หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.สารภี >ต.หนองแฝก > วัดหวลการณ์
TL;DR: วัดหวลการณ์ อยู่ที่บ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอสารภี แล้วเข้าสู่ตำบลหนองแฝกและบ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า.

เชียงใหม่

วัดหวลการณ์

วัดหวลการณ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดหวลการณ์ หรือที่เกี่ยวข้องกับชื่อชุมชนว่า วัดสันป่าสัก เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่าสัก ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดชุมชนสำคัญของบ้านสันป่าสักที่เริ่มบุกเบิกพื้นที่เพื่อสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 2472 โดยกลุ่มผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาและครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโท จากวัดหนองแฝกหรือวัดหลวง ต่อมามีการสร้างกุฏิถาวร วิหาร ศาลา และเสนาสนะต่าง ๆ จนวัดพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ภายในวัดมีพระอุโบสถรูปทรงล้านนา พระวิหาร เจดีย์ กุฏิสงฆ์ และศาลาการเปรียญ 2 ชั้น ปัจจุบันมีพระครูสังฆรักษ์รักษ์ สิริเมธี เป็นเจ้าอาวาส และมีพระจำพรรษา 5 รูป
 
วัดหวลการณ์เป็นวัดที่ควรมองผ่านเรื่องราวการร่วมแรงของชาวบ้านมากกว่าการมองเป็นเพียงวัดประจำหมู่บ้าน เพราะจุดเริ่มต้นของวัดเกิดจากกลุ่มผู้อาวุโสและผู้มีศรัทธาในบ้านสันป่าสักร่วมกันถวายที่ดิน บุกเบิกพื้นที่ ปรับสถานที่ และนิมนต์พระสงฆ์มาปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างวัดขึ้นในชุมชน บุคคลสำคัญที่ปรากฏในประวัติ ได้แก่ พ่ออุ้ยหนานตายุงหรืออุ้ยหนานตา ปารมี พ่ออุ้ยหมื่นการณ์ ประชาชอบ พ่ออุ้ยหนานหมื่น สมบูรณ์ พ่ออุ้ยหนานดี เงาแก้ว พ่ออุ้ยมา เจริญ พ่ออุ้ยหล้า หวลกาบ พ่ออุ้ยหนานกุณาหรืออุ้ยหนานก๋อง แสงสว่าง และพ่ออุ้ยเฮือน แสงฟ้า กลุ่มบุคคลเหล่านี้คือรากฐานของวัดและเป็นผู้ทำให้บ้านสันป่าสักมีศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาเป็นของตนเอง
 
บ้านสันป่าสักเป็นชุมชนที่ชื่อสะท้อนภูมิประเทศอย่างชัดเจน คำว่า “สัน” ในบริบทล้านนามักสื่อถึงพื้นที่ดอนหรือแนวสันดิน ส่วน “ป่าสัก” สัมพันธ์กับสภาพพื้นที่เดิมที่มีต้นสักหรือพื้นที่ป่าไม้สักอยู่มากกว่าหมู่บ้านใกล้เคียง ชุมชนบ้านสันป่าสักจึงมีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าพื้นที่รอบข้างในตำบลหนองแฝก การมีวัดตั้งอยู่ในหมู่บ้านเช่นนี้ทำให้วัดหวลการณ์เป็นทั้งพื้นที่ศรัทธาและหลักหมายของชุมชนในภูมิทัศน์เกษตรกรรมของอำเภอสารภี
 
ใน พ.ศ. 2472 กลุ่มชาวบ้านและครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโท ได้ร่วมกันเข้าบุกเบิกพื้นที่เพื่อปฏิบัติธรรมและสร้างวัด ประวัติท้องถิ่นเล่าว่าการเริ่มต้นสร้างวัดต้องเผชิญกับความยากลำบากและสิ่งน่ากลัวหลายอย่าง เพราะพื้นที่ยังไม่ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับการเป็นศาสนสถาน การที่ชาวบ้านยังคงร่วมมือกันต่อเนื่องสะท้อนพลังศรัทธาที่เข้มแข็ง เมื่อมีพระสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตใจและมีชาวบ้านถวายแรงกาย แรงทรัพย์ และที่ดิน วัดจึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละลำดับ
 
พ่ออุ้ยหล้า หวลกาบเป็นผู้มีอุปการะสำคัญต่อการสร้างวัด โดยประวัติวัดกล่าวว่าท่านเป็นผู้ถวายที่ดินมากที่สุด ส่วนพ่ออุ้ยหมื่นการณ์ ประชาชอบหรืออุ้ยหมื่นรินทร์ เป็นผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญอีกท่านหนึ่ง ชื่อ “หวลการณ์” จึงเกิดจากการนำคำว่า “หวล” จากนามสกุลหวลกาบของพ่ออุ้ยหล้า และคำว่า “การณ์” จากชื่อหมื่นการณ์มาประกอบกัน เพื่อระลึกถึงผู้มีคุณูปการในการสร้างวัด ชื่อวัดจึงไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นอย่างลอย ๆ แต่เป็นชื่อที่บันทึกความกตัญญูของชุมชนต่อผู้สร้างและผู้ถวายที่ดิน
 
ความหมายของชื่อวัดหวลการณ์จึงมีน้ำหนักในเชิงประวัติศาสตร์ชุมชน เพราะชื่อวัดทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์ของคนสองรุ่นแรกที่อุทิศตนเพื่อศาสนสถานแห่งนี้ ชาวบ้านไม่ได้จำชื่อวัดเพียงในฐานะสถานที่ทำบุญ แต่จำผ่านชื่อผู้มีอุปการะที่ทำให้วัดเกิดขึ้นได้จริง ลักษณะนี้เป็นเสน่ห์ของวัดชุมชนล้านนา ซึ่งมักมีชื่อ ที่ดิน อาคาร และประเพณีผูกอยู่กับบุคคลผู้มีศรัทธาในอดีตอย่างแนบแน่น
 
หลังเริ่มบุกเบิกพื้นที่ใน พ.ศ. 2472 ชุมชนได้ช่วยกันสร้างกุฏิถาวรขึ้นใน พ.ศ. 2473 เพื่อใช้เป็นที่พำนักของพระสงฆ์และประกอบพิธีทางศาสนาไปพลางก่อน ต่อมาใน พ.ศ. 2481 ได้ช่วยกันสร้างวิหาร ซึ่งเป็นอาคารหลักสำหรับการไหว้พระ ฟังธรรม และประกอบกิจกรรมของชาวบ้าน จากนั้นใน พ.ศ. 2488 ได้สร้างศาลาตรงบริเวณอุโบสถในปัจจุบัน และใน พ.ศ. 2495 ได้สร้างศาลาหลังใต้พร้อมกุฏิหลังเล็ก เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของพระภิกษุและสามเณร ลำดับเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นพัฒนาการของวัดจากพื้นที่ปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ สู่ศาสนสถานที่มีเสนาสนะครบขึ้นตามกำลังศรัทธาของชุมชน
 
ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าวัดหวลการณ์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2474 และเดิมชื่อวัดสันบ่าสักหรือวัดสันป่าสัก ขณะที่ประวัติชุมชนเริ่มเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2472 ซึ่งเป็นช่วงบุกเบิกพื้นที่และเริ่มปฏิบัติธรรม การทำความเข้าใจวัดแห่งนี้จึงควรมองทั้งสองชั้นข้อมูลร่วมกัน คือช่วงเริ่มบุกเบิกโดยคณะศรัทธาและช่วงที่วัดมีสถานะเป็นวัดตามทะเบียนอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาเช่นนี้จะเห็นว่าวัดหวลการณ์มีรากจากการกระทำจริงของชาวบ้านก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นวัดที่มีระบบเสนาสนะและศาสนกิจมั่นคงขึ้น
 
ที่ดินตั้งวัดตามทะเบียนวัดมีเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 61 ตารางวา โฉนดเลขที่ 8868 อาณาเขตทิศเหนือและทิศตะวันออกติดทางสาธารณะ ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกติดลำเหมืองสาธารณะ ลักษณะพื้นที่เช่นนี้สะท้อนความเป็นวัดชุมชนล้านนาที่อยู่ร่วมกับทางสัญจรและระบบน้ำของหมู่บ้าน ลำเหมืองไม่ใช่เพียงทางน้ำ แต่เป็นโครงสร้างสำคัญของชีวิตเกษตรกรรมในล้านนา การที่วัดตั้งอยู่ใกล้ลำเหมืองจึงทำให้วัดสัมพันธ์กับทั้งน้ำ พื้นที่ทำกิน และเส้นทางของผู้คนในบ้านสันป่าสัก
 
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดหวลการณ์ เพราะวิสุงคามสีมาเป็นเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมสำคัญของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพิธีอุปสมบทและกิจกรรมตามพระธรรมวินัย เขตวิสุงคามสีมากว้าง 12 เมตร ยาว 27 เมตร การมีวิสุงคามสีมาทำให้วัดมีความสมบูรณ์ในฐานะศาสนสถานที่รองรับงานคณะสงฆ์ได้อย่างเป็นทางการ และทำให้พระอุโบสถมีความหมายสูงในเชิงศาสนกิจ
 
พระอุโบสถของวัดหวลการณ์เป็นปูชนียสถานสำคัญ มีรูปทรงแบบล้านนาและสัมพันธ์โดยตรงกับเขตวิสุงคามสีมา ผู้มาเยือนควรชมพระอุโบสถด้วยความสำรวม ใช้เสียงเบา ไม่รบกวนพระสงฆ์ และไม่ใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม พระอุโบสถเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ของวัด เพราะเป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและเป็นหลักฐานว่าวัดมีสถานะทางพระธรรมวินัยอย่างครบถ้วน
 
พระวิหารเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการไหว้พระ ฟังธรรม และประกอบกิจกรรมของชุมชน วัดหวลการณ์เริ่มสร้างวิหารตั้งแต่ พ.ศ. 2481 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญหลังจากมีการสร้างกุฏิถาวรแล้ว วิหารจึงเป็นอาคารที่สะท้อนการขยับจากที่พักสงฆ์และพื้นที่ปฏิบัติธรรมไปสู่ศาสนสถานที่รองรับชาวบ้านได้มากขึ้น ผู้มาเยือนควรถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด กราบพระด้วยความเคารพ และชมบรรยากาศของวิหารในฐานะหัวใจของวัดชุมชน
 
เจดีย์เป็นปูชนียสถานสำคัญอีกส่วนหนึ่งของวัด เจดีย์ในบริบทวัดล้านนาเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา เป็นจุดรวมศรัทธาของชาวบ้าน และเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติด้วยความเคารพ ไม่ปีน ไม่พิง และไม่สัมผัสองค์เจดีย์โดยไม่จำเป็น การมีเจดีย์ภายในวัดช่วยเติมมิติด้านศรัทธาให้กับวัดหวลการณ์ และทำให้วัดมีองค์ประกอบครบสำหรับการไหว้พระ ทำบุญ และระลึกถึงพระรัตนตรัย
 
กุฏิสงฆ์เป็นสิ่งปลูกสร้างแรก ๆ ที่ชุมชนให้ความสำคัญ เพราะการมีพระภิกษุและสามเณรอยู่ประจำคือหัวใจของการทำให้วัดมีชีวิตทางศาสนา กุฏิถาวรหลังแรกใน พ.ศ. 2473 เป็นจุดเริ่มของการรองรับพระสงฆ์ที่มาปฏิบัติธรรมและประกอบศาสนกิจ ต่อมามีการสร้างกุฏิและศาลาหลังใต้ใน พ.ศ. 2495 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุและสามเณรเพิ่มเติม กุฏิสงฆ์จึงเป็นหลักฐานของความตั้งใจที่จะทำให้วัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญเฉพาะเทศกาล
 
ศาลาการเปรียญ 2 ชั้นเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกิจกรรมของวัดและชุมชน ใช้รองรับการฟังธรรม งานบุญ การประชุมงานวัด การจัดเตรียมกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมตามประเพณีท้องถิ่น ศาลาประเภทนี้เป็นหัวใจของวัดชุมชนล้านนา เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้พบกัน ช่วยงานร่วมกัน และถ่ายทอดประเพณีการเข้าวัดทำบุญจากรุ่นสู่รุ่น วัดหวลการณ์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการไหว้พระ แต่ยังเป็นพื้นที่ทางสังคมของบ้านสันป่าสักด้วย
 
ประวัติวัดยังระบุว่าแต่เดิมมีโรงเรียนอยู่ภายในบริเวณวัด เรื่องนี้สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ของชุมชน วัดไทยในชนบทจำนวนมากเคยเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจและพื้นที่การศึกษาของเด็กในหมู่บ้าน การมีโรงเรียนอยู่ในวัดทำให้วัดหวลการณ์มีความหมายในฐานะพื้นที่ที่เชื่อมพระพุทธศาสนา ความรู้ และการพัฒนาชุมชนเข้าด้วยกัน แม้บริบทการศึกษาจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ความทรงจำนี้ยังบอกเล่าบทบาทของวัดต่อบ้านสันป่าสักได้อย่างชัดเจน
 
วัดหวลการณ์ยังมีบทบาทด้านการพัฒนาสถานที่และการปฏิบัติธรรมในยุคปัจจุบัน ข้อมูลกิจกรรมร่วมสมัยกล่าวถึงการบูรณะวิหาร ศาลาปฏิบัติธรรม การสร้างศาลารวมใจ บุญเหลือล้น สมปรารถนา และศาลาปั๋นปอน ทำให้พื้นที่วัดมีความร่มรื่น สะอาด และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมมากขึ้น การพัฒนาลักษณะนี้สะท้อนว่าวัดยังมีชีวิต ไม่ได้หยุดอยู่เพียงประวัติการก่อตั้งในอดีต แต่ยังปรับพื้นที่ให้รองรับงานบุญ การปฏิบัติธรรม และกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
พระครูสังฆรักษ์รักษ์ สิริเมธีเป็นเจ้าอาวาสวัดหวลการณ์ในข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2568 และมีบทบาทในฐานะผู้นำวัดยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันชื่อพระเอกลักษณ์ อริยโชโตปรากฏในประวัติเผยแพร่เดิมของวัด การเปลี่ยนผ่านของชื่อพระสงฆ์ในข้อมูลต่างช่วงเวลาสะท้อนว่าประวัติวัดมีการบันทึกและอัปเดตหลายชั้น ผู้มาเยือนจึงควรยึดข้อมูลปัจจุบันเมื่อต้องการติดต่อหรือเข้าร่วมกิจกรรมวัด แต่ในเชิงประวัติศาสตร์ ชื่อพระสงฆ์ที่ปรากฏในเอกสารเดิมก็เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของวัดเช่นกัน
 
วัดหวลการณ์มีพระจำพรรษา 5 รูปในข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2568 การมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประจำทำให้วัดสามารถดำเนินศาสนกิจประจำวันได้ ทั้งทำวัตร สวดมนต์ รับบิณฑบาต ให้คำแนะนำแก่ญาติโยม และประกอบพิธีกรรมในโอกาสต่าง ๆ วัดจึงเป็นศาสนสถานที่ยังทำหน้าที่จริงในชีวิตประจำวันของชุมชน ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวหรือวัดเก่าในเชิงประวัติเท่านั้น
 
งานบุญสำคัญของวัดหวลการณ์ประกอบด้วยวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ รดน้ำดำหัว ยี่เป็ง และงานบุญประจำหมู่บ้าน ข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2568 ยังแสดงให้เห็นว่าวัดยังคงมีพิธีทอดกฐินและกิจกรรมของคณะศรัทธาอย่างต่อเนื่อง งานบุญเหล่านี้ทำให้ชาวบ้านได้กลับมาพบกัน ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม ช่วยกันจัดเตรียมงาน และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับชุมชนตามวิถีล้านนา
 
ในช่วงปี๋ใหม่เมือง วัดหวลการณ์เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการทำบุญ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัว และร่วมกิจกรรมของชุมชนตามธรรมเนียมล้านนา ประเพณีเหล่านี้เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับผู้สูงอายุ เชื่อมครอบครัวกับวัด และเชื่อมคนในหมู่บ้านกับรากวัฒนธรรมของตนเอง วัดจึงเป็นพื้นที่ที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัยไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมตามปฏิทินเท่านั้น
 
จุดเด่นของวัดหวลการณ์สำหรับผู้มาเยือนคือเรื่องราวการสร้างวัดโดยชาวบ้านสันป่าสัก การตั้งชื่อวัดจากพ่ออุ้ยหล้า หวลกาบและพ่ออุ้ยหมื่นการณ์ ประชาชอบ การบุกเบิกโดยครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโทจากวัดหนองแฝก ลำดับการสร้างกุฏิ วิหาร ศาลา และเสนาสนะสำคัญ พระอุโบสถรูปทรงล้านนา พระวิหาร เจดีย์ และบรรยากาศวัดชุมชนที่ร่มรื่นเหมาะกับการทำบุญและปฏิบัติธรรม
 
บรรยากาศของวัดเหมาะกับการไหว้พระ ทำบุญ พักใจ และเดินชมพื้นที่วัดอย่างสงบ ผู้มาเยือนควรใช้เวลา 30 – 60 นาทีในการชมพระอุโบสถ พระวิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เหมาะกับการเดินชมมากกว่า เพราะอากาศสบายและช่วยให้เห็นบรรยากาศของวัดชุมชนบ้านสันป่าสักได้ชัดเจน
 
มารยาทในการเข้าชมวัดหวลการณ์คือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่จับต้องพระพุทธรูป เจดีย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น ไม่เข้าเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านที่กำลังทำบุญ หากมีงานบุญ งานกฐิน ผ้าป่า หรือกิจกรรมของชุมชน ควรให้พื้นที่แก่ผู้ร่วมพิธีและรักษาความสำรวมตลอดเวลาที่อยู่ในเขตวัด
 
การเดินทาง ไปวัดหวลการณ์สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอสารภี แล้วเข้าสู่ตำบลหนองแฝกและบ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่เชื่อมโยงกับกลุ่มวัดเก่าและแหล่งประวัติศาสตร์ของตำบลหนองแฝก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในโซนนี้สามารถเชื่อมวัดหวลการณ์กับวัดหนองแฝก วัดกู่แดง วัดหนองสี่แจ่ง วัดสารภี วัดปากกอง และเวียงเศรษฐีได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสมคือเริ่มจากวัดหวลการณ์ แล้วต่อไปยังเวียงเศรษฐี วัดกู่แดง วัดหนองสี่แจ่ง วัดหนองแฝก วัดสารภี และวัดปากกอง หากต้องการขยายเส้นทาง สามารถเชื่อมต่อไปยังวัดช่างเคิ่ง วัดมงคลวนาราม และกลุ่มวัดตำบลหนองผึ้งได้ การจัดเส้นทางเช่นนี้ช่วยให้เห็นภาพอำเภอสารภีผ่านวัดเก่า วัดชุมชน โบราณสถาน หมู่บ้านเก่า พื้นที่เกษตรกรรม และวิถีศรัทธาของชาวล้านนาได้ครบถ้วนขึ้น
 
โดยภาพรวม วัดหวลการณ์เป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ศาสนา และบทบาทต่อบ้านสันป่าสัก จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เรื่องราวการก่อเกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน การถวายที่ดิน การบุกเบิกพื้นที่โดยครูบาหล้า การตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงผู้มีอุปการะ การสร้างเสนาสนะตามลำดับเวลา และการดำรงบทบาทเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนตำบลหนองแฝก วัดแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัดชุมชนล้านนา ประวัติหมู่บ้านสันป่าสัก และเส้นทางเที่ยวเชิงศรัทธาในอำเภอสารภี
 
ชื่อสถานที่วัดหวลการณ์
ชื่อที่เกี่ยวข้องวัดสันป่าสัก / วัดสันบ่าสัก
ที่ตั้งบ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่าสัก ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
เนื้อที่วัด3 ไร่ 1 งาน 61 ตารางวา
โฉนดที่ดินโฉนดเลขที่ 8868
อาณาเขตวัดทิศเหนือ ติดทางสาธารณะ
ทิศใต้ ติดลำเหมืองสาธารณะ
ทิศตะวันออก ติดทางสาธารณะ
ทิศตะวันตก ติดลำเหมืองสาธารณะ
ไฮไลต์วัดชุมชนบ้านสันป่าสักที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านและครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโท ชื่อวัดมาจากนามสกุลหวลกาบและชื่อหมื่นการณ์ของผู้มีอุปการะสำคัญ
ประวัติ / สมัย / ยุคเริ่มบุกเบิกสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 2472 โดยคณะศรัทธาบ้านสันป่าสักและครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโท ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2474 เดิมชื่อวัดสันบ่าสักหรือวัดสันป่าสัก
ที่มาของชื่อนำคำว่า “หวล” จากนามสกุลหวลกาบของพ่ออุ้ยหล้า และคำว่า “การณ์” จากพ่ออุ้ยหมื่นการณ์ ประชาชอบ มารวมกันเป็นชื่อวัดหวลการณ์
วิสุงคามสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 12 เมตร ยาว 27 เมตร
ลำดับการก่อสร้างสำคัญพ.ศ. 2473 สร้างกุฏิถาวรหลังแรก
พ.ศ. 2481 สร้างวิหาร
พ.ศ. 2488 สร้างศาลาตรงอุโบสถปัจจุบัน
พ.ศ. 2495 สร้างศาลาหลังใต้พร้อมกุฏิหลังเล็ก
สิ่งปลูกสร้างสำคัญกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ 2 ชั้น พระอุโบสถรูปทรงล้านนา พระวิหาร เจดีย์ ศาลาปฏิบัติธรรม และศาลากิจกรรมชุมชน
ปูชนียสถานสำคัญพระอุโบสถ พระวิหาร และเจดีย์ภายในวัด
พระสำคัญและผู้ดูแลเจ้าอาวาสปัจจุบัน: พระครูสังฆรักษ์รักษ์ สิริเมธี
พระสงฆ์ที่ปรากฏในข้อมูลเผยแพร่เดิม: พระเอกลักษณ์ อริยโชโต
พระจำพรรษา5 รูป
พระสงฆ์สำคัญในประวัติครูบาหล้า ปญฺญาวุฒฺโท จากวัดหนองแฝก ผู้ร่วมบุกเบิกและเป็นเจ้าอาวาสยุคแรกของวัด
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
งานบุญและกิจกรรมสำคัญวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ รดน้ำดำหัว ยี่เป็ง งานบุญชุมชนบ้านสันป่าสัก และกิจกรรมปฏิบัติธรรม
บทบาทของวัดศูนย์รวมจิตใจของบ้านสันป่าสัก พื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และรักษาวิถีพระพุทธศาสนาแบบชุมชนล้านนา
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าอำเภอสารภี แล้วเข้าสู่ตำบลหนองแฝกและบ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดชุมชนในตำบลหนองแฝก และยังใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา งานบุญ กฐิน และกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. เวียงเศรษฐี ตำบลหนองแฝก ประมาณ 2 กม.
2. วัดกู่แดง ตำบลหนองแฝก ประมาณ 2 กม.
3. วัดหนองสี่แจ่ง ตำบลหนองแฝก ประมาณ 2 กม.
4. วัดหนองแฝก ตำบลหนองแฝก ประมาณ 3 กม.
5. วัดสารภี ตำบลสารภี ประมาณ 6 กม.
6. วัดปากกอง ตำบลสารภี ประมาณ 7 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ชาบูเสียบไม้ น้ำดำ สารภี ประมาณ 2 กม. โทร. 096-880-8908
2. เจียวจริงใจ ไข่เจียวบุฟเฟ่ หนองแฝก ประมาณ 3 กม. โทร. 091-074-3888
3. หมูอร่อย ปิ้งย่าง สารภี ประมาณ 3 กม. โทร. 097-007-3989
4. อยากยำ by แม่ค้าปากแจ๋ว หนองแฝก ประมาณ 5 กม. โทร. 094-851-5997, 099-817-5826
5. สุรีรัตน์ อาหารตามสั่ง สารภี หนองผึ้ง ประมาณ 6 กม. โทร. 095-450-3692
ที่พักใกล้เคียง1. 9Roomz ประมาณ 8 กม. โทร. 095-446-0758, 053-963-829
2. บ้านสารภี ประมาณ 9 กม. โทร. 053-321-942
3. เรือนทิพย์รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 098-556-6291
4. Baan Nam Ping Riverside Village ประมาณ 11 กม. โทร. 053-439040
5. Baan Hom Samunphrai ประมาณ 12 กม. โทร. 053-817-362, 081-885-1429
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดหวลการณ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดหวลการณ์ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่าสัก ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
 
ถาม: วัดหวลการณ์เริ่มสร้างเมื่อใด?
ตอบ: ประวัติชุมชนระบุว่าเริ่มบุกเบิกพื้นที่เพื่อสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 2472 ส่วนข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2474
 
ถาม: ชื่อวัดหวลการณ์มีที่มาอย่างไร?
ตอบ: ชื่อวัดมาจากคำว่า หวล ในนามสกุลหวลกาบของพ่ออุ้ยหล้า และคำว่า การณ์ จากพ่ออุ้ยหมื่นการณ์ ประชาชอบ ซึ่งเป็นผู้มีอุปการะสำคัญต่อการสร้างวัด
 
ถาม: วัดหวลการณ์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อใด?
ตอบ: วัดหวลการณ์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 12 เมตร ยาว 27 เมตร
 
ถาม: ภายในวัดหวลการณ์มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ 2 ชั้น พระอุโบสถรูปทรงล้านนา พระวิหาร เจดีย์ ศาลาปฏิบัติธรรม และศาลากิจกรรมชุมชน
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดหวลการณ์ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดหวลการณ์ปัจจุบันคือพระครูสังฆรักษ์รักษ์ สิริเมธี
 
ถาม: วัดหวลการณ์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดหวลการณ์เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: เที่ยววัดหวลการณ์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่เวียงเศรษฐี วัดกู่แดง วัดหนองสี่แจ่ง วัดหนองแฝก วัดสารภี และวัดปากกองได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดหวลการณ์

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)