หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง >อ.เมืองพัทลุง >ต.ลำปำ > คลองปากประ
TL;DR: คลองปากประ เปิดทุกวัน เวลา พื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติเข้าชมได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่. จุดเด่นคือ ยอยักษ์ วิถีประมงพื้นบ้าน แสงแรกยามเช้า เวิ้งน้ำปากอ่าว ทะเลสาบสงขลา นาริมเล และเส้นทางล่องเรือสู่ทะเลน้อย.

พัทลุง

คลองปากประ

คลองปากประ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: พื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติเข้าชมได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ส่วนกิจกรรมเรือนำเที่ยวโดยทั่วไปแนะนำช่วง 05.30 – 17.00 น.
 
คลองปากประ จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งน้ำสำคัญและเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของพัทลุง เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมเอาสายน้ำ วิถีประมงพื้นบ้าน เกษตรกรรมริมเล ท้องฟ้ายามเช้า และภูมิปัญญา “ยอยักษ์” ไว้อย่างกลมกลืน คลองสายนี้เกิดจากลำน้ำหลายสายที่ไหลมารวมกันในพื้นที่พัทลุง ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้บริเวณปลายคลองมีลักษณะเป็นเวิ้งน้ำกว้างคล้ายปากอ่าว มีสัตว์น้ำชุกชุม และกลายเป็นแหล่งทำมาหากินสำคัญของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
 
คลองปากประมีความสัมพันธ์กับพื้นที่หลายชุมชน ทั้งตอนต้นน้ำและตอนปลายน้ำ โดยข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าลำน้ำสายต่าง ๆ เช่น คลองท่าสำเภา คลองมะกอกใต้ และคลองปากคลอง ไหลมารวมตัวกันจนเกิดเป็นคลองปากประ ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลาบริเวณชุมชนปากประ พื้นที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงคลองธรรมดา แต่เป็นระบบน้ำที่เชื่อมพื้นที่เกษตรของอำเภอควนขนุน พื้นที่ชุมชนริมทะเลสาบ และวิถีประมงพื้นบ้านของพัทลุงเข้าด้วยกัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยว จุดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือบริเวณบ้านปากประและจุดชมยอยักษ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อของชุมชนริมทะเลสาบและคลองปากประ บริเวณนี้มีภาพยอยักษ์จำนวนมากตั้งเรียงอยู่กลางน้ำ โดยมีฉากหลังเป็นผืนน้ำกว้าง ท้องฟ้ายามเช้า และเรือของชาวบ้านที่ออกทำประมง ภาพเหล่านี้ทำให้คลองปากประเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับล่องเรือไปยังทะเลน้อย
 
เสน่ห์ของคลองปากประอยู่ที่ความเรียบง่ายของวิถีชีวิต ชาวบ้านยังใช้ยอในการดักจับสัตว์น้ำตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ยอมีลักษณะเป็นผืนแหสี่เหลี่ยม มุมทั้งสี่ยึดกับไม้ไผ่หรือไม้รวก แล้วรวมเข้ากับแขนยอและคานยก โครงสร้างของยอที่ปากประมีขนาดใหญ่มากจนเรียกว่า “ยอยักษ์” แต่ด้วยการคำนวณน้ำหนัก จุดหมุน คาน และแรงถ่วง ทำให้คนเพียงคนเดียวสามารถยกยอขนาดใหญ่ขึ้นจากน้ำได้ ภูมิปัญญานี้ทำให้ยอยักษ์เป็นทั้งเครื่องมือหาปลาและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของบ้านปากประ
 
ยอยักษ์ที่ปากประไม่ใช่เพียงอุปกรณ์จับปลา แต่เป็นภูมิปัญญาที่บอกเล่าความเข้าใจของชาวบ้านต่อสายน้ำ ลม ฤดูกาล ปลา และจังหวะชีวิต ชาวประมงจะเลือกเวลายกยอให้สอดคล้องกับสภาพน้ำและการเคลื่อนตัวของสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยวที่ล่องเรือในช่วงเช้ามืดจึงจะได้เห็นภาพชาวบ้านทำงานจริง ไม่ใช่การแสดงเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ภาพยอยักษ์กลางแสงแรกจึงมีพลังเพราะเป็นทั้งภาพสวยและภาพวิถีชีวิตที่ยังดำรงอยู่
 
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวคลองปากประคือช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะเวลาประมาณ 05.30 – 06.00 น. เพราะเป็นช่วงที่เรือท่องเที่ยวออกไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณแนวยอยักษ์ เมื่อแสงแรกเริ่มแตะผิวน้ำ โครงไม้ไผ่ของยอยักษ์จะเกิดเงาสะท้อนบนผืนน้ำ กลายเป็นภาพที่นักถ่ายภาพนิยมเก็บไว้มากที่สุด ช่วงฤดูร้อนท้องฟ้ามักให้สีสันชัดเจน ส่วนช่วงฤดูฝนจะเห็นความอุดมสมบูรณ์ของปลาและวิถีประมงได้เด่นขึ้น
 
นอกจากชมยอยักษ์แล้ว กิจกรรมสำคัญของคลองปากประคือการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลองและเชื่อมต่อไปยังทะเลน้อย เส้นทางสั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมยอยักษ์และบรรยากาศปากประ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางยาวจากปากประไปทะเลน้อยจะผ่านเวิ้งน้ำ ลากูน ทะเลบัวแดง สะพานเอกชัย ฝูงนก และควายน้ำ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพน้ำในวันเดินทาง
 
คลองปากประเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับทะเลน้อยอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกลงเรือจากบ้านปากประเพื่อชมแสงแรกกับยอยักษ์ก่อน แล้วจึงล่องต่อไปชมทะเลบัวแดง นกน้ำ และควายน้ำในพื้นที่ทะเลน้อย เส้นทางนี้ทำให้เห็นความหลากหลายของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่คลอง ปากอ่าว พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ ทุ่งบัว ไปจนถึงทุ่งหญ้าที่ควายน้ำใช้เป็นแหล่งหากิน
 
บ้านปากประยังเป็นชุมชนที่มีความสำคัญด้านเกษตรกรรมและประมง พื้นที่โดยรอบมีทั้งนาริมเล การประมงพื้นบ้าน การแปรรูปสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์ชุมชน หนึ่งในเรื่องเด่นของพื้นที่คือปลาลูกเบร่ ปลาพื้นถิ่นที่พบในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาบางบริเวณและพบมากที่คลองปากประ ชาวบ้านมักจับปลาลูกเบร่ด้วยยอยักษ์ แล้วนำไปแปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้คลองปากประมีคุณค่าในฐานะแหล่งอาหารและแหล่งเศรษฐกิจของชุมชน
 
ในมิติการอนุรักษ์ บ้านปากประเป็นพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำที่ควรได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง เพราะภูมิทัศน์ของยอยักษ์ บ้านไม้ริมคลอง นาริมเล และพื้นที่ปากอ่าวเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ หากการท่องเที่ยวเติบโตโดยไม่คำนึงถึงชุมชน อาจทำให้ความสงบของพื้นที่และความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำลดลงได้ นักท่องเที่ยวจึงควรใช้พื้นที่อย่างเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ และไม่รบกวนการทำงานของชาวบ้าน
 
การล่องเรือที่คลองปากประควรติดต่อผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวหรือที่พักในบริเวณปากประล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นมักออกเช้ามาก ผู้เดินทางควรไปถึงจุดลงเรือก่อนเวลานัดหมาย เตรียมเสื้อกันลมหรือผ้าคลุมบาง ๆ เพราะช่วงเช้ามืดอากาศริมทะเลสาบมักเย็น และควรเก็บโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในถุงกันน้ำ
 
ค่าเรือนำเที่ยวขึ้นอยู่กับเส้นทาง ขนาดเรือ และจำนวนผู้โดยสาร โดยเส้นทางชมยอยักษ์บริเวณปากประใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง มีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อเรือ ส่วนเส้นทางปากประไปทะเลน้อย สะพานเอกชัย ควายน้ำ และทะเลบัวแดง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,200 บาทต่อเรือ นักท่องเที่ยวควรสอบถามราคา จำนวนผู้โดยสาร เวลานัดหมาย และจุดขึ้นเรือให้ชัดเจนก่อนเดินทาง
 
การเดินทาง ไปคลองปากประสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก จากตัวเมืองพัทลุงสามารถมุ่งหน้าไปทางลำปำหรือควนขนุน แล้วใช้เส้นทางไปบ้านปากประหรือถนนเชื่อมไปทะเลน้อย หากใช้ระบบนำทางให้ค้นหาคำว่า “คลองปากประ”, “บ้านปากประ”, “ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู” หรือ “จุดชมยอยักษ์ ปากประ” จุดนำทางที่ใช้ได้คือบริเวณชุมชนปากประและท่าเรือปากประ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวใช้ลงเรือชมยอยักษ์และล่องไปยังทะเลน้อย
 
ผู้ที่เดินทางมาเพื่อถ่ายภาพควรเลือกวันฟ้าเปิดและมาถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นอย่างน้อย 30 นาที จุดถ่ายภาพยอดนิยมมีทั้งบริเวณท่าเรือ สะพานไม้ ริมคลอง และบนเรือนำเที่ยว หากต้องการภาพยอยักษ์กับดวงอาทิตย์ ควรเตรียมกล้องให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเรือออก เพราะช่วงแสงสวยที่สุดมักเกิดขึ้นไม่นาน การถ่ายภาพควรไม่ขวางทางเดิน ไม่รบกวนเรือประมง และไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
อาหารท้องถิ่นที่ควรลองเมื่อมาเที่ยวคลองปากประคืออาหารที่เกี่ยวข้องกับปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำจากทะเลสาบ เช่น ปลาลูกเบร่ทอดขมิ้น แกงส้มปลาพื้นบ้าน ห่อหมกปลา แกงน้ำเคย น้ำพริกกะปิกับผักพื้นบ้าน และเมนูอาหารใต้รสจัดจ้าน ร้านอาหารริมคลองหลายแห่งใช้วัตถุดิบจากชุมชน ทำให้มื้ออาหารหลังล่องเรือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงการแวะกินระหว่างทาง
 
บริเวณปากประมีที่พักหลายรูปแบบ ทั้งรีสอร์ทริมคลอง ที่พักใกล้ยอยักษ์ โฮมสเตย์ชุมชน และที่พักในเส้นทางทะเลน้อย นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นควรเลือกพักใกล้ท่าเรือหรือใกล้คลองปากประ เพราะช่วยลดเวลาการเดินทางตอนเช้ามืด ผู้ที่ต้องการเที่ยวต่อไปทะเลน้อยสามารถเลือกพักโซนพนางตุงหรือควนขนุน เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางเรือและแหล่งท่องเที่ยวชุมชนได้สะดวก
 
โดยสรุป คลองปากประเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดพัทลุงและเป็นจุดหมายที่รวมธรรมชาติ วิถีประมง เกษตรกรรมริมเล ยอยักษ์ พระอาทิตย์ขึ้น ทะเลน้อย และชุมชนท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียวกัน ความงามของที่นี่ไม่ได้อยู่เฉพาะภาพแสงเช้า แต่ยังอยู่ในภูมิปัญญาของคนริมเลที่ใช้สายน้ำอย่างพอดีและสืบทอดวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น หากเดินทางด้วยความเคารพชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และรักษาความสะอาด คลองปากประจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์พัทลุงที่งดงามและมีความหมายที่สุด
 
ชื่อสถานที่คลองปากประ
ที่ตั้งหลักสำหรับท่องเที่ยวบ้านปากประ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 93150 และพื้นที่เชื่อมต่อชุมชนปากประริมทะเลสาบสงขลา
พิกัดอ้างอิงชุมชนปากประ7.6931916801, 100.143686741
ประเภทสถานที่แหล่งน้ำธรรมชาติ ชุมชนริมน้ำ แหล่งประมงพื้นบ้าน จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และเส้นทางล่องเรือเชิงนิเวศ
ลักษณะเด่นยอยักษ์ วิถีประมงพื้นบ้าน แสงแรกยามเช้า เวิ้งน้ำปากอ่าว ทะเลสาบสงขลา นาริมเล และเส้นทางล่องเรือสู่ทะเลน้อย
ระบบน้ำสำคัญเกิดจากลำน้ำหลายสายไหลมารวมกัน ก่อนออกสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้พื้นที่มีสัตว์น้ำชุกชุมและเป็นแหล่งอาหารของชุมชน
โซนสำคัญจุดชมยอยักษ์ ท่าเรือปากประบ้านต้นลำพู เวิ้งน้ำปากประ บ้านปากประ นาริมเล เส้นทางเรือไปทะเลน้อย และจุดเชื่อมต่อสะพานเอกชัย
กิจกรรมที่เหมาะสมชมพระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายภาพยอยักษ์ ล่องเรือชมวิถีประมง ดูนก ชมบัวแดง ชมควายน้ำ ชิมอาหารพื้นบ้าน และเรียนรู้วิถีชุมชนปากประ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาแนะนำสำหรับเรือนำเที่ยว05.30 – 17.00 น. โดยช่วงชมพระอาทิตย์ขึ้นควรลงเรือประมาณ 05.30 – 06.00 น.
ค่าเรือนำเที่ยวเส้นทางชมยอยักษ์บริเวณปากประ เริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อเรือ / เส้นทางปากประ–ทะเลน้อย เริ่มต้นประมาณ 1,200 บาทต่อเรือ
เบอร์ติดต่อเรือนำเที่ยวข้อมูลเรือเที่ยวชมปากประ โทร. 063-889-5662, 062-512-0855, 080-971-8393 / ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู โทร. 081-907-2249
การเดินทางจากตัวเมืองพัทลุงมุ่งหน้าไปทางลำปำหรือควนขนุน ใช้เส้นทางไปบ้านปากประหรือถนนเชื่อมไปทะเลน้อย แล้วค้นหา “คลองปากประ”, “บ้านปากประ” หรือ “ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู” ในระบบนำทาง
ช่วงเวลาน่าเที่ยวกุมภาพันธ์ – ตุลาคมสำหรับเส้นทางล่องเรือที่ปลอดมรสุมมากกว่า และกุมภาพันธ์ – เมษายนสำหรับการชมทะเลบัวแดงบริเวณทะเลน้อย
ข้อควรระวังติดต่อเรือล่วงหน้า สวมเสื้อชูชีพ ระวังอุปกรณ์กล้องและโทรศัพท์เปียกน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง ไม่รบกวนการยกยอของชาวบ้าน และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. จุดชมยอยักษ์บ้านปากประ ประมาณ 0 กม.
2. ท่าเรือปากประ บ้านต้นลำพู ประมาณ 1 กม. โทร. 081-907-2249
3. วัดแสงอรุณปากประ ประมาณ 2 กม.
4. หาดแสนสุขลำปำ ประมาณ 9 กม.
5. สะพานเอกชัยหรือสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประมาณ 10 กม.
6. ทะเลน้อยและทะเลบัวแดง ประมาณ 15 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านบางชาม ริมคลองปากประ ประมาณ 1 กม. โทร. 091-848-8599
2. ร้านอาหารวิวยอ ศรีปากประ ประมาณ 2 กม.
3. ร้านอาหารลาโพธิ์ ศรีปากประ ประมาณ 2 กม.
4. ครัวยกยอ ชายคลอง ปากประ ประมาณ 2 กม.
5. ร้านอาหารชุมชนบ้านปากประและร้านอาหารใกล้ท่าเรือ ประมาณ 1 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. ศรีปากประ บูทีค รีสอร์ท ประมาณ 2 กม.
2. ปากประ ลากูน รีสอร์ท ประมาณ 2 กม. โทร. 095-036-0466
3. บ้านริมเล ปากประ ประมาณ 2 กม.
4. Wetland Camp พนางตุง ประมาณ 10 กม. โทร. 086-953-9914
5. Varni Handicraft & Homestay ประมาณ 12 กม. โทร. 074-606-660
6. ที่พักในตัวเมืองพัทลุง ประมาณ 20 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: คลองปากประอยู่ที่ไหน?
ตอบ: คลองปากประเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดพัทลุง โดยจุดท่องเที่ยวหลักอยู่บริเวณบ้านปากประ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และพื้นที่ชุมชนปากประริมทะเลสาบสงขลา
 
ถาม: คลองปากประมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือยอยักษ์ วิถีประมงพื้นบ้าน พระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนน้ำ เส้นทางล่องเรือไปทะเลน้อย และภูมิทัศน์ชุมชนริมน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของพัทลุง
 
ถาม: ควรไปคลองปากประเวลาใด?
ตอบ: ควรไปช่วงเช้ามืดและลงเรือประมาณ 05.30 – 06.00 น. เพื่อชมแสงแรกของวันกับยอยักษ์ ส่วนเส้นทางเรือทั่วไปสามารถเที่ยวได้ถึงช่วงเย็นตามเวลาบริการของเรือ
 
ถาม: ค่าเรือล่องคลองปากประประมาณเท่าไร?
ตอบ: เส้นทางชมยอยักษ์บริเวณปากประเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อเรือ ส่วนเส้นทางจากปากประไปทะเลน้อยเริ่มต้นประมาณ 1,200 บาทต่อเรือ โดยราคาขึ้นอยู่กับเส้นทาง ขนาดเรือ และจำนวนผู้โดยสาร
 
ถาม: ยอยักษ์คลองปากประคืออะไร?
ตอบ: ยอยักษ์เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำพื้นบ้านขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นแหสี่เหลี่ยมยึดกับแขนไม้ไผ่และคานยก ใช้ภูมิปัญญาเรื่องจุดหมุนและน้ำหนัก ทำให้คนเพียงคนเดียวสามารถยกยอขนาดใหญ่ขึ้นจากน้ำได้
 
ถาม: คลองปากประเที่ยวร่วมกับทะเลน้อยได้หรือไม่?
ตอบ: เที่ยวร่วมกันได้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถลงเรือจากปากประเพื่อชมยอยักษ์และพระอาทิตย์ขึ้นก่อน แล้วล่องต่อไปชมทะเลบัวแดง นกน้ำ ควายน้ำ และสะพานเอกชัยในเส้นทางทะเลน้อย
 
ถาม: ไปคลองปากประควรเตรียมอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรเตรียมเสื้อกันลมหรือผ้าคลุมบาง ๆ ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์และกล้อง หมวก แว่นกันแดด น้ำดื่ม และควรสวมเสื้อชูชีพเมื่อลงเรือ
 
ถาม: เที่ยวคลองปากประต้องระวังอะไร?
ตอบ: ควรติดต่อเรือล่วงหน้า ตรวจสภาพอากาศ ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ไม่รบกวนการทำประมงของชาวบ้าน ไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว และปฏิบัติตามคำแนะนำของคนขับเรือหรือผู้ประกอบการท้องถิ่น

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

แม่น้ำลำคลองกลุ่ม: ●แม่น้ำลำคลอง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(6)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(25)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(4)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(16)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(2)
ถ้ำ ถ้ำ(12)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(6)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)