หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สารภี >ต.สันทราย > วัดต้นผึ้ง (สันทราย)
TL;DR: วัดต้นผึ้ง (สันทราย) อยู่ที่บ้านต้นผึ้ง ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางเข้าสู่อำเภอสารภี แล้วมุ่งหน้าไปตำบลสันทรายและบ้านต้นผึ้ง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า.
วัดต้นผึ้ง (สันทราย)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดต้นผึ้ง (สันทราย) เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่บ้านต้นผึ้ง ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดชุมชนเก่าแก่ที่มีบทบาทต่อบ้านต้นผึ้งและพื้นที่ตำบลสันทรายมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2415 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2545 โดยมีพระอธิการสายฝน กลฺยาณธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส วัดต้นผึ้งจึงเป็นศาสนสถานที่มีทั้งมิติประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีล้านนา บทบาททางพระพุทธศาสนา และความสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ท้องถิ่นของอำเภอสารภีอย่างชัดเจน
เสน่ห์ของวัดต้นผึ้งไม่ได้อยู่ที่ความเป็นวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ความเป็นวัดประจำชุมชนที่ยังคงดำรงบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน บ้านต้นผึ้งเป็นหมู่บ้านที่มีประวัติผูกพันกับวัดโดยตรง ชื่อบ้านสัมพันธ์กับชื่อวัด และชื่อวัดก็ผูกกับภาพของต้นโพธิ์ที่มีผึ้งจำนวนมากมาทำรังบริเวณพื้นที่วัด เรื่องเล่านี้ทำให้วัดต้นผึ้งมีความหมายมากกว่าศาสนสถานทั่วไป เพราะชื่อวัดกลายเป็นรากของชื่อชุมชนและเป็นเครื่องหมายแห่งความทรงจำร่วมของคนในพื้นที่
ตำบลสันทราย อำเภอสารภี เป็นพื้นที่กึ่งชนบทกึ่งชุมชนเมืองที่ยังมีร่องรอยวิถีเกษตรกรรม ลำเหมืองเก่า หมู่บ้านดั้งเดิม และวัดประจำชุมชนหลายแห่ง วัดต้นผึ้งตั้งอยู่ในบริบทเช่นนี้ จึงควรถูกมองในฐานะส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมสารภี ไม่ใช่เพียงวัดที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว วัดทำหน้าที่เชื่อมบ้าน วัด ชุมชน ความศรัทธา และเรื่องเล่าท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ประวัติของบ้านต้นผึ้งมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจวัดต้นผึ้ง พื้นที่นี้เคยเกี่ยวข้องกับชื่อบ้านป่าแพ่ง เพราะมีต้นไม้แพ่งขึ้นอยู่จำนวนมาก ต่อมาเมื่อมีผึ้งจำนวนมากมาทำรังอยู่ที่ต้นโพธิ์บริเวณวัด ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าบ้านต้นผึ้งตามชื่อวัดต้นผึ้ง คำว่า “ต้นผึ้ง” จึงสะท้อนทั้งภาพธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้ แมลง ศาสนสถาน และชุมชนในอดีต
วัดต้นผึ้งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2415 ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในยุคที่ชุมชนล้านนาหลายแห่งเริ่มฟื้นตัวและขยายตัวจากหมู่บ้านเกษตรกรรมสู่การเป็นชุมชนที่มีวัดเป็นศูนย์กลาง การสร้างวัดในยุคนั้นไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารทางศาสนา แต่เป็นการกำหนดศูนย์กลางทางจิตใจของหมู่บ้าน เป็นสถานที่ให้พระภิกษุจำพรรษา เป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรม และเป็นพื้นที่รวมตัวของชาวบ้านในโอกาสสำคัญ
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2545 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดต้นผึ้ง เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตที่พระสงฆ์ใช้ประกอบสังฆกรรมสำคัญตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจกรรมทางคณะสงฆ์ การมีวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีสถานะทางพระพุทธศาสนาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นว่าวัดต้นผึ้งไม่ได้เป็นเพียงวัดชุมชนเล็ก ๆ แต่เป็นวัดที่มีบทบาททางศาสนกิจอย่างเป็นระบบในพื้นที่สารภี
ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะสำคัญที่สะท้อนรูปแบบวัดชุมชนล้านนา ได้แก่ อุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ วิหาร โรงครัว และหอระฆัง อุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับสังฆกรรม ศาลาการเปรียญเป็นพื้นที่รวมของชาวบ้านในการฟังธรรม ทำบุญ และจัดงานบุญ กุฏิสงฆ์เป็นที่พักของพระภิกษุ วิหารเป็นพื้นที่สักการะพระพุทธรูปและประกอบศรัทธา โรงครัวรองรับงานบุญที่ต้องใช้แรงร่วมของชุมชน ส่วนหอระฆังเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับจังหวะชีวิตของวัดและหมู่บ้าน
วิหารของวัดต้นผึ้งเป็นจุดที่ควรใช้เวลาไหว้พระและชมบรรยากาศอย่างสงบ วิหารในวัดชุมชนล้านนาโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านคุ้นเคยมากที่สุด เพราะใช้เป็นที่สักการะ ฟังธรรม และร่วมพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนควรเข้าไปด้วยความสำรวม ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด ใช้เสียงเบา และไม่จับต้องพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น
อุโบสถของวัดต้นผึ้งมีความสำคัญในเชิงสังฆกรรม เมื่อวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว อุโบสถยิ่งมีบทบาทชัดเจนในการรองรับพิธีกรรมของคณะสงฆ์ พื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงอาคารศาสนสถาน แต่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในชุมชน เพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญและแสดงถึงสถานะของวัดในระบบคณะสงฆ์
ศาลาการเปรียญและโรงครัวเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนว่าวัดต้นผึ้งเป็นวัดของชุมชนอย่างแท้จริง งานบุญในชุมชนล้านนามักเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ทั้งการเตรียมอาหาร ถวายภัตตาหาร จัดสถานที่ ฟังธรรม และทำบุญร่วมกัน พื้นที่เหล่านี้จึงบอกเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชาวบ้านได้ดี เพราะวัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ทางสังคมของหมู่บ้านด้วย
หอระฆังเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยให้วัดต้นผึ้งมีบรรยากาศแบบวัดชุมชนล้านนา ระฆังในวัดมีความหมายทั้งในเชิงสัญลักษณ์และการใช้งาน เป็นเสียงที่เชื่อมโยงกับเวลา กิจวัตรของพระสงฆ์ งานบุญ และพิธีกรรม เสียงระฆังในวัดชุมชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เสียงที่ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านรับรู้จังหวะชีวิตทางศาสนา
จุดเด่นของวัดต้นผึ้งอยู่ที่ชื่อวัดและชื่อชุมชนซึ่งมีความหมายเชิงธรรมชาติ ชื่อที่เกิดจากต้นโพธิ์และผึ้งทำรังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กับสิ่งแวดล้อมในอดีต ต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์สำคัญในพระพุทธศาสนา เพราะเกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ส่วนผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความขยัน และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต เรื่องเล่าของวัดต้นผึ้งจึงมีมิติที่งดงามและเข้าใจง่ายสำหรับผู้มาเยือน
การบริหารงานด้านการปกครองของวัดมีรายนามเจ้าอาวาสต่อเนื่องหลายรูป ได้แก่ รูปที่ 1 กัณทา รูปที่ 2 พระอธิการอินตา รูปที่ 3 พระอธิการคำปัน รูปที่ 4 พระอธิการคำ รูปที่ 5 พระอธิการเคย ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2493 – 2500 รูปที่ 6 พระอธิการหล้า ระหว่าง พ.ศ. 2500 – 2508 รูปที่ 7 พระอธิการตั๋น ระหว่าง พ.ศ. 2508 – 2513 รูปที่ 8 พระอธิการบุญมา ชัยลังกโร ระหว่าง พ.ศ. 2513 – 2516 รูปที่ 9 พระอธิการดวงทิพย์ อรุโณ ระหว่าง พ.ศ. 2516 – 2520 และรูปที่ 10 พระอธิการสายฝน กลฺยาณธมฺโม ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา รายชื่อเหล่านี้ช่วยให้เห็นความต่อเนื่องของการดูแลวัดจากรุ่นสู่รุ่น
ปัจจุบันวัดต้นผึ้งยังมีพระสงฆ์จำพรรษาและเข้าร่วมกิจกรรมกฐินสามัคคีในระดับประเทศ ข้อมูลกฐินปีล่าสุดระบุว่าวัดมีพระจำพรรษา 5 รูป และมีพระอธิการสายฝน กลฺยาณธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันสถานะของวัดว่าเป็นวัดชุมชนที่ยังดำเนินศาสนกิจตามปกติ ไม่ใช่วัดร้างหรือสถานที่ที่หยุดใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนา
บทบาทของวัดต้นผึ้งต่อชุมชนบ้านต้นผึ้งมีความสำคัญในหลายระดับ วัดเป็นสถานที่ทำบุญประจำหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ให้พระภิกษุจำพรรษา เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า และงานบุญของชุมชน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุ ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ได้มาพบกันในบริบทของศาสนาและวัฒนธรรม วัดจึงเป็นจุดเชื่อมของคนหลายวัยในชุมชน
ประเพณีสำคัญที่สัมพันธ์กับวัดชุมชนอย่างวัดต้นผึ้ง ได้แก่ กฐินสามัคคี ผ้าป่า วันพระ งานทำบุญช่วงเข้าพรรษาและออกพรรษา รวมถึงกิจกรรมที่ชาวบ้านร่วมกันบำรุงรักษาวัด การทอดกฐินมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการถวายผ้ากฐินแก่พระภิกษุที่จำพรรษาครบถ้วน และเป็นโอกาสที่คณะศรัทธาจากในและนอกชุมชนร่วมทำบุญเพื่อสนับสนุนวัด
ในเชิงชุมชน บ้านต้นผึ้งเป็นพื้นที่ที่แยกตัวจากบ้านศรีดอนชัยในภายหลังและมีตัวตนชัดเจนขึ้นในฐานะชุมชนบ้านต้นผึ้ง เรื่องเล่าการตั้งชื่อบ้านจากต้นโพธิ์ที่มีผึ้งมาทำรัง ทำให้วัดต้นผึ้งเป็นรากของอัตลักษณ์พื้นที่ เมื่อพูดถึงบ้านต้นผึ้งจึงไม่สามารถแยกออกจากวัดต้นผึ้งได้ เพราะวัดเป็นจุดหมายสำคัญทั้งในทางภูมิศาสตร์และในทางจิตใจของคนในพื้นที่
บรรยากาศของวัดต้นผึ้งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดแบบสงบ เรียบง่าย และต้องการเห็นวัดในชีวิตจริงของชุมชนล้านนา วัดไม่ได้เน้นความคึกคักหรือกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เหมาะกับการแวะไหว้พระ เดินชมอาคารเสนาสนะ เรียนรู้ประวัติบ้านต้นผึ้ง และสัมผัสวิถีชุมชนสารภีที่ยังผูกพันกับวัดอย่างแนบแน่น
ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 – 60 นาทีในการเดินชมพื้นที่วัด ไหว้พระภายในวิหาร สังเกตอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และบรรยากาศโดยรอบ หากเดินทางมาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ จะได้อากาศที่สบายกว่าและเหมาะกับการเดินชมวัดอย่างสงบ หากมาในช่วงวันพระหรือช่วงงานบุญ ควรรักษาความสำรวมเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวลาที่ชาวบ้านมาร่วมทำบุญและประกอบพิธีกรรม
มารยาทในการเข้าชมวัดต้นผึ้งคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่จับต้องพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น ไม่ปีนหรือพิงโครงสร้างวัด และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หากมีพระสงฆ์หรือชาวบ้านกำลังประกอบพิธี ควรรักษาระยะห่างและไม่รบกวนกิจกรรมของวัด
การเดินทาง ไปวัดต้นผึ้งสามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เข้าสู่อำเภอสารภี แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลสันทรายและบ้านต้นผึ้ง เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อสามารถจัดเส้นทางเชื่อมกับวัดในตำบลสันทราย เช่น วัดศรีดอนชัย วัดสันทรายมหาวงศ์ วัดปากคลอง วัดป่าสา วัดหนองแบน และสถานที่ใกล้เคียงในเขตสารภีหรือขัวมุงได้สะดวก
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดต้นผึ้ง แล้วต่อไปยังวัดศรีดอนชัย วัดสันทรายมหาวงศ์ วัดปากคลอง วัดป่าสา บ้านต้นผึ้ง บ้านศรีดอนชัย และพื้นที่ริมแม่น้ำปิงในเขตสารภี หากต้องการขยายทริป สามารถเชื่อมต่อไปยังวัดหัวดงในตำบลขัวมุง วัดแสนหลวง วัดศรีโพธาราม วัดเวฬุวัน วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ และเวียงกุมกามได้ การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจอำเภอสารภีในมิติของวัด ชุมชน ลำเหมือง เกษตรกรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ครบขึ้น
วัดต้นผึ้งจึงเป็นวัดที่ควรบันทึกไว้ในเส้นทางเที่ยววัดสารภีสำหรับผู้ที่สนใจชุมชนมากกว่าการเที่ยวเฉพาะวัดดัง วัดแห่งนี้มีประวัติก่อตั้งชัดเจนตั้งแต่ พ.ศ. 2415 มีเรื่องเล่าชื่อบ้านและชื่อวัดที่สัมพันธ์กับต้นโพธิ์และผึ้ง มีลำดับเจ้าอาวาสต่อเนื่อง มีอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงครัว และหอระฆัง และยังคงมีพระสงฆ์จำพรรษา วัดต้นผึ้งจึงเป็นตัวอย่างของวัดชุมชนล้านนาที่เก็บทั้งความทรงจำของหมู่บ้านและศรัทธาของผู้คนไว้ในพื้นที่เดียวกัน
| ชื่อสถานที่ | วัดต้นผึ้ง (สันทราย) |
| ที่ตั้ง | บ้านต้นผึ้ง ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | หมู่ 4 ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านต้นผึ้ง มีชื่อผูกกับต้นโพธิ์ที่มีผึ้งมาทำรัง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนตำบลสันทราย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2415 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2545 |
| ที่มาของชื่อ | มาจากเรื่องเล่าที่มีผึ้งจำนวนมากมาทำรังอยู่ที่ต้นโพธิ์บริเวณวัด จึงเกิดชื่อวัดต้นผึ้งและชื่อบ้านต้นผึ้ง |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ วิหาร โรงครัว และหอระฆัง |
| พระสำคัญและผู้ดูแล | เจ้าอาวาส: พระอธิการสายฝน กลฺยาณธมฺโม |
| จำนวนพระจำพรรษา | 5 รูป |
| งานบุญและกิจกรรมสำคัญ | กฐินสามัคคี ผ้าป่า วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา และงานบุญชุมชนบ้านต้นผึ้ง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางเข้าสู่อำเภอสารภี แล้วมุ่งหน้าไปตำบลสันทรายและบ้านต้นผึ้ง เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดชุมชนในตำบลสันทราย และยังมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีดอนชัย ตำบลสันทราย ประมาณ 2 กม. 2. วัดสันทรายมหาวงศ์ ประมาณ 3 กม. 3. วัดปากคลอง ตำบลสันทราย ประมาณ 4 กม. 4. วัดป่าสา ตำบลสันทราย ประมาณ 5 กม. 5. วัดหนองแบน ตำบลสันทราย ประมาณ 6 กม. 6. วัดหัวดง ตำบลขัวมุง ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ผัดไทยใกล้ฉัน สาขาโครงการเพลินเพลส หางดง ประมาณ 2 กม. 2. แซ่บอีสาน ขัวมุง ประมาณ 4 กม. โทร. 098-172-0983 3. เรสไทม์พิซซ่า ขัวมุง ประมาณ 4 กม. โทร. 081-472-0954 4. เดอะขัวมุง ประมาณ 5 กม. โทร. 083-313-3733, 062-495-0496 5. ผัดไทย-หอยทอด by พุงโต ขัวมุง ประมาณ 5 กม. โทร. 096-632-7226 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 9Roomz ประมาณ 10 กม. โทร. 095-446-0758 2. เรือนทิพย์รีสอร์ท ประมาณ 11 กม. โทร. 098-556-6291 3. Baan Nam Ping Riverside Village ประมาณ 12 กม. โทร. 053-439040 4. Relax Garden House ประมาณ 13 กม. โทร. 090-326-6108 5. Longan Tree ประมาณ 13 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดต้นผึ้ง (สันทราย) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดต้นผึ้งตั้งอยู่ที่บ้านต้นผึ้ง ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ถาม: วัดต้นผึ้งสร้างเมื่อใด?
ตอบ: วัดต้นผึ้งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2415 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2545
ถาม: ชื่อวัดต้นผึ้งมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากเรื่องเล่าที่มีผึ้งจำนวนมากมาทำรังอยู่ที่ต้นโพธิ์บริเวณวัด ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่าบ้านต้นผึ้งและเรียกวัดว่าวัดต้นผึ้ง
ถาม: วัดต้นผึ้งมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ วิหาร โรงครัว และหอระฆัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดชุมชนล้านนา
ถาม: เจ้าอาวาสวัดต้นผึ้งคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดต้นผึ้งคือพระอธิการสายฝน กลฺยาณธมฺโม
ถาม: วัดต้นผึ้งเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดชุมชนล้านนา ประวัติบ้านต้นผึ้ง วิถีตำบลสันทราย และการเที่ยววัดแบบสงบในอำเภอสารภี
ถาม: เที่ยววัดต้นผึ้งแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดศรีดอนชัย วัดสันทรายมหาวงศ์ วัดปากคลอง วัดป่าสา วัดหนองแบน วัดหัวดง และพื้นที่ชุมชนใกล้แม่น้ำปิงในอำเภอสารภี
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




