หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.น้ำยืน >ต.โซง > ช่องอานม้า
TL;DR: ช่องอานม้า อยู่ที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเฉพาะวันพฤหัสบดี เวลา 09.00 – 12.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอน้ำยืน แล้วต่อไปยังตำบลโซงและช่องอานม้า ระยะทางจากตัวอำเภอน้ำยืนประมาณ 12 กม.

อุบลราชธานี

ช่องอานม้า

ช่องอานม้า

วันเปิดทำการ: เฉพาะวันพฤหัสบดี
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 12.00 น.
 
ช่องอานม้า อุบลราชธานี เป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย–กัมพูชาที่ตั้งอยู่ในตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญบนแนวเทือกเขาพนมดงรัก เชื่อมโยงผู้คน สินค้า วิถีชีวิต และภูมิทัศน์ระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งกัมพูชา ช่องอานม้าเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชนสองประเทศ โดยมีบรรยากาศเฉพาะตัวจากเส้นทางที่ผ่านป่าไม้ ภูเขา และพื้นที่ชุมชนชายแดน ก่อนเข้าสู่บริเวณตลาดและจุดควบคุมการผ่านแดนของเจ้าหน้าที่
 
ปัจจุบันช่องอานม้าเปิดให้ใช้บริการแบบจำกัดเฉพาะวันพฤหัสบดี เวลา 09.00 – 12.00 น. โดยเป็นการเปิดในฐานะจุดผ่อนปรนการค้า ไม่ใช่ด่านผ่านแดนถาวรและไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไปแบบเสรี บุคคลที่ผ่านเข้าออกต้องอยู่ภายในขอบเขตตลาดของทั้งสองประเทศและดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ การเดินทางมายังพื้นที่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศตลาดชายแดน ศึกษาวิถีการค้าระหว่างชุมชนไทยกับกัมพูชา และสัมผัสภูมิประเทศแนวชายแดนด้านอำเภอน้ำยืนในช่วงเวลาที่ทางการกำหนด
 
ช่องอานม้าอยู่ห่างจากตัวอำเภอน้ำยืนประมาณ 12 กม. และอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 115 กม. เส้นทางเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปยังอำเภอน้ำยืนผ่านพื้นที่อำเภอเดชอุดมและพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด จากนั้นต่อไปยังตำบลโซงและจุดผ่อนปรนการค้าช่องอานม้า เส้นทางช่วงท้ายมีบรรยากาศร่มรื่นจากป่าไม้และแนวภูเขา ทำให้การเดินทางไปช่องอานม้าไม่ได้มีเพียงมิติของตลาดชายแดน แต่ยังมีมิติของธรรมชาติและภูมิประเทศชายแดนที่ชัดเจน
 
ความสำคัญของช่องอานม้าอยู่ที่บทบาทของพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นจุดพบกันระหว่างเศรษฐกิจชุมชน ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองฝั่งแดน ในวันที่เปิดตลาด ผู้ค้าจากฝั่งไทยและกัมพูชานำสินค้าเข้ามาแลกเปลี่ยน ซื้อขาย และจับจ่ายในพื้นที่ที่กำหนด สินค้าที่พบในบริบทตลาดชายแดนมีทั้งของใช้จำเป็น อาหารสด ผัก ผลไม้ เครื่องอุปโภคบริโภค และสินค้าพื้นถิ่นบางประเภท บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ช่องอานม้าเป็นมากกว่าจุดผ่านแดน แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนการพึ่งพากันของชุมชนชายแดน
 
จุดเด่นของช่องอานม้าคือความรู้สึกของการเดินทางไปยังปลายทางชายแดนอย่างแท้จริง ถนนที่มุ่งหน้าไปช่องอานม้าพาผู้เดินทางผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนเล็ก ป่าไม้ และแนวภูเขา ก่อนจะถึงพื้นที่ตลาดชายแดนและลานจอดรถ บรรยากาศสองข้างทางเป็นภาพของอุบลราชธานีตอนใต้ที่ต่างจากตัวเมืองอย่างชัดเจน มีความสงบ โปร่ง และเป็นธรรมชาติ ผู้ที่ชอบเส้นทางชนบทและภูมิประเทศชายแดนจะเห็นเสน่ห์ของช่องอานม้าได้ตั้งแต่ระหว่างทาง
 
บริเวณปลายทางของช่องอานม้ามีพื้นที่ตลาดชายแดน ลานจอดรถ จุดตรวจเอกสารหรือจุดแลกบัตร พื้นที่เจ้าหน้าที่ และแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังฝั่งกัมพูชา การจัดพื้นที่เช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นรูปแบบของจุดผ่อนปรนการค้าอย่างชัดเจน พื้นที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อความบันเทิงหรือการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนเต็มรูปแบบ แต่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการชายแดนที่รองรับการซื้อขายและการเคลื่อนย้ายคนในเงื่อนไขจำกัด ภาพของรถเข็น สินค้าพื้นฐาน เจ้าหน้าที่ และผู้ค้าทั้งสองฝั่งคือเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้
 
ในเชิงภูมิศาสตร์ ช่องอานม้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวภูเขาที่พาดผ่านพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ภูมิประเทศแบบช่องเขาและที่สูงชายแดนทำให้พื้นที่มีความหมายทั้งด้านการสัญจร การค้า และการควบคุมพื้นที่มาตั้งแต่อดีต เมื่อมองจากบริบทนี้ ช่องอานม้าจึงไม่ใช่เพียงตลาดชั่วคราว แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ธรรมชาติที่ผู้คนใช้เป็นช่องทางเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่สองฝั่งแดนมาอย่างต่อเนื่อง
 
คำว่า “ช่องอานม้า” สื่อถึงลักษณะภูมิประเทศแบบช่องเขาหรือแนวผ่านระหว่างพื้นที่สูง คำว่า “อานม้า” ทำให้นึกถึงสันเขาหรือแอ่งระหว่างแนวภูเขาที่มีรูปทรงคล้ายอานสำหรับขี่ม้า ชื่อสถานที่จึงมีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศโดยตรง และช่วยทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าพื้นที่นี้เป็นช่องทางธรรมชาติที่เกิดจากลักษณะของภูเขา ไม่ใช่เพียงชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อการค้าเท่านั้น
 
ช่องอานม้าเคยเป็นพื้นที่ที่มีบรรยากาศการค้าชายแดนคึกคักมากในวันที่เปิดตลาด ชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าไทยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขณะที่ชาวไทยสามารถซื้อสินค้าบางประเภทจากฝั่งกัมพูชาได้ การแลกเปลี่ยนดังกล่าวสะท้อนเศรษฐกิจระดับชุมชนที่ไม่ได้พึ่งพาระบบการค้าขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดของประชาชนชายแดน สินค้าที่ซื้อขายมีความเป็นชีวิตประจำวันสูง จึงทำให้ตลาดช่องอานม้ามีเสน่ห์จากความเรียบง่ายและความจริงของพื้นที่
 
การมาเยือนช่องอานม้าในปัจจุบันต้องเข้าใจว่าพื้นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ชายแดน ผู้เดินทางต้องใช้พื้นที่ตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ข้ามออกนอกพื้นที่ตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพในจุดที่เจ้าหน้าที่ห้าม และปฏิบัติตามขั้นตอนตรวจเอกสารหรือแลกบัตร การเคารพกฎของพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเที่ยวชายแดน เพราะช่องอานม้าเป็นพื้นที่จริงของการทำงานร่วมกันระหว่างการค้า การเดินทาง และความปลอดภัย
 
แม้ช่วงเวลาการเปิดปัจจุบันจะสั้นกว่าข้อมูลท่องเที่ยวเดิม แต่ช่วงเวลา 09.00 – 12.00 น. ในวันพฤหัสบดียังเพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสภาพรวมของตลาดชายแดน นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากอำเภอน้ำยืนควรออกจากตัวอำเภอช่วงเช้า เพื่อให้ถึงพื้นที่ก่อนเวลาเปิดตลาด มีเวลาชมบรรยากาศ เลือกซื้อสินค้า ถ่ายภาพในจุดที่เหมาะสม และเดินทางกลับอย่างไม่เร่งรีบ ส่วนผู้ที่ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานีควรเริ่มเดินทางตั้งแต่เช้ามืด เพราะระยะทางค่อนข้างไกลและต้องใช้เวลาขับรถหลายชั่วโมง
 
พื้นที่ตลาดช่องอานม้ามีบรรยากาศเรียบง่าย ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นแผงจำหน่ายสินค้าและพื้นที่ซื้อขายที่รองรับประชาชนสองฝั่งแดน ไม่ใช่ตลาดตกแต่งสวยงามแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จุดแข็งของตลาดจึงอยู่ที่ความเป็นจริงของวิถีชายแดน ผู้ที่มาเยือนจะได้เห็นการพูดคุย ต่อรอง ขนสินค้า และจัดวางสินค้าแบบพื้นถิ่น ภาพเหล่านี้เป็นข้อมูลทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมชายแดน
 
ช่องอานม้ายังมีความสำคัญในฐานะเส้นทางที่เชื่อมต่อกับอำเภอน้ำยืน ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ป่าเขาโดดเด่น อำเภอน้ำยืนอยู่ใกล้แนวอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นเขตรอยต่อไทย ลาว และกัมพูชา การเที่ยวช่องอานม้าจึงสามารถเชื่อมต่อกับการเที่ยวธรรมชาติในอุบลราชธานีตอนใต้ได้อย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังน้ำตกห้วยหลวง แก่งกะเลา ภูหินด่าง หรือช่องบก
 
น้ำตกห้วยหลวงในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญที่สามารถจัดร่วมกับช่องอานม้าในทริปเดียวกันได้ น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของอุบลราชธานี มีสายน้ำตกจากหน้าผาสูงลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง พื้นน้ำสีเขียวมรกตและหาดทรายขาวบริเวณน้ำตกทำให้เป็นจุดพักผ่อนที่ได้รับความนิยมมาก ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่บรรยากาศน้ำตกและป่ารอบพื้นที่เหมาะกับการเที่ยวที่สุด
 
แก่งกะเลาเป็นอีกจุดธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยที่เหมาะกับผู้ชอบลำธาร ลานหิน และป่าไม้ ร่องน้ำที่ไหลผ่านลานหินทำให้เกิดพื้นที่พักผ่อนและศึกษาธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นจากพันธุ์ไม้และผีเสื้อทำให้แก่งกะเลาเป็นจุดต่อทริปที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากชมตลาดชายแดน ส่วนภูหินด่างและช่องบกเป็นพื้นที่ที่ให้มิติของภูเขา ชายแดน และจุดชมวิวที่ต่างออกไป
 
ช่องบกหรือสามเหลี่ยมมรกตเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย ลาว และกัมพูชา มีความสำคัญทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และความทรงจำของชายแดน การเดินทางไปยังพื้นที่นี้ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่และสภาพเส้นทางในช่วงเวลานั้น แต่ในเชิงเนื้อหาท่องเที่ยว ช่องบกช่วยขยายความเข้าใจเรื่องพื้นที่ชายแดนอุบลราชธานีให้กว้างขึ้น เพราะทำให้เห็นว่าอำเภอน้ำยืนและพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้มีเพียงตลาดชายแดน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศรอยต่อสามประเทศ
 
อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนในตำบลโซงเป็นสถานที่ใกล้ช่องอานม้าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบภูมิทัศน์น้ำและบรรยากาศสงบของท้องถิ่น พื้นที่อ่างเก็บน้ำมีวิวธรรมชาติ ป่าเขา และผืนน้ำที่ช่วยเติมบรรยากาศทริปชายแดนให้หลากหลายมากขึ้น หากเดินทางช่วงเช้าหรือปลายฝนต้นหนาว บรรยากาศโดยรอบอ่างเก็บน้ำจะให้ภาพของธรรมชาติในตำบลโซงที่สวยงามและแตกต่างจากภาพตลาดชายแดน
 
การจัดเส้นทางเที่ยวช่องอานม้าที่เหมาะสมคือเริ่มจากตัวอำเภอน้ำยืนในช่วงเช้า เดินทางไปช่องอานม้าตามเวลาเปิดตลาด จากนั้นใช้เวลาชมบรรยากาศ ซื้อสินค้า และศึกษาพื้นที่ชายแดนภายในช่วง 09.00 – 12.00 น. หลังจากนั้นสามารถกลับมารับประทานอาหารในตัวอำเภอน้ำยืน หรือเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนและสถานที่ธรรมชาติใกล้เคียง หากมีเวลาทั้งวันจึงค่อยต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย
 
สำหรับผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานี ช่องอานม้าเหมาะกับการเที่ยวแบบหนึ่งวันเต็มมากกว่าครึ่งวัน เพราะระยะทางค่อนข้างไกล ควรเริ่มต้นตั้งแต่เช้าเพื่อให้ทันช่วงเปิดจุดผ่อนปรน หลังจากเสร็จจากช่องอานม้า สามารถแวะตัวเมืองน้ำยืน ร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ หรือที่พักในอำเภอน้ำยืนก่อนเดินทางกลับ หากต้องการเที่ยวแบบสบาย ควรพักค้างในน้ำยืนหรือพื้นที่ใกล้เคียงหนึ่งคืน แล้วต่อเส้นทางธรรมชาติในวันถัดไป
 
นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพควรเน้นภาพบรรยากาศตลาด ชีวิตผู้คน เส้นทางภูเขา ป้ายบอกทาง และภาพมุมกว้างของพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต การถ่ายภาพในพื้นที่ชายแดนต้องระมัดระวังมากกว่าสถานที่ทั่วไป จุดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จุดตรวจเอกสาร พื้นที่ทหาร หรือแนวปฏิบัติการชายแดนควรถ่ายเฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น ภาพที่เหมาะกับบทความท่องเที่ยวคือภาพตลาด สินค้า วิวเส้นทาง และบรรยากาศชุมชน
 
ช่องอานม้าเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้พื้นที่จริงของชายแดนมากกว่าการเที่ยวแบบสะดวกสบายครบครัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าเศรษฐกิจชายแดนไม่ได้เกิดจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ แต่เกิดจากผู้ค้ารายย่อย รถเข็น แผงขายของ การแลกบัตร การตรวจเอกสาร และการซื้อของใช้จำเป็นที่มีความหมายต่อชีวิตประจำวันของประชาชนสองฝั่ง ความเรียบง่ายนี้คือหัวใจของช่องอานม้า
 
ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่องอานม้าเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจชีวิตชายแดนไทย–กัมพูชาในรูปแบบที่แตกต่างจากด่านท่องเที่ยวหลัก พื้นที่นี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง แต่เปิดภาพจริงของตลาดชายแดนและการควบคุมพื้นที่ตามระบบราชการ การอธิบายว่าเป็นจุดผ่อนปรนการค้าแบบจำกัดเวลา จะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจขอบเขตของสถานที่และมองเห็นคุณค่าของพื้นที่ในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางสังคม เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์ชายแดน
 
ผู้เดินทางควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามลักษณะการเดินทาง แต่งกายสุภาพ เคารพกฎของพื้นที่ และเตรียมเงินสดสำหรับซื้อสินค้า เนื่องจากร้านค้าในพื้นที่ชายแดนอาจไม่ได้รองรับระบบชำระเงินทุกประเภท การพกน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เดินสะดวกจะช่วยให้เที่ยวตลาดและเดินรอบพื้นที่ได้สบายขึ้น โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน
 
สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือบทบาทของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ช่องอานม้าอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยความมั่นคงชายแดน กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานของพื้นที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและความเรียบร้อยของชายแดน นักท่องเที่ยวจึงควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน เพราะการเที่ยวพื้นที่ชายแดนต้องอาศัยระเบียบมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
 
จุดเด่นทางวัฒนธรรมของช่องอานม้าคือการเห็นผู้คนสองประเทศอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้า การค้าขายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของความไว้ใจ ความคุ้นเคย ภาษา ท่าทาง และความเข้าใจระหว่างชุมชนชายแดน ผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากรู้ว่าผู้คนอีกฝั่งต้องการสินค้าแบบใด ชอบอาหารแบบใด และใช้ชีวิตอย่างไร ภาพเช่นนี้ทำให้ตลาดชายแดนมีชีวิตชีวาและมีคุณค่าทางมานุษยวิทยา
 
ช่องอานม้ายังเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นบทบาทของอุบลราชธานีในฐานะจังหวัดชายแดนด้านตะวันออกเฉียงใต้ของไทย จังหวัดนี้ไม่ได้มีเพียงแม่น้ำโขง ผาแต้ม วัดสำคัญ หรือเมืองประวัติศาสตร์ แต่ยังมีพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงกับกัมพูชาและลาวในหลายระดับ เมื่อเที่ยวช่องอานม้าร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ช่องบก และเมืองน้ำยืน จะเห็นภาพอุบลราชธานีอีกด้านหนึ่งที่มีทั้งธรรมชาติ ชายแดน และวิถีเศรษฐกิจชุมชน
 
ความแตกต่างระหว่างช่องอานม้ากับแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปอยู่ที่ข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่มาจากบทบาทจริงของชายแดน นักท่องเที่ยวไม่ควรคาดหวังความสะดวกแบบตลาดท่องเที่ยวในเมือง แต่ควรมองช่องอานม้าในฐานะสถานที่เรียนรู้วิถีชายแดน จุดขายของที่นี่จึงไม่ใช่ความหรูหรา แต่เป็นความจริงของการค้า ผู้คน เส้นทาง และภูเขาที่ประกอบกันเป็นภาพของตลาดชายแดนอีสานใต้
 
การมาเยือนช่องอานม้าจะสมบูรณ์ขึ้นเมื่อผู้เดินทางใช้เวลาเชื่อมโยงพื้นที่กับชุมชนอำเภอน้ำยืน หลังชมตลาดชายแดน สามารถพักรับประทานอาหารในตัวอำเภอ แวะคาเฟ่หรือร้านท้องถิ่น แล้วเดินทางต่อไปยังแหล่งธรรมชาติใกล้เคียง การกระจายเวลาเช่นนี้ช่วยให้ทริปไม่เร่งเกินไป และช่วยให้เห็นทั้งมิติชายแดน มิติชุมชน และมิติธรรมชาติของอุบลราชธานีตอนใต้ในวันเดียวกัน
 
ช่องอานม้า อุบลราชธานี จึงเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าทั้งด้านการค้า ชายแดน ธรรมชาติ และการเรียนรู้สังคมท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการเที่ยวอุบลราชธานีในมุมลึกกว่าตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวหลักควรจัดช่องอานม้าไว้ในแผนเดินทาง โดยเข้าใจชัดเจนว่าสถานที่นี้เปิดตามเวลาจำกัดและอยู่ภายใต้กฎของพื้นที่ชายแดน เมื่อเดินทางด้วยความพร้อมและเคารพกติกา ช่องอานม้าจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่าง ชัดเจน และสะท้อนชีวิตชายแดนไทย–กัมพูชาได้อย่างมีเอกลักษณ์
 
ชื่อสถานที่ช่องอานม้า
ที่ตั้งตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
ลักษณะสถานที่จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา บนแนวพื้นที่ชายแดนอำเภอน้ำยืน มีตลาดชายแดน พื้นที่ควบคุมการผ่านแดน และเส้นทางธรรมชาติผ่านป่าไม้กับภูเขา
ไฮไลต์ตลาดชายแดนไทย–กัมพูชา บรรยากาศการแลกเปลี่ยนสินค้า เส้นทางป่าเขาร่มรื่น วิถีชีวิตผู้ค้าชายแดน และภูมิประเทศแนวเทือกเขาพนมดงรัก
ความสำคัญเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างประชาชนไทยกับกัมพูชา และเป็นจุดเรียนรู้เศรษฐกิจชุมชนชายแดนของอุบลราชธานีตอนใต้
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีเดินทางไปอำเภอน้ำยืน แล้วต่อไปยังตำบลโซงและช่องอานม้า ระยะทางจากตัวอำเภอน้ำยืนประมาณ 12 กม. และจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 115 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นจุดผ่อนปรนการค้าแบบจำกัดเวลา เฉพาะพื้นที่ตลาดและตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ชายแดน
วันเปิดทำการเฉพาะวันพฤหัสบดี
เวลาเปิดทำการ09.00 – 12.00 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่ตลาด ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการซื้อสินค้า อาหาร และบริการในพื้นที่
ข้อกำหนดการผ่านพื้นที่บุคคลผ่านเข้า–ออกได้เฉพาะเขตตลาดของทั้งสองประเทศผ่านการแลกบัตร อนุญาตเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และไม่อนุญาตให้ยานพาหนะผ่าน
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่ตลาดชายแดน จุดตรวจเอกสารหรือจุดแลกบัตร พื้นที่ร้านค้า แผงจำหน่ายสินค้า และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญโซนตลาดฝั่งไทย โซนจุดตรวจและแลกบัตร โซนลานจอดรถ โซนแผงสินค้า โซนเจ้าหน้าที่ชายแดน โซนเส้นทางเชื่อมตลาดกัมพูชา และแนวถนนป่าเขาเข้าสู่ช่องอานม้า
ผู้ดูแลกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หน่วยทหารในพื้นที่ อำเภอน้ำยืน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมชายแดน
หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เทศบาลตำบลโซง โทรสาร 0-4525-2524 / เทศบาลตำบลน้ำยืน โทร. 045-251947
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตัวอำเภอน้ำยืน ประมาณ 12 กม.
2. อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน ตำบลโซง ประมาณ 10 กม.
3. ช่องบก / สามเหลี่ยมมรกต ประมาณ 35 กม.
4. อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ประมาณ 50 กม.
5. น้ำตกห้วยหลวง ประมาณ 53 กม.
6. แก่งกะเลา ประมาณ 55 กม.
7. ภูหินด่าง ประมาณ 60 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. KFC บิ๊กซี น้ำยืน ประมาณ 13 กม. โทร. 061-408-0614
2. Yumbar-ยำบาร์ น้ำยืน ประมาณ 13 กม. โทร. 080-574-9966
3. ร้านตำนัว Restaurant @น้ำยืน ประมาณ 13 กม. โทร. 063-786-2463
4. Ting Korea And Hug Der Café At Nam Yuen ประมาณ 13 กม. โทร. 089-582-0494
5. Nitzer Cafe & Arapaima Fish Park ประมาณ 14 กม. โทร. 099-238-9618
ที่พักใกล้เคียง1. Nam Yuen Resort ประมาณ 13 กม. โทร. 083-461-3010
2. โรงแรมศรีบุญเรือง น้ำยืน ประมาณ 14 กม. โทร. 062-197-6878
3. โรงแรมภัคชุดา รีสอร์ท น้ำยืน ประมาณ 13 กม. โทร. 064-441-9422
4. ห้องพักทวีรัชต์ รีสอร์ท ประมาณ 14 กม. โทร. 089-947-5933
5. โรงแรมกัญธิญา การ์เด้น ประมาณ 15 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ช่องอานม้า อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ช่องอานม้าอยู่ที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา
 
ถาม: ช่องอานม้าเปิดวันไหน?
ตอบ: ช่องอานม้าเปิดเฉพาะวันพฤหัสบดี เวลา 09.00 – 12.00 น.
 
ถาม: ช่องอานม้ามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมพื้นที่ตลาด ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการซื้อสินค้า อาหาร และบริการในพื้นที่
 
ถาม: ช่องอานม้าเป็นด่านผ่านแดนถาวรหรือไม่?
ตอบ: ช่องอานม้าเป็นจุดผ่อนปรนการค้า ไม่ใช่ด่านผ่านแดนถาวร การผ่านเข้าออกทำได้เฉพาะพื้นที่และเวลาที่ทางการกำหนด
 
ถาม: ช่องอานม้าซื้อสินค้าอะไรได้บ้าง?
ตอบ: ตลาดช่องอานม้ามีสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสด ผัก ผลไม้ ของใช้จำเป็น และสินค้าพื้นถิ่นที่เกี่ยวข้องกับวิถีชายแดนไทย–กัมพูชา
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปช่องอานม้าไกลไหม?
ตอบ: ระยะทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีถึงช่องอานม้าประมาณ 115 กม. และจากตัวอำเภอน้ำยืนถึงช่องอานม้าประมาณ 12 กม.
 
ถาม: เที่ยวช่องอานม้าแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน ช่องบก สามเหลี่ยมมรกต อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย น้ำตกห้วยหลวง แก่งกะเลา และภูหินด่างได้
 
ถาม: ช่องอานม้าเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจตลาดชายแดน วิถีการค้าชุมชน ภูมิประเทศชายแดนไทย–กัมพูชา เส้นทางป่าเขา และการเที่ยวอุบลราชธานีตอนใต้ในมุมที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถานกลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ช่องอานม้า

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)