หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดระนอง >อ.เมืองระนอง >ต.หงาว > ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว
TL;DR: ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว อยู่ที่บ้านล่าง หมู่ที่ 4 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองระนองใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางใต้ประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 626 - 627.

ระนอง

ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว

ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 - 16.30 น.
 
ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว หรือ ศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง ตั้งอยู่เลขที่ 185 หมู่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง อยู่ห่างจากตัวเมืองระนองไปทางใต้ตามถนนเพชรเกษมประมาณ 19 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 626 - 627 มีทางเลี้ยวเข้าบริเวณเทศบาลตำบลหงาว แล้วขับต่อไปตามทางลาดยางประมาณ 5 กิโลเมตร จุดเด่นคือผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป้ายให้ความรู้ พรรณไม้ชายเลน สัตว์ป่าชายเลน ลิงแสม ปูแสม ปูก้ามดาบ นกชายเลน และบทบาทในฐานะพื้นที่สำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2540 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวระนองในมุมธรรมชาติอย่างมีความรู้ เข้าใจบทบาทของป่าชายเลนในฐานะแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งวิจัย แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่อนุรักษ์ระดับสากล
 
ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเที่ยวจังหวัดระนอง เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงป่าชายเลนริมทางหรือเส้นทางเดินธรรมชาติทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงงานวิจัย การอนุรักษ์ การเรียนรู้ของประชาชน และคุณค่าทางระบบนิเวศชายฝั่งไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน ป่าชายเลนหงาวอยู่ในพื้นที่ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งอันดามันที่มีคลอง ลำราง ดินเลน น้ำกร่อย และน้ำทะเลขึ้นลงเป็นประจำ สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้พรรณไม้ชายเลนเติบโตได้หนาแน่น และกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน สัตว์หน้าดิน นกน้ำ และสัตว์ป่าชายเลนจำนวนมาก
 
ชื่อที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยคือศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว ส่วนชื่อที่ใช้ในบริบททางวิชาการและแหล่งข้อมูลด้านการอนุรักษ์คือศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง หรือหน่วยงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนระนองภายใต้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ 185 หมู่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 เป็นจุดที่ใช้ต้อนรับผู้เข้าศึกษาธรรมชาติ รับคณะศึกษาดูงาน และเป็นฐานสำคัญของการดูแลพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง
 
ความพิเศษของพื้นที่นี้อยู่ที่การเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลเมื่อ พ.ศ. 2540 พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองครอบคลุมป่าชายเลน ทะเล ป่าดิบชื้น แหล่งหญ้าทะเล พื้นที่ชายฝั่ง ชุมชน และพื้นที่เกษตรบางส่วน โดยระบบนิเวศที่เป็นตัวแทนสำคัญที่สุดคือป่าชายเลน การมาเยือนศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวจึงไม่ใช่การชมป่าแบบแยกส่วน แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสหัวใจของพื้นที่อนุรักษ์ชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
 
ป่าชายเลนหงาวมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทะเล เพราะเป็นแหล่งเกิด แหล่งหลบภัย และแหล่งเติบโตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ลูกปลา ลูกกุ้ง ลูกปู หอย และสัตว์น้ำขนาดเล็กจำนวนมากใช้รากโกงกาง ดินเลน และคลองน้ำกร่อยเป็นที่พักพิงในช่วงวัยอ่อน ก่อนจะเติบโตและออกไปหากินในทะเล ป่าชายเลนจึงเปรียบเหมือนโรงอนุบาลธรรมชาติของทะเลอันดามัน หากพื้นที่ป่าชายเลนสมบูรณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงชายฝั่งก็มีโอกาสฟื้นตัวและดำรงอยู่ได้ดีขึ้น
 
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสัมผัสระบบนิเวศได้ใกล้ที่สุด พื้นที่มีทางเดินคอนกรีตยกระดับพร้อมราวกั้นและป้ายให้ความรู้ตามจุดต่าง ๆ เส้นทางหลักแบบวงรอบยาวประมาณ 850 เมตร ส่วนการเดินชมพื้นที่โดยรวมตามคำอธิบายแหล่งท่องเที่ยวเดิมอยู่ราว 2 กิโลเมตร ระหว่างทางจะเห็นรากค้ำยันของโกงกาง รากหายใจของไม้ชายเลน ดินเลนที่มีร่องรอยสัตว์หน้าดิน ป้ายอธิบายพันธุ์ไม้ ศาลาพัก และมุมที่แสดงให้เห็นว่าป่าชายเลนมีโครงสร้างซับซ้อนกว่าที่เห็นจากภายนอกมาก
 
พรรณไม้ชายเลนเป็นหัวใจของการเรียนรู้ที่นี่ ผู้มาเยือนจะได้เห็นลักษณะเฉพาะของไม้ชายเลนหลายกลุ่ม เช่น โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ แสม ตะบูน โปรง ลำพู ลำแพน จาก และพืชน้ำกร่อยอื่น ๆ พืชเหล่านี้ปรับตัวให้อยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำทะเลขึ้นลง ดินเลนเหนียว น้ำกร่อย และออกซิเจนในดินต่ำได้อย่างน่าทึ่ง รากค้ำยันช่วยพยุงลำต้นในดินอ่อน รากหายใจช่วยรับอากาศเหนือผิวดิน ส่วนเมล็ดและฝักของพืชบางชนิดสามารถลอยน้ำเพื่อกระจายพันธุ์ไปตามกระแสน้ำได้
 
ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองทำให้ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวมีคุณค่าทั้งด้านท่องเที่ยวและวิชาการ แหล่งข้อมูลด้านชีวมณฑลระนองระบุว่าพื้นที่นี้มีสัตว์มากกว่า 300 ชนิด และมีพรรณไม้ชายเลนมากกว่า 50 ชนิด สัตว์ที่พบได้ในบริเวณป่าชายเลนมีทั้งลิงแสม กระรอก ตะกวด งู นกกินปลา นกกาน้ำ เหยี่ยวแดง ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามดาบ สัตว์หน้าดิน และสัตว์น้ำวัยอ่อนหลายกลุ่ม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้ทุกก้าวบนเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีรายละเอียดให้สังเกต ไม่ใช่เพียงการเดินผ่านป่าเขียวเท่านั้น
 
ลิงแสมเป็นสัตว์ที่นักท่องเที่ยวพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อยบริเวณป่าชายเลนและทางเข้า แต่ควรชมจากระยะที่ปลอดภัย ไม่ให้อาหาร ไม่ยื่นของกิน ไม่เข้าใกล้ลูกลิง และไม่หยอกล้อ เพราะลิงเป็นสัตว์ป่าที่มีพฤติกรรมคาดเดาได้ยาก การไม่ให้อาหารเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดพฤติกรรมแย่งอาหาร รื้อค้นกระเป๋า และพึ่งพามนุษย์มากเกินไป ผู้เข้าชมควรเก็บสัมภาระให้เรียบร้อย เดินอย่างสงบ และปล่อยให้สัตว์ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ
 
นอกจากลิงแสมแล้ว ปูและสัตว์หน้าดินคือเสน่ห์ที่ทำให้ป่าชายเลนมีชีวิต หากสังเกตพื้นเลนอย่างใจเย็นจะเห็นปูแสม ปูก้ามดาบ และปลาตีนเคลื่อนไหวอยู่ตามรูดินหรือริมทางน้ำ ปูก้ามดาบมีพฤติกรรมชูและโบกก้ามขนาดใหญ่เพื่อสื่อสาร ขณะที่ปลาตีนสามารถเคลื่อนไหวบนพื้นเลนได้อย่างคล่องแคล่ว สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าดินเลนที่ดูนิ่งเงียบแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยชีวิตและกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมาก
 
สำหรับผู้ชอบดูนก ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวและพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองมีศักยภาพสูง เพราะพื้นที่ป่าชายเลน คลอง และชายฝั่งเป็นถิ่นอาศัยของนกประจำถิ่นและนกอพยพหลายชนิด แหล่งข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพระบุพบนกประจำถิ่นและนกอพยพจำนวนมากในพื้นที่ ผู้มาเยือนที่เดินเงียบ ๆ ในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่มีโอกาสเห็นนกกินปลา นกกาน้ำ เหยี่ยวแดง และนกชายเลนอื่น ๆ การพกกล้องสองตาหรือกล้องถ่ายภาพระยะไกลจะช่วยให้ชมได้ชัดขึ้นโดยไม่รบกวนสัตว์
 
พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองมีการแบ่งพื้นที่ตามแนวคิดของยูเนสโกเป็นเขตแกนกลาง เขตกันชน และเขตรอบนอก เขตแกนกลางทำหน้าที่รักษาระบบนิเวศที่สำคัญและมีความอุดมสมบูรณ์ เขตกันชนช่วยรองรับกิจกรรมการเรียนรู้ การวิจัย และการจัดการทรัพยากร ส่วนเขตรอบนอกเป็นพื้นที่ที่มนุษย์อยู่อาศัย ทำเกษตร ใช้ประโยชน์ และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม แนวคิดนี้ทำให้พื้นที่สงวนชีวมณฑลไม่ใช่การปิดป่าออกจากชุมชนทั้งหมด แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
 
จุดเด่นด้านการวิจัยของศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวเริ่มชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงการจัดตั้งศูนย์วิจัยป่าชายเลนในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานด้านป่าไม้และนักวิชาการตระหนักว่าป่าชายเลนของประเทศลดลงและเสื่อมโทรมลงจากการใช้ประโยชน์อย่างหนัก จึงต้องมีหน่วยงานที่ศึกษาข้อมูล วางแผนจัดการ ทดลองฟื้นฟู และถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชน ศูนย์วิจัยป่าชายเลนระนองจึงมีบทบาททั้งในฐานะพื้นที่วิจัยระยะยาวและพื้นที่สื่อสารความรู้สู่สาธารณะ
 
การเรียนรู้ที่นี่เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเส้นทางเดินไม่ได้ยากเกินไป แต่เต็มไปด้วยข้อมูลให้สังเกต ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมงในการเดินชมเส้นทางหลัก อ่านป้าย ดูพันธุ์ไม้ สังเกตสัตว์ และพักในจุดที่จัดไว้ หากมาเป็นคณะเพื่อทัศนศึกษาเชิงลึก ควรประสานงานล่วงหน้ากับศูนย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมการบรรยายและนำชมได้เหมาะสมกับจำนวนคนและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
 
การเดินทาง ไปศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวจากตัวเมืองระนอง ให้ใช้ถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปทางใต้ ผ่านเส้นทางระนอง-พังงา ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร เมื่อถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 626 - 627 จะมีทางเลี้ยวขวามือบริเวณที่ทำการเทศบาลตำบลหงาว จากนั้นขับเข้าทางลาดยางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรจนถึงพื้นที่ศูนย์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจะสะดวกที่สุด เพราะไม่มีรถสาธารณะผ่านถึงหน้าศูนย์อย่างเป็นระบบ
 
เส้นทางนี้สามารถจัดร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวฝั่งหงาวได้อย่างลงตัว เช่น ภูเขาหญ้า อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว วัดบ้านหงาว พิพิธภัณฑ์บ้านเมืองแร่นอง บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง การเที่ยวแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวในช่วงเช้า ต่อด้วยภูเขาหญ้าและน้ำตกหงาวในช่วงสาย หรือเลือกกลับเข้าเมืองระนองเพื่อเที่ยวพระราชวังรัตนรังสรรค์ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน และย่านถนนเรืองราษฎร์ในช่วงบ่าย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินศึกษาธรรมชาติคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และสัตว์บางชนิดมีโอกาสเคลื่อนไหวให้เห็นมากกว่าช่วงแดดแรง ระนองเป็นจังหวัดที่มีฝนตกบ่อย ผู้เดินทางควรเตรียมร่ม เสื้อกันฝน หมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่เดินสบาย พื้นทางเดินส่วนใหญ่เดินได้สะดวก แต่บางช่วงอาจเปียกชื้นหลังฝนตก จึงควรเดินอย่างระมัดระวังและจับราวทางเดินเมื่อจำเป็น
 
มารยาทสำคัญในการเที่ยวป่าชายเลนคือไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ ไม่ลงจากทางเดินในจุดที่ไม่อนุญาต และไม่รบกวนระบบนิเวศ ดินเลน รากไม้ และสัตว์ตัวเล็กจำนวนมากเปราะบางกว่าที่มองเห็น การเดินบนเส้นทางที่กำหนดช่วยป้องกันการเหยียบย่ำรากไม้และรูสัตว์หน้าดิน และยังช่วยให้การชมธรรมชาติปลอดภัยทั้งต่อผู้มาเยือนและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
 
หากต้องการเรียนรู้เชิงลึก ควรสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างน้ำขึ้นน้ำลงกับชีวิตในป่าชายเลน พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลขึ้นลงวันละ 2 ครั้ง เมื่อน้ำขึ้น น้ำทะเลจะไหลเข้าคลองและท่วมถึงรากไม้บางส่วน เมื่อน้ำลง พื้นเลนจะเปิดออกและสัตว์หน้าดินจำนวนมากออกมาหาอาหาร จังหวะน้ำจึงกำหนดภาพของป่าชายเลนในแต่ละช่วงเวลา ทำให้การมาเยือนต่างเวลากันให้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน
 
ป่าชายเลนยังมีบทบาทในการลดแรงคลื่น ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง กักเก็บคาร์บอน และกรองตะกอนก่อนที่น้ำจะไหลออกสู่ทะเล รากโกงกางและไม้ชายเลนทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติที่ชะลอแรงน้ำและดักจับตะกอน ขณะเดียวกันอินทรียวัตถุจากใบไม้ กิ่งไม้ และซากสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลนก็กลายเป็นอาหารของสัตว์เล็กและจุลินทรีย์ จนเกิดเป็นห่วงโซ่อาหารที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศชายฝั่งโดยรอบ
 
สำหรับจังหวัดระนอง ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวช่วยทำให้ภาพของการท่องเที่ยวมีความสมบูรณ์ขึ้น ระนองไม่ได้มีเพียงบ่อน้ำร้อน เกาะพยาม น้ำตก และภูเขาหญ้า แต่ยังมีพื้นที่อนุรักษ์ชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับระดับโลก การมาเดินป่าชายเลนจึงทำให้เข้าใจว่าทะเลระนองมีต้นทุนธรรมชาติจากป่าชายเลนอยู่เบื้องหลัง ปลาทะเล กุ้ง ปู และวิถีประมงพื้นบ้านจำนวนมากล้วนสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายเลน
 
จุดที่ควรสังเกตระหว่างเที่ยวคือโครงสร้างรากไม้ ป้ายชื่อพรรณไม้ ความแตกต่างของดินเลนในช่วงน้ำขึ้นน้ำลง รูปแบบการเคลื่อนที่ของปูและปลาตีน เสียงนกในเรือนยอด กลิ่นเฉพาะของป่าชายเลน และความเย็นชื้นใต้ร่มไม้ เมื่อเดินช้า ๆ และใช้เวลาอ่านรายละเอียด ผู้มาเยือนจะเห็นว่าป่าชายเลนเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่มีทั้งวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตซ่อนอยู่ในพื้นที่เดียว
 
ผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กหรือครอบครัวควรใช้โอกาสนี้อธิบายบทบาทของป่าชายเลนอย่างง่าย เช่น ป่าชายเลนเป็นบ้านของลูกสัตว์น้ำ เป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันชายฝั่ง เป็นแหล่งอาหารของชุมชน และเป็นพื้นที่ช่วยดูแลสภาพแวดล้อม การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องอนุรักษ์ได้ชัดกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นรากไม้ ปู ปลาตีน ลิงแสม และคลองน้ำกร่อยด้วยตนเอง
 
สำหรับสายถ่ายภาพ ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวมีมุมภาพที่เป็นธรรมชาติและสงบมาก มุมทางเดินยาวเข้าไปในป่าชายเลนให้เส้นนำสายตาที่สวยงาม รากโกงกางและร่มเงาของพุ่มไม้สร้างบรรยากาศลึกและชุ่มชื้น ส่วนช่วงน้ำลงจะเห็นพื้นเลนและสัตว์เล็กชัดขึ้น การถ่ายภาพควรทำจากทางเดินที่กำหนด ไม่ใช้เสียงดังเพื่อเรียกสัตว์ และไม่ใช้แฟลชรบกวนสัตว์ในระยะใกล้
 
โดยรวมแล้ว ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว เป็นหนึ่งในจุดเรียนรู้ธรรมชาติที่สำคัญของระนอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นระบบนิเวศชายฝั่งอย่างใกล้ชิด เข้าใจคุณค่าของป่าชายเลน และเที่ยวในแบบที่ได้ทั้งความสงบ ความรู้ และความหมาย พื้นที่นี้เชื่อมโยงป่าชายเลนหงาว พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง งานวิจัยของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยูเนสโก วิถีชุมชนชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศไว้ในสถานที่เดียว หากจัดเส้นทางร่วมกับภูเขาหญ้า น้ำตกหงาว และบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง จะได้เห็นระนองทั้งด้านป่าชายเลน ภูเขา น้ำตก น้ำแร่ และชุมชนหงาวอย่างครบถ้วน
 
ชื่อสถานที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว
ชื่อทางการ / ชื่อที่เกี่ยวข้องศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง, พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง, Ranong Mangrove Forest Research Center
ชื่อภาษาอังกฤษNgao Mangrove Forest Research Centre / Ranong Mangrove Forest Research Center
ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แหล่งเรียนรู้ป่าชายเลน ศูนย์วิจัยและพื้นที่อนุรักษ์ชายฝั่ง
ที่ตั้งบ้านล่าง หมู่ที่ 4 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
ที่อยู่185 หมู่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000
พิกัดพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง9.8262, 98.5464
ไฮไลต์เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน พรรณไม้ชายเลน สัตว์ป่าชายเลน ลิงแสม ปูแสม ปูก้ามดาบ ปลาตีน นกชายเลน และบทบาทในฐานะพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง
ความสำคัญเป็นพื้นที่เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งวิจัยและอนุรักษ์ชายฝั่ง และเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2540
ขนาดพื้นที่ที่เกี่ยวข้องพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองครอบคลุมประมาณ 189,431 ไร่
เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเดินคอนกรีตยกระดับแบบวงรอบประมาณ 850 เมตร และการเดินชมพื้นที่โดยรวมตามคำอธิบายแหล่งท่องเที่ยวเดิมราว 2 กิโลเมตร
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และพื้นที่ศึกษาวิจัยป่าชายเลน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 - 16.30 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
การทัศนศึกษาเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวล่วงหน้า เพื่อประสานการนำชมและการบรรยายความรู้
สิ่งอำนวยความสะดวกทางเดินศึกษาธรรมชาติ ราวกั้น ป้ายให้ความรู้ ศาลาพัก จุดลงทะเบียน พื้นที่ชมป่าชายเลน และพื้นที่จอดรถตามจุดที่จัดไว้
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญจุดลงทะเบียน, เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ, ป้ายความรู้พรรณไม้ชายเลน, ศาลาพัก, พื้นที่ชมสัตว์ป่าชายเลน, เส้นทางล่องเรือในพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง, พื้นที่เรียนรู้และวิจัยป่าชายเลน
ผู้ดูแลพื้นที่ส่วนบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนระนอง สู่มรดกโลก สถาบันวิจัยทรัพยากรป่าชายเลน และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เบอร์ติดต่อ0-7784-8391, 0-7784-8392
การเดินทางจากตัวเมืองระนองใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางใต้ประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงช่วงกิโลเมตรที่ 626 - 627 เลี้ยวเข้าบริเวณที่ทำการเทศบาลตำบลหงาว แล้วขับต่อไปตามทางลาดยางประมาณ 5 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. Ranong Biosphere Reserve ประมาณ 0.1 กม.
2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง ประมาณ 2 กม.
3. ภูเขาหญ้า ประมาณ 2 กม.
4. วัดบ้านหงาว ประมาณ 3 กม.
5. พิพิธภัณฑ์บ้านเมืองแร่นอง ประมาณ 3 กม.
6. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ประมาณ 3 กม.
7. บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง ประมาณ 5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Me Farmsuk Cafe&Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 085-928-2469
2. น้ำผลไม้ปั่นหงาว & ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ประมาณ 2 กม. โทร. 082-288-3822
3. วันละชา ระนอง ประมาณ 2 กม. โทร. 098-029-3055
4. ชาเจ้าสัว ระนอง ประมาณ 2 กม. โทร. 065-049-7148
5. FarmHouse Restaurant ประมาณ 19 กม. โทร. 087-278-4224
6. ระนองโอชา ประมาณ 19 กม. โทร. 088-167-4164
ที่พักใกล้เคียง1. The White Village Ranong Resort ประมาณ 2 กม.
2. Ranong Gable ประมาณ 5 กม.
3. Phathu Resort ประมาณ 9 กม.
4. The Iconic Hotel ประมาณ 10 กม. โทร. 077-880-866
5. Ranong Garden Hotel ประมาณ 10 กม.
6. Sook Hotel Ranong ประมาณ 19 กม. โทร. 093-581-2500
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวตั้งอยู่เลขที่ 185 หมู่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ห่างจากตัวเมืองระนองไปทางใต้ตามถนนเพชรเกษมประมาณ 19 กิโลเมตร
 
ถาม: ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวเปิดให้เข้าชมวันไหน?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. เหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่
 
ถาม: ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้เข้าชมควรลงทะเบียนตามจุดที่จัดไว้และปฏิบัติตามข้อแนะนำของพื้นที่อนุรักษ์
 
ถาม: ทำไมศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวจึงสำคัญ?
ตอบ: พื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งวิจัยด้านชายฝั่ง และเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโกเมื่อ พ.ศ. 2540
 
ถาม: เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติยาวเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางเดินคอนกรีตหลักแบบวงรอบยาวประมาณ 850 เมตร ส่วนการเดินชมพื้นที่โดยรวมตามคำอธิบายแหล่งท่องเที่ยวเดิมอยู่ราว 2 กิโลเมตร
 
ถาม: ไปศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรเดินบนเส้นทางที่กำหนด ไม่ให้อาหารลิงแสม ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ และระวังพื้นเปียกชื้นหลังฝนตก
 
ถาม: หากไปเป็นคณะศึกษาดูงานต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ควรทำหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวล่วงหน้า เพื่อประสานเจ้าหน้าที่นำชมและเตรียมการบรรยายให้เหมาะกับคณะ
 
ถาม: ควรเที่ยวศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวร่วมกับที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับภูเขาหญ้า อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว วัดบ้านหงาว พิพิธภัณฑ์บ้านเมืองแร่นอง บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองระนองได้สะดวก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการหมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ไร่ สวนเพื่อการศึกษากลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(4)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(12)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(6)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
น้ำตก น้ำตก(15)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(10)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(8)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)