หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ >อ.ฝาง >ต.เวียง > วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร)
TL;DR: วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร) อยู่ที่บ้านปางผึ้ง หมู่ 16 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกายที่ผสานบทบาทศาสนสถานกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ภายในวัด.

เชียงใหม่

วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร)

วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดปางผึ้ง หรือที่ปรากฏในแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นว่า วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร) เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 249 หมู่ 16 บ้านปางผึ้ง ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50110 วัดแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 96 ไร่ และเป็นศาสนสถานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในพื้นที่ตำบลเวียง เพราะไม่ได้เป็นเพียงวัดชุมชนสำหรับทำบุญเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ศรัทธาที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ การปลูกป่า และร่องรอยความเชื่อเรื่องวัดเก่าที่ชาวบ้านปางผึ้งพบจากอิฐดินเผาในบริเวณวัด
 
วัดปางผึ้งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยววัดในอำเภอฝางแบบสงบ เรียบง่าย และมีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ จุดเด่นของวัดอยู่ที่พื้นที่ขนาดใหญ่ การมีพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณเพื่อใช้ในการทำสังฆกรรม การมีศาสนสถานและถาวรวัตถุภายในพื้นที่วัด รวมถึงแนวทางของวัดที่ให้ความสำคัญกับการปลูกป่า โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดเป็นป่าไม้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความร่มรื่น เหมาะกับการไหว้พระ พักใจ เดินชมพื้นที่วัด และเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติในตำบลเวียง เช่น ถ้ำห้วยบอน อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยบอน และน้ำพุร้อนฝาง
 
ประวัติของวัดปางผึ้งมีรากมาจากความศรัทธาของชาวบ้านปางผึ้ง เมื่อชาวบ้านพบร่องรอยอิฐดินเผากระจายอยู่เป็นจุด ๆ ในบริเวณพื้นที่วัด จึงเกิดความเชื่อว่าพื้นที่นี้น่าจะเคยเป็นวัดเก่าหรือศาสนสถานเดิมมาก่อน ร่องรอยอิฐดินเผาเช่นนี้มีความสำคัญในเชิงความทรงจำของชุมชน เพราะทำให้คนในพื้นที่เห็นว่าดินแดนบริเวณนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ป่าและหมู่บ้านใหม่ แต่มีชั้นอดีตทางศาสนาแฝงอยู่ เมื่อคณะศรัทธาชาวบ้านเห็นความเป็นไปได้ของการฟื้นฟูสถานที่ จึงได้นิมนต์พระภิกษุเข้ามาอยู่จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 จนถึง พ.ศ. 2525
 
ช่วง พ.ศ. 2518–2525 เป็นช่วงสำคัญของประวัติวัดปางผึ้ง เพราะเป็นระยะเวลาที่คณะศรัทธาเริ่มฟื้นพื้นที่ศรัทธาขึ้นจากร่องรอยวัดเก่าที่ปรากฏในชุมชน การนิมนต์พระภิกษุมาอยู่จำพรรษาไม่ใช่เพียงการจัดให้มีพระสงฆ์ประจำพื้นที่ แต่เป็นการทำให้พื้นที่ที่เคยเป็นเพียงร่องรอยทางกายภาพกลับมามีชีวิตทางพระพุทธศาสนาอีกครั้ง ชาวบ้านมีสถานที่ทำบุญ มีพระภิกษุเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ และเริ่มเกิดบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางของบ้านปางผึ้ง
 
วัดปางผึ้งได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2543 การได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดทำให้พื้นที่ศรัทธาของชุมชนมีสถานะทางคณะสงฆ์และทางราชการชัดเจนขึ้น จากร่องรอยอิฐดินเผาและการจำพรรษาของพระภิกษุในช่วงแรก วัดปางผึ้งจึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นวัดราษฎร์ที่มีบทบาทชัดเจนในระบบพระพุทธศาสนาของตำบลเวียง อำเภอฝาง และยังคงเป็นวัดของชุมชนที่มีความผูกพันกับบ้านปางผึ้งโดยตรง
 
ชื่อ “ปางผึ้ง” สัมพันธ์กับชื่อบ้านปางผึ้ง หมู่ 16 ตำบลเวียง คำว่า “ปาง” ในบริบทภาคเหนือมักเกี่ยวข้องกับพื้นที่พัก พื้นที่ตั้งถิ่นฐาน หรือพื้นที่ในภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับป่าและภูเขา ส่วนคำว่า “ผึ้ง” ให้ภาพของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ และสภาพแวดล้อมที่มีพืชพรรณเหมาะกับการดำรงอยู่ของผึ้ง เมื่อชื่อบ้านและชื่อวัดใช้คำเดียวกัน จึงสะท้อนว่าวัดปางผึ้งเป็นวัดที่เติบโตจากฐานชุมชน ไม่ได้แยกออกจากหมู่บ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และความทรงจำของคนบ้านปางผึ้ง
 
ลักษณะเด่นที่ทำให้วัดปางผึ้งแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไปคือพื้นที่วัดกว้างถึง 96 ไร่ และมีการเน้นปลูกป่า โดยพื้นที่ประมาณ 70% เป็นป่าไม้ การมีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ภายในวัดทำให้วัดปางผึ้งมีมิติของศาสนสถานเชิงสิ่งแวดล้อม วัดไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สีเขียวของชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างวัด ชุมชน และธรรมชาติ และเป็นสถานที่ที่ช่วยสร้างความสงบให้ผู้มาเยือนได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
พระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญของวัดปางผึ้ง เพราะใช้สำหรับการทำสังฆกรรมและสะท้อนรสนิยมทางสถาปัตยกรรมที่เคารพความเรียบง่ายแบบไทยพื้นถิ่น รูปแบบเรือนไทยไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติ แตกต่างจากอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ที่พบในวัดสมัยใหม่บางแห่ง ผู้มาเยือนจึงควรให้ความสำคัญกับพระอุโบสถในฐานะหัวใจของพื้นที่สงฆ์ และควรเข้าชมอย่างสำรวม เพราะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบศาสนกิจ
 
นอกจากพระอุโบสถแล้ว วัดปางผึ้งยังมีศาสนสถานและถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในพื้นที่วัด ซึ่งทำหน้าที่รองรับการทำบุญ การประกอบพิธี และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน แม้รายละเอียดเฉพาะของพระประธาน เจดีย์ วิหาร หอระฆัง หรือศาลาการเปรียญยังไม่ควรระบุเกินกว่าหลักฐานที่มี แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือวัดแห่งนี้มีองค์ประกอบของวัดชุมชนที่สมบูรณ์ในเชิงหน้าที่ เป็นพื้นที่สำหรับพระภิกษุจำพรรษา เป็นพื้นที่สำหรับชาวบ้านทำบุญ และเป็นพื้นที่สงบสำหรับผู้มาเยือน
 
เจ้าอาวาสในข้อมูลเดิมของวัดคือ พระพเยาว์ อภิญจโณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติและการดูแลวัดปางผึ้งในช่วงที่ข้อมูลพื้นฐานของวัดถูกบันทึกไว้ ส่วนข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2567 ระบุชื่อพระจักรกริช อติธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสวัดปางผึ้งในช่วงกิจกรรมนั้น ข้อมูลทั้ง 2 ชุดสะท้อนว่าวัดปางผึ้งยังมีพระสงฆ์และกิจกรรมศาสนกิจต่อเนื่อง ผู้เดินทางเพื่อร่วมงานบุญหรือประสานกิจกรรมเฉพาะควรตรวจสอบกับชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลบุคคลและกำหนดการล่าสุดตรงกับช่วงเวลาที่จะไป
 
บทบาทของวัดปางผึ้งต่อชุมชนบ้านปางผึ้งมีความสำคัญหลายด้าน ด้านแรกคือบทบาททางจิตใจ วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านใช้ทำบุญ ฟังธรรม ร่วมพิธีกรรม และสืบต่อความศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น ด้านที่สองคือบทบาททางชุมชน วัดเป็นพื้นที่รวมคนในงานบุญและกิจกรรมส่วนรวม ด้านที่สามคือบทบาทด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป่าภายในวัดช่วยให้ชุมชนมีพื้นที่สีเขียวและสร้างความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ วัดปางผึ้งจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่ผสานศรัทธากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างน่าสนใจ
 
ในเชิงวัฒนธรรมล้านนา วัดปางผึ้งสะท้อนรูปแบบของวัดบ้านในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่เกษตรของอำเภอฝาง ซึ่งวัดทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจและพื้นที่รักษาความสัมพันธ์ของคนในชุมชน งานบุญของวัด เช่น กฐิน ผ้าป่า วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอื่น ๆ เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านกลับมารวมตัวกัน ทำบุญร่วมกัน และช่วยกันบำรุงวัด กิจกรรมเหล่านี้เป็นแกนสำคัญของวิถีล้านนาที่ให้ความสำคัญกับการทำบุญร่วมหมู่บ้านและการสืบทอดศาสนาในระดับชุมชน
 
กิจกรรมกฐินสามัคคีเป็นหนึ่งในงานบุญสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัดปางผึ้ง เพราะหลังออกพรรษาวัดราษฎร์จะเปิดโอกาสให้คณะศรัทธาเข้าร่วมทอดกฐินเพื่อถวายผ้าไตรและปัจจัยบำรุงวัด ข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2567 ระบุว่าวัดปางผึ้งมีพระจำพรรษา 8 รูป และมีกำหนดทอดกฐินในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.30 น. รายละเอียดนี้ช่วยยืนยันว่าวัดยังมีบทบาทศาสนกิจจริง มีพระจำพรรษา และมีการจัดงานบุญประจำปีที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและคณะศรัทธา
 
สำหรับผู้ที่ต้องการมาไหว้พระที่วัดปางผึ้ง ควรเตรียมตัวด้วยความเรียบง่ายและสุภาพ เพราะวัดตั้งอยู่ในชุมชนและมีพื้นที่ธรรมชาติเป็นส่วนสำคัญ การแต่งกายควรสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รบกวนพระภิกษุหรือชาวบ้านที่มาทำบุญ และควรรักษาความสะอาดภายในพื้นที่วัด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นป่าไม้หรือพื้นที่สีเขียว การมาเยือนวัดลักษณะนี้ไม่ควรมองเพียงการถ่ายภาพหรือเช็กอิน แต่ควรใช้เวลาเดินอย่างสงบ สังเกตบรรยากาศ และเข้าใจบทบาทของวัดต่อชุมชนปางผึ้ง
 
วัดปางผึ้งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่สนใจวัดชุมชน ธรรมชาติ และเส้นทางเที่ยวฝางแบบไม่เร่งรีบ ผู้ที่ชอบวัดที่มีพื้นที่กว้าง ร่มรื่น และมีเรื่องราวการฟื้นฟูจากร่องรอยเก่าจะพบว่าวัดแห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว แม้ไม่ใช่วัดท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจว่าพระพุทธศาสนาในภาคเหนือไม่ได้อยู่เฉพาะในเมืองหรือวัดใหญ่เท่านั้น หากยังดำรงอยู่ในหมู่บ้าน ป่า และชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
 
การเดินทาง ไปวัดปางผึ้งสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เส้นเชียงใหม่–ฝาง ผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว และไชยปราการ ก่อนเข้าสู่อำเภอฝาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงอำเภอฝางประมาณ 150–160 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมงตามสภาพจราจร เมื่อถึงอำเภอฝางให้มุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลเวียงและบ้านปางผึ้ง หมู่ 16 หรือปักหมุดคำว่า “วัดปางผึ้ง ฝาง เชียงใหม่” ในแผนที่นำทาง
 
หากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถขึ้นรถสายเชียงใหม่–ฝางจากสถานีขนส่งในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วต่อรถท้องถิ่น รถสองแถว หรือรถรับจ้างในตัวอำเภอฝางไปยังบ้านปางผึ้ง การใช้รถส่วนตัวจะสะดวกกว่าสำหรับการเชื่อมเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียง เช่น ถ้ำห้วยบอน อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยบอน น้ำตกห้วยเฮี่ยน และน้ำพุร้อนฝาง รวมถึงวัดและจุดประวัติศาสตร์ในตำบลเวียง
 
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะกับวัดปางผึ้งคือเริ่มจากไหว้พระที่วัดในช่วงเช้า จากนั้นต่อไปยังถ้ำห้วยบอนหรืออ่างเก็บน้ำบ้านห้วยบอนเพื่อชมธรรมชาติของตำบลเวียง หากต้องการเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถแวะอนุสาวรีย์พระเจ้าฝางอุดมสินและพระนางสามผิว วัดจองแป้น หรือศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอำเภอฝางได้ ส่วนผู้ที่อยากพักผ่อนต่อในช่วงบ่ายสามารถเดินทางไปน้ำพุร้อนฝางในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกได้อย่างเหมาะสม
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมวัดปางผึ้งคือช่วงเช้าประมาณ 08.00–10.00 น. หรือช่วงบ่ายหลังแดดอ่อน เพราะบรรยากาศจะสงบและอากาศเหมาะกับการเดินชมพื้นที่วัดมากกว่า หากเดินทางในฤดูหนาวจะได้สัมผัสอากาศเย็นของอำเภอฝางและสามารถเชื่อมทริปไปยังดอยผ้าห่มปกหรือน้ำพุร้อนฝางได้สะดวก ส่วนฤดูฝนควรเผื่อเวลาเดินทางและระมัดระวังเส้นทางในพื้นที่ชุมชนหรือทางขึ้นลงใกล้แหล่งธรรมชาติ
 
วัดปางผึ้งเป็นวัดที่ควรนำเสนอในฐานะวัดชุมชนเชิงธรรมชาติของตำบลเวียง เพราะมีทั้งประวัติการฟื้นฟูจากร่องรอยวัดเก่า มีพื้นที่กว้าง มีพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณ มีบทบาทด้านการปลูกป่า และยังคงรองรับงานบุญของชาวบ้านปางผึ้งอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มาเยือนจึงไม่ได้เพียงได้ไหว้พระ แต่ยังได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ธรรมชาติ และชุมชนในอำเภอฝางอย่างครบมิติ
 
ชื่อสถานที่วัดปางผึ้ง หรือ วัดปางผึ้ง (สวนพุทธางกูร)
ที่ตั้งบ้านปางผึ้ง หมู่ 16 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่เลขที่ 249 หมู่ 16 บ้านปางผึ้ง ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 50110
ไฮไลต์วัดชุมชนพื้นที่กว้าง 96 ไร่ มีพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณ และพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ภายในวัด
ประวัติ / สมัย / ยุคชาวบ้านพบร่องรอยอิฐดินเผาในพื้นที่วัด จึงนิมนต์พระภิกษุมาอยู่จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2518–2525 และได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2543
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับบ้านปางผึ้ง หมู่ 16 ตำบลเวียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ร่วมฟื้นฟูและดูแลวัด
ลักษณะเด่นเป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกายที่ผสานบทบาทศาสนสถานกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ภายในวัด
สิ่งสำคัญภายในวัดพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณสำหรับทำสังฆกรรม ศาสนสถาน ถาวรวัตถุ และพื้นที่ป่าไม้ภายในวัด
พื้นที่วัด96 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้และพื้นที่สีเขียวของวัด
การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าอำเภอฝาง แล้วเข้าสู่ตำบลเวียงและบ้านปางผึ้ง หมู่ 16 เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารเชียงใหม่–ฝางแล้วต่อรถท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดชุมชนและศาสนสถานในตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
เจ้าอาวาส / พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องพระพเยาว์ อภิญจโณ ปรากฏในข้อมูลเดิมของวัด และพระจักรกริช อติธมฺโม ปรากฏในข้อมูลกิจกรรมกฐินปี 2567
ประเพณี / งานบุญที่เกี่ยวข้องกฐิน ผ้าป่า วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา และกิจกรรมทำบุญของชุมชนบ้านปางผึ้ง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ถ้ำห้วยบอน ประมาณ 4 กม.
2. อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยบอน ประมาณ 6 กม.
3. น้ำตกห้วยเฮี่ยน ประมาณ 7 กม.
4. น้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ประมาณ 8 กม.
5. อนุสาวรีย์พระเจ้าฝางอุดมสินและพระนางสามผิว ประมาณ 10 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. GREAT VIEW FANG สาขาฝาง ประมาณ 7 กม. โทร. 062-048-4222
2. สวนอาหารบ้านริมน้ำ ฝาง ประมาณ 10 กม. โทร. 053-382-174
3. ห้องนั่งเล่น ฝาง เชียงใหม่ ประมาณ 10 กม. โทร. 083-201-8503, 095-134-6442
4. แอดไลน์ชาบู ฝาง ประมาณ 10 กม. โทร. 061-127-3013
5. ฝางคาเฟ่ ประมาณ 11 กม. โทร. 087-301-6200
ที่พักใกล้เคียง1. Fang Villa Hotel ประมาณ 10 กม. โทร. 086-451-7682
2. เฮือนแสนฝาง ประมาณ 10 กม. โทร. 081-881-6430, 063-790-0666
3. โรงแรมฝางโมเดิร์น ประมาณ 12 กม. โทร. 086-439-1843
4. Fang Chayapa Hotel ฝางชญาภา โฮเทล ประมาณ 12 กม. โทร. 091-879-2664
5. ฝักฝาง โฮมสเตย์ ประมาณ 18 กม. โทร. 086-117-6914
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดปางผึ้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดปางผึ้งตั้งอยู่เลขที่ 249 หมู่ 16 บ้านปางผึ้ง ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 50110
 
ถาม: วัดปางผึ้งเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: วัดปางผึ้งมีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
ตอบ: ชาวบ้านปางผึ้งพบร่องรอยอิฐดินเผาในบริเวณวัดและเชื่อว่าเป็นพื้นที่วัดเก่า จึงนิมนต์พระภิกษุมาอยู่จำพรรษาตั้งแต่ พ.ศ. 2518–2525 ก่อนจะได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2543
 
ถาม: จุดเด่นของวัดปางผึ้งคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพื้นที่วัดกว้าง 96 ไร่ มีพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณ และพื้นที่ป่าไม้จำนวนมากภายในวัด ทำให้บรรยากาศสงบและร่มรื่น
 
ถาม: วัดปางผึ้งเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระในวัดชุมชนที่สงบ สนใจวัดที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ และต้องการจัดเส้นทางเที่ยวฝางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้เคียง
 
ถาม: สิ่งสำคัญที่ควรชมภายในวัดปางผึ้งคืออะไร?
ตอบ: ควรชมพระอุโบสถเรือนไทยไม้แบบโบราณ พื้นที่ศาสนสถานภายในวัด และบรรยากาศป่าไม้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัด
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปวัดปางผึ้งอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เส้นเชียงใหม่–ฝาง ผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว และไชยปราการ เมื่อถึงอำเภอฝางให้เข้าสู่ตำบลเวียงและบ้านปางผึ้ง หมู่ 16
 
ถาม: เที่ยววัดปางผึ้งร่วมกับที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับถ้ำห้วยบอน อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยบอน น้ำตกห้วยเฮี่ยน น้ำพุร้อนฝาง และอนุสาวรีย์พระเจ้าฝางอุดมสินกับพระนางสามผิวได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคเหนือ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
https://www.lovethailand.org/อ.เมืองเชียงใหม่(121)
https://www.lovethailand.org/อ.จอมทอง(47)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แจ่ม(25)
https://www.lovethailand.org/อ.เชียงดาว(33)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยสะเก็ด(68)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่แตง(85)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ริม(69)
https://www.lovethailand.org/อ.สะเมิง(29)
https://www.lovethailand.org/อ.ฝาง(71)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่อาย(59)
https://www.lovethailand.org/อ.พร้าว(70)
https://www.lovethailand.org/อ.สันป่าตอง(103)
https://www.lovethailand.org/อ.สันกำแพง(66)
https://www.lovethailand.org/อ.สันทราย(73)
https://www.lovethailand.org/อ.หางดง(73)
https://www.lovethailand.org/อ.ฮอด(32)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยเต่า(22)
https://www.lovethailand.org/อ.อมก๋อย(11)
https://www.lovethailand.org/อ.สารภี(74)
https://www.lovethailand.org/อ.เวียงแหง(15)
https://www.lovethailand.org/อ.ไชยปราการ(28)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่วาง(32)
https://www.lovethailand.org/อ.แม่ออน(22)
https://www.lovethailand.org/อ.ดอยหล่อ(33)
https://www.lovethailand.org/อ.กัลยาณิวัฒนา(1)