หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา >อ.เมืองสงขลา >ต.บ่อยาง > พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา
TL;DR: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา อยู่ที่ถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. / หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์.

สงขลา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น. / หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่สุดของภาคใต้ตอนล่าง ตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 ภายในเขตเมืองเก่าสงขลาและอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบสงขลา อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีคุณค่าอย่างโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และบทบาทด้านการเรียนรู้ เพราะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุเท่านั้น แต่ตัวอาคารเองก็เป็นโบราณสถานของชาติที่มีอายุกว่า 100 ปี เดิมสร้างขึ้นเป็นบ้านพักส่วนตัวของพระยาสุนทรานุรักษ์ หรือ เนตร ณ สงขลา ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2421 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
 
จุดเด่นแรกที่ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์หลายแห่งคือความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมจีนผสมยุโรป อาคารก่ออิฐถือปูนสูง 2 ชั้น หันหน้าไปทางทิศตะวันตกและหันออกสู่ทะเลสาบสงขลา ตัวบ้านยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร วางผังเป็นเรือนหมู่ 4 หลัง เชื่อมถึงกันด้วยระเบียงทางเดิน มีลานเปิดโล่งกลางอาคาร สนามหญ้า พื้นที่สวน และกำแพงโค้งแบบจีนล้อมรอบ เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูเข้าสู่พื้นที่พิพิธภัณฑ์ ผู้ชมจะเห็นความสมดุลของอาคารสีขาว หน้าต่างสีแดง หลังคาทรงจีน เส้นโค้งของบันได และบรรยากาศสงบที่แตกต่างจากความคึกคักของย่านเมืองเก่าสงขลาโดยรอบ
 
ประวัติของอาคารเริ่มจากการเป็นคฤหาสน์ของตระกูล ณ สงขลา ซึ่งเป็นตระกูลเจ้าเมืองสงขลาที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของเมือง ต่อมาใน พ.ศ. 2437 อาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ซึ่งต่อมาคือเจ้าพระยายมราช หรือ ปั้น สุขุม จากนั้นอาคารถูกใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช และตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา จนถึง พ.ศ. 2496 จึงย้ายศาลากลางไปยังที่ตั้งใหม่บนถนนราชดำเนิน อาคารหลังนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากบ้านพักส่วนบุคคลของชนชั้นนำท้องถิ่น สู่สถานที่ราชการระดับมณฑลและระดับจังหวัด ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในเวลาต่อมา
 
หลังจากอาคารถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2516 และเริ่มบูรณะปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เมื่อการจัดแสดงนิทรรศการถาวรแล้วเสร็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารในขณะนั้น เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2525 การเปลี่ยนอาคารเก่าแก่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์จึงเป็นการรักษาอาคารประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิต พร้อมทำหน้าที่ใหม่ในฐานะแหล่งเรียนรู้ของประชาชน
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และวัตถุทางชาติพันธุ์ที่สะท้อนพัฒนาการของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เนื้อหาครอบคลุมโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง วัฒนธรรมเมืองท่า วิถีชีวิตชุมชน และเรื่องราวของตระกูล ณ สงขลา ผู้ชมจึงสามารถใช้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจสงขลาได้ครบหลายมิติ ทั้งสงขลาในฐานะเมืองโบราณ เมืองท่า เมืองการค้า เมืองราชการ เมืองชายทะเล และเมืองที่มีวัฒนธรรมหลากหลายจากจีน มลายู อินเดีย และชุมชนท้องถิ่นภาคใต้
 
ภายในนิทรรศการมีเนื้อหาสำคัญหลายหมวด ห้องจัดแสดงวิถีชีวิตสงขลานำเสนอแนวคิด “โหนด-นา-เล” ซึ่งเป็นแกนชีวิตของชาวสงขลา คำว่าโหนดหมายถึงการใช้ประโยชน์จากตาลโตนด นาหมายถึงการปลูกข้าว และเลหมายถึงการทำประมงทั้งทะเลสาบสงขลาและทะเลฝั่งอ่าวไทย แนวคิดนี้ช่วยอธิบายว่าชีวิตของชาวสงขลาไม่ได้ผูกพันกับสิ่งเดียว แต่เกิดจากการประสานกันของทรัพยากรบนบก พื้นที่เกษตร และโลกทางทะเล เมื่อผู้ชมเข้าใจโหนด นา และเล ก็จะเข้าใจรากของวัฒนธรรมสงขลาได้ชัดขึ้น
 
อีกหมวดหนึ่งที่น่าสนใจคือการจัดแสดงสุนทรียภาพในวิถีชีวิตของชาวภาคใต้ตอนล่าง พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเป็นภูมิภาคที่เคยมีความสัมพันธ์กับเมืองท่า เส้นทางการค้า ศาสนา และความเชื่อจากหลายแหล่ง ทั้งอินเดีย กลุ่มเมืองในคาบสมุทรมลายู ศิลปะจีน และศาสนาอิสลาม สิ่งเหล่านี้หลอมรวมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้คนในภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านภาษา เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ ศิลปะ วัตถุพิธีกรรม และรูปแบบชีวิตประจำวัน นิทรรศการลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นความหลากหลายของภาคใต้มากกว่าภาพจำเพียงด้านทะเลหรืออาหาร
 
วัตถุเด่นที่ควรสังเกตอย่างละเอียดคือบานประตูไม้เดิมของจวน ซึ่งเป็นศิลปะราวพุทธศตวรรษที่ 24 ทำด้วยไม้จำหลัก เขียนสี และประดับมุก ฝีมือช่างจีนชั้นครู บานประตูเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบอาคารเก่า แต่เป็นงานศิลปกรรมที่บันทึกคตินิยม ธรรมเนียม วรรณคดี และศาสนาตามแบบจีนไว้อย่างวิจิตร ลวดลายแกะสลักโปร่ง รูปเทพเจ้า ลายพันธุ์พฤกษา ลายมังกรดั้นเมฆ และการประดับมุกสะท้อนทั้งฝีมือช่าง ความมั่งคั่งของเจ้าของอาคาร และความสัมพันธ์ของเมืองสงขลากับวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล
 
รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของอาคารควรมองอย่างช้า ๆ เพราะทุกองค์ประกอบมีความหมาย หลังคามุงกระเบื้องสองชั้นฉาบปูนเป็นลอน สันหลังคาโค้งและปลายเชิดขึ้น คล้ายมีการผสมผสานระหว่างรูปแบบจีนกับความคุ้นเคยของสถาปัตยกรรมไทย ช่องเปิด หน้าต่าง บานเฟี้ยม ระเบียง ทางเดิน และลานกลางบ้านช่วยให้อาคารรับลมและเหมาะกับสภาพอากาศเมืองชายทะเล ส่วนภาพเขียนสีบริเวณหัวเสาและผนังใต้จั่วหลังคาเป็นรูปเทพเจ้าจีนและลายพันธุ์พฤกษา แสดงรสนิยมศิลปะจีนที่แทรกอยู่ในอาคารอย่างประณีต
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งเก็บรักษามรดกวัฒนธรรมของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โบราณวัตถุบางส่วนสะท้อนการตั้งถิ่นฐานก่อนประวัติศาสตร์ บางส่วนเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางศาสนา บางส่วนเป็นวัตถุศิลปะและเครื่องใช้ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับเส้นทางการค้าในคาบสมุทรมลายู การจัดแสดงทำให้ผู้ชมเห็นว่าเมืองสงขลาไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่เชื่อมแผ่นดิน ทะเลสาบ ทะเล และชุมชนต่างถิ่นเข้าด้วยกัน
 
ผู้ที่สนใจโบราณคดีจะได้เห็นหลักฐานที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของผู้คนในภูมิภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ชุมชนเก่า การใช้เครื่องมือ เครื่องปั้นดินเผา รูปเคารพทางศาสนา งานโลหะ และวัตถุที่สัมพันธ์กับพิธีกรรมหรือการดำรงชีวิต ส่วนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เมืองจะเห็นเส้นทางของสงขลาจากเมืองเก่าแถบสิงหนคร มาสู่เมืองปัจจุบันในฝั่งบ่อยาง และบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองสำคัญที่มีทั้งการปกครอง การค้า และการติดต่อกับผู้คนหลากกลุ่ม
 
ผู้ที่สนใจชาติพันธุ์วิทยาและวัฒนธรรมท้องถิ่นจะพบวัตถุและเนื้อหาที่สะท้อนกลุ่มคนในภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านภาษา ศาสนา เครื่องแต่งกาย อาชีพ และพิธีกรรม ภาคใต้ตอนล่างเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนไทยพุทธ ไทยมุสลิม ชาวจีน และกลุ่มชาติพันธุ์ที่สัมพันธ์กับคาบสมุทรมลายู พิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจความซับซ้อนของพื้นที่ ไม่มองภาคใต้เป็นภาพเดียว แต่เห็นความแตกต่างและการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมหลายชั้น
 
ในมุมศิลปะจีน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีคุณค่าอย่างมาก เพราะอาคารและงานตกแต่งภายในแสดงอิทธิพลจีนที่เข้มข้น ตั้งแต่ลายแกะสลัก บานเฟี้ยม ประตู หน้าต่าง เครื่องหมายหยินหยาง ปากั้ว รูปเทพเจ้า และรูปแบบหลังคา องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะสำหรับศึกษาการปรับใช้ศิลปะจีนในบริบทเมืองไทยภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองท่าที่มีชุมชนจีนเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน
 
นอกจากนิทรรศการในอาคารแล้ว ศาลากลางแจ้งและพื้นที่รอบพิพิธภัณฑ์ยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชม พื้นที่กลางแจ้งใช้จัดแสดงโบราณวัตถุและชิ้นส่วนประดับสถาปัตยกรรม เช่น หน้าบันจำหลักและชิ้นส่วนจากวัดหรืออาคารเก่า ทำให้ผู้ชมเห็นว่าวัตถุทางศิลปกรรมไม่ได้อยู่เฉพาะในตู้จัดแสดง แต่ยังสัมพันธ์กับอาคารจริง ศาสนสถานจริง และชุมชนจริงที่เคยใช้วัตถุเหล่านั้นมาก่อน การเดินชมพื้นที่ภายนอกจึงช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่องศิลปกรรมท้องถิ่นได้ดี
 
ความน่าสนใจของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา อยู่ที่การเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งตัวอาคารและวัตถุจัดแสดงมีคุณค่าเท่าเทียมกัน หากผู้ชมมองเพียงโบราณวัตถุ อาจพลาดเรื่องราวของอาคาร หากมองเพียงอาคาร อาจพลาดหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อยู่ภายใน วิธีชมที่ดีที่สุดคือเริ่มจากการสังเกตอาคารภายนอก ซุ้มประตู บันได ระเบียง ลานกลางบ้าน หลังคา และงานไม้ จากนั้นจึงเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงเพื่ออ่านพัฒนาการของสงขลาและภาคใต้ตอนล่างผ่านวัตถุแต่ละชิ้น
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับผู้ชมหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถใช้เป็นจุดเรียนรู้ก่อนเดินเมืองเก่าสงขลา นักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ และสังคมวัฒนธรรม นักวิชาการสามารถใช้เป็นฐานในการศึกษาวัตถุทางชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์เมือง ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมจะได้พบมุมอาคารสวยงามหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณอาคารสีขาว หน้าต่างแดง บันไดโค้ง ลานกลาง และสนามหญ้า
 
การจัดตำแหน่งของพิพิธภัณฑ์ในย่านเมืองเก่าทำให้สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นได้ง่าย พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้กำแพงเมืองเก่าสงขลา พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถนนนครใน ถนนนครนอก ถนนนางงาม โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เขาตังกวน และแหลมสมิหลา ผู้ที่ต้องการเข้าใจสงขลาอย่างครบถ้วนควรใช้พิพิธภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเดินหรือขับรถต่อไปยังย่านเมืองเก่าเพื่อเห็นชีวิตเมืองในปัจจุบันที่ยังเชื่อมกับประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์
 
การเดินชมพิพิธภัณฑ์ควรจัดเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านป้ายข้อมูลและสังเกตวัตถุอย่างละเอียดควรเผื่อเวลามากกว่านั้น ช่วงเช้าเหมาะกับการชมอาคารภายนอกเพราะแสงยังไม่แรงเกินไป ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการใช้เวลาในนิทรรศการแล้วต่อด้วยการเดินเมืองเก่าหรือชมทะเลสาบสงขลา พิพิธภัณฑ์เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. และปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงควรวางแผนวันเดินทางให้ตรงกับวันที่เปิดทำการ
 
สำหรับผู้ที่มาเป็นครอบครัว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านของจริง การได้เห็นอาคารเก่า วัตถุโบราณ บานประตูไม้จำหลัก รูปแบบศิลปะจีน และเครื่องใช้ของคนในอดีต ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เด็กสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในหนังสือกับสถานที่จริง ส่วนผู้ปกครองสามารถใช้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่สนทนาเรื่องเมืองสงขลา วิถีชีวิตภาคใต้ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
 
ในเชิงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นจุดที่ช่วยยกระดับการเที่ยวสงขลาอย่างมาก เพราะทำให้ผู้เดินทางเข้าใจบริบทก่อนชมสถานที่อื่น เมื่อรู้เรื่องตระกูล ณ สงขลา ศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช สถาปัตยกรรมจีนผสมยุโรป วิถีโหนด-นา-เล และพัฒนาการของภาคใต้ตอนล่าง การเดินชมเมืองเก่าสงขลาหลังจากนั้นจะมีความหมายมากขึ้น อาคารเก่า ถนนเก่า ศาลเจ้า วัด ร้านอาหาร และทะเลสาบจะไม่ใช่เพียงฉากถ่ายภาพ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง
 
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ทำได้สะดวกจากตัวเมืองสงขลา หากเริ่มจากย่านเมืองเก่าสงขลา สามารถเดินทางผ่านถนนนครใน ถนนนครนอก ถนนนางงาม หรือถนนวิเชียรชมได้ในระยะสั้น หากเดินทางจากแหลมสมิหลาหรือเขาตังกวน สามารถใช้ถนนในเขตเทศบาลนครสงขลาเชื่อมกลับมายังย่านพิพิธภัณฑ์ได้สะดวก ส่วนผู้ที่มาจากหาดใหญ่สามารถใช้ถนนกาญจนวนิชเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลา แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลบ่อยางและถนนวิเชียรชม การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถเหมาะที่สุด ส่วนผู้ที่พักในย่านเมืองเก่าสามารถเดินหรือใช้จักรยานในบางช่วงได้
 
มารยาทในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ควรรักษาความสงบ ไม่สัมผัสโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ไม่พิงตู้จัดแสดง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รับประทานอาหารในพื้นที่จัดแสดง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การถ่ายภาพควรตรวจสอบป้ายหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน โดยเฉพาะบริเวณวัตถุสำคัญหรือจุดที่มีข้อกำหนดเฉพาะ การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยปกป้องวัตถุประวัติศาสตร์และทำให้ผู้เข้าชมทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดี
 
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนคือการมองอาคารจากลานด้านหน้าเพื่อเห็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมโดยรวม การสังเกตบานประตูและงานไม้แกะสลักจีน การชมแนวคิดโหนด-นา-เลในห้องวิถีชีวิตสงขลา การอ่านเรื่องตระกูล ณ สงขลา และการเดินชมพื้นที่กลางแจ้งที่จัดแสดงชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม การชมอย่างครบเช่นนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บของเก่า แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องเมืองสงขลาอย่างมีชีวิต
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในแผนเที่ยวเมืองสงขลาของผู้สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทุกคน ความงดงามของอาคารจีนผสมยุโรป อดีตในฐานะคฤหาสน์ บ้านพักข้าหลวง ศาลาว่าการมณฑล และศาลากลางจังหวัด บทบาทปัจจุบันในฐานะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ และนิทรรศการที่ครอบคลุมภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งการเรียนรู้ การชมสถาปัตยกรรม การเข้าใจเมืองเก่า และการเห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมสงขลาอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
ชื่อภาษาอังกฤษSongkhla National Museum
ที่ตั้งถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ที่อยู่13 ถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000
พิกัด7.2023780144, 100.588644958
ลักษณะเด่นอาคารสถาปัตยกรรมจีนผสมยุโรป ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น หันหน้าไปทางทะเลสาบสงขลา วางผังเป็นเรือนหมู่ 4 หลัง เชื่อมด้วยระเบียงทางเดิน มีลานกลาง อาคารสีขาว หน้าต่างแดง และงานไม้แกะสลักจีน
ประวัติ / สมัย / ยุคสร้างเมื่อ พ.ศ. 2421 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เดิมเป็นบ้านพักของพระยาสุนทรานุรักษ์ หรือ เนตร ณ สงขลา ต่อมาใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช และศาลากลางจังหวัดสงขลา
การขึ้นทะเบียน / การเปิดพิพิธภัณฑ์กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2516 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2525
ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
เบอร์ติดต่อ074-311728
อีเมลnm_songkla@finearts.go.th
วันเปิดทำการวันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ09.00 – 16.00 น.
วันหยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าชมชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 150 บาท / พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชม
สิ่งสำคัญที่จัดแสดงศิลปวัตถุภาคใต้ตอนล่าง โบราณวัตถุ ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง วัตถุเกี่ยวกับตระกูล ณ สงขลา และบานประตูไม้เดิมของจวนที่จำหลัก เขียนสี และประดับมุก
โซน / ห้องจัดแสดงที่สำคัญห้องวิถีชีวิตสงขลาแนวคิดโหนด-นา-เล, ห้องสุนทรียภาพในวิถีชีวิตของชาวภาคใต้ตอนล่าง, พื้นที่จัดแสดงศิลปะจีนและงานไม้แกะสลัก, ศาลากลางแจ้งจัดแสดงชิ้นส่วนประดับสถาปัตยกรรม และพื้นที่นิทรรศการถาวรเกี่ยวกับสงขลาและภาคใต้ตอนล่าง
การเดินทางจากตัวเมืองสงขลาเดินทางไปยังถนนวิเชียรชมในเขตตำบลบ่อยาง ใกล้ย่านเมืองเก่าสงขลาและทะเลสาบสงขลา หากมาจากหาดใหญ่ใช้ถนนกาญจนวนิชเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลา แล้วต่อไปยังย่านบ่อยางและถนนวิเชียรชม
ข้อควรปฏิบัติรักษาความสงบ ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ ไม่พิงตู้จัดแสดง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่รับประทานอาหารในพื้นที่จัดแสดง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. กำแพงเมืองเก่าสงขลา 0 กม.
2. พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ 0 กม.
3. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา 1 กม.
4. ถนนนางงามและย่านเมืองเก่าสงขลา 1 กม.
5. โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น 1 กม.
6. เขาตังกวน 1 กม.
7. แหลมสนอ่อน 2 กม.
8. แหลมสมิหลา 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านสบายดี 0 กม. โทร. 087-479-3690
2. เขาน้อยโภชนา 1 กม. โทร. 081-738-8194
3. Lyn’s The Shanghai Cafe 1 กม. โทร. 083-243-9977
4. ข้าวสตูเกียดฟั่ง 1 กม. โทร. 074-311-998
5. ก๋วยจั๊บเจ๊น้อย 1 กม. โทร. 074-313912
6. ร้านฮัจญีนะ 3 กม. โทร. 081-690-9434
ที่พักใกล้เคียง1. Yu Cafe’ and Hostel Songkhla 1 กม. โทร. 083-002-9554
2. Songkhla TaeRaek Antique Hotel 1 กม. โทร. 074-322227, 094-3173338
3. A List Hotel Songkhla 1 กม. โทร. 092-740-6600
4. The Singora Hotel 2 กม. โทร. 074-314-555
5. Montana Hotel Songkhla 2 กม. โทร. 074-300-614
6. The Luxury Residence Songkhla 2 กม. โทร. 074-321-977
7. BP Samila Beach Hotel & Resort 3 กม. โทร. 074-440-222
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90000 ใกล้ย่านเมืองเก่าสงขลาและทะเลสาบสงขลา
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. และหยุดวันจันทร์ วันอังคาร รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท โดยพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชม
 
ถาม: อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เดิมใช้ทำอะไร?
ตอบ: เดิมเป็นบ้านพักของพระยาสุนทรานุรักษ์ หรือ เนตร ณ สงขลา ต่อมาใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช และศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนบูรณะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา มีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: มีอาคารสถาปัตยกรรมจีนผสมยุโรปอายุกว่า 100 ปี นิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมภาคใต้ตอนล่าง ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้าน วัตถุทางชาติพันธุ์ และบานประตูไม้เดิมของจวนที่จำหลัก เขียนสี และประดับมุกอย่างงดงาม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา นานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการอ่านป้ายข้อมูล ชมวัตถุจัดแสดง และสังเกตรายละเอียดอาคารอย่างครบถ้วนควรเผื่อเวลามากกว่านั้น
 
ถาม: ควรเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับกำแพงเมืองเก่าสงขลา พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถนนนางงาม โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เขาตังกวน แหลมสนอ่อน และแหลมสมิหลา
 
ถาม: เดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองสงขลาให้มุ่งหน้าไปถนนวิเชียรชมในเขตตำบลบ่อยาง หากมาจากหาดใหญ่ใช้ถนนกาญจนวนิชเข้าสู่อำเภอเมืองสงขลา แล้วต่อไปยังย่านเมืองเก่าและถนนวิเชียรชม

โทร : 074311728

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

พิพิธภัณฑ์กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(7)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(52)
มัสยิด มัสยิด(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(3)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(12)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(13)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(6)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)
เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้ เมนูอาหารใต้, สูตรอาหารใต้(2)