หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต >อ.กะทู้ >ต.กะทู้ > ประเพณีกินผัก (กินเจ)
TL;DR: ประเพณีกินผัก (กินเจ) เปิด10 – 18 ตุลาคม 2569 เวลา พิธีกรรมและขบวนแห่เป็นไปตามกำหนดของแต่ละอ๊าม. การเดินทางสะดวก จากสนามบินนานาชาติภูเก็ตใช้ถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต.
ประเพณีกินผัก (กินเจ)

วันเปิดทำการ: 10 – 18 ตุลาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: พิธีกรรมและขบวนแห่เป็นไปตามกำหนดของแต่ละอ๊าม
ประเพณีกินผัก หรือประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต เป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สุดของจังหวัดภูเก็ต และเป็นเทศกาลศรัทธาที่สะท้อนรากวัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยน วิถีชุมชนเหมืองแร่ และความเชื่อท้องถิ่นของชาวภูเก็ตอย่างลึกซึ้ง ประเพณีนี้ชาวภูเก็ตนิยมเรียกว่า “เจี๊ยะฉ่าย” มีความหมายตรงตัวว่า “กินผัก” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน หรือโดยทั่วไปจะตรงกับช่วงเดือน 10 – 11 ของไทย สำหรับปี 2569 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569 โดยมีพิธีกรรมกระจายอยู่ตามอ๊ามหรือศาลเจ้าจีนหลายแห่งทั่วจังหวัดภูเก็ต
ความสำคัญของประเพณีกินผักภูเก็ตไม่ได้อยู่เพียงการงดเว้นเนื้อสัตว์หรือการรับประทานอาหารเจตลอด 9 วัน 9 คืน แต่เป็นช่วงเวลาที่ชุมชนร่วมกันชำระกาย วาจา และใจให้บริสุทธิ์ ผู้ร่วมถือศีลจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว ละเว้นการกระทำที่ทำให้จิตใจมัวหมอง งดการฆ่าสัตว์ งดสุราและของมึนเมา งดการพูดเท็จ งดการเบียดเบียนผู้อื่น และสำรวมตนตามข้อปฏิบัติของประเพณี การกินผักจึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า การฝึกวินัยของตนเอง และการรวมพลังของชุมชนในเวลาเดียวกัน
ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาในยุคเหมืองแร่ดีบุก ความเชื่อ ศาลเจ้า เทพเจ้า ภาษา อาหาร และพิธีกรรมแบบจีนจึงฝังรากอยู่ในวิถีชีวิตของคนภูเก็ตมาอย่างยาวนาน เมื่อถึงเทศกาลกินผัก เมืองภูเก็ตจะเปลี่ยนบรรยากาศอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนจำนวนมากพร้อมใจกันแต่งชุดขาว ร้านอาหารเจเปิดเรียงรายตามถนนรอบศาลเจ้า ธงเหลืองและป้ายสัญลักษณ์อาหารเจปรากฏทั่วเมือง เสียงกลอง เสียงประทัด ควันธูป และขบวนอิ้วเก้งกลายเป็นภาพจำของภูเก็ตในช่วงเทศกาลนี้
ต้นกำเนิดของประเพณีกินผักภูเก็ตเชื่อมโยงกับบ้านไล่ทูหรือบ้านกะทู้ในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่เหมืองแร่ดีบุกสำคัญ มีชาวจีนอพยพเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนขนาดใหญ่ เรื่องเล่าที่สืบทอดกันกล่าวถึงคณะงิ้วจากเมืองจีนที่เดินทางมาแสดงในพื้นที่กะทู้ เมื่อคณะงิ้วและชาวบ้านเจ็บป่วยจากโรคภัยในพื้นที่ พวกเขาจึงประกอบพิธีกินผักเพื่อบวงสรวงกิ้วอ๋องไต่เต่หรือองค์เก้าราชัน และหยกอ๋องซ่งเต่ เพื่อขอขมาและขอให้โรคภัยคลี่คลาย หลังจากพิธีผ่านไป ผู้คนจึงเกิดความเลื่อมใสและเริ่มสืบทอดประเพณีนี้ต่อเนื่องทุกปี
ประเพณีกินผักภูเก็ตจึงเป็นมากกว่าประเพณีอาหาร เพราะเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างเหมืองแร่ดีบุก ชุมชนจีน ศาลเจ้า ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า โรคภัย การขอพรให้ชุมชนปลอดภัย และการสร้างระเบียบทางจิตใจร่วมกัน อาหารเจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการถือศีล แต่แก่นของประเพณีอยู่ที่การรักษาความบริสุทธิ์ ความสำรวม และการร่วมพิธีกรรมของชุมชนตลอดระยะเวลา 9 วัน
ก่อนเริ่มเทศกาลหนึ่งวันจะมีพิธียกเสาโกเต้งหน้าอ๊าม เสาโกเต้งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่บอกให้ชุมชนรู้ว่าพิธีกินผักกำลังจะเริ่มขึ้น บนยอดเสามีตะเกียง 9 ดวง สื่อถึงองค์กิ้วอ๋องไต่เต่หรือองค์เก้าราชัน เมื่อเสาโกเต้งถูกยกขึ้น เทศกาลก็เริ่มเข้าสู่ภาวะศักดิ์สิทธิ์ ผู้ร่วมพิธีจะเริ่มรักษาศีล แต่งกายขาว และเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความบริสุทธิ์ ส่วนภายในอ๊ามจะมีการจัดเตรียมโรงครัว เครื่องบูชา ธูป เทียน กระดาษเงินกระดาษทอง และพิธีสวดมนต์ตามธรรมเนียมของแต่ละศาลเจ้า
พิธีถือศีลเป็นหัวใจของประเพณี ผู้ที่เข้าร่วมกินผักต้องรักษากาย วาจา และใจให้สะอาด งดเนื้อสัตว์ งดอาหารคาว งดการฆ่าสัตว์ งดสุราและสิ่งเสพติด งดการพูดเท็จ งดการลักทรัพย์ งดการเบียดเบียน และสำรวมพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การแต่งชุดขาวไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกายของเทศกาล แต่เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความสงบ และความเคารพต่อเทพเจ้า ผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดจะรับประทานอาหารเจจากภาชนะสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนของคาว และปฏิบัติตนด้วยความระมัดระวังตลอดเทศกาล
พิธีบูชาเจ้าเป็นพิธีสำคัญที่เกิดขึ้นภายในอ๊ามตลอดช่วงเทศกาล เมื่อถึงวันเริ่มงานจะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ เผาไม้หอม เผากระดาษเงินกระดาษทอง และตั้งเครื่องเซ่นบูชาเจ้า เพื่ออัญเชิญเทพเจ้ามาประทับเป็นประธานในพิธี ชาวบ้านและผู้ศรัทธาจะเข้าไปไหว้ขอพร เติมน้ำมันตะเกียง และทำบุญตามความเชื่อของแต่ละอ๊าม บรรยากาศภายในศาลเจ้าจะเต็มไปด้วยควันธูป เสียงสวดมนต์ และความสงบของผู้ถือศีล
พิธีอัญเชิญเจ้าเข้าทรงเป็นส่วนที่ทำให้ประเพณีกินผักภูเก็ตมีเอกลักษณ์โดดเด่น ม้าทรงหรือคนทรงเป็นผู้ที่เชื่อว่าเทพเจ้าประทับทรงเพื่อประกอบพิธีและรับเคราะห์แทนผู้ถือศีล โดยจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล ช่วยแต่งกาย ผูกเสื้อยันต์ จัดอาวุธคู่มือ และควบคุมความเรียบร้อยของพิธี เมื่อตั้งพิธีอัญเชิญ จะมีการตีกลอง ตีล่อโก๊ะ จุดธูป เผาไม้หอม และสวดบทอัญเชิญตามธรรมเนียมของแต่ละศาลเจ้า
วันที่ 3 ค่ำ 6 ค่ำ และ 9 ค่ำเป็นช่วงที่พิธีกรรมหลายอย่างเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะพิธีโขกุ้นหรือพิธีบวงสรวงทหารของเจ้า มีการจัดเครื่องเซ่น อาหาร หญ้า ถั่ว และองค์ประกอบสำหรับบวงสรวงกองทหารทิพย์ของเทพเจ้า ความหมายของพิธีนี้คือการจัดระเบียบกำลังฝ่ายเทพเพื่อคุ้มครองศาลเจ้า ผู้ถือศีล และชุมชนตลอดช่วงเทศกาล เมื่อถึงกลางคืนจะมีการตรวจพลทหารตามทิศต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนโครงสร้างความเชื่อเรื่องโลกมนุษย์กับโลกของเทพและบริวาร
พิธีซ้องเก็งหรือการสวดมนต์เป็นอีกพิธีหลักที่ดำเนินต่อเนื่องภายในอ๊าม เมื่อกิ้วอ๋องไต่เต่เข้าประทับในโรงพระแล้ว จะมีการสวดมนต์วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้าและช่วงย่ำค่ำ หลังการสวดมนต์กลางคืนจะมีการอ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมกินผัก เป็นการเบิกตัวเข้าเฝ้าเจ้าและฝากชื่อไว้ในพิธีกรรม ความหมายของพิธีนี้คือการขอพรให้ผู้ถือศีลมีสุขภาพดี ชีวิตสงบ และได้รับความคุ้มครองจากเทพเจ้าตลอดเทศกาล
พิธีบูชาดาวจัดขึ้นในคืน 7 ค่ำ เพื่อขอให้ดวงดาวและเทพเจ้าคุ้มครองผู้ถือศีลกินผัก ภายในพิธีมีการทำฮู้หรือกระดาษยันต์แจกให้ผู้ศรัทธานำติดตัวไว้เป็นสิริมงคล ความเชื่อเรื่องการบูชาดาวเชื่อมโยงกับรากของเทศกาลกินเจเดือน 9 ในวัฒนธรรมจีนโบราณ ซึ่งสัมพันธ์กับการขอพรเรื่องอายุยืน สุขภาพ และการป้องกันโรคภัย พิธีนี้จึงเป็นหนึ่งในส่วนที่สะท้อนความลึกของประเพณี ไม่ใช่เพียงกิจกรรมภายนอกที่เห็นได้จากขบวนแห่เท่านั้น
พิธีพระออกเที่ยวหรือพิธีอิ้วเก้งเป็นภาพจำสำคัญที่สุดของประเพณีกินผักภูเก็ต เพราะเป็นขบวนแห่พระรอบเมืองที่เทพเจ้าออกเยี่ยมประชาชนตามบ้านเรือนและถนนสายต่าง ๆ ขบวนแห่มีธง ป้ายชื่อ เกี้ยวพระ รูปเจ้า ขบวนของผู้ถือศีล ม้าทรง และผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก ชาวบ้านที่อยู่ตามเส้นทางจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้าน เตรียมผลไม้ ธูป เทียน น้ำชา และจุดประทัดต้อนรับเมื่อขบวนมาถึง ถือเป็นการรับพรและแสดงความเคารพต่อองค์พระที่ออกประพาส
ในขบวนอิ้วเก้ง เกี้ยวพระหรือเสลี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะเกี้ยวใหญ่ที่ใช้เป็นที่ประทับของกิ้วอ๋องไต่เต่ ผู้คนที่อยู่บริเวณเส้นทางขบวนจะนั่งลงหรือแสดงความเคารพเมื่อเกี้ยวพระผ่าน ขบวนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงเพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนปฏิบัติสืบต่อกันมา การเข้าชมจึงควรใช้ความสำรวม ไม่ยืนขวางขบวน ไม่แตะต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้พื้นที่พิธีกรรมเป็นเพียงจุดถ่ายภาพโดยไม่คำนึงถึงความเชื่อของผู้ร่วมงาน
พิธีลุยไฟเป็นพิธีที่สะท้อนความเชื่อเรื่องการชำระร่างกายและจิตใจ กองไฟถือเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และการเผาผลาญสิ่งไม่บริสุทธิ์ ผู้ประกอบพิธีเชื่อว่าเทพเจ้าช่วยปกป้องผู้ที่มีศรัทธาและถือศีลอย่างบริสุทธิ์ การลุยไฟจึงมีความหมายทั้งในเชิงการแสดงอิทธิฤทธิ์ของเทพและการข้ามผ่านความร้อนเพื่อชำระเคราะห์ พิธีนี้ควรรับชมจากพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด เพราะมีความเสี่ยงจากความร้อนและความแออัด
พิธีโก๊ยห่านหรือพิธีสะเดาะเคราะห์เป็นอีกพิธีสำคัญ ผู้เข้าร่วมจะเตรียมกระดาษทองรูปคนแทนตัวเอง ตัดผม ตัดเล็บ เหรียญกษาปณ์ และต้นกุ้ยช่าย ซึ่งใช้แทนสิ่งไม่ดีหรือเคราะห์ที่ต้องการปลดออกจากตน แล้วนำสิ่งเหล่านี้ไปประกอบพิธีที่ศาลเจ้า หลังผ่านพิธี ผู้เข้าร่วมมักได้รับตราประทับที่ด้านหลังเสื้อ เป็นสัญลักษณ์ว่าผ่านการสะเดาะเคราะห์แล้ว พิธีนี้สะท้อนความเชื่อเรื่องการปลดปล่อยสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตและเริ่มต้นใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล
พิธีส่งพระเป็นพิธีสำคัญในวันสุดท้ายของเทศกาล ตอนกลางวันจะมีการส่งยกฮ่องซ่งเต่าหรือเทพสูงสุดที่เสาโกเต้ง ส่วนตอนกลางคืนจะมีขบวนส่งกิ้วอ๋องไต่เต่กลับสวรรค์ โดยขบวนจากหลายศาลเจ้าจะเคลื่อนไปยังพื้นที่ชายทะเลบริเวณปลายแหลมสะพานหิน พิธีส่งพระมีเสียงประทัดดังต่อเนื่องและมีผู้ศรัทธาจำนวนมากร่วมส่งเสด็จ เมื่อขบวนพระออกพ้นประตูศาลเจ้า ไฟในอ๊ามจะดับลงและปิดประตูใหญ่ แสดงถึงการสิ้นสุดช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ของเทศกาล
อ๊ามสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเพณีกินผักภูเก็ตกระจายอยู่หลายพื้นที่ เช่น อ๊ามกะทู้ในอำเภอกะทู้ อ๊ามท่าเรือในอำเภอถลาง อ๊ามจุ้ยตุ่ยที่ถนนระนอง อ๊ามหล่อโรงที่ถนนพัฒนา อ๊ามบางเหนียวที่ถนนภูเก็ต และอ๊ามสามกองที่ถนนเยาวราช นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าอื่น ๆ ในเครือข่ายงานเทศกาลที่ร่วมประกอบพิธีตามธรรมเนียมของแต่ละชุมชน การเลือกไปชมงานจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้มาเยือนต้องการเห็นพิธีในย่านใด เช่น ตัวเมืองภูเก็ต กะทู้ ถลาง หรือสะพานหิน
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งเป็นหนึ่งในศาลเจ้าสำคัญของงาน ตั้งอยู่ที่ถนนระนอง ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ใกล้ตลาดและย่านเมืองเก่า เป็นหมุดหมายที่ผู้คนจำนวนมากนิยมไปไหว้พระ ทำบุญ เติมน้ำมันตะเกียง และร่วมบรรยากาศเทศกาลกินผักในตัวเมือง ส่วนศาลเจ้ากะทู้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่ต้นกำเนิดของประเพณีตามเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับชุมชนเหมืองแร่ดีบุก การทำความเข้าใจทั้งสองพื้นที่นี้จะช่วยให้เห็นทั้งรากประวัติศาสตร์และบทบาทของเมืองภูเก็ตในปัจจุบัน
อาหารเจในภูเก็ตช่วงเทศกาลมีบทบาทสำคัญมาก ร้านอาหารและแผงขายอาหารจำนวนมากจะเปลี่ยนมาจำหน่ายอาหารเจที่ไม่มีเนื้อสัตว์และไม่ใช้วัตถุดิบต้องห้ามตามข้อปฏิบัติของการกินผัก เมนูที่พบได้บ่อยมีทั้งหมี่ผัดเจ ข้าวราดแกงเจ แกงตูมี้เจ ฉ้ายโบ้ยเจ เกี้ยนเจ เกี่ยมโก้ยเจ ซาลาเปาเจ เต้าหู้ทอดเจ และขนมพื้นเมืองแบบเจ อาหารเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกของผู้ถือศีล แต่เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศเมืองและเศรษฐกิจชุมชนในช่วงเทศกาล
ผู้ที่ต้องการร่วมประเพณีควรเข้าใจมารยาทพื้นฐานก่อนเดินทาง ควรแต่งกายสุภาพ สีขาวหรือสีอ่อนเหมาะที่สุด งดเสื้อผ้าเปิดเผย หลีกทางให้ขบวนแห่และเจ้าหน้าที่ ไม่ยืนขวางม้าทรง ไม่ถ่ายภาพในระยะประชิดจนรบกวนพิธี ไม่ใช้แฟลชใส่ผู้ประกอบพิธี ไม่แตะต้องเกี้ยวหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และควรระวังประทัด เสียงดัง ควันไฟ และความแออัด โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
การเดินทางในช่วงเทศกาลควรวางแผนล่วงหน้า เพราะถนนหลายสายในตัวเมืองภูเก็ตอาจปิดหรือปรับเส้นทางชั่วคราวตามขบวนอิ้วเก้ง ผู้ที่ต้องการชมขบวนควรตรวจสอบประกาศจากศาลเจ้าหรือเทศบาลนครภูเก็ตในแต่ละปี เลือกจุดชมที่ปลอดภัย และเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ หากพักในย่านเมืองเก่า ย่านตลาดใหญ่ หรือตลาดเหนือ สามารถเดินชมบรรยากาศได้สะดวกกว่าการขับรถเข้าไปจอดใกล้ศาลเจ้าในช่วงขบวนแห่
การเดินทาง มาร่วมประเพณีกินผักภูเก็ต หากเริ่มจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตให้ใช้เส้นทางถนนเทพกระษัตรีมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาทีตามสภาพจราจร หากเริ่มจากย่านป่าตองใช้เส้นทางถนนวิชิตสงครามหรือเส้นทางเชื่อมกะทู้เข้าสู่ตัวเมือง ใช้เวลาประมาณ 35 – 50 นาที ส่วนผู้ที่ขับรถมาจากต่างจังหวัดสามารถเข้าสู่ภูเก็ตผ่านสะพานท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร แล้วมุ่งหน้าตามถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่เขตเมืองภูเก็ต
การจัดเส้นทางเที่ยวในช่วงเทศกาลสามารถเริ่มจากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งและย่านถนนระนอง จากนั้นเดินต่อไปย่านเมืองเก่าภูเก็ต ศาลเจ้าปุดจ้อ ศาลเจ้าแสงธรรม ตลาดดาวน์ทาวน์ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว และบ้านชินประชา หากสนใจรากประวัติศาสตร์ ควรเดินทางต่อไปยังศาลเจ้ากะทู้ ศูนย์อนุรักษ์มรดกท้องถิ่นกะทู้ และพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต เพื่อเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างประเพณี เหมืองแร่ดีบุก และชุมชนจีนกะทู้ให้ครบขึ้น
ประเพณีกินผักภูเก็ตมีคุณค่าทั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม สังคม และการท่องเที่ยว เป็นเทศกาลที่ทำให้เมืองทั้งเมืองเคลื่อนไหวไปในจังหวะเดียวกัน ผู้คนถือศีล ร้านค้าเปลี่ยนเมนู ชุมชนศาลเจ้าจัดพิธี ชาวบ้านตั้งโต๊ะรับขบวน เจ้าหน้าที่ดูแลเส้นทาง และนักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้ด้วยความสนใจ พลังของเทศกาลจึงไม่ได้อยู่ที่พิธีใดพิธีหนึ่งเท่านั้น แต่อยู่ที่การร่วมแรงของคนทั้งจังหวัดในการรักษามรดกที่สืบทอดมานานกว่า 200 ปี
โดยสรุป ประเพณีกินผักภูเก็ตเป็นประเพณีที่ควรเข้าใจด้วยความเคารพ เพราะมีทั้งมิติของการถือศีล การบูชาเทพเจ้า การสะเดาะเคราะห์ การสืบทอดความเชื่อจีนฮกเกี้ยน การระลึกถึงบรรพบุรุษ การสร้างความสามัคคีของชุมชน และการแสดงอัตลักษณ์ของภูเก็ตอย่างชัดเจน ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจะได้เห็นภูเก็ตในมุมที่ลึกกว่าทะเลและเมืองเก่า เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ความศรัทธาของผู้คนปรากฏออกมาเป็นพิธีกรรม อาหาร เครื่องแต่งกาย เสียงกลอง ประทัด ขบวนแห่ และความร่วมมือของชุมชนทั้งเมือง
| ชื่อประเพณี | ประเพณีกินผัก / ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต / เจี๊ยะฉ่าย |
| พื้นที่จัดงาน | ศาลเจ้าหรืออ๊ามหลายแห่งทั่วจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่เมืองภูเก็ต กะทู้ ถลาง และสะพานหิน |
| ช่วงจัดงานปี 2569 | 10 – 18 ตุลาคม 2569 |
| ช่วงเวลาตามประเพณี | วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน |
| ไฮไลต์ | การถือศีลกินผัก ชุดขาว พิธียกเสาโกเต้ง พิธีสวดมนต์ พิธีอัญเชิญเจ้า พิธีอิ้วเก้งหรือแห่พระรอบเมือง พิธีลุยไฟ พิธีโก๊ยห่าน พิธีบูชาดาว และพิธีส่งพระ |
| ประวัติ / ต้นกำเนิด | เชื่อมโยงกับบ้านไล่ทูหรือกะทู้ในยุคเหมืองแร่ดีบุก เมื่อคณะงิ้วจากจีนประกอบพิธีกินผักเพื่อขอพรให้โรคภัยคลี่คลาย และชุมชนกะทู้เกิดความเลื่อมใสจนสืบทอดต่อมาทุกปี |
| ความสำคัญ | เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต สะท้อนศรัทธาจีนฮกเกี้ยน การถือศีล การชำระจิตใจ ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ความสามัคคีของชุมชน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต |
| อ๊ามสำคัญ | 1. อ๊ามกะทู้ อำเภอกะทู้ 2. อ๊ามท่าเรือ อำเภอถลาง 3. อ๊ามจุ้ยตุ่ย ถนนระนอง อำเภอเมืองภูเก็ต 4. อ๊ามหล่อโรง ถนนพัฒนา อำเภอเมืองภูเก็ต 5. อ๊ามบางเหนียว ถนนภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต 6. อ๊ามสามกอง ถนนเยาวราช อำเภอเมืองภูเก็ต |
| หมุดหมายหลักในตัวเมือง | ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง 283 ถนนระนอง ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000 โทร. 076-213-243 |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการร่วมบรรยากาศและชมขบวนในพื้นที่สาธารณะ ค่าใช้จ่ายอื่นขึ้นอยู่กับการเดินทาง อาหาร ของสักการะ และกิจกรรมส่วนบุคคล |
| ข้อปฏิบัติหลัก | แต่งกายสุภาพหรือชุดขาว งดเนื้อสัตว์ งดสุราและของมึนเมา รักษากาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ งดการเบียดเบียน งดการพูดเท็จ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละอ๊าม |
| โซน / พื้นที่สำคัญ | โซนอ๊ามและโรงพระ โซนโรงครัวเจ โซนตั้งโต๊ะรับขบวน โซนขบวนอิ้วเก้ง เส้นทางแห่ในตัวเมืองภูเก็ต และพื้นที่ส่งพระบริเวณสะพานหิน |
| การเดินทาง | จากสนามบินนานาชาติภูเก็ตใช้ถนนเทพกระษัตรีเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต จากป่าตองใช้เส้นทางผ่านกะทู้หรือถนนวิชิตสงครามเข้าสู่เมือง และควรเผื่อเวลาเดินทางเนื่องจากมีการปิดหรือปรับเส้นทางจราจรในช่วงขบวนแห่ |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | ศาลเจ้าแต่ละแห่ง เครือข่ายอ๊ามจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต หน่วยงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความปลอดภัยในพื้นที่ |
| เบอร์ติดต่อข้อมูลพื้นที่เมืองภูเก็ต | เทศบาลนครภูเก็ต โทร. 0-7621-2196 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลเจ้าปุดจ้อ ประมาณ 0.1 กม. 2. ตลาดดาวน์ทาวน์ภูเก็ต ประมาณ 0.3 กม. 3. ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ประมาณ 0.8 กม. 4. ศาลเจ้าแสงธรรม ประมาณ 1 กม. 5. พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ประมาณ 1 กม. 6. บ้านชินประชา ประมาณ 1 กม. 7. สะพานหิน ประมาณ 3 กม. 8. ศาลเจ้ากะทู้ ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ระย้า ประมาณ 1 กม. โทร. 076-218-155, 092-252-4883 2. วันจันทร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 076-355-909 3. The Charm Dining Gallery ประมาณ 1 กม. โทร. 076-530-199 4. ตู้กับข้าว ประมาณ 1.2 กม. โทร. 076-608-888 5. หมี่สะปำคุณยายเจียร ประมาณ 6 กม. 6. แหลมหินซีฟู้ด ประมาณ 8 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Hotel Midtown Ratsada ประมาณ 0.8 กม. โทร. 091-915-4945-7 2. Courtyard by Marriott Phuket Town ประมาณ 1.2 กม. โทร. 076-351-166 3. Royal Phuket City Hotel ประมาณ 1.5 กม. โทร. 076-233-355 4. Blu Monkey Hub & Hotel Phuket ประมาณ 1.5 กม. โทร. 076-354-266 5. Phuket Merlin Hotel ประมาณ 1.5 กม. 6. The Pago Design Hotel Phuket ประมาณ 5 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีกินผักภูเก็ตปี 2569 จัดวันไหน?
ตอบ: ประเพณีกินผักภูเก็ตปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน
ถาม: ประเพณีกินผักภูเก็ตมีต้นกำเนิดจากที่ใด?
ตอบ: ต้นกำเนิดเชื่อมโยงกับบ้านไล่ทูหรือกะทู้ในยุคเหมืองแร่ดีบุก เมื่อคณะงิ้วจากจีนประกอบพิธีกินผักเพื่อขอให้โรคภัยคลี่คลาย แล้วชุมชนกะทู้เกิดความเลื่อมใสและสืบทอดพิธีต่อมาทุกปี
ถาม: ผู้ร่วมประเพณีกินผักต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ผู้ร่วมประเพณีควรแต่งกายสุภาพหรือชุดขาว งดเนื้อสัตว์ งดสุราและของมึนเมา งดการเบียดเบียน งดการพูดเท็จ รักษากาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละอ๊าม
ถาม: พิธีสำคัญของประเพณีกินผักภูเก็ตมีอะไรบ้าง?
ตอบ: พิธีสำคัญมีหลายพิธี เช่น ยกเสาโกเต้ง บูชาเจ้า อัญเชิญเจ้าเข้าทรง โขกุ้น ซ้องเก็ง บูชาดาว อิ้วเก้งหรืองานแห่พระ ลุยไฟ โก๊ยห่าน และส่งพระในคืนสุดท้าย
ถาม: ควรไปชมขบวนแห่พระที่ใด?
ตอบ: จุดชมยอดนิยมอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต โดยเฉพาะย่านถนนระนอง ย่านเมืองเก่า ถนนภูเก็ต และเส้นทางไปสะพานหิน แต่ควรตรวจสอบประกาศของศาลเจ้าและเทศบาลนครภูเก็ตในปีนั้นก่อนเดินทาง
ถาม: ประเพณีกินผักภูเก็ตเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการร่วมบรรยากาศหรือชมขบวนในพื้นที่สาธารณะ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการเดินทาง อาหาร ของสักการะ และการทำบุญตามความศรัทธา
ถาม: อ๊ามใดสำคัญในประเพณีกินผักภูเก็ต?
ตอบ: อ๊ามสำคัญได้แก่ อ๊ามกะทู้ อ๊ามท่าเรือ อ๊ามจุ้ยตุ่ย อ๊ามหล่อโรง อ๊ามบางเหนียว และอ๊ามสามกอง ซึ่งต่างมีบทบาทในพิธีกรรมและขบวนแห่ของเทศกาล
ถาม: การชมประเพณีกินผักภูเก็ตควรระวังอะไร?
ตอบ: ควรระวังประทัด เสียงดัง ควันไฟ ความแออัด และการปิดถนนชั่วคราว ควรยืนในจุดปลอดภัย ไม่ขวางขบวน ไม่รบกวนม้าทรง และดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีปัญหาสุขภาพอย่างใกล้ชิด
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




