หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.หนองขอน > บ้านปะอาว
TL;DR: บ้านปะอาว อยู่ที่บ้านปะอาว หมู่ 9 ตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางจังหวัดยโสธร ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 273.

อุบลราชธานี

บ้านปะอาว

บ้านปะอาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
บ้านปะอาว อุบลราชธานี เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเก่าแก่ของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการหล่อเครื่องทองเหลืองแบบโบราณและการทอผ้าไหมพื้นเมือง ชุมชนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองอุบลราชธานี ใช้เส้นทางหลักถนนแจ้งสนิทหรือทางหลวงหมายเลข 23 สายอุบลราชธานี – ยโสธร แล้วเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านตามเส้นทางท้องถิ่น บ้านปะอาวเป็นหมู่บ้านที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสภูมิปัญญาช่างฝีมืออีสานได้จากพื้นที่จริง ทั้งการชมกระบวนการหล่อทองเหลือง การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทองเหลือง การชมผ้าไหมทอมือ การเรียนรู้เรื่องชุมชนเก่า และการเห็นวิถีชีวิตชนบทอุบลราชธานีที่ยังรักษางานฝีมือจากบรรพบุรุษไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
 
บ้านปะอาวมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่หมู่บ้านจำลองหรือสถานที่จัดแสดงที่แยกออกจากวิถีชุมชน งานทองเหลืองที่นี่เกิดขึ้นจากครอบครัว ช่างฝีมือ กลุ่มอาชีพ และความทรงจำของผู้คนในหมู่บ้าน การเดินทางมายังบ้านปะอาวจึงเป็นการเข้ามาเห็นรากของงานหัตถกรรมอย่างแท้จริง ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เครื่องมือ วิธีทำ วัสดุท้องถิ่น และสภาพแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงภูมิปัญญานี้มานานกว่า 200 ปี ภาพของเครื่องทองเหลืองบนโต๊ะทำงาน ลวดลายที่เกิดจากมือช่าง และเสียงของชุมชนที่ยังดำเนินชีวิตตามจังหวะชนบท ทำให้บ้านปะอาวเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าลึกกว่าการซื้อของฝากทั่วไป
 
ประวัติชุมชนบ้านปะอาวเล่าสืบต่อกันมาว่าบรรพบุรุษของชาวบ้านอพยพจากเวียงจันทน์ ผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ของผู้คนลุ่มน้ำโขงเข้าสู่หนองบัวลำภู หรือนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ก่อนเคลื่อนย้ายมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อุบลราชธานีปัจจุบัน เรื่องเล่านี้เชื่อมบ้านปะอาวเข้ากับประวัติศาสตร์การอพยพของกลุ่มคนลาวในอีสานตอนล่าง และทำให้หมู่บ้านไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านงานช่างเท่านั้น แต่ยังเป็นชุมชนที่สะท้อนการเคลื่อนย้ายผู้คน วัฒนธรรม ภาษา ความเชื่อ และภูมิปัญญาจากลุ่มน้ำโขงเข้าสู่พื้นที่เมืองอุบลราชธานี
 
ชื่อ “ปะอาว” มีที่มาจากเรื่องเล่าท้องถิ่นเกี่ยวกับคำว่า “ป๋าอาว” โดยคำว่า “ป๋า” หมายถึงการละไว้หรือทิ้งไว้ ส่วน “อาว” หมายถึงอาหรือน้องชาย เรื่องเล่าระบุว่าพี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินทางมาหาทำเลตั้งบ้านเรือน ผู้เป็นน้องเลือกอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ส่วนผู้พี่เดินทางต่อขึ้นไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อื่น คำว่า “ป๋าอาว” จึงค่อย ๆ กร่อนเสียงเป็น “ปะอาว” และกลายเป็นชื่อหมู่บ้านที่ใช้มาจนปัจจุบัน ชื่อหมู่บ้านจึงเป็นทั้งชื่อทางภูมิศาสตร์และร่องรอยความทรงจำของผู้ตั้งถิ่นฐานรุ่นแรก
 
บ้านปะอาวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี ความเก่าแก่ของชุมชนแสดงผ่านทั้งเรื่องเล่าการอพยพ งานหัตถกรรม ประเพณี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และการรักษาโครงสร้างชุมชนแบบชนบท ผู้คนในชุมชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นฐาน มีอาชีพเสริมจากงานหล่อทองเหลือง งานทอผ้าไหม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การผสมผสานระหว่างอาชีพหลักและอาชีพเสริมเช่นนี้ทำให้บ้านปะอาวรักษาความต่อเนื่องของวิถีชีวิตไว้ได้ในขณะที่ยังปรับตัวกับการท่องเที่ยวและตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนร่วมสมัย
 
เอกลักษณ์ที่ทำให้บ้านปะอาวเป็นที่รู้จักกว้างขวางคือการทำเครื่องทองเหลืองด้วยกรรมวิธีโบราณที่เรียกว่า “การหล่อแบบขี้ผึ้งหาย” หรือ “การแทนที่ขี้ผึ้ง” เป็นเทคนิคการหล่อโลหะที่มีประวัติยาวนานและต้องใช้ความชำนาญสูง ช่างบ้านปะอาวยังคงใช้วิธีทำมือหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปั้นแม่พิมพ์ การกลึงแบบ การหุ้มขี้ผึ้ง การทำลวดลาย การพอกดิน การเผาแม่พิมพ์ การหลอมโลหะ การเททองเหลือง การกะเทาะพิมพ์ และการขัดแต่งชิ้นงาน ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นจึงมีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนกันทุกใบ และมีเสน่ห์จากร่องรอยมือช่างอย่างแท้จริง
 
วัสดุหลักของการทำแม่พิมพ์ทองเหลืองบ้านปะอาวคือดินโพนหรือดินจอมปลวก ผสมกับมูลวัวในสัดส่วนที่ช่างใช้สืบต่อกันมา ดินโพนมีเนื้อละเอียดและทนความร้อนได้ดี ส่วนมูลวัวช่วยให้เนื้อดินมีความเหนียวและสามารถแกะออกจากงานหล่อได้ง่ายหลังผ่านความร้อน การเลือกใช้วัสดุเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาช่างบ้านปะอาวไม่ได้เกิดจากตำราภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทดลอง สังเกต และใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เหมาะกับงานหล่อโลหะ ช่างจึงเข้าใจทั้งดิน ไฟ โลหะ ขี้ผึ้ง และจังหวะเวลาอย่างละเอียด
 
ขั้นตอนการปั้นแม่พิมพ์เป็นจุดเริ่มต้นของงานทองเหลืองบ้านปะอาว ช่างจะนำดินโพนที่ผสมมูลวัวแล้วมาปั้นขึ้นรูปตามขนาดและรูปทรงที่ต้องการ จากนั้นตากให้แห้งก่อนเข้าสู่ขั้นตอนกลึงหรือ “เซี่ยน” การกลึงแม่พิมพ์ทำให้ผิวงานเรียบและได้สัดส่วนที่พอดี เครื่องมือหลายอย่างเป็นเครื่องมือพื้นบ้านที่ช่างสร้างขึ้นใช้เอง กระบวนการนี้ต้องใช้ทั้งแรงมือ สายตา และความรู้จากประสบการณ์ เพราะความคลาดเคลื่อนของแม่พิมพ์จะส่งผลต่อรูปทรงของงานสำเร็จทันที
 
หลังจากได้แม่พิมพ์ดิน ช่างจะนำขี้ผึ้งที่ผสมชันและวัสดุธรรมชาติอื่นมาหุ้มรอบแม่พิมพ์ ขี้ผึ้งเป็นหัวใจของการหล่อแบบขี้ผึ้งหาย เพราะรูปทรงและความหนาของชั้นขี้ผึ้งจะกลายเป็นช่องว่างสำหรับโลหะเมื่อถูกเผาออกไป ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาญในการควบคุมความหนา หากบางเกินไปชิ้นงานอาจไม่แข็งแรง หากหนาเกินไปงานอาจหนักและสิ้นเปลืองโลหะเกินจำเป็น การทำขี้ผึ้งให้เป็นเส้น การพัน การประดับลวดลาย และการเก็บรายละเอียดบนผิวงานจึงเป็นช่วงที่แสดงฝีมือของช่างอย่างชัดเจน
 
ลวดลายเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลายหมากหวาย ลายกลีบบัว ลายฟันปลา ลายต้นสน ลายไข่ปลา และลายลูกกลิ้ง ลวดลายเหล่านี้เกิดจากการเลียนแบบรูปทรงในธรรมชาติและความคิดสร้างสรรค์ของช่างพื้นบ้าน ไม่ใช่ลายประดับที่เกิดจากเครื่องจักรสำเร็จรูป ลายแต่ละแบบมีจังหวะของเส้น มีน้ำหนักของมือ และมีความไม่ซ้ำกันเล็กน้อยตามธรรมชาติของงานทำมือ เมื่อแสงตกกระทบพื้นผิวทองเหลือง ลายเหล่านี้จะช่วยให้งานมีมิติและแสดงความละเอียดของภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เด่นชัด
 
ผลิตภัณฑ์ทองเหลืองบ้านปะอาวมีทั้งเครื่องใช้ เครื่องประดับ ของที่ระลึก และวัตถุที่พัฒนาจากเครื่องมือดั้งเดิม เช่น กระดิ่งแขวนคอควาย กระดิ่งแขวนตามโบสถ์และวิหารวัด เต้าปูน เชี่ยนหมาก กระพรวน ผอบ ขันน้ำ พาน ระฆัง และของตกแต่งขนาดเล็ก เดิมผลิตภัณฑ์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชาวบ้านและพิธีกรรมทางศาสนา ต่อมาเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง ผลิตภัณฑ์จำนวนมากได้รับการปรับให้เหมาะกับผู้ซื้อยุคใหม่ เช่น ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน พวงกุญแจ หรือเครื่องประดับที่ยังคงลวดลายแบบโบราณไว้
 
ความงามของเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวอยู่ที่ความสมดุลระหว่างความดิบของงานทำมือกับความประณีตของลวดลาย ผิวทองเหลืองไม่ได้เรียบเป็นอุตสาหกรรมทั้งหมด แต่มีร่องรอยของการหล่อ การขัด การแต่ง และการทำลายที่ทำให้ชิ้นงานมีชีวิต แต่ละชิ้นจึงมีลักษณะเฉพาะของตนเอง แม้จะทำจากแบบเดียวกันก็ไม่เหมือนกันทุกประการ ความไม่ซ้ำนี้เป็นเสน่ห์สำคัญของงานหัตถกรรม เพราะทำให้ผู้ซื้อได้ชิ้นงานที่มีเรื่องราวของมือช่างติดอยู่ด้วย
 
งานทองเหลืองบ้านปะอาวยังมีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องอาศัยการสืบทอดจากคนสู่คน ขั้นตอนการทำบางส่วนเรียนรู้จากการดู การช่วยงาน และการลงมือทำจริงมากกว่าการอ่านตำรา ช่างรุ่นใหม่จึงต้องใช้เวลาอยู่กับช่างรุ่นเก่า เรียนรู้วิธีจับเครื่องมือ การฟังเสียงโลหะ การสังเกตสีไฟ การดูความพร้อมของแม่พิมพ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อการหล่อไม่เป็นไปตามที่คาด งานแบบนี้ไม่สามารถทดแทนด้วยเครื่องจักรทั้งหมดได้ เพราะความรู้จำนวนมากอยู่ในประสบการณ์และประสาทสัมผัสของช่าง
 
นอกจากงานทองเหลือง บ้านปะอาวยังมีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง ชาวบ้านมีพื้นฐานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือนมาแต่เดิม ต่อมาเกิดการรวมกลุ่มสตรีที่มีความชำนาญด้านการทอผ้าเพื่อผลิตผ้าไหมทอมือออกจำหน่ายและสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนา ลวดลายที่นิยมมีทั้งผ้ากาบบัว ผ้าไหมลายปราสาทผึ้ง ผ้าไหมลูกแก้ว และผ้าไหมมัดหมี่ งานผ้าของบ้านปะอาวจึงเป็นอีกมิติหนึ่งของภูมิปัญญาชุมชนที่อยู่เคียงคู่กับงานทองเหลือง
 
ผ้าไหมบ้านปะอาวสะท้อนความละเอียดอ่อนของช่างทออีสาน การทอผ้า 1 ผืนต้องผ่านกระบวนการเตรียมเส้นไหม การออกแบบลาย การย้อมสี การขึ้นกี่ และการทออย่างต่อเนื่อง ช่างทอต้องจดจำลาย ควบคุมจังหวะมือ และรักษาความสม่ำเสมอของเส้นผ้า การทำงานเช่นนี้คล้ายกับงานทองเหลืองตรงที่ต้องใช้สมาธิสูง ต่างกันเพียงวัสดุที่ใช้ งานทองเหลืองทำงานกับไฟและโลหะ ส่วนงานผ้าทำงานกับเส้นใยและสี ทั้ง 2 งานร่วมกันทำให้บ้านปะอาวเป็นชุมชนหัตถกรรมที่มีความหลากหลายและเข้มแข็ง
 
ภายในบ้านปะอาวมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง รวมถึงพื้นที่จำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ชุมชน ผู้มาเยือนสามารถชมงานฝีมือ เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งผลิต และพูดคุยกับคนในชุมชนเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง การซื้อสินค้าที่นี่จึงต่างจากการซื้อของฝากจากร้านทั่วไป เพราะผู้ซื้อได้เห็นบริบทของการผลิต เห็นหมู่บ้าน เห็นช่าง และเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นเกิดจากแรงงานและภูมิปัญญาของชุมชนจริง
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านประจำชุมชนปะอาวเป็นอีกจุดสำคัญของหมู่บ้าน จัดตั้งขึ้นเพื่อเก็บรักษาวัตถุ เครื่องใช้ พระเครื่อง ตู้พระคัมภีร์ อาสนะ เครื่องมือทอผ้า อุปกรณ์เกี่ยวกับไหม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลือง พานหมาก ตะเกียง วิทยุเก่า และสิ่งของที่สะท้อนชีวิตของคนในชุมชน วัตถุเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่าบ้านปะอาวไม่ได้มีเฉพาะงานหล่อทองเหลือง แต่เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความเชื่อ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เก็บอยู่ในสิ่งของธรรมดารอบตัว
 
บ้านปะอาวยังมีความเชื่อท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้าปู่แสนนาน ผู้ก่อตั้งบ้านปะอาว ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนในชุมชน ความเชื่อเรื่องผู้ก่อตั้งหมู่บ้านและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่นช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นที่ บ้านปะอาวจึงไม่ใช่เพียงแหล่งผลิตสินค้า แต่เป็นชุมชนที่มีรากทางจิตวิญญาณ มีความทรงจำร่วม และมีพิธีกรรมที่ช่วยรักษาความเป็นชุมชนให้แน่นแฟ้น
 
ประเพณีสำคัญที่ทำให้บ้านปะอาวเป็นที่รู้จักอีกด้านหนึ่งคือบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นงานที่มีผู้สนใจเดินทางเข้ามาเที่ยวชมในช่วงเทศกาล บุญบั้งไฟเป็นประเพณีอีสานที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน ความอุดมสมบูรณ์ และความสนุกสนานของชุมชน เมื่อเชื่อมกับบ้านปะอาวซึ่งเป็นชุมชนช่างฝีมือเก่าแก่ งานประเพณีจึงช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งความเชื่อ งานหัตถกรรม วิถีเกษตร และพลังของชุมชนที่ยังดำรงอยู่ในชีวิตจริง
 
การมาเยือนบ้านปะอาวเหมาะกับผู้สนใจงานช่างพื้นบ้าน ผู้ศึกษาวัฒนธรรมอีสาน ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้หัตถกรรมไทย และนักเดินทางที่ต้องการเห็นอุบลราชธานีในมุมลึกกว่าสถานที่ยอดนิยมในตัวเมือง บ้านปะอาวทำให้เห็นว่างานหัตถกรรมไม่ได้เริ่มต้นจากสินค้าในตลาด แต่เริ่มจากบ้าน ชุมชน วัสดุท้องถิ่น ความจำของช่าง และการถ่ายทอดระหว่างรุ่น
 
สำหรับชาวต่างชาติ บ้านปะอาวเป็นตัวอย่างที่ดีของชุมชนหัตถกรรมอีสานที่ยังผลิตงานจริงด้วยวิธีดั้งเดิม การชมเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวช่วยให้เข้าใจว่าหัตถกรรมไทยมีความหลากหลายมากกว่างานไม้ งานผ้า หรือเครื่องเงินที่พบทั่วไป เทคนิคขี้ผึ้งหายมีความเก่าแก่และพบในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก แต่บ้านปะอาวทำให้เทคนิคนี้มีลักษณะเฉพาะแบบอีสาน ผ่านวัสดุท้องถิ่น เครื่องมือพื้นบ้าน ลวดลายชุมชน และรูปทรงที่สัมพันธ์กับชีวิตชนบทไทย
 
การเดินชมหมู่บ้านเริ่มได้จากศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง จากนั้นชมงานหล่อทองเหลืองในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม ต่อด้วยการเลือกซื้อเครื่องทองเหลืองหรือผ้าไหม แล้วจึงเดินดูพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ การจัดลำดับเช่นนี้ทำให้เห็นบ้านปะอาวครบทั้งงานช่าง งานผ้า ประวัติชุมชน และวิถีชีวิต ไม่ใช่เห็นเพียงสินค้าสำเร็จรูปบนชั้นวางเท่านั้น
 
การเข้าชมพื้นที่ผลิตต้องใช้ความสำรวมและเคารพพื้นที่ทำงานของช่าง งานหล่อทองเหลืองเกี่ยวข้องกับไฟ ความร้อน โลหะหลอม และเครื่องมือหลายชนิด ผู้มาเยือนอยู่ในพื้นที่ที่เปิดให้ชมและใช้ระยะห่างที่ปลอดภัย การชมงานอย่างตั้งใจทำให้เห็นคุณค่าของกระบวนการมากขึ้น เพราะทุกขั้นตอนมีความเสี่ยงและความละเอียด ช่างบ้านปะอาวไม่ได้เพียงสร้างวัตถุสวยงาม แต่ทำงานกับวัสดุที่ต้องควบคุมอย่างแม่นยำ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้าถึงบ่าย เพราะมีเวลาเพียงพอสำหรับการเดินชมงานหัตถกรรม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และต่อเส้นทางไปยังสถานที่ใกล้เคียง หากเริ่มจากตัวเมืองอุบลราชธานีในช่วงเช้า สามารถแวะบ้านปะอาวเป็นจุดแรก แล้วต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย บ้านชีทวน พระธาตุสวนตาล พุทธสถานครองราชย์ 60 ปี หรือศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อได้ภายในวันเดียว
 
การเดินทาง ไปบ้านปะอาวสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางอำเภอเขื่องในและจังหวัดยโสธร ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 273 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนท้องถิ่นประมาณ 3 กม. จะถึงบ้านปะอาว เส้นทางเป็นถนนเข้าถึงชุมชนได้สะดวก ผู้ใช้แผนที่นำทางสามารถค้นหาชื่อบ้านปะอาวหรือศูนย์อนุรักษ์หัตถกรรมหล่อทองเหลืองบ้านปะอาว
 
บ้านปะอาวอยู่ในระยะที่เหมาะกับการเดินทางแบบครึ่งวันจากตัวเมืองอุบลราชธานี ระยะจากตัวเมืองประมาณ 18 กม. ตามเส้นทางหลักและเข้าหมู่บ้านอีกช่วงหนึ่ง การเดินทางใช้เวลาไม่นานเมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้รับ เพราะผู้มาเยือนได้เห็นทั้งหมู่บ้านเก่าแก่ งานหล่อทองเหลืองแบบขี้ผึ้งหาย งานผ้าไหม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และวิถีชุมชนในพื้นที่เดียวกัน
 
เส้นทางบ้านปะอาวสามารถเชื่อมกับศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อยได้อย่างเหมาะสม เพราะทั้ง 2 แห่งอยู่ในแนวเส้นทางอุบลราชธานี – เขื่องใน – ยโสธร บ้านปะอาวเด่นเรื่องเครื่องทองเหลืองและผ้าไหม ส่วนศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อยเด่นเรื่องงานศิลปาชีพ ผ้าพื้นเมือง ฟาร์มตัวอย่าง และผลิตภัณฑ์ชุมชน การเที่ยว 2 จุดนี้ร่วมกันทำให้เห็นงานพัฒนาชุมชนและหัตถกรรมอีสานในหลายระดับ
 
บ้านชีทวนและพระธาตุสวนตาลเป็นอีกเส้นทางที่เข้ากับบ้านปะอาวได้ดี บ้านชีทวนมีวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก และศิลปกรรมท้องถิ่นที่งดงาม ส่วนพระธาตุสวนตาลเป็นปูชนียสถานสำคัญของชุมชน การเชื่อมบ้านปะอาวกับบ้านชีทวนทำให้ทริปมีทั้งงานช่างพื้นบ้าน เครื่องทองเหลือง ผ้าไหม ศาสนสถาน และศิลปกรรมอีสานครบถ้วน
 
บ้านท่าวารีเป็นจุดแวะด้านอาหารพื้นถิ่นที่เชื่อมกับเส้นทางนี้อย่างเป็นธรรมชาติ มะพร้าวเผาบ้านท่าวารีเป็นของกินที่ผู้เดินทางตามถนนแจ้งสนิทนิยมแวะซื้อ การรวมบ้านปะอาว บ้านท่าวารี และบ้านชีทวนไว้ในเส้นทางเดียวกันทำให้การเดินทางมีทั้งการเรียนรู้ การชมงานฝีมือ การไหว้พระ และการชิมของขึ้นชื่อของชุมชนริมทาง
 
ร้านอาหารใกล้บ้านปะอาวส่วนใหญ่อยู่ตามถนนแจ้งสนิทและตัวเมืองอุบลราชธานี ผู้เดินทางสามารถแวะรับประทานอาหารก่อนเข้าหมู่บ้านหรือหลังออกจากหมู่บ้านได้สะดวก ตัวเลือกมีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารไทย คาเฟ่ และร้านอาหารในโรงแรม การจัดมื้ออาหารนอกพื้นที่ผลิตงานทองเหลืองทำให้การชมชุมชนเป็นระเบียบและไม่รบกวนพื้นที่ทำงานของช่าง
 
ที่พักใกล้บ้านปะอาวมีให้เลือกมากที่สุดในเขตตัวเมืองอุบลราชธานีและแนวถนนแจ้งสนิท ผู้ที่ต้องการเดินทางสะดวกสามารถพักในตัวเมืองแล้วขับรถไปบ้านปะอาวแบบไปเช้าเย็นกลับ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวเส้นทางชุมชนและงานหัตถกรรมหลายจุดสามารถจัดบ้านปะอาวร่วมกับบ้านยางน้อย บ้านชีทวน บ้านท่าวารี และอำเภอเขื่องในในวันเดียวกันได้
 
ในภาพรวม บ้านปะอาวเป็นหนึ่งในจุดหมายที่แสดงตัวตนของอุบลราชธานีด้านงานหัตถกรรมได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง ความสำคัญของบ้านปะอาวไม่ได้อยู่ที่อายุของหมู่บ้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรักษางานหล่อทองเหลืองแบบโบราณ การถ่ายทอดงานทอผ้าไหม การมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และการเปิดชุมชนให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้จากพื้นที่จริง หมู่บ้านนี้จึงเหมาะกับทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจงานหัตถกรรม และนักเดินทางที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีในมิติของงานฝีมือ ชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
 
บ้านปะอาวทำให้เห็นว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในอดีตเท่านั้น แต่ยังสามารถดำรงอยู่ในปัจจุบันผ่านมือของช่าง ผู้ทอผ้า กลุ่มอาชีพ และคนในชุมชนที่ยังรักษารากของตนเองไว้ได้อย่างหนักแน่น การมาเยือนบ้านปะอาวจึงเป็นการสัมผัสมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ ทุกชิ้นงานทองเหลือง ทุกผืนผ้าไหม และทุกเรื่องเล่าของหมู่บ้านช่วยยืนยันว่าความละเอียดของงานฝีมืออีสานยังมีคุณค่าและยังควรได้รับการมองเห็นในฐานะหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอุบลราชธานี
 
ชื่อสถานที่บ้านปะอาว
ชื่อที่เกี่ยวข้องชุมชนเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว / ศูนย์อนุรักษ์หัตถกรรมหล่อทองเหลืองแบบโบราณบ้านปะอาว / หมู่บ้านหัตถกรรมทองเหลืองบ้านปะอาว
ที่ตั้งบ้านปะอาว หมู่ 9 ตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ที่อยู่บ้านปะอาว ตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
พิกัด15.3570280436, 104.725608386
ประเภทสถานที่หมู่บ้านหัตถกรรม / แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / ชุมชนเครื่องทองเหลืองและผ้าไหม
ไฮไลต์การหล่อเครื่องทองเหลืองแบบขี้ผึ้งหาย งานทอผ้าไหมบ้านปะอาว ศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และวิถีชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี
ประวัติ / ที่มาชุมชนมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าบรรพบุรุษอพยพจากเวียงจันทน์ ผ่านหนองบัวลำภูและกลุ่มเมืองโบราณในอีสาน ก่อนมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านปะอาว ปัจจุบันเป็นชุมชนเก่าแก่ที่สืบทอดงานหล่อทองเหลืองและทอผ้าไหมมาหลายรุ่น
ที่มาของชื่อชื่อปะอาวมีที่มาจากคำว่า “ป๋าอาว” โดย “ป๋า” หมายถึงละไว้หรือทิ้งไว้ และ “อาว” หมายถึงอาหรือน้องชาย ตามเรื่องเล่าการแยกตั้งถิ่นฐานของคนรุ่นแรกในพื้นที่
ลักษณะเด่นของงานทองเหลืองใช้กรรมวิธีหล่อแบบขี้ผึ้งหาย ทำด้วยมือทีละชิ้น ลวดลายสำคัญ ได้แก่ ลายหมากหวาย ลายกลีบบัว ลายฟันปลา ลายต้นสน ลายไข่ปลา และลายลูกกลิ้ง
ผลิตภัณฑ์เด่นกระดิ่ง ระฆัง ผอบ เชี่ยนหมาก เต้าปูน กระพรวน ขันน้ำ พาน ของที่ระลึกทองเหลือง ผ้าไหม ผ้ากาบบัว ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมลูกแก้ว และผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ
การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ถนนแจ้งสนิท มุ่งหน้าไปทางจังหวัดยโสธร ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 273 แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนท้องถิ่นประมาณ 3 กม. จะถึงบ้านปะอาว
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยังคงมีงานหัตถกรรมทองเหลือง ผ้าไหม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ชุมชน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง
พื้นที่หล่อเครื่องทองเหลืองแบบโบราณ
พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง
พื้นที่ทอผ้าไหมและจำหน่ายผ้าทอ
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชุมชนปะอาว
พื้นที่เรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน
ศาลเจ้าปู่แสนนาน
พื้นที่ชุมชนบ้านปะอาวโดยรอบ
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องชุมชนบ้านปะอาว กลุ่มหล่อหัตถกรรมทองเหลืองโบราณ กลุ่มสตรีผ้าไหมบ้านปะอาว และองค์การบริหารส่วนตำบลปะอาว
เบอร์ติดต่อพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลปะอาว โทร. 045-840-492
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชุมชนปะอาว ประมาณ 0.5 กม.
2. ศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลืองบ้านปะอาว ประมาณ 0.3 กม.
3. ศาลเจ้าปู่แสนนาน บ้านปะอาว ประมาณ 1 กม.
4. ศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย ประมาณ 16 กม.
5. พุทธสถานครองราชย์ 60 ปี บ้านเอ้ ประมาณ 19 กม.
6. บ้านชีทวนและพระธาตุสวนตาล ประมาณ 26 กม.
7. วัดพระธาตุหนองบัว อำเภอเมืองอุบลราชธานี ประมาณ 22 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านเขียง ถนนแจ้งสนิท ประมาณ 19 กม. โทร. 082-292-4429
2. ร้านรักอร่อย ถนนแจ้งสนิท ประมาณ 19 กม. โทร. 096-813-7159
3. บะหมี่จักรวาลอุบล สาขาถนนแจ้งสนิท ประมาณ 20 กม. โทร. 065-920-2899
4. ร้านนมหวาน แจ้งสนิท ประมาณ 20 กม. โทร. 094-295-3270
5. ครัวป้าหน่องบะหมี่ริมมูล ประมาณ 23 กม. โทร. 094-455-6255
6. ห้องอาหารทอแสง ประมาณ 23 กม. โทร. 045-245-531-5
ที่พักใกล้เคียง1. แจ้งสนิท 3 อพาร์ทเมนท์ ประมาณ 19 กม. โทร. 092-981-9900
2. เดอะไนน์เพลส แจ้งสนิท ประมาณ 19 กม. โทร. 091-019-9777
3. 168 สตูดิโอ แอท อุบลราชธานี ประมาณ 20 กม. โทร. 063-750-3311
4. บีทู อุบล แอร์พอร์ต พรีเมียร์ โฮเทล ประมาณ 23 กม. โทร. 045-950-881
5. โรงแรมสุนีย์แกรนด์ ประมาณ 24 กม. โทร. 081-265-3388, 081-955-2992
6. โรงแรมทอแสง เฮอริเทจ อุบลราชธานี ประมาณ 23 กม. โทร. 045-245-531-5, 094-396-9626
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านปะอาวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: บ้านปะอาวตั้งอยู่ในตำบลปะอาว อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีตามถนนแจ้งสนิท ทางหลวงหมายเลข 23 ไปทางจังหวัดยโสธร แล้วเลี้ยวเข้าหมู่บ้านตามเส้นทางท้องถิ่น
 
ถาม: บ้านปะอาวเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: บ้านปะอาวเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: บ้านปะอาวมีชื่อเสียงเรื่องอะไร?
ตอบ: บ้านปะอาวมีชื่อเสียงด้านการหล่อเครื่องทองเหลืองแบบโบราณด้วยกรรมวิธีขี้ผึ้งหาย และยังมีงานทอผ้าไหม ผ้ากาบบัว ผ้ามัดหมี่ ผ้าไหมลูกแก้ว และผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ชมและเลือกซื้อ
 
ถาม: งานทองเหลืองบ้านปะอาวมีจุดเด่นอย่างไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการทำด้วยมือทีละชิ้น ใช้กรรมวิธีหล่อแบบขี้ผึ้งหาย และมีลวดลายเอกลักษณ์ เช่น ลายหมากหวาย ลายกลีบบัว ลายฟันปลา ลายต้นสน ลายไข่ปลา และลายลูกกลิ้ง
 
ถาม: บ้านปะอาวมีอายุเก่าแก่เพียงใด?
ตอบ: บ้านปะอาวเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี มีเรื่องเล่าการอพยพของบรรพบุรุษจากเวียงจันทน์และหนองบัวลำภู ก่อนมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อุบลราชธานี
 
ถาม: ภายในบ้านปะอาวมีโซนใดน่าสนใจ?
ตอบ: ภายในชุมชนมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง พื้นที่หล่อทองเหลืองแบบโบราณ พื้นที่จำหน่ายผ้าไหม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ศาลเจ้าปู่แสนนาน และพื้นที่ชุมชนเก่าแก่โดยรอบ
 
ถาม: บ้านปะอาวเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย พุทธสถานครองราชย์ 60 ปี บ้านชีทวน พระธาตุสวนตาล บ้านท่าวารี และวัดพระธาตุหนองบัวได้
 
ถาม: ซื้ออะไรเป็นของฝากจากบ้านปะอาวได้บ้าง?
ตอบ: ของฝากเด่นคือเครื่องทองเหลือง เช่น กระดิ่ง ระฆัง ผอบ เชี่ยนหมาก ขันน้ำ พาน ของตกแต่งทองเหลือง รวมถึงผ้าไหม ผ้ากาบบัว ผ้ามัดหมี่ และผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือของชุมชน

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)