค่าคิงพญามังรายเป็นพระพุทธรูปยืนสำริดปางห้ามญาติขนาดใหญ่ สูงประมาณ 540 เซนติเมตร มีความสัมพันธ์กับตำนานพญามังราย เวียงกุมกาม วัดเชียงมั่น และชื่อเดิมวัดคานคอด
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายมีโบราณวัตถุสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: โบราณวัตถุสำคัญ ได้แก่ พระเจ้าค่าคิงพญามังราย พระพุทธรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2012 กลุ่มพระพุทธรูปปางมารวิชัยสำริด พระพุทธรูปปางลีลาศิลปะล้านนา และจารึกผอบเงินใต้ฐานพระประธาน
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายเกี่ยวข้องกับพญามังรายอย่างไร?
ตอบ: วัดพระเจ้าเม็งรายสัมพันธ์กับตำนานการอัญเชิญพระเจ้าค่าคิงพญามังรายจากเวียงกุมกามไปยังวัดเชียงมั่น เมื่อไม้คานหามพระพุทธรูปหักคอดลงระหว่างทาง พญามังรายจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้นตรงบริเวณนั้น
ถาม: วัดพระเจ้าเม็งรายได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานหรือไม่?
ตอบ: วัดพระเจ้าเม็งรายได้รับการขึ้นทะเบียนในประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
ถาม: ควรเที่ยววัดพระเจ้าเม็งรายร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดช่างแต้ม วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา ถนนคนเดินวันอาทิตย์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจ็ดลิน ประตูเชียงใหม่ และอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ได้ในเส้นทางเมืองเก่าเชียงใหม่
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




