หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.บึงกาฬ > ถ้ำนาคา
TL;DR: ถ้ำนาคา อยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 38220 เปิดทุกวันในช่วงที่อุทยานแห่งชาติเปิดเส้นทางท่องเที่ยว เวลา 06.00 – 14.00 น. และต้องลงจากเขาภายใน 18.00 น.
ถ้ำนาคา

วันเปิดทำการ: ทุกวันในช่วงที่อุทยานแห่งชาติเปิดเส้นทางท่องเที่ยว
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 14.00 น. และต้องลงจากเขาภายใน 18.00 น.
ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถานที่แห่งความศรัทธาที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ มีความโดดเด่นจากกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่พื้นผิวปรากฏลวดลายแตกร้าวเรียงตัวคล้ายเกล็ดงูหรือลำตัวพญานาค เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงและผุพังของหินตามธรรมชาติ จนกลายเป็นภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของภูลังกา ถ้ำนาคาจึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานความงดงามทางธรณีวิทยา การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และความเชื่อเรื่องพญานาคในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ
ความพิเศษของถ้ำนาคาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความแปลกตาของลวดลายบนหิน แต่ยังอยู่ที่ประสบการณ์ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ภูเขา นักท่องเที่ยวต้องผ่านผืนป่า ทางเดินธรรมชาติ บันได และทางลาดชันบางช่วง ก่อนเข้าสู่บริเวณกลุ่มหินที่มีรูปทรงคล้ายพญานาค ความรู้สึกเมื่อได้เห็นผนังหินขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทำให้สถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ผู้ที่เดินทางมาถ้ำนาคาจะได้สัมผัสทั้งความสงบของป่าเขา ความท้าทายของเส้นทางเดิน และเรื่องราวความเชื่อที่สืบทอดอยู่ในชุมชนรอบบึงโขงหลง
ถ้ำนาคาตั้งอยู่บนภูมิประเทศภูเขาหินทรายของอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ธรรมชาติในเขตจังหวัดบึงกาฬและนครพนม ภูลังกาเป็นกลุ่มภูเขาที่มีความสำคัญทั้งในด้านทรัพยากรป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ ภูมิประเทศหินทราย และประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักจากสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์สายกรรมฐานและแหล่งธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับตำนานพญานาค การเดินทางมายังถ้ำนาคาจึงเป็นโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักภูมิประเทศและวัฒนธรรมอีสานริมฝั่งแม่น้ำโขงในมิติที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
ชื่อถ้ำนาคาสัมพันธ์กับลักษณะของกลุ่มหินที่ชวนให้จินตนาการถึงพญานาค สิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปรากฏอยู่ในศาสนาและวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำโขงที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคอย่างแพร่หลาย ในบริเวณถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวจะพบก้อนหินและผนังหินที่มีลวดลายแตกเป็นช่องเหลี่ยมเรียงต่อเนื่อง บางบริเวณมีลักษณะโค้งมนคล้ายลำตัวงูขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณารูปทรงของหินประกอบกับเรื่องเล่าท้องถิ่น จึงเกิดการเรียกขานพื้นที่แห่งนี้ว่าเป็นถ้ำนาคาและเชื่อมโยงเข้ากับความศรัทธาต่อพญานาค
ในด้านธรณีวิทยา ลวดลายที่ดูคล้ายเกล็ดงูไม่ได้เกิดจากสัตว์ขนาดใหญ่กลายเป็นหิน แต่เป็นลักษณะของหินธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการแตกร้าว ผุพัง และกัดกร่อนเป็นระยะเวลายาวนาน ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแตกร้าวบนพื้นผิวหินมักอธิบายด้วยคำว่าซันแครก ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ทำให้วัสดุเกิดการขยายตัวและหดตัว การเกิดรอยแตกบนผิวหินประกอบกับการผุพังตามแนวรอยต่อ ทำให้ลวดลายบนก้อนหินมีลักษณะเด่นชัดและเกิดพื้นผิวคล้ายเกล็ดเรียงซ้อนกัน
เมื่อรอยแตกบนพื้นผิวหินเกิดขึ้นแล้ว น้ำฝน ความชื้น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และการผุพังตามธรรมชาติสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนรูปลักษณ์ของหินให้แตกต่างออกไปได้ โดยแนวรอยแตกจะกลายเป็นบริเวณที่น้ำและความชื้นซึมผ่านได้ง่ายกว่าเนื้อหินส่วนอื่น เมื่อผ่านกระบวนการผุพังอย่างต่อเนื่อง ร่องระหว่างส่วนที่นูนขึ้นจึงมีความชัดเจนมากขึ้น จนเกิดลวดลายที่มองเห็นคล้ายเกล็ดงูจากระยะใกล้และระยะไกล ความสม่ำเสมอของรูปแบบเหล่านี้ทำให้ถ้ำนาคากลายเป็นตัวอย่างธรรมชาติที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ว่าภูมิประเทศหินทรายสามารถเปลี่ยนรูปร่างไปตามปัจจัยแวดล้อมได้อย่างไร
ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งอยู่ที่รูปทรงของหิน ซึ่งไม่ได้ปรากฏเป็นพื้นผิวราบเรียบเท่านั้น แต่มีทั้งส่วนโค้ง ผนังหินนูน และก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะหรือลำตัวของสัตว์ขนาดใหญ่ เมื่อลวดลายผิวหินคล้ายเกล็ดมาปรากฏร่วมกับรูปทรงเหล่านี้ จึงทำให้เกิดภาพที่สอดคล้องกับจินตนาการเรื่องพญานาคอย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจกับการถ่ายภาพก้อนหินจากมุมต่าง ๆ เพราะแสง เงา และมุมมองมีส่วนช่วยเน้นความลึกของร่องหินและรูปทรงของพื้นผิว
ถ้ำนาคาจึงมีคุณค่าทั้งในฐานะแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม โดยสามารถอธิบายความงามของหินผ่านหลักธรณีวิทยา ขณะเดียวกันก็เรียนรู้เรื่องราวความเชื่อของชุมชนโดยไม่จำเป็นต้องนำคำอธิบายทั้ง 2 ด้านมาขัดแย้งกัน ธรณีวิทยาช่วยอธิบายว่าหินเกิดรูปร่างเช่นนี้ได้อย่างไร ส่วนตำนานและความศรัทธาช่วยอธิบายว่าผู้คนในท้องถิ่นให้ความหมายต่อภูเขาและแหล่งธรรมชาติแห่งนี้อย่างไร การทำความเข้าใจทั้ง 2 มุมมองช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่ประสบการณ์ท่องเที่ยวถ้ำนาคาได้อย่างชัดเจน
เรื่องเล่าที่มีความสัมพันธ์กับถ้ำนาคาอย่างใกล้ชิดคือตำนานเจ้าปู่อือลือราชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคและการเกิดบึงโขงหลง ตามตำนานพื้นบ้านที่แพร่หลายในพื้นที่ เจ้าปู่อือลือเป็นผู้มีอำนาจซึ่งเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณและเหตุการณ์ความรักที่ไม่สมหวังระหว่างมนุษย์กับพญานาค เรื่องราวดังกล่าวนำไปสู่คำสาปและการล่มสลายของเมือง ก่อนเกิดเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในชื่อบึงโขงหลง ตำนานนี้มีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างภูเขา แหล่งน้ำ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในท้องถิ่น
ในเรื่องเล่าบางสำนวน เจ้าปู่อือลือถูกสาปให้กลายเป็นพญานาคและต้องเฝ้ารักษาพื้นที่แห่งหนึ่งจนกว่าจะถึงเวลาที่คำสาปสิ้นสุด ความเชื่อเช่นนี้ทำให้ภูเขาภูลังกาและบึงโขงหลงกลายเป็นพื้นที่ที่มีความหมายทางจิตใจสำหรับผู้ศรัทธา การเดินทางไปยังถ้ำนาคาจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการชมลวดลายบนหิน แต่สำหรับผู้มีความเชื่อยังเป็นการเดินทางเพื่อระลึกถึงตำนานเจ้าปู่อือลือและแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีของตน
ตำนานพญานาคมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำโขงมายาวนาน พญานาคมักปรากฏในเรื่องเล่าเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ การคุ้มครองพระพุทธศาสนา และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ในพื้นที่บึงโขงหลง ความเชื่อดังกล่าวไม่ได้ปรากฏเฉพาะที่ถ้ำนาคา แต่ยังเชื่อมโยงกับศาลเจ้าปู่อือลือ สถานที่สักการะริมบึง และศาสนสถานในพื้นที่ ความศรัทธาของผู้คนจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ควบคู่กับภูมิประเทศตามธรรมชาติ
บึงโขงหลงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ดังกล่าว เพราะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อธรรมชาติและชุมชนโดยรอบ นอกจากเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวแล้ว พื้นที่ริมบึงยังเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ การตั้งถิ่นฐาน และวิถีชีวิตของประชาชนในอำเภอบึงโขงหลง เมื่อพิจารณาภูลังกาและบึงโขงหลงร่วมกัน จะเห็นภูมิประเทศที่ประกอบด้วยทั้งภูเขา ป่าไม้ แหล่งน้ำ และชุมชน ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม
การท่องเที่ยวถ้ำนาคาได้รับความสนใจจากนักเดินทางหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ผู้สนใจธรณีวิทยา นักท่องเที่ยวสายศรัทธา และผู้ที่ต้องการสัมผัสเส้นทางเดินป่าที่มีจุดหมายโดดเด่น ความหลากหลายของผู้มาเยือนทำให้ถ้ำนาคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจชุมชนในอำเภอบึงโขงหลง โดยเฉพาะธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้า และบริการนำทางท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งก่อนและหลังขึ้นเขา
การเดินขึ้นถ้ำนาคาเริ่มต้นจากบริเวณเส้นทางน้ำตกตาดวิมานทิพย์ ใกล้สำนักสงฆ์ฐิติสาราราม หรือวัดตาดวิมานทิพย์ ในตำบลโพธิ์หมากแข้ง เป็นเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาที่มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรสำหรับการขึ้นสู่บริเวณถ้ำ เส้นทางไม่ได้เป็นทางราบตลอดระยะทาง แต่ประกอบด้วยทางดิน บันได ทางชัน และบางช่วงที่ต้องอาศัยเชือกเพื่อช่วยพยุงตัว นักท่องเที่ยวจึงต้องใช้กำลังขา ความระมัดระวัง และความพร้อมทางร่างกายมากกว่าการเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
ลักษณะเส้นทางของถ้ำนาคาทำให้การวางแผนเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเดินทางไม่ได้สิ้นสุดเมื่อขึ้นถึงจุดชมถ้ำ นักท่องเที่ยวยังต้องใช้เวลาเดินชมจุดต่าง ๆ และกลับลงมาตามเส้นทางที่กำหนด การเริ่มเดินในช่วงเช้าช่วยให้มีเวลาสำหรับการพักระหว่างทางและการชมธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันยังลดความกังวลเกี่ยวกับการเดินลงเขาในช่วงเย็น ผู้ที่ต้องการชมหลายจุดภายในเส้นทางควรจัดสรรเวลามากกว่าผู้ที่ตั้งใจเข้าชมถ้ำนาคาเพียงจุดเดียว
ระหว่างเส้นทางขึ้นเขามีจุดธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักหลายแห่ง เช่น ประตูเต่า หินหัวเรือ และกลุ่มหินที่เรียกว่าหัวนาคาหัวที่ 3 จุดเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะจากรูปร่างของก้อนหินและตำแหน่งที่ตั้งบนเส้นทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้การสังเกตหินและสภาพแวดล้อมระหว่างเดินเพื่อทำความเข้าใจความหลากหลายของภูมิประเทศภูลังกา โดยการเข้าถึงแต่ละจุดต้องปฏิบัติตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดเพื่อรักษาความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อพื้นที่ธรรมชาติ
ประตูเต่าเป็นหนึ่งในชื่อจุดท่องเที่ยวที่สะท้อนลักษณะการเรียกภูมิประเทศตามรูปร่างของหิน ชื่อดังกล่าวช่วยให้ผู้เดินทางจดจำตำแหน่งและเรื่องราวของเส้นทางได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับหินหัวเรือซึ่งเป็นอีกจุดที่ได้รับการกล่าวถึงในการเดินขึ้นภูลังกา การตั้งชื่อหินตามรูปลักษณ์ที่ผู้คนมองเห็นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการรับรู้ธรรมชาติ และทำให้เส้นทางเดินป่าแห่งนี้มีเรื่องราวประกอบอยู่ตลอดการเดินทาง
บริเวณหัวนาคาหัวที่ 3 และหัวนาคาหัวที่ 1 เป็นจุดที่เชื่อมโยงกับการมองเห็นรูปทรงของหินคล้ายศีรษะพญานาค ความน่าสนใจอยู่ที่การที่ธรรมชาติสร้างก้อนหินและผนังหินให้มีรูปร่างซึ่งมนุษย์สามารถนำมาเชื่อมโยงกับรูปทรงของสิ่งมีชีวิตได้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้กับภูมิประเทศทั่วโลก แต่สำหรับภูลังกา ความเชื่อเรื่องพญานาคทำให้รูปทรงหินเหล่านี้มีความหมายเฉพาะในบริบทของชุมชนลุ่มน้ำโขง
จุดสำคัญที่สุดของการเดินทางคือบริเวณถ้ำนาคา ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินลวดลายคล้ายเกล็ดงูอันเป็นภาพจำของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ผนังหินและก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีร่องแตกเป็นรูปหลายเหลี่ยมเรียงตัวต่อเนื่องกันสร้างความรู้สึกแปลกตาอย่างยิ่ง เมื่อแสงธรรมชาติตกกระทบพื้นผิว จะช่วยให้เห็นความลึกของรอยแยกและส่วนที่นูนขึ้นได้เด่นชัด การชมถ้ำนาคาจึงเหมาะกับการสังเกตลวดลายจากระยะที่กำหนด เพื่อให้เห็นรายละเอียดทางธรณีวิทยาโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสผิวหินโดยตรง
แม้จะมีชื่อเรียกว่าถ้ำ แต่ลักษณะของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ต่างจากถ้ำหินปูนที่มีโพรงลึกและหินงอกหินย้อยอย่างที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย พื้นที่ถ้ำนาคามีความสัมพันธ์กับกลุ่มหินทราย ผนังหิน และช่องว่างระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่ จุดเด่นจึงอยู่ที่รูปทรงของหินและลวดลายบนพื้นผิวมากกว่าการเข้าไปสำรวจโพรงถ้ำใต้ดิน นักท่องเที่ยวที่เข้าใจลักษณะนี้ล่วงหน้าจะสามารถเตรียมตัวสำหรับการเดินชมกลางภูเขาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
สภาพแวดล้อมโดยรอบถ้ำนาคาเป็นป่าเขาที่มีความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ในช่วงที่มีฝนตก พื้นดินและก้อนหินจะมีความชื้นสูง พรรณไม้มีความเขียวชอุ่ม และอากาศภายในป่ามีความชื้นมากขึ้น ขณะเดียวกันเส้นทางเดินบางส่วนอาจลื่นและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนช่วงที่ฝนลดลงจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นในหลายจุด แต่ก็ยังต้องเตรียมน้ำดื่มและดูแลสุขภาพเนื่องจากการเดินขึ้นเขาต้องใช้แรงต่อเนื่อง
ถ้ำนาคาเป็นพื้นที่ที่ได้รับการบริหารจัดการในฐานะแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ จึงมีการกำหนดแนวทางสำหรับการเข้าชม การดูแลความปลอดภัย และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การเดินทางต้องเป็นไปตามช่องทางที่อุทยานกำหนด ไม่ควรออกนอกเส้นทางเพื่อเข้าถึงก้อนหินหรือพื้นที่ป่าที่ไม่ได้เปิดให้เดิน การควบคุมเส้นทางมีความสำคัญทั้งต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการปกป้องผิวหินที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา
การอนุรักษ์ลวดลายหินถ้ำนาคาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพื้นผิวหินซึ่งผ่านการผุพังตามธรรมชาติมาเป็นเวลานานอาจได้รับความเสียหายจากการกระทำของมนุษย์ได้ การขูด ขีดเขียน ทาสี โรยแป้ง ทาน้ำมัน หรือสัมผัสผิวหินซ้ำ ๆ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับแหล่งธรรมชาติประเภทนี้ นักท่องเที่ยวควรชมและถ่ายภาพจากระยะที่กำหนด เคารพแนวกั้น และไม่เคลื่อนย้ายหินหรือวัสดุธรรมชาติออกจากพื้นที่ เพื่อให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของถ้ำนาคายังคงอยู่ต่อไป
นอกจากกลุ่มหินเกล็ดพญานาคแล้ว บริเวณภูลังกายังมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์สายกรรมฐานและการปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะเรื่องราวของหลวงปู่วัง พระผู้มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ภูลังกา ภายในเส้นทางท่องเที่ยวมีการกล่าวถึงถ้ำหลวงปู่วังและเจดีย์หลวงปู่วัง ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์การใช้ภูเขาเป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาและแสวงหาความสงบของพระสงฆ์ในอดีต
หลวงปู่วังเป็นพระสงฆ์ผู้มีความสำคัญต่อเรื่องราวทางศาสนาในพื้นที่ภูลังกา และมรณภาพในปี พ.ศ. 2496 อัฐิธาตุของท่านได้รับการบรรจุไว้ภายในเจดีย์บนยอดภูลังกา เรื่องราวของท่านทำให้ภูเขาแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะสถานที่ทางพระพุทธศาสนานอกเหนือจากความเชื่อเรื่องพญานาค การเดินทางชมสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระกรรมฐานจึงควรมีความสำรวมและเคารพต่อความหมายทางศาสนาของพื้นที่
เจดีย์หลวงปู่วังและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมบนภูลังกาช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ภูเขาไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นภูมิทัศน์ทางศาสนาที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความสงบและการปลีกวิเวก สภาพป่าที่รายล้อมด้วยภูเขาและโขดหินเอื้อต่อการใช้เป็นสถานที่ฝึกจิตตามวิถีพระกรรมฐาน การดำรงอยู่ของสถานที่เหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและความทรงจำของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับภูลังกา
วัดถ้ำชัยมงคลหรือวัดปู่ดำย่าคำเป็นอีกสถานที่สำคัญที่เชื่อมโยงกับศรัทธาและประวัติศาสตร์ของภูลังกา บริเวณวัดมีรูปเคารพพญานาคที่เรียกว่าพ่อปู่ดำและย่าคำ รวมถึงรูปเคารพหลวงปู่วัง วัดแห่งนี้เป็นจุดที่ผู้ศรัทธาบางส่วนเดินทางไปสักการะก่อนเที่ยวภูลังกา สะท้อนการผสมผสานระหว่างการเคารพพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกับความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับพญานาค
ความสัมพันธ์ระหว่างถ้ำนาคา วัดถ้ำชัยมงคล และศาลปู่อือลือแสดงให้เห็นเครือข่ายของสถานที่ศรัทธาที่กระจายอยู่รอบบึงโขงหลง แต่ละแห่งมีรูปแบบและความสำคัญต่างกัน ถ้ำนาคาโดดเด่นด้านหินธรรมชาติและการเดินป่า วัดถ้ำชัยมงคลสะท้อนประวัติศาสตร์พระกรรมฐานและสิ่งเคารพทางศาสนา ส่วนศาลปู่อือลือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกับตำนานท้องถิ่น การเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้จึงเปิดโอกาสให้เข้าใจทั้งธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
ผู้ที่สนใจความเชื่อเรื่องพญานาคควรทำความเข้าใจว่าการสักการะและการขอพรเป็นกิจกรรมทางศรัทธาส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการรักษาความสุภาพ ความสงบ และการเคารพผู้ร่วมเดินทาง ไม่ควรจัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหินหรือระบบนิเวศของอุทยาน การแสดงความศรัทธาที่เหมาะสมสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสก้อนหินหรือทิ้งสิ่งของไว้ภายในพื้นที่ธรรมชาติ
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถ้ำนาคาช่วยสร้างความตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างเด่นชัด เพราะความงดงามที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมนั้นเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ใช้เวลายาวนานมาก เมื่อสถานที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก การรักษาสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกับการดูแลทรัพยากรจึงเป็นหน้าที่ร่วมกันของหน่วยงานผู้ดูแล ผู้ประกอบการในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวทุกคน
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการปิดพักฟื้นธรรมชาติถ้ำนาคาเป็นระยะตามแผนบริหารจัดการพื้นที่ โดยในปี 2569 มีการปิดเส้นทางตลอดเดือนพฤษภาคม ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 การพักฟื้นพื้นที่มีความสำคัญต่อการลดผลกระทบสะสมจากการท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและตรวจสอบความปลอดภัย รวมทั้งช่วยรักษาคุณภาพของพื้นที่ธรรมชาติในระยะยาว
การเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2569 มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียวร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โดยมีกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของถ้ำนาคาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรเข้ากับการสร้างรายได้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร และกลุ่มผู้นำทางในอำเภอบึงโขงหลง
ผู้ดูแลพื้นที่ถ้ำนาคาคืออุทยานแห่งชาติภูลังกา สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยนายอักษร มานะวงศ์ เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกาที่ปรากฏในประกาศเกี่ยวกับการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2569 การจัดการพื้นที่ครอบคลุมการดูแลเส้นทาง การอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเยือน การรักษาความปลอดภัย และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ถ้ำนาคาไม่ใช่วัด จึงไม่มีตำแหน่งเจ้าอาวาสประจำแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้
ในการเตรียมตัวเดินขึ้นถ้ำนาคา สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพร่างกาย นักท่องเที่ยวต้องสามารถเดินขึ้นทางลาดชันและลงบันไดได้ต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมการทรงตัวบนทางดินและพื้นผิวหิน ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินเขาควรประเมินความพร้อมของตนเองอย่างรอบคอบ การพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันเดินทางช่วยลดความอ่อนล้า ส่วนการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มเดินจะช่วยให้มีพลังงานสำหรับกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
รองเท้าที่เหมาะสมควรเป็นรองเท้าสำหรับเดินป่าหรือรองเท้ากีฬาที่มีพื้นยึดเกาะดี กระชับเท้า และไม่ลื่นง่าย เนื่องจากเส้นทางมีทั้งทางดิน บันได และพื้นที่ลาดชัน ไม่ควรใช้รองเท้าแตะหรือรองเท้าที่มีพื้นเรียบลื่นในการเดินขึ้นเขา เสื้อผ้าควรระบายอากาศได้ดีและเอื้อต่อการเคลื่อนไหว หากเดินทางในช่วงฝนควรเตรียมเสื้อกันฝนที่ไม่รบกวนการใช้มือจับราวหรือเชือก รวมถึงจัดสิ่งของในกระเป๋าให้มีน้ำหนักพอเหมาะ
น้ำดื่มเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินถ้ำนาคา เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำระหว่างการออกแรงและการเดินกลางสภาพอากาศร้อนชื้น ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำให้เพียงพอตลอดเส้นทาง พร้อมอาหารว่างที่รับประทานสะดวกและไม่สร้างขยะจำนวนมาก สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มควรตกลงจุดพักและดูแลสมาชิกที่เดินช้ากว่า ไม่ควรเร่งความเร็วเกินความสามารถของผู้ร่วมเดินทาง เพราะความปลอดภัยมีความสำคัญกว่าการทำเวลาให้ขึ้นถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว
ระหว่างเดินควรระวังการก้าวเท้าบนพื้นหินเปียก รากไม้ ทางลาด และบันได โดยเฉพาะช่วงที่ต้องใช้เชือกช่วยพยุงตัว ควรมีมือว่างสำหรับจับราวหรือเชือก และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ในขณะที่กำลังก้าวผ่านจุดเสี่ยง การถ่ายภาพควรทำในพื้นที่ที่สามารถยืนได้มั่นคง ไม่ควรถอยหลังเพื่อหามุมภาพโดยไม่มองพื้นหรือก้าวข้ามแนวกั้นที่เจ้าหน้าที่จัดไว้
นักท่องเที่ยวที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ ข้อเข่า การทรงตัว หรือมีข้อจำกัดในการเดินขึ้นลงทางชันควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์และประเมินความเหมาะสมก่อนเดินทาง เนื่องจากเส้นทางไม่ใช่พื้นที่ราบและอาจมีจุดที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้ช้ากว่าพื้นที่เมือง สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ควรพิจารณาจากความสามารถในการเดินจริงและข้อกำหนดการเข้าชมของอุทยานในวันเดินทาง
เวลาที่เหมาะกับการเริ่มขึ้นถ้ำนาคาคือช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่ยังมีเวลาสำหรับการเดินชมและพักระหว่างทาง การเริ่มต้นเร็วช่วยให้สามารถบริหารเวลาได้ดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมทั้งหินเกล็ดพญานาคและจุดธรรมชาติอื่น ๆ บนเส้นทาง ขณะเดียวกันสภาพอากาศบนภูเขาอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ในช่วงเช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใสก็ยังควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับฝนและความชื้น
สำหรับการเข้าชม ถ้ำนาคาใช้ระบบบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยวตามข้อกำหนดของอุทยาน โดยมีช่องทางการสำรองคิวผ่านแอปพลิเคชันคิวคิวและการรับผู้เดินทางบางส่วนที่ไม่ได้จองล่วงหน้าตามจำนวนที่กำหนด การเปิดรับแต่ละช่องทางขึ้นอยู่กับประกาศและการจัดการของอุทยานในช่วงเวลานั้น ผู้ที่มีแผนเดินทางโดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือเทศกาลควรดำเนินการสำรองคิวและตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าชมล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
ค่าเข้าชมและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นถ้ำนาคาจัดเก็บตามระเบียบของอุทยานแห่งชาติ โดยค่าบริการที่เผยแพร่สำหรับเส้นทางถ้ำนาคาคือ 40 บาทต่อคน รวมประกันอุบัติเหตุ และมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้นำทางแยกตามการตกลง การจัดเตรียมค่าใช้จ่ายควรคำนึงถึงทั้งค่าธรรมเนียม การเดินทาง อาหาร น้ำดื่ม และบริการที่จำเป็น เพื่อให้พร้อมสำหรับการเดินทางเต็มวัน
สิ่งอำนวยความสะดวกบนเส้นทางถ้ำนาคาประกอบด้วยทางเดินที่กำหนดไว้ บันได เชือกช่วยพยุงตัว ป้ายบอกทาง และเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่าง ๆ การมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ช่วยให้การเดินทางเป็นระเบียบและลดความเสี่ยงในบางช่วง แต่ไม่ได้ทำให้เส้นทางกลายเป็นทางเดินที่ไม่มีความชัน นักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดการเดินทาง
สภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปิดเส้นทาง เนื่องจากฝนตกหนัก ลมแรง หรือความเสี่ยงจากพื้นผิวลื่นสามารถส่งผลต่อความปลอดภัยได้ การมีตารางเปิดทำการตามปกติไม่ได้หมายความว่าเส้นทางจะเปิดรับนักท่องเที่ยวได้โดยไม่มีข้อจำกัดในทุกสภาพอากาศ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ประกาศระงับการขึ้นเขาชั่วคราว นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุและให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพธรรมชาติจะพบว่าถ้ำนาคามีองค์ประกอบภาพที่น่าสนใจหลายรูปแบบ ทั้งลายแตกบนหินขนาดใหญ่ แนวผนังหิน ช่องว่างที่แสงส่องผ่าน และสีสันของพรรณไม้ที่อยู่โดยรอบ การถ่ายภาพระยะใกล้ช่วยเน้นรายละเอียดของลวดลายหิน ส่วนภาพมุมกว้างช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างก้อนหินกับภูมิประเทศ อย่างไรก็ตาม ควรใช้จุดชมที่ได้รับอนุญาตและไม่สัมผัสหรือปีนขึ้นบนก้อนหินเพื่อจัดมุมถ่ายภาพ
บรรยากาศของภูลังกามีความแตกต่างระหว่างฤดูฝนกับช่วงที่ฝนน้อย ฤดูฝนทำให้ป่าไม้เขียวชอุ่มและมีความชื้นสูง พื้นดินและลวดลายบนหินมักมีสีเข้มขึ้นเมื่อเปียกน้ำ ส่วนช่วงอากาศแห้งเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากทางดินเปียกลื่น แต่ความร้อนและแสงแดดก็เป็นปัจจัยที่ต้องเตรียมรับมือ การเลือกช่วงเดินทางจึงควรพิจารณาทั้งความต้องการชมธรรมชาติและความพร้อมในการเดินป่า
สำหรับครอบครัวที่ต้องการเดินทางเที่ยวถ้ำนาคา การวางแผนควรเริ่มตั้งแต่การเลือกที่พักที่ช่วยให้เดินทางถึงจุดเริ่มต้นได้ในช่วงเช้า การพักค้างคืนในอำเภอบึงโขงหลงเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าการขับรถเป็นระยะทางไกลและเดินขึ้นเขาในวันเดียวกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หลังลงจากเขาสามารถพักรับประทานอาหารในตัวอำเภอหรือเดินทางต่อไปชมบึงโขงหลงได้ตามความเหมาะสม
พื้นที่รอบบึงโขงหลงมีร้านอาหารท้องถิ่นและร้านอาหารริมบึงที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวของผู้มาเยือน อาหารอีสานเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของภูมิภาค โดยมีทั้งส้มตำ ลาบ ต้มแซ่บ และอาหารพื้นบ้านที่ปรุงตามวัตถุดิบของแต่ละร้าน การรับประทานอาหารหลังเดินลงจากถ้ำนาคาเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการพักฟื้นกำลังและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนในบรรยากาศที่แตกต่างจากบนภูเขา
บึงโขงหลงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่เหมาะสำหรับการเดินทางต่อจากถ้ำนาคา พื้นที่ริมบึงมีทัศนียภาพของผืนน้ำกว้างและบรรยากาศเปิดโล่ง ต่างจากป่าเขาของภูลังกาอย่างชัดเจน การจัดเส้นทางเที่ยวถ้ำนาคาในช่วงเช้าแล้วพักผ่อนริมบึงในช่วงบ่ายหรือเย็นช่วยให้การเดินทางมีความหลากหลายและไม่ต้องใช้แรงเดินขึ้นเขาตลอดทั้งวัน
หาดคำสมบูรณ์เป็นจุดพักผ่อนริมบึงโขงหลงที่เป็นที่รู้จักของจังหวัดบึงกาฬ ในช่วงที่ระดับน้ำลด พื้นที่ชายฝั่งบางส่วนจะปรากฏแนวหาดทรายซึ่งสร้างบรรยากาศคล้ายชายหาดริมทะเล นักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิทัศน์ของบึงและพักผ่อนหลังจากการเดินทางบนภูเขาได้ สภาพพื้นที่ริมน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและระดับน้ำ จึงมีความงามที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงปี
อีกสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพญานาคในพื้นที่คือศาลปู่อือลือนาคราช ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้ที่เคารพเจ้าปู่อือลือและสนใจตำนานของบึงโขงหลง การเที่ยวถ้ำนาคาร่วมกับศาลปู่อือลือช่วยให้เห็นความเชื่อที่เชื่อมโยงภูเขาและแหล่งน้ำเข้าไว้ด้วยกัน ผู้มาเยือนสามารถทำความรู้จักเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านทั้งสถานที่ตามธรรมชาติและสถานที่ศรัทธาที่ชุมชนให้ความเคารพ
ถ้ำนาคียังเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากผู้ชื่นชอบธรรมชาติและตำนานพญานาค ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกาฝั่งจังหวัดนครพนม โดยถ้ำนาคากับถ้ำนาคีเป็นคนละสถานที่และใช้เส้นทางเข้าชมต่างกัน แม้จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับลักษณะหินและความเชื่อคล้ายคลึงกันก็ตาม ผู้ที่ต้องการเที่ยวทั้ง 2 แห่งควรวางแผนการเดินทางแยกอย่างชัดเจน เพราะแต่ละเส้นทางต้องใช้เวลาและกำลังในการเดินป่า
ในจังหวัดบึงกาฬยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น ภูทอก ซึ่งเป็นภูเขาหินทรายที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ และมีทางเดินไม้ตามแนวหน้าผาเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงแหล่งธรรมชาติอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว น้ำตกเจ็ดสี และน้ำตกถ้ำพระ สถานที่เหล่านี้เหมาะกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวหลายวันสำหรับผู้ต้องการสำรวจความหลากหลายของจังหวัดบึงกาฬ แต่ละแห่งมีข้อกำหนดการเข้าชมและสภาพเส้นทางต่างกัน จึงควรจัดเวลาให้เหมาะสม
การท่องเที่ยวเชื่อมโยงถ้ำนาคาและสถานที่รอบบึงโขงหลงยังช่วยกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่น การเลือกพักในพื้นที่ รับประทานอาหารที่ร้านของชุมชน และใช้บริการผู้นำทางตามระบบของอุทยานช่วยสนับสนุนอาชีพของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ขณะเดียวกันการเคารพกฎระเบียบและรักษาความสะอาดก็ช่วยลดภาระต่อทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นฐานของการท่องเที่ยวในพื้นที่
ถ้ำนาคาเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างจริงจัง มากกว่าการเดินทางเพื่อแวะถ่ายภาพในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะการเดินขึ้นเขาเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ ผู้ที่มีเวลาเพียงเล็กน้อยหรือไม่พร้อมเดินขึ้นทางชันสามารถเลือกเที่ยวสถานที่รอบบึงโขงหลงแทนได้ ส่วนผู้ที่มีร่างกายพร้อมและต้องการสำรวจลวดลายหินอันเป็นเอกลักษณ์ของภูลังกา จะพบว่าการเดินขึ้นถ้ำนาคาเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้และความประทับใจ
มารยาทในการเข้าชมเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น เปิดเครื่องเสียง หรือทิ้งขยะไว้ตามทางเดิน ควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของไปวางบนก้อนหินที่มีลวดลายสำคัญ และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่มีแนวกั้นเพื่อป้องกันความเสียหาย การรักษาความสงบยังเป็นการเคารพผู้ที่เดินทางมาในวัตถุประสงค์ทางศาสนาและผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ทำให้ถ้ำนาคามีความหมายต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬคือความสามารถในการเชื่อมโยงเรื่องราวหลายด้านเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่หินทรายและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ตำนานเจ้าปู่อือลือ ความเชื่อเรื่องพญานาค ประวัติพระกรรมฐานบนภูลังกา ไปจนถึงวิถีชีวิตรอบบึงโขงหลง นักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้จะเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพหินเกล็ดพญานาค แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การเดินทาง ไปถ้ำนาคาสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเดินทางมายังอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลโพธิ์หมากแข้งและบริเวณทางขึ้นที่อยู่ใกล้สำนักสงฆ์ฐิติสารารามหรือวัดตาดวิมานทิพย์ การเดินทางจากตัวอำเภอบึงโขงหลงไปยังจุดเริ่มต้นเส้นทางขึ้นถ้ำมีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นสามารถใช้เส้นทางถนนเชื่อมจังหวัดบึงกาฬ นครพนม และพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่นตามจุดหมายที่กำหนด
เมื่อถึงจุดเริ่มต้น นักท่องเที่ยวต้องดำเนินการตามขั้นตอนเข้าชมของอุทยานแห่งชาติภูลังกา และเดินขึ้นเขาตามเส้นทางที่กำหนด ระยะทางขึ้นสู่บริเวณถ้ำนาคาประมาณ 2 กิโลเมตร มีทั้งทางดิน บันได ทางชัน และช่วงที่ต้องใช้เชือกช่วยพยุงตัว ผู้เดินทางควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เหมาะสม และจัดเวลาสำหรับการกลับลงเขาให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมจุดธรรมชาติและสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเส้นทางเดียวกัน
ถ้ำนาคาเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบมีความรับผิดชอบ เพราะความงดงามของสถานที่เกิดจากกระบวนการธรรมชาติที่ดำเนินมาเป็นเวลายาวนาน และยังมีความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ การเดินทางด้วยความเคารพต่อธรรมชาติและวัฒนธรรม การปฏิบัติตามกฎของอุทยาน และการไม่ทำลายพื้นผิวหิน จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ถ้ำนาคายังคงเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นต่อไป
| ชื่อสถานที่ | ถ้ำนาคา |
| ที่ตั้ง | อุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 38220 |
| ลักษณะสถานที่ | แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและธรณีวิทยาบนภูเขาหินทราย มีลวดลายหินคล้ายเกล็ดพญานาค |
| จุดเด่น | หินเกล็ดพญานาค กลุ่มหินรูปทรงคล้ายศีรษะพญานาค เส้นทางเดินป่าภูลังกา และตำนานเจ้าปู่อือลือ |
| ลักษณะทางธรณีวิทยา | หินทรายที่ผ่านกระบวนการแตกร้าว ผุพัง และกัดกร่อนตามธรรมชาติ เกิดลวดลายคล้ายเกล็ดงู |
| ความเชื่อที่เกี่ยวข้อง | ตำนานเจ้าปู่อือลือราชา ความเชื่อเรื่องพญานาค และเรื่องเล่าการเกิดบึงโขงหลง |
| หน่วยงานผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติภูลังกา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ | นายอักษร มานะวงศ์ (ตามประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2569) |
| สถานะการท่องเที่ยว | เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติในเดือนพฤษภาคม โดยการเข้าชมขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยานและสภาพอากาศ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันในช่วงที่เปิดเส้นทาง |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 14.00 น. และลงจากเขาภายใน 18.00 น. |
| ค่าบริการ | 40 บาทต่อคน รวมประกันอุบัติเหตุ ตามอัตราที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยแพร่ ค่าผู้นำทางแยกต่างหาก |
| การจองคิว | ระบบสำรองคิวคิว และการรับนักท่องเที่ยวตามจำนวนที่อุทยานกำหนด |
| ระยะทางเดินป่า | ประมาณ 2 กิโลเมตรสำหรับเส้นทางขึ้นสู่ถ้ำ มีทางชัน บันได และช่วงที่ต้องใช้เชือก |
| จุดเริ่มต้นเส้นทาง | บริเวณสำนักสงฆ์ฐิติสาราราม หรือวัดตาดวิมานทิพย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง |
| พื้นที่สำคัญบนเส้นทาง | ประตูเต่า หินหัวเรือ หัวนาคาหัวที่ 3 หัวนาคาหัวที่ 1 ถ้ำนาคา ถ้ำหลวงปู่วัง และเจดีย์หลวงปู่วัง ตามเส้นทางที่เปิดให้เข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางเดินและบันได เชือกช่วยพยุงตัว ป้ายบอกทาง เจ้าหน้าที่ดูแลเส้นทาง และการจัดการด้านความปลอดภัย |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าไปอำเภอบึงโขงหลง แล้วต่อไปยังทางขึ้นถ้ำนาคาบริเวณวัดตาดวิมานทิพย์ โดยจุดทางขึ้นอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร |
| ข้อปฏิบัติ | ไม่สัมผัสหรือทำลายผิวหิน ไม่ขีดเขียน ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ |
| โทรศัพท์ติดต่อ | 042-530-766 อุทยานแห่งชาติภูลังกา |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงและในเส้นทางเชื่อมโยง | 1. น้ำตกตาดวิมานทิพย์ – อยู่บนเส้นทางขึ้นภูลังกา 2. วัดถ้ำชัยมงคล (ปู่ดำ–ย่าคำ) – ตำบลโพธิ์หมากแข้ง 3. ศาลปู่อือลือนาคราช – อำเภอบึงโขงหลง 4. บึงโขงหลง – อำเภอบึงโขงหลง 5. หาดคำสมบูรณ์ – ริมบึงโขงหลง 6. ถ้ำนาคี – อุทยานแห่งชาติภูลังกาฝั่งจังหวัดนครพนม 7. ภูทอก – อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ |
| ร้านอาหารในพื้นที่บึงโขงหลง | 1. จีจีจิ้มจุ่ม ริมบึงโขงหลง โทร. 095-662-8910 2. ครัวคุณเพชร บึงโขงหลง โทร. 088-518-6586 3. ร้านเจ้อี๊ด อาหารตามสั่ง บึงโขงหลง โทร. 062-147-3481 4. ครัวคิงคอง ริมน้ำ บึงโขงหลง |
| ที่พักในพื้นที่บึงโขงหลง | 1. เอชอาร์ รีสอร์ท บึงโขงหลง โทร. 099-735-8789 2. เคพี เฮาส์ โฮมสเตย์ โทร. 092-255-9926 3. เรือนคุณหลวง โฮมสเตย์ โทร. 065-992-6282 4. ลังกาแคมป์ รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่ โทร. 092-835-3956 5. บ้านไร่ปุณวนา โทร. 084-719-8421 6. บ้านชมดาวรีสอร์ท บึงโขงหลง โทร. 098-398-9816 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำนาคาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ถ้ำนาคาตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่มีหินลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค
ถาม: ถ้ำนาคาเกิดจากพญานาคกลายเป็นหินจริงหรือไม่?
ตอบ: ในทางธรณีวิทยา ลวดลายที่คล้ายเกล็ดพญานาคเกิดจากการแตกร้าวและผุพังของหินตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องพญานาคเป็นตำนานและความเชื่อท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับเจ้าปู่อือลือและบึงโขงหลง
ถาม: ถ้ำนาคาเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เวลาเข้าชมที่เผยแพร่คือ 06.00 – 14.00 น. และต้องลงจากเขาภายใน 18.00 น. การเปิดเส้นทางขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยานแห่งชาติภูลังกาและสภาพอากาศ
ถาม: ถ้ำนาคามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: อัตราที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยแพร่สำหรับการขึ้นถ้ำนาคาคือ 40 บาทต่อคน รวมประกันอุบัติเหตุ โดยค่าผู้นำทางเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
ถาม: เดินขึ้นถ้ำนาคาไกลแค่ไหนและเดินยากหรือไม่?
ตอบ: เส้นทางขึ้นสู่ถ้ำนาคามีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางเดินธรรมชาติ บันได ทางชัน และจุดที่ต้องใช้เชือกช่วยพยุงตัว จึงเหมาะกับผู้ที่มีร่างกายพร้อมสำหรับการเดินป่า
ถาม: ถ้ำนาคาและถ้ำนาคีเป็นสถานที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน ถ้ำนาคาอยู่ฝั่งจังหวัดบึงกาฬ ส่วนถ้ำนาคีอยู่ฝั่งจังหวัดนครพนม ทั้ง 2 แห่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาแต่ใช้เส้นทางเข้าชมแตกต่างกัน
ถาม: ถ้ำนาคาควรเดินทางไปช่วงเวลาใดของวัน?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการเริ่มเดินขึ้นเขา เพราะมีเวลาพักและชมจุดธรรมชาติระหว่างทางได้มากขึ้น ควรเริ่มเดินตามรอบเวลาที่อุทยานกำหนดและเผื่อเวลาสำหรับการเดินลงเขา
ถาม: ถ้าเดินทางไปถ้ำนาคาแล้วควรเที่ยวที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดถ้ำชัยมงคล ศาลปู่อือลือนาคราช บึงโขงหลง และหาดคำสมบูรณ์ ส่วนผู้ที่มีเวลาหลายวันสามารถเดินทางไปถ้ำนาคีหรือภูทอกเพิ่มเติมได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ถ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




