หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.เมืองสงขลา >ต.เขารูปช้าง > มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อยู่ที่160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000. การเดินทางสะดวก ใช้ถนนกาญจนวนิชระหว่างอำเภอหาดใหญ่และเมืองสงขลา เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

วันเปิดทำการ (สำนักงาน): วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ (สำนักงาน): 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (Songkhla Rajabhat University หรือ SKRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติยาวนานและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาในภาคใต้ ตั้งอยู่เลขที่ 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ 444 ไร่ 1 งาน 14.3 ตารางวา มหาวิทยาลัยเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลในปี พ.ศ. 2462 ก่อนพัฒนาผ่านการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสงขลา วิทยาลัยครูสงขลา และสถาบันราชภัฏสงขลา จนได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความโดดเด่นด้านการผลิตและพัฒนาครู การศึกษาด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ เกษตรศาสตร์ ศิลปกรรม และการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีปรัชญาสำคัญคือการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ในปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีอายุครบ 107 ปีนับจากการเริ่มก่อตั้งสถาบันฝึกหัดครูเดิม และครบ 22 ปีนับจากการได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัย ความยาวนานของประวัติศาสตร์ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมากกว่าสถานที่จัดการศึกษาระดับปริญญา เพราะมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาระบบโรงเรียน การผลิตครู การยกระดับโอกาสทางการศึกษา และการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนภาคใต้มาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีคณะ 8 คณะ วิทยาลัย 1 แห่ง และมีการขยายพื้นที่การศึกษาไปยังจังหวัดสตูล เพื่อรองรับภารกิจการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล และพัทลุง
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาตั้งอยู่ในเขตตำบลเขารูปช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านการศึกษา การอยู่อาศัย และการขยายตัวของเมืองสงขลา ถนนกาญจนวนิชเป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่เชื่อมตัวเมืองสงขลากับอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่นักศึกษา บุคลากร และผู้มาติดต่อสามารถเดินทางเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง ภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารคณะต่าง ๆ ห้องปฏิบัติการ ศูนย์การเรียนรู้ หอสมุด หอพัก สนามกีฬา ศูนย์อาหาร และพื้นที่กิจกรรมนักศึกษา กระจายตัวอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวาง
สภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยมีความร่มรื่นจากต้นไม้และพื้นที่ภูมิทัศน์ที่ได้รับการจัดให้เหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของนักศึกษา อาคารหลายแห่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่เน้นประโยชน์ใช้สอย ขณะที่อาคารบางส่วนสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น ภายในพื้นที่ยังมีเส้นทางสัญจรและพื้นที่พักผ่อนที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมระหว่างวัน โดยมหาวิทยาลัยได้จัดบริการรถรับส่งภายในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการในช่วงเวลาที่กำหนด
ประวัติของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2462 เมื่อธรรมการมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา และธรรมการจังหวัดสงขลา ได้ริเริ่มจัดการศึกษาสำหรับผลิตครูเพื่อออกไปสอนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา โดยจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลขึ้นและให้เรียนร่วมกับโรงเรียนประจำมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงเรียนมหาวชิราวุธในเวลาต่อมา และขณะนั้นตั้งอยู่บริเวณที่เป็นโรงเรียนวิเชียรชมในปัจจุบัน การจัดการศึกษาในระยะแรกมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนครูเพื่อรองรับการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชนในภูมิภาค
หลักสูตรในระยะเริ่มต้นรับผู้สำเร็จการศึกษาชั้นประถมบริบูรณ์ หรือชั้นประถมปีที่ 3 ให้เข้าศึกษาต่อในระดับประถมปีที่ 4 ถึงประถมปีที่ 6 พร้อมเพิ่มการเรียนวิชาครูเป็นพิเศษ ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับคุณวุฒิครูประกาศนียบัตรมณฑล ระบบการศึกษาในลักษณะนี้สะท้อนสภาพสังคมไทยช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งการผลิตครูจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการขยายโรงเรียนไปยังตำบลและอำเภอต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทที่ยังมีบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ
ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 ได้มีการพัฒนาระบบการฝึกหัดครูให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2468 ธรรมการมณฑลได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลขึ้นโดยเฉพาะ ณ ตำบลท่าชะมวง อำเภอกำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ใช้ชื่อว่าโรงเรียนฝึกหัดครูมูล และเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตามเกณฑ์ในขณะนั้น รวมถึงครูที่หน่วยงานในพื้นที่ส่งมาเข้ารับการศึกษา หลักสูตรใช้เวลาเรียน 2 ปี และผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพครูมูล
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารราชการของประเทศและยกเลิกการแบ่งเขตการปกครองแบบมณฑลในปี พ.ศ. 2476 สถาบันฝึกหัดครูที่ท่าชะมวงจึงเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดในปี พ.ศ. 2477 พร้อมปรับระบบการรับนักเรียนและหลักสูตรให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ได้ปรับการรับผู้เข้าศึกษาเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปีที่ 3 โดยใช้เวลาเรียน 2 ปี และผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรจังหวัด
นอกจากการผลิตครูตามหลักสูตรทั่วไปแล้ว โรงเรียนยังมีบทบาทในการเตรียมบุคลากรเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นครูประชาบาล โดยรับนักเรียนจากตำบลทุรกันดารที่ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดต่าง ๆ ให้เข้าศึกษาเป็นเวลา 3 ปี และกลับไปประกอบวิชาชีพครูในภูมิลำเนาของตนเอง ระบบดังกล่าวมีความสำคัญต่อการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังชุมชนชนบท และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันฝึกหัดครูกับการพัฒนาท้องถิ่นซึ่งยังคงเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาในปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2482 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดสงขลาได้ย้ายจากพื้นที่ท่าชะมวงมายังตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ได้เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูลและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ การย้ายสถานที่และการปรับหลักสูตรในช่วงนี้แสดงถึงความพยายามของหน่วยงานการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพครูให้เหมาะสมกับความต้องการของโรงเรียนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปี พ.ศ. 2498 เป็นอีกช่วงสำคัญของการพัฒนาสถาบัน เมื่อเริ่มเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปีที่ 6 โดยกำหนดระยะเวลาเรียน 2 ปี และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสงขลา ต่อมาในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 โรงเรียนได้ย้ายมาตั้งอยู่บริเวณบ้านเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาในปัจจุบัน การย้ายมายังพื้นที่แห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาวิทยาเขตหลักที่มีความต่อเนื่องมาจนถึงยุคมหาวิทยาลัย
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 โรงเรียนฝึกหัดครูสงขลาได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูสงขลา และในปีเดียวกันได้ขยายการเรียนการสอนไปถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง หรือ ป.กศ.สูง การเปลี่ยนฐานะดังกล่าวมีความสำคัญต่อการยกระดับคุณวุฒิของผู้เรียนและการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพครูให้มีความเข้มข้นมากขึ้น วิทยาลัยครูสงขลาจึงเริ่มมีบทบาทในฐานะสถาบันอุดมศึกษาด้านการศึกษาและการผลิตครูสำหรับพื้นที่ภาคใต้
ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 วิทยาลัยครูสงขลาสามารถเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทางครุศาสตร์ โดยรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ป.กศ.สูง หรือครูประจำการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าศึกษาต่อเป็นเวลา 2 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิครุศาสตรบัณฑิต การเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีทำให้วิทยาลัยสามารถยกระดับการพัฒนาครูและรองรับความต้องการบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ระดับสูงขึ้น
ในปี พ.ศ. 2522 วิทยาลัยได้เปิดโครงการอบรมครูประจำการและบุคลากรทางการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงและปริญญาตรี เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูสามารถพัฒนาคุณวุฒิและความรู้โดยไม่ต้องละทิ้งหน้าที่การงาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 วิทยาลัยครูสงขลาได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เปิดการศึกษาด้านการโรงแรม การท่องเที่ยว และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้โครงการวิทยาลัยชุมชนสงขลา ซึ่งสะท้อนการเริ่มขยายบทบาทจากการผลิตครูไปสู่ศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอาชีพและเศรษฐกิจภาคใต้
เมื่อมีพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2527 วิทยาลัยครูได้รับภารกิจให้จัดการศึกษาวิชาชีพอื่นตามความจำเป็นของท้องถิ่นเพิ่มเติมจากการผลิตครู วิทยาลัยครูสงขลาจึงขยายการจัดการศึกษาไปยังสาขาวิชาชีพและศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของสังคม ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้เปิดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ หรือ กศ.บป. ในระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีด้านครุศาสตร์ ก่อนขยายไปสู่สาขาศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมา
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม “ราชภัฏ” ให้แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ ส่งผลให้วิทยาลัยครูสงขลาเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันราชภัฏสงขลา คำว่า “ราชภัฏ” มีความหมายเชื่อมโยงกับการเป็นคนของพระราชา และสะท้อนอุดมการณ์การใช้ความรู้เพื่อรับใช้ประชาชนและพัฒนาท้องถิ่น การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จึงเป็นทั้งการยกระดับอัตลักษณ์และการกำหนดบทบาทของสถาบันให้ชัดเจนมากขึ้น
สถาบันราชภัฏสงขลามีการพัฒนาการจัดการศึกษาหลายสาขาอย่างต่อเนื่อง และสามารถเปิดการศึกษาถึงระดับบัณฑิตศึกษาได้ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 การเปลี่ยนผ่านจากสถาบันราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาระบบบริหาร การจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันยังคงรักษารากฐานของการเป็นสถาบันเพื่อท้องถิ่น
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาจึงประกอบด้วยการเปลี่ยนผ่านหลายยุคสมัย ได้แก่ การเริ่มต้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลในปี พ.ศ. 2462 การพัฒนาเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูล การย้ายมายังเขารูปช้างในปี พ.ศ. 2499 การยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูในปี พ.ศ. 2504 การเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2518 การเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันราชภัฏสงขลาในปี พ.ศ. 2535 และการเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาในปี พ.ศ. 2547 แต่ละช่วงเวลาแสดงให้เห็นการปรับตัวของสถาบันให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาและสังคมไทย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลายังมีการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังจังหวัดสตูล โดยสภามหาวิทยาลัยอนุมัติโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552 เพื่อรองรับความต้องการด้านการพัฒนาบุคลากรในจังหวัดสตูลและพื้นที่ชายแดนภาคใต้ วิทยาเขตสตูลตั้งอยู่บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งใหญ่สารภี ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีเนื้อที่ 339 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา การขยายพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นในระดับภูมิภาค
การมีพื้นที่การศึกษาในจังหวัดสงขลาและสตูลทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมโยงการพัฒนาบุคลากรกับบริบทของแต่ละจังหวัดได้ชัดเจนขึ้น โดยพื้นที่สงขลาเป็นศูนย์กลางการบริหารและการศึกษาหลายสาขา ส่วนวิทยาเขตสตูลมีบทบาทสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของชุมชนในจังหวัดสตูล โดยมีวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการเป็นหน่วยงานด้านการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ผู้สนใจสมัครเรียนจึงควรตรวจสอบสถานที่จัดการเรียนการสอนของหลักสูตรก่อนสมัคร เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาในอำเภอเมืองสงขลากับวิทยาเขตสตูลในอำเภอละงู
ปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาคือ “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” ขณะที่วิสัยทัศน์คือ “มหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนพันธกิจสำคัญในการผลิตครูและบุคลากรที่มีคุณภาพ การสร้างองค์ความรู้จากการวิจัย การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายของการพัฒนาท้องถิ่นจึงครอบคลุมทั้งการศึกษา อาชีพ เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
ปณิธานของมหาวิทยาลัยคือ “ปัญญาญาณของท้องถิ่น พลังแผ่นดินแห่งสยาม สนองพระราชปิตุคาม งดงามอย่างยั่งยืน” และมีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด “งดงามท่ามกลางความหลากหลาย” ซึ่งสอดคล้องกับบริบทภาคใต้ที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่มภาษา ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต การอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเคารพและการร่วมมือจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของบรรยากาศการเรียนรู้และการทำงานภายในมหาวิทยาลัย
สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาคือสีขาวและสีแดง โดยสีขาวหมายถึงความถูกต้องและความบริสุทธิ์ ส่วนสีแดงหมายถึงความรักและความเข้มแข็ง เมื่อนำทั้ง 2 สีมาใช้ร่วมกันจึงสื่อถึงการกล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามด้วยความบริสุทธิ์ใจ สีประจำมหาวิทยาลัยปรากฏอยู่ในกิจกรรมและการสื่อสารอัตลักษณ์ของนักศึกษาและศิษย์เก่า และเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สร้างความผูกพันระหว่างผู้คนต่างรุ่นของสถาบัน
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาใช้ตราราชภัฏที่ประกอบด้วยสีสำคัญ 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีเขียว สีทอง สีส้ม และสีขาว โดยสีน้ำเงินสื่อถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ สีเขียวสื่อถึงธรรมชาติและพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ สีทองหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา สีส้มหมายถึงความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสีขาวสื่อถึงความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์ ตราสัญลักษณ์จึงสะท้อนแนวคิดการใช้ความรู้เพื่อสังคมควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือดอกปาริฉัตร ซึ่งมีความหมายเชื่อมโยงกับความงามและเอกลักษณ์ของชาวราชภัฏสงขลา ชื่อปาริฉัตรยังถูกนำมาใช้ในกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ เช่น กิจกรรม “ปาริฉัตรช่อใหม่” เพื่อสื่อถึงการเข้ามาเป็นสมาชิกของชุมชนมหาวิทยาลัย ส่วนต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือสารภีทะเล หรือกระทิง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calophyllum inophyllum L. เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล มีดอกสีขาวกลิ่นหอมและมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมชายฝั่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศของจังหวัดสงขลา
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีการจัดการศึกษาครอบคลุมหลายสาขา โดยในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยระบุโครงสร้างหน่วยงานเป็น 8 คณะ 1 วิทยาลัย และมีข้อมูลหลักสูตรรวม 70 หลักสูตร คณะทั้ง 8 ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์ ส่วนวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล โดยคณะพยาบาลศาสตร์เป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดตั้งในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งสะท้อนการพัฒนาศาสตร์สุขภาพเพิ่มเติมจากภารกิจเดิมของมหาวิทยาลัย
คณะครุศาสตร์เป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งสถาบันโดยตรง มีบทบาทด้านการผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาในสาขาต่าง ๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป การศึกษาปฐมวัย พลศึกษา การศึกษาพิเศษ และจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว การจัดการศึกษาในคณะครุศาสตร์เน้นทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะการสอน การจัดการชั้นเรียน การพัฒนาผู้เรียน และคุณธรรมจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาษา ผู้คน ประวัติศาสตร์ สังคม และการบริหารภาครัฐ โดยมีการจัดการศึกษาด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจบริการ สวัสดิการสังคม ภูมิสารสนเทศ รัฐประศาสนศาสตร์ การพัฒนาชุมชน ประวัติศาสตร์เพื่อการสื่อสารสังคม และอินโดนีเซีย-มาเลเซียศึกษาเพื่องานระหว่างประเทศ การเรียนรู้ศาสตร์เหล่านี้สัมพันธ์กับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาคใต้ และความต้องการบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับชุมชนและองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สาขาอินโดนีเซีย-มาเลเซียศึกษาเพื่องานระหว่างประเทศเป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาที่สัมพันธ์กับภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของภาคใต้ เนื่องจากจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในคาบสมุทรมลายู การศึกษาภาษา สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง และนำความรู้ไปใช้ในงานด้านความร่วมมือ การสื่อสาร การท่องเที่ยว และองค์กรระหว่างประเทศ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล ชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ประยุกต์ เคมี วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จุลชีววิทยา สาธารณสุขชุมชน และคหกรรมศาสตร์ การเรียนรู้ในสาขาเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาเทคโนโลยี การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลสุขภาพ และการสร้างองค์ความรู้จากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาการจัดการเป็นหน่วยงานที่มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจและการบริหารจัดการ โดยมีหลักสูตรด้านบัญชี การตลาด การจัดการ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ การจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ การจัดการนวัตกรรมการค้า และผู้ประกอบการท้องถิ่น ศาสตร์เหล่านี้มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ ทั้งธุรกิจท้องถิ่น การค้าบริการ การท่องเที่ยว และการสร้างผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวกับเทคโนโลยีและรูปแบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตพืช การผลิตสัตว์ อุตสาหกรรมอาหาร และการจัดการธุรกิจเกษตร โดยหลักสูตรที่เกี่ยวข้องครอบคลุมเทคโนโลยีการผลิตพืช เทคโนโลยีการผลิตสัตว์ เกษตรศาสตร์ นวัตกรรมอาหารและการจัดการธุรกิจ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร และเทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำ ศาสตร์ด้านเกษตรมีความสำคัญต่อภาคใต้ซึ่งมีทรัพยากรด้านการเกษตรและการประมงหลากหลาย การประยุกต์เทคโนโลยีและการวิจัยจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตในท้องถิ่น
คณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นหน่วยงานสำคัญด้านการสร้างสรรค์และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมีการศึกษาด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน นาฏศิลป์และการแสดง ทัศนศิลป์ การออกแบบ ดุริยางคศิลป์ตะวันตก และนาฏศิลป์ศึกษา การเรียนรู้ในคณะศิลปกรรมศาสตร์มีความสัมพันธ์กับการอนุรักษ์ศิลปะท้องถิ่น การพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ และการนำศิลปวัฒนธรรมไปต่อยอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย ซึ่งสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเศรษฐกิจวัฒนธรรมของภูมิภาค
ด้านศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ คณะศิลปกรรมศาสตร์มีการจัดกิจกรรมแสดงผลงานและกิจกรรมทางดนตรี เช่น เทศกาลละครปักษ์ใต้ 2026 และคอนเสิร์ต SAWASDEE SOUTHERN SOUL : เสน่ห์วิถีคนใต้ สู่ Soft Power สร้างสรรค์ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 กิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงการศึกษาศิลปกรรมกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้ และการสร้างพื้นที่ให้นักศึกษา อาจารย์ และศิลปินได้เผยแพร่ผลงานต่อสาธารณะ
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีบทบาทในการผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีการผลิต วิศวกรรมโลจิสติกส์ เทคโนโลยีอุตสาหการ เทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT การศึกษาในสาขาเหล่านี้ตอบสนองความต้องการกำลังคนด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบการผลิต การขนส่ง การจัดการ และการพัฒนาระบบดิจิทัล
การจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ในปี พ.ศ. 2569 เป็นอีกพัฒนาการสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งสะท้อนการขยายโครงสร้างวิชาการเข้าสู่กลุ่มศาสตร์ด้านการพยาบาลและสุขภาพ การพัฒนาหน่วยงานในสาขานี้สอดคล้องกับความสำคัญของบุคลากรด้านสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะความต้องการดูแลประชาชนในชุมชนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับท้องถิ่น
ส่วนวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล โดยมีการจัดการศึกษาในกลุ่มสาขานวัตกรรมการจัดการและการท่องเที่ยว การจัดการศึกษาในพื้นที่ดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความต้องการของชุมชนและเศรษฐกิจจังหวัดสตูล ซึ่งมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การขยายสถาบันสู่จังหวัดสตูลจึงมีส่วนช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้สะดวกขึ้น
สำหรับระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีการจัดการศึกษาในกลุ่มสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครู การบริหารและการพัฒนาสังคม และศิลปกรรมศาสตร์ โดยในข้อมูลแผนรับปีการศึกษา 2569 มีหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะและการจัดการท้องถิ่น หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาช่วยสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพและผู้ที่ต้องการต่อยอดความเชี่ยวชาญในระดับสูง
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาให้ความสำคัญกับงานวิจัยและการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาชุมชน โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยงานสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ การวิจัยของมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมโยงกับประเด็นการศึกษา อาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้เข้าร่วมกิจกรรมวิชาการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากลร่วมกับหน่วยงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ซึ่งสะท้อนการใช้ความรู้จากมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนมีความสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างโอกาสทางการตลาด ขณะเดียวกันยังช่วยให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถเชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสมัยใหม่
ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมีสำนักศิลปะและวัฒนธรรมทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา การอนุรักษ์ และการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้ หน่วยงานดังกล่าวมีภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สงขลาคดีศึกษาและพิพิธภัณฑ์ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รวมถึงสนับสนุนการรวบรวมองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนางานวิชาการและการสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา
แหล่งเรียนรู้สงขลาคดีศึกษาเป็นแนวทางการรวบรวมและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับจังหวัดสงขลา ทั้งด้านประวัติศาสตร์ชุมชน วัฒนธรรม ประเพณี ภาพถ่าย และเรื่องเล่าท้องถิ่น ส่วนพิพิธภัณฑ์ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของสถาบันและการจัดเก็บข้อมูลที่มีคุณค่าต่อการศึกษาค้นคว้า ภารกิจด้านแหล่งเรียนรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนและผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ภาคใต้
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยอาคารอำนวยการ หรืออาคาร 48 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานบริหารส่วนกลาง อาคารดังกล่าวมีบทบาทในการให้บริการด้านการบริหารจัดการ การประสานงาน และงานสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาและบุคลากร นอกจากนี้ยังมีอาคารคณะวิทยาการจัดการ อาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาคารของหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ที่รองรับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมทางวิชาการ
อาคาร 59 ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ เป็นอีกสถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัย โดยเกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และกิจกรรมด้านภาษาและเทคโนโลยี ภายในมหาวิทยาลัยยังมีสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าและระบบดิจิทัลของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร การมีพื้นที่การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพ
สำหรับพื้นที่กีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยมีศูนย์กีฬาและส่งเสริมสุขภาพ โรงยิมเนเซียม และสระว่ายน้ำมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งรองรับกิจกรรมการออกกำลังกายและการพัฒนาสุขภาพ การใช้บริการสถานที่กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนักศึกษาและบุคลากร โดยบางสถานที่มีการให้บริการแก่บุคคลภายนอกตามระเบียบและช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีห้องพยาบาล ห้องละหมาด ศูนย์อาหาร ร้านค้าสหกรณ์ และพื้นที่บริการที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้เรียนจากภูมิหลังที่หลากหลาย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลายังมีโรงแรมสงขลาพาเลซ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่พักและการฝึกประสบการณ์ด้านการโรงแรม การมีพื้นที่ฝึกปฏิบัติในรูปแบบสถานประกอบการช่วยสนับสนุนการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงการจัดการศึกษากับทักษะวิชาชีพด้านการบริการ โดยผู้สนใจเข้าพักหรือใช้บริการควรติดต่อหน่วยงานเพื่อสอบถามรายละเอียดการให้บริการและการสำรองห้องพัก
ประเพณีสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาคือกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ ซึ่งมักใช้ชื่อที่เชื่อมโยงกับดอกปาริฉัตร อันเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ในวันที่ 20–21 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ต้อนรับนักศึกษาปาริฉัตรช่อใหม่ ช่อที่ 107 เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาใหม่กับชุมชนมหาวิทยาลัย กิจกรรมลักษณะนี้มีบทบาทในการถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กร การสร้างความสามัคคี และการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในระดับอุดมศึกษา
พิธีไหว้ครูและรำลึกพระคุณครูเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เพราะสถาบันมีรากฐานจากการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมายาวนาน ในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีไหว้ครูและรำลึกพระคุณครูประจำปีการศึกษา 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ และนักศึกษาเข้าร่วม กิจกรรมมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ตลอดจนส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย
กิจกรรมด้านศิลปะและดนตรียังเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ภาคใต้ เช่น การแสดงดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้าน นาฏศิลป์ การแสดงร่วมสมัย และนิทรรศการทางศิลปกรรม กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการแสดงและการสร้างสรรค์ พร้อมทั้งส่งเสริมการสืบทอดองค์ความรู้จากศิลปินและชุมชนในพื้นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับศิลปวัฒนธรรมจึงมีความสำคัญต่อทั้งการศึกษาและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
บทบาทของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาท้องถิ่นยังเชื่อมโยงกับการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองสังคมพหุวัฒนธรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงมีความหลากหลายทั้งทางภาษา ศาสนา และประเพณี การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยจึงต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชนหลายกลุ่มและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม การมีห้องละหมาดและพื้นที่บริการที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการหลากหลายกลุ่มเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการอยู่ร่วมกันในสังคมมหาวิทยาลัย
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าในด้านประวัติศาสตร์การศึกษาของภาคใต้ ผู้มาเยือนสามารถศึกษาเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัย ตลอดจนติดตามกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การจัดแสดงผลงานนักศึกษา และกิจกรรมบริการวิชาการที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมตามประกาศของหน่วยงาน การศึกษาดูงานภายในอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่เฉพาะควรประสานงานกับมหาวิทยาลัยล่วงหน้าเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและไม่รบกวนการเรียนการสอน
การเดินทางมาเยือนมหาวิทยาลัยยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในอำเภอเมืองสงขลาได้ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา พื้นที่เขารูปช้างมีแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติและสัตว์ป่า ส่วนเขตเมืองเก่าสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่และประวัติศาสตร์การค้าทางทะเล การวางแผนศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยร่วมกับการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ จึงช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษา เศรษฐกิจท้องถิ่น และพัฒนาการของเมืองสงขลาได้มากขึ้น
การเดินทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาตั้งอยู่เลขที่ 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ผู้ที่เดินทางจากอำเภอหาดใหญ่สามารถใช้เส้นทางถนนกาญจนวนิชมุ่งหน้าสู่เมืองสงขลาและเข้าสู่มหาวิทยาลัยตามทางเข้าที่กำหนด ส่วนผู้เดินทางจากตัวเมืองสงขลาสามารถใช้ถนนกาญจนวนิชมุ่งหน้าไปทางอำเภอหาดใหญ่เพื่อเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือขนส่งสาธารณะที่เชื่อมระหว่างหาดใหญ่กับเมืองสงขลาสามารถทำได้ โดยผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะควรสอบถามจุดลงรถใกล้มหาวิทยาลัยและตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง
ภายในมหาวิทยาลัยมีบริการรถรับส่งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และบุคคลทั่วไป โดยมหาวิทยาลัยประกาศช่วงเวลาบริการตั้งแต่ 08.00 – 09.30 น. และ 11.00 – 13.30 น. ทุกวันยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ที่มาติดต่อสำนักงานหรือหน่วยงานต่าง ๆ ควรตรวจสอบแผนที่ภายในมหาวิทยาลัย เนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่และอาคารหลายแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร สำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อหน่วยงานบริหารสามารถสอบถามข้อมูลจากอาคารสำนักงานอธิการบดีและช่องทางประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยได้
การติดต่อสำนักงานของมหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการได้ตามเวลาราชการ โดยหน่วยงานสำนักงานที่ประกาศวันและเวลาบริการเปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทรศัพท์กลางหมายเลข 074-260200 ถึง 074-260204 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการ www.skru.ac.th ทั้งนี้เวลาการเข้าใช้บริการอาคารเรียน หอสมุด ศูนย์กีฬา ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่กิจกรรมอาจแตกต่างกันตามข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาจึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์การศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคม จากโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลในปี พ.ศ. 2462 สู่มหาวิทยาลัยที่มีบทบาทในการผลิตครู นักวิชาชีพ และนักพัฒนาท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2569 ความต่อเนื่องของภารกิจตลอด 107 ปี สะท้อนการปรับตัวของสถาบันให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย โดยยังคงยึดมั่นแนวคิดการใช้การศึกษาและองค์ความรู้เป็นพลังในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Songkhla Rajabhat University (SKRU) |
| ประเภทสถาบัน | มหาวิทยาลัยของรัฐ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น |
| ที่อยู่ | 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 |
| พื้นที่มหาวิทยาลัยสงขลา | 444 ไร่ 1 งาน 14.3 ตารางวา |
| ปีเริ่มก่อตั้ง | พ.ศ. 2462 ในฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑล |
| วันย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 |
| วันยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู | 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 |
| วันได้รับพระราชทานนามราชภัฏ | 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 |
| วันยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 |
| อายุสถาบันในปี 2569 | 107 ปีนับจากการเริ่มก่อตั้ง และ 22 ปีในฐานะมหาวิทยาลัย |
| ผู้มีบทบาทในการก่อตั้ง | ธรรมการมณฑลนครศรีธรรมราชและธรรมการจังหวัดสงขลา ซึ่งร่วมริเริ่มการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลในปี พ.ศ. 2462 |
| อธิการบดี | ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชษฐ์ จันทวี (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569) |
| ปรัชญา | สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น |
| วิสัยทัศน์ | มหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน |
| ปณิธาน | ปัญญาญาณของท้องถิ่น พลังแผ่นดินแห่งสยาม สนองพระราชปิตุคาม งดงามอย่างยั่งยืน |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีขาวและสีแดง |
| ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ดอกปาริฉัตร |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | สารภีทะเล หรือกระทิง (Calophyllum inophyllum L.) |
| จำนวนคณะและวิทยาลัย | 8 คณะ 1 วิทยาลัย |
| คณะและวิทยาลัย | 1. คณะครุศาสตร์
2. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. คณะวิทยาการจัดการ 5. คณะเทคโนโลยีการเกษตร 6. คณะศิลปกรรมศาสตร์ 7. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 8. คณะพยาบาลศาสตร์ 9. วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ (วิทยาเขตสตูล) |
| จำนวนหลักสูตรปีการศึกษา 2569 | 70 หลักสูตรตามข้อมูลภาพรวมของมหาวิทยาลัย |
| จำนวนนักศึกษาปีการศึกษา 2569 | 14,328 คน ตามข้อมูลภาพรวมของมหาวิทยาลัย |
| วิทยาเขตและพื้นที่การศึกษา | พื้นที่หลักจังหวัดสงขลา และวิทยาเขตสตูล อำเภอละงู จังหวัดสตูล |
| พื้นที่บริการตามพันธกิจ | จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง |
| จุดเด่นทางวิชาการ | การผลิตและพัฒนาครู การพัฒนาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรกรรม การบริหารจัดการ และศิลปวัฒนธรรม |
| สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย | อาคาร 48 สำนักงานอธิการบดี, อาคาร 59 ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์, อาคารคณะต่าง ๆ, สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ, สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ, ศูนย์กีฬาและส่งเสริมสุขภาพ, สระว่ายน้ำ, โรงยิมเนเซียม, ศูนย์อาหาร และหอพัก |
| แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม | งานสงขลาคดีศึกษาและพิพิธภัณฑ์ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม |
| ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ | พิธีไหว้ครูและรำลึกพระคุณครู, กิจกรรมต้อนรับนักศึกษาปาริฉัตรช่อใหม่, กิจกรรมศิลปกรรมและดนตรี, กิจกรรมพัฒนานักศึกษา และกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชน |
| วันเปิดทำการสำนักงาน | วันจันทร์ – วันศุกร์ เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการสำนักงาน | 08.30 – 16.30 น. |
| บริการรถรับส่งภายในมหาวิทยาลัย | 08.00 – 09.30 น. และ 11.00 – 13.30 น. ทุกวันยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามประกาศบริการรถรับส่งภายในมหาวิทยาลัย |
| การเยี่ยมชม | การเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะและการศึกษาดูงานเป็นไปตามประกาศและระเบียบของมหาวิทยาลัย ส่วนการเข้าชมอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่เฉพาะควรประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | หอสมุด, ศูนย์อาหาร, หอพัก, โรงแรมฝึกประสบการณ์, ศูนย์กีฬา, สระว่ายน้ำ, ห้องพยาบาล, ห้องละหมาด, ร้านค้าสหกรณ์, บริการรถรับส่งภายในพื้นที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ |
| การเดินทาง | ใช้ถนนกาญจนวนิชระหว่างอำเภอหาดใหญ่และเมืองสงขลา เดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง และบริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อพื้นที่เมืองสงขลา |
| สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมืองสงขลา | 1. สวนสัตว์สงขลา
2. วัดเขาเก้าแสน 3. ตลาดเก้าเส้ง 4. ย่านเมืองเก่าสงขลา 5. หาดชลาทัศน์ |
| ร้านอาหารในอำเภอเมืองสงขลา | 1. Coffee P'eak โทร. 074-314682
2. ครัวมองเล Mong Lay Ma Cafe โทร. 087-3956611 3. ร้านตำสะดิ้ง&แซ่บสะดุ้ง โทร. 061-8084742 4. Krua Khanom Jeen Restaurant โทร. 085-2355505 5. Mountain View Cafe & Restaurant โทร. 074-260198 |
| ที่พักในอำเภอเมืองสงขลา | 1. Songkhla Palace Hotel โทร. 092-8389119
2. HOP INN Songkhla โทร. 02-0802222 3. Sun Inn โทร. 090-2328428 4. A List Hotel Songkhla โทร. 092-7406600 5. Songkhla Tae Raek Antique Hotel โทร. 094-3173338 |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 074-260200 ถึง 074-260204 |
| อีเมล | saraban@skru.ac.th |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.skru.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการในปี พ.ศ. 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ปีการศึกษา 2569
| คณะ / ระดับการศึกษา | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะครุศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา 4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 7. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา 8. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ-ภาษาไทย 9. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว ระดับบัณฑิตศึกษา 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 2. ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจบริการ 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสวัสดิการสังคม 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศ 7. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ กลุ่มวิชานโยบายสาธารณะ 8. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ กลุ่มวิชาการจัดการปกครองท้องถิ่น 9. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ กลุ่มวิชาการบริหารงานยุติธรรมและกฎหมาย 10. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน 11. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์เพื่อการสื่อสารสังคม 12. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอินโดนีเซีย-มาเลเซียศึกษาเพื่องานระหว่างประเทศ ระดับปริญญาโท 1. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะและการจัดการท้องถิ่น |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์ 8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี 9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 10. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน 11. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพและความงาม 12. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการเกษตรเพื่อความยั่งยืน 13. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา |
| คณะวิทยาการจัดการ | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด 4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ 5. การจัดการบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการ 6. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ 7. เศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ 8. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาบัญชี 9. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการค้า 10. การจัดการบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการท้องถิ่น ระดับปริญญาตรี ภาคพิเศษ 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (แผนเทียบโอน) 2. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาบัญชี 3. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาบัญชี (แผนเทียบโอน) |
| คณะเทคโนโลยีการเกษตร | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช 2. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ 3. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมอาหารและการจัดการธุรกิจ (หลักสูตรสหวิทยาการ) 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำ รูปแบบการศึกษาเพิ่มเติม 1. นวัตกรรมอาหารและการจัดการธุรกิจ (แผนเทียบโอน) 2. เกษตรศาสตร์ (แผนเทียบโอน) 3. เทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร (แผนเทียบโอน) 4. เทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำ (แผนเทียบโอน) |
| คณะศิลปกรรมศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน 2. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์และการแสดง 3. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ 4. ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ 5. ดุริยางคศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา ระดับปริญญาโท 1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา |
| คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม | ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ 1. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์ 2. อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิต 3. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ 4. อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม (หลักสูตรต่อเนื่อง) 5. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม (หลักสูตรต่อเนื่อง) 6. อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและไอโอที (หลักสูตรต่อเนื่อง) ระดับปริญญาตรี ภาคพิเศษ 1. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม (หลักสูตรต่อเนื่อง) |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | หน่วยงานระดับคณะที่ได้รับการจัดตั้งในปี พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการพัฒนาการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ |
| วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ (วิทยาเขตสตูล) | ระดับปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยว |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: หน่วยงานสำนักงานที่ประกาศเวลาราชการเปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนเวลาเข้าใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยและอาคารต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงาน
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาก่อตั้งเมื่อไหร่?
ตอบ: มีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2462 จากการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑล และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีชื่อเดิมว่าอะไร?
ตอบ: สถาบันมีพัฒนาการผ่านชื่อโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑล โรงเรียนฝึกหัดครูมูล โรงเรียนฝึกหัดครูสงขลา วิทยาลัยครูสงขลา และสถาบันราชภัฏสงขลา ก่อนเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีกี่คณะ?
ตอบ: ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยมี 8 คณะ ได้แก่ ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีการเกษตร ศิลปกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และพยาบาลศาสตร์ รวมถึงวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการในจังหวัดสตูลอีก 1 แห่ง
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีวิทยาเขตสตูลหรือไม่?
ตอบ: มี โดยวิทยาเขตสตูลตั้งอยู่ในตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล และเป็นพื้นที่การศึกษาแยกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาในอำเภอเมืองสงขลา
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามีจุดเด่นด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านการผลิตและพัฒนาครู การวิจัยและบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงการศึกษาในศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เกษตรกรรม บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมภาคใต้
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะที่มหาวิทยาลัยประกาศเปิดให้เข้าร่วม หรือประสานงานเพื่อศึกษาดูงานได้ โดยการเข้าชมอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่เฉพาะต้องปฏิบัติตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 4 วันที่แล้ว




