หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.เมืองเชียงใหม่ >ต.สุเทพ > มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
TL;DR: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดจันทร์–ศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงาน) เวลา 08.30–16.30 น. (เวลาเข้าชมสถานที่เฉพาะแห่งแตกต่างกัน).

เชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันเปิดทำการ: จันทร์–ศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงาน)
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. (เวลาเข้าชมสถานที่เฉพาะแห่งแตกต่างกัน)
 
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Chiang Mai University: CMU) ตั้งอยู่เลขที่ 239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่รัฐบาลไทยจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค เปิดการเรียนการสอนครั้งแรกวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 และได้รับการประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 ซึ่งมหาวิทยาลัยถือเป็นวันสถาปนา ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดงานครบรอบ 61 ปีของวันสถาปนา มีรากฐานด้านการศึกษาขั้นสูง การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมล้านนา ด้วยทำเลเชิงดอยสุเทพ อ่างแก้ว ศาลาธรรม หอประวัติมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาหลากหลายสาขา ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความสำคัญทั้งในฐานะศูนย์กลางวิชาการของภาคเหนือและพื้นที่เรียนรู้สำหรับประชาชน
 
จุดเด่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คือความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และชีวิตมหาวิทยาลัย พื้นที่หลักด้านถนนห้วยแก้วอยู่ใกล้แนวเชิงดอยสุเทพ มองเห็นทิวเขาที่เป็นฉากหลังของอาคารเรียนและอ่างเก็บน้ำ ภายในมีต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปี ลานกิจกรรม เส้นทางสัญจรของนักศึกษา อาคารเรียน และพื้นที่อนุรักษ์ภูมิทัศน์ ภาพของอ่างแก้วกับดอยสุเทพจึงกลายเป็นภาพจำที่ผู้คนจำนวนมากเชื่อมโยงกับชื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แม้สถาบันจะเติบโตด้านเทคโนโลยีและงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมที่ใกล้ธรรมชาติยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์
 
ก่อนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะถือกำเนิด ประเทศไทยมีระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก นักเรียนในภาคเหนือที่ต้องการศึกษาต่อในระดับสูงจำนวนมากต้องเดินทางไกลจากภูมิลำเนา ความคิดจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภูมิภาคจึงเกี่ยวข้องกับการขยายโอกาสทางการศึกษา การสร้างบุคลากรเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และความต้องการให้ภาคเหนือมีศูนย์กลางวิชาการของตนเอง ความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ปรากฏชัดตั้งแต่ราว พ.ศ. 2493 ก่อนนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลในทศวรรษถัดมา
 
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยมีเป้าหมายเริ่มเปิดสอนในปีการศึกษา 2507 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเตรียมการ ทั้งการวางนโยบาย กำหนดวัตถุประสงค์ สำรวจและเลือกพื้นที่ จัดทำผังมหาวิทยาลัย เตรียมหลักสูตร อาคารเรียน และบุคลากร จึงได้รับการยกย่องในฐานะบุคคลผู้วางรากฐานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ งานเตรียมการดังกล่าวมีความสำคัญเพราะการสร้างมหาวิทยาลัยใหม่ต้องวางระบบวิชาการและการบริหารควบคู่กับการก่อสร้างอาคาร มิใช่เพียงจัดหาสถานที่เรียน
 
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 กฎหมายมีผลใช้บังคับวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งเป็นวันก่อตั้งตามสถานะทางกฎหมาย ต่อมามหาวิทยาลัยเปิดเรียนวันแรกวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ความแตกต่างระหว่างวันที่มีผลตามกฎหมาย วันเปิดการเรียนการสอน และวันพิธีเปิดอย่างเป็นทางการมีความสำคัญต่อการอ่านประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเหตุการณ์คนละขั้นตอน ไม่ควรนำวันใดวันหนึ่งไปใช้แทนกันโดยไม่มีคำอธิบาย
 
ในระยะแรกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดการเรียนการสอนด้วย 3 คณะ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ การเริ่มต้นด้วยศาสตร์ด้านมนุษย์ สังคม และวิทยาศาสตร์สะท้อนเจตนาที่จะสร้างสถาบันระดับอุดมศึกษาที่รองรับการพัฒนาความรู้รอบด้าน ไม่จำกัดตัวอยู่เฉพาะสาขาวิชาชีพเดียว หลักสูตรที่เปิดดำเนินการในยุคแรกช่วยผลิตบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐ โรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น และกิจการทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวในภาคเหนือ
 
วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการจดจำเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์สถาบัน และทำให้มหาวิทยาลัยถือวันที่ 24 มกราคมของทุกปีเป็นวันสถาปนา การจัดพิธีรำลึกและกิจกรรมทางวิชาการในวันดังกล่าวจึงเป็นการเชื่อมโยงคนรุ่นปัจจุบันกับเจตนารมณ์ของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาค
 
บุคคลสำคัญอีกท่านคือพระยาศรีวิสารวาจา อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ทำหน้าที่นำองค์กรในช่วงเริ่มเปิดการเรียนการสอน การเริ่มต้นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายวิชาการ ฝ่ายบริหาร บุคลากร และชุมชนท้องถิ่น การบริหารงานในช่วงก่อตั้งจึงเป็นระยะของการสร้างแนวทางปฏิบัติ มาตรฐานการศึกษา และวัฒนธรรมองค์กรซึ่งส่งอิทธิพลต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา
 
เมื่อการจัดการศึกษาเติบโตขึ้น มหาวิทยาลัยทยอยเปิดคณะทางวิชาชีพและสาขาวิชาที่ตอบสนองความต้องการของสังคม ทั้งศึกษาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ และศาสตร์ด้านการบริหาร เศรษฐกิจและกฎหมาย การขยายตัวนี้ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาททั้งในการผลิตบัณฑิตและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจภูมิภาค และสังคมวัฒนธรรมล้านนา
 
ใน พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551 การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างการบริหาร การจัดการบุคลากร การเงิน และการดำเนินพันธกิจสถาบัน เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอุดมศึกษา ขณะเดียวกันภารกิจด้านการศึกษา การวิจัย บริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมยังคงเป็นรากฐานสำคัญ
 
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคลดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยดำเนินการภายใต้แผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 13 พ.ศ. 2566–2570 พร้อมเตรียมการเชื่อมต่อสู่แผนระยะที่ 14 ซึ่งจะรองรับแนวทางการพัฒนาระยะต่อไป นโยบายการบริหารสมัยใหม่จึงเชื่อมโยงการผลิตบัณฑิต งานวิจัย การเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ความยั่งยืน และการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนเข้าด้วยกัน
 
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรูปช้างชูคบเพลิง ช้างสื่อถึงภาคเหนือและการก้าวไปข้างหน้า ขณะที่คบเพลิงหมายถึงแสงสว่างแห่งปัญญาและวิชาการ รัศมีแปดแฉกสัมพันธ์กับแนวคิดการตั้งคณะในระยะแรก ดอกสักแสดงถึงไม้เศรษฐกิจและความอุดมสมบูรณ์ของภาคเหนือ ส่วนภาษิตประจำมหาวิทยาลัยคือ “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” มีความหมายว่า “บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน” สัญลักษณ์ทั้งหมดสะท้อนการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น ความรู้สมัยใหม่ และความรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเอง
 
สีประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คือสีม่วงดอกรัก ซึ่งปรากฏอยู่บนตราสัญลักษณ์ ชุดกิจกรรม และภาพลักษณ์สถาบัน ดอกทองกวาวเป็นทั้งต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย โดยดอกสีแสดผลิบานในฤดูหนาวและอยู่คู่ความทรงจำของนักศึกษามาหลายรุ่น ทั้งยังถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในงานออกแบบสัญลักษณ์รองของมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาและศิษย์เก่า คำว่า “ลูกช้าง” เป็นคำเรียกที่มีความหมายด้านความผูกพัน ความทรงจำ และความเป็นสมาชิกของชุมชนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเด่นชัดคือประเพณีรับน้องขึ้นดอย ซึ่งเชื่อมโยงการต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้ากับความศรัทธาต่อพระบรมธาตุดอยสุเทพและวัฒนธรรมล้านนา การเดินทางร่วมกันช่วยให้นักศึกษาใหม่ได้รู้จักเพื่อน รุ่นพี่ และความสำคัญของดอยสุเทพที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่ ความหมายของกิจกรรมจึงไม่จำกัดอยู่ที่ระยะทางหรือความอดทนทางร่างกาย แต่รวมถึงการเรียนรู้พื้นที่ สร้างความสัมพันธ์ และรักษาความเคารพต่อศาสนสถาน สำหรับ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยกำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยควรติดตามประกาศทางการก่อนเข้าร่วม
 
ประเพณีรับน้องรถไฟเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมลูกช้างอย่างชัดเจน กิจกรรมนี้มีลักษณะต้อนรับนักศึกษาใหม่จากกรุงเทพมหานครสู่จังหวัดเชียงใหม่ด้วยขบวนรถไฟ โดยศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน และบุคลากรมีส่วนร่วมในการต้อนรับ ปี พ.ศ. 2569 มีการจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 6–7 มิถุนายน ใช้ขบวนรถไฟพิเศษจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) มาถึงสถานีเชียงใหม่ ก่อนเดินทางต่อมาร่วมพิธีต้อนรับที่ศาลาธรรมในมหาวิทยาลัย ประเพณีดังกล่าวแสดงให้เห็นการสร้างชุมชนของนักศึกษาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัย
 
กิจกรรมวันสถาปนาในวันที่ 24 มกราคมของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยทบทวนความสำเร็จและรำลึกถึงผู้มีคุณูปการต่อสถาบัน ในปี พ.ศ. 2569 มีการจัดงานครบรอบ 61 ปีที่ศาลาธรรม ประกอบด้วยพิธีทางศาสนา การสักการะสิ่งสำคัญของมหาวิทยาลัย การเชิดชูเกียรติบุคลากรและนักศึกษาเก่า ตลอดจนพิธีรำลึกถึงหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนว่าความทรงจำทางประวัติศาสตร์ยังมีบทบาทต่อการสร้างความต่อเนื่องของสถาบันแม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ
 
ศาลาธรรมเป็นสถานที่สำคัญทั้งทางสถาปัตยกรรมและการประกอบพิธีของมหาวิทยาลัย รูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมไทย มีหลังคาทรงจั่วและองค์ประกอบที่สง่างาม ใช้รองรับกิจกรรมทางศาสนา การแสดงความเคารพ และพิธีสำคัญต่าง ๆ ในหลายวาระ บริเวณศาลาธรรมจึงเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาหลายรุ่นคุ้นเคย และเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งที่ช่วยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับวัฒนธรรมล้านนาและพระพุทธศาสนา
 
อ่างแก้วเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่หลักบริเวณเชิงดอยสุเทพ มีแนวสันเขื่อนและพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อน เดินชมทิวทัศน์ และออกกำลังกายตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย จุดเด่นอยู่ที่การมองเห็นผิวน้ำเบื้องหน้าและทิวเขาดอยสุเทพเป็นฉากหลัง ทำให้ช่วงเช้าหรือเย็นมีทัศนียภาพที่แตกต่างกัน พื้นที่อ่างแก้วมิใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่ยังเป็นตัวอย่างการจัดการภูมิทัศน์และทรัพยากรน้ำในมหาวิทยาลัย
 
ใกล้อ่างแก้วยังมีศาลาอ่างแก้วและพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งหลายบริเวณ เช่น ลานสัก ลานสังคีต ข่วงวัฒนธรรม และสวนปาล์ม ซึ่งเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของนักศึกษาและบุคลากรตามปฏิทินมหาวิทยาลัย บางกิจกรรมเกี่ยวข้องกับดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และการสันทนาการ ขณะที่บางช่วงใช้รองรับพิธีสำคัญ การทำความเข้าใจว่าสถานที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ใช้งานจริงจึงช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถเดินชมอย่างเหมาะสมและไม่รบกวนกิจกรรมการเรียนหรือการจัดงาน
 
หอศิลป์ปิ่นมาลา หรือหอประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์สถาบันอย่างจริงจัง อาคารเดิมได้รับการพัฒนาสืบเนื่องจากแนวคิดส่งเสริมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมล้านนา และได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล นิทรรศการภายในนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่การผลักดันให้จัดตั้งมหาวิทยาลัย พัฒนาการของคณะและบุคลากร ไปจนถึงผลงานและภาพความทรงจำจากยุคต่าง ๆ ซึ่งช่วยอธิบายประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยได้ลึกกว่าการอ่านเพียงปีสถาปนา
 
พื้นที่ชั้น 2 ของอาคารหอประวัติเป็นหอธรรมทัศน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับหลักธรรม พระกรณียกิจ และความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านจิตใจและวัฒนธรรม หอศิลป์ปิ่นมาลาและหอธรรมทัศน์เปิดบริการตามประกาศของหน่วยงานในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 10.00–18.00 น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีข้อมูลบริการเข้าชมนิทรรศการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
อีกแหล่งเรียนรู้สำคัญคือพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งรวบรวมและอนุรักษ์อาคารไม้พื้นถิ่นและยุ้งข้าวเพื่อให้เห็นสถาปัตยกรรม ภูมิปัญญาการอยู่อาศัย และวิถีชีวิตภาคเหนือ สิ่งปลูกสร้างและเครื่องใช้ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือน ครอบครัว การเกษตร และความเชื่อของสังคมล้านนา พิพิธภัณฑ์มีคุณค่าทางการศึกษาโดยเฉพาะผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน การอนุรักษ์อาคาร และการออกแบบที่ปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศของเชียงใหม่
 
ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ ของคณะวิทยาศาสตร์เป็นสถานที่เรียนรู้ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภูเขาดอยสุเทพ ศูนย์นำเสนอองค์ความรู้ด้านนิเวศวิทยา พืช สัตว์ ธรณีวิทยา และการอนุรักษ์ ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมเยาวชน และการฝึกอบรม โดยเน้นสร้างความเข้าใจว่าทรัพยากรธรรมชาติรอบเมืองเชียงใหม่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตเพียงใด ผู้สนใจสามารถติดตามเงื่อนไขการเข้าชมหรือการศึกษาดูงานจากหน่วยงานผู้จัดโดยตรง
 
ด้านการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะทางวิชาการ 21 คณะและวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ครอบคลุมมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การศึกษา เศรษฐศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สุขภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ดิจิทัล และการบริหารจัดการ การมีศาสตร์หลากหลายเอื้อให้เกิดงานวิจัยข้ามสาขา เช่น เทคโนโลยีอาหารกับการเกษตร วิทยาศาสตร์ข้อมูลกับสาธารณสุข หรือการออกแบบกับมรดกวัฒนธรรม ความหลากหลายนี้ยังทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกเส้นทางตามความสนใจและเป้าหมายอาชีพได้หลายรูปแบบ
 
คณะแพทยศาสตร์และหน่วยงานด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรและสนับสนุนบริการสุขภาพในภาคเหนือ โดยมีโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เป็นสถานพยาบาลและแหล่งฝึกวิชาชีพสำคัญ พื้นที่การศึกษาฝั่งสวนดอกจึงมีลักษณะงานต่างจากพื้นที่สวนสักซึ่งเป็นวิทยาเขตหลัก ความร่วมมือระหว่างแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องช่วยให้เกิดการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพ ตลอดจนงานป้องกันโรคและการดูแลประชาชน
 
ความโดดเด่นของคณะเกษตรศาสตร์และหน่วยงานวิทยาศาสตร์ชีวภาพอยู่ที่การศึกษาระบบอาหาร พืช สัตว์ ดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ฝั่งแม่เหียะและหน่วยงานการเรียนรู้ภาคสนามรองรับงานบางประเภท งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรบนพื้นที่สูง ความมั่นคงทางอาหาร การจัดการทรัพยากร และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตมีความสำคัญต่อภาคเหนือซึ่งประกอบด้วยชุมชนเมือง ชุมชนเกษตรกรรม และพื้นที่ภูเขาที่มีระบบนิเวศหลากหลาย
 
กลุ่มวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงคำนวณ การจัดการข้อมูล ซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการผลิตสื่อสร้างสรรค์ สาขาวิชาที่ระบุในเอกสารปีการศึกษา 2569 มีตั้งแต่เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิทยาการข้อมูล ไปจนถึงวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัลเกม และแอนิเมชัน สะท้อนการปรับการศึกษาต่อความต้องการกำลังคนร่วมสมัย
 
ในด้านวัฒนธรรมและสังคม คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ คณะวิจิตรศิลป์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบทบาทศึกษาภาษา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ มานุษยวิทยา ศิลปะ การออกแบบ และความเปลี่ยนแปลงทางสังคมภาคเหนือ การวิจัยเรื่องชุมชนชาติพันธุ์ ระบบนิเวศภูเขา วิถีชีวิตเมืองและชนบท หรือการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นช่วยให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตองค์ความรู้และผู้ดูแลมรดกทางวัฒนธรรม งานในกลุ่มนี้ยังช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของเชียงใหม่ในยุคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดิจิทัล
 
แนวทางความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครอบคลุมการใช้พลังงาน การบริหารของเสีย การจัดการน้ำ การลดก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมรูปแบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมีโครงการจัดทำข้อมูลภูมิทัศน์คาร์บอนเพื่อประเมินแหล่งปล่อยและแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่สวนสัก สวนดอก แม่เหียะ หริภุญไชย และสมุทรสาคร แนวทางดังกล่าวสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลและช่วยให้การพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยสัมพันธ์กับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
 
หนึ่งในตัวอย่างความยั่งยืนที่เห็นได้ในชีวิตประจำวันคือระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนภายในมหาวิทยาลัยซึ่งรู้จักกันว่า “รถม่วง” ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยประชาสัมพันธ์การใช้รถไฟฟ้าพลังงานสะอาดสำหรับนักศึกษาและบุคลากร โดยมีสายให้บริการภายในพื้นที่หลักและเชื่อมต่อสวนดอกกับแม่เหียะ นักศึกษาและบุคลากรใช้บริการตามสิทธิ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ผู้มาเยือนทั่วไปควรตรวจสอบสิทธิ์โดยสารและเส้นทางปัจจุบันก่อนใช้งาน เนื่องจากการให้บริการมีระเบียบและรอบเดินรถที่เปลี่ยนแปลงตามช่วงเปิดภาคเรียน
 
นอกจากพื้นที่เชิงดอยสุเทพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีพื้นที่การศึกษาและการดำเนินงานที่สวนดอก แม่เหียะ และศูนย์การศึกษาหริภุญไชยในจังหวัดลำพูน ตลอดจนพื้นที่ดำเนินงานอื่นตามภารกิจ การแยกพื้นที่เหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้มาติดต่อ เพราะคณะ โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัย และกิจกรรมศึกษาดูงานอาจอยู่คนละแห่ง ผู้เดินทางจึงไม่ควรใช้คำว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ในระบบนำทางโดยไม่ตรวจสอบชื่ออาคารและที่ตั้งของหน่วยงานปลายทาง
 
สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย อ่างแก้วและบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการชมทิวทัศน์และศึกษาภูมิทัศน์ ส่วนศาลาธรรมเหมาะกับการทำความเข้าใจพื้นที่พิธีการของมหาวิทยาลัย ขณะที่หอศิลป์ปิ่นมาลาให้ข้อมูลประวัติศาสตร์สถาบันอย่างเป็นระบบ หากสนใจสถาปัตยกรรมล้านนาหรือธรรมชาติวิทยา สามารถศึกษาข้อมูลบริการของพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนาและศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเพิ่มเติม การจัดเส้นทางตามหัวข้อความสนใจช่วยให้การเดินทางมีคุณค่ามากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
ผู้เข้าชมควรตระหนักว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นพื้นที่การศึกษาและทำงานของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร การเข้าถึงห้องปฏิบัติการ สถานพยาบาล อาคารเรียน หอพัก หรือพื้นที่วิจัยมีเงื่อนไขเฉพาะ การถ่ายภาพหรือการนำกลุ่มเข้าศึกษาดูงานควรเคารพความเป็นส่วนตัวและตารางกิจกรรมของหน่วยงาน หากต้องการข้อมูลประวัติศาสตร์สามารถใช้หอประวัติมหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น ส่วนการเข้าพื้นที่เฉพาะทางควรประสานหน่วยงานเจ้าของพื้นที่โดยตรง
 
สถานที่รอบมหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้ศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของเชียงใหม่ เช่น วัดสวนดอกที่มีเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้านายฝ่ายเหนือ วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรมซึ่งมีอุโมงค์ใต้เจดีย์และบรรยากาศร่มรื่น สวนสัตว์เชียงใหม่บริเวณถนนห้วยแก้ว และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญบนภูเขา ผู้สนใจสถาปัตยกรรมท้องถิ่นยังสามารถศึกษาเรือนโบราณล้านนาของมหาวิทยาลัย และเลือกเส้นทางท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับระยะเวลาเดินทางและกิจกรรมที่สนใจ
 
ย่านนิมมานเหมินท์ ถนนห้วยแก้ว และบริเวณหลังมหาวิทยาลัยมีร้านอาหารและที่พักรองรับผู้มาติดต่อราชการ ผู้ปกครอง นักศึกษา และนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ร้านอาหารพื้นเมืองเชียงใหม่ ร้านอาหารจานเดียว ร้านกาแฟ ไปจนถึงโรงแรมหลายระดับ การเลือกที่พักควรพิจารณาคณะหรืออาคารที่เป็นปลายทาง เพราะมหาวิทยาลัยมีประตูเข้าออกหลายด้านและอาคารกระจายตัวทั่วพื้นที่ การเดินทางที่สะดวกที่สุดของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับจุดนัดหมายและรูปแบบกิจกรรม
 
การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จากตัวเมืองสามารถใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าไปทางเชิงดอยสุเทพ โดยจุดหมายหลักอยู่เลขที่ 239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 จากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่หรือสถานีรถไฟเชียงใหม่สามารถเลือกใช้รถรับจ้างหรือบริการขนส่งที่มีอยู่ในช่วงเวลาเดินทาง ส่วนผู้ใช้รถส่วนตัวควรตรวจสอบประตูเข้าออกและที่จอดรถที่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะในวันที่มีพิธีสำคัญ งานรับปริญญา หรือกิจกรรมขนาดใหญ่
 
หากต้องการเยี่ยมชมหอศิลป์ปิ่นมาลาหรือเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงาน ควรตรวจสอบกำหนดการและข้อกำหนดจากหน่วยงานก่อนออกเดินทาง แม้มหาวิทยาลัยจะมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพักผ่อน แต่วันและเวลาเปิดบริการของแต่ละอาคารไม่เหมือนกัน การวางแผนเที่ยวช่วงเช้าหรือเย็นช่วยให้เดินชมพื้นที่สีเขียวได้สบายขึ้น และการแบ่งเวลาให้กับพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ได้มากกว่าการเดินผ่านอย่างรวดเร็ว
 
ตลอดระยะเวลากว่าหกทศวรรษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนาจากมหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทยไปสู่ศูนย์กลางการศึกษาและการวิจัยที่มีบทบาทในหลายศาสตร์ สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีเอกลักษณ์คือการอยู่ร่วมกันระหว่างความก้าวหน้าทางวิชาการกับรากฐานวัฒนธรรมล้านนา ตราช้างชูคบเพลิง สีม่วง ประเพณีรับน้องขึ้นดอย ศาลาธรรม หอประวัติมหาวิทยาลัย และอ่างแก้ว ล้วนสะท้อนประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในกิจกรรมของผู้คนทุกวัน
 
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงไม่ใช่เพียงสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ดอยสุเทพ แต่เป็นพื้นที่สะสมความรู้ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนภาคเหนือ สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การศึกษา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมล้านนา ธรรมชาติ หรือเส้นทางการศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดมุมมองหลายด้านให้ศึกษาได้ในสถานที่เดียว โดยหัวใจสำคัญยังคงเป็นแนวคิดการฝึกตนและการนำความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่สังคม
 
ชื่อสถานที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Chiang Mai University)
ประเภทมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย
ที่ตั้งตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
ปีเริ่มก่อตั้งพระราชบัญญัติมีผลวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2507
วันเปิดการเรียนการสอน18 มิถุนายน พ.ศ. 2507
วันสถาปนาที่มหาวิทยาลัยถือเป็นประเพณี24 มกราคม พ.ศ. 2508 (พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ)
อายุสถาบัน61 ปีในปี พ.ศ. 2569 ตามการนับจากพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
บุคคลสำคัญหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้วางรากฐานการจัดตั้ง; พระยาศรีวิสารวาจา อธิการบดีคนแรก
อธิการบดี พ.ศ. 2569ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล
อัตลักษณ์ช้างชูคบเพลิง สีม่วงดอกรัก ภาษิต “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา”
คณะและหน่วยงานวิชาการ21 คณะ และวิทยาลัย/สถาบันเฉพาะทางตามโครงสร้างปัจจุบัน
พื้นที่การศึกษาพื้นที่หลักฝั่งสวนสัก; สวนดอก; แม่เหียะ; หริภุญไชย จังหวัดลำพูน และพื้นที่ดำเนินงานอื่นตามภารกิจ
สถานที่สำคัญภายในอ่างแก้ว; ศาลาธรรม; ศาลาอ่างแก้ว; หอศิลป์ปิ่นมาลา (หอประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่); หอธรรมทัศน์; ลานสัก; สวนปาล์ม
แหล่งเรียนรู้เกี่ยวข้องพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา; ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ
ประเพณีและกิจกรรมวันสถาปนา 24 มกราคม; ประเพณีรับน้องรถไฟ; ประเพณีรับน้องขึ้นดอย
วันและเวลาติดต่อสำนักงานวันจันทร์–ศุกร์ 08.30–16.30 น. (ใช้กับสำนักงาน ไม่ใช่ทุกพื้นที่ในมหาวิทยาลัย)
การเข้าชมหอประวัติจันทร์–ศุกร์ 08.30–16.30 น.; เสาร์–อาทิตย์ 10.00–18.00 น.; ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์; เข้าชมนิทรรศการไม่เสียค่าใช้จ่าย
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าเชิงดอยสุเทพ ตรวจสอบประตูและอาคารปลายทางก่อนเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวกหอสมุด โรงอาหาร ศูนย์สุขภาพ พื้นที่กิจกรรม พื้นที่จอดรถที่กำหนด และบริการขนส่งภายในตามระเบียบมหาวิทยาลัย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดสวนดอก
2. วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม
3. สวนสัตว์เชียงใหม่
4. พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
5. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ฮ้านถึงเชียงใหม่ โทร. 093-970-6885
2. สุกี้ช้างเผือก สาขาหลัง มช. โทร. 062-003-5251
3. KRAM Cafe & Eatery โทร. 062-325-9882
4. Grandpa Home Kitchen (ข้าวบ้านก๋ง) โทร. 091-075-5532
5. Happy Hut โทร. 099-223-5268
ที่พักใกล้เคียง1. TUCK Me iN โทร. 063-780-4777
2. ibis Styles Chiang Mai โทร. 053-908-888
3. Eastin Tan Hotel Chiang Mai โทร. 052-001-999
4. The Empire Nimman Chiang Mai โทร. 053-289-288
5. Hyde Park Chiangmai โทร. 053-275-959
โทรศัพท์กลาง053-941300
หอประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่053-944529
เว็บไซต์ทางการhttps://www.cmu.ac.th
สถานะใน พ.ศ. 2569เปิดดำเนินการด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการตามปกติ
 
หลักสูตรและสาขาวิชา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2569 ตารางปริญญาตรีใช้ชื่อสาขาตามเอกสารอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาของสำนักทะเบียน ซึ่งบังคับใช้กับนักศึกษาเข้าปีการศึกษา 2569 โดยรวมชื่อสาขาที่ซ้ำกันระหว่างภาคปกติ ภาคพิเศษ และรูปแบบนานาชาติที่เหมาะสมไว้ด้วยกัน รายชื่อนี้เป็นรายการในประกาศสำหรับผู้เข้าศึกษาปี 2569 มิใช่การยืนยันว่าทุกสาขารับสมัครทุก TCAS รอบ
 
1. คณะมนุษยศาสตร์ปริญญาตรี
1. ภาษาอังกฤษ
2. ภาษาฝรั่งเศส
3. บ้านและชุมชน
4. จิตวิทยา
5. สารสนเทศศึกษา
6. การท่องเที่ยวและการโรงแรม
7. ศิลปศาสตร์ (ภาษาไทย ปรัชญา ประวัติศาสตร์ ภาษาจีน ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ภาษาและวัฒนธรรมอินเดีย)
8. ภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา
9. ศิลปะการอาหารเชิงนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการ
10. ภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ (นานาชาติ)
11. มนุษยศาสตร์และความยั่งยืน (นานาชาติ)
2. คณะศึกษาศาสตร์ปริญญาตรี
1. ประถมศึกษา
2. ภาษาไทย
3. ภาษาอังกฤษ
4. สังคมศึกษา
5. ชีววิทยา
6. ฟิสิกส์
7. เคมี
8. ศิลปศึกษา
9. คณิตศาสตร์
10. พลศึกษา
11. การศึกษาปฐมวัย–การศึกษาพิเศษ
12. อุตสาหกรรมและการงานอาชีพ
3. คณะวิจิตรศิลป์ปริญญาตรี
1. จิตรกรรม
2. ประติมากรรม
3. การออกแบบ
4. สื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ
5. สหศาสตร์ศิลป์
6. ศิลปะภาพพิมพ์
7. การถ่ายภาพสร้างสรรค์
8. ศิลปะการแสดง
9. ศิลปะไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์
4. คณะสังคมศาสตร์ปริญญาตรี
1. ภูมิศาสตร์
2. สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
3. อาเซียนศึกษา
4. สังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (นานาชาติ)
5. คณะวิทยาศาสตร์ปริญญาตรี
1. เคมี
2. เคมีอุตสาหกรรม
3. ชีวเคมีและชีวเคมีนวัตกรรม
4. ชีววิทยา
5. จุลชีววิทยา
6. สัตววิทยา
7. ฟิสิกส์
8. วัสดุศาสตร์
9. ธรณีวิทยา
10. อัญมณีวิทยา
11. คณิตศาสตร์
12. สถิติ
13. วิทยาการคอมพิวเตอร์
14. วิทยาการข้อมูล
15. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (นานาชาติ)
6. คณะวิศวกรรมศาสตร์ปริญญาตรี
1. วิศวกรรมโยธา
2. วิศวกรรมไฟฟ้า
3. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
4. วิศวกรรมอุตสาหการ
5. วิศวกรรมเครื่องกล
6. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
7. วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
8. วิศวกรรมบูรณาการ
9. วิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
10. วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (สองภาษา)
11. วิศวกรรมเครื่องกลและการบริหารโครงการวิศวกรรม (นานาชาติ)
12. วิศวกรรมไฟฟ้าและเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (นานาชาติ)
13. วิศวกรรมโยธา (นานาชาติ)
14. วิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการโลจิสติกส์ (นานาชาติ)
15. วิศวกรรมบูรณาการและพหุวิทยาการ (นานาชาติ)
16. ระบบสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (นานาชาติ)
7. คณะแพทยศาสตร์ปริญญาตรี
1. แพทยศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตร์การแพทย์
8. คณะเกษตรศาสตร์ปริญญาตรี
1. เกษตรศาสตร์ (พืชไร่ พืชสวน กีฏวิทยา โรคพืช ปฐพีศาสตร์ ส่งเสริมและเผยแพร่การเกษตร)
2. สัตวศาสตร์ (วิชาเอกสัตวศาสตร์)
3. สัตวศาสตร์ (วิชาเอกวิทยาศาสตร์การประมง)
4. เศรษฐศาสตร์เกษตรและธุรกิจเกษตร
5. เกษตรที่สูงและทรัพยากรป่าไม้
6. ผู้ประกอบการด้านเกษตรอัจฉริยะและอาหาร (หลักสูตรพหุวิทยาการ)
9. คณะทันตแพทยศาสตร์ปริญญาตรี
1. ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตร์การแพทย์
10. คณะเภสัชศาสตร์ปริญญาตรี
1. เภสัชศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตร์การแพทย์
11. คณะเทคนิคการแพทย์ปริญญาตรี
1. เทคนิคการแพทย์
2. กิจกรรมบำบัด
3. รังสีเทคนิค
4. กายภาพบำบัด
5. วิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย
12. คณะพยาบาลศาสตร์ปริญญาตรี
1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ)
13. คณะอุตสาหกรรมเกษตรปริญญาตรี
1. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (ไทยและนานาชาติ)
2. เทคโนโลยีชีวภาพทางอุตสาหกรรมเกษตร
3. วิศวกรรมกระบวนการอาหาร
4. เทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์
5. เทคโนโลยีการบรรจุ
6. เทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเล
7. นวัตกรรมอุตสาหกรรมเกษตรและการเป็นผู้ประกอบการ
14. คณะสัตวแพทยศาสตร์ปริญญาตรี
1. สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต
2. วิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์
3. การพยาบาลสัตว์
15. คณะบริหารธุรกิจปริญญาตรี
1. บริหารธุรกิจบัณฑิต (ภาคปกติและภาคพิเศษ)
2. บัญชีบัณฑิต (ภาคปกติ ภาคพิเศษ และนานาชาติ)
3. การจัดการธุรกิจบริการ (สามภาษา)
16. คณะเศรษฐศาสตร์ปริญญาตรี
1. เศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรไทยและนานาชาติ)
17. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปริญญาตรี
1. สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (5 ปี)
2. สถาปัตยกรรม (4 ปี)
3. ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต
4. การออกแบบอุตสาหกรรม
5. การออกแบบเชิงบูรณาการสถาปัตยกรรมแนวใหม่ (นานาชาติ)
18. คณะการสื่อสารมวลชนปริญญาตรี
1. การสื่อสารมวลชน
2. ภาพยนตร์ดิจิทัล (สองภาษา)
19. คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ปริญญาตรี
1. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
2. การระหว่างประเทศ
3. การเมืองและการปกครอง
4. ศาสตร์แห่งความยั่งยืน (นานาชาติ)
20. คณะนิติศาสตร์ปริญญาตรี
1. นิติศาสตรบัณฑิต (ภาคปกติและภาคพิเศษ)
21. วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยีปริญญาตรี
1. การจัดการสมัยใหม่และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไทยและนานาชาติ)
2. ดิจิทัลเกม
3. บูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล
4. แอนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์
5. วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (นานาชาติ)
22. วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัลปริญญาตรี
1. นวัตกรรมดิจิทัล (นานาชาติ)
 
หลักสูตรบัณฑิตศึกษาที่มีประกาศยืนยันในปีการศึกษา 2569 
 
คณะวิทยาศาสตร์ปริญญาโท: คณิตศาสตร์; ปริญญาเอก: คณิตศาสตร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ปริญญาโท: สาธารณสุขศาสตร์; ปริญญาเอก: สาธารณสุขศาสตร์
วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการปริญญาโท: บูรณาการศาสตร์ (กลุ่มการจัดการธุรกิจสัตว์เลี้ยง)
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่เลขที่ 239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 บริเวณเชิงดอยสุเทพ
 
ถาม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีผลใช้บังคับวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2507 และมหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507
 
ถาม: ทำไมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถือวันที่ 24 มกราคมเป็นวันสถาปนา?
ตอบ: เพราะวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 เป็นวันพิธีเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ จึงเป็นวันที่มหาวิทยาลัยใช้จัดกิจกรรมวันสถาปนาของทุกปี
 
ถาม: ใครเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่?
ตอบ: หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลมีบทบาทสำคัญในการเตรียมการจัดตั้ง และพระยาศรีวิสารวาจาเป็นอธิการบดีคนแรก
 
ถาม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีคณะทางวิชาการ 21 คณะ ครอบคลุมมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ การศึกษา วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ศิลปกรรม และอีกหลายศาสตร์ พร้อมวิทยาลัยและสถาบันเฉพาะทาง
 
ถาม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีหลักสูตรอะไรเปิดสอนในปี 2569?
ตอบ: รายชื่อหลักสูตรและสาขาระดับปริญญาตรีตามเอกสารสำนักทะเบียนอยู่ในตารางหลักสูตรของบทความ ส่วนหลักสูตรบัณฑิตศึกษาต้องตรวจสอบรายการเปิดรับและสถานะล่าสุดกับสำนักทะเบียนแยกต่างหาก
 
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้เยี่ยมชมได้ เช่น นิทรรศการหอประวัติตามเวลาทำการ ส่วนอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่วิจัยมีข้อกำหนดเฉพาะ
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ถนนห้วยแก้วมุ่งหน้าสู่เชิงดอยสุเทพ โดยใช้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นจุดหมายและตรวจสอบอาคารหรือประตูเข้าออกที่ต้องการก่อนเดินทาง

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(8)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
พระราชวัง พระราชวัง(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(43)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(24)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(5)
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ฝึกอบรม(1)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(3)
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(3)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(1)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(5)
วัด วัด(79)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(17)
โครงการหลวง โครงการหลวง(45)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(41)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(14)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(18)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(21)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(26)
น้ำตก น้ำตก(43)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(12)
ถ้ำ ถ้ำ(11)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(6)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(14)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(3)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(3)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(19)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
โรงละคร โรงละคร(1)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(10)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(6)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(1)
มิชลิน ไกด์ มิชลิน ไกด์(23)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(26)
เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ เมนูอาหารเหนือ, สูตรอาหารเหนือ(30)
ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ ขนมไทย สูตรอาหาร ภาคเหนือ(17)