หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.ไคสี > วัดอาฮงศิลาวาส
TL;DR: วัดอาฮงศิลาวาส อยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดริมโขงที่รวมศาสนสถาน จุดชมวิวธรรมชาติ แก่งหิน และตำนานพญานาคไว้ในพื้นที่เดียว.
วัดอาฮงศิลาวาส

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
วัดอาฮงศิลาวาส หรือแก่งอาฮง จังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดริมแม่น้ำโขงในตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ มีชื่อเสียงจากพระอุโบสถหินอ่อน พระพุทธคุวานันท์ศาสดา จุดชมวิวแม่น้ำโขง และตำนาน “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งเชื่อว่าเป็นบริเวณที่ลึกที่สุดของลำน้ำโขงหน้าเขตวัด ช่วงหน้าแล้งเดือนมีนาคม–พฤษภาคมสามารถมองเห็นแก่งหินได้ชัด ส่วนช่วงออกพรรษาเป็นพื้นที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพญานาคและบั้งไฟพญานาค
วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นศาสนสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดที่ผสมผสานความงามของวัดริมโขงกับความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับพญานาคและปรากฏการณ์ธรรมชาติของลำน้ำโขงได้อย่างโดดเด่น พื้นที่หน้าวัดเป็นที่รู้จักในชื่อ “แก่งอาฮง” และได้รับการขนานนามว่า “สะดือแม่น้ำโขง” เพราะชาวบ้านเชื่อว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกมากที่สุดบริเวณหนึ่งของลำน้ำสายนี้ เมื่อยืนอยู่ริมระเบียงชมวิวของวัด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่ที่ไหลผ่านหน้าวัดอย่างสง่างาม โดยมีฝั่งประเทศลาวอยู่ตรงข้าม เป็นภาพทิวทัศน์ริมโขงที่ให้ทั้งความสงบ ความขลัง และความรู้สึกยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในเวลาเดียวกัน
เสน่ห์ของวัดอาฮงศิลาวาสไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของอาคารหรือการเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซึ่งรวมศรัทธา ธรรมชาติ ตำนาน และวิถีชีวิตของผู้คนริมโขงเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่คนในพื้นที่เดินทางมาทำบุญ ไหว้พระ ขอพร และใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนใจ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเดินทางมาเพื่อชมจุดลึกของแม่น้ำโขง ดูแก่งหินในฤดูน้ำลด สักการะพระพุทธคุวานันท์ศาสดา และสัมผัสบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวพันกับตำนานพญานาคซึ่งอยู่คู่ลุ่มน้ำโขงมาอย่างยาวนาน
พื้นที่วัดกว้างขวาง สะอาด และตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เปิดรับวิวแม่น้ำโขงได้ดี ทำให้วัดอาฮงศิลาวาสเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว การเดินทางสายบุญ การถ่ายภาพริมโขง และการศึกษาความเชื่อพื้นถิ่นของภาคอีสานตอนบน ภายในวัดมีทั้งพระอุโบสถหินอ่อน พระประธานสำคัญ ลานชมวิว ศาลา จุดสักการะพญานาค เทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง พื้นที่สวนหิน และทางเดินชมทัศนียภาพแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวจึงสามารถใช้เวลาเที่ยวได้ทั้งในมิติของศาสนา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมโดยไม่รู้สึกจำเจ
วัดอาฮงศิลาวาสมีประวัติสัมพันธ์กับชุมชนบ้านอาฮงและสภาพพื้นที่ริมแม่น้ำโขง เดิมเป็นพื้นที่วัดเก่าและสำนักสงฆ์ที่มีลักษณะสงบ ร่มรื่น และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ก่อนมีการบูรณะพัฒนาสิ่งปลูกสร้างภายในวัดให้เป็นระเบียบและงดงามมากขึ้น เรื่องเล่าที่ได้รับการกล่าวถึงในแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวระบุว่าในอดีตพื้นที่นี้เคยมีสภาพเป็นวัดป่าหรือสำนักสงฆ์ที่มีธรรมชาติปกคลุมมาก ต่อมาได้รับการฟื้นฟูให้มีพระสงฆ์จำพรรษา มีศาลาการเปรียญ กุฏิ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ก่อนตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดอาฮงศิลาวาส” ซึ่งเป็นชื่อที่ผูกกับพื้นที่อาฮงและลักษณะภูมิประเทศที่มีแก่งหินริมแม่น้ำโขง
คำว่า “อาฮง” เป็นชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกพื้นที่บ้านอาฮงและแก่งอาฮง ส่วนคำว่า “ศิลาวาส” สื่อถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับศิลา หิน หรือแหล่งหินริมโขง ชื่อวัดจึงสะท้อนลักษณะของภูมิประเทศโดยตรง เพราะบริเวณแก่งอาฮงมีโขดหินและกลุ่มหินตามธรรมชาติอยู่ในลำน้ำและริมฝั่ง โดยเฉพาะในฤดูน้ำลดจะเห็นแก่งหินชัดเจนขึ้น ภาพของโขดหิน แม่น้ำ และวัดริมฝั่งจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดริมโขงแห่งอื่น
พระอุโบสถของวัดอาฮงศิลาวาสเป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ง่าย ตัวอาคารมีลักษณะสง่างาม ตั้งอยู่ในบริเวณที่มองเห็นแม่น้ำโขง ด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นและประติมากรรมพญานาคทอดตัวอย่างโดดเด่น สีสันของหลังคา ลวดลายประดับ และองค์ประกอบแบบไทยประยุกต์ทำให้ตัวอาคารดูงามเด่นเมื่อตัดกับท้องฟ้าและแม่น้ำ ด้านในประดิษฐานพระพุทธคุวานันท์ศาสดา พระพุทธรูปสำคัญของวัดซึ่งหล่อด้วยทองเหลือง มีลักษณะงดงามคล้ายพระพุทธชินราช เป็นพระประธานที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล
พระพุทธคุวานันท์ศาสดาเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ทำให้การมาเยือนวัดอาฮงศิลาวาสมีความหมายมากกว่าการชมวิว พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่ในพื้นที่พระอุโบสถที่มีบรรยากาศสงบ เรียบง่าย และเหมาะแก่การไหว้พระ ทำสมาธิสั้น ๆ หรือพักใจจากการเดินทาง ความงามขององค์พระเกิดจากความสมดุลของพุทธลักษณะและความสงบของพื้นที่โดยรอบ ผู้มาเยือนจำนวนมากมักเริ่มต้นการเที่ยววัดด้วยการเข้าสักการะพระประธานก่อน แล้วจึงเดินออกไปชมริมโขงและจุดสะดือแม่น้ำโขงด้านหน้าวัด
บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาสคือพื้นที่ที่ทำให้ชื่อของวัดเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะเชื่อกันว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกมากที่สุด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะดือแม่น้ำโขง” มีการกล่าวถึงการวัดความลึกด้วยเชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไปได้ถึง 98 วา และอีกหลายแหล่งกล่าวถึงความลึกประมาณ 200 เมตร แม้ตัวเลขอาจปรากฏต่างกันตามวิธีเล่าและแหล่งข้อมูล แต่สิ่งที่เป็นแกนสำคัญร่วมกันคือความเชื่อว่าบริเวณนี้เป็นจุดลึก จุดขลัง และเป็นพื้นที่พิเศษของลำน้ำโขงที่คนในพื้นที่ให้ความเคารพ
ในฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวและเกิดการไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ เมื่อกระแสน้ำวนก่อตัวจะดูเหมือนน้ำหมุนลงสู่จุดลึกกลางลำน้ำ และเมื่อรูปกรวยแตกจะเกิดเสียงคล้ายกระแสน้ำไหลเซาะโขดหิน ก่อนค่อย ๆ หายไปแล้วก่อตัวขึ้นใหม่เมื่อมีกระแสน้ำเชี่ยวอีกครั้ง ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้แก่งอาฮงมีทั้งความงาม ความน่าเกรงขาม และมิติทางธรรมชาติที่แตกต่างจากจุดชมวิวแม่น้ำทั่วไป นักท่องเที่ยวที่มายืนชมบริเวณนี้จะสัมผัสได้ถึงพลังของสายน้ำโขงที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ในช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ระดับน้ำโขงลดลงจนสามารถมองเห็นแก่งหินกลางน้ำได้ชัดเจนขึ้น กลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณแก่งอาฮงมีชื่อเรียกตามลักษณะต่าง ๆ เช่น หินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวาย ช่วงนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมสภาพภูมิประเทศของแก่งหินอย่างใกล้ชิด เห็นความแตกต่างของแม่น้ำโขงระหว่างฤดูน้ำมากกับฤดูน้ำลด และถ่ายภาพวิวริมโขงในบรรยากาศโปร่งโล่ง
แก่งอาฮงยังสัมพันธ์กับระบบนิเวศริมแม่น้ำโขงอย่างสำคัญ บริเวณที่มีโขดหิน ถ้ำใต้น้ำ และกระแสน้ำลึกเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงปลาบึกซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เคยชุกชุมในลำน้ำโขง และเชื่อว่าถ้ำใต้น้ำบริเวณฝั่งประเทศลาวตรงข้ามวัดเป็นแหล่งอาศัยของปลาบึก ความเชื่อนี้ทำให้พื้นที่แก่งอาฮงไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิว แต่เป็นจุดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ สัตว์น้ำ และจินตนาการทางวัฒนธรรมของผู้คนริมแม่น้ำ
ตำนานพญานาคเป็นหัวใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของวัดอาฮงศิลาวาส บริเวณสะดือแม่น้ำโขงถูกเล่าสืบกันว่าเป็นพื้นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันออกพรรษา เพื่อร่วมทำบุญและจุดบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ ความเชื่อนี้ทำให้วัดอาฮงศิลาวาสเป็นหนึ่งในจุดชมบั้งไฟพญานาคที่ได้รับความสนใจในจังหวัดบึงกาฬ ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือเทศกาลออกพรรษา จะมีผู้คนเดินทางมาในพื้นที่ริมโขงเพื่อรอชมปรากฏการณ์ลูกไฟที่พุ่งขึ้นจากผิวน้ำตามความเชื่อพื้นถิ่น
ในบริเวณวัดยังมีจุดสักการะที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพญานาคและเทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง รูปปั้นเทพธิดาสะดือแม่น้ำโขงเป็นอีกจุดที่ชาวบ้านนิยมมาขอพร โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ ความรัก และความสมหวัง จุดสักการะเหล่านี้ช่วยทำให้บรรยากาศของวัดมีความหลากหลายทางศรัทธา ผู้มาเยือนสามารถไหว้พระประธานในอุโบสถ ชมสะดือแม่น้ำโขง และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ริมโขงได้ภายในพื้นที่เดียว
นอกจากพระอุโบสถและจุดชมแม่น้ำโขงแล้ว วัดอาฮงศิลาวาสยังมีพื้นที่สวนหินหรืออุทยานหินที่สะท้อนลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ริมโขง กลุ่มหินขนาดใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ในบริเวณวัดทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศกึ่งธรรมชาติและกึ่งตำนาน บางมุมให้ความรู้สึกคล้ายดินแดนในวรรณคดีหรือภูมิทัศน์หิมพานต์ตามจินตนาการของคนไทย การเดินชมสวนหินจึงช่วยเพิ่มมิติให้การเที่ยววัด ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการไหว้พระหรือชมวิวแม่น้ำเท่านั้น
เจดีย์สีขาวหรือเจดีย์ศรีอาฮงภายในวัดเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเติมความงามให้พื้นที่โดยรวม ลักษณะตั้งอยู่ในพื้นที่ยกสูง มองเห็นได้จากบางมุมของวัดและจากเส้นทางด้านหน้า ตัวเจดีย์มีความเรียบง่าย สงบ และเข้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำโขงได้ดี เมื่อรวมกับพระอุโบสถ พญานาค และลานชมวิว ทำให้วัดอาฮงศิลาวาสมีจุดถ่ายภาพหลายมุม ทั้งภาพสถาปัตยกรรม ภาพศรัทธา และภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจการถ่ายภาพ ช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะมากในการมาเยือนวัดอาฮงศิลาวาส ช่วงเช้าให้แสงนุ่มและบรรยากาศสงบ เหมาะกับการไหว้พระและเก็บภาพอาคารวัดอย่างเรียบร้อย ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงตกกระทบผิวน้ำโขงและบรรยากาศริมฝั่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีตามเวลา หากมาในฤดูน้ำลดจะสามารถเก็บภาพแก่งหินได้ชัดขึ้น ส่วนช่วงออกพรรษาจะมีบรรยากาศคึกคักจากผู้คนที่เดินทางมาเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาค
การมาเที่ยววัดอาฮงศิลาวาสควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงสำหรับการไหว้พระ ชมพระอุโบสถ เดินไปยังจุดชมสะดือแม่น้ำโขง และถ่ายภาพริมโขง หากต้องการเดินชมสวนหิน สักการะจุดต่าง ๆ และนั่งพักรับลมริมแม่น้ำ ควรเผื่อเวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ตั้งใจมาในช่วงหน้าแล้งเพื่อชมแก่งหรือช่วงออกพรรษาเพื่อรอชมบรรยากาศบั้งไฟพญานาค ควรวางแผนเวลาให้มากขึ้น เพราะพื้นที่จะมีผู้คนมากและการเดินทางอาจใช้เวลานานกว่าปกติ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าเยี่ยมชมวัดคือแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงอย่างเหมาะสม ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์ประกอบศาสนสถานโดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ริมแม่น้ำ และระมัดระวังเมื่อลงใกล้แก่งหินหรือพื้นที่ริมน้ำ โดยเฉพาะช่วงน้ำหลากที่กระแสน้ำโขงไหลเชี่ยวมาก ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่ริมโขงเป็นภูมิประเทศธรรมชาติที่มีทั้งความสวยงามและความลึกของน้ำ
การเดินทาง ไปวัดอาฮงศิลาวาสสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–หนองคาย ระยะทางประมาณ 21 กม. ใช้เวลาขับรถราว 20 – 30 นาทีตามสภาพการจราจร วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในตำบลไคสี มีป้ายบอกทางเข้าสู่พื้นที่วัดและจุดชมแก่งอาฮง นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเหมารถท้องถิ่นจากตัวเมืองบึงกาฬหรือจัดเส้นทางร่วมกับรถนำเที่ยวในจังหวัดได้
เส้นทางนี้เหมาะสำหรับการจัดทริปเที่ยวบึงกาฬแบบเชื่อมโยงหลายจุดในวันเดียว เริ่มจากตัวเมืองบึงกาฬ แวะวัดโพธารามเพื่อไหว้หลวงพ่อพระใหญ่ ต่อด้วยวัดอาฮงศิลาวาสเพื่อชมสะดือแม่น้ำโขง แล้วเลือกเดินทางต่อไปยังหินสามวาฬหรือภูสิงห์ในวันเดียวกัน หากมีเวลา 2 วัน สามารถขยายเส้นทางไปยังวัดภูทอก น้ำตกเจ็ดสี หรือบึงโขงหลง เพื่อให้เห็นทั้งมิติศรัทธา ธรรมชาติ และภูมิประเทศอันซีนของจังหวัดบึงกาฬครบขึ้น
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดอาฮงศิลาวาสเหมาะกับผู้ที่ต้องการจุดหมายที่มีเนื้อหาและเรื่องเล่าครบ ไม่ใช่เพียงวัดสวยริมแม่น้ำ แต่เป็นพื้นที่ที่มีทั้งพระพุทธรูปสำคัญ สถาปัตยกรรม พระอุโบสถหินอ่อน วิวแม่น้ำโขง แก่งหินตามฤดูกาล ความเชื่อเรื่องสะดือแม่น้ำโขง พญานาค เทพธิดา ปลาบึก และบั้งไฟพญานาค ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจความหมายของสถานที่ได้ลึกกว่าการแวะถ่ายภาพแล้วผ่านไป
สำหรับชาวต่างชาติ วัดอาฮงศิลาวาสเป็นจุดที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนา แม่น้ำโขง และความเชื่อท้องถิ่นของภาคอีสานได้ชัดเจนมาก พื้นที่เดียวกันมีทั้งพระอุโบสถสำหรับสักการะ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ลานชมแม่น้ำซึ่งมองเห็นประเทศลาว และตำนานพญานาคซึ่งเป็นหนึ่งในความเชื่อสำคัญของลุ่มน้ำโขง การเที่ยวที่นี่จึงช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าการท่องเที่ยววัดในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงศิลปกรรม แต่ยังเชื่อมโยงกับภูมิประเทศ ชุมชน และเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
ค่าเข้าชมวัดอาฮงศิลาวาสไม่มีข้อมูลการเก็บค่าบัตรเข้าชมจากแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวหลักที่ตรวจสอบได้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา พื้นที่วัดเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไปในช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. การเดินทางในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เหมาะที่สุดสำหรับการไหว้พระ เดินชมวิว และถ่ายภาพ ส่วนช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินชมหลายจุดภายในบริเวณวัด
วัดอาฮงศิลาวาสจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของบึงกาฬที่ควรจัดไว้ในเส้นทางหลักของจังหวัด เพราะเป็นจุดที่รวมความงามของแม่น้ำโขง ความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธคุวานันท์ศาสดา ความลึกลับของสะดือแม่น้ำโขง ความอุดมสมบูรณ์ของแก่งหินและระบบนิเวศ ความเชื่อเรื่องพญานาค และบรรยากาศสงบริมฝั่งแม่น้ำไว้ในพื้นที่เดียว การมาเยือนที่นี่ทำให้เห็นบึงกาฬในมิติที่ลึกและมีชีวิตมากขึ้น ทั้งในฐานะเมืองริมโขง เมืองแห่งศรัทธา และเมืองที่ธรรมชาติยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณท้องถิ่นอย่างชัดเจน
| ชื่อสถานที่ | วัดอาฮงศิลาวาส หรือแก่งอาฮง |
| ที่ตั้ง | บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถหินอ่อนริมแม่น้ำโขง พระพุทธคุวานันท์ศาสดา จุดชมสะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง สวนหิน จุดสักการะพญานาค และบรรยากาศชมวิวฝั่งลาว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดเก่าในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง เดิมเกี่ยวข้องกับสำนักสงฆ์และวัดป่า ต่อมาได้รับการบูรณะให้เป็นวัดที่มีสิ่งปลูกสร้างเป็นระเบียบ มีพระสงฆ์จำพรรษา และใช้ชื่อว่าวัดอาฮงศิลาวาส |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดเชื่อมโยงกับบ้านอาฮงและแก่งอาฮง ส่วนคำว่า “ศิลาวาส” สื่อถึงพื้นที่หินหรือศิลาซึ่งสัมพันธ์กับภูมิประเทศริมโขงของวัด |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดริมโขงที่รวมศาสนสถาน จุดชมวิวธรรมชาติ แก่งหิน และตำนานพญานาคไว้ในพื้นที่เดียว |
| พระประธาน / สิ่งสำคัญ | พระพุทธคุวานันท์ศาสดา หล่อด้วยทองเหลือง ลักษณะคล้ายพระพุทธชินราช ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เส้นทางบึงกาฬ–หนองคาย ระยะทางประมาณ 21 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและสักการะตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าบัตรเข้าชม ทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ ศาลา ทางเดินชมวิวริมโขง จุดถ่ายภาพ ห้องน้ำ และพื้นที่พักผ่อนภายในวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถหินอ่อน 2. พระพุทธคุวานันท์ศาสดา 3. จุดชมสะดือแม่น้ำโขง 4. แก่งอาฮงและลานชมวิวริมโขง 5. จุดสักการะพญานาคและเทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง 6. สวนหิน / อุทยานหินภายในวัด 7. เจดีย์ศรีอาฮง |
| ผู้ก่อตั้ง / ผู้ดูแล | ประวัติการบูรณะเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อลุน พระนิเทศศาสนคุณ และหลวงพ่อเมธา จิตฺกาคุตโต ซึ่งได้รับการกล่าวถึงในฐานะเจ้าอาวาสยุคฟื้นฟูวัด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-873-480, 042-901-112, 042-325-406-7 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. แก่งอาฮง / จุดชมสะดือแม่น้ำโขง ประมาณ 0 กม. 2. วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ ประมาณ 23 กม. 3. ศาลเจ้าแม่สองนาง อำเภอเมืองบึงกาฬ ประมาณ 22 กม. 4. ตลาดลาว อำเภอเมืองบึงกาฬ ประมาณ 22 กม. 5. หนองกุดทิง ประมาณ 32 กม. 6. หินสามวาฬ ภูสิงห์ ประมาณ 58 กม. 7. วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก ประมาณ 80 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Riverside Restaurant&Bar Bungkan ประมาณ 22 กม. โทร. 042-082-082, 087-222-9899 2. อิ่มหนำสำราญ & คาเฟ่สำราญใจ ประมาณ 22 กม. โทร. 099-470-7774 3. ครัวริมโขง บึงกาฬ ประมาณ 22 กม. โทร. 061-056-8964 4. สเต็กริมโขง ประมาณ 22 กม. โทร. 096-587-4256 5. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 22 กม. โทร. 082-689-1316 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. แก่งอาฮง ริเวอร์วิว ประมาณ 1 กม. 2. โรงแรมเดอะวัน บึงกาฬ ประมาณ 22 กม. โทร. 042-492-234 3. โรงแรมบีเค เพลส บึงกาฬ ประมาณ 23 กม. โทร. 082-495-2125 4. วิพัฒน์ บึงกาฬ ประมาณ 23 กม. 5. โรงแรมเป็นหนึ่ง บึงกาฬ ประมาณ 24 กม. 6. โรงแรมศรีวิไล บึงกาฬ ประมาณ 25 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดอาฮงศิลาวาสอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดอาฮงศิลาวาสตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 21 กม.
ถาม: วัดอาฮงศิลาวาสเปิดกี่โมง?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ถาม: วัดอาฮงศิลาวาสมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าบัตรเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา
ถาม: สะดือแม่น้ำโขงคืออะไร?
ตอบ: สะดือแม่น้ำโขงคือชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกบริเวณแก่งอาฮงหน้าวัดอาฮงศิลาวาส ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงและมีลักษณะกระแสน้ำไหลวนในฤดูน้ำหลาก
ถาม: ควรไปชมแก่งอาฮงช่วงเดือนไหน?
ตอบ: ช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการชมแก่งหิน เพราะระดับน้ำโขงลดลงและสามารถมองเห็นแก่งได้ชัดเจน
ถาม: วัดอาฮงศิลาวาสเกี่ยวข้องกับบั้งไฟพญานาคอย่างไร?
ตอบ: บริเวณสะดือแม่น้ำโขงหน้าวัดเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพญานาค และในช่วงออกพรรษามีผู้คนเดินทางมารอชมบั้งไฟพญานาคบริเวณริมโขงแห่งนี้
ถาม: ภายในวัดอาฮงศิลาวาสมีจุดสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถหินอ่อน พระพุทธคุวานันท์ศาสดา จุดชมสะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง จุดสักการะพญานาค เทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง สวนหิน และเจดีย์ศรีอาฮง
ถาม: เที่ยววัดอาฮงศิลาวาสแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดโพธาราม ศาลเจ้าแม่สองนาง ตลาดลาว หนองกุดทิง หินสามวาฬ และวัดภูทอกได้ตามเวลาที่มีและเส้นทางการเดินทาง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




