หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.เมืองพัทลุง >ต.ชัยบุรี > ประเพณีชิงเปรต
TL;DR: ประเพณีชิงเปรต เปิดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ เวลา ช่วงทำบุญและประกอบพิธีที่วัดตามกำหนดของแต่ละพื้นที่.
ประเพณีชิงเปรต

วันเปิดทำการ: วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ
เวลาเปิดทำการ: ช่วงทำบุญและประกอบพิธีที่วัดตามกำหนดของแต่ละพื้นที่
ประเพณีชิงเปรต จังหวัดพัทลุง เป็นประเพณีสำคัญของชาวใต้ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีสารทเดือน 10 และการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยเฉพาะผู้ที่เชื่อกันว่าอยู่ในภพภูมิของเปรตหรือเปตชน ประเพณีนี้ปฏิบัติกันในช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือเป็นวันรับตายาย และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือเป็นวันส่งตายาย ชาวพัทลุงจะเตรียมอาหารคาวหวาน ขนมเดือน 10 เครื่องใช้จำเป็น และของแห้งต่าง ๆ จัดลงในหมรับ เพื่อนำไปทำบุญที่วัด ถวายพระสงฆ์ กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญ แล้วตั้งเปรตบนหลาเปรตหรือร้านเปรต ก่อนที่ผู้มาร่วมงานจะเข้าร่วมชิงขนมและอาหารที่ผ่านพิธีแล้วด้วยความสนุกสนานตามความเชื่อท้องถิ่น
หัวใจของประเพณีชิงเปรตไม่ได้อยู่ที่การแย่งอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความกตัญญู ความผูกพันของครอบครัว การระลึกถึงผู้ล่วงลับ และการกลับมารวมญาติของคนใต้ในช่วงเดือน 10 ลูกหลานที่ไปทำงานหรือใช้ชีวิตต่างถิ่นมักถือโอกาสกลับบ้านเพื่อร่วมทำบุญกับญาติพี่น้อง นำหมรับไปวัด ร่วมพิธีสงฆ์ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ประเพณีนี้จึงเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนา ประเพณีครอบครัว งานชุมชน และกิจกรรมวัฒนธรรมที่เชื่อมคนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน
ในจังหวัดพัทลุง ประเพณีสารทเดือน 10 และชิงเปรตยังคงมีการจัดตามวัดและชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง วัดเป็นศูนย์กลางของพิธี เพราะเป็นสถานที่ที่ลูกหลานนำหมรับไปถวายพระ ทำบุญ ฟังพระสวดบังสุกุล กรวดน้ำ และร่วมตั้งเปรต บางพื้นที่มีการจัดงานระดับชุมชนเพิ่มเติม เช่น ขบวนแห่หมรับ การประกวดหมรับ การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การละเล่น และกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน เพื่อให้ประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษยังคงอยู่ในชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างมีพลัง
คำว่า “ชิงเปรต” อาจทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องอัปมงคล แต่ในความเชื่อของชาวใต้ การชิงเปรตเป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญหลังเสร็จพิธีตั้งเปรต ขนมและอาหารที่นำไปตั้งเปรตผ่านการอุทิศส่วนกุศลแล้ว การเข้าไปรับหรือแย่งชิงจึงถือเป็นการร่วมบุญและรับสิริมงคล ผู้เฒ่าผู้แก่จำนวนมากอธิบายว่า หากบุตรหลานของเปรตตนใดชิงขนมหรืออาหารได้ เปรตตนนั้นย่อมได้รับส่วนบุญนั้นด้วย ความหมายของการชิงเปรตจึงไม่ได้อยู่ที่ความโลภหรือการแย่งชิงแบบหยาบกระด้าง แต่อยู่ที่ความเชื่อเรื่องการส่งบุญ ความสนุกสนานของชุมชน และการทำให้เด็ก ๆ ได้จดจำประเพณีผ่านประสบการณ์จริง
ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันสารทเดือน 10 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของชาวใต้ ตามความเชื่อพื้นบ้าน วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันที่ยมบาลปล่อยเปรตหรือเปตชนให้ขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานในโลกมนุษย์ ลูกหลานจึงทำบุญเลี้ยงรับ เรียกว่า “รับตายาย” เมื่อถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เปรตชนต้องกลับสู่ยมโลก ลูกหลานจึงทำบุญเลี้ยงส่ง เรียกว่า “ส่งตายาย” หรือ “ส่งเปรต” การทำบุญทั้งสองช่วงนี้สะท้อนแนวคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับผู้ล่วงลับไม่ได้สิ้นสุดลงด้วยความตาย แต่ยังคงเชื่อมโยงกันผ่านความทรงจำ บุญกุศล และหน้าที่ของลูกหลาน
พิธีสำคัญเริ่มตั้งแต่การเตรียมหมรับหรือสำรับทำบุญ ซึ่งเป็นภาชนะที่บรรจุอาหาร ขนม ของแห้ง และเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อถวายพระและอุทิศให้บรรพบุรุษ ในอดีตนิยมใช้กระเชอ ถาด หรือภาชนะพื้นบ้าน ต่อมามีการประดิษฐ์ตกแต่งหมรับให้สวยงามขึ้น บางชุมชนจัดเป็นรูปทรงเจดีย์ยอดแหลม บางแห่งตกแต่งเป็นรูปแบบสร้างสรรค์ตามฝีมือของผู้จัด ชั้นล่างมักใส่ของแห้งและเครื่องปรุงที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร พริก เกลือ กระเทียม หอม กะปิ น้ำตาล น้ำปลา อ้อย มะพร้าว และของใช้ต่าง ๆ ส่วนชั้นบนจัดวางขนมเดือน 10 ซึ่งเป็นหัวใจของหมรับ
ขนมสำคัญของประเพณีเดือน 10 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้ง ขนมลาใช้แทนเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่ม เพราะมีลักษณะเป็นเส้นบางคล้ายผืนผ้า ขนมพองใช้แทนแพหรือพาหนะสำหรับข้ามห้วงน้ำแห่งกรรม ขนมบ้าใช้แทนลูกสะบ้าหรือสิ่งละเล่น ขนมดีซำหรือขนมเบซำใช้แทนเงินตราหรือสตางค์มีรูในสมัยก่อน ส่วนขนมกงหรือขนมไข่ปลาใช้แทนเครื่องประดับ บางพื้นที่ใช้ขนมเทียนแทนหมอนหนุน การนำขนมเหล่านี้ใส่หมรับจึงไม่ใช่การเตรียมอาหารแบบทั่วไป แต่เป็นการเตรียมสิ่งของเชิงสัญลักษณ์ให้บรรพบุรุษได้ใช้ในภพภูมิของตนตามความเชื่อ
นอกจากขนมหลักแล้ว หมรับยังบรรจุอาหารและของใช้ที่สะท้อนความเอื้อเฟื้อของลูกหลาน เช่น กล้วย อ้อย มะพร้าว ข้าวสาร กระเทียม พริก เกลือ กะปิ หอม น้ำตาล น้ำปลา ด้าย เข็มเย็บผ้า ธูป เทียน และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ของบางอย่างเป็นอาหาร ของบางอย่างเป็นเครื่องปรุง ของบางอย่างเป็นเครื่องใช้ประจำวัน ความหลากหลายของสิ่งของในหมรับทำให้เห็นว่าคนใต้ไม่ได้ทำบุญเฉพาะเพื่อถวายพระ แต่ยังคิดถึงความต้องการของผู้ล่วงลับในเชิงสัญลักษณ์อย่างละเอียดและอบอุ่น
เมื่อถึงวันยกหมรับ ลูกหลานจะนำหมรับไปวัดตั้งแต่ช่วงเช้า บางครอบครัวเดินทางไปพร้อมญาติพี่น้อง บางชุมชนจัดขบวนแห่หมรับอย่างสวยงามเพื่อสร้างความคึกคักและแสดงฝีมือการตกแต่งหมรับ เมื่อถึงวัด หมรับจะถูกรวมไว้ในพื้นที่ที่กำหนด ก่อนเข้าสู่พิธีถวายภัตตาหารพระสงฆ์ ฟังพระสวดบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล บรรยากาศของวัดในวันสารทเดือน 10 จึงเต็มไปด้วยความศรัทธา ความอบอุ่นของครอบครัว และความร่วมแรงของชุมชน
ขั้นตอนการตั้งเปรตเป็นช่วงที่ทำให้ประเพณีชิงเปรตมีเอกลักษณ์ชัดเจน ผู้ตั้งเปรตจะนำอาหารและขนมส่วนหนึ่งไปวางบนร้านเปรตหรือหลาเปรต ซึ่งแต่เดิมอาจเป็นร้านยกเสาสูงกลางวัด ต่อมาหลายแห่งพัฒนาเป็นศาลาหรือพื้นที่เฉพาะสำหรับตั้งเปรต บนร้านเปรตจะมีอาหาร ขนม ผลไม้ และของแห้งที่จัดเตรียมไว้ บางแห่งมีสายสิญจน์วงรอบและต่อไปยังพระสงฆ์ที่ประกอบพิธี เพื่อเชื่อมโยงพิธีสงฆ์กับการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ
คำว่า “หลาเปรต” มาจากภาษาถิ่นใต้ โดย “หลา” หมายถึงศาลาหรือที่ตั้ง เมื่อรวมกับคำว่าเปรตจึงหมายถึงพื้นที่สำหรับตั้งอาหารให้เปรตหรือผู้ล่วงลับรับส่วนบุญ ปัจจุบันหลาเปรตในวัดต่าง ๆ มีรูปแบบแตกต่างกันไปตามประเพณีของชุมชน บางแห่งเป็นโครงไม้เรียบง่าย บางแห่งเป็นศาลาถาวร บางแห่งจัดในพื้นที่เปิดกลางวัด จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่รูปทรงของหลาเปรต แต่อยู่ที่บทบาทของพื้นที่นี้ในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างพิธีสงฆ์ ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ และการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน
หลังจากพระสงฆ์สวดบังสุกุลและลูกหลานกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแล้ว จึงถึงช่วงชิงเปรต ผู้คนที่มาร่วมงานทั้งเด็ก หนุ่มสาว และผู้สูงอายุจะเข้าไปรุมรับหรือแย่งขนมและอาหารบนหลาเปรตด้วยความสนุกสนาน ภาพการชิงเปรตจึงเป็นภาพที่มีทั้งเสียงหัวเราะ ความตื่นเต้น และความศรัทธาอยู่ร่วมกัน แม้ดูเป็นการละเล่น แต่เบื้องหลังคือความเชื่อว่าขนมที่ผ่านพิธีแล้วมีสิริมงคล ผู้ที่ได้รับจะได้บุญและความเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
อาหารหรือขนมที่ได้จากการชิงเปรตยังมีความเชื่อเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของไร่นาและสวน บางพื้นที่เชื่อว่าหากนำขนมที่ชิงได้ไปหว่านในนา สวน หรือวางไว้ตามต้นไม้ผล จะช่วยให้พืชผลเจริญงอกงามและให้ผลดก ความเชื่อนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประเพณี ศาสนา และวิถีเกษตรของชาวใต้ เพราะเดือน 10 เป็นช่วงที่เกี่ยวข้องกับผลผลิต อาหาร และความอุดมสมบูรณ์ การทำบุญเดือน 10 จึงไม่ใช่เพียงการส่งบุญให้ผู้ล่วงลับ แต่ยังผูกพันกับการขอพรให้ชีวิตและพืชผลเจริญงอกงามด้วย
อีกกิจกรรมหนึ่งที่พบในบางพื้นที่คือการโปรยทานหรือหว่านกำพรึก ผู้ใจบุญจะโปรยเหรียญหรือสิ่งของเล็ก ๆ ให้ผู้มาร่วมงานได้เก็บด้วยความสนุกสนาน กิจกรรมนี้ช่วยเพิ่มสีสันให้กับงานบุญ และทำให้เด็ก ๆ จดจำบรรยากาศของประเพณีเดือน 10 ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การร่วมชิงเปรตหรือหว่านกำพรึกควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ผลักกัน ไม่แย่งกันรุนแรง และควรคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน
สิ่งที่ทำให้ประเพณีชิงเปรตยังคงมีพลังในสังคมพัทลุง คือการเป็นประเพณีที่เชื่อมครอบครัวเข้ากับวัดอย่างแนบแน่น ลูกหลานที่กลับบ้านในช่วงเดือน 10 ไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อร่วมพิธี แต่กลับมาเพื่อพบญาติ ทำอาหาร จัดหมรับ พูดคุยกับผู้ใหญ่ รับรู้เรื่องราวของบรรพบุรุษ และสานความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น หลังเสร็จพิธีที่วัด หลายครอบครัวจะกลับไปกินข้าวร่วมกันที่บ้าน ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมญาติที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของปี
ในระดับชุมชน ประเพณีชิงเปรตทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางของผู้คนอีกครั้ง คนในพื้นที่ช่วยกันจัดสถานที่ ช่วยกันเตรียมอาหาร ช่วยกันทำความสะอาดวัด ช่วยกันดูแลพิธี และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผู้สูงอายุทำหน้าที่ถ่ายทอดความหมายของขนมเดือน 10 และพิธีกรรมให้เด็ก ๆ ฟัง ขณะที่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการเห็นของจริงและการมีส่วนร่วม ประเพณีนี้จึงเป็นระบบการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่ความรู้ที่อยู่แต่ในตำรา
ในจังหวัดพัทลุง มีการจัดงานสารทเดือน 10 ในหลายพื้นที่ หนึ่งในพื้นที่ที่มีการรายงานการจัดงานชัดเจนคือวัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งมีการจัดงานประเพณีวันสารทเดือน 10 เป็นประจำทุกปี กิจกรรมประกอบด้วยขบวนแห่หมรับของหน่วยงาน ชมรม และกลุ่มประชาชน การประกวดหมรับประเภทสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ การแข่งขันปีนเสาน้ำมัน การแข่งขันซัดต้ม และกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ภาพรวมของงานจึงสะท้อนว่าประเพณีนี้ยังเป็นทั้งงานบุญ งานวัฒนธรรม และงานส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดพัทลุง
อย่างไรก็ตาม ประเพณีชิงเปรตไม่ได้จำกัดอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันตามวัดในหลายพื้นที่ของภาคใต้และจังหวัดพัทลุง นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจควรเลือกวัดหรือชุมชนที่มีการประกาศจัดงานในปีนั้น แล้วเดินทางไปตามกำหนดของพื้นที่นั้นโดยตรง หากต้องการสัมผัสบรรยากาศที่เป็นชุมชนเมือง สามารถเลือกพื้นที่ในอำเภอเมืองพัทลุง หากต้องการเห็นบรรยากาศพื้นบ้านมากขึ้น สามารถเลือกวัดในตำบลหรือหมู่บ้านที่มีการจัดหมรับและตั้งเปรตตามแบบชุมชนดั้งเดิม
ในเชิงประวัติและความเชื่อ ประเพณีชิงเปรตมีลักษณะคล้ายการให้ทานแก่ผู้ล่วงลับและผู้ไม่มีญาติ แต่ต่างจากพิธีทิ้งกระจาดของจีนในรายละเอียดและเป้าหมาย การทิ้งกระจาดของจีนเน้นการให้ทานแก่ผีไม่มีญาติเป็นหลัก ส่วนการตั้งเปรตและชิงเปรตของภาคใต้เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้ทั้งบรรพบุรุษของตนเองและเปรตหรือผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติด้วย ประเพณีนี้จึงมีทั้งมิติของครอบครัวและมิติของเมตตาต่อสรรพชีวิตในความเชื่อพื้นบ้าน
ความงามของประเพณีชิงเปรตอยู่ที่การทำให้เรื่องความตายกลายเป็นพื้นที่ของความกตัญญู ไม่ใช่ความเศร้าหมองเพียงอย่างเดียว ลูกหลานทำบุญให้ผู้ล่วงลับด้วยอาหาร ขนม สิ่งของ และความตั้งใจดี ขณะเดียวกันก็ได้พบญาติ ได้เรียนรู้วัฒนธรรม และได้ร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานในวัด ความสนุกของการชิงเปรตจึงไม่ได้ขัดกับความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี แต่ทำให้ประเพณีมีชีวิตและเข้าถึงผู้คนทุกวัยได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประเพณีนี้อย่างลึกซึ้ง ควรมองหมรับเป็นสัญลักษณ์ของการเตรียมเสบียงและความรักของลูกหลาน ของแห้งและเครื่องปรุงที่วางอยู่ชั้นล่างสะท้อนความห่วงใยในเรื่องปากท้อง ขนมเดือน 10 ที่วางด้านบนสะท้อนความหมายเชิงสัญลักษณ์ของสิ่งจำเป็นในภพภูมิของผู้ล่วงลับ ส่วนการยกหมรับไปวัดสะท้อนการนำความรัก ความคิดถึง และบุญกุศลออกจากบ้านไปเชื่อมกับพระพุทธศาสนาและชุมชน
การประกวดหมรับในบางพื้นที่ยังช่วยยกระดับภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน หมรับที่จัดอย่างประณีตแสดงถึงความตั้งใจของครอบครัวหรือหน่วยงานที่ร่วมงาน รูปทรงเจดีย์ รูปแบบการเรียงขนม สีสันของผลไม้ และรายละเอียดการตกแต่งทำให้หมรับกลายเป็นงานศิลป์ชั่วคราวที่เกิดขึ้นเพื่อบุญกุศล ความงดงามของหมรับจึงไม่ใช่เพียงความสวยของวัตถุ แต่เป็นความงามของความร่วมมือและความตั้งใจของผู้จัด
การชิงเปรตในสายตาของเด็กอาจเป็นช่วงที่สนุกที่สุดของงาน แต่ในสายตาของผู้ใหญ่คือวิธีหนึ่งในการส่งต่อประเพณี เด็กที่ได้เห็นการเตรียมหมรับ ได้ฟังผู้ใหญ่เล่าความหมายของขนม ได้ไปวัด ได้ร่วมพิธี และได้ชิงขนม จะจดจำประเพณีนี้ด้วยประสบการณ์ที่มีทั้งภาพ เสียง กลิ่น รส และความรู้สึก เมื่อเติบโตขึ้น เด็กเหล่านี้จะเข้าใจว่าประเพณีเดือน 10 ไม่ใช่เพียงงานประจำปี แต่เป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าครอบครัวและบ้านเกิด
ในมิติของอาหาร ขนมเดือน 10 ถือเป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและวิธีถนอมอาหาร ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมดีซำ และขนมกงล้วนมีกรรมวิธีเฉพาะ ต้องใช้ฝีมือและประสบการณ์ ขนมบางชนิดทำจากแป้งข้าวเจ้า บางชนิดทำจากข้าวเหนียว บางชนิดต้องทอดให้ฟู บางชนิดต้องหยอดเป็นเส้นบาง ๆ ให้สวยงาม การทำขนมเดือน 10 จึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ผู้สูงอายุถ่ายทอดทักษะให้คนรุ่นใหม่ และเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันก่อนวันไปวัด
ในมิติของการท่องเที่ยว ประเพณีชิงเปรตเหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมภาคใต้จากพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงการชมสถานที่ท่องเที่ยวแบบถ่ายภาพแล้วเดินทางต่อ ผู้มาเยือนจะได้เห็นชาวบ้านจัดหมรับ เห็นบรรยากาศวัดในวันบุญใหญ่ ได้ฟังภาษาถิ่น ได้ชิมขนมเดือน 10 และได้เห็นวิธีที่ศรัทธา ความสนุก และครอบครัวอยู่ร่วมกันในประเพณีเดียว การเที่ยวงานชิงเปรตจึงเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีชีวิตและมีผู้คนเป็นหัวใจ
การเดินทาง หากต้องการร่วมประเพณีชิงเปรตในจังหวัดพัทลุง ควรเริ่มจากการตรวจวัดหรือชุมชนที่จัดงานในปีนั้น พื้นที่อำเภอเมืองพัทลุงเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร และรถไฟ หากเดินทางโดยรถไฟ สามารถลงที่สถานีรถไฟพัทลุงแล้วต่อรถรับจ้างไปยังวัดหรือพื้นที่จัดงาน สำหรับพื้นที่วัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง สามารถเดินทางจากตัวเมืองพัทลุงไปยังถนนบ้านสวน-ควนกุฎหรือเส้นทางในตำบลควนมะพร้าวได้โดยรถส่วนตัวหรือรถรับจ้าง
ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานควรแต่งกายสุภาพ เพราะกิจกรรมหลักจัดในวัดและเกี่ยวข้องกับพิธีสงฆ์ ควรไปถึงวัดก่อนเวลาทำบุญเพื่อมีเวลาร่วมถวายภัตตาหาร ฟังพระสวด และสังเกตขั้นตอนการตั้งเปรต หากต้องการถ่ายภาพควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ประกอบพิธี ไม่เดินตัดหน้าพระสงฆ์หรือผู้กรวดน้ำ ไม่จับขนมและสิ่งของก่อนถึงช่วงชิงเปรต และควรเคารพกติกาของวัดหรือชุมชนเจ้าภาพ
ข้อควรระวังสำคัญของการชิงเปรตคือความปลอดภัยและความสะอาด เพราะช่วงแย่งขนมอาจมีผู้คนหนาแน่น เด็กเล็กควรอยู่ใกล้ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุควรยืนในจุดที่ปลอดภัย และผู้ร่วมงานไม่ควรผลัก ดึง หรือแย่งกันจนเกิดอันตราย ขนมหรืออาหารที่ตกพื้นควรพิจารณาความสะอาดก่อนรับประทาน การรักษาระเบียบและความปลอดภัยจะทำให้ประเพณีนี้คงความสนุกและความงดงามได้พร้อมกัน
ประเพณีชิงเปรต จังหวัดพัทลุง จึงเป็นวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง เพราะรวมทั้งความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาการจัดหมรับ ขนมเดือน 10 การรวมญาติ ความสนุกของชุมชน และความกตัญญูไว้ในประเพณีเดียว การชิงเปรตทำให้คนรุ่นหลังเข้าใจว่าการทำบุญให้ผู้ล่วงลับไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ทำให้ครอบครัว ชุมชน และวัดยังคงเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ บนลานวัด การกรวดน้ำของผู้ใหญ่ และหมรับที่จัดอย่างประณีต ล้วนเป็นภาพจำที่ทำให้สารทเดือน 10 ของพัทลุงยังมีชีวิตและยังคงส่งต่อความหมายจากรุ่นสู่รุ่น
| ชื่อประเพณี | ประเพณีชิงเปรต จังหวัดพัทลุง |
| ประเภท | ประเพณีสารทเดือน 10 / ประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ |
| พื้นที่จัดงาน | วัดและชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง โดยมีการจัดงานชุมชนสำคัญในพื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง เช่น วัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว |
| ช่วงเวลา | วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ |
| วันสำคัญในปี 2569 | วันรับตายายตรงกับวันที่ 27 กันยายน 2569 และวันส่งตายายตรงกับวันที่ 11 ตุลาคม 2569 |
| เวลาเข้าร่วม | ช่วงทำบุญที่วัดตามกำหนดของแต่ละพื้นที่ |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเข้าร่วมทำบุญที่วัด |
| ความสำคัญ | ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ รวมญาติ สืบสานความกตัญญู และรักษาประเพณีสารทเดือน 10 ของชาวใต้ |
| พิธีกรรมหลัก | จัดหมรับ ยกหมรับไปวัด ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ สวดบังสุกุล กรวดน้ำ ตั้งเปรตบนหลาเปรต และชิงขนมที่ผ่านพิธีแล้ว |
| ขนมสำคัญ | ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมดีซำหรือขนมเบซำ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา และขนมเทียนในบางพื้นที่ |
| โซน / พื้นที่สำคัญในวัด | ศาลาวัด พื้นที่ถวายภัตตาหาร จุดรวมหมรับ หลาเปรตหรือร้านเปรต ลานกิจกรรมชุมชน และพื้นที่ประกวดหมรับในวัดที่มีการจัดงาน |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | วัดในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง |
| เบอร์ติดต่อด้านวัฒนธรรม | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง โทร. 074-617-958 |
| เบอร์ติดต่อข่าวสารจังหวัด | สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง โทร. 074-612-404 |
| การเดินทาง | เดินทางเข้าตัวเมืองพัทลุงด้วยรถยนต์ รถโดยสาร หรือรถไฟ แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถส่วนตัวไปยังวัดที่ประกาศจัดงานในปีนั้น |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดคูหาสวรรค์ ประมาณ 2 กม. 2. ถ้ำคูหาสวรรค์ ประมาณ 2 กม. 3. เขาอกทะลุ ประมาณ 4 กม. 4. อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ประมาณ 4 กม. 5. พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ประมาณ 5 กม. 6. วังเจ้าเมืองพัทลุง ประมาณ 7 กม. 7. หอศิลป์หนังตะลุง ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านรสทิพย์ ดั้งเดิมดอนยอ ประมาณ 1 กม. โทร. 096-891-2287 2. ผัดไทยตะวันดากุ้งสด สาขาควนมะพร้าว ประมาณ 1 กม. โทร. 080-282-6456 3. ร้านชาโกไข่ สาขาควนมะพร้าว ประมาณ 1 กม. โทร. 083-225-2497 4. Coffee and Me ประมาณ 2 กม. โทร. 091-516-5858 5. ฟาร์มวินเทจทำเกษตรอินทรีย์ ประมาณ 3 กม. โทร. 095-325-9900 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. City Park Hotel Phatthalung ประมาณ 4 กม. โทร. 074-613-516 2. โรงแรมศิวา รอยัล ประมาณ 5 กม. โทร. 074-673-999 3. The Centris Hotel Phatthalung ประมาณ 5 กม. โทร. 074-616-555 4. Merdelong Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 074-615-888 5. Dusit Princess Phatthalung ประมาณ 6 กม. โทร. 074-880-777 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีชิงเปรตคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีชิงเปรตคือประเพณีสารทเดือน 10 ของชาวใต้ที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ มีการจัดหมรับ ถวายพระ ตั้งเปรตบนหลาเปรต และชิงขนมหรืออาหารที่ผ่านพิธีแล้วตามความเชื่อเรื่องสิริมงคล
ถาม: ประเพณีชิงเปรตจัดวันไหน?
ตอบ: จัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันรับตายาย และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันส่งตายาย ตามปฏิทินจันทรคติของแต่ละปี
ถาม: ทำไมต้องมีการชิงขนมบนหลาเปรต?
ตอบ: เพราะเชื่อว่าขนมและอาหารที่ผ่านพิธีตั้งเปรตแล้วเป็นของที่ได้รับการอุทิศส่วนกุศล ผู้ที่ชิงได้ถือว่าได้รับสิริมงคล และเป็นการส่งบุญให้เปรตหรือบรรพบุรุษตามความเชื่อของชุมชน
ถาม: ขนมสำคัญของประเพณีชิงเปรตมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ขนมสำคัญ ได้แก่ ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมดีซำหรือขนมเบซำ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา และบางพื้นที่มีขนมเทียน โดยแต่ละชนิดมีความหมายแทนสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ล่วงลับ
ถาม: ประเพณีชิงเปรตในพัทลุงจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดตามวัดและชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง โดยพื้นที่ที่มีการจัดงานชุมชนสำคัญ ได้แก่ วัดบ้านสวน ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง และวัดอื่น ๆ ที่ประกาศจัดงานในแต่ละปี
ถาม: นักท่องเที่ยวเข้าร่วมประเพณีชิงเปรตได้หรือไม่?
ตอบ: เข้าร่วมได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพพิธีสงฆ์ ไม่รบกวนผู้ประกอบพิธี และปฏิบัติตามกติกาของวัดหรือชุมชนเจ้าภาพ
ถาม: การชิงเปรตเป็นเรื่องอัปมงคลหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่ ในความเชื่อของชาวใต้ การชิงเปรตเป็นการร่วมบุญและรับสิริมงคลจากขนมและอาหารที่ผ่านพิธีแล้ว เพียงแต่ควรร่วมกิจกรรมอย่างสุภาพและปลอดภัย
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปงานชิงเปรต?
ตอบ: ควรตรวจวันจัดงานของวัดในปีนั้น เตรียมชุดสุภาพ ไปถึงวัดก่อนพิธีสำคัญ ดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุในช่วงชิงเปรต และรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




