หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส >อ.เมืองนราธิวาส >ต.กะลุวอเหนือ > ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย
TL;DR: ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย. จังหวัดนราธิวาส เป็นหนึ่งในประเพณีภาคใต้ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองชายทะเลชายแดนได้ชัดเจนที่สุด.
ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย

ช่วงเวลาจัดงาน: งานประจำปี 2569 กำหนดระหว่างวันที่ 17–20 กันยายน 2569
เวลาเข้าชม: ตามกำหนดการแข่งขันและพิธีการของจังหวัดในแต่ละปี
ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่ง จังหวัดนราธิวาส เป็นประเพณีทางน้ำสำคัญของภาคใต้ที่จัดขึ้นในช่วงงานของดีเมืองนรา บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส ปัจจุบันใช้ชื่อการจัดงานว่า การแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง เป็นงานที่รวมพลังศรัทธา ความจงรักภักดี ศิลปะเรือกอและ วิถีชาวประมง ความสามัคคีของฝีพาย และความคึกคักของเมืองนราธิวาสไว้ในงานเดียว
ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย จังหวัดนราธิวาส เป็นหนึ่งในประเพณีภาคใต้ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองชายทะเลชายแดนได้ชัดเจนที่สุด เพราะเรือกอและไม่ได้เป็นเพียงเรือประมงพื้นบ้าน แต่เป็นศิลปกรรมบนสายน้ำที่เชื่อมโยงชีวิต ความเชื่อ งานช่าง ลวดลายพื้นถิ่น และความภาคภูมิใจของชาวมลายูมุสลิมชายฝั่งทะเลภาคใต้ตอนล่างเข้าด้วยกัน การแข่งขันเรือกอและหน้าพระที่นั่งของนราธิวาสจึงมีความหมายลึกกว่าการประลองความเร็วของฝีพาย เพราะเป็นเวทีอนุรักษ์ภูมิปัญญาเรือพื้นบ้าน เป็นพื้นที่แสดงความจงรักภักดี และเป็นงานประจำปีที่คนทั้งจังหวัดเฝ้ารอ
งานแข่งขันเรือกอและของจังหวัดนราธิวาสจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับงานของดีเมืองนรา งานใหญ่ประจำจังหวัดที่รวบรวมสิ่งโดดเด่นของนราธิวาสไว้หลายด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพพิเศษ งานวันกระจูด งานวันลองกอง การประชันเสียงนกเขาชวา การแสดงวัฒนธรรม และการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทาน การที่ประเพณีแข่งเรืออยู่ร่วมกับงานของดีเมืองนรา ทำให้งานนี้ไม่ใช่กิจกรรมกีฬาเดี่ยว ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเมืองนราธิวาสในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยว
สถานที่จัดงานหลักคือบริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส พื้นที่ริมแม่น้ำแห่งนี้มีความสำคัญต่อเมืองนราธิวาสมาอย่างยาวนาน เขื่อนท่าพระยาสายเป็นแนวสันเขื่อนริมแม่น้ำบางนราที่ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของประชาชน เป็นจุดชมทิวทัศน์ของตัวเมือง แม่น้ำบางนรา ทิวสน และภูเขาตันหยง อีกทั้งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือประจำปีในช่วงงานของดีเมืองนรา จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการรับชมการแข่งขันทางน้ำทั้งในด้านภูมิทัศน์ ความสะดวก และความหมายทางประวัติศาสตร์ของเมือง
ที่มาของประเพณีนี้สัมพันธ์โดยตรงกับการเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในช่วงเวลาดังกล่าวได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อทรงรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและวางโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมาก ชาวจังหวัดนราธิวาสจึงพร้อมใจกันฟื้นฟูการแข่งขันเรือกอและซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของท้องถิ่น ถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณ
การแข่งขันได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2519 และมีการพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะเลิศ ทำให้ประเพณีนี้ได้รับการยกระดับจากการละเล่นพื้นบ้านของชุมชนประมงเป็นงานประเพณีประจำจังหวัดที่มีความสำคัญระดับชาติ การแข่งขันครั้งแรกของจังหวัดจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2518 และสืบทอดต่อเนื่องจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนราธิวาส ในปี 2568 มีการจัดเป็นครั้งที่ 47 และเป็นกิจกรรมสำคัญในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 48
เรือกอและเป็นหัวใจของงานนี้ เรือชนิดนี้เป็นเรือประมงชายฝั่งที่ใช้จริงในวิถีชีวิตของชาวประมงภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี และชายฝั่งใกล้เคียง รูปทรงของเรือมีหัวและท้ายเชิดสูง ลำเรือเพรียว สีสันสดสะดุดตา และเขียนลวดลายอย่างประณีตบนตัวเรือ ลวดลายเหล่านี้สะท้อนการผสมผสานศิลปะไทย จีน มลายู และมุสลิมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จึงทำให้เรือกอและเป็นทั้งพาหนะหาปลา เครื่องมือทำกิน งานช่างไม้ งานจิตรกรรมพื้นบ้าน และสัญลักษณ์ของชุมชนชายทะเลในเวลาเดียวกัน
ลวดลายบนเรือกอและมีความสำคัญมาก เพราะไม่ได้วาดเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แฝงความเชื่อ ความเป็นสิริมงคล และตัวตนของเจ้าของเรือ ลวดลายหัวเรือมักเป็นสัตว์ในตำนานหรือสัตว์ในจินตนาการ เช่น พญานาค นก หนุมาน ราหู เมขลา รามสูร หรือบุหรงซีงอ ส่วนลำเรือและท้ายเรือมักเติมด้วยลายไทย ลายเครือเถา ลายดอกไม้ ลายพื้นบ้าน ลายจีน ลายอาหรับ ลายเรขาคณิต ลายผ้าปาเต๊ะ และลวดลายร่วมสมัย การชมการแข่งขันจึงเท่ากับการชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านที่เคลื่อนตัวอยู่บนแม่น้ำบางนรา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะภูมิปัญญาเรือกอและอย่างยั่งยืน หลังจากทอดพระเนตรการแข่งขันและทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของรูปทรงและลวดลายเรือกอและ พระราชดำรินี้ยังส่งเสริมให้เกิดการจัดทำเรือกอและจำลองเป็นของที่ระลึก การรวมกลุ่มผู้ผลิตในชุมชน และการประกวดเรือกอและจำลอง เพื่อรักษารูปแบบและลวดลายดั้งเดิมไม่ให้เลือนหายไปจากวิถีชาวประมง
ในปัจจุบันการแข่งขันของจังหวัดนราธิวาสประกอบด้วยเรือ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ เรือกอและใช้ระยะทางแข่งขัน 650 เมตร ส่วนเรือยอกองและเรือคชสีห์ใช้ระยะทางแข่งขัน 300 เมตร การกำหนดประเภทเรือที่หลากหลายทำให้งานมีทั้งความเข้มข้นของประเพณีดั้งเดิมและสีสันการแข่งขันหลายรูปแบบ โดยยังคงแกนสำคัญเรื่องฝีพาย ความพร้อมเพรียง ความเร็ว การควบคุมเรือ และพลังความสามัคคีของทีม
ตามรูปแบบการแข่งขันเรือกอและดั้งเดิมที่ใช้ระยะทาง 650 เมตร เรือแต่ละลำมีผู้ควบคุม 1 คน จำนวนฝีพายรวมทั้งนายท้ายไม่เกินลำละ 23 คน และมีฝีพายสำรองไม่เกินลำละ 5 คน การเปลี่ยนตัวในแต่ละเที่ยวทำได้ไม่เกิน 5 คน โดยผู้ควบคุมทีมต้องแจ้งให้คณะกรรมการปล่อยเรือทราบ เรือที่เข้าแข่งขันต้องถึงจุดเริ่มต้นหรือจุดปล่อยเรือก่อนเวลาที่กำหนด หากมาช้ากว่ากำหนดเกิน 15 นาทีอาจถือว่าสละสิทธิ์และปรับแพ้ในรอบนั้น
ก่อนเริ่มแข่งขัน ฝีพายทุกคนต้องยกพายให้พ้นผิวน้ำเมื่ออยู่ ณ จุดเริ่มต้น ยกเว้นนายท้ายที่ใช้พายคัดท้ายเพื่อบังคับเรือให้นิ่ง เมื่อได้รับสัญญาณปล่อยเรือ ฝีพายจึงจ้ำพายพร้อมกันเต็มกำลัง เรือแต่ละลำต้องวิ่งอยู่ในลู่ของตน หากวิ่งผิดลู่หรือผิดสายน้ำถือว่าผิดกติกาและอาจถูกปรับแพ้ในเที่ยวนั้น การตัดสินใช้หัวเรือเป็นเกณฑ์ โดยลำที่หัวเรือเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะในเที่ยวนั้น
การแข่งขันแบ่งเป็นหลายรอบเพื่อคัดเลือกทีมที่แข็งแกร่งที่สุด รอบแรกและรอบที่สองเป็นรอบคัดเลือก รอบที่สามเป็นรอบรองชนะเลิศ และรอบสุดท้ายเป็นรอบชิงชนะเลิศ ความสนุกของงานจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่รอบต้นจนถึงรอบชิง เพราะกองเชียร์จะเห็นทั้งทีมเรือหน้าใหม่ ทีมเรือเจ้าถิ่น ทีมเรือจากต่างอำเภอ และทีมที่มีประสบการณ์สูงประชันกันบนลำน้ำเดียวกัน เสียงเชียร์ริมฝั่งจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันมีชีวิตชีวา
บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยจังหวะเร้าใจของฝีพายที่จ้ำพายพร้อมกัน เสียงกองเชียร์ริมฝั่ง เสียงประกาศผล การแสดงก่อนพิธี ขบวนแห่เรือบุปผชาติ และสีสันของเรือที่ตกแต่งอย่างวิจิตร เมื่อเรือทุกลำตั้งลำอยู่ในแนวปล่อยเรือ ภาพหัวเรือที่เชิดสูง ลายสีสด และฝีพายหลายสิบชีวิตในจังหวะเดียวกันทำให้แม่น้ำบางนรากลายเป็นเวทีวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่รวมทั้งกีฬา ศิลปะ และประเพณีไว้ในภาพเดียว
ปี 2568 มีการแข่งขันรวม 58 ทีม แบ่งเป็นเรือกอและ 27 ทีม เรือยอกอง 13 ทีม และเรือคชสีห์ 18 ทีม อีกทั้งมีทีมเรือจากสหพันธรัฐมาเลเซียเข้าร่วมแข่งขันประเภทเรือคชสีห์ด้วย สะท้อนว่างานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานท้องถิ่นของจังหวัด แต่มีมิติความสัมพันธ์ชายแดนไทย–มาเลเซียและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระหว่างประเทศด้วย การที่ทีมเรือต่างถิ่นและต่างประเทศเข้าร่วมช่วยเพิ่มสีสัน ความหลากหลาย และความคึกคักให้กับเมืองนราธิวาส
ในเชิงวัฒนธรรม งานแข่งเรือกอและเป็นการฟื้นฟูประเพณีที่เคยเริ่มจางหายให้กลับมามีชีวิต ชาวประมงในอดีตใช้เรือกอและออกทะเล เมื่อถึงช่วงว่างจากการทำประมงหรือช่วงงานเทศกาลในชุมชน เรือที่เคยเป็นเครื่องมือทำกินก็กลายเป็นพาหนะของการแข่งขัน ความสนุกสนาน และความสามัคคีระหว่างหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อได้รับการจัดอย่างเป็นทางการในระดับจังหวัด ประเพณีนี้จึงกลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์เรือกอและทั้งในฐานะเรือจริง ลวดลาย ช่างเขียน ช่างต่อเรือ และความรู้ของชาวประมง
ความพิเศษของงานอยู่ที่การเชื่อมโยง “ศิลปะการครองชีพ” กับ “ศิลปะการเฉลิมฉลอง” เรือกอและเกิดจากชีวิตของคนทะเลที่ต้องพึ่งพาเรือเพื่อออกหาปลา ฝ่าคลื่น ฝ่าฝน และหาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน เรือเหล่านี้กลายเป็นตัวแทนศักดิ์ศรีของชุมชน ลายเรือกลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวตน ฝีพายกลายเป็นพลังสามัคคี และสายน้ำบางนรากลายเป็นเวทีที่บอกเล่าชีวิตชายฝั่งภาคใต้ในรูปแบบที่ผู้ชมสัมผัสได้โดยตรง
ผู้ที่เดินทางมาชมงานควรวางแผนล่วงหน้า เพราะพื้นที่ริมเขื่อนท่าพระยาสายและถนนโดยรอบจะมีผู้ชมจำนวนมากในวันแข่งขันสำคัญ ควรมาถึงก่อนเวลา เลือกจุดชมที่ปลอดภัยริมฝั่ง ไม่ยืนล้ำแนวกั้น ไม่ลงไปในพื้นที่ควบคุมการจราจรทางน้ำ และไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าท่า หน่วยกู้ภัย และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เนื่องจากในช่วงงานมีเรือแข่งขัน เรือขบวน เรือเจ้าหน้าที่ และเรือสนับสนุนหลายประเภทเคลื่อนที่อยู่ในแม่น้ำบางนรา
สำหรับผู้ชมทั่วไป จุดชมที่เหมาะคือบริเวณริมเขื่อนท่าพระยาสาย ลานคอนกรีตริมแม่น้ำ บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติ และพื้นที่สาธารณะที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรเลือกมุมที่เห็นแนวแม่น้ำยาวพอ เห็นลู่แข่งขัน และเห็นเรือกำลังเร่งจังหวะพายเข้าสู่เส้นชัย ช่วงเวลาที่แสงสวยมักเป็นช่วงเช้าและบ่ายแก่ ๆ ส่วนช่วงพิธีการและรอบชิงชนะเลิศจะมีผู้ชมหนาแน่นเป็นพิเศษ
การมาเที่ยวงานสามารถจัดร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในตัวเมืองนราธิวาสได้สะดวก เช่น ลานนกเงือกริมเขื่อนท่าพระยาสาย พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส หาดนราทัศน์ ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาส และตลาดน้ำยะกังขนม 100 ปี เส้นทางนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งงานประเพณีทางน้ำ เมืองเก่า ชุมชนริมน้ำ ศาสนสถาน อาหารพื้นถิ่น และพื้นที่พักผ่อนของเมืองนราธิวาสภายในวันเดียว
การเดินทาง จากตัวเมืองนราธิวาสให้มุ่งหน้าไปยังถนนภูผาภักดีและบริเวณริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา จุดจัดงานอยู่ในเขตอำเภอเมืองนราธิวาส ใกล้พลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี และลานนกเงือก หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจรและหาที่จอดรถในช่วงวันงาน หากพักในตัวเมืองสามารถใช้รถรับจ้างท้องถิ่นหรือเดินทางต่อจากย่านโรงแรมในเขตบางนาคได้สะดวก
ข้อควรปฏิบัติในการชมงานคือควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่พิธีการ ไม่ขึ้นไปในบริเวณที่จัดไว้สำหรับเจ้าหน้าที่หรือแขกพิธี ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ไม่ยืนในจุดเสี่ยงริมตลิ่ง ไม่ส่งเสียงรบกวนช่วงพิธีสำคัญ และดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด งานนี้เป็นประเพณีที่มีทั้งความสนุกและความสำคัญเชิงพระราชพิธี การชมงานอย่างเหมาะสมจะช่วยรักษาบรรยากาศของความงดงามและความภาคภูมิใจของชาวนราธิวาส
โดยสรุป ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่งเป็นหนึ่งในงานที่สะท้อนตัวตนของนราธิวาสได้สมบูรณ์ที่สุด เพราะรวมพระมหากรุณาธิคุณ ประวัติศาสตร์พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ วิถีชาวประมง ศิลปะเรือกอและ งานช่างพื้นบ้าน ความสามัคคีของฝีพาย และบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำบางนราไว้ด้วยกัน ผู้ที่มาเยือนจะไม่ได้ชมเพียงการแข่งขันเรือ แต่จะได้เห็นมรดกวัฒนธรรมของชายแดนใต้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่บนสายน้ำและในหัวใจของชาวนราธิวาส
| ชื่อประเพณี | ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่ง / การแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง |
| ประเภทงาน | ประเพณีภาคใต้ / งานประเพณีทางน้ำ / การแข่งขันเรือพื้นบ้าน / งานวัฒนธรรมประจำจังหวัดนราธิวาส |
| สถานที่จัดงาน | พลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส |
| พิกัดอ้างอิง | ริมเขื่อนท่าพระยาสาย ถนนภูผาภักดี ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส |
| ช่วงเวลาจัดงาน | จัดในเดือนกันยายนของทุกปี โดยงานประจำปี 2569 กำหนดระหว่างวันที่ 17–20 กันยายน 2569 |
| เวลาเข้าชม | ตามกำหนดการแข่งขันและพิธีการของจังหวัดในแต่ละปี |
| ความสำคัญ | จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และเพื่อสืบสานศิลปะเรือกอและของชาวนราธิวาส |
| ประวัติ | ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2519 และมีการพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะเลิศ การแข่งขันของจังหวัดจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2518 และสืบทอดต่อเนื่องเป็นงานประจำปี |
| ประเภทการแข่งขัน | 1. เรือกอและ 2. เรือยอกอง 3. เรือคชสีห์ |
| ระยะทางแข่งขัน | เรือกอและ 650 เมตร / เรือยอกองและเรือคชสีห์ 300 เมตร |
| จำนวนฝีพายเรือกอและ | ผู้ควบคุม 1 คน ฝีพายรวมทั้งนายท้ายไม่เกินลำละ 23 คน และฝีพายสำรองไม่เกินลำละ 5 คน |
| รูปแบบการแข่งขัน | รอบคัดเลือก รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ เรือที่หัวเรือเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะในเที่ยวนั้น |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พลับพลาเฉลิมพระเกียรติ 2. ริมเขื่อนท่าพระยาสาย 3. ลู่แข่งขันในแม่น้ำบางนรา 4. จุดปล่อยเรือและเส้นชัย 5. พื้นที่ชมการแข่งขันริมฝั่ง 6. ขบวนแห่เรือบุปผชาติ 7. ลานนกเงือกและพื้นที่พักผ่อนริมเขื่อน |
| ผู้จัด / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานเจ้าท่า และชุมชนในจังหวัดนราธิวาส |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานจังหวัดนราธิวาส โทร. 073-642616-20 |
| ข้อควรปฏิบัติ | มาถึงก่อนเวลา เลือกจุดชมที่ปลอดภัย ไม่ล้ำแนวกั้น ไม่ลงพื้นที่ควบคุมทางน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ไม่รบกวนพิธีการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ลานนกเงือก / เขื่อนท่าพระยาสาย ประมาณ 0 กม. 2. ตลาดริมเขื่อนท่าพระยาสาย ประมาณ 0.5 กม. 3. หอนาฬิกาเมืองนราธิวาส ประมาณ 1 กม. 4. พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส ประมาณ 2 กม. 5. ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ ประมาณ 2 กม. 6. หาดนราทัศน์ ประมาณ 3 กม. 7. มัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาส ประมาณ 3 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านมันตรา ประมาณ 1 กม. โทร. 073-516-747, 083-193-9385 2. อายูซูชิแอนด์คาเฟ่ นราธิวาส ประมาณ 1 กม. โทร. 083-534-8004 3. อายู เมอนารอ อาหารพื้นบ้าน ประมาณ 1 กม. โทร. 081-479-6479 4. ร้านหลังบ้าน / ร้านผัก ประมาณ 1 กม. โทร. 097-354-2718 5. ร้านพรประเสริฐ ประมาณ 1 กม. โทร. 073-511-682 6. ร้านประมงภัณฑ์ นราธิวาส ประมาณ 1 กม. โทร. 073-511-438 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมตันหยง นราธิวาส ประมาณ 1 กม. โทร. 073-511-477 2. โรงแรมดิ อิมพีเรียล นราธิวาส ประมาณ 1 กม. โทร. 073-515-041 3. โรงแรมภัคสินา นราธิวาส ประมาณ 1 กม. โทร. 073-511-800 4. ทรัพย์ทวีโฮม @ นราธิวาส ประมาณ 2 กม. 5. เรือนแรมรีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 089-869-4141 6. โรงแรม/ที่พักย่านบางนาคและตัวเมืองนราธิวาส ประมาณ 1–3 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพายจัดที่ไหน?
ตอบ: จัดบริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
ถาม: งานแข่งเรือกอและนราธิวาสจัดช่วงไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปจัดในเดือนกันยายนของทุกปีในช่วงงานของดีเมืองนรา สำหรับปี 2569 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 17–20 กันยายน 2569
ถาม: เรือกอและแข่งขันระยะทางเท่าไร?
ตอบ: เรือกอและใช้ระยะทางแข่งขัน 650 เมตร ส่วนเรือยอกองและเรือคชสีห์ใช้ระยะทางแข่งขัน 300 เมตร
ถาม: เรือกอและหนึ่งลำมีฝีพายกี่คน?
ตอบ: เรือกอและมีผู้ควบคุม 1 คน ฝีพายรวมทั้งนายท้ายไม่เกินลำละ 23 คน และฝีพายสำรองไม่เกินลำละ 5 คน
ถาม: ทำไมงานนี้จึงสำคัญต่อชาวนราธิวาส?
ตอบ: เพราะเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งยังช่วยสืบสานศิลปะเรือกอและ วิถีชาวประมง และวัฒนธรรมท้องถิ่นของนราธิวาส
ถาม: เรือที่แข่งขันมีประเภทใดบ้าง?
ตอบ: ปัจจุบันมีการแข่งขัน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์
ถาม: ไปชมงานควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรไปถึงก่อนเวลา เลือกจุดชมที่ปลอดภัย เตรียมอุปกรณ์กันแดดหรือน้ำดื่ม ไม่ยืนล้ำแนวกั้น ไม่ลงพื้นที่ควบคุมทางน้ำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้งานแข่งเรือกอและหรือไม่?
ตอบ: มีหลายแห่ง เช่น ลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย ตลาดริมเขื่อน พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ หาดนราทัศน์ และมัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาส
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคใต้
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว




