หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สันทราย >ต.สันพระเนตร > วัดท่าทุ่ม
TL;DR: วัดท่าทุ่ม อยู่ที่บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ วัดชุมชนล้านนาที่สัมพันธ์กับลำเหมืองสาธารณประโยชน์ พื้นที่นา ถนนท้องถิ่น และการสืบทอดศิลปะพื้นบ้านล้านนาในชุมชน.
วัดท่าทุ่ม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดท่าทุ่ม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 136 บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50210 เป็นวัดชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติการสร้างเมื่อ พ.ศ. 2384 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 วัดแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะศาสนสถานประจำบ้านท่าทุ่ม พื้นที่ทำบุญของชุมชนสันพระเนตร และแหล่งสืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาผ่านกลุ่มเยาวชนที่ฝึกฟ้อนดาบและตีกลองจัยยะมงคล
วัดท่าทุ่มเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ และเรียนรู้วัดชุมชนล้านนาในอำเภอสันทราย วัดไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่แบบวัดสำคัญในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่มีคุณค่าจากประวัติท้องถิ่น ชื่อวัดที่สัมพันธ์กับท่าน้ำและต้นไม้ทุ่ม อาคารเสนาสนะที่รองรับศาสนกิจของชุมชน และบทบาทด้านการรักษาภูมิปัญญาการแสดงพื้นบ้านล้านนา ทำให้วัดแห่งนี้มีมิติทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ชื่อวัดท่าทุ่มมีที่มาจากพื้นที่เดิมที่มีต้นไม้ชื่อไม้ทุ่มอยู่บริเวณท่าน้ำ ชื่อวัดจึงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับภูมิประเทศริมน้ำของชุมชน คำว่า “ท่า” สื่อถึงพื้นที่ริมน้ำหรือจุดขึ้นลงน้ำ ส่วนคำว่า “ทุ่ม” เชื่อมโยงกับต้นไม้ในพื้นที่เดิม ชื่อวัดจึงไม่ใช่เพียงชื่อสถานที่ แต่เป็นร่องรอยของสภาพแวดล้อมในอดีตที่ผู้คนใช้จดจำพื้นที่บ้านท่าทุ่มร่วมกัน
พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 3 ไร่ ตามเอกสาร น.ส. 3 อาณาเขตของวัดสะท้อนภาพวัดชุมชนล้านนาที่สัมพันธ์กับน้ำ ถนน และพื้นที่นาอย่างชัดเจน ทิศเหนือประมาณ 48 เมตร จดลำเหมืองสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ประมาณ 56 เมตร จดที่นา ทิศตะวันออกประมาณ 61 เมตร จดถนน และทิศตะวันตกประมาณ 56 เมตร จดที่นา ลักษณะพื้นที่เช่นนี้ทำให้เห็นว่าวัดเติบโตอยู่ท่ามกลางระบบน้ำ พื้นที่เกษตร และเส้นทางสัญจรของชุมชนบ้านท่าทุ่ม
ตำบลสันพระเนตรเป็นพื้นที่ในอำเภอสันทรายที่มีวัดชุมชนหลายแห่ง ได้แก่ วัดท่าทุ่ม วัดแม่คาว วัดสันพระเนตร และวัดสันศรี การมีวัดกระจายตามหมู่บ้านต่าง ๆ สะท้อนวิถีล้านนาที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน วัดท่าทุ่มจึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายศาสนสถานท้องถิ่นที่ช่วยให้ชาวบ้านมีพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ร่วมงานบุญ และสืบทอดประเพณีของหมู่บ้านตลอดทั้งปี
ประวัติวัดท่าทุ่มเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2384 ซึ่งเป็นช่วงที่ชุมชนในพื้นที่รอบเมืองเชียงใหม่ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลำน้ำ ลำเหมือง และพื้นที่เกษตรกรรม การสร้างวัดในบริบทเช่นนี้มักเกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ต้องการมีสถานที่ประกอบศาสนกิจใกล้บ้าน วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่ฟังธรรม พื้นที่ประชุมชุมชน และจุดศูนย์รวมจิตใจของคนในบ้านท่าทุ่ม
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดท่าทุ่ม เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตที่ใช้สำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุโบสถและการอุปสมบท การมีเขตวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีสถานะรองรับกิจกรรมของพระสงฆ์ได้สมบูรณ์ขึ้น และทำให้ชุมชนสามารถใช้วัดเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง
อาคารเสนาสนะของวัดท่าทุ่มประกอบด้วยอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ และโรงครัว ปูชนียวัตถุสำคัญคือพระพุทธรูป อาคารแต่ละส่วนมีบทบาทชัดเจนต่อการดำเนินศาสนกิจของวัด อุโบสถเกี่ยวข้องกับสังฆกรรมและเขตสีมา วิหารเป็นพื้นที่กราบไหว้พระและฟังธรรม ศาลาบาตรรองรับการทำบุญและถวายภัตตาหาร กุฏิสงฆ์เป็นที่พำนักของพระภิกษุ ส่วนโรงครัวมีความสำคัญในงานบุญที่ชาวบ้านร่วมกันจัดอาหารและถวายพระ
อุโบสถเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความเคารพเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับการประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์และวิสุงคามสีมา ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าชม หากมีพิธีกรรมหรือพระสงฆ์กำลังปฏิบัติกิจ ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนและให้ความสำคัญกับความสงบของพื้นที่เป็นอันดับแรก
วิหารเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านและผู้มาเยือนใช้กราบไหว้พระ สวดมนต์ ฟังธรรม และร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในวัดชุมชนล้านนา วิหารมักเป็นหัวใจของชีวิตศรัทธา เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนคุ้นเคยและเข้ามาใช้จริงในวันพระ งานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานกฐิน งานผ้าป่า และพิธีกรรมของครอบครัว วัดท่าทุ่มจึงเป็นวัดที่ยังมีชีวิตอยู่ในกิจวัตรของชุมชน ไม่ใช่เพียงสถานที่เก่าแก่ในเชิงประวัติศาสตร์
ศาลาบาตรและโรงครัวสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ร่วมแรงของชาวบ้าน ศาลาบาตรเกี่ยวข้องกับการทำบุญ ถวายภัตตาหาร และรองรับญาติโยม ส่วนโรงครัวมีบทบาทเด่นในงานบุญใหญ่ที่ต้องเตรียมอาหารร่วมกัน งานเหล่านี้ช่วยให้ชาวบ้านได้พบปะ ช่วยเหลือ และร่วมกันบำรุงวัด วัดท่าทุ่มจึงเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านแน่นแฟ้นขึ้น
กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่จำพรรษาและปฏิบัติกิจของพระภิกษุ การมีพระสงฆ์ประจำวัดทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลคณะสงฆ์ตำบลสันทรายน้อย–สันพระเนตร วัดท่าทุ่มมีพระภิกษุและสามเณรจำพรรษา และมีพระครูประภาศสารคุณ สายัญต์ อตฺตสาโร ใจสุข เป็นเจ้าอาวาสที่เกี่ยวข้องกับวัดในข้อมูลปัจจุบันของคณะสงฆ์ท้องถิ่น
ประวัติการปกครองของวัดท่าทุ่มมีลำดับเจ้าอาวาสที่ทราบนามหลายรูป เริ่มตั้งแต่พระอธิการอูต อุตฺตมจิตฺโต พ.ศ. 2384 – 2414 พระอธิการปัญญา ปญฺญาธโร พ.ศ. 2414 – 2439 พระอธิการน้อต นาถสีโล พ.ศ. 2439 – 2459 ต่อมามีพระอธิการบุญปั้น ธมฺมกาโม พ.ศ. 2492 – 2507 พระอธิการทอน ฐิตธมฺโม พ.ศ. 2507 – 2517 พระศรีทอน ฐิตสีโล พ.ศ. 2517 – 2522 และพระทองสุข สีลสาโร พ.ศ. 2522 – 2527 รายชื่อเหล่านี้สะท้อนความต่อเนื่องของการดูแลวัดจากพระสงฆ์หลายรุ่น
ความน่าสนใจของวัดท่าทุ่มไม่ได้จำกัดอยู่ที่ศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนา วัดเคยจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เยาวชนที่สนใจศิลปะและการแสดงพื้นบ้านล้านนาได้ฝึกหัดจากครูผู้มีความรู้ เช่น ฟ้อนดาบ และตีกลองจัยยะมงคล โดยใช้ชื่อว่า “คณะเยาวชนพุทธศาสน์วัดท่าทุ่ม” กิจกรรมลักษณะนี้ทำให้วัดเป็นทั้งพื้นที่ศาสนาและพื้นที่เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเยาวชน
ฟ้อนดาบเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาที่ผสมผสานความแข็งแรง ความงามของท่วงท่า และร่องรอยของศิลปะการต่อสู้พื้นเมือง ส่วนกลองจัยยะมงคลหรือกลองชัยมงคลเป็นภูมิปัญญาด้านดนตรีล้านนาที่มีความสัมพันธ์กับพิธีกรรม งานบุญ และการเสริมสิริมงคลของชุมชน การที่วัดท่าทุ่มเป็นพื้นที่ฝึกหัดของเยาวชนจึงช่วยให้ศิลปะเหล่านี้ไม่ขาดช่วงจากคนรุ่นใหม่ และทำให้วัดมีบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีชีวิต
บทบาทของคณะเยาวชนพุทธศาสน์วัดท่าทุ่มมีความสำคัญต่อการสืบทอดวัฒนธรรม เพราะการฝึกศิลปะพื้นบ้านต้องอาศัยเวลา วินัย การถ่ายทอดจากครู และพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง วัดจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ทั้งทางกาย ทางใจ และทางวัฒนธรรม เด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงได้เรียนท่าฟ้อนหรือจังหวะกลอง แต่ยังได้เรียนรู้ความเคารพครู ความสามัคคี และการทำงานร่วมกันในชุมชน
ในมิติชุมชน วัดท่าทุ่มเป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านท่าทุ่มและพื้นที่สันพระเนตร ชาวบ้านสามารถเข้ามาทำบุญวันพระ ฟังธรรม ประกอบพิธีกรรมของครอบครัว และร่วมงานบุญประจำปี วัดจึงทำหน้าที่มากกว่าสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน ครอบครัว และคณะศรัทธาเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมล้านนา
งานบุญที่สัมพันธ์กับวัดท่าทุ่ม ได้แก่ ทำบุญวันพระ ฟังธรรม เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า ปีใหม่เมือง สงกรานต์ล้านนา และกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานกฐินเป็นงานบุญสำคัญหลังออกพรรษาที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาร่วมถวายผ้ากฐินและปัจจัยบำรุงวัด ส่วนงานผ้าป่าเป็นงานบุญที่จัดได้ตามโอกาสเพื่อสนับสนุนการดูแลเสนาสนะและกิจกรรมของวัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้วัดยังคงเป็นพื้นที่ศรัทธาที่มีชีวิต
ช่วงปีใหม่เมืองหรือสงกรานต์ล้านนาเป็นช่วงเวลาที่วัดชุมชนในเชียงใหม่มีบทบาทเด่น ชาวบ้านมักเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ตานขันข้าว อุทิศส่วนกุศลแก่บรรพชน และร่วมกิจกรรมตามประเพณีท้องถิ่น วัดท่าทุ่มในฐานะวัดประจำบ้านท่าทุ่มจึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ชุมชน และพระพุทธศาสนาให้ต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น
บรรยากาศของวัดท่าทุ่มเหมาะกับผู้ที่ชอบวัดสงบ วัดชุมชน และเรื่องราวท้องถิ่นที่มีมิติทางวัฒนธรรม วัดไม่ได้เน้นความใหญ่โตแบบแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่มีคุณค่าจากประวัติชื่อวัดที่มาจากไม้ทุ่มริมท่าน้ำ อาคารเสนาสนะที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง พระพุทธรูปเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ และบทบาทด้านการสืบทอดฟ้อนดาบกับกลองล้านนา ผู้มาเยือนจะได้เห็นเชียงใหม่ในมุมของวัดบ้านที่ยังเชื่อมโยงกับทั้งศรัทธาและศิลปวัฒนธรรม
สิ่งที่ควรชมภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ วิหาร พระพุทธรูป ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ โรงครัว ลานวัด และบรรยากาศโดยรอบที่สัมพันธ์กับลำเหมือง ถนน และพื้นที่นา ผู้มาเยือนควรเดินชมอย่างสงบ สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับภูมิทัศน์หมู่บ้าน การมาเที่ยววัดท่าทุ่มจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจวัดในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตชุมชน มากกว่าการเที่ยวแบบผ่านไปเร็ว ๆ เพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่รบกวนพระภิกษุหรือชาวบ้านที่มาปฏิบัติศาสนกิจ และไม่เข้าไปในพื้นที่กุฏิสงฆ์หรือพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต หากเดินทางมาในช่วงมีงานบุญหรืองานฝึกซ้อมศิลปะพื้นบ้าน ควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมของชุมชนก่อนการถ่ายภาพหรือเดินชม
การเดินทาง ไปวัดท่าทุ่มสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถมุ่งหน้าไปอำเภอสันทราย เข้าสู่ตำบลสันพระเนตรและบ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่เชื่อมต่อกับถนนท้องถิ่นของสันพระเนตร เหมาะสำหรับจัดเส้นทางไหว้พระร่วมกับวัดแม่คาว วัดสันพระเนตร วัดสันศรี และวัดใกล้เคียงในอำเภอสันทราย
เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงที่เหมาะคือเริ่มจากวัดท่าทุ่มเพื่อไหว้พระและเรียนรู้เรื่องราวไม้ทุ่มริมน้ำ จากนั้นแวะวัดแม่คาวซึ่งเป็นวัดในตำบลเดียวกัน ต่อด้วยวัดสันพระเนตรและวัดสันศรีเพื่อชมเครือข่ายวัดชุมชนของตำบลสันพระเนตร หากต้องการเพิ่มมิติด้านงานหัตถกรรมและวัฒนธรรม สามารถต่อเส้นทางไปยังศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้างหรือแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในเส้นทางสันทราย–ดอยสะเก็ดได้
โดยสรุป วัดท่าทุ่มเป็นวัดราษฎร์มหานิกายของบ้านท่าทุ่ม ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2384 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 มีอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ โรงครัว และพระพุทธรูปเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ อีกทั้งยังมีบทบาทด้านการสืบทอดศิลปะพื้นบ้านล้านนาผ่านคณะเยาวชนพุทธศาสน์วัดท่าทุ่ม วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเชียงใหม่ในมุมของวัดชุมชนที่มีทั้งศรัทธา ประวัติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่ร่วมกัน
| ชื่อสถานที่ | วัดท่าทุ่ม |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ที่ตั้ง | บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 136 บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210 |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 053-384-157 |
| ไฮไลต์ | วัดชุมชนเก่าแก่ของบ้านท่าทุ่ม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2384 ชื่อวัดมาจากไม้ทุ่มบริเวณท่าน้ำ และมีบทบาทด้านการสืบทอดฟ้อนดาบกับกลองจัยยะมงคล |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2384 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดมาจากบริเวณท่าน้ำที่มีต้นไม้ชื่อไม้ทุ่มอยู่ในพื้นที่เดิม |
| ลักษณะเด่น | วัดชุมชนล้านนาที่สัมพันธ์กับลำเหมืองสาธารณประโยชน์ พื้นที่นา ถนนท้องถิ่น และการสืบทอดศิลปะพื้นบ้านล้านนาในชุมชน |
| เนื้อที่วัด | 3 ไร่ ตามเอกสาร น.ส. 3 |
| อาณาเขต | ทิศเหนือประมาณ 48 เมตร จดลำเหมืองสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ประมาณ 56 เมตร จดที่นา ทิศตะวันออกประมาณ 61 เมตร จดถนน ทิศตะวันตกประมาณ 56 เมตร จดที่นา |
| สิ่งปลูกสร้างสำคัญ | อุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ และโรงครัว |
| ปูชนียวัตถุ | พระพุทธรูป |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | เขตอุโบสถ วิหาร พื้นที่สักการะพระพุทธรูป ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ โรงครัว และลานวัดสำหรับกิจกรรมชุมชน |
| เจ้าอาวาส | พระครูประภาศสารคุณ สายัญต์ อตฺตสาโร ใจสุข |
| อดีตเจ้าอาวาสสำคัญ | พระอธิการอูต อุตฺตมจิตฺโต, พระอธิการปัญญา ปญฺญาธโร, พระอธิการน้อต นาถสีโล, พระอธิการบุญปั้น ธมฺมกาโม, พระอธิการทอน ฐิตธมฺโม, พระศรีทอน ฐิตสีโล และพระทองสุข สีลสาโร |
| บทบาทด้านวัฒนธรรม | พื้นที่ฝึกฟ้อนดาบและตีกลองจัยยะมงคลของคณะเยาวชนพุทธศาสน์วัดท่าทุ่ม เพื่อสืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนา |
| ประเพณี / งานบุญ | ทำบุญวันพระ ฟังธรรม เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า ปีใหม่เมือง สงกรานต์ล้านนา และกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นวัดราษฎร์มหานิกายในตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และมีบทบาทต่อกิจกรรมศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านท่าทุ่ม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้าง จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอสันทราย เข้าสู่ตำบลสันพระเนตรและบ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดแม่คาว ประมาณ 2 กม. 2. วัดสันพระเนตร ประมาณ 3 กม. 3. วัดสันศรี ประมาณ 4 กม. 4. ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง ประมาณ 6 กม. 5. สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล ประมาณ 9 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. จินหู่ อาหารตุ๋นยาจีน เชียงใหม่ ประมาณ 2 กม. โทร. 063-432-2104 2. ก๋วยเตี๋ยวรสจันทร ปตท. สันพระเนตร ประมาณ 3 กม. โทร. 080-821-7475 3. ร้านก๋วยเตี๋ยวปี้หล้า สันพระเนตร ประมาณ 3 กม. โทร. 064-042-4186 4. ข้าวมันไก่รักอาหลง ประมาณ 4 กม. โทร. 094-724-6109 5. ข้าวมันไก่กฤษโอชา สาขาสันทราย ประมาณ 5 กม. โทร. 086-659-6620, 053-217-913 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านสันทราย ประมาณ 2 กม. โทร. 089-851-8343 2. The NicheHome Waterside Living ประมาณ 3 กม. โทร. 081-847-5759 3. The Greenery Central Suites Apartment & Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 090-606-0609 4. อิมเรสซิเดนซ์ เชียงใหม่ ประมาณ 4 กม. โทร. 081-681-2840 5. Horizon Village & Resort ประมาณ 9 กม. โทร. 053-292-381 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดท่าทุ่มอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดท่าทุ่มตั้งอยู่เลขที่ 136 บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210
ถาม: วัดท่าทุ่มเปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับไหว้พระ ทำบุญ และชมบรรยากาศวัดชุมชนล้านนาอย่างสงบ
ถาม: วัดท่าทุ่มมีประวัติสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดท่าทุ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2384 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514
ถาม: ชื่อวัดท่าทุ่มมีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากบริเวณท่าน้ำที่มีต้นไม้ชื่อไม้ทุ่มอยู่ในพื้นที่เดิม จึงเรียกว่าวัดท่าทุ่ม
ถาม: ภายในวัดท่าทุ่มมีสิ่งปลูกสร้างอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีอุโบสถ วิหาร ศาลาบาตร กุฏิสงฆ์ โรงครัว และพระพุทธรูปเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดท่าทุ่มคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดท่าทุ่มคือพระครูประภาศสารคุณ สายัญต์ อตฺตสาโร ใจสุข
ถาม: วัดท่าทุ่มมีบทบาทด้านวัฒนธรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: วัดท่าทุ่มมีบทบาทส่งเสริมเยาวชนให้ฝึกฟ้อนดาบและตีกลองจัยยะมงคล ผ่านคณะเยาวชนพุทธศาสน์วัดท่าทุ่ม เพื่อสืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนา
ถาม: เที่ยววัดท่าทุ่มควรแวะที่ไหนใกล้เคียง?
ตอบ: สามารถแวะวัดแม่คาว วัดสันพระเนตร วัดสันศรี ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชลในเส้นทางใกล้เคียงได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



