หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ >อ.เมืองบึงกาฬ >ต.ไคสี > ตลาดไทย-ลาว
TL;DR: ตลาดไทย-ลาว อยู่ที่ถนนริมบึงใหญ่ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เปิดวันอังคารและวันศุกร์ เวลา 06.00 – 12.00 น. จุดเด่นคือ ตลาดนัดตอนเช้าความยาวประมาณ 500 เมตร บนถนนริมบึงใหญ่ มีบรรยากาศท้องถิ่นจริงและมองเห็นวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำโขง.
ตลาดไทย-ลาว

วันเปิดทำการ: วันอังคารและวันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 12.00 น.
ตลาดไทย-ลาว หรือที่หลายคนคุ้นชื่อว่า ตลาดลาว บึงกาฬ เป็นตลาดนัดเช้าริมแม่น้ำโขงในอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่บนถนนริมบึงใหญ่ ใจกลางเมืองบึงกาฬ เป็นตลาดที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนสองฝั่งโขงได้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เพราะมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยและชาวลาวนำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น พืชผัก สมุนไพร อาหารแห้ง อาหารสด ปลาแม่น้ำโขง ของใช้ เสื้อผ้า และของหายากจากฝั่งลาวมาวางขายในบรรยากาศตลาดเช้าคึกคัก ตลาดแห่งนี้เปิดเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ ช่วงเช้าถึงเที่ยง จึงเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นบึงกาฬในมุมของชีวิตจริง การค้าชายแดน วัฒนธรรมอาหาร และความสัมพันธ์ไทย-ลาวที่ยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง
ตลาดไทย-ลาวเป็นมากกว่าตลาดนัดธรรมดา เพราะที่นี่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พบกันของผู้คน สินค้า ภาษา อาหาร และความทรงจำของเมืองชายแดน บึงกาฬตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขงและอยู่ตรงข้ามเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์กับฝั่งลาวมายาวนาน การเดินตลาดแห่งนี้จึงไม่ได้มีเพียงการซื้อของ แต่เป็นการสัมผัสระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนที่เกิดจากการข้ามไปมาของคนสองฝั่งโขง สินค้าหลายชนิดมีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ริมแม่น้ำ เช่น ปลาแม่น้ำ ผักพื้นบ้าน หน่อไม้ เห็ด กบ เขียด สมุนไพร เครื่องปรุงพื้นถิ่น อาหารแห้ง และของป่าตามฤดูกาล สิ่งเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าคนบึงกาฬกินอะไร ใช้อะไร และใช้ชีวิตสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างไร
จุดเด่นของตลาดไทย-ลาวอยู่ที่บรรยากาศช่วงเช้า ตลาดเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ผู้ขายทยอยนำสินค้ามาจัดวางบนแผง คนในพื้นที่เดินเลือกซื้อของสดสำหรับทำอาหาร ร้านอาหารเข้ามาเลือกวัตถุดิบ นักท่องเที่ยวเดินชมของพื้นบ้าน และผู้สูงอายุในชุมชนแวะพูดคุยกับคนคุ้นเคย ภาพเหล่านี้ทำให้ตลาดมีเสน่ห์แบบตลาดท้องถิ่นจริง ไม่ใช่ตลาดที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันอังคารหรือวันศุกร์จึงควรวางแผนมาช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สินค้ายังครบ บรรยากาศคึกคัก และอากาศริมโขงยังไม่ร้อนจัด
คำว่า ตลาดลาว ซึ่งใช้เรียกตลาดแห่งนี้มาจากลักษณะเด่นของตลาดที่มีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำของมาขายจำนวนมาก สินค้าหลายอย่างเป็นวัตถุดิบและอาหารที่คนไทยฝั่งบึงกาฬคุ้นเคย แต่บางอย่างก็เป็นของพื้นบ้านที่นักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นไม่ค่อยพบเห็น เช่น ผักป่าตามฤดูกาล เห็ดพื้นบ้าน เครื่องปรุงรสท้องถิ่น ปลาแม่น้ำโขง ของหมักดอง และอาหารจากภูมิปัญญาชุมชน การเดินตลาดจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารผ่านแผงขายของ ทุกแผงมีเรื่องเล่าของพื้นที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิธีจับปลา วิธีถนอมอาหาร วิธีเลือกผักพื้นบ้าน หรือวิธีนำสมุนไพรไปใช้ในครัวเรือน
ตลาดไทย-ลาวมีระยะทางของพื้นที่ตลาดประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่บนถนนริมบึงใหญ่ใกล้แนวแม่น้ำโขง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งบรรยากาศตลาดและภาพวิถีเมืองริมโขงไปพร้อมกัน การเดินตลาดสามารถเริ่มจากช่วงต้นถนนแล้วค่อย ๆ เดินชมสินค้าไปตามแนวตลาด จุดที่น่าสนใจคือความหลากหลายของของสดและของพื้นบ้านที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงหนึ่งอาจพบหน่อไม้ เห็ด และผักป่า อีกช่วงอาจมีปลาน้ำโขงและอาหารแห้งให้เลือกมากขึ้น ความไม่ซ้ำของตลาดตามฤดูกาลทำให้ตลาดแห่งนี้น่าเดินซ้ำ เพราะแต่ละครั้งให้ภาพของบึงกาฬแตกต่างกัน
สำหรับนักท่องเที่ยวสายอาหาร ตลาดไทย-ลาวเป็นจุดที่ช่วยเปิดประตูสู่รสชาติของบึงกาฬได้ดีมาก เพราะอาหารในจังหวัดนี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งอาหารอีสาน อาหารริมโขง และวัฒนธรรมลาว เมนูที่พบเห็นหรือได้แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบในตลาด ได้แก่ ลาบปลาแม่น้ำ ต้มยำปลาน้ำโขง หมกปลา แกงหน่อไม้ แจ่ว ป่นปลา ปลาร้า ปลาแห้ง ผักลวกกินกับน้ำพริก และอาหารพื้นบ้านที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ตลาดแห่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเข้าใจอาหารท้องถิ่นตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงการนั่งชิมเมนูสำเร็จในร้านอาหาร
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเดินตลาดคือความเป็นตลาดชายแดนที่แสดงผ่านภาษาและวิธีค้าขาย ผู้มาเยือนอาจได้ยินทั้งภาษาไทยถิ่นอีสานและสำเนียงลาวปะปนกัน การเรียกสินค้า การถามราคา การต่อรอง และการพูดคุยระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายมีความเป็นกันเองสูง บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ตลาดไทย-ลาวเป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่น่าสนใจสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพราะสามารถมองเห็นความใกล้ชิดของชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงในเอกสารประวัติศาสตร์หรือพิธีการระดับทางการ
ตลาดไทย-ลาวยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจของฝากแบบท้องถิ่น เพราะมีทั้งอาหารแห้ง เครื่องปรุง วัตถุดิบพื้นบ้าน เสื้อผ้า ของใช้ และสินค้าพื้นเมืองบางรายการที่นำไปใช้ต่อได้จริง ของฝากจากตลาดลักษณะนี้มีเสน่ห์ต่างจากของที่ระลึกทั่วไป เพราะเป็นของที่คนพื้นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อปลาแห้ง เครื่องปรุงพื้นบ้าน ผักสดตามฤดูกาล หรืออาหารพร้อมกินสำหรับมื้อเช้า แต่ควรเลือกซื้ออย่างเหมาะสม โดยเฉพาะของสดและของป่าที่ต้องคำนึงถึงการขนส่ง ความสด และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร
การมาเที่ยวตลาดไทย-ลาวควรให้ความสำคัญกับเวลา เพราะตลาดเปิดเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์เท่านั้น ผู้ที่เดินทางมาบึงกาฬในวันอื่นจะไม่พบตลาดนัดในรูปแบบเต็ม หากต้องการชมบรรยากาศตลาดจริงควรวางแผนให้ตรงวันเปิดตลาดและมาช่วงเช้า โดยช่วง 06.00 – 09.00 น. เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินชมสินค้า ถ่ายภาพบรรยากาศ และเลือกซื้อของสด ส่วนช่วงใกล้เที่ยงบางแผงเริ่มเก็บของหรือสินค้าหมดไปแล้ว การมาถึงเร็วช่วยให้ได้เห็นตลาดครบและสัมผัสบรรยากาศที่คึกคักที่สุด
ด้านค่าใช้จ่าย ตลาดไทย-ลาวเป็นตลาดนัดสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ค่าใช้จ่ายหลักขึ้นอยู่กับการซื้ออาหาร ของกิน ของฝาก หรือสินค้าในตลาด ผู้ที่ต้องการชิมอาหารท้องถิ่นควรเตรียมเงินสดย่อย เพราะร้านค้าและแผงขายของจำนวนมากเป็นผู้ค้ารายย่อย การเตรียมถุงผ้าหรือถุงใส่ของส่วนตัวช่วยให้เดินตลาดสะดวกขึ้นและลดการใช้ถุงพลาสติกได้ด้วย
ตลาดแห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่ชอบตลาดท้องถิ่นและอาหารพื้นบ้าน เพราะตลาดมีวัตถุดิบและอาหารที่สะท้อนบึงกาฬอย่างชัดเจน กลุ่มที่สองคือผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชายแดน เพราะตลาดเป็นพื้นที่ที่คนไทยและคนลาวพบกันผ่านการค้าขาย กลุ่มที่สามคือช่างภาพหรือผู้ทำคอนเทนต์ท่องเที่ยว เพราะบรรยากาศตลาดยามเช้ามีภาพชีวิตที่เป็นธรรมชาติ และกลุ่มที่สี่คือครอบครัวหรือผู้สูงอายุที่ต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เดินไม่ไกล และอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกในตัวเมือง
การเดินทาง ไปตลาดไทย-ลาวสะดวกมาก เพราะตลาดตั้งอยู่ในอำเภอเมืองบึงกาฬ บนถนนริมบึงใหญ่ในเขตตัวเมือง ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เข้าสู่ตัวเมืองบึงกาฬ แล้วมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำโขงและถนนริมบึงใหญ่ หากพักในตัวเมืองสามารถเดินทางด้วยรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นได้ไม่ยาก ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬแล้วต่อรถเข้าเขตตลาดได้ในระยะใกล้ เนื่องจากตลาดอยู่ในพื้นที่เมืองและไม่ไกลจากจุดสำคัญ เช่น ศาลเจ้าแม่สองนาง โรงพยาบาลบึงกาฬ ถนนคนเดินริมโขง และแหล่งที่พักหลายแห่ง
เมื่อเดินตลาดเสร็จ นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อได้หลายแบบ หากต้องการเที่ยวในตัวเมืองแบบสบาย ๆ สามารถแวะศาลเจ้าแม่สองนางซึ่งเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองบึงกาฬ เดินเล่นริมแม่น้ำโขง หรือรอเที่ยวถนนคนเดินริมโขงในช่วงวันที่มีการจัดงาน หากต้องการเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติ สามารถขับรถต่อไปยังวัดโพธารามหรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ หนองกุดทิง และแก่งอาฮง ส่วนผู้ที่มีเวลามากสามารถต่อเส้นทางไปยังหินสามวาฬ ภูสิงห์ หรือวัดภูทอกในอีกวันหนึ่งได้
ตลาดไทย-ลาวมีคุณค่าในฐานะพื้นที่เล่าเรื่องบึงกาฬอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะตลาดทำให้เห็นว่าเมืองริมโขงไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม แต่ยังมีชีวิตประจำวันที่เคลื่อนไหวอยู่ทุกสัปดาห์ สินค้าบนแผงสะท้อนภูมิประเทศริมโขง ผู้ขายสะท้อนเครือข่ายชุมชนข้ามพรมแดน ผู้ซื้อสะท้อนวิถีครัวเรือน และบรรยากาศของตลาดสะท้อนความเป็นมิตรของคนบึงกาฬ การเดินตลาดจึงเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจจังหวัดนี้อย่างลึกซึ้งกว่าการชมวิวอย่างเดียว
สำหรับชาวต่างชาติ ตลาดไทย-ลาวสามารถอธิบายได้ว่าเป็นตลาดเช้าชายแดนริมแม่น้ำโขงที่มีผู้ค้าจากทั้งไทยและลาวมารวมตัวกัน เป็นสถานที่ที่เห็นอาหาร วัตถุดิบ และวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจวัฒนธรรมควรมาเดินตลาดพร้อมผู้ที่สื่อสารภาษาไทยได้บ้าง เพื่อช่วยอธิบายชื่อวัตถุดิบ วิธีทำอาหาร และความหมายของสินค้าบางชนิด การเดินอย่างเคารพพื้นที่ ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล และซื้อสินค้าด้วยมารยาทที่ดีจะทำให้ประสบการณ์ตลาดน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ข้อควรปฏิบัติในการเดินตลาดคือควรมาแต่เช้า แต่งกายสบายและสุภาพ เตรียมเงินสดย่อย ระวังพื้นเปียกในโซนอาหารสด เดินชมโดยไม่กีดขวางทางเดิน และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพผู้ค้าอย่างใกล้ชิด หากซื้อของสดควรคำนึงถึงระยะเวลาเดินทางและการเก็บรักษา ส่วนสินค้าของป่าและสัตว์น้ำควรเลือกซื้ออย่างรอบคอบและหลีกเลี่ยงสินค้าที่ไม่เหมาะสมต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ การเดินตลาดด้วยความเข้าใจจะช่วยให้การท่องเที่ยวเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและไม่รบกวนวิถีชีวิตของผู้ค้า
ในแง่การวางแผนที่พัก หากต้องการเน้นเดินตลาดเช้า ควรพักในตัวเมืองบึงกาฬหรือใกล้ริมโขง เพราะสามารถออกจากที่พักช่วงเช้าแล้วถึงตลาดได้รวดเร็ว ที่พักในตัวเมือง เช่น The One Hotel Bueng Kan, B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel, The Wisdom Residence, BK Place Hotel และ M Grand Hotel ช่วยให้เดินทางไปตลาดได้สะดวกและต่อเส้นทางเที่ยวในเมืองได้ง่าย ผู้ที่ต้องการชมวิวโขงยามเช้าและเดินตลาดในวันเดียวกันควรเลือกที่พักที่อยู่ใกล้ถนนริมโขงหรือเส้นทางเข้าเมือง
ในแง่อาหารหลังเดินตลาด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกินอาหารเช้าภายในตลาด หรือวางแผนมื้อกลางวันและมื้อเย็นที่ร้านอาหารในตัวเมืองบึงกาฬซึ่งมีเมนูปลาแม่น้ำโขงและอาหารอีสานให้เลือกหลายแห่ง ร้านอาหารริมโขงและร้านในตัวเมืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการต่อยอดจากวัตถุดิบที่เห็นในตลาดไปสู่เมนูพร้อมรับประทาน เช่น ต้มยำปลาน้ำโขง ลาบปลา ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม แกงอ่อม และอาหารอีสานรสจัดจ้าน การเริ่มต้นวันที่ตลาดไทย-ลาวจึงทำให้มื้ออาหารในบึงกาฬมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้เดินทางได้เห็นที่มาของวัตถุดิบก่อนชิมอาหารจริง
ตลาดไทย-ลาวยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับเก็บบรรยากาศเชิงภาพถ่าย ภาพที่น่าสนใจ ได้แก่ แผงผักพื้นบ้าน กองหน่อไม้ ปลาแม่น้ำโขง เครื่องปรุงพื้นถิ่น ภาชนะพื้นบ้าน ผู้ค้าจัดของตั้งแต่เช้า และฉากหลังของเมืองริมโขง อย่างไรก็ตามควรถ่ายภาพอย่างสุภาพ ไม่ยื่นกล้องใกล้ใบหน้าผู้ค้าโดยไม่ขออนุญาต และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในจุดที่กีดขวางการซื้อขาย ความเคารพต่อผู้คนในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะตลาดแห่งนี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินจริงของชุมชน
เสน่ห์ของตลาดไทย-ลาวอยู่ที่ความเรียบง่ายและจริงใจ ตลาดไม่ได้พยายามตกแต่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่ แต่ปล่อยให้วิถีชีวิตของผู้คนเล่าเรื่องด้วยตัวเอง เสียงพูดคุย กลิ่นอาหารเช้า สีของผักสด ความหลากหลายของวัตถุดิบ และการพบกันของคนสองฝั่งโขงล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ตลาดมีชีวิต นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจบึงกาฬควรให้เวลากับตลาดนี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อเดินช้า ๆ สังเกตสิ่งรอบตัว ชิมอาหาร และสนทนากับผู้ค้าอย่างเหมาะสม
โดยสรุป ตลาดไทย-ลาวคือหนึ่งในสถานที่สำคัญของอำเภอเมืองบึงกาฬที่ควรแวะเมื่อเดินทางมาจังหวัดนี้ โดยเฉพาะผู้ที่มาถึงในวันอังคารหรือวันศุกร์ ตลาดแห่งนี้รวมทั้งอาหาร วัตถุดิบ ของใช้ วิถีค้าขายชายแดน บรรยากาศริมแม่น้ำโขง และความสัมพันธ์ของชุมชนไทย-ลาวไว้ในพื้นที่เดียว การมาเดินตลาดช่วยให้เข้าใจบึงกาฬผ่านชีวิตจริงของผู้คน ไม่ใช่เพียงผ่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เมื่อเชื่อมต่อกับศาลเจ้าแม่สองนาง ถนนคนเดินริมโขง วัดโพธาราม หนองกุดทิง และแก่งอาฮง ตลาดไทย-ลาวจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการเที่ยวบึงกาฬให้ครบทั้งรสชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขง
| ชื่อสถานที่ | ตลาดไทย-ลาว หรือ ตลาดนัดไทย-ลาว บึงกาฬ |
| ที่ตั้ง | ถนนริมบึงใหญ่ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ |
| ที่อยู่ | บริเวณตลาดเช้าริมแม่น้ำโขง ใจกลางเมืองบึงกาฬ ใกล้ย่านริมโขงและพื้นที่ชุมชนเมือง |
| ไฮไลต์ | ตลาดเช้าริมแม่น้ำโขงที่มีผู้ค้าชาวไทยและชาวลาวนำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น พืชผัก อาหารแห้ง อาหารสด ปลาแม่น้ำโขง ของป่า เสื้อผ้า และของใช้มาจำหน่าย |
| ประวัติ / ความสำคัญ | เป็นตลาดนัดสำคัญของอำเภอเมืองบึงกาฬที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางการค้าและวัฒนธรรมของชุมชนไทย-ลาวริมแม่น้ำโขง |
| ที่มาของชื่อ | เรียกว่าตลาดไทย-ลาวเพราะมีทั้งผู้ค้าชาวไทยและชาวลาวมาค้าขายในพื้นที่เดียวกัน และเรียกว่าตลาดลาวเพราะมีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำสินค้ามาขายจำนวนมาก |
| ลักษณะเด่น | ตลาดนัดตอนเช้าความยาวประมาณ 500 เมตร บนถนนริมบึงใหญ่ มีบรรยากาศท้องถิ่นจริงและมองเห็นวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำโขง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองบึงกาฬให้มุ่งหน้าไปถนนริมบึงใหญ่ใกล้แนวแม่น้ำโขง หากมาจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬสามารถต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่ตลาดได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นตลาดนัดเช้าของอำเภอเมืองบึงกาฬในวันอังคารและวันศุกร์ |
| วันเปิดทำการ | วันอังคารและวันศุกร์ |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 12.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าชมตลาด มีค่าใช้จ่ายเฉพาะสินค้าที่ซื้อ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ตลาดในเขตเมือง ร้านอาหารใกล้เคียง ที่พักใกล้เคียง ถนนริมโขง เส้นทางรถรับจ้าง และจุดเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองบึงกาฬ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนอาหารสด โซนพืชผักพื้นบ้าน โซนอาหารแห้งและเครื่องปรุง โซนอาหารพร้อมกิน โซนเสื้อผ้าและของใช้ และแนวตลาดริมแม่น้ำโขงบนถนนริมบึงใหญ่ |
| ผู้ดูแล / องค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง | เทศบาลเมืองบึงกาฬ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองบึงกาฬ โทร. 042-490-878 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | เว็บไซต์เทศบาลเมืองบึงกาฬ และฐานข้อมูล Thailand Tourism Directory |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. 2. ศาลเจ้าแม่สองนาง ประมาณ 1 กม. 3. วัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ ประมาณ 5 กม. 4. หนองกุดทิง ประมาณ 6 กม. 5. แก่งอาฮง และวัดอาฮงศิลาวาส ประมาณ 21 กม. 6. หินสามวาฬ / ภูสิงห์ ประมาณ 43 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Riverside Restaurant & Bar Bungkan ประมาณ 1 กม. โทร. 087-222-9899 2. ครัวเสวย ประมาณ 2 กม. โทร. 091-363-1495 3. ตำยำยั่ว by มิกิ สาขาริมโขงบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. โทร. 082-689-1316 4. น้อยส้มตำหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. โทร. 081-546-7734 5. ณิชา ขนมจีบ&ซาลาเปา หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ประมาณ 1 กม. โทร. 099-027-3785 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The One Hotel Bueng Kan ประมาณ 1 กม. โทร. 042-492-234 2. B2 Bueng Kan Boutique and Budget Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 3. The Wisdom Residence ประมาณ 2 กม. โทร. 042-086-977 4. BK Place Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 099-638-0988 5. M Grand Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 095-146-5363 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตลาดไทย-ลาว บึงกาฬ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตลาดไทย-ลาวตั้งอยู่บนถนนริมบึงใหญ่ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นตลาดเช้าริมแม่น้ำโขงในเขตตัวเมือง
ถาม: ตลาดไทย-ลาว เปิดวันไหน?
ตอบ: ตลาดเปิดเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์
ถาม: ตลาดไทย-ลาว เปิดกี่โมง?
ตอบ: ตลาดเปิดช่วงเช้า เวลา 06.00 – 12.00 น. ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินตลาดคือช่วงเช้าตรู่ถึงประมาณ 09.00 น.
ถาม: ตลาดไทย-ลาว มีอะไรขายบ้าง?
ตอบ: มีพืชผักพื้นบ้าน อาหารสด อาหารแห้ง ปลาแม่น้ำโขง ของป่า สมุนไพร อาหารท้องถิ่น เสื้อผ้า ของใช้ และสินค้าพื้นเมืองจากทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว
ถาม: ทำไมตลาดไทย-ลาวจึงเรียกว่าตลาดลาว?
ตอบ: เพราะมีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำสินค้ามาขายจำนวนมาก จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเรียกติดปากว่าตลาดลาว
ถาม: ตลาดไทย-ลาวเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมตลาด มีค่าใช้จ่ายเฉพาะอาหาร ของกิน ของฝาก หรือสินค้าที่เลือกซื้อ
ถาม: ควรเที่ยวตลาดไทย-ลาวร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับถนนคนเดินริมโขงบึงกาฬ ศาลเจ้าแม่สองนาง วัดโพธาราม หนองกุดทิง แก่งอาฮง และวัดอาฮงศิลาวาสได้
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●ตลาดท้องถิ่น
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




