หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี >อ.กาญจนดิษฐ์ >ต.กะแดะ > ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรม
TL;DR: ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรม อยู่ที่บริเวณปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงกลางน้ำ ควรนัดเรือหรือผู้ให้บริการท้องถิ่นล่วงหน้า.
ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรม

วันเปิดทำการ: เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงกลางน้ำ ควรนัดเรือหรือผู้ให้บริการท้องถิ่นล่วงหน้า
เวลาเหมาะสมในการเข้าชม: ช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง
ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่สำคัญของอำเภอกาญจนดิษฐ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ ซึ่งเชื่อมออกสู่อ่าวบ้านดอน พื้นที่นี้มีชื่อเสียงเรื่องการเพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหอยนางรมสุราษฎร์ธานีที่ขึ้นชื่อเรื่องขนาดใหญ่ เนื้ออวบ สด และมีรสหวานจากความสมบูรณ์ของน้ำทะเลบริเวณปากอ่าว การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการชมฟาร์มหอยกลางน้ำ แต่เป็นการเข้าใจเส้นทางชีวิตของชาวประมง การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศชายฝั่ง และภูมิปัญญาการเลี้ยงหอยที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
พื้นที่ปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะเป็นบริเวณที่น้ำจืดจากลำคลองไหลมาบรรจบกับน้ำทะเลของอ่าวบ้านดอน ทำให้เกิดสภาพน้ำกร่อยที่มีสารอาหารสูง เหมาะต่อการเติบโตของหอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง และสัตว์น้ำชายฝั่งหลายชนิด ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หอยนางรมจากกาญจนดิษฐ์มีชื่อเสียงมายาวนาน ผู้มาเยือนจะเห็นแนวหลักซีเมนต์ เสาไม้ เชือกเลี้ยงหอย และขนำกลางทะเลที่ชาวประมงใช้เป็นจุดพัก เฝ้าฟาร์ม และทำกิจกรรมประมงในชีวิตประจำวัน ภาพเหล่านี้ทำให้การเที่ยวฟาร์มหอยนางรมมีคุณค่ามากกว่าการเดินทางไปกินอาหารทะเล เพราะผู้ชมได้เห็นต้นทางของวัตถุดิบที่สร้างชื่อให้จังหวัดอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลต้นฉบับระบุว่าศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมอยู่ที่ปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติ และหอยนางรมจากปากคลองนี้มีขนาดใหญ่กว่าแห่งอื่น สาระนี้ยังเป็นแกนสำคัญของพื้นที่ในปัจจุบัน เพราะแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมในอำเภอกาญจนดิษฐ์ยังปรากฏอยู่ในข้อมูลหน่วยงานด้านการค้า การท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะการกล่าวถึงหอยนางรมสุราษฎร์ธานีในฐานะสินค้าท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และมีการควบคุมมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผู้ที่ต้องการเข้าใจสุราษฎร์ธานีในเชิงลึกจึงควรมองพื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติชายฝั่งในเวลาเดียวกัน
การเดินทางไปชมฟาร์มหอยนางรมควรเริ่มจากการติดต่อเรือหรือผู้ให้บริการในพื้นที่ท่าทองและกาญจนดิษฐ์ล่วงหน้า เนื่องจากฟาร์มส่วนใหญ่อยู่กลางน้ำ ไม่ใช่ศูนย์ท่องเที่ยวแบบอาคารถาวรที่สามารถเดินเข้าไปชมได้ตลอดเวลา ข้อมูลเดิมระบุว่านักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหางยาวขนาดบรรทุกประมาณ 10 คนได้ที่ท่าเรือของหมู่บ้านท่าทอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เมื่อออกจากท่าเรือ เรือจะแล่นผ่านลำน้ำและพื้นที่ชายฝั่งออกสู่แปลงเลี้ยงหอยกลางอ่าว ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งชุมชนริมน้ำ ป่าชายเลน เรือประมงพื้นบ้าน และแนวฟาร์มหอยที่เรียงตัวอยู่ในน้ำตื้น
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมฟาร์มหอยคือช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง เพราะระดับน้ำที่ลดลงทำให้เห็นหอยนางรมที่เกาะตามแท่งซีเมนต์ เสา หรือวัสดุเลี้ยงได้ชัดเจนกว่าในช่วงน้ำสูง การเลือกเวลาให้ตรงกับสภาพน้ำจึงมีผลต่อคุณภาพของประสบการณ์โดยตรง หากไปช่วงน้ำขึ้นสูง ผู้ชมอาจเห็นเพียงแนวเสาและผิวน้ำ แต่หากไปช่วงน้ำลงจะเห็นโครงสร้างการเลี้ยงหอยชัดขึ้น เห็นการเกาะตัวของหอย เห็นวิธีจัดวางหลัก และเข้าใจว่าชาวประมงต้องพึ่งพาจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงในการดูแลและเก็บเกี่ยวหอยอย่างไร
หัวใจของการเที่ยวศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมคือการเรียนรู้วิถีชาวประมงชายฝั่ง หอยนางรมไม่ได้เติบโตจากการเลี้ยงในบ่อปิด แต่เติบโตจากน้ำธรรมชาติที่หมุนเวียนอยู่ในปากอ่าว ชาวประมงต้องรู้ตำแหน่งน้ำ รู้ทิศทางลม รู้จังหวะน้ำขึ้นน้ำลง และรู้วิธีจัดวางวัสดุเลี้ยงให้เหมาะกับสภาพทะเล วิธีการเลี้ยงมักอาศัยหลักให้ตัวอ่อนหอยมาเกาะบนวัสดุที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงปล่อยให้หอยเติบโตตามสภาพธรรมชาติ โดยมีการดูแล ตรวจสอบ และเก็บเกี่ยวตามอายุและขนาดที่เหมาะสม
หอยนางรมสุราษฎร์ธานีมีภาพจำเด่นคือความสด ความใหญ่ และรสหวานมัน เนื่องจากพื้นที่อ่าวบ้านดอนมีแร่ธาตุและอาหารธรรมชาติที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอย คำกล่าวที่คนท้องถิ่นใช้สื่อถึงคุณภาพของหอยนางรมสุราษฎร์ธานีคือ “ขาวนวล อ้วน สะอาด” ซึ่งสะท้อนทั้งลักษณะเนื้อ สี ความสมบูรณ์ และความมั่นใจในแหล่งผลิต เมื่อผู้มาเยือนได้เห็นแหล่งเพาะเลี้ยงจริง จะเข้าใจว่าคุณภาพของหอยไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบนิเวศชายฝั่งที่เหมาะสมและทักษะการดูแลของชาวประมงที่สั่งสมมานาน
ระหว่างล่องเรือไปชมฟาร์ม ผู้เดินทางจะเห็นขนำหรือกระท่อมกลางน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีเลี้ยงหอยในอ่าวบ้านดอน ขนำทำหน้าที่เป็นที่พัก ที่เฝ้าฟาร์ม ที่เก็บอุปกรณ์ และบางแห่งพัฒนาต่อยอดเป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ชาวบ้านใช้ขนำเป็นฐานในการดูแลแปลงหอย ตรวจเช็กเชือก เสา หลักซีเมนต์ และสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้โดยรอบ ภาพขนำกลางทะเลจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการท่องเที่ยวฟาร์มหอยสุราษฎร์ธานี เพราะเชื่อมโยงชีวิตคนกับทะเลอย่างชัดเจน
นอกจากการชมแปลงหอย นักท่องเที่ยวยังสามารถเรียนรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งชนิดอื่น เช่น หอยแมลงภู่ หอยแครง การวางอวนดักกุ้ง ปู ปลา และการฟื้นฟูป่าชายเลนในบางเส้นทาง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าอ่าวบ้านดอนไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเลี้ยงหอยชนิดเดียว แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทรัพยากรหลายประเภทเข้าด้วยกัน การรักษาความสะอาดของน้ำ การไม่ทิ้งขยะลงทะเล และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อความอยู่รอดของทั้งชุมชนและแหล่งอาหารทะเล
พื้นที่ปากคลองกระแดะหรือปากน้ำกะแดะเป็นอีกจุดที่มีชื่อเสียงด้านอาหารทะเลสดและฟาร์มหอยนางรม นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางไปกินอาหารทะเลริมปากน้ำ แล้วต่อด้วยการนั่งเรือชมฟาร์มหอยในทะเล บริเวณนี้มีป่าชายเลนและจุดชมทิวทัศน์ชายฝั่ง เหมาะกับการเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างอาหารทะเล วิถีประมง และวิวอ่าวบ้านดอน หากต้องการชมบรรยากาศปากน้ำ แนะนำให้วางแผนเวลาให้ตรงกับช่วงแสงเช้าหรือเย็น เพราะจะเห็นทั้งเรือประมง ขนำกลางทะเล และวิถีชุมชนได้ชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านอาหาร หอยนางรมสดคือวัตถุดิบหลักที่ทำให้พื้นที่กาญจนดิษฐ์เป็นที่รู้จัก การกินหอยนางรมสุราษฎร์ธานีแบบท้องถิ่นมักเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง เช่น หอมเจียว ยอดกระถิน น้ำจิ้มซีฟู้ด และเครื่องปรุงรสจัดแบบภาคใต้ ความสดของหอยทำให้เนื้อมีความหวานและกลิ่นทะเลชัดเจน แต่ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือแพ้อาหารทะเลควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ การเลือกกินจากร้านหรือฟาร์มที่ดูแลความสะอาดและคัดวัตถุดิบดีจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่า
ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน คนรักอาหารทะเล ช่างภาพ และผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงชุมชน เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศชายฝั่ง อาชีพประมง และต้นทางอาหารทะเลได้จากประสบการณ์จริง ส่วนผู้ใหญ่จะได้เข้าใจเศรษฐกิจท้องถิ่นและความสำคัญของการรักษาทะเล การเที่ยวลักษณะนี้จึงให้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน และความเข้าใจต่อชุมชนมากกว่าการเที่ยวแบบผ่านตา
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อม แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยบนเรือเป็นอันดับแรก ไม่ควรยืนถ่ายภาพในจุดที่เรือเสียสมดุล ไม่ควรเอื้อมมือออกนอกเรือมากเกินไป และควรเก็บอุปกรณ์กันน้ำไว้สำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง โดยเฉพาะช่วงที่มีคลื่นหรือฝนตก ภาพที่น่าสนใจคือแนวเสาเลี้ยงหอย ขนำกลางทะเล เรือประมง ป่าชายเลน ตะกร้าหอยสด และภาพวิถีคนทำงานกับทะเลในจังหวะจริง
ข้อควรระวังในการเที่ยวฟาร์มหอยนางรมคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของคนขับเรือและเจ้าของฟาร์มอย่างเคร่งครัด ไม่ควรปีนขึ้นขนำหรือแปลงเลี้ยงหอยโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ควรจับวัสดุเลี้ยงหอยโดยพลการ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ และไม่ทำกิจกรรมที่กระทบต่อสัตว์น้ำหรืออุปกรณ์ของชาวประมง ฟาร์มหอยเป็นพื้นที่ทำกินจริงของชุมชน ไม่ใช่พื้นที่จัดแสดงจำลอง การเคารพพื้นที่จึงเป็นมารยาทสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน
การเดินทาง ไปศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมสามารถใช้เส้นทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีมุ่งหน้าอำเภอกาญจนดิษฐ์ผ่านทางหลวงหมายเลข 401 แล้วเชื่อมเข้าสู่ตำบลท่าทองหรือตำบลกะแดะตามจุดที่ต้องการขึ้นเรือ หากเลือกเส้นทางท่าทอง ให้ติดต่อเรือจากท่าเรือหรือผู้ให้บริการในชุมชนท่าทองเพื่อออกไปชมแปลงหอยกลางน้ำ หากเลือกเส้นทางปากน้ำกะแดะ สามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 4177 เข้าสู่พื้นที่ปากคลองกะแดะ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารทะเลและจุดเชื่อมต่อกิจกรรมชมฟาร์มหอยในทะเล
การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะพื้นที่ฟาร์มและท่าเรือไม่ได้อยู่ในย่านเมืองที่มีรถโดยสารประจำทางผ่านถี่ตลอดวัน ผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มควรตกลงเรื่องเรือ เวลาเดินทาง จำนวนคน เสื้อชูชีพ ค่าใช้จ่าย และจุดขึ้นลงเรือให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุร่วมทริปควรเลือกวันที่อากาศดี คลื่นลมสงบ และหลีกเลี่ยงช่วงฝนหนักหรือมรสุม เพื่อให้การล่องเรือปลอดภัยและสะดวกที่สุด
การจัดทริปสามารถเชื่อมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอกาญจนดิษฐ์ได้หลายแห่ง เช่น ปากน้ำกะแดะ ศูนย์ฝึกลิงกระแดะแจะ วัดพระพุทธบาท วัดถ้ำคูหา และเส้นทางชุมชนประมงชายฝั่ง หากต้องการต่อยอดเป็นทริปอาหารทะเล ควรแวะร้านอาหารในพื้นที่ปากน้ำกะแดะหรือร้านในอำเภอกาญจนดิษฐ์ที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลท้องถิ่น การเที่ยวแบบนี้ทำให้เห็นความต่อเนื่องตั้งแต่แหล่งเพาะเลี้ยง การขนส่งวัตถุดิบ ไปจนถึงจานอาหารที่เสิร์ฟบนโต๊ะ
ในภาพรวม ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมสุราษฎร์ธานีเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่สะท้อนตัวตนของจังหวัดได้ชัดเจน เพราะเชื่อมโยงทั้งอ่าวบ้านดอน ปากคลองท่าทอง ปากคลองกระแดะ ชุมชนประมง ฟาร์มหอย ขนำกลางทะเล และอาหารทะเลสดเข้าด้วยกัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าหอยนางรมหนึ่งตัวผ่านธรรมชาติ เวลา และแรงงานของชุมชนมากเพียงใด หากวางแผนเดินทางให้ตรงกับช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง ติดต่อเรือให้พร้อม และเที่ยวอย่างเคารพพื้นที่ การล่องเรือชมฟาร์มหอยนางรมจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจสุราษฎร์ธานีลึกกว่าการรู้จักเพียงคำขวัญหรือเมนูอาหารขึ้นชื่อ
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรม / ฟาร์มหอยนางรมสุราษฎร์ธานี |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Surat Thani Oyster Farming Area / Oyster Farm, Kanchanadit |
| ที่ตั้ง | บริเวณปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| ที่อยู่โดยสรุป | พื้นที่ชุมชนท่าทอง บ้านปากน้ำท่าทอง และบ้านปากกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160 |
| พิกัดอ้างอิงพื้นที่บ้านปากกะแดะ | 9.20969462416023, 99.47748759745497 |
| ลักษณะสถานที่ | แหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติบริเวณปากคลองและอ่าวบ้านดอน ต้องเดินทางออกไปชมด้วยเรือท้องถิ่นหรือเรือของผู้ให้บริการในพื้นที่ |
| ไฮไลต์ | ล่องเรือชมฟาร์มหอยกลางน้ำ ดูหอยนางรมเกาะตามแท่งซีเมนต์ เรียนรู้วิธีเพาะเลี้ยงหอย ชมขนำกลางทะเล และสัมผัสวิถีประมงชายฝั่งกาญจนดิษฐ์ |
| ความสำคัญ | เป็นแหล่งผลิตหอยนางรมสุราษฎร์ธานีที่มีชื่อเสียง และเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์อาหารทะเลของจังหวัด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 401 ไปอำเภอกาญจนดิษฐ์ แล้วเข้าสู่พื้นที่ท่าทองหรือกะแดะเพื่อขึ้นเรือ ชมฟาร์มหอยด้วยเรือหางยาวใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากท่าเรือหมู่บ้านท่าทอง |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยนางรมและเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนในอำเภอกาญจนดิษฐ์ |
| ช่วงเวลาเข้าชมที่เหมาะสม | ช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง เพื่อให้เห็นหอยนางรมที่เกาะตามแท่งซีเมนต์และโครงสร้างฟาร์มหอยได้ชัดเจน |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีข้อมูลค่าเข้าชมแบบศูนย์ถาวร ค่าเรือและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในพื้นที่ |
| โซน / พื้นที่สำคัญ | ท่าเรือหมู่บ้านท่าทอง ปากคลองท่าทอง ปากคลองกระแดะ / บ้านปากกะแดะ แปลงเพาะเลี้ยงหอยนางรมกลางน้ำ แนวแท่งซีเมนต์และวัสดุเลี้ยงหอย ขนำกลางทะเล พื้นที่ป่าชายเลนและเส้นทางล่องเรือ |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | ล่องเรือชมฟาร์มหอย เรียนรู้การเพาะเลี้ยงหอย ถ่ายภาพวิถีประมง ชิมอาหารทะเลท้องถิ่น และศึกษาระบบนิเวศอ่าวบ้านดอน |
| หน่วยงานข้อมูลด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง | ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสุราษฎร์ธานี โทร. 077-255-288 |
| ข้อควรปฏิบัติ | นัดเรือล่วงหน้า สวมเสื้อชูชีพ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่จับอุปกรณ์ฟาร์มโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ขึ้นขนำหรือแปลงหอยเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของคนขับเรือหรือเจ้าของฟาร์ม |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ้านปากน้ำท่าทอง ประมาณ 1 กม. 2. ปากน้ำกะแดะ ประมาณ 14 กม. 3. ศูนย์ฝึกลิงกระแดะแจะ ประมาณ 18 กม. 4. วัดพระพุทธบาท กาญจนดิษฐ์ ประมาณ 19 กม. 5. วัดถ้ำคูหา สุราษฎร์ธานี ประมาณ 20 กม. 6. สินมานะ ฟาร์มสเตย์ ประมาณ 22 กม. 7. สะพานศรีสุราษฎร์ ประมาณ 28 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เคียงเลซีฟู้ด สุราษฎร์ธานี ประมาณ 14 กม. โทร. 077-255-243, 085-571-1819 2. ในอ่าวซีฟู้ด ประมาณ 14 กม. โทร. 077-379-311, 092-242-3366 3. THE BEST ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ลาวา ประมาณ 18 กม. โทร. 096-939-6194 4. D’Duck ดีดั๊ก ประมาณ 20 กม. โทร. 064-549-9945 5. กล้วยทับแม่ฝาด น้ำกะทิยกซด สาขากาญจนดิษฐ์ ประมาณ 20 กม. โทร. 089-594-1709 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. สินมานะ ฟาร์มสเตย์ ประมาณ 22 กม. โทร. 081-597-7575 2. โรสการ์เด้น รีสอร์ท ประมาณ 20 กม. โทร. 085-112-2339 3. กลางนารีสอร์ท ประมาณ 24 กม. โทร. 080-531-5119 4. ทองใหม่ รีสอร์ท ประมาณ 25 กม. โทร. 077-452-556 5. โรงแรมเค พาร์ค แกรนด์ สุราษฎร์ธานี ประมาณ 29 กม. โทร. 077-213-700-5, 082-423-0491 6. The O Valley Boutique Hotel ประมาณ 35 กม. โทร. 077-357-311 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมสุราษฎร์ธานีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่บริเวณปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติในพื้นที่อ่าวบ้านดอน
ถาม: ไปชมฟาร์มหอยนางรมต้องเดินทางอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปอำเภอกาญจนดิษฐ์ แล้วขึ้นเรือหางยาวจากพื้นที่ท่าทองหรือผู้ให้บริการท้องถิ่นเพื่อออกไปชมแปลงหอยกลางน้ำ
ถาม: ควรไปชมฟาร์มหอยนางรมช่วงเวลาใด?
ตอบ: ควรไปช่วงเช้าหรือช่วงน้ำลง เพราะจะเห็นหอยนางรมที่เกาะตามแท่งซีเมนต์และโครงสร้างฟาร์มหอยได้ชัดเจน
ถาม: ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือนานเท่าไร?
ตอบ: จากท่าเรือของหมู่บ้านท่าทองไปยังบริเวณฟาร์มหอย ใช้เวลาเดินทางโดยเรือหางยาวประมาณ 20 นาที
ถาม: ศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีข้อมูลค่าเข้าชมแบบศูนย์ถาวร ค่าใช้จ่ายหลักขึ้นอยู่กับค่าเรือหรือบริการท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวตกลงกับผู้ให้บริการก่อนเดินทาง
ถาม: จุดเด่นของหอยนางรมสุราษฎร์ธานีคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหอยมีขนาดใหญ่ เนื้ออวบ สด และเติบโตในพื้นที่น้ำกร่อยอ่าวบ้านดอนที่มีสารอาหารเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงตามธรรมชาติ
ถาม: เด็กและครอบครัวสามารถไปเที่ยวได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถไปเที่ยวได้ โดยควรเลือกวันที่อากาศดี คลื่นลมสงบ สวมเสื้อชูชีพ และให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดตลอดการล่องเรือ
ถาม: เที่ยวศูนย์เพาะเลี้ยงหอยนางรมแล้วควรแวะที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถแวะปากน้ำกะแดะ ศูนย์ฝึกลิงกระแดะแจะ วัดพระพุทธบาท วัดถ้ำคูหา สินมานะ ฟาร์มสเตย์ หรือร้านอาหารทะเลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ได้ในเส้นทางเดียวกัน
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



