หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูล >อ.ทุ่งหว้า >ต.ทุ่งหว้า > อุทยานธรณีสตูล
TL;DR: อุทยานธรณีสตูล เปิดพื้นที่อุทยานธรณีสตูลเปิดตามเงื่อนไขของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว / เวลา พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ เทือกเขาหินปูน ถ้ำหินปูน ฟอสซิลทะเลโบราณ ปราสาทหินกลางทะเล น้ำตกหินปูน ป่าชายเลน ชายหาด หมู่เกาะ และแหล่งวัฒนธรรมชุมชน.

สตูล

อุทยานธรณีสตูล

อุทยานธรณีสตูล

วันเปิดทำการ: พื้นที่อุทยานธรณีสตูลเปิดตามเงื่อนไขของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว / พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล 08.00 – 18.00 น.
 
อุทยานธรณีสตูล หรือ Satun UNESCO Global Geopark เป็นพื้นที่มรดกธรณีระดับโลกของจังหวัดสตูล และเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก จุดตั้งต้นสำคัญของการเรียนรู้อยู่ในตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลและแหล่งเรียนรู้สำคัญหลายแห่ง อุทยานธรณีสตูลไม่ได้เป็นอุทยานแบบสวนปิดที่มีทางเข้าออกเพียงจุดเดียว แต่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมแหล่งธรณีวิทยา แหล่งฟอสซิล ถ้ำ ภูเขาหินปูน น้ำตก ชายหาด หมู่เกาะ ชุมชน และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายแห่งในจังหวัดสตูล ทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ
 
อุทยานธรณีสตูลมีความโดดเด่นจากเรื่องราวของผืนแผ่นดินที่เคยเป็นทะเลโบราณเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ก่อนจะเกิดการยกตัว เปลี่ยนแปลง และกลายเป็นภูเขาหินปูน ถ้ำ หน้าผา เกาะ ชายหาด และแหล่งฟอสซิลที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน ภาพรวมของพื้นที่จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติกลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่บันทึกประวัติศาสตร์โลกผ่านชั้นหิน ซากดึกดำบรรพ์ และภูมิประเทศจริง ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องธรณีวิทยาได้จากสถานที่จริง ไม่ว่าจะเป็นถ้ำเล สเตโกดอน ปราสาทหินพันยอด เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ น้ำตกวังสายทอง ถ้ำภูผาเพชร แหล่งนอติลอยด์ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า ละงู มะนัง และอำเภอเมืองสตูล
 
หัวใจของอุทยานธรณีสตูลคือความสัมพันธ์ระหว่างธรณีวิทยากับชีวิตผู้คน พื้นที่นี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะมีหินเก่า ฟอสซิล หรือภูเขาสวยงามเท่านั้น แต่มีคุณค่าเพราะชุมชนท้องถิ่นสามารถนำทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้มาสร้างการเรียนรู้ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และรายได้ที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดของอุทยานธรณีจึงไม่ใช่การปิดกั้นพื้นที่ธรรมชาติออกจากผู้คน แต่เป็นการทำให้คนในพื้นที่เข้าใจคุณค่าของทรัพยากร และใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการดูแลพื้นที่ให้ยั่งยืน
 
พื้นที่อุทยานธรณีสตูลครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล ได้แก่ อำเภอทุ่งหว้า อำเภอมะนัง อำเภอละงู และบางส่วนของอำเภอเมืองสตูล รวมพื้นที่ประมาณ 2,597 ตารางกิโลเมตร ภายในพื้นที่มีแหล่งธรณีวิทยา แหล่งเรียนรู้ แหล่งนิเวศวิทยา แหล่งวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวอื่นรวมกันจำนวนมาก จุดเด่นระดับนานาชาติคือซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ทะเลมหายุคพาลีโอโซอิกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศไทย และเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมทางทะเลโบราณในภูมิภาคนี้
 
คำว่าอุทยานธรณีมีความหมายกว้างกว่าคำว่าแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งธรณีวิทยาสำคัญควบคู่กับการบริหารจัดการ การอนุรักษ์ การศึกษา และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ในระบบการยกระดับอุทยานธรณี สามารถแบ่งความก้าวหน้าออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ อุทยานธรณีระดับท้องถิ่น อุทยานธรณีระดับจังหวัด อุทยานธรณีระดับประเทศ และอุทยานธรณีระดับโลก ระดับท้องถิ่นเป็นจุดเริ่มต้นจากแหล่งธรณีที่มีคุณค่าของพื้นที่ ระดับจังหวัดต้องมีคุณสมบัติด้านธรณีวิทยาและมีการจัดการในระดับจังหวัด ระดับประเทศต้องมีคุณสมบัติและระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็งขึ้น ส่วนระดับโลกต้องผ่านหลักเกณฑ์ของยูเนสโกและได้รับการติดตามประเมินอย่างต่อเนื่อง
 
การเป็นอุทยานธรณีโลกไม่ได้เป็นสถานะที่ได้แล้วคงอยู่ตลอดไปโดยไม่มีการตรวจสอบ ยูเนสโกมีระบบประเมินซ้ำเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าอุทยานธรณีแต่ละแห่งยังคงรักษาคุณค่าด้านธรณีวิทยา การอนุรักษ์ การศึกษา การท่องเที่ยว และการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ตามมาตรฐาน หากพื้นที่ใดบกพร่องในการบริหารจัดการ ก็ต้องปรับปรุงตามข้อเสนอแนะและอาจมีผลต่อสถานะในอนาคต ประเด็นนี้ทำให้อุทยานธรณีสตูลต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการดูแลแหล่งธรณี การสื่อความหมาย การพัฒนาคนในพื้นที่ และการจัดการท่องเที่ยวให้สมดุลกับการอนุรักษ์
 
เรื่องราวของอุทยานธรณีสตูลเริ่มเด่นชัดจากการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะซากช้างดึกดำบรรพ์สกุลสเตโกดอนที่พบในถ้ำวังกล้วย ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อถ้ำเล สเตโกดอน การค้นพบดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการศึกษาเชิงธรณีวิทยาในจังหวัดสตูลอย่างกว้างขวาง และทำให้หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ องค์กรท้องถิ่น และชุมชนเห็นศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นอุทยานธรณี อุทยานธรณีสตูลได้รับการประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศในปี 2559 และได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกจากยูเนสโกในปี 2561
 
สิ่งที่ทำให้อุทยานธรณีสตูลมีความสำคัญระดับโลกคือความต่อเนื่องของชั้นหินทะเลโบราณตั้งแต่ยุคแคมเบรียนไปจนถึงยุคเพอร์เมียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของมหายุคพาลีโอโซอิก ภายในพื้นที่พบซากดึกดำบรรพ์หลายกลุ่ม เช่น ไทรโลไบต์ แบรคิโอพอด สโตรมาโตไลต์ โคโนดอนต์ แกรปโตไลต์ เทนทาคูไลต์ และนอติลอยด์ ซากเหล่านี้ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในทะเลโบราณ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และวิวัฒนาการของโลกในช่วงเวลาที่ยาวนานมากก่อนการเกิดมนุษย์
 
หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือฟอสซิลไทรโลไบต์ยุคแคมเบรียนบนเกาะตะรุเตา ซึ่งได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นกลุ่มฟอสซิลเก่าแก่ในคาบสมุทรไทย–มลายู นอกจากนี้ยังมีสโตรมาโตไลต์สีแดงและชั้นเถ้าภูเขาไฟที่ช่วยในการกำหนดอายุทางธรณีวิทยา หลักฐานเหล่านี้ทำให้อุทยานธรณีสตูลไม่ใช่แค่พื้นที่ท่องเที่ยวสวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยนักวิทยาศาสตร์และผู้สนใจทั่วไปทำความเข้าใจประวัติศาสตร์โลกในระดับลึก
 
ถ้ำเล สเตโกดอนเป็นหนึ่งในแหล่งที่ทำให้อุทยานธรณีสตูลเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำหินปูนที่มีลำธารไหลลอดผ่าน และมีเส้นทางภายในถ้ำยาวประมาณ 4 กม. ความสำคัญของถ้ำอยู่ที่การพบซากช้างสเตโกดอนและสัตว์โบราณอื่น ทำให้ถ้ำเล สเตโกดอนเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย แหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ และตัวอย่างของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน นักท่องเที่ยวที่เข้าถ้ำต้องอาศัยการประสานกับผู้ดูแลพื้นที่ เพราะกิจกรรมขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ความปลอดภัย และการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อรักษาทรัพยากรภายในถ้ำ
 
ปราสาทหินพันยอดเป็นอีกหนึ่งแหล่งธรณีสำคัญของอุทยานธรณีสตูล ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นภูมิประเทศคาสต์กลางทะเลที่เกิดจากหินปูนถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นยอดหินจำนวนมากคล้ายปราสาทธรรมชาติ ภายในมีช่องทางน้ำ ถ้ำทะเล และลากูนซ่อนอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมบางส่วนด้วยเรือและคายักภายใต้การดูแลของชุมชน ภาพของยอดหินปูนสูงชัน น้ำทะเลสีเขียว และโพรงหินธรรมชาติทำให้ปราสาทหินพันยอดเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการท่องเที่ยวเชิงธรณีในสตูล
 
พื้นที่อำเภอทุ่งหว้าเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของอุทยานธรณีสตูล เพราะมีทั้งพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ถ้ำเล สเตโกดอน เขานางดำ จุดชมวิวท่าอ้อย น้ำตกธารปลิว และแหล่งเรียนรู้ชุมชนหลายแห่ง อำเภอนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเริ่มทำความเข้าใจอุทยานธรณีอย่างเป็นระบบ เพราะสามารถเริ่มจากพิพิธภัณฑ์เพื่อดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยออกไปสัมผัสพื้นที่จริงในถ้ำ น้ำตก ป่าชายเลน และชุมชน
 
พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลในตำบลทุ่งหว้าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้มาเยือน เพราะทำหน้าที่เป็นแหล่งให้ความรู้ทางธรณีวิทยาและจัดแสดงตัวอย่างฟอสซิลที่พบในจังหวัดสตูล ภายในมีข้อมูลที่ช่วยอธิบายว่าแผ่นดินสตูลเคยเกี่ยวข้องกับทะเลโบราณอย่างไร ฟอสซิลแต่ละชนิดบอกอะไรเกี่ยวกับโลกในอดีต และเหตุใดพื้นที่แห่งนี้จึงได้รับการยอมรับในระดับยูเนสโก นักท่องเที่ยวที่ชมพิพิธภัณฑ์ก่อนออกไปเที่ยวแหล่งจริงจะเข้าใจภาพรวมได้ดีกว่าการเดินทางไปถ้ำหรือเกาะโดยไม่มีพื้นฐานเรื่องธรณีวิทยา
 
นอกจากแหล่งธรณีแล้ว อุทยานธรณีสตูลยังมีแหล่งนิเวศวิทยาและวัฒนธรรมที่สำคัญ เพราะพื้นที่ครอบคลุมทั้งภูเขา ป่าดิบ น้ำตก ป่าชายเลน ชายฝั่งทะเล และหมู่เกาะ ทำให้เกิดระบบนิเวศหลากหลายมากในจังหวัดเดียว ชุมชนในพื้นที่มีทั้งชุมชนเกษตร ชุมชนประมง ชุมชนมุสลิม ชุมชนพุทธ และกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตเฉพาะ เช่น ชาวอูรักลาโว้ยในพื้นที่ทะเล การเที่ยวอุทยานธรณีสตูลจึงไม่ได้มีแค่การดูหินหรือฟอสซิล แต่รวมถึงการเข้าใจวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ร่วมกับภูมิประเทศเหล่านี้มาหลายชั่วอายุคน
 
กิจกรรมท่องเที่ยวภายในอุทยานธรณีสตูลมีความหลากหลายมาก นักท่องเที่ยวสายทะเลสามารถไปเกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหินงาม เกาะไข่ และหมู่เกาะตะรุเตา เพื่อชมชายหาด ดำน้ำ และศึกษาลักษณะหินกับชายฝั่ง นักท่องเที่ยวสายถ้ำสามารถเลือกถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต และถ้ำอุไรทอง ผู้ที่ชอบน้ำตกสามารถไปน้ำตกธารปลิว น้ำตกวังสายทอง และน้ำตกธารสวรรค์ ส่วนผู้ที่สนใจชุมชนสามารถเที่ยวบ้านท่าข้ามควาย บ้านท่าอ้อย สุไหงอุเป และพื้นที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของอุทยานธรณี
 
ความพิเศษของการเที่ยวอุทยานธรณีสตูลคือทุกจุดไม่ได้แยกขาดจากกัน หากเริ่มจากพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลในทุ่งหว้า นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นในถ้ำเล สเตโกดอนเกี่ยวข้องกับสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไร เหตุใดปราสาทหินพันยอดจึงมีรูปทรงแหลมคมเหมือนยอดปราสาท ทำไมเกาะหินงามจึงเต็มไปด้วยหินกลมสีดำ และทำไมชุมชนชายฝั่งจึงมีบทบาทในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ การเชื่อมข้อมูลก่อนเดินทางจึงทำให้ทริปสตูลมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพสถานที่สวยงามเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับผู้ที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันในอำเภอทุ่งหว้า สามารถเริ่มที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลหรือพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า เพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานเรื่องฟอสซิลและภูมิประเทศ จากนั้นเลือกไปถ้ำเล สเตโกดอนตามรอบที่ประสานไว้ แล้วปิดท้ายช่วงเย็นที่จุดชมวิวท่าอ้อยหรือย่านทุ่งหว้าเมืองเก่า เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นภาพของอุทยานธรณีสตูลในมิติธรณีวิทยา น้ำ ป่าชายเลน และวิถีชุมชนภายในวันเดียว
 
หากมีเวลา 2 วัน ควรแบ่งการเที่ยวออกเป็นสองโซน วันแรกใช้เวลาในทุ่งหว้าและมะนัง เช่น พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล ถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร และน้ำตกวังสายทอง วันที่สองเดินทางไปละงูและชายฝั่ง เช่น หาดปากบารา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ปราสาทหินพันยอด หรือเส้นทางเกาะในทะเลอันดามัน การจัดทริปแบบนี้ช่วยให้ไม่เร่งเกินไป และทำให้เห็นอุทยานธรณีสตูลครบทั้งถ้ำ หินปูน น้ำตก ชุมชน ป่าชายเลน และทะเล
 
ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวควรเริ่มจากจุดเรียนรู้ที่เดินง่ายก่อน เช่น พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า หรือแหล่งเรียนรู้ชุมชนที่ไม่ต้องใช้แรงมาก จากนั้นจึงค่อยเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับอายุและสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว เช่น เดินชมเมืองเก่าทุ่งหว้า ชมจุดวิวริมคลอง หรือเดินเส้นทางธรรมชาติระยะสั้น ส่วนกิจกรรมถ้ำ ล่องแก่ง ดำน้ำ หรือคายักควรเลือกตามระดับความพร้อมของร่างกาย สภาพอากาศ และคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่
 
อุทยานธรณีสตูลยังเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และคณะศึกษาดูงาน เพราะสามารถใช้พื้นที่จริงเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ เนื้อหาที่เรียนรู้ได้มีตั้งแต่การกำเนิดหินปูน การสะสมตัวของซากสิ่งมีชีวิตในทะเลโบราณ การยกตัวของแผ่นดิน การเกิดถ้ำและน้ำตกหินปูน ไปจนถึงการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน นักเรียนที่ได้เห็นฟอสซิล เห็นชั้นหิน และเห็นภูมิประเทศจริงจะเข้าใจเรื่องธรณีวิทยาได้ง่ายกว่าเรียนจากภาพในตำราเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ อุทยานธรณีสตูลมีมุมภาพจำนวนมากที่แตกต่างกันชัดเจน ตั้งแต่ภาพถ้ำมืดที่มีแสงลอดเข้ามา ภาพคายักกลางปราสาทหินพันยอด ภาพหาดหินสีดำที่เกาะหินงาม ภาพน้ำตกหินปูนสีเขียวมรกต ภาพชุมชนริมคลอง และภาพพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงฟอสซิล การเตรียมกล้องควรคิดตามประเภทพื้นที่ ถ้าเข้าถ้ำควรเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะกับแสงน้อย ถ้าไปทะเลควรเตรียมอุปกรณ์กันน้ำ ส่วนการถ่ายภาพฟอสซิลและแหล่งธรณีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งใดออกจากพื้นที่
 
การท่องเที่ยวอุทยานธรณีสตูลควรยึดหลักเคารพพื้นที่ เพราะแหล่งธรณีหลายแห่งมีความเปราะบาง ฟอสซิล ชั้นหิน หินงอกหินย้อย ป่าชายเลน และแนวปะการังไม่ใช่สิ่งที่ซ่อมแซมได้ง่ายเมื่อถูกทำลาย นักท่องเที่ยวไม่ควรขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่เก็บหินหรือฟอสซิลกลับบ้าน ไม่เหยียบย่ำพื้นที่อ่อนไหว ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้นำเที่ยวชุมชนอย่างเคร่งครัด การเที่ยวแบบรับผิดชอบช่วยให้พื้นที่นี้ยังคงคุณค่าไว้ทั้งสำหรับชุมชนและคนรุ่นต่อไป
 
ในด้านการเดินทาง ตำบลทุ่งหว้าเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการทำความรู้จักอุทยานธรณีสตูล เพราะอยู่บนเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดตรังกับจังหวัดสตูล และมีแหล่งเรียนรู้สำคัญอยู่ในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากตัวเมืองสตูลสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอละงูแล้วต่อไปอำเภอทุ่งหว้า หรือใช้เส้นทางที่เหมาะสมตามแผนที่นำทาง ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดตรังสามารถเข้าสู่สตูลทางถนนสายตรัง–สตูลและแวะทุ่งหว้าได้สะดวก เมื่อถึงพื้นที่ควรเริ่มจากพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์ข้อมูลเพื่อวางแผนเที่ยวแหล่งย่อยอย่างเป็นระบบ
 
เนื่องจากอุทยานธรณีสตูลเป็นพื้นที่กว้าง เวลาเปิดทำการและค่าบริการจึงไม่เหมือนกันทุกแหล่ง พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลมีเวลาทำการที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงได้ แต่กิจกรรมบางประเภท เช่น ถ้ำเล สเตโกดอน การคายัก ปราสาทหินพันยอด การเดินทางไปเกาะ การดำน้ำ หรือล่องแก่ง ต้องตรวจรอบบริการ ระดับน้ำ สภาพอากาศ และข้อกำหนดของผู้ดูแลพื้นที่แต่ละแห่งก่อนเดินทางเสมอ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวได้ปลอดภัยและไม่พลาดกิจกรรมสำคัญ
 
อุทยานธรณีสตูลจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายประเภท ผู้ที่ชอบธรรมชาติจะได้เห็นภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก ป่าชายเลน และทะเล ผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์ธรรมชาติจะได้เรียนรู้ฟอสซิลอายุกว่า 500 ล้านปี ผู้ที่สนใจชุมชนจะได้สัมผัสอาหารท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน และวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบมีความหมายจะได้เห็นตัวอย่างของการนำมรดกธรรมชาติมาใช้สร้างความรู้ รายได้ และการอนุรักษ์ไปพร้อมกัน
 
การเดินทาง ไปอุทยานธรณีสตูล หากต้องการเริ่มจากจุดเรียนรู้ในตำบลทุ่งหว้า ให้เดินทางเข้าสู่อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล โดยสามารถใช้ถนนสายตรัง–สตูลหรือเส้นทางจากตัวเมืองสตูลผ่านอำเภอละงูเข้าสู่ทุ่งหว้า เมื่อถึงอำเภอทุ่งหว้าให้เริ่มจากพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลหรือแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง ก่อนวางแผนไปยังแหล่งย่อย เช่น ถ้ำเล สเตโกดอน พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จุดชมวิวท่าอ้อย น้ำตกธารปลิว ถ้ำภูผาเพชร หาดปากบารา หรือปราสาทหินพันยอด เส้นทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเวลา ฤดูกาล ระดับน้ำ และรูปแบบกิจกรรมที่เลือก
 
โดยสรุป อุทยานธรณีสตูลคือพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนมองจังหวัดสตูลได้ลึกกว่าภาพทะเลและเกาะสวย เพราะที่นี่มีทั้งซากดึกดำบรรพ์ทะเลโบราณ ภูเขาหินปูน ถ้ำ น้ำตก เกาะ ป่าชายเลน เมืองเก่า และชุมชนที่ร่วมกันดูแลมรดกธรรมชาติของตนเอง การเริ่มต้นเที่ยวจากตำบลทุ่งหว้าช่วยให้เข้าใจแก่นของอุทยานธรณีได้ชัดเจน ก่อนขยายเส้นทางไปยังอำเภอมะนัง ละงู และพื้นที่เกาะในอำเภอเมืองสตูล ผู้ที่ต้องการเที่ยวสตูลแบบครบทั้งความสวยงาม ความรู้ และความหมายด้านการอนุรักษ์ ไม่ควรมองข้ามอุทยานธรณีสตูล
 
ชื่อสถานที่อุทยานธรณีสตูล / Satun UNESCO Global Geopark
จุดตั้งต้นการเรียนรู้พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล 91120
พื้นที่ครอบคลุมอำเภอทุ่งหว้า อำเภอมะนัง อำเภอละงู และบางส่วนของอำเภอเมืองสตูล
ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,597 ตารางกิโลเมตร
พิกัดอ้างอิงของอุทยานธรณี7.098611, 99.825833
สถานะปัจจุบันอยู่ในรายชื่อ UNESCO Global Geoparks ปัจจุบันของประเทศไทย
ปีที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกพ.ศ. 2561 / ค.ศ. 2018
ความสำคัญอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย มีซากดึกดำบรรพ์ทะเลโบราณ ชั้นหินยุคพาลีโอโซอิก ภูมิประเทศคาสต์ ถ้ำ น้ำตก หมู่เกาะ และชุมชนท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์
ลักษณะเด่นเทือกเขาหินปูน ถ้ำหินปูน ฟอสซิลทะเลโบราณ ปราสาทหินกลางทะเล น้ำตกหินปูน ป่าชายเลน ชายหาด หมู่เกาะ และแหล่งวัฒนธรรมชุมชน
ประเภทแหล่งในพื้นที่แหล่งธรณีวิทยา แหล่งเรียนรู้ แหล่งนิเวศวิทยา แหล่งวัฒนธรรม แหล่งผลิตภัณฑ์ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
แหล่งเด่นถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง น้ำตกธารปลิว ปราสาทหินพันยอด เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ และหาดปากบารา
วันเปิดทำการพื้นที่อุทยานธรณีสตูลเปิดตามเงื่อนไขของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว / พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลเปิดทุกวัน
เวลาเปิดทำการพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล 08.00 – 18.00 น. / แหล่งย่อยแต่ละแห่งมีเงื่อนไขเวลาแตกต่างกัน
ค่าเข้าชมไม่มีอัตราค่าเข้าชมแบบรวมทั้งอุทยานธรณี ค่าเข้าชมและค่ากิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละแหล่งย่อยและผู้ดูแลพื้นที่
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องเครือข่ายอุทยานธรณีสตูล จังหวัดสตูล กรมทรัพยากรธรณี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนในพื้นที่ และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่แหล่งย่อย
เบอร์ติดต่อจุดเรียนรู้ในทุ่งหว้าพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูล โทร. 074-789-317
อีเมลsatungeopark@gmail.com
เว็บไซต์ / ช่องทางทางการเว็บไซต์ Satun Geopark และข้อมูลจาก UNESCO Global Geoparks
การเดินทางเดินทางเข้าสู่อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล โดยใช้ถนนสายตรัง–สตูล หรือเดินทางจากตัวเมืองสตูลผ่านอำเภอละงูไปยังอำเภอทุ่งหว้า แล้วเริ่มจากพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลหรือแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า ประมาณ 1 กม.
2. ทุ่งหว้าเมืองเก่า ประมาณ 1 กม.
3. ถ้ำเล สเตโกดอน ประมาณ 6 กม.
4. จุดชมวิวท่าอ้อย ประมาณ 7 กม.
5. สวนสาธารณะเขานางดำ ประมาณ 4 กม.
6. สวนควนข้องหม้อข้าวหม้อแกงลิง ประมาณ 8 กม.
7. น้ำตกธารปลิว ประมาณ 17 กม.
8. ถ้ำภูผาเพชร ประมาณ 45 กม.
9. หาดปากบารา ประมาณ 45 กม.
10. ปราสาทหินพันยอด ประมาณ 70 กม. รวมเส้นทางเรือ
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Tori’s Bakery House ประมาณ 1 กม. โทร. 081-541-1880
2. ร้านโสแดง ทุ่งหว้า ประมาณ 2 กม. โทร. 062-057-2603
3. Flying Fish ปลาบิน ประมาณ 3 กม. โทร. 093-555-0946
4. Bike’coffee Thungwa ประมาณ 4 กม. โทร. 089-597-5618
5. ครัวมัสยา ฮาลาลฟู๊ด ประมาณ 3 กม.
6. ร้านอาหารครัวบ้านบ้าน ประมาณ 4 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ทุ่งหว้า รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 087-837-6331
2. กัปตัน รีสอร์ท ประมาณ 3 กม. โทร. 097-985-9904
3. บ้านไร่โฮมสเตย์โกดอน ประมาณ 6 กม. โทร. 080-544-8528
4. ทุ่งหว้าโฮมสเตย์โกดอน ประมาณ 6 กม.
5. Nava Nelayan Homestay ประมาณ 30 กม. โทร. 099-616-5062
6. The Chevalley Beach Resort ประมาณ 35 กม. โทร. 062-238-5858
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานธรณีสตูลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานธรณีสตูลอยู่ในจังหวัดสตูล ครอบคลุมอำเภอทุ่งหว้า อำเภอมะนัง อำเภอละงู และบางส่วนของอำเภอเมืองสตูล โดยมีจุดเรียนรู้สำคัญในตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า
 
ถาม: อุทยานธรณีสตูลสำคัญอย่างไร?
ตอบ: อุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย มีซากดึกดำบรรพ์ทะเลโบราณ ชั้นหินยุคพาลีโอโซอิก ภูมิประเทศหินปูน ถ้ำ น้ำตก หมู่เกาะ และชุมชนที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์
 
ถาม: อุทยานธรณีสตูลเปิดให้เที่ยวทุกวันหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่อุทยานธรณีสตูลประกอบด้วยแหล่งย่อยหลายแห่ง วันและเวลาเปิดทำการจึงขึ้นอยู่กับผู้ดูแลแต่ละพื้นที่ ส่วนพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลในทุ่งหว้าเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
 
ถาม: ควรเริ่มเที่ยวอุทยานธรณีสตูลจากจุดไหน?
ตอบ: ควรเริ่มจากพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีสตูลหรือพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า เพื่อทำความเข้าใจเรื่องฟอสซิล ชั้นหิน และภาพรวมของพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังถ้ำเล สเตโกดอน ปราสาทหินพันยอด หรือแหล่งอื่น
 
ถาม: อุทยานธรณีสตูลมีแหล่งท่องเที่ยวเด่นอะไรบ้าง?
ตอบ: แหล่งเด่น ได้แก่ ถ้ำเล สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง น้ำตกธารปลิว ปราสาทหินพันยอด เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ และหาดปากบารา
 
ถาม: อุทยานธรณีสตูลเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับเด็กและครอบครัว โดยเฉพาะจุดเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ เมืองเก่า และแหล่งธรรมชาติที่เดินไม่ยาก ส่วนกิจกรรมถ้ำ คายัก ดำน้ำ หรือล่องแก่งควรเลือกตามอายุ สุขภาพ สภาพอากาศ และคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่
 
ถาม: เที่ยวอุทยานธรณีสตูลต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: อุทยานธรณีสตูลไม่มีค่าเข้าชมแบบรวมทั้งพื้นที่ แต่แหล่งย่อยบางแห่งอาจมีค่าบริการ ค่ากิจกรรม ค่าเรือ ค่าผู้นำเที่ยว หรือค่าธรรมเนียมตามหน่วยงานผู้ดูแล
 
ถาม: ต้องระวังอะไรเมื่อเที่ยวอุทยานธรณีสตูล?
ตอบ: ควรเคารพกฎของแต่ละแหล่ง ไม่เก็บหินหรือฟอสซิล ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนสัตว์ ไม่ทำลายปะการัง และควรประสานกิจกรรมที่ต้องใช้เรือ ถ้ำ หรือเส้นทางธรรมชาติล่วงหน้า

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(5)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(3)
มัสยิด มัสยิด(27)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(7)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(2)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(10)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(16)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)