หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.เมืองสุราษฎร์ธานี >ต.ขุนทะเล > มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อยู่ที่ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับติดต่องานทะเบียนและสำนักงานทั่วไป เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเปิดปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด).
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับติดต่องานทะเบียนและสำนักงานทั่วไป ยกเว้นวันหยุดราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเปิดปิดพื้นที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด)
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (Suratthani Rajabhat University) หรือ มรส. เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ตั้งอยู่เลขที่ 272 หมู่ 9 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีจุดเริ่มต้นจากวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2516 ก่อนพัฒนาเป็นสถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาสำคัญของภาคใต้ตอนบน มีบทบาทในการผลิตและพัฒนาครู การจัดการศึกษาหลากหลายวิชาชีพ การวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยยึดปรัชญา “สร้างปัญญา เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น” เป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปี นับจากการก่อตั้งวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานีในปี พ.ศ. 2516 และมีพัฒนาการเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง จากสถาบันผลิตครูเพื่อรองรับความต้องการของโรงเรียนในภูมิภาค สู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ กฎหมาย พยาบาลศาสตร์ และการท่องเที่ยว ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการปรับบทบาทของสถาบันการศึกษาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจในแต่ละยุคสมัย
พื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในตำบลขุนทะเล ห่างจากเขตใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชน สถานศึกษา ที่พักอาศัย ร้านค้า และแหล่งธรรมชาติสำคัญอย่างบึงขุนทะเล ภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารสำนักงาน หอสมุด ศูนย์การเรียนรู้ หอประชุม พื้นที่กิจกรรมนักศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการดำเนินชีวิตของนักศึกษา ความร่มรื่นของสภาพแวดล้อมและการกระจายตัวของอาคารต่าง ๆ ทำให้วิทยาเขตหลักมีลักษณะเป็นชุมชนการศึกษาที่รองรับกิจกรรมทั้งด้านวิชาการ สังคม และวัฒนธรรม
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้จากความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต การค้า และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันพื้นที่ภาคใต้ตอนบนยังมีชุมชนเกษตรกรรมและประมงจำนวนมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจึงมีบทบาทในการผลิตกำลังคนและพัฒนาองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ตั้งแต่การผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาไปจนถึงการพัฒนาผู้ประกอบการและนวัตกรรมชุมชน
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2516 เมื่อมีการจัดตั้งวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานีขึ้นตามนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาของประเทศไทยในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ซึ่งครอบคลุมปี พ.ศ. 2515 – 2519 ในช่วงเวลานั้นประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและการกระจายสถานศึกษาระดับสูงออกสู่ภูมิภาค จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมให้มีสถาบันผลิตครูเพื่อรองรับความต้องการของโรงเรียนและชุมชนในภาคใต้
แม้วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานีจะเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2516 แต่การเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2519 โดยจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมบุคลากรสำหรับวิชาชีพครูในยุคนั้น การเริ่มต้นจัดการศึกษาด้านครุศาสตร์จึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของสถาบัน และเป็นจุดกำเนิดของพันธกิจด้านการผลิตและพัฒนาครูที่มหาวิทยาลัยยังคงให้ความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ. 2520 วิทยาลัยได้รับการจัดโครงสร้างหน่วยงานตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 โดยมีหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานอธิการบดี คณะวิชาครุศาสตร์ คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะวิชาวิทยาศาสตร์ การมีโครงสร้างทางวิชาการที่ชัดเจนช่วยให้สถาบันสามารถพัฒนาการเรียนการสอนและบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการขยายสาขาการศึกษาในระยะต่อมา
ในปี พ.ศ. 2521 วิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง หรือ ป.กศ. ชั้นสูง เพื่อยกระดับคุณวุฒิและความรู้ทางวิชาชีพของผู้เรียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ได้จัดโครงการอบรมบุคลากรทางการศึกษาประจำการ ซึ่งเปิดโอกาสให้ครูและผู้ปฏิบัติงานในระบบการศึกษาเข้ารับการศึกษาต่อ โดยมีการจัดการเรียนการสอนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ การดำเนินงานลักษณะนี้มีความสำคัญต่อบุคลากรที่ต้องทำงานประจำและต้องการพัฒนาคุณวุฒิของตนเอง
ปี พ.ศ. 2523 วิทยาลัยเริ่มเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาครุศาสตร์ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการจัดการศึกษา เพราะช่วยยกระดับสถาบันจากการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรไปสู่การผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ทั้งด้านวิชาการ วิธีการจัดการเรียนรู้ และการพัฒนาผู้เรียน
ในช่วงปี พ.ศ. 2525 – 2530 วิทยาลัยได้ขยายความร่วมมือและหลักสูตรออกไปยังสาขาอื่น โดยมีการจัดการศึกษาร่วมกับวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชุมพร และเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับพลศึกษาและการอาชีพ การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในปี พ.ศ. 2527 ยังเปิดทางให้วิทยาลัยครูสามารถจัดการศึกษาสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากครุศาสตร์ได้ ส่งผลให้สถาบันขยายฐานความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาการจัดการ และวิชาชีพต่าง ๆ มากขึ้น
ปี พ.ศ. 2530 มีการจัดโครงสร้างหน่วยงานใหม่ ประกอบด้วยคณะวิชาครุศาสตร์ คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิชาวิทยาการจัดการ และคณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนด้านการวิจัย ศิลปวัฒนธรรม กิจการนักศึกษา และการบริหารวิชาการ การจัดโครงสร้างในช่วงนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากวิทยาลัยครูสู่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศาสตร์หลากหลายประเภท
พัฒนาการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2530 โดยในปี พ.ศ. 2533 วิทยาลัยมีโครงการความร่วมมือกับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากประเทศแคนาดาเพื่อพัฒนาโปรแกรมวิชาวิทยาการจัดการ และในปี พ.ศ. 2534 มีความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นในการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ด้านเคมีและคอมพิวเตอร์ ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนความพยายามยกระดับองค์ความรู้ของบุคลากรและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์สถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม “ราชภัฏ” ให้แก่สถาบันในกลุ่มวิทยาลัยครู ชื่อราชภัฏมีความหมายเกี่ยวข้องกับการเป็นคนของพระราชาและผู้รับใช้แผ่นดิน จึงกลายเป็นชื่อที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อประชาชน ชุมชน และประเทศชาติ และเป็นรากฐานของอัตลักษณ์สถาบันราชภัฏสืบต่อมา
การเปลี่ยนสถานภาพเป็นสถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้รับการรองรับทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ช่วงเวลาดังกล่าวสถาบันได้พัฒนาหลักสูตรและระบบบริหารการศึกษาให้ครอบคลุมหลายสาขามากขึ้น ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิชาชีพอื่น ๆ การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้บทบาทของสถาบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตครู แต่ขยายไปสู่การผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานในภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ และองค์กรต่าง ๆ ของท้องถิ่น
ในปี พ.ศ. 2542 สถาบันได้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยและเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโทเป็นครั้งแรกในสาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา การก้าวเข้าสู่การจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษานับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัยและการผลิตบุคลากรระดับสูงที่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาชุมชนและองค์กร ในระยะต่อมาได้มีการเปิดการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการศึกษาและยุทธศาสตร์การพัฒนาเพิ่มเติม
ช่วงปี พ.ศ. 2543 – 2546 สถาบันยังคงขยายโอกาสการศึกษาสำหรับบุคลากรท้องถิ่นและประชาชนทั่วไป รวมถึงการจัดการศึกษานอกพื้นที่หลักในจังหวัดระนองและอำเภอเกาะสมุย การดำเนินงานดังกล่าวมีความสำคัญต่อประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปศึกษาในพื้นที่หลักได้สะดวก และสะท้อนแนวคิดการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมชุมชนในภาคใต้ตอนบนมากขึ้น พร้อมกับการเตรียมความพร้อมด้านหลักสูตร บุคลากร และโครงสร้างการบริหารเพื่อรองรับการเป็นมหาวิทยาลัย
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 การเปลี่ยนสถานภาพครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านกฎหมายและการบริหาร ทำให้สถาบันมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยและสามารถพัฒนาภารกิจด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมได้ภายใต้กรอบการบริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปี พ.ศ. 2548 มีการจัดตั้งส่วนราชการและโครงสร้างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยสำนักงานอธิการบดี คณะทางวิชาการ สถาบันวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน และวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว หน่วยงานเหล่านี้มีบทบาททั้งด้านการบริหาร การจัดการเรียนการสอน และการสนับสนุนกิจกรรมวิชาการกับบริการสาธารณะของมหาวิทยาลัย
ปี พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเปิดคณะใหม่ 2 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ พร้อมรับนักศึกษารุ่นแรก การเปิดคณะเหล่านี้ช่วยขยายทางเลือกการศึกษาสู่สาขาวิชาชีพที่สำคัญต่อสังคม โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ความยุติธรรม และการพยาบาล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและระบบบริการสาธารณะ ในช่วงเดียวกันมหาวิทยาลัยยังพัฒนาหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจการบินเพื่อรองรับการเติบโตของภาคบริการ
ปี พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยได้ขยายการจัดการศึกษาด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจการบินที่อำเภอเกาะสมุย พร้อมกับพัฒนาการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านภาวะผู้นำการจัดการศึกษาในช่วงเวลาดังกล่าว การขยายการศึกษาไปยังเกาะสมุยมีความสัมพันธ์กับความสำคัญของพื้นที่ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านธุรกิจบริการ การโรงแรม ภาษา และการจัดการการท่องเที่ยว
ในช่วงปี พ.ศ. 2555 – 2559 มหาวิทยาลัยได้พัฒนานโยบายการศึกษาที่เชื่อมโยงกับประชาคมอาเซียน การพัฒนาภาษาต่างประเทศ และการบริหารจัดการเชิงนวัตกรรม โดยมีการจัดตั้งสถาบันภาษาและการพัฒนากิจกรรมด้านอาเซียนศึกษา ตลอดจนขยายหลักสูตรด้านการจัดการภัยพิบัติ การค้าปลีก ธุรกิจเกษตร และธุรกิจอาหาร การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของมหาวิทยาลัยให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และตลาดแรงงาน
ปี พ.ศ. 2560 มีการเปิดอาคารหอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติหลังใหม่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เพื่อพัฒนาพื้นที่และบริการด้านการศึกษาค้นคว้า ต่อมาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 มีพิธีเปิดอาคารสำนักงานอธิการบดีหลังใหม่พร้อมกับกิจกรรมวันราชภัฏ การพัฒนาอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวสะท้อนการขยายขีดความสามารถในการรองรับนักศึกษา บุคลากร และการจัดกิจกรรมทางวิชาการของมหาวิทยาลัย
ในปี พ.ศ. 2566 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งสถาบัน โดยนำเสนอพัฒนาการจากวิทยาลัยครูสู่มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และเน้นแนวคิดการสร้างบัณฑิตที่มีสมรรถนะในฐานะวิศวกรสังคม การครบรอบดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อชุมชนตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษ ทั้งในด้านการผลิตครู การพัฒนาบุคลากร การศึกษาวิจัย และการดำเนินกิจกรรมที่สร้างประโยชน์แก่สังคม
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีบริหารงานโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม ในตำแหน่งอธิการบดี โดยมีการดำเนินงานภายใต้ปรัชญา “สร้างปัญญา เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น” และมุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาให้มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาของสังคมผ่านการเรียนรู้ทางวิชาการและการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง บทบาทดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏในยุคที่การศึกษาต้องสามารถเชื่อมโยงกับความต้องการของประชาชนและการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชื่อ “ราชภัฏ” มีความหมายที่สะท้อนอุดมการณ์ของการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อรับใช้แผ่นดินและประชาชน ขณะที่ชื่อ “สุราษฎร์ธานี” เชื่อมโยงกับจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบัน การรวมชื่อทั้งสองส่วนจึงสื่อถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยที่มุ่งนำองค์ความรู้และบุคลากรไปสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ความหมายดังกล่าวยังสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่ให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
ด้านอัตลักษณ์และสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีใช้ตราพระราชลัญจกรที่ได้รับพระราชทานเป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน ลักษณะเป็นรูปวงรีที่มีสัญลักษณ์มหาอุณาโลมภายในวงจักร พร้อมรัศมีและเศวตฉัตร 7 ชั้นเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ สีของตราประกอบด้วยสีน้ำเงิน สีเขียว สีทอง สีส้ม และสีขาว ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความเจริญทางปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และความบริสุทธิ์ของความคิดตามลำดับ
สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีฟ้าและสีแดง ส่วนดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือดอกราชพฤกษ์ ซึ่งมีดอกสีเหลืองเป็นช่อยาวและเป็นพรรณไม้ที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของประเทศไทย สีและตราสัญลักษณ์เหล่านี้ปรากฏอยู่ในกิจกรรมสำคัญ พิธีการของมหาวิทยาลัย และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทำหน้าที่แสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
มหาวิทยาลัยกำหนดแนวทางการพัฒนานักศึกษาผ่านทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนวัตกร แนวคิดนี้เน้นให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหาอย่างมีเหตุผล ถ่ายทอดความรู้ ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างแนวทางแก้ปัญหาที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้จริง การพัฒนาทักษะดังกล่าวช่วยให้การศึกษาเชื่อมโยงกับการลงมือปฏิบัติและทำให้นักศึกษามีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับประชาชนก่อนสำเร็จการศึกษา
การเป็นวิศวกรสังคมไม่ได้หมายถึงการเรียนวิศวกรรมศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะที่นักศึกษาทุกสาขาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น นักศึกษาครุศาสตร์สามารถพัฒนากิจกรรมเรียนรู้สำหรับโรงเรียนในชุมชน นักศึกษาวิทยาศาสตร์สามารถนำความรู้มาช่วยวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อม นักศึกษาวิทยาการจัดการสามารถสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ และนักศึกษามนุษยศาสตร์สามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น แนวคิดดังกล่าวจึงเชื่อมโยงกับภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างประโยชน์ทางการศึกษาและสังคม
โครงสร้างการศึกษาของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยคณะและหน่วยจัดการศึกษาหลัก ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย ซึ่งเป็นหน่วยจัดการศึกษาในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนและโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
คณะครุศาสตร์เป็นหนึ่งในคณะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุด เนื่องจากมีจุดกำเนิดร่วมกับการก่อตั้งวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี ภารกิจหลักคือการผลิตและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านเนื้อหาวิชา จิตวิทยาการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยเผยแพร่บัญชีรับสมัครครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี ซึ่งมีวิชาเอกด้านการศึกษาปฐมวัย คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศึกษา เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ทั่วไป ศิลปศึกษา และสังคมศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการศึกษามนุษย์ สังคม การเมือง การปกครอง ภาษา วัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน โดยมีการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงศาสตร์ทางสังคมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ สาขาที่ปรากฏในบัญชีรับสมัครปีการศึกษา 2569 ได้แก่ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ การจัดการทางวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน ภาษาจีน ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ กลุ่มวิชาเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรในภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรชุมชน และอาชีพด้านภาษาและการสื่อสาร
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความโดดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการเกษตร อาหาร สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และสาธารณสุข หลักสูตรและกลุ่มวิชาเอกตามบัญชีรับสมัครปีการศึกษา 2569 ครอบคลุมเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์และประสบการณ์ผู้ใช้ วิทยาการเกษตร อาหารและสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ อนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สาธารณสุขชุมชน และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ศาสตร์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับความต้องการบุคลากรด้านเทคโนโลยี การผลิต การจัดการทรัพยากร และสุขภาพของประชาชน
คณะวิทยาการจัดการมุ่งผลิตบุคลากรด้านบริหารธุรกิจ การจัดการองค์กร การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสารสมัยใหม่ โดยในบัญชีรับสมัครปีการศึกษา 2569 มีสาขาและวิชาเอกด้านบริหารธุรกิจ การเงินและการลงทุน การจัดการทั่วไป ธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการธุรกิจอัจฉริยะ โลจิสติกส์ การตลาด การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจเกษตร ธุรกิจอาหาร การบัญชี เศรษฐกิจชุมชน และนิเทศศาสตร์ดิจิทัล การเรียนรู้ในกลุ่มนี้สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรสำหรับภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
คณะนิติศาสตร์จัดการศึกษาด้านกฎหมาย โดยมีหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตเป็นหลักสูตรสำคัญ การศึกษากฎหมายช่วยสร้างความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายไทย สิทธิและหน้าที่ของบุคคล หลักนิติธรรม และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพด้านกฎหมาย การบริหารภาครัฐ และการดำเนินงานขององค์กรต่าง ๆ มหาวิทยาลัยยังมีการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอีกด้วย
คณะพยาบาลศาสตร์เป็นหน่วยจัดการศึกษาด้านวิชาชีพสุขภาพ โดยมีหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตที่มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพประชาชน วิชาชีพพยาบาลมีความสำคัญต่อระบบบริการสุขภาพทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน การเรียนรู้ในสาขานี้ต้องอาศัยความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จริยธรรมวิชาชีพ การดูแลผู้ป่วย และการฝึกทักษะตามมาตรฐานวิชาชีพ
วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ โดยมีหลักสูตรด้านการจัดการการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงธุรกิจการบิน การศึกษาในศาสตร์เหล่านี้เชื่อมโยงกับการบริหารธุรกิจบริการ การต้อนรับนักท่องเที่ยว การสื่อสาร การจัดการประสบการณ์เดินทาง และการดำเนินงานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว วิทยาลัยจึงมีบทบาทในการผลิตบุคลากรสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการบริการทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
วิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุยเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของการขยายการศึกษาไปยังพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีการจัดการศึกษาด้านการจัดการโรงแรมและธุรกิจเรือสำราญ รวมถึงศิลปะการประกอบอาหารไทยและอาหารนานาชาติ สาขาเหล่านี้ตอบสนองลักษณะของเศรษฐกิจเกาะสมุยที่เกี่ยวข้องกับการโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ การจัดการศึกษาบนเกาะสมุยช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าใจบริบทของสถานประกอบการและการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง
นอกจากการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว มหาวิทยาลัยยังดำเนินการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู โดยหลักสูตรที่เผยแพร่ผ่านหน่วยงานบัณฑิตศึกษาครอบคลุมด้านการบริหารการศึกษา หลักสูตรและการสอน บริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ การจัดการชุมชนท้องถิ่น การพัฒนากระบวนการยุติธรรม การจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ การเมืองการปกครอง และนโยบายสาธารณะ ทั้งนี้การเปิดรับนักศึกษาใหม่ในแต่ละภาคการศึกษาขึ้นอยู่กับประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ
ด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาทำหน้าที่สนับสนุนงานวิจัยของบุคลากรและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถใช้ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม การวิจัยของมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงกับศาสตร์หลากหลายด้าน เช่น การศึกษา การจัดการชุมชน สิ่งแวดล้อม การเกษตร อาหาร การพัฒนาผู้ประกอบการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สิ่งสำคัญคือการนำความรู้และผลการศึกษามาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่นผ่านการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ต้องการให้สถาบันการศึกษาเป็นแหล่งความรู้สำหรับประชาชน ไม่ใช่เพียงสถานที่จัดการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาเท่านั้น ความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และองค์กรชุมชนจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในด้านศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมีสำนักศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งทำหน้าที่ศึกษา อนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมภาคใต้และภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมของหน่วยงานครอบคลุมการเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปกรรม การถ่ายทอดภูมิปัญญา และการนำองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมมาบูรณาการกับการศึกษา ตัวอย่างเช่น กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับผ้ายกภาคใต้และการเชื่อมโยงภูมิปัญญาการทอผ้ากับการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับนักศึกษาครูในปี พ.ศ. 2569
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยที่มีคุณค่าด้านวัฒนธรรมคือหอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาและเผยแพร่แนวคิดของพระธรรมโกศาจารย์ หรือพุทธทาสภิกขุ พระนักคิดทางพระพุทธศาสนาผู้มีความสำคัญต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสังคมไทย หอพุทธทาสธรรมโฆษณ์มีบทบาทในการรวบรวมองค์ความรู้ด้านพุทธทาสศึกษาและเผยแพร่แนวคิดทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้แก่ผู้สนใจ
ความน่าสนใจของหอพุทธทาสธรรมโฆษณ์อยู่ที่การเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ทางความคิดของพุทธทาสภิกขุกับการศึกษาท้องถิ่นภาคใต้ โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดมรดกทางปัญญาและวัฒนธรรม ศูนย์แห่งนี้จึงมีความสำคัญสำหรับนักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจศึกษาแนวคิดทางพระพุทธศาสนา รวมถึงผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจบทบาทของพุทธทาสภิกขุต่อการศึกษาศาสนาและสังคมไทย ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานควรประสานงานกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเดินทาง
หอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัย โดยทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนรู้ การค้นคว้า และการวิจัยของนักศึกษาและบุคลากร ภายในระบบบริการของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมีทั้งทรัพยากรสารสนเทศ ระบบสืบค้นข้อมูล ฐานข้อมูลออนไลน์ และพื้นที่การเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสนับสนุนการศึกษา การมีหอสมุดและแหล่งข้อมูลที่ทันสมัยช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
มหาวิทยาลัยยังมีพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ เช่น ห้องฝึกอบรมอัจฉริยะ ห้องเรียนอัจฉริยะ ห้องสำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์และนวัตกรรม และบริการสื่อดิจิทัล โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ร่วมสมัย พื้นที่เหล่านี้ช่วยสนับสนุนการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน และการพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักศึกษา
หอประชุมวชิราลงกรณเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย ใช้รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ พิธีการ และการประชุมทางวิชาการ โดยมีบทบาทในกิจกรรมสำคัญของสถาบัน เช่น งานวันราชภัฏ งานด้านวัฒนธรรม และกิจกรรมมหาวิทยาลัย การมีหอประชุมขนาดใหญ่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นสถานที่จัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างนักศึกษา บุคลากร ประชาชน และหน่วยงานภายนอกได้
ด้านประเพณีและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันราชภัฏ เป็นวันสำคัญที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการพระราชทานนามราชภัฏเมื่อปี พ.ศ. 2535 กิจกรรมวันราชภัฏเป็นโอกาสให้ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาร่วมระลึกถึงความเป็นมาของสถาบันและอุดมการณ์การทำงานเพื่อท้องถิ่น โดยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดงานวันราชภัฏภายใต้แนวคิด “คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน” ณ หอประชุมวชิราลงกรณ
พิธีไหว้ครูเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สะท้อนวัฒนธรรมการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษาภายใต้แนวคิด “ผู้สร้างวิศวกรสังคม” เพื่อส่งเสริมความเคารพต่อครูอาจารย์ ความกตัญญู และการตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษา กิจกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำประเพณีไทยมาเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์บัณฑิตและเป้าหมายการพัฒนาสังคมของมหาวิทยาลัย
ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับวัฒนธรรมท้องถิ่นยังปรากฏผ่านการมีส่วนร่วมในประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญหลังเทศกาลออกพรรษา ในปี พ.ศ. 2569 บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้ร่วมกิจกรรมถวายพุ่มผ้าป่าบริเวณริมแม่น้ำตาปี และนักศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการนำเสนอการแต่งกายนางรำที่เชื่อมโยงเรื่องราวของบึงขุนทะเลผ่านการแสดง “ระบำยอยกตะวัน” กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการอนุรักษ์ประเพณีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนกับชุมชน
การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมในลักษณะดังกล่าวมีคุณค่าในด้านการสืบทอดความรู้จากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นใหม่ เพราะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ศึกษาเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และรูปแบบศิลปกรรมของท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประเพณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการจัดการศึกษาที่ไม่ได้แยกขาดจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของประชาชน
ชีวิตนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยการเรียนในห้องเรียน การทำกิจกรรมร่วมกับคณะและสโมสรนักศึกษา การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การศึกษาค้นคว้า และการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม นอกจากนี้ยังมีระบบบริการนักศึกษาและหอพักเพื่อรองรับผู้เรียนจากจังหวัดต่าง ๆ การมีพื้นที่เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะส่วนบุคคล ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญต่อการประกอบอาชีพในอนาคต
มหาวิทยาลัยมีโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็นหนึ่งในหน่วยงานด้านการศึกษา โดยโรงเรียนสาธิตมีความเชื่อมโยงกับภารกิจทางวิชาการของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาการเรียนรู้ในระดับก่อนอุดมศึกษา การมีโรงเรียนสาธิตสะท้อนความต่อเนื่องของบทบาทสถาบันที่มีรากฐานจากการผลิตครูและพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่น
สำหรับผู้สนใจศึกษาดูงาน มหาวิทยาลัยมีความน่าสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านการศึกษา ประวัติศาสตร์สถาบันราชภัฏ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะผู้ที่สนใจหอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ หอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติ หรือการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยมีการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการเข้าชมอาคารเฉพาะทางหรือศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีไม่ได้มีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเวลาเปิดปิดเดียวกันทุกพื้นที่ เนื่องจากเป็นสถานศึกษาที่มีทั้งอาคารสำนักงาน อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอสมุด หอประชุม และบริการอื่น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน เวลาติดต่อคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนการให้บริการบางหน่วยงานในวันเสาร์และวันอาทิตย์ขึ้นอยู่กับปฏิทินการเรียนการสอนและข้อกำหนดเฉพาะ การเดินทางเพื่อธุระหรือศึกษาดูงานจึงควรพิจารณากำหนดการของหน่วยงานปลายทางร่วมด้วย
การเดินทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่เลขที่ 272 หมู่ 9 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากเขตใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 15 กิโลเมตร ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้เส้นทางถนนสุราษฎร์-นาสารและค้นหาชื่อมหาวิทยาลัยในระบบนำทางเพื่อเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัย ส่วนผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้บริการรถรับจ้างหรือขนส่งในท้องถิ่น โดยควรแจ้งจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตำบลขุนทะเล เพื่อไม่ให้สับสนกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคนละสถานศึกษา
สำหรับผู้เดินทางจากต่างจังหวัด สามารถเดินทางมายังสุราษฎร์ธานีด้วยรถยนต์ รถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน แล้วใช้บริการรถรับจ้างหรือการเดินทางในพื้นที่เพื่อไปยังมหาวิทยาลัย โดยควรตรวจสอบเวลาเดินทางและจุดรับส่งก่อนออกเดินทาง ผู้ที่มาสอบสัมภาษณ์ สมัครเรียน ติดต่อราชการ หรือเข้าร่วมงานพิธีควรเผื่อเวลาเดินทางจากตัวเมือง เนื่องจากมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนเส้นทางที่ออกจากเขตศูนย์กลางเมืองไปยังตำบลขุนทะเล
พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ โดยเฉพาะบึงขุนทะเลซึ่งเป็นแหล่งน้ำและพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสำคัญกับชุมชน รวมถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี การจัดเวลาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยควบคู่กับการทำความรู้จักแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และสภาพแวดล้อมของภาคใต้ตอนบนมากยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลาการพัฒนาจากวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานีสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันแห่งนี้ได้สะท้อนบทบาทสำคัญของการศึกษาที่มุ่งสร้างบุคลากรและองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม จากจุดเริ่มต้นของการผลิตครูในปี พ.ศ. 2519 สู่การเปิดสอนศาสตร์หลากหลายและการขยายพื้นที่การศึกษาไปยังเกาะสมุย มหาวิทยาลัยยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพเยาวชน การส่งเสริมวิชาชีพ การวิจัย และการอนุรักษ์วัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามอุดมการณ์ของสถาบันราชภัฏ
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Suratthani Rajabhat University (SRU) |
| ประเภทมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น |
| ที่ตั้ง | ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่ | 272 หมู่ 9 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100 |
| ปีเริ่มก่อตั้งสถาบัน | พ.ศ. 2516 ในนามวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี |
| ปีเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก | พ.ศ. 2519 ระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา |
| การพระราชทานนามราชภัฏ | 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 |
| การเปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันราชภัฏ | ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 |
| วันที่สถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 |
| อายุสถาบันในปี 2569 | 53 ปีนับจากปีเริ่มก่อตั้ง พ.ศ. 2516 และ 22 ปีในสถานะมหาวิทยาลัยนับจาก พ.ศ. 2547 |
| อธิการบดี | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม |
| ปรัชญา | สร้างปัญญา เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น |
| อัตลักษณ์บัณฑิต | วิศวกรสังคม: นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนวัตกร |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีฟ้าและสีแดง |
| ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ดอกราชพฤกษ์ |
| ตราสัญลักษณ์ | ตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 |
| คณะและหน่วยจัดการศึกษา | 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. คณะวิทยาการจัดการ 5. คณะพยาบาลศาสตร์ 6. คณะนิติศาสตร์ 7. วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว 8. วิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย |
| พื้นที่จัดการศึกษา | วิทยาเขตหลัก ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และวิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ศาสตร์สำคัญ | ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี บริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ การท่องเที่ยว การโรงแรม และอาหาร |
| สถานที่สำคัญภายใน | 1. หอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ 2. หอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติ 3. หอประชุมวชิราลงกรณ 4. อาคารสำนักงานอธิการบดี 5. อาคารคณะและห้องปฏิบัติการ 6. พื้นที่กิจกรรมนักศึกษาและหอพัก |
| ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ | วันราชภัฏ 14 กุมภาพันธ์ พิธีไหว้ครู กิจกรรมนักศึกษา การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| วันเปิดทำการสำนักงานทั่วไป | วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ |
| เวลาเปิดทำการสำนักงานทั่วไป | 08.30 – 16.30 น. |
| การติดต่อในวันเสาร์และอาทิตย์ | บางหน่วยงานให้บริการตามตารางจัดการเรียนการสอนหรือปฏิทินวิชาการ ควรติดต่อหน่วยงานปลายทางก่อนเดินทาง |
| การเข้าศึกษาดูงาน | ติดต่อหน่วยงานที่ต้องการเข้าศึกษาดูงานล่วงหน้า โดยอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอสมุด และหอพุทธทาสธรรมโฆษณ์มีข้อกำหนดการใช้พื้นที่เฉพาะ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้ถนนสุราษฎร์-นาสารมุ่งหน้าตำบลขุนทะเล ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 15 กม. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่เชื่อมต่อ | 1. หอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ ภายในมหาวิทยาลัย 2. บึงขุนทะเล ตำบลขุนทะเลและพื้นที่เชื่อมต่อ 3. ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 4. สะพานนริศและพื้นที่ริมแม่น้ำตาปี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 5. สวนสาธารณะเกาะลำพู อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี |
| ร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัยและในตำบลขุนทะเล | 1. ศูนย์อาหาร SRU ภายในมหาวิทยาลัย 2. ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต แยกไฟแดง มอ. โทร. 061-186-8109 3. สวนอีสาน หน้าราชภัฏ โทร. 089-802-1164 4. เกี๊ยวปลานิคม สุราษฎร์ธานี โทร. 077-355-116 5. ริมรั้ว แซ่บอีสาน โทร. 096-212-5624 |
| ที่พักใกล้มหาวิทยาลัย | 1. โอเค แมนชั่น บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย โทร. 084-246-2290 2. นวลแมนชั่น บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย โทร. 080-538-0255 3. วีไอพี รูม ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล โทร. 083-643-9182 4. แสงเดือน แมนชั่น ซอยขุนทะเล 1 ถนนสุราษฎร์-นาสาร 5. Ploy's Pearl Hotel ตำบลขุนทะเล โทร. 077-962-566 |
| เบอร์โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 077-913333 |
| เบอร์โทรศัพท์งานรับสมัครปริญญาตรี | 077-913357 หรือ 077-913333 ต่อ 3902, 3904, 3905, 3906, 3911 |
| เบอร์โทรศัพท์งานบัณฑิตศึกษา | 077-913381 |
| อีเมลทางการ | saraban@sru.ac.th |
| เว็บไซต์ทางการ | https://sru.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2569
| คณะและระดับการศึกษา | หลักสูตร สาขาวิชา และวิชาเอกที่ปรากฏในข้อมูลทางการ |
| คณะครุศาสตร์ ปริญญาตรี | ครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี สาขาวิชาครุศาสตร์ 1. วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย 2. วิชาเอกคณิตศาสตร์ 3. วิชาเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา 4. วิชาเอกเคมี 5. วิชาเอกชีววิทยา 6. วิชาเอกฟิสิกส์ 7. วิชาเอกภาษาไทย 8. วิชาเอกภาษาอังกฤษ 9. วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป 10. วิชาเอกศิลปศึกษา 11. วิชาเอกสังคมศึกษา |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปริญญาตรี | 1. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 2. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทางวัฒนธรรม 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 8. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ |
| คณะวิทยาการจัดการ ปริญญาตรี | 1. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ดิจิทัล บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ 2. วิชาเอกการเงินและการลงทุน 3. วิชาเอกการจัดการทั่วไป 4. วิชาเอกการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ 5. วิชาเอกการจัดการธุรกิจอัจฉริยะ 6. วิชาเอกการจัดการโลจิสติกส์ 7. วิชาเอกการตลาด 8. วิชาเอกการบริหารทรัพยากรมนุษย์ 9. วิชาเอกการเป็นผู้ประกอบการ 10. วิชาเอกธุรกิจเกษตร 11. วิชาเอกธุรกิจอาหาร 12. บัญชีบัณฑิต 13. เศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐกิจชุมชน |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปริญญาตรี | วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. วิชาเอกมัลติมีเดีย 2. วิชาเอกการพัฒนาซอฟต์แวร์และประสบการณ์ผู้ใช้ 3. วิชาเอกเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการเกษตร อาหารและสิ่งแวดล้อม 4. วิชาเอกการจัดการภัยพิบัติ 5. วิชาเอกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6. วิชาเอกเทคโนโลยีพลังงานทดแทน 7. วิชาเอกนวัตกรรมทางการเกษตร 8. วิชาเอกนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ 9. วิชาเอกประมง 10. วิชาเอกพืชศาสตร์ 11. วิชาเอกสัตวศาสตร์ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 12. วิชาเอกคณิตศาสตร์ 13. วิชาเอกเคมี 14. วิชาเอกชีววิทยา 15. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม 16. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 17. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 18. วิชาเอกเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม 19. วิชาเอกเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม |
| วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว ปริญญาตรี | 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและบริการ หลักสูตรภาษาไทย 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและบริการ หลักสูตร 2 ภาษา 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการบิน |
| วิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย ปริญญาตรี | 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและธุรกิจเรือสำราญ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหารไทยและอาหารนานาชาติ |
| คณะนิติศาสตร์ ปริญญาตรี | 1. นิติศาสตรบัณฑิต |
| คณะพยาบาลศาสตร์ ปริญญาตรี | 1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต |
| งานบัณฑิตศึกษา ประกาศนียบัตรบัณฑิต | 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู |
| งานบัณฑิตศึกษา ปริญญาโท | 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 2. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 3. นิติศาสตรมหาบัณฑิต 4. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต 5. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง 6. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการชุมชนท้องถิ่น 7. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม 8. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ 9. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 272 หมู่ 9 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100 ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: งานทะเบียนและสำนักงานทั่วไปสามารถติดต่อได้วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนบางหน่วยงานมีบริการวันเสาร์และอาทิตย์ตามปฏิทินวิชาการ และพื้นที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดเฉพาะ
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2516 ในนามวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2519 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มีหน่วยจัดการศึกษาหลัก ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว และวิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีวิทยาเขตเกาะสมุยหรือไม่?
ตอบ: มีพื้นที่จัดการศึกษาที่อำเภอเกาะสมุยผ่านวิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย ซึ่งมีหลักสูตรด้านการจัดการโรงแรมและธุรกิจเรือสำราญ รวมถึงศิลปะการประกอบอาหารไทยและอาหารนานาชาติ
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีความโดดเด่นด้านใด?
ตอบ: มีรากฐานด้านการผลิตครูและการพัฒนาการศึกษา รวมถึงมีบทบาทสำคัญด้านการพัฒนาชุมชน งานวิจัย การบริการวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้
ถาม: ภายในมหาวิทยาลัยมีสถานที่เรียนรู้ด้านวัฒนธรรมหรือไม่?
ตอบ: มีหอพุทธทาสธรรมโฆษณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและเผยแพร่แนวคิดของพุทธทาสภิกขุ รวมถึงงานด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้สนใจควรติดต่อสำนักศิลปะและวัฒนธรรมก่อนเดินทาง
ถาม: ต้องการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีติดต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถดูข้อมูลและประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://admission.sru.ac.th/ หรือโทรศัพท์งานรับสมัครปริญญาตรี 077-913357 ส่วนงานบัณฑิตศึกษาโทร. 077-913381
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว




