หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันป่าตอง >ต.สันกลาง > วัดคันธาราม
TL;DR: วัดคันธาราม อยู่ที่ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 22.00 น. การเดินทางสะดวก เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่ – ฮอด หรือทางหลวงหมายเลข 108.
วัดคันธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 22.00 น.
วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) หรือวัดทุ่งอ้อ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 102 หมู่ที่ 1 ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2485 โดยพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ พร้อมคณะศรัทธา ร่วมกันย้ายวัดมาจากวัดทุ่งอ้อน้อย มีพื้นที่วัด 9 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในฐานะวัดชุมชนร่วมสมัยที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย ภายในมีพระวิหารหลวง ลานปฏิบัติธรรม ลานนวมหาบูรพาจารย์ ลานระฆัง 189 ลูก ฆ้องหลวงมหาลาภ ศาลากลางน้ำ ธรรมศาลาพระนาคปรกมหาจักรพรรดิเงินล้าน ระฆังหลวงนเรศวรปราบหงสา และจุดสักการะท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจ วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาวัดล้านนาในบริบทใหม่ และจัดเส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงวัดในอำเภอสันป่าตอง
วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) ตั้งอยู่บนเส้นทางถนนเชียงใหม่ – ฮอด ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีบทบาทเด่นทั้งในฐานะวัดประจำชุมชนและจุดหมายของผู้ที่เดินทางมาไหว้พระในอำเภอสันป่าตอง วัดมีเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา ตามข้อมูลประวัติวัดเดิม และเป็นวัดที่มีการพัฒนาองค์ประกอบภายในให้หลากหลายกว่าวัดชุมชนทั่วไป ทั้งพื้นที่กราบไหว้พระพุทธรูป พื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่สักการะครูบาอาจารย์ พื้นที่ขอพรตามคติศรัทธา และพื้นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว
ประวัติการก่อตั้งวัดคันธารามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2485 โดยมีพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ พร้อมคณะศรัทธาร่วมกันก่อตั้งวัดขึ้นจากการย้ายมาจากวัดทุ่งอ้อน้อย การย้ายวัดลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดเดิม ชุมชนเดิม และชุมชนใหม่ในพื้นที่สันกลาง เพราะวัดไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของพระสงฆ์และคณะศรัทธาที่ต้องการให้มีศาสนสถานรองรับการทำบุญ ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมของชุมชนในจุดที่เหมาะสมขึ้น
ชื่อวัดคันธารามมีความหมายในทางศาสนาและวัฒนธรรม คำว่า “คันธะ” สื่อถึงกลิ่นหอมหรือสิ่งที่งดงามในเชิงสัญลักษณ์ ส่วน “อาราม” หมายถึงวัดหรือสถานที่สงบของพระสงฆ์ เมื่อรวมกันจึงให้ภาพของศาสนสถานที่เป็นพื้นที่สงบ เย็นใจ และเป็นที่รวมศรัทธา ส่วนชื่อที่นิยมเรียกกันว่า “วัดทุ่งอ้อ” เชื่อมโยงกับพื้นที่บ้านทุ่งอ้อและความทรงจำของคนในชุมชน ชื่อทั้งสองจึงช่วยเล่าวัดคนละมิติ ชื่อทางการสะท้อนความเป็นอาราม ส่วนชื่อท้องถิ่นสะท้อนรากของหมู่บ้านและผู้คน
ตำบลสันกลางเป็นพื้นที่ชุมชนสำคัญของอำเภอสันป่าตอง ตั้งอยู่บนแนวถนนเชียงใหม่ – ฮอด ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมตัวเมืองเชียงใหม่กับอำเภอสันป่าตองและพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด วัดคันธารามจึงมีความได้เปรียบด้านการเข้าถึง เพราะตั้งอยู่ติดเส้นทางสัญจรหลัก เดินทางง่าย เห็นได้ชัด และเหมาะกับการแวะไหว้พระระหว่างทริปเชียงใหม่ตอนใต้หรือเส้นทางไปจอมทอง ดอยอินทนนท์ และอำเภอใกล้เคียง
แม้จะเป็นวัดที่มีประวัติเริ่มต้นจากศรัทธาชุมชน แต่วัดคันธารามในปัจจุบันมีภาพลักษณ์ร่วมสมัยอย่างเด่นชัด หลายคนรู้จักวัดนี้ในฐานะวัดที่เข้าถึงง่ายทุกเพศทุกวัย มีทั้งพื้นที่ศาสนา พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่ถ่ายภาพที่จัดให้เป็นระเบียบ จุดเด่นเช่นนี้ทำให้วัดคันธารามสามารถเชื่อมคนหลายกลุ่มเข้าหาพระพุทธศาสนาได้ ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ต้องการทำบุญ ผู้ใหญ่ที่มากราบไหว้ขอพร วัยรุ่นที่สนใจจุดถ่ายภาพ ไปจนถึงครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้มารยาทในวัด
พระวิหารหลวงเป็นจุดสำคัญที่ผู้มาเยือนควรเริ่มต้น วัดคันธารามมีพระพุทธรูปสำคัญประดิษฐานภายในพระวิหารหลวง ได้แก่ พระพุทธโสธรองค์ทองคำ หลวงพ่อพระฝนแสนห่า และพระพุทธชินราช โดยหลวงพ่อพระฝนแสนห่าเป็นองค์พระที่มีอายุเก่าแก่และได้รับความเคารพจากคณะศรัทธา วิหารหลวงจึงเป็นหัวใจทางศาสนาของวัด เป็นพื้นที่ที่ควรเข้าชมด้วยความสำรวม ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร ลดเสียง และกราบไหว้ด้วยความเคารพ
องค์ท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจเป็นจุดสักการะที่ทำให้วัดคันธารามเป็นที่รู้จักกว้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากนิยมมากราบไหว้ตามคติความเชื่อเรื่องโชคลาภ การงาน ชื่อเสียง ความมั่นคง และการปกปักรักษา วัดยังมีท้าวเวสสุวรรณปางหน้ายักษ์และปางหน้าเทพให้ผู้ศรัทธาได้สักการะตามลำดับการไหว้ จุดนี้ควรเข้าถึงด้วยความเข้าใจว่านี่เป็นพื้นที่ศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก ควรเคารพคิว เคารพผู้ที่กำลังตั้งจิตอธิษฐาน และไม่ใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงฉากถ่ายภาพ
ลานนวมหาบูรพาจารย์เป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ภายใต้ร่มไม้และบรรยากาศสงบ มีรูปปั้นพระอริยสงฆ์และครูบาอาจารย์ 9 องค์ให้กราบไหว้ เช่น พระครูบาเจ้าศรีวิชัย สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี หลวงปู่ทวด หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ และหลวงปู่ใจ๋ ติกฺขปญฺโญ จุดนี้ช่วยเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับสายศรัทธาครูบาอาจารย์ในพุทธศาสนาไทยและล้านนาอย่างชัดเจน
ลานระฆัง 189 ลูกและฆ้องหลวงมหาลาภเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างวัด ประเพณี และคติความเชื่อของชาวบ้าน ระฆังและฆ้องในวัฒนธรรมวัดไทยสัมพันธ์กับเสียงแห่งบุญ เสียงแห่งการประกาศธรรม และความเป็นสิริมงคล การตีระฆังหรือตีฆ้องในพื้นที่วัดจึงควรทำด้วยความสำรวม ไม่ตีเล่นเสียงดังเกินควร และควรเคารพข้อแนะนำของวัด จุดเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ว่าวัดร่วมสมัยใช้สัญลักษณ์ดั้งเดิมอย่างระฆังและฆ้องมาสร้างประสบการณ์การทำบุญอย่างไร
ลานปฏิบัติธรรมเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาแกนหลักของวัดในฐานะสถานที่ฝึกใจ ภายในมีรูปปั้นหลวงพ่อทันใจ หลวงพ่อสมปรารถนา และหลวงพ่อยิ้มให้กราบไหว้ จุดนี้ควรใช้เป็นพื้นที่สงบมากกว่าพื้นที่ผ่านทาง เพราะการปฏิบัติธรรมคือส่วนที่ทำให้วัดไม่สูญเสียแก่นของพระพุทธศาสนา แม้วัดคันธารามจะมีโซนถ่ายภาพและโซนสักการะหลากหลาย แต่ลานปฏิบัติธรรมยังคงย้ำว่าหัวใจของวัดคือการฝึกสติ การลดความวุ่นวาย และการกลับมาดูใจตนเอง
ศาลาบูรพมหากษัตริย์เป็นอีกโซนที่ผู้มาเยือนนิยมแวะสักการะ ภายในมีรูปปั้นบูรพมหากษัตริย์ เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวมทั้งศาลาพระประจำวันเกิดและพระพุทธรูปปางพระเกตุเสวยอายุ จุดนี้สะท้อนคติความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ วีรชน และพระพุทธรูปประจำวันเกิดที่พบได้ในวัดไทยหลายแห่ง โดยวัดคันธารามจัดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนเดินสักการะเป็นลำดับและทำความเข้าใจความหมายของแต่ละจุดได้ง่าย
ศาลาโพธิปัญญาหรือศาลาพระเจ้าสองพี่น้องเป็นโซนที่มีพระพุทธรูปโบราณสองพี่น้องอายุกว่าร้อยปีให้กราบไหว้ จุดนี้มีความสำคัญในเชิงปูชนียวัตถุ เพราะพระพุทธรูปเก่ามักเป็นหลักฐานของความศรัทธาที่สืบต่อจากคนรุ่นก่อน ผู้มาเยือนควรชมด้วยความเคารพ ไม่สัมผัสองค์พระหรือวัตถุเก่าโดยพลการ และควรใช้เวลาสังเกตบรรยากาศของศาลาที่แตกต่างจากโซนสักการะร่วมสมัยอื่น ๆ ภายในวัด
ระฆังหลวงนเรศวรปราบหงสาเป็นอีกจุดที่สร้างเอกลักษณ์ให้วัดคันธาราม โดยมีพญาช้างหลวงมงคลและแนวคิดเรื่องการลอดเพื่อความเป็นสิริมงคลประกอบอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จุดนี้ดึงดูดผู้มาเยือนที่ต้องการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดอย่างสุภาพ ไม่เร่งรัดผู้อื่น และไม่ทำพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อความเรียบร้อยของศาสนสถาน
ศาลากลางน้ำ หรือธรรมศาลาพระนาคปรกมหาจักรพรรดิเงินล้าน เป็นโซนที่ช่วยเพิ่มมิติด้านบรรยากาศให้วัด มีพระนาคปรกมหาจักรพรรดิเงินล้านให้กราบไหว้ และมีพื้นที่รอบศาลาที่สัมพันธ์กับน้ำ สวนหย่อม และน้ำตกจำลอง บริเวณนี้เหมาะกับการพักสายตา เดินชมอย่างสงบ และเรียนรู้คตินาคในพระพุทธศาสนาไทย ซึ่งมักสัมพันธ์กับการปกปักรักษา ความอุดมสมบูรณ์ และพลังของน้ำในจินตภาพทางศาสนา
วัดคันธารามมีบทบาททางสังคมร่วมสมัยที่ชัดเจน ปัจจุบันพระมหาบัณฑิต ญาณเมธี ปรากฏในบัญชีรายชื่อเจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักที่เกี่ยวข้องกับวัดคันธาราม และวัดยังมีบทบาทด้านการปฏิบัติธรรมและกิจกรรมพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์และคณะศรัทธาดำเนินกิจกรรมทางสังคมและศาสนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกิจกรรมทำบุญ ถวายเทียนพรรษา และกิจกรรมสนับสนุนสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ
ประเพณีและงานบุญของวัดคันธารามควรมองในบริบทวัดชุมชนล้านนา ได้แก่ วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา ถวายเทียนพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ทำบุญสังฆทาน การถวายภัตตาหาร และกิจกรรมปฏิบัติธรรม งานบุญเหล่านี้เป็นกลไกที่ช่วยเชื่อมพระสงฆ์ คณะศรัทธา ผู้สูงอายุ ครอบครัว เด็ก และเยาวชนเข้าด้วยกัน วัดจึงยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้มารยาททางศาสนาและพื้นที่รวมแรงศรัทธาของชุมชน
จุดเด่นของวัดคันธารามอยู่ที่การรวมหลายมิติไว้ในพื้นที่เดียว ได้แก่ ประวัติการย้ายวัดจากวัดทุ่งอ้อน้อย ความผูกพันกับพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ ภาพลักษณ์ของวัดร่วมสมัยที่คนทุกวัยเข้าถึงได้ จุดสักการะท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจ พระวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ลานปฏิบัติธรรม ลานนวมหาบูรพาจารย์ ลานระฆัง 189 ลูก ศาลากลางน้ำ และโซนถ่ายภาพสำหรับครอบครัว ผู้ที่ต้องการเข้าใจวัดไทยร่วมสมัยในภาคเหนือจึงควรให้เวลาที่วัดนี้มากกว่าการแวะถ่ายภาพสั้น ๆ
บรรยากาศของวัดคันธารามเหมาะกับการเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะพื้นที่ภายในมีหลายโซนและผู้มาเยือนจำนวนมากในบางช่วงเวลา ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นอาคารศาสนา ลดเสียงเมื่ออยู่ในวิหาร ลานปฏิบัติธรรม และพื้นที่สักการะ ไม่สัมผัสพระพุทธรูปหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และควรให้พื้นที่แก่ผู้สูงอายุ พระสงฆ์ และผู้ที่กำลังประกอบพิธีกรรม การเที่ยววัดลักษณะนี้จะได้ประสบการณ์ที่ดีเมื่อเดินด้วยความเคารพและเข้าใจว่าวัดยังเป็นพื้นที่ศาสนาที่ชุมชนใช้จริง
การเดินทาง ไปวัดคันธารามสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า หากเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางถนนเชียงใหม่ – ฮอด หรือทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง วัดตั้งอยู่ในตำบลสันกลางริมเส้นทางหลัก จึงเหมาะสำหรับจัดเป็นจุดแวะไหว้พระระหว่างเส้นทางเชียงใหม่ – สันป่าตอง – จอมทอง หรือจัดเป็นทริปวัดสันป่าตองร่วมกับวัดพระบาททุ่งอ้อ วัดสันป่าตอง วัดศรีนวรัฐ วัดต้นแหนหลวง วัดท่าวังพร้าว และเวียงท่ากาน
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะสมสามารถเริ่มจากวัดคันธาราม แล้วต่อไปยังวัดพระบาททุ่งอ้อ วัดสันป่าตอง วัดศรีนวรัฐ วัดต้นแหนหลวง วัดท่าวังพร้าว และเวียงท่ากาน หากต้องการรวมเส้นทางกับตำบลทุ่งต้อม สามารถต่อไปยังวัดศรีอรุณ วัดสบหาร วัดป่าลาน วัดรัตนาราม และวัดสุพรรณรังษีได้ เส้นทางนี้ทำให้เห็นทั้งวัดร่วมสมัย วัดเก่า วัดชุมชน และภูมิทัศน์ถนนเชียงใหม่ – ฮอดในอำเภอสันป่าตองอย่างครบถ้วน
โดยสรุป วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) เป็นวัดราษฎร์มหานิกายที่มีทั้งประวัติชุมชนและภาพลักษณ์ร่วมสมัย เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2485 โดยพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ พร้อมคณะศรัทธา จากการย้ายมาจากวัดทุ่งอ้อน้อย ปัจจุบันเป็นวัดที่มีพระวิหารหลวง ลานปฏิบัติธรรม จุดสักการะท้าวเวสสุวรรณ ลานนวมหาบูรพาจารย์ ลานระฆัง ฆ้องหลวง ศาลากลางน้ำ และพื้นที่เรียนรู้สำหรับคนทุกวัย ผู้ที่ต้องการไหว้พระในสันป่าตอง เรียนรู้วัดล้านนาร่วมสมัย และวางเส้นทางเที่ยววัดบนถนนเชียงใหม่ – ฮอด ควรจัดวัดคันธารามไว้ในแผนเดินทางอย่างเหมาะสม
| ชื่อสถานที่ | วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) |
| ชื่อเรียกทั่วไป | วัดทุ่งอ้อ |
| ที่ตั้ง | ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | 102 หมู่ที่ 1 ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120 |
| พิกัด | 18.64174, 98.89958 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ดินตั้งวัด | 9 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2485 โดยพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ พร้อมคณะศรัทธา จากการย้ายมาจากวัดทุ่งอ้อน้อย |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระมหาบัณฑิต ญาณเมธี |
| เบอร์ติดต่อ | 095-196-9554 |
| สิ่งปลูกสร้าง / โซนสำคัญ | 1. พระวิหารหลวง 2. ลานปฏิบัติธรรม 3. ลานนวมหาบูรพาจารย์ 4. ลานระฆัง 189 ลูก 5. ศาลาบูรพมหากษัตริย์ 6. ฆ้องหลวงมหาลาภ 7. ศาลาโพธิปัญญา หรือศาลาพระเจ้าสองพี่น้อง 8. กุฏิเจ้าอาวาส 9. ระฆังหลวงนเรศวรปราบหงสา 10. ศาลากลางน้ำ ธรรมศาลาพระนาคปรกมหาจักรพรรดิเงินล้าน 11. พื้นที่รูปปั้นและจุดถ่ายภาพสำหรับครอบครัว |
| ปูชนียวัตถุ / สิ่งสักการะสำคัญ | พระพุทธโสธรองค์ทองคำ หลวงพ่อพระฝนแสนห่า พระพุทธชินราช ท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจ ท้าวเวสสุวรรณปางหน้ายักษ์และปางหน้าเทพ พระอริยสงฆ์ 9 องค์ในลานนวมหาบูรพาจารย์ พระนาคปรกมหาจักรพรรดิเงินล้าน พระพุทธรูปโบราณสองพี่น้อง |
| ไฮไลต์ | วัดร่วมสมัยบนถนนเชียงใหม่ – ฮอด มีจุดสักการะหลายโซน พระวิหารหลวง ท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจ ลานปฏิบัติธรรม ลานระฆัง 189 ลูก ศาลากลางน้ำ และพื้นที่เหมาะกับครอบครัว |
| บทบาทต่อชุมชน | เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนสันกลางและบ้านทุ่งอ้อ ใช้ทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม ถวายสังฆทาน ถวายเทียนพรรษา และจัดกิจกรรมพระพุทธศาสนาตลอดปี |
| ประเพณี / งานบุญที่เกี่ยวข้อง | วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา ถวายเทียนพรรษา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ทำบุญสังฆทาน ถวายภัตตาหาร และกิจกรรมปฏิบัติธรรม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 22.00 น. |
| การเดินทาง | เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนเชียงใหม่ – ฮอด หรือทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งหน้าอำเภอสันป่าตอง แล้วเข้าสู่ตำบลสันกลาง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์มหานิกายในตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีกิจกรรมศาสนา การปฏิบัติธรรม และการรับผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสันป่าตอง ประมาณ 2 กม. 2. วัดพระบาททุ่งอ้อ ประมาณ 3 กม. 3. วัดศรีนวรัฐ (วัดทุ่งเสี้ยว) ประมาณ 6 กม. 4. เก๊าไม้ล้านนา ประมาณ 6 กม. 5. วัดต้นแหนหลวง ประมาณ 10 กม. 6. เวียงท่ากาน ประมาณ 14 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ฟาง-ฟาง คาเฟ่ ประมาณ 1 กม. โทร. 089-950-3966 2. ร้านเลควิว@สันป่าตอง ประมาณ 2 กม. โทร. 097-079-8448 3. ข้าวซอยป่าแดด ถนนเชียงใหม่ – ฮอด ประมาณ 4 กม. โทร. 083-566-8813 4. ครัวหน้าบ้าน ประมาณ 5 กม. โทร. 098-376-4358 5. ร้านต้นข้าว ประมาณ 10 กม. โทร. 098-792-6440 6. ปลาสาละวิน สวนอาหาร ประมาณ 12 กม. โทร. 086-919-3851 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Home at 9 ประมาณ 2 กม. โทร. 088-636-2679 2. เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 053-481-201 3. ไทรีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 063-096-7000 4. วันวานล้านนา By แพท ประมาณ 12 กม. โทร. 080-892-7724 5. พี รีสอร์ท & W Resort ประมาณ 13 กม. โทร. 064-334-4566 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดคันธาราม (ทุ่งอ้อ) ตั้งอยู่เลขที่ 102 หมู่ที่ 1 ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120
ถาม: วัดคันธารามเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดคันธารามเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 22.00 น.
ถาม: วัดคันธารามเริ่มก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: วัดคันธารามเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2485 โดยพระครูใจ๋ ติกฺขปญฺโญ พร้อมคณะศรัทธา จากการย้ายมาจากวัดทุ่งอ้อน้อย
ถาม: จุดเด่นของวัดคันธารามคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือพระวิหารหลวง ท้าวเวสสุวรรณปางประทานพรสำเร็จทันใจ ลานนวมหาบูรพาจารย์ ลานระฆัง 189 ลูก ลานปฏิบัติธรรม ฆ้องหลวงมหาลาภ และศาลากลางน้ำ
ถาม: วัดคันธารามเหมาะกับครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะ เพราะวัดมีทั้งพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่พักผ่อน จุดถ่ายภาพ และโซนรูปปั้นที่ช่วยให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงวัดได้ง่ายขึ้น
ถาม: เจ้าอาวาสวัดคันธารามคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสหรือผู้ดูแลที่ปรากฏในข้อมูลปัจจุบันคือ พระมหาบัณฑิต ญาณเมธี
ถาม: วัดคันธารามมีเบอร์ติดต่อหรือไม่?
ตอบ: เบอร์ติดต่อที่ใช้กับวัดคันธารามคือ 095-196-9554
ถาม: สามารถเที่ยววัดคันธารามร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดสันป่าตอง วัดพระบาททุ่งอ้อ วัดศรีนวรัฐ เก๊าไม้ล้านนา วัดต้นแหนหลวง และเวียงท่ากานได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




