หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคภาคตะวันออก >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี > 20 ที่เที่ยวปราจีนบุรียอดนิยมห้ามพลาด
TL;DR: 20 ที่เที่ยวปราจีนบุรียอดนิยมห้ามพลาด. จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจุดหมายใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความหลากหลายมากกว่าภาพจำของเมืองทางผ่าน เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดี.
20 ที่เที่ยวปราจีนบุรียอดนิยมห้ามพลาด

20 ที่เที่ยวปราจีนบุรียอดนิยมห้ามพลาด จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจุดหมายใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความหลากหลายมากกว่าภาพจำของเมืองทางผ่าน เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา สถาปัตยกรรมเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดี เมืองสมุนไพร ผืนป่ามรดกโลก น้ำตก ภูเขา อ่างเก็บน้ำ และกิจกรรมล่องแก่งระดับประเทศ เหมาะทั้งกับทริปวันเดียวจากกรุงเทพฯ การพัก 2 วัน 1 คืน ไปจนถึงการเที่ยวแบบเจาะลึก 3–5 วัน
สำหรับผู้ที่มา เที่ยวปราจีนบุรีครั้งแรก จุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน แก่งหินเพิง ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วัดแก้วพิจิตร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี น้ำตกเขาอีโต้ และน้ำตกตะคร้อ–น้ำตกสลัดได เพราะสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เห็นตัวตนของจังหวัดได้ครบทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติ สุขภาพ ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมกลางแจ้ง
ภูมิประเทศของปราจีนบุรีแบ่งออกได้อย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ภูเขาและป่าทางตอนเหนือกับตะวันออก และพื้นที่ราบลุ่มทางตอนกลางกับตอนใต้ แนวเทือกเขาดงพญาเย็นเชื่อมต่อกับผืนป่าเขาใหญ่และทับลาน ทำให้จังหวัดมีต้นน้ำ ลำธาร น้ำตก และความหลากหลายทางชีวภาพสูง ขณะที่บริเวณที่ราบลุ่มเชื่อมโยงกับแม่น้ำปราจีนบุรีและลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งมีบทบาทต่อการตั้งถิ่นฐาน การเกษตร และการคมนาคมมาตั้งแต่อดีต
จุดแข็งสำคัญของปราจีนบุรีคือการมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ใน ผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ของประเทศไทยและมีความสำคัญในระดับนานาชาติ ภายในพื้นที่มีทั้งป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าลาน ลำธาร น้ำตก และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทำให้จังหวัดเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบเดินป่า ดูนก ชมธรรมชาติ ปั่นจักรยาน แคมป์ปิ้ง และกิจกรรมผจญภัย
อีกด้านหนึ่ง ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่ โดยเฉพาะ เมืองศรีมโหสถ ซึ่งเป็นเมืองโบราณสำคัญของภาคตะวันออก หลักฐานภายในพื้นที่แสดงให้เห็นอิทธิพลทั้งพระพุทธศาสนา พราหมณ์–ฮินดู และศิลปกรรมที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเมืองโบราณในภูมิภาค การเที่ยวปราจีนบุรีจึงสามารถเปลี่ยนจากทริปธรรมชาติให้กลายเป็นเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้ภายในจังหวัดเดียว
ด้านสุขภาพ ปราจีนบุรีมีชื่อเสียงจาก สมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทย โดยมีตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และองค์ความรู้ด้านสมุนไพรที่พัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทำให้จังหวัดมีเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่แตกต่างจากจังหวัดใกล้เคียง
อาหารและของฝากของปราจีนบุรีมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ หน่อไม้ไผ่ตง ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความหวาน กรอบ และนำไปปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ตามฤดูกาล พืชสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และอาหารพื้นบ้านที่สามารถหาซื้อได้ตามตลาดและชุมชนในหลายอำเภอ
การวางแผนเที่ยวสามารถแบ่งเป็นหลายโซน ได้แก่ โซนศรีมโหสถ สำหรับเมืองโบราณ ต้นโพธิ์ และโบราณคดี, โซนเมืองปราจีนบุรี สำหรับอภัยภูเบศร วัดแก้วพิจิตร พิพิธภัณฑ์ และเขาอีโต้, โซนประจันตคาม สำหรับน้ำตกและเส้นทางธรรมชาติ และ โซนนาดี สำหรับทับลาน แก่งหินเพิง และกิจกรรมผจญภัย หากจัดเส้นทางตามโซนจะช่วยลดเวลาขับรถย้อนและทำให้เที่ยวได้ครบขึ้น
หากมีเวลาเพียง 1 วัน เส้นทางที่เหมาะคือเมืองศรีมโหสถ–ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์–พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี–ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หากมี 2 วันสามารถเพิ่มเขาอีโต้หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนผู้ที่มีเวลา 3 วันขึ้นไปควรเพิ่มอุทยานแห่งชาติทับลาน แก่งหินเพิง และน้ำตกในโซนประจันตคามเพื่อสัมผัสปราจีนบุรีได้ครบทั้งเมืองเก่าและผืนป่า

1. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญที่สุดของภาคตะวันออก พื้นที่เมืองโบราณขนาดใหญ่แห่งนี้มีคูเมือง คันดิน สระน้ำ ศาสนสถาน และร่องรอยการตั้งถิ่นฐานที่สะท้อนความรุ่งเรืองของชุมชนโบราณมาตั้งแต่ช่วงวัฒนธรรมทวารวดีและยุคต่อเนื่อง
ไฮไลต์: ผังเมืองโบราณขนาดใหญ่กว่า 700 ไร่ กลุ่มเทวาลัยกลางเมือง ภูเขาทอง โบราณสถานหมายเลข 25 สระแก้ว คูเมือง คันดิน และโบราณวัตถุที่สะท้อนอิทธิพลของทั้งพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์–ฮินดู
เมืองศรีมโหสถมีพัฒนาการยาวนานมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11–18 และเคยเป็นชุมชนสำคัญในเครือข่ายการค้าและวัฒนธรรมของภาคตะวันออก หลักฐานที่พบมีทั้งเทวรูป ศิวลึงค์ เครื่องปั้นดินเผา ศิลาแลง และร่องรอยอาคารทางศาสนา ทำให้พื้นที่นี้เป็นเสมือนห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทยยุคก่อนอยุธยา
หนึ่งในจุดสำคัญคือ สระแก้ว ซึ่งขุดลงไปในชั้นศิลาแลงและมีภาพแกะสลักนูนต่ำรูปสัตว์และสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ช้าง สิงห์ มกร และรูปสัตว์ในคติศาสนา ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่ไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ด้านน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับพิธีกรรมและความเชื่อของชุมชนโบราณ
ผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองศรีมโหสถอย่างเต็มที่ควรจัดเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ไม่ควรแวะชมเพียงจุดเดียว เพราะโบราณสถานกระจายอยู่หลายส่วน การเดินชมตามแนวคูเมือง สระน้ำ และกลุ่มศาสนสถานจะช่วยให้มองเห็นโครงสร้างของเมืองโบราณได้ชัดเจนกว่าเดิม
สถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ชอบถ่ายภาพโบราณสถาน สามารถจัดเที่ยวต่อกับต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี เพื่อเชื่อมเรื่องราวจากพื้นที่ขุดค้นไปสู่โบราณวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่บ้านโคกวัด ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.892078,101.416623&travelmode=driving

2. ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่แห่งนี้ได้รับการเคารพในฐานะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาและชุมชนเมืองศรีมโหสถมาอย่างยาวนาน
ไฮไลต์: ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการกล่าวถึงว่ามีอายุกว่า 2,000 ปี มีความสูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นขนาดใหญ่และกิ่งก้านแผ่กว้าง สร้างร่มเงาครอบคลุมพื้นที่โดยรอบและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน
ตำนานท้องถิ่นเชื่อมโยงต้นโพธิ์แห่งนี้กับกิ่งพันธุ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ทำให้สถานที่ได้รับความศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก แม้สิ่งที่ดึงดูดผู้มาเยือนในเบื้องแรกจะเป็นขนาดและอายุของต้นไม้ แต่คุณค่าที่ลึกกว่านั้นคือบทบาทของต้นโพธิ์ในฐานะศูนย์รวมความเชื่อของผู้คนหลายชั่วอายุ
บริเวณรอบต้นโพธิ์มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการกราบสักการะ นั่งสงบจิตใจ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนควรรักษาความสะอาด ไม่ปีนป่ายหรือทำลายรากและกิ่งของต้นโพธิ์ และปฏิบัติต่อพื้นที่ด้วยความเคารพ
ในแต่ละปีมีประเพณีและกิจกรรมทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับต้นโพธิ์ โดยเฉพาะช่วงงานนมัสการที่ชุมชนและผู้ศรัทธาเดินทางมาทำบุญ สรงน้ำ และร่วมพิธีต่าง ๆ ทำให้สถานที่ยังมีชีวิตในฐานะพื้นที่ศรัทธา ไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้เก่าแก่สำหรับการถ่ายภาพ
ควรจัดเที่ยวต่อกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกัน หากเริ่มจากเมืองโบราณช่วงเช้าแล้วมาต้นโพธิ์ในช่วงสาย จะได้เห็นทั้งหลักฐานทางโบราณคดีและมิติด้านศรัทธาของชุมชนโบราณในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองปราจีนบุรีหรือจากโบราณสถานเมืองศรีมโหสถได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.870979,101.404546&travelmode=driving

3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด รวมถึงปราจีนบุรี พื้นที่ฝั่งปราจีนบุรีเป็นประตูสำคัญสู่ธรรมชาติของเขาใหญ่และเชื่อมโยงกับเทือกเขาดงพญาเย็นซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของภาคกลางและภาคตะวันออก
ไฮไลต์: ผืนป่ามรดกโลก แหล่งต้นน้ำ ความหลากหลายของสัตว์ป่า ภูเขา น้ำตก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และโอกาสพบสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง นก และสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในระบบนิเวศธรรมชาติ
ภูมิประเทศของเขาใหญ่ประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าผสม และทุ่งหญ้า ทำให้มีสภาพแวดล้อมหลากหลายภายในพื้นที่เดียว ระบบป่าเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสายและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่ต้องการพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่
การเที่ยวเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรีเหมาะกับผู้ที่ต้องการเชื่อมทริปกับเขาอีโต้ น้ำตกตะคร้อ หรือเส้นทางธรรมชาติอื่นของจังหวัด ผู้ที่สนใจสัตว์ป่าควรใช้ความเร็วรถตามที่อุทยานกำหนด ไม่ให้อาหารสัตว์ และรักษาระยะห่างเมื่อพบสัตว์บนถนน
ช่วงฤดูฝนป่าจะเขียวชุ่มและน้ำตกมีปริมาณน้ำมาก แต่ควรระวังเส้นทางลื่น น้ำป่า และสภาพอากาศที่เปลี่ยนเร็ว ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเดินเส้นทางธรรมชาติและชมบรรยากาศภูเขา ผู้ที่จะเดินป่าระยะไกลควรใช้เส้นทางที่อุทยานอนุญาตและติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเสมอ
สถานที่เหมาะกับครอบครัว สายธรรมชาติ นักดูนก นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักจากเมืองใหญ่ สามารถจัดเป็นทริปเต็มวันหรือพักค้างเพื่อใช้เวลาในผืนป่าอย่างเต็มที่
การเดินทาง: ฝั่งปราจีนบุรีสามารถเข้าสู่พื้นที่เขาใหญ่จากตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยเชื่อมต่อจากทางหลวงหมายเลข 33 และถนนเข้าสู่อุทยาน เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น. การเข้าพื้นที่ธรรมชาติบางจุดอาจมีข้อจำกัดตามฤดูกาลและประกาศของอุทยาน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.222192,101.405704&travelmode=driving

4. อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ 2,240 ตารางกิโลเมตร และเป็นส่วนสำคัญของผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ จุดเด่นที่สุดคือการอนุรักษ์ป่าลานตามธรรมชาติซึ่งหาได้ยากในประเทศไทย
ไฮไลต์: ป่าลานผืนสำคัญของประเทศ ผืนป่าขนาดใหญ่ ภูเขา น้ำตก จุดชมวิว และระบบนิเวศที่ต่อเนื่องกับพื้นที่อนุรักษ์อื่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบจริงจัง
อุทยานแห่งชาติทับลานได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 39 ของประเทศไทย ต่อมาได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นเมื่อผืนป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
ต้นลานเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตยาวนานและมีลักษณะเด่นคือออกดอกครั้งใหญ่เมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง ก่อนต้นจะค่อย ๆ สิ้นอายุหลังการออกดอก ทำให้ป่าลานมีระบบนิเวศและภาพภูมิทัศน์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากป่าประเภทอื่น
นอกจากป่าลาน อุทยานยังมีป่าเต็งรัง ป่าดิบ และลำธารจำนวนมาก รวมถึงสัตว์ป่าหลายชนิด นักเดินทางจึงสามารถเที่ยวได้ทั้งในรูปแบบชมวิว เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ และพักผ่อนตามจุดที่อุทยานอนุญาต
ผู้ที่ขับรถผ่านเส้นทางนาดี–วังน้ำเขียวสามารถจัดทับลานเป็นจุดหลักของทริป และเชื่อมต่อกับแก่งหินเพิงหรือสถานที่ธรรมชาติในอำเภอนาดีได้ ควรตรวจประกาศเกี่ยวกับเส้นทาง ปริมาณฝน และจุดที่อนุญาตให้เข้าก่อนเดินทาง
การเดินทาง: พื้นที่ฝั่งปราจีนบุรีอยู่ในอำเภอนาดี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นเส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่อุทยาน เปิดทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.216669,101.901267&travelmode=driving

5. แก่งหินเพิง ตั้งอยู่ในตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี และเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของปราจีนบุรี ลำน้ำใสใหญ่ไหลผ่านชั้นหินและโขดหินจนเกิดแก่งต่อเนื่องหลายช่วง ทำให้ฤดูฝนกลายเป็นฤดูกาลล่องแก่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลายพื้นที่
ไฮไลต์: เส้นทางล่องแก่งประมาณ 2–2.5 กิโลเมตร ผ่านแก่งสำคัญหลายจุด เช่น แก่งหินเพิง แก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร และแก่งงูเห่า เป็นกิจกรรมที่ผสมทั้งความตื่นเต้นและการชมธรรมชาติสองฝั่งลำน้ำ
ช่วงที่เหมาะกับการล่องแก่งอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม–พฤศจิกายน เพราะระดับน้ำในฤดูฝนช่วยให้สายน้ำไหลต่อเนื่องและเกิดแก่งชัดเจน เมื่อพ้นฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำลดลงและบางช่วงกลายเป็นลานหิน จึงเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพมากกว่าการล่องแก่ง
กิจกรรมควรใช้บริการผู้ประกอบการที่มีอุปกรณ์ครบ ทั้งเสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย แพยาง และผู้นำทางที่รู้จักลักษณะของแก่ง นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะความแรงของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนในพื้นที่ต้นน้ำ
แก่งหินเพิงเหมาะกับกลุ่มเพื่อน นักเดินทางสาย Adventure และผู้ที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าการเที่ยวแบบชมวิวอย่างเดียว ผู้มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่ว่ายน้ำไม่แข็งควรแจ้งผู้ให้บริการก่อนทำกิจกรรม
สามารถจัดทริปร่วมกับอุทยานแห่งชาติทับลานและสถานที่ธรรมชาติในอำเภอนาดี หากพักค้างในพื้นที่ 1 คืนจะช่วยให้ไม่ต้องเร่งทำกิจกรรมและสามารถวางแผนตามสภาพน้ำได้สะดวกกว่า
การเดินทาง: แก่งหินเพิงอยู่ในตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 ใสใหญ่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางท้องถิ่น เปิดโดยทั่วไปเวลา 08.30–17.00 น. การล่องแก่งขึ้นอยู่กับระดับน้ำและประกาศความปลอดภัยของพื้นที่
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.179530,101.736885&travelmode=driving

6. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อำเภอเมืองปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดที่รวมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมยุโรป และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไว้ในสถานที่เดียว
ไฮไลต์: อาคารสองชั้นรูปแบบยุโรปสมัยเรอเนสซองส์ โดดเด่นด้วยมุขด้านหน้า โดมกลาง ซุ้มประตูหน้าต่าง และปูนปั้นลายพฤกษาที่มีรายละเอียดงดงาม ปัจจุบันพื้นที่เชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑ์และองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย
อาคารสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศรด้วยทรัพย์สินส่วนตัว เดิมมีจุดประสงค์เพื่อเตรียมเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหากเสด็จประพาสมณฑลปราจีนอีกครั้ง ต่อมาอาคารมีบทบาทเกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์และการพัฒนางานโรงพยาบาลในพื้นที่
ในเวลาต่อมา ตึกแห่งนี้ถูกใช้ในงานด้านการแพทย์ ทั้งห้องตรวจ ห้องยา และการบริหารโรงพยาบาล ก่อนจะพัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และการแพทย์แผนไทย ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่ามรดกทางสถาปัตยกรรมสามารถเชื่อมต่อกับการใช้งานด้านสุขภาพร่วมสมัยได้อย่างไร
ปราจีนบุรีได้รับการยอมรับในฐานะเมืองสมุนไพรที่สำคัญ และชื่ออภัยภูเบศรกลายเป็นที่รู้จักจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรและองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย การมาเยือนจึงเหมาะกับทั้งสายประวัติศาสตร์ สายสถาปัตยกรรม และผู้สนใจสุขภาพ
ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรสามารถจัดร่วมกับวัดแก้วพิจิตรและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีได้ในวันเดียว เพราะทั้งหมดอยู่ในโซนเมืองและใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่มาก
การเดินทาง: ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถนนปราจีนอนุสรณ์ ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.055005,101.395802&travelmode=driving

7. วัดแก้วพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเขตตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญและเป็นวัดสำคัญด้านสถาปัตยกรรมของจังหวัด จุดเด่นคือการผสมผสานศิลปะไทย จีน ยุโรป และเขมรไว้ในองค์ประกอบของพระอุโบสถอย่างมีเอกลักษณ์
ไฮไลต์: พระอุโบสถที่มีรูปแบบศิลปกรรมผสมหลายวัฒนธรรม พระประธาน “พระอภัยวงศ์” หรือ “หลวงพ่ออภัยวงศ์” และงานตกแต่งที่สะท้อนรสนิยมทางศิลปะในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 6
วัดก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2422 โดยนางประมูล โภคา หรือแก้ว ประสังสิต ร่วมกับขุนประมูลภักดี ชื่อวัดเชื่อมโยงกับผู้สร้างและความหมายด้านความงดงาม ต่อมาเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่เมื่อ พ.ศ. 2461
พระอุโบสถเป็นส่วนที่ควรใช้เวลาชมอย่างละเอียด เพราะมีองค์ประกอบที่ไม่ได้ยึดศิลปะไทยแบบเดียว แต่ผสมรูปทรงและลวดลายจากหลายวัฒนธรรม ทำให้วัดแก้วพิจิตรแตกต่างจากวัดร่วมสมัยในจังหวัดอื่นและสะท้อนความเปิดกว้างทางศิลปะของเมืองปราจีนบุรีในยุคนั้น
ภายในประดิษฐานพระอภัยวงศ์ พระพุทธรูปปางประทานอภัย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำให้วัดสามารถเชื่อมเรื่องราวกับตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้อย่างลงตัว
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ และไม่สัมผัสงานศิลปกรรมโดยไม่จำเป็น ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เหมาะกับการชมรายละเอียดด้านนอกของพระอุโบสถและถ่ายภาพมากกว่าช่วงแดดจัด
การเดินทาง: วัดตั้งอยู่ถนนแก้วพิจิตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถท้องถิ่นได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.054455,101.385204&travelmode=driving

8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีของปราจีนบุรีและภาคตะวันออก โดยเฉพาะหลักฐานจากเมืองโบราณศรีมโหสถ รวมถึงโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี เขมรโบราณ อยุธยา และรัตนโกสินทร์
ไฮไลต์: โบราณวัตถุจากเมืองศรีมโหสถ พระพุทธรูป เทวรูป พระคเณศ พระวิษณุ ศิวลึงค์ เครื่องสำริด จารึก และหลักฐานศิลปกรรมทวารวดีกับเขมรที่ช่วยอธิบายพัฒนาการทางศาสนาและวัฒนธรรมของภูมิภาค
พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2528 ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร ทำหน้าที่ทั้งเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศึกษาค้นคว้า และเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนสามารถเข้าใจความสำคัญของแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
การจัดแสดงช่วยให้ผู้ที่เพิ่งเที่ยวเมืองศรีมโหสถสามารถเชื่อมภาพโบราณสถานภายนอกกับวัตถุที่ขุดค้นพบจริงได้ เช่น เทวรูปและเครื่องใช้ในพิธีกรรม เมื่อเห็นทั้งบริบทพื้นที่และวัตถุร่วมกัน ความเข้าใจเรื่องเมืองโบราณจะชัดเจนกว่าการเที่ยวเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง
สถานที่เหมาะมากสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจโบราณคดี และผู้ที่ต้องการกิจกรรมในร่ม สามารถใช้เวลา 1–2 ชั่วโมงก่อนเดินทางต่อไปวัดแก้วพิจิตรหรือตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามกฎของพิพิธภัณฑ์ ไม่สัมผัสโบราณวัตถุ และตรวจวันหยุดราชการก่อนเดินทาง เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เปิดทุกวันเหมือนแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้ง
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี เดินทางจากใจกลางเมืองได้สะดวก เปิดวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.046965,101.373060&travelmode=driving

9. น้ำตกเขาอีโต้ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขาอีโต้ ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ที่เดินทางจากตัวเมืองได้ง่าย จุดเด่นคือธารน้ำที่ไหลลดหลั่นตามโขดหินท่ามกลางป่าโปร่ง และใช้เวลาเดินจากลานจอดรถไปยังบริเวณน้ำตกไม่มาก
ไฮไลต์: ธารน้ำธรรมชาติไหลผ่านโขดหินเป็นช่วง ๆ บรรยากาศร่มรื่น ใกล้ตัวเมือง และสามารถจัดเที่ยวต่อกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์และพื้นที่ธรรมชาติรอบเขาอีโต้ได้สะดวก
ช่วงที่น้ำตกสวยที่สุดคือประมาณเดือนกรกฎาคม–ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูฝนและมีปริมาณน้ำมาก น้ำจะไหลเต็มแนวหินมากกว่าช่วงหน้าแล้ง ส่วนฤดูแห้งน้ำลดลงและบางบริเวณจะเหลือเป็นธารหรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ
ด้วยระยะเดินที่ไม่ไกลและทางเข้าถึงค่อนข้างง่าย น้ำตกเขาอีโต้จึงเหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ไม่ต้องการเดินป่าระยะไกล อย่างไรก็ตาม โขดหินบริเวณน้ำตกสามารถลื่นได้มากในวันที่มีฝน จึงควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด
เสน่ห์ของเขาอีโต้ไม่ได้มีเพียงตัวน้ำตก รอบพื้นที่ยังสามารถเชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ เส้นทางปั่นจักรยาน จุดชมวิว และพื้นที่ป่าใกล้ตัวเมือง ทำให้สามารถจัดเป็นทริปธรรมชาติครึ่งวันหรือเต็มวันได้โดยไม่ต้องขับรถไกล
ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพ ส่วนฤดูฝนควรตรวจปริมาณฝนก่อนออกเดินทาง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือเดินบนโขดหินที่มีกระแสน้ำแรง
การเดินทาง: จากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 160–161 เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางไปอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ แล้วเดินทางต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตรถึงพื้นที่น้ำตก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.151109,101.408973&travelmode=driving

10. น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านตะคร้อ ตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม เป็นเส้นทางธรรมชาติที่รวมประสบการณ์ 2 รูปแบบไว้ด้วยกัน คือการพักผ่อนที่น้ำตกเข้าถึงง่ายและการเดินป่าเข้าสู่น้ำตกที่อยู่ลึกกว่าในผืนป่าเขาใหญ่
ไฮไลต์: น้ำตกตะคร้อมีแก่งน้ำกว้างและสะพานแขวนซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญ ขณะที่น้ำตกสลัดไดต้องเดินป่าต่อประมาณ 2 กิโลเมตร เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
น้ำตกตะคร้ออยู่ห่างจากด่านตะคร้อประมาณ 500 เมตร จึงเข้าถึงง่ายกว่าน้ำตกหลายแห่งในพื้นที่ป่า ลำน้ำไหลผ่านชั้นหินและแก่งกว้าง รอบบริเวณมีทั้งป่าโปร่ง เนินเขา และจุดที่สามารถนั่งพักฟังเสียงน้ำได้ เหมาะกับครอบครัวหรือผู้ที่ไม่ต้องการเดินไกล
จากน้ำตกตะคร้อ ผู้ที่ต้องการผจญภัยมากขึ้นสามารถเดินต่อสู่น้ำตกสลัดได ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมงตามสภาพร่างกายและเส้นทาง ต้องผ่านพื้นที่ป่า โขดหิน รากไม้ และเส้นทางที่ชื้นในฤดูฝน จึงควรมีเจ้าหน้าที่นำทางเมื่อสภาพเส้นทางมีความเสี่ยง
น้ำตกสลัดไดให้บรรยากาศแตกต่างจากตะคร้ออย่างชัดเจน เพราะอยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า รอบน้ำตกมีมอส เฟิร์น และพืชที่ชอบความชื้น บรรยากาศเงียบกว่าและเหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสป่าอย่างจริงจัง
ผู้ที่จะเดินต่อไปน้ำตกสลัดไดควรเตรียมรองเท้าเดินป่าที่พื้นยึดเกาะดี น้ำดื่ม เสื้อกันฝน และยากันแมลง ไม่ควรออกนอกเส้นทางหรือเดินเข้าไปในช่วงที่มีฝนหนัก เพราะพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าเขาใหญ่และมีความเสี่ยงจากน้ำป่า
เส้นทางนี้เหมาะกับการเที่ยวเต็มวัน โดยสามารถแบ่งกลุ่มได้ชัดเจน ผู้สูงอายุและครอบครัวสามารถใช้เวลาอยู่บริเวณน้ำตกตะคร้อ ส่วนผู้ที่มีความพร้อมด้านร่างกายจึงเดินต่อไปน้ำตกสลัดได ทำให้กลุ่มที่มีความสนใจต่างกันสามารถใช้สถานที่เดียวกันได้
การเดินทาง: จากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้เส้นทางไปอำเภอประจันตคามและตำบลบุฝ้าย ก่อนเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปยังบ้านตะคร้อ น้ำตกตะคร้ออยู่ใกล้หน่วยพิทักษ์พื้นที่และสามารถเดินต่อสู่น้ำตกสลัดไดได้ เปิดพื้นที่โดยทั่วไปช่วง 06.00–18.00 น. การเดินป่าไปสลัดไดควรตรวจสภาพเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.188792,101.583543&travelmode=driving

11. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาอีโต้ อำเภอเมืองปราจีนบุรี เป็นแหล่งพักผ่อนใกล้เมืองที่โดดเด่นด้วยผืนน้ำกว้าง แนวป่า และภูเขาที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ บรรยากาศสงบกว้างขวาง เหมาะกับการมาเดินเล่น ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน ปิกนิก และชมแสงเช้าหรือแสงเย็นริมอ่างเก็บน้ำ
ไฮไลต์: สันเขื่อนที่มองเห็นผืนน้ำและแนวเขาได้กว้าง เส้นทางปั่นจักรยาน พื้นที่พักผ่อนกลางธรรมชาติ และจุดที่รู้จักกันในชื่อ “เนินพิศวง” ซึ่งเกิดจากลักษณะภูมิประเทศและเส้นขอบฟ้าที่ทำให้สายตารู้สึกเหมือนวัตถุเคลื่อนขึ้นเนิน
อ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเก็บกักน้ำจากลำห้วยบริเวณเขาอีโต้ และต่อมากลายเป็นพื้นที่นันทนาการของคนในจังหวัด ด้วยระยะทางจากตัวเมืองไม่ไกลจึงสามารถแวะมาได้ทั้งช่วงเช้าก่อนเที่ยวสถานที่อื่นหรือช่วงเย็นเพื่อพักผ่อนหลังจากเที่ยวในเมืองตลอดวัน
บริเวณสันเขื่อนเปิดมุมมองไปยังผืนน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้าเปิดจะเห็นแนวภูเขาสะท้อนบนผิวน้ำ เหมาะกับการถ่ายภาพวิวและนั่งพักรับลม ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นเป็นเวลาที่ได้รับความนิยม เพราะแสงไม่แรงและอากาศสบายกว่าช่วงกลางวัน
ผู้ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งสามารถจัดเส้นทางปั่นจักรยานหรือเดินออกกำลังกายในพื้นที่เขาอีโต้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวต่อกับน้ำตกเขาอีโต้ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กัน ทำให้ทั้ง 2 จุดเหมาะสำหรับจัดเป็นทริปธรรมชาติครึ่งวัน
หากเดินทางในฤดูฝนควรตรวจสภาพถนนและสภาพอากาศ โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นจุดชมวิวที่อาจมีพื้นถนนเปียกหรือลื่น ส่วนผู้ที่ต้องการทดลองจุดเนินพิศวงควรคำนึงถึงความปลอดภัยและไม่กีดขวางรถคันอื่น
การเดินทาง: จากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าไปทางสี่แยกเนินหอม แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเขาอีโต้และอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวกและสามารถเที่ยวต่อกับน้ำตกเขาอีโต้ได้ในเส้นทางเดียวกัน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.153920,101.404132&travelmode=driving

12. น้ำตกธารทิพย์ ตั้งอยู่ที่บ้านเนินหินตั้ง ตำบลหนองแก้ว อำเภอประจันตคาม เป็นน้ำตกและลำธารที่มีลักษณะเด่นจากสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านลานหินหลายระดับ ท่ามกลางผืนป่าร่มรื่น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเล่นน้ำ พักผ่อน และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินป่าระยะไกลมาก
ไฮไลต์: ธารน้ำไหลผ่านแผ่นหินธรรมชาติหลายระดับ มีทั้งแอ่งน้ำ จุดนั่งพักริมธาร สะพาน และมุมถ่ายภาพที่เห็นสายน้ำทอดผ่านลานหินท่ามกลางป่า
เสน่ห์ของน้ำตกธารทิพย์ไม่ได้อยู่ที่หน้าผาน้ำตกขนาดใหญ่ แต่เป็นรูปแบบของสายน้ำที่ไหลต่อเนื่องตามชั้นหิน เกิดเป็นแอ่งและลานพักหลายจุด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งพักริมลำธารหรือเล่นน้ำในบริเวณที่เปิดให้ใช้งานได้ตามความเหมาะสม
ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศสวยเป็นพิเศษ เพราะยังมีน้ำมากแต่สภาพอากาศเริ่มเย็นสบาย ป่ารอบลำธารมีความเขียวชุ่ม และแสงแดดที่ลอดผ่านต้นไม้ช่วยสร้างมุมถ่ายภาพที่สวยงาม
น้ำตกธารทิพย์เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ เด็กควรเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่ระดับน้ำตื้นและอยู่ในการดูแลของผู้ใหญ่ เพราะบางแอ่งมีความลึกและระดับน้ำสามารถเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล
พื้นที่อำเภอประจันตคามมีน้ำตกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถจัดน้ำตกธารทิพย์ร่วมกับน้ำตกส้มป่อยหรือน้ำตกตะคร้อได้ แต่ควรวางแผนเวลาให้เหมาะสมและไม่เดินทางเข้าเส้นทางป่าในช่วงเย็นเกินไป
การเดินทาง: น้ำตกธารทิพย์อยู่ที่บ้านเนินหินตั้ง ตำบลหนองแก้ว อำเภอประจันตคาม ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางสะดวก โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมช่วงกลางวัน ควรตรวจสภาพน้ำและเวลาบริการก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝน
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.187944,101.544374&travelmode=driving

13. น้ำตกส้มป่อย ตั้งอยู่บริเวณบ้านเขาน้อย ตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากที่มีเสน่ห์จากความเป็นธรรมชาติและความสงบ สายน้ำไหลลดหลั่นตามโขดหินเป็นระยะประมาณ 400 เมตร เกิดเป็นแอ่งน้ำและจุดพักผ่อนหลายช่วง
ไฮไลต์: ลำธารยาวที่มีน้ำไหลผ่านโขดหินต่อเนื่อง แอ่งน้ำหลายจุด บรรยากาศป่าร่มรื่น และการเข้าถึงที่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนโดยไม่ต้องเดินทางลึกเข้าไปในป่ามาก
ธรรมชาติรอบน้ำตกยังคงมีไม้ยืนต้นและพืชริมน้ำจำนวนมาก ความชื้นจากลำธารช่วยให้พื้นที่เขียวตลอดช่วงที่มีน้ำ เหมาะกับการปูเสื่อนั่งพัก อ่านหนังสือ หรือฟังเสียงน้ำในบรรยากาศที่เงียบกว่าน้ำตกยอดนิยมขนาดใหญ่
ลักษณะน้ำตกเป็นธารลดระดับมากกว่าหน้าผาสูง จึงมีมุมที่แตกต่างกันตลอดแนวสายน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกจุดเล่นน้ำหรือจุดนั่งพักได้หลายบริเวณ แต่ควรสังเกตความแรงของน้ำและความลื่นของหินก่อนลงเล่นทุกครั้ง
ฤดูฝนเป็นช่วงที่สายน้ำสวยและปริมาณน้ำมากที่สุด แต่หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำ เพราะระดับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ส่วนช่วงต้นฤดูหนาวมักได้บรรยากาศป่าเขียวพร้อมอากาศสบาย
น้ำตกส้มป่อยอยู่ในโซนเดียวกับน้ำตกตะคร้อและน้ำตกสลัดได จึงเหมาะกับการจัดทริปธรรมชาติในอำเภอประจันตคาม แต่ไม่ควรพยายามเก็บทุกน้ำตกในวันเดียวหากต้องเดินป่าหรือใช้เวลาพักแต่ละแห่งนาน
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านเขาน้อย ตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก เปิดโดยทั่วไปเวลา 08.00–17.00 น. ช่วงฤดูฝนควรตรวจสภาพน้ำก่อนเดินทาง
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.182971,101.584901&travelmode=driving

14. โบราณสถานพานหิน ตั้งอยู่ที่บ้านโคกขวาง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ เป็นโบราณสถานศิลาแลงที่มีความสำคัญต่อการศึกษาความเชื่อและสถาปัตยกรรมโบราณในพื้นที่ปราจีนบุรี ตัวอาคารตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนและพื้นที่เกษตร ทำให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์กับวิถีชีวิตปัจจุบัน
ไฮไลต์: ฐานอาคารศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ 15.5 เมตร สูงประมาณ 3.5 เมตร และมีมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนคติและรูปแบบศาสนสถานโบราณ
ชื่อ “พานหิน” เชื่อมโยงกับลักษณะของโบราณสถานซึ่งมองคล้ายฐานหรือพานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ความแข็งแรงของวัสดุทำให้บางส่วนยังคงสภาพให้เห็นได้แม้ผ่านกาลเวลามายาวนาน
องค์ประกอบที่ยื่นออกทั้ง 4 ทิศสัมพันธ์กับแนวคิดการจัดวางศาสนสถานที่ให้ความสำคัญกับทิศและศูนย์กลาง จึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับผู้สนใจโบราณคดี ศิลปกรรม และความเชื่อในสังคมโบราณ
แม้พื้นที่ไม่ใหญ่เท่าเมืองศรีมโหสถ แต่โบราณสถานพานหินช่วยเติมภาพของเครือข่ายชุมชนและศาสนสถานโบราณในปราจีนบุรีให้สมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเที่ยวต่อกับอนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ซึ่งอยู่ในอำเภอศรีมหาโพธิเช่นเดียวกัน
สถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการเห็นแหล่งโบราณคดีขนาดเล็กซึ่งยังตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ชุมชน ไม่ควรปีนขึ้นบนส่วนโบราณสถานหรือเคลื่อนย้ายวัสดุใด ๆ ออกจากพื้นที่
การเดินทาง: ตั้งอยู่บ้านโคกขวาง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.954421,101.504888&travelmode=driving

15. กลุ่มโบราณสถานสระมรกต ตั้งอยู่ในอำเภอศรีมโหสถ เป็นพื้นที่โบราณคดีสำคัญที่เชื่อมโยงกับความรุ่งเรืองของเมืองศรีมโหสถและพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในภาคตะวันออก ภายในมีทั้งศาสนสถาน สระน้ำโบราณ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และรอยพระพุทธบาทคู่ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางศาสนาและโบราณคดี
ไฮไลต์: รอยพระพุทธบาทคู่ สระมรกตขนาดใหญ่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซากอาคารทางศาสนา และโบราณวัตถุที่สะท้อนวัฒนธรรมทวารวดีและยุคต่อเนื่อง
สระมรกตเป็นสระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 115 เมตร ยาวประมาณ 214 เมตร และลึกประมาณ 3.5 เมตร พื้นที่กว่า 25 ไร่ช่วยสะท้อนความสามารถในการจัดการน้ำของชุมชนโบราณซึ่งต้องรองรับทั้งการดำรงชีวิตและกิจกรรมทางศาสนา
อีกจุดสำคัญคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีการค้นพบโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูปหินทราย เสาศิลา เครื่องถ้วย และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม น้ำจากพื้นที่แห่งนี้ยังมีบทบาทในพระราชพิธีสำคัญ ทำให้สระมรกตมีคุณค่าทั้งในมิติของโบราณคดีและความเชื่อร่วมสมัย
ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อเดินชมพื้นที่ เพราะจุดสำคัญไม่ได้รวมอยู่ตำแหน่งเดียว การเดินตามเส้นทางจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสระน้ำ ศาสนสถาน และพื้นที่พิธีกรรมในภาพรวม
กลุ่มโบราณสถานสระมรกตสามารถจัดเที่ยวร่วมกับเมืองศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ และหลวงพ่อทวารวดีได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับจัดเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ศรีมโหสถเต็มวัน
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในอำเภอศรีมโหสถ เดินทางด้วยรถยนต์จากเมืองศรีมโหสถและตำบลโคกปีบได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 09.00–16.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.863211,101.426125&travelmode=driving

16. รอยพระพุทธบาทคู่ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ เป็นหลักฐานทางพุทธศาสนาและโบราณคดีที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของปราจีนบุรี รอยพระพุทธบาทถูกสลักลงบนพื้นศิลาแลงธรรมชาติและมีอายุอยู่ในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี
ไฮไลต์: รอยพระพุทธบาทคู่ขนาดใหญ่ที่สลักลงบนศิลาแลง กลางฝ่าพระบาทมีรูปธรรมจักร และมีรายละเอียดที่สะท้อนคติการบูชาพระพุทธเจ้าในช่วงที่นิยมใช้สัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์
รอยพระพุทธบาทมีลักษณะคล้ายรอยเท้ามนุษย์ นิ้วพระบาททั้ง 5 เรียงตัวอยู่ด้านหน้า ขณะที่กลางฝ่าพระบาทแต่ละข้างสลักรูปธรรมจักรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระธรรมคำสอน รายละเอียดเหล่านี้ทำให้รอยพระพุทธบาทเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาพุทธศิลป์ยุคต้นในประเทศไทย
บริเวณใกล้กันมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เจาะลงไปในชั้นศิลาแลง มีการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากจากพื้นที่โดยรอบ จึงช่วยให้เห็นว่ารอยพระพุทธบาทไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนสถานและพื้นที่พิธีกรรมขนาดใหญ่
ผู้มาเยือนควรใช้เวลาอ่านป้ายข้อมูลและสังเกตรายละเอียดบนพื้นศิลาแลง เพราะความสำคัญของสถานที่อยู่ที่รายละเอียดทางสัญลักษณ์และบริบททางโบราณคดีมากกว่าความใหญ่โตของสิ่งก่อสร้าง
เหมาะกับผู้สนใจพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และโบราณคดี สามารถเที่ยวในเส้นทางเดียวกับกลุ่มโบราณสถานสระมรกต ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ และเมืองศรีมโหสถ
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในบริเวณโบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.863660,101.424074&travelmode=driving

17. วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราจีนบุรี ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนริมน้ำมาอย่างยาวนาน พื้นที่วัดประมาณ 45 ไร่ และยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในท้องถิ่น
ไฮไลต์: พระพุทธรูปสำคัญริมแม่น้ำ 3 องค์ ได้แก่ พระสิริมงคลนิมิต พระสรรพสิทธินาวา และพระมหาชินไสยาสน์ ซึ่งมีพุทธลักษณะและความหมายแตกต่างกัน
วัดโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1821 ในช่วงที่แม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของพื้นที่ภาคตะวันออก วัดจึงมีบทบาททั้งด้านศาสนา การศึกษา และการเป็นจุดยึดเหนี่ยวของชุมชนที่สัญจรและตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำ
พระสิริมงคลนิมิตเป็นพระพุทธรูปปางลีลา พระสรรพสิทธินาวาเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท และพระมหาชินไสยาสน์เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ การประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 3 ลักษณะในพื้นที่เดียวกันทำให้บริเวณริมแม่น้ำเป็นจุดสำคัญสำหรับการสักการะและถ่ายภาพ
นอกจากศาสนา วัดยังเคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่การศึกษาและการถ่ายทอดภูมิปัญญาของชุมชน ทั้งการทำบุญ งานประเพณี และกิจกรรมของชาวบ้าน จึงสะท้อนบทบาทของวัดไทยในฐานะศูนย์กลางสังคมมากกว่าสถานที่ประกอบพิธีเพียงอย่างเดียว
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการมาเยือน เพราะแสงริมแม่น้ำช่วยสร้างบรรยากาศสงบและเหมาะกับการถ่ายภาพ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบในบริเวณศาสนสถาน
การเดินทาง: ตั้งอยู่ตำบลวัดโบสถ์ ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปราจีนบุรี เดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.037766,101.334030&travelmode=driving

18. หาดชมตะวัน เป็นชายหาดน้ำจืดภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน บริเวณริมอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ ให้บรรยากาศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นของปราจีนบุรี เพราะมีทั้งผืนทราย น้ำกว้าง แนวภูเขา และป่าของทับลานอยู่ในภาพเดียวกัน
ไฮไลต์: แนวชายหาดน้ำจืดยาวประมาณ 300 เมตร เหมาะกับการเล่นน้ำบริเวณตื้น ปิกนิก นั่งชมวิว ถ่ายภาพ และพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำและภูเขา
ลักษณะของพื้นที่เกิดจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จนมีแนวทรายริมฝั่งคล้ายชายหาด ทำให้การมาเที่ยวหาดชมตะวันให้ประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวป่าหรือน้ำตกทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก
ช่วงเช้าและเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด เพราะแสงอ่อนสะท้อนบนผิวน้ำและมองเห็นแนวเขาได้ชัด วันที่ท้องฟ้าเปิดจะเห็นพื้นที่กว้างและให้บรรยากาศคล้ายทะเลสาบกลางหุบเขา
หาดชมตะวันเหมาะกับครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน และสายถ่ายภาพ สามารถนำอาหารมาปิกนิกในพื้นที่ที่อนุญาต แต่ควรเก็บขยะกลับทั้งหมดและไม่ทิ้งเศษอาหารลงในน้ำ
เนื่องจากพื้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติทับลาน การเล่นน้ำหรือกิจกรรมทางน้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงที่ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงหรือมีสภาพอากาศไม่เหมาะสม
การเดินทาง: หาดชมตะวันอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านอำเภอนาดีและเส้นทางเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ เปิดโดยทั่วไปเวลา 08.00–18.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=14.304820,102.435312&travelmode=driving

19. หลวงพ่อทวารวดี เป็นพระพุทธรูปสำคัญของอำเภอศรีมโหสถ ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานธรรมสลักจากหินทรายสีเขียวและเป็นหลักฐานสำคัญของพุทธศิลป์ทวารวดีในพื้นที่ภาคตะวันออก
ไฮไลต์: พระพุทธรูปยืนสลักหินทรายสีเขียว อายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12–14 มีรูปแบบศิลปกรรมทวารวดีชัดเจน และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเมืองโบราณศรีมโหสถ
องค์พระถูกค้นพบจากพื้นที่ทางใต้ของเมืองโบราณศรีมโหสถระหว่างการทำเกษตร ต่อมาใน พ.ศ. 2514 มีการตรวจสอบและขุดค้นอย่างเป็นระบบ พร้อมพบธรรมจักรหินทรายในบริเวณใกล้กัน หลักฐานทั้ง 2 ชิ้นช่วยยืนยันความสำคัญทางพระพุทธศาสนาของเมืองศรีมโหสถในอดีต
พุทธลักษณะขององค์พระมีความหนักแน่น เรียบง่าย และแตกต่างจากพระพุทธรูปในยุคหลัง การยกพระหัตถ์แสดงธรรมสื่อถึงคติทางพระพุทธศาสนาที่แพร่หลายในวัฒนธรรมทวารวดี
ปัจจุบันหลวงพ่อทวารวดีเป็นทั้งโบราณวัตถุสำคัญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ ผู้มาเยือนจึงได้สัมผัสทั้งคุณค่าทางศิลปะและศรัทธาที่ต่อเนื่องจากอดีตมาถึงปัจจุบัน
สามารถจัดเที่ยวร่วมกับเมืองโบราณศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ กลุ่มโบราณสถานสระมรกต และรอยพระพุทธบาทคู่ เพื่อให้เห็นพัฒนาการด้านศาสนาและศิลปกรรมของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง: ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ ตำบลโคกปีบ เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.895178,101.409136&travelmode=driving

20. อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ หรือโบราณสถานลายพระหัตถ์ ตั้งอยู่ในตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงโบราณสถานยุคเก่ากับพระราชประวัติในสมัยรัตนโกสินทร์ผ่านรอยจารึกฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ไฮไลต์: จารึก “จ.ป.ร. 41 / ร.ศ. 127” บนแผ่นศิลาแลงโบราณ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสปราจีนบุรีใน พ.ศ. 2451 ปัจจุบันมีมณฑปครอบเพื่ออนุรักษ์ร่องรอยสำคัญนี้
แผ่นศิลาแลงที่ใช้จารึกไม่ได้เป็นวัสดุสมัยใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานเก่าในพื้นที่ จึงทำให้จุดนี้มีความพิเศษ เพราะประวัติศาสตร์ต่างยุคมาซ้อนทับกันในสถานที่เดียว ตั้งแต่หลักฐานโบราณไปจนถึงร่องรอยการเสด็จพระราชดำเนินในสมัยรัตนโกสินทร์
หลังการจารึกมีการสร้างมณฑปครอบเพื่อปกป้องรอยพระหัตถ์ และมีการบูรณะพื้นที่ต่อเนื่อง ปัจจุบันบริเวณโดยรอบจัดเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชน
กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่เป็นโบราณสถานแห่งชาติ ทำให้สถานที่ได้รับการดูแลในฐานะหลักฐานสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขีดเขียนบนศิลาและโครงสร้างโดยรอบ
อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์สามารถเที่ยวต่อกับโบราณสถานพานหินซึ่งอยู่ในอำเภอศรีมหาโพธิ ช่วยให้เส้นทางเดียวครอบคลุมทั้งหลักฐานโบราณและเรื่องราวในสมัยรัชกาลที่ 5
การเดินทาง: ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะลายพระหัตถ์ศรีมหาโพธิ์ ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
Map (GPS): https://www.google.com/maps/dir/?api=1&destination=13.956434,101.508237&travelmode=driving
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| จังหวัด | ปราจีนบุรี จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่รวมทั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดี ผืนป่ามรดกโลก น้ำตก ภูเขา อ่างเก็บน้ำ วัด พิพิธภัณฑ์ สมุนไพรไทย และกิจกรรมล่องแก่ง เหมาะทั้งทริปวันเดียวและทริป 3–5 วัน |
| Top 10 Highlights | 1. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 2. ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ 3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 4. อุทยานแห่งชาติทับลาน 5. แก่งหินเพิง 6. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 7. วัดแก้วพิจิตร 8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี 9. น้ำตกเขาอีโต้ 10. น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได |
| โซนเมืองปราจีนบุรี | 1. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 2. วัดแก้วพิจิตร 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี 4. น้ำตกเขาอีโต้ 5. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ 6. วัดโบสถ์ เหมาะกับการเที่ยวแบบวันเดียวจากกรุงเทพฯ เพราะสถานที่หลายแห่งอยู่ใกล้กันและมีทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา สมุนไพร และธรรมชาติ |
| โซนศรีมโหสถ | 1. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 2. ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ 3. กลุ่มโบราณสถานสระมรกต 4. รอยพระพุทธบาทคู่ 5. หลวงพ่อทวารวดี เป็นโซนสำคัญที่สุดสำหรับผู้สนใจทวารวดี โบราณคดี พุทธศาสนา และประวัติศาสตร์เมืองโบราณของภาคตะวันออก |
| โซนศรีมหาโพธิ | 1. โบราณสถานพานหิน 2. อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการตามรอยหลักฐานโบราณและเรื่องราวการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 |
| โซนประจันตคาม | 1. น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได 2. น้ำตกธารทิพย์ 3. น้ำตกส้มป่อย เหมาะกับสายธรรมชาติ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการเที่ยวลำธารหรือน้ำตกหลายรูปแบบ ตั้งแต่จุดเข้าถึงง่ายไปจนถึงเส้นทางเดินป่า |
| โซนนาดี | 1. อุทยานแห่งชาติทับลาน 2. แก่งหินเพิง 3. หาดชมตะวัน เป็นโซนเด่นสำหรับป่า ภูเขา ล่องแก่ง ชายหาดน้ำจืด และกิจกรรมกลางแจ้ง เหมาะกับการพักค้าง 1 คืนขึ้นไป |
| ธรรมชาติและป่า | 1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2. อุทยานแห่งชาติทับลาน 3. น้ำตกเขาอีโต้ 4. น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได 5. น้ำตกธารทิพย์ 6. น้ำตกส้มป่อย 7. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ 8. หาดชมตะวัน |
| ประวัติศาสตร์และโบราณคดี | 1. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 2. กลุ่มโบราณสถานสระมรกต 3. รอยพระพุทธบาทคู่ 4. โบราณสถานพานหิน 5. หลวงพ่อทวารวดี 6. อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ 7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี |
| ศาสนาและวัฒนธรรม | 1. ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ 2. วัดแก้วพิจิตร 3. วัดโบสถ์ 4. หลวงพ่อทวารวดี 5. รอยพระพุทธบาทคู่ สะท้อนทั้งพุทธศิลป์สมัยทวารวดี วัฒนธรรมชุมชนริมน้ำ และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอิทธิพลไทย จีน ยุโรป และเขมร |
| สมุนไพรและสุขภาพ | ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่เชื่อมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ทำให้ปราจีนบุรีมีภาพลักษณ์โดดเด่นในฐานะเมืองสมุนไพรและจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ |
| Adventure | 1. แก่งหินเพิง — ล่องแก่งในฤดูน้ำเหมาะสม 2. น้ำตกสลัดได — เดินป่าจากน้ำตกตะคร้อ 3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ — เดินศึกษาธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง 4. อุทยานแห่งชาติทับลาน — เดินป่าและเที่ยวพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ |
| เหมาะสำหรับครอบครัว | 1. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี 3. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 4. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ 5. น้ำตกเขาอีโต้ 6. น้ำตกธารทิพย์ 7. หาดชมตะวัน |
| เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ | 1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2. อุทยานแห่งชาติทับลาน 3. น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได 4. น้ำตกธารทิพย์ 5. น้ำตกส้มป่อย 6. น้ำตกเขาอีโต้ 7. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ 8. หาดชมตะวัน |
| เหมาะสำหรับสายประวัติศาสตร์ | 1. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 2. กลุ่มโบราณสถานสระมรกต 3. รอยพระพุทธบาทคู่ 4. โบราณสถานพานหิน 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี 6. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 7. อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ |
| เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ | 1. ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 2. วัดแก้วพิจิตร 3. อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ 4. หาดชมตะวัน 5. น้ำตกธารทิพย์ 6. โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ 7. กลุ่มโบราณสถานสระมรกต |
| อาหารขึ้นชื่อ | หน่อไม้ไผ่ตงเป็นของขึ้นชื่อสำคัญของจังหวัด มีเนื้อกรอบ รสไม่ขม และนำไปทำอาหารพื้นบ้านได้หลายเมนู นอกจากนี้ยังมีผลไม้ตามฤดูกาล อาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์สมุนไพร |
| ของฝาก | 1. หน่อไม้ไผ่ตงและผลิตภัณฑ์แปรรูป 2. ผลไม้ตามฤดูกาล 3. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 4. ยาหม่องและน้ำมันสมุนไพร 5. ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย |
| ประเพณีและกิจกรรมเด่น | ปราจีนบุรีมีทั้งงานบุญทางพระพุทธศาสนา ประเพณีชุมชน งานเกี่ยวกับต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ เทศกาลผลผลิตทางการเกษตร และกิจกรรมท่องเที่ยวตามฤดูกาล เช่น การล่องแก่งหินเพิงในช่วงที่ระดับน้ำเหมาะสม |
| เที่ยว 1 วัน — สายประวัติศาสตร์ | เช้า: โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ – ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ สายถึงเที่ยง: กลุ่มโบราณสถานสระมรกต – รอยพระพุทธบาทคู่ บ่าย: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี – ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร |
| เที่ยว 1 วัน — สายธรรมชาติใกล้เมือง | เช้า: น้ำตกเขาอีโต้ สาย: อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ บ่าย: เที่ยวพื้นที่เขาอีโต้หรือเดินทางกลับเข้าเมือง เย็น: วัดแก้วพิจิตรหรือจุดพักผ่อนริมแม่น้ำปราจีนบุรี |
| เที่ยว 2 วัน 1 คืน | Day 1: เมืองศรีมโหสถ – สระมรกต – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ – อภัยภูเบศร Day 2: เขาอีโต้ – อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ หรือเลือกน้ำตกตะคร้อ–น้ำตกธารทิพย์สำหรับสายธรรมชาติ |
| เที่ยว 3 วัน 2 คืน | Day 1: ศรีมโหสถและแหล่งโบราณคดี Day 2: เมืองปราจีนบุรี – อภัยภูเบศร – วัดแก้วพิจิตร – เขาอีโต้ Day 3: อำเภอนาดี – อุทยานแห่งชาติทับลาน – แก่งหินเพิง หรือหาดชมตะวัน |
| เที่ยว 4–5 วัน | เพิ่มอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตกในอำเภอประจันตคาม โบราณสถานพานหิน อนุสาวรีย์ลายฝีพระหัตถ์ วัดโบสถ์ และเส้นทางสมุนไพรในตัวเมือง เพื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม |
| ช่วงเหมาะเที่ยว | เที่ยวได้ตลอดปี หากเน้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถมาได้ทุกฤดู ส่วนการเที่ยวน้ำตกและล่องแก่งเหมาะกับช่วงที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ ขณะที่ฤดูหนาวเหมาะกับการเที่ยวป่า ภูเขา และกิจกรรมกลางแจ้ง |
| การเดินทางจากกรุงเทพฯ | รถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุดสำหรับการเที่ยวหลายโซน สามารถเดินทางผ่านฉะเชิงเทราเข้าสู่ปราจีนบุรี และใช้ทางหลวงหมายเลข 33 หรือหมายเลข 304 ตามโซนที่ต้องการเที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารและรถไฟสายตะวันออกเข้าสู่จังหวัด |
| การเดินทางภายในจังหวัด | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเหมาะที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ โดยเฉพาะอุทยาน น้ำตก และโบราณสถานนอกตัวเมือง ส่วนในเขตเมืองสามารถใช้รถท้องถิ่นหรือรถรับจ้างได้ |
| ข้อควรระวัง | ตรวจสภาพอากาศก่อนเที่ยวป่า น้ำตก หรือล่องแก่ง หลีกเลี่ยงลำธารช่วงฝนตกหนัก สวมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นลื่น ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยาน และตรวจเวลาเปิด–ปิดของพิพิธภัณฑ์กับแหล่งท่องเที่ยวก่อนเดินทาง |
| การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ | ไม่ทิ้งขยะในป่า น้ำตก หรือแหล่งโบราณคดี ไม่ปีนหรือสัมผัสโบราณสถานโดยไม่จำเป็น ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บพืชหรือวัตถุจากพื้นที่อนุรักษ์ และสนับสนุนสินค้า อาหาร และบริการจากชุมชนท้องถิ่น |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราจีนบุรีมีที่เที่ยวอะไรเด่นที่สุด?
ตอบ: จุดเด่นของปราจีนบุรีมีทั้งโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน แก่งหินเพิง ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และน้ำตกหลายแห่ง จึงเที่ยวได้ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ศาสนา และกิจกรรมผจญภัย
ถาม: เที่ยวปราจีนบุรี 1 วันควรไปไหน?
ตอบ: หากต้องการเน้นประวัติศาสตร์ แนะนำโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ กลุ่มโบราณสถานสระมรกต แล้วกลับเข้าเมืองเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หากชอบธรรมชาติให้เลือกเขาอีโต้และอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์แทน
ถาม: เที่ยวปราจีนบุรีกี่วันกำลังดี?
ตอบ: 2 วัน 1 คืนเหมาะสำหรับเก็บจุดหลักในเมืองและศรีมโหสถ ส่วน 3 วัน 2 คืนจะเพิ่มโซนนาดีหรือประจันตคามได้ หากต้องการเที่ยวเขาใหญ่ ทับลาน ล่องแก่ง และโบราณสถานอย่างไม่เร่งรีบ ควรมีเวลา 4–5 วัน
ถาม: ปราจีนบุรีเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก โดยเฉพาะตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี เมืองศรีมโหสถ อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ น้ำตกเขาอีโต้ และหาดชมตะวัน ซึ่งสามารถเที่ยวได้โดยไม่ต้องทำกิจกรรมหนัก
ถาม: ที่เที่ยวปราจีนบุรีสำหรับผู้สูงอายุมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ควรเลือกตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วัดแก้วพิจิตร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ และวัดโบสถ์ ส่วนเส้นทางเดินป่าหรือล่องแก่งควรพิจารณาสภาพร่างกายเป็นหลัก
ถาม: ที่เที่ยวธรรมชาติปราจีนบุรีที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน น้ำตกตะคร้อ น้ำตกสลัดได น้ำตกธารทิพย์ น้ำตกส้มป่อย น้ำตกเขาอีโต้ อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ และหาดชมตะวันเป็นตัวเลือกหลักสำหรับสายธรรมชาติ
ถาม: ล่องแก่งหินเพิงควรไปช่วงไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปกิจกรรมล่องแก่งเหมาะกับฤดูฝนเมื่อระดับน้ำเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงประมาณกรกฎาคม–พฤศจิกายน แต่ต้องตรวจระดับน้ำ สภาพอากาศ และประกาศความปลอดภัยล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถาม: เมืองศรีมโหสถมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: จุดหลักได้แก่โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ กลุ่มโบราณสถานสระมรกต รอยพระพุทธบาทคู่ และหลวงพ่อทวารวดี เหมาะกับการจัดเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเต็มวัน
ถาม: รอยพระพุทธบาทคู่สำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นรอยพระพุทธบาทที่สลักบนพื้นศิลาแลงในพื้นที่โบราณสถานสระมรกต มีรูปธรรมจักรอยู่กลางฝ่าพระบาท และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนพุทธศาสนาในวัฒนธรรมทวารวดีของภาคตะวันออก
ถาม: ปราจีนบุรีมีที่เที่ยวเชิงสุขภาพหรือสมุนไพรที่ไหน?
ตอบ: ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นสถานที่เด่นที่สุด เพราะเชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การแพทย์แผนไทย และภูมิปัญญาสมุนไพรที่ทำให้ปราจีนบุรีมีชื่อเสียงในฐานะเมืองสมุนไพร
ถาม: ที่เที่ยวปราจีนบุรีสำหรับสายถ่ายภาพมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วัดแก้วพิจิตร เมืองศรีมโหสถ กลุ่มโบราณสถานสระมรกต อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ น้ำตกธารทิพย์ และหาดชมตะวันมีทั้งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิวผืนน้ำที่แตกต่างกัน
ถาม: อาหารและของฝากขึ้นชื่อของปราจีนบุรีคืออะไร?
ตอบ: หน่อไม้ไผ่ตงเป็นของขึ้นชื่อสำคัญของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีผลไม้ตามฤดูกาล อาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาหม่อง น้ำมันสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวปราจีนบุรีที่สุด?
ตอบ: หากเน้นโบราณสถาน วัด และพิพิธภัณฑ์สามารถเที่ยวได้ตลอดปี ช่วงฤดูฝนเหมาะกับน้ำตกและล่องแก่งเมื่อสภาพน้ำปลอดภัย ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับเขาใหญ่ ทับลาน และกิจกรรมกลางแจ้งเพราะอากาศสบายกว่า
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัวเที่ยวปราจีนบุรีได้ไหม?
ตอบ: สามารถเดินทางเข้าสู่จังหวัดด้วยรถโดยสารหรือรถไฟได้ แต่สถานที่หลายแห่งกระจายอยู่นอกตัวเมือง การเช่ารถหรือใช้รถรับจ้างจึงสะดวกกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวศรีมโหสถ อำเภอนาดี อุทยาน และน้ำตกต่าง ๆ
ถาม: เส้นทางไหนเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์?
ตอบ: ควรจัดอย่างน้อย 2 วัน โดยวันแรกเที่ยวเมืองศรีมโหสถ สระมรกต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอภัยภูเบศร ส่วนวันที่สองเลือกเขาอีโต้ อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ น้ำตกในประจันตคาม หรืออุทยานแห่งชาติทับลานตามความสนใจ
หมวดหมู่: ●บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
กลุ่ม: ●รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



