หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี >อ.เมืองอุบลราชธานี >ต.ในเมือง > วัดทุ่งศรีเมือง
TL;DR: วัดทุ่งศรีเมือง อยู่ที่ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ทุ่งศรีเมืองและย่านเมืองเก่า เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

อุบลราชธานี

วัดทุ่งศรีเมือง

วัดทุ่งศรีเมือง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
 
วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของตัวเมืองอุบลราชธานี ตั้งอยู่บนถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ทุ่งศรีเมือง สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี และย่านเมืองเก่าที่เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของจังหวัด วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจอุบลราชธานีทั้งในมิติศาสนา ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์เมือง และภูมิปัญญาช่างอีสาน เพราะภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะหอพระพุทธบาทหรือพระอุโบสถเก่า หอไตรกลางน้ำ พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง และจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางศิลปะระหว่างกรุงเทพฯ เวียงจันทน์ ล้านช้าง และเมืองอุบลราชธานีอย่างชัดเจน
 
วัดทุ่งศรีเมืองเป็นวัดที่ควรวางไว้ในเส้นทางเที่ยวตัวเมืองอุบลราชธานีเป็นลำดับต้น ๆ เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากทุ่งศรีเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี วัดศรีอุบลรัตนาราม ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และย่านอาหารกลางคืนกลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสักการะพระพุทธรูป ชมหอไตรกลางน้ำ ถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรมไม้ ศึกษาจิตรกรรมฝาผนัง และต่อยอดการเดินเที่ยวเมืองเก่าได้สะดวก วัดแห่งนี้ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงความสวยงามของอาคาร แต่มีคุณค่าจากการเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าการก่อรูปเมืองอุบลราชธานีในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ผ่านผู้สร้างวัด พระสงฆ์ผู้ทรงภูมิ ช่างเวียงจันทน์ ช่างท้องถิ่น และศรัทธาของชุมชนที่ร่วมกันรักษาพระพุทธศาสนาไว้ในใจกลางเมือง
 
ประวัติของวัดทุ่งศรีเมืองเกี่ยวข้องกับท่านเจ้าคุณพระอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ หรือท่านสุ้ย หลักคำ พระเถระสำคัญแห่งเมืองอุบลราชธานี ผู้เคยศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ก่อนกลับมาปฏิบัติธรรมและวางรากฐานพระพุทธศาสนาในเมืองอุบลราชธานี บริเวณที่ตั้งวัดในอดีตเป็นพื้นที่ชายทุ่งหรือป่าหว้าชายดงอู่ผึ้ง มีลักษณะสงบ เหมาะแก่การเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อมีคณะศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาติดตามมาปฏิบัติธรรมมากขึ้น พื้นที่ดังกล่าวจึงพัฒนาจากสำนักปฏิบัติธรรมเป็นวัด และได้รับชื่อว่า “วัดทุ่งศรีเมือง” อันสัมพันธ์กับพื้นที่ทุ่งศรีเมืองซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของเมืองอุบลราชธานีในเวลาต่อมา
 
วัดทุ่งศรีเมืองตั้งขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแหล่งข้อมูลด้านโบราณสถานของกรมศิลปากรระบุว่าวัดตั้งขึ้นราว พ.ศ. 2385 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และเป็นช่วงที่เมืองอุบลราชธานีกำลังมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการปกครอง ศาสนา และวัฒนธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่วนข้อมูลท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มสร้างหรือการก่อรูปวัดในช่วงก่อนหน้านั้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้อยู่ที่การสะท้อนว่าวัดทุ่งศรีเมืองเป็นวัดเก่าแก่ที่เติบโตขึ้นในช่วงเวลาที่เมืองอุบลราชธานีกำลังสร้างฐานทางศาสนาและสังคมของตนเองอย่างมั่นคง
 
ผู้สร้างวัดและผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานคือท่านเจ้าคุณพระอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหลักคำหรือเจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น ท่านมีความผูกพันกับวัดสระเกศราชวรมหาวิหารในกรุงเทพฯ และได้นำพระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศมาประดิษฐานไว้ที่อุบลราชธานี พร้อมสร้างหอพระพุทธบาทขึ้นเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธบาทจำลองนี้เป็นหัวใจทางศรัทธาของวัดทุ่งศรีเมือง และเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ่ในภูมิภาคอีสานช่วงต้นรัตนโกสินทร์
 
หอพระพุทธบาทหรือพระอุโบสถเก่าของวัดทุ่งศรีเมืองเป็นอาคารที่มีคุณค่ามากในเชิงศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และใช้เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ประกอบสังฆกรรม ตัวอาคารมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความสง่างามจากสัดส่วนและการผสมผสานศิลปะ อาคารหลังนี้สะท้อนศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นร่วมกับศิลปะเวียงจันทน์ หลังคาทรงไทยที่รับอิทธิพลเวียงจันทน์ทำให้รูปแบบอาคารมีความนุ่มนวลต่างจากอุโบสถกรุงเทพฯ แบบมาตรฐาน ขณะที่รายละเอียดภายในยังรักษาเอกลักษณ์ทางศาสนาและศิลปะท้องถิ่นอีสานไว้ได้อย่างชัดเจน
 
จิตรกรรมฝาผนังภายในหอพระพุทธบาทเป็นอีกหนึ่งสมบัติสำคัญของวัดทุ่งศรีเมือง ภาพเขียนทุกด้านมีอายุอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 แสดงเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา คติธรรม และวิถีความคิดของผู้คนในยุคต้นรัตนโกสินทร์ จิตรกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพประดับผนัง แต่เป็นบันทึกทางศิลปะที่บอกโลกทัศน์ของสังคมอุบลราชธานีในอดีต ทั้งรูปแบบการแต่งกาย บ้านเมือง ภูมิทัศน์ สถาปัตยกรรม และรายละเอียดชีวิตผู้คนที่แทรกอยู่ในภาพ การชมจิตรกรรมควรใช้เวลาอย่างช้า ๆ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ บนผนังช่วยขยายความเข้าใจต่อเมืองอุบลราชธานีในฐานะเมืองพุทธศาสนาที่มีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมกับพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
 
บริเวณหอพระพุทธบาทยังมีการพูนดินและก่อกำแพงแก้วล้อมรอบเพื่อยกระดับพื้นที่ให้สูงขึ้น ป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน รายละเอียดนี้สะท้อนภูมิปัญญาการปรับพื้นที่ของผู้คนในอดีต เพราะบริเวณเมืองอุบลราชธานีมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำมูลและพื้นที่ลุ่ม เมื่อต้องสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ยาวนาน จึงต้องคิดทั้งเรื่องศรัทธา สถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อมร่วมกัน การสร้างเขื่อนกำแพงแก้วและการขุดสระรอบพื้นที่จึงไม่ใช่เพียงงานก่อสร้าง แต่เป็นการจัดภูมิทัศน์ทางศาสนาให้เหมาะกับธรรมชาติของเมือง
 
อาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดทุ่งศรีเมืองคือหอไตรกลางน้ำหรือหอพระไตรปิฎก เป็นหอไตรไม้ที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาพระไตรปิฎก คัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย และตำรับตำราสำคัญทางพระพุทธศาสนา การสร้างหอไตรกลางน้ำมีเหตุผลเชิงภูมิปัญญาชัดเจน คือใช้สระน้ำเป็นแนวป้องกันมด ปลวก และสัตว์ที่อาจกัดทำลายคัมภีร์ ภูมิปัญญานี้ทำให้หอไตรไม่ใช่เพียงอาคารสวยงาม แต่เป็นงานออกแบบเชิงอนุรักษ์ความรู้ของคนสมัยก่อนที่เข้าใจปัญหาการเก็บรักษาเอกสารในภูมิอากาศร้อนชื้นของอีสาน
 
หอไตรกลางน้ำของวัดทุ่งศรีเมืองเป็นอาคารไม้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหอไตรที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของไทย ลักษณะอาคารเป็นเรือนฝาปะกนขนาด 4 ห้อง ตั้งอยู่บนเสาสูงกลางสระน้ำ มีสะพานไม้เชื่อมจากลานวัดเข้าสู่ตัวอาคาร โครงสร้างหลักให้ความรู้สึกแบบไทย แต่รายละเอียดหลังคา หน้าบัน และลวดลายแกะสลักสะท้อนศิลปะผสมระหว่างไทย พม่า และลาว ส่วนหลังคามีช่อฟ้าใบระกาแบบไทย แต่ซ้อนหลายชั้นในลักษณะที่สะท้อนอิทธิพลพม่าผ่านศิลปะลาวล้านช้าง ขณะที่ลวดลายหน้าบันและฝาปะกนมีความเป็นลาวเด่นชัด โดยเฉพาะลายพันธุ์พฤกษาและรูปสัตว์ประจำราศีที่แกะสลักเรียงอยู่รอบอาคาร
 
ความงามของหอไตรกลางน้ำไม่ได้อยู่เพียงความวิจิตรของลวดลาย แต่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างอาคารไม้ สีของไม้ เงาสะท้อนในน้ำ สระน้ำรอบอาคาร และความสงบของพื้นที่วัด เมื่อมองจากด้านหน้า นักท่องเที่ยวจะเห็นอาคารไม้ตั้งอยู่โดดเด่นกลางน้ำ มีสะพานทอดเข้าสู่ตัวหอไตร เกิดภาพที่สง่างามและมีมิติ หอไตรจึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพสำคัญของอุบลราชธานี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมควรมองเห็นคุณค่าที่ลึกกว่าภาพถ่าย เพราะอาคารหลังนี้เป็นตัวแทนของภูมิปัญญาในการรักษาพระธรรม การอนุรักษ์เอกสารโบราณ และการผสมผสานศิลปะของผู้คนหลายวัฒนธรรม
 
ภายในหอไตรเดิมใช้เก็บตู้พระธรรมซึ่งมีงานลงรักปิดทองทุกด้าน เป็นหลักฐานของความสำคัญที่ชุมชนมอบให้กับพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางศาสนา พระธรรมในอดีตไม่ได้เป็นเพียงหนังสือสำหรับพระสงฆ์ แต่เป็นฐานความรู้ของชุมชน เป็นแหล่งรักษาภาษา อักษรธรรม คติธรรม เรื่องเล่า ตำราท้องถิ่น และความทรงจำของสังคม การสร้างหอไตรกลางน้ำอย่างประณีตจึงสะท้อนว่าเมืองอุบลราชธานีให้ความสำคัญกับความรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างสูง และถือว่าการรักษาคัมภีร์เป็นงานบุญที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลัง
 
อีกองค์ประกอบสำคัญภายในวัดคือพระเจ้าใหญ่ศรีเมือง พระพุทธรูปเก่าแก่ซึ่งเป็นพระประธานในวิหารศรีเมือง พระพุทธรูปองค์นี้มีความผูกพันกับประวัติเมืองอุบลราชธานีและศรัทธาของชุมชน เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดเหนือท่า ก่อนที่พระครูวิโรจน์รัตโนบลในสมัยเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมืองจะอาราธนามาเป็นพระประธานในวิหารศรีเมือง การบูรณะและปิดทองพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองทำให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอุบลราชธานีให้ความเคารพ วัดทุ่งศรีเมืองจึงเป็นทั้งแหล่งชมศิลปกรรมและสถานที่ประกอบศรัทธาของคนในพื้นที่
 
ในอดีตวัดทุ่งศรีเมืองมีบทบาททั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สำนักเรียนรู้ และพื้นที่รักษาพระธรรม คำว่า “ทุ่งศรีเมือง” ยังผูกโยงกับพื้นที่ทุ่งกลางเมืองอุบลราชธานีที่กลายเป็นศูนย์กลางงานพิธี งานประเพณี และกิจกรรมสำคัญของจังหวัดในเวลาต่อมา วัดทุ่งศรีเมืองจึงไม่ใช่วัดที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองเก่า เมื่อเดินจากทุ่งศรีเมืองมายังวัด หรือเดินจากวัดไปยังพื้นที่ราชการเก่าและย่านเมืองเก่า ผู้มาเยือนจะเห็นความต่อเนื่องระหว่างศาสนา การปกครอง ชุมชน และพื้นที่สาธารณะของเมืองอุบลราชธานีอย่างชัดเจน
 
วัดทุ่งศรีเมืองมีการบูรณะและดูแลโบราณสถานหลายครั้งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะช่วงที่พระครูวิโรจน์รัตโนบลเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งมีการสร้างเสนาสนะและซ่อมแซมอาคารสำคัญ ต่อมาในสมัยพระราชรัตโนบล มีการซ่อมแซมหอพระพุทธบาท รวมถึงการซ่อมเครื่องบน ผนัง พื้น และบันได ในช่วงหลังกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะหอไตรเพื่อรักษาอาคารไม้กลางน้ำให้คงอยู่ต่อไป การบูรณะเหล่านี้สะท้อนว่าวัดทุ่งศรีเมืองเป็นมรดกที่ต้องดูแลต่อเนื่อง เพราะเป็นทั้งวัดที่ใช้งานจริงและโบราณสถานที่มีคุณค่าระดับเมือง
 
เมื่อเดินชมภายในวัด นักท่องเที่ยวควรเริ่มจากบริเวณหอไตรกลางน้ำ เพราะเป็นจุดเด่นที่สุดและช่วยให้เห็นเอกลักษณ์ของวัดทันที จากนั้นจึงเดินไปชมหอพระพุทธบาทหรือพระอุโบสถเก่า สังเกตลักษณะอาคารที่ผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นกับเวียงจันทน์ แล้วค่อยชมจิตรกรรมฝาผนังภายในด้วยความสงบ หลังจากนั้นสามารถไปกราบพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองในวิหารศรีเมือง และเดินชมพื้นที่โดยรอบวัด การจัดลำดับเช่นนี้ช่วยให้เห็นวัดทุ่งศรีเมืองทั้งในฐานะพื้นที่อนุรักษ์คัมภีร์ พื้นที่ประดิษฐานพระพุทธบาท พื้นที่จิตรกรรม และพื้นที่ศรัทธาของชุมชน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะแสงธรรมชาติทำให้หอไตรกลางน้ำดูงดงามเป็นพิเศษ ช่วงเช้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการบรรยากาศสงบและถ่ายภาพโดยมีแสงนุ่ม ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมวัดแล้วต่อด้วยทุ่งศรีเมืองหรือย่านอาหารกลางคืนในเมือง ช่วงกลางวันสามารถเข้าชมได้เช่นกัน แต่ควรเตรียมตัวสำหรับอากาศร้อนของอุบลราชธานี ผู้ที่สนใจจิตรกรรมฝาผนังควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ หากต้องการเก็บรายละเอียดทั้งหอไตร หอพระพุทธบาท วิหาร และบริเวณโดยรอบ ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
 
การเที่ยววัดทุ่งศรีเมืองในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับเมืองได้ชัดขึ้น เพราะพื้นที่ทุ่งศรีเมืองและย่านเมืองเก่าเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสำคัญของเทศกาล วัดทุ่งศรีเมืองอยู่ในระยะที่สามารถเชื่อมเส้นทางกับพื้นที่จัดงานได้สะดวก นักท่องเที่ยวจึงสามารถชมต้นเทียน ขบวนแห่ กิจกรรมทางวัฒนธรรม แล้วแวะมาชมหอไตรกลางน้ำและหอพระพุทธบาทเพื่อเพิ่มมิติทางประวัติศาสตร์ให้กับทริปได้ งานแห่เทียนแสดงความประณีตของช่างเทียน ส่วนวัดทุ่งศรีเมืองแสดงความประณีตของช่างไม้ ช่างเขียน และช่างศิลป์ในพระพุทธศาสนา ทั้งสองส่วนจึงสะท้อนตัวตนของอุบลราชธานีในฐานะเมืองแห่งศรัทธาและงานช่าง
 
วัดทุ่งศรีเมืองเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้สนใจประวัติศาสตร์และศิลปกรรม เพราะจะได้เห็นอาคารเก่าที่มีคุณค่าทั้งในเชิงรูปแบบและความหมาย กลุ่มที่ 2 คือผู้สนใจการถ่ายภาพ เพราะหอไตรกลางน้ำเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของอุบลราชธานี กลุ่มที่ 3 คือครอบครัวและนักเรียน เพราะวัดนี้สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสถาปัตยกรรมไทยอีสาน พระไตรปิฎก หอไตร จิตรกรรมฝาผนัง และประวัติเมืองได้อย่างดี กลุ่มที่ 4 คือชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมพุทธของอีสานใต้ เพราะสถานที่แห่งนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ศิลปะ และเมืองได้ในพื้นที่เดียว
 
มารยาทในการเข้าชมวัดทุ่งศรีเมืองควรรักษาความสงบ แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคารศาสนสถาน ไม่สัมผัสจิตรกรรมฝาผนังหรือโบราณวัตถุ ไม่ปีนหรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีการกั้นไว้ และใช้เสียงอย่างเหมาะสม แม้หอไตรกลางน้ำจะเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม แต่ยังเป็นโบราณสถานที่ควรดูแลด้วยความระมัดระวัง การถ่ายภาพควรทำโดยไม่รบกวนพระภิกษุ ผู้ปฏิบัติธรรม และผู้มาไหว้พระ หากต้องการถ่ายภาพภายในอาคารควรสังเกตป้ายหรือสอบถามผู้ดูแลพื้นที่ก่อนทุกครั้ง
 
ค่าเข้าชมวัดทุ่งศรีเมืองไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. เนื่องจากเป็นวัดที่ยังใช้งานทางศาสนา ผู้มาเยือนควรคำนึงถึงกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชน โดยเฉพาะช่วงวันพระ งานบุญ หรือพิธีกรรมที่มีญาติโยมเข้าร่วมจำนวนมาก หากเดินทางเป็นคณะใหญ่ ควรติดต่อวัดล่วงหน้าตามหมายเลขที่เผยแพร่ เพื่อความเรียบร้อยในการจอดรถ การเข้าชม และการใช้พื้นที่ วัดตั้งอยู่ในเมืองจึงมีความสะดวกเรื่องการเดินทาง แต่ในช่วงเทศกาลแห่เทียนพรรษาหรือช่วงกิจกรรมใหญ่ของจังหวัด การจราจรรอบทุ่งศรีเมืองอาจหนาแน่น ควรวางแผนเวลาและจุดจอดรถล่วงหน้า
 
การเดินทาง ไปวัดทุ่งศรีเมืองสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่บนถนนหลวง ใกล้ทุ่งศรีเมืองในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถตั้งเส้นทางมายังถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี และสังเกตวัดซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของทุ่งศรีเมือง หากเดินทางจากสนามบินอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 4 กม. ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาทีตามสภาพการจราจร หากเดินทางจากสถานีรถไฟอุบลราชธานีในอำเภอวารินชำราบ สามารถข้ามแม่น้ำมูลเข้าสู่ตัวเมือง ระยะทางประมาณ 6 กม. ใช้เวลาประมาณ 15 – 25 นาที สามารถใช้รถแท็กซี่ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดทุ่งศรีเมืองคือเส้นทางเมืองเก่าอุบลราชธานี เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีเพื่อทำความเข้าใจประวัติเมือง จากนั้นไปวัดศรีอุบลรัตนาราม ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และวัดทุ่งศรีเมือง แล้วปิดท้ายด้วยย่านตลาดอาหารหรือถนนคนเดินตามวันที่เปิด หากมีเวลามากขึ้นสามารถเดินทางต่อไปวัดมหาวนาราม วัดสุปัฏนารามวรวิหาร วัดพระธาตุหนองบัว หรือวัดหนองป่าพงได้ วัดทุ่งศรีเมืองจึงเป็นทั้งจุดหมายหลักและจุดเชื่อมของเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมในตัวเมืองอุบลราชธานี
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดทุ่งศรีเมืองเป็นสถานที่ที่อธิบายคำว่า Isan Buddhist art ได้อย่างชัดเจน เพราะภายในวัดมีทั้งหอไตรกลางน้ำที่ออกแบบเพื่อเก็บคัมภีร์ พระพุทธบาทจำลองที่เชื่อมโยงกับวัดสระเกศในกรุงเทพฯ อาคารที่ผสมศิลปะไทยและเวียงจันทน์ จิตรกรรมฝาผนังเก่า และพระพุทธรูปที่ชุมชนให้ความเคารพ เมื่ออธิบายวัดนี้ให้ชาวต่างชาติฟัง ควรมองวัดเป็นพื้นที่รวมความรู้ ไม่ใช่เพียงสถานที่สวยงามสำหรับถ่ายภาพ เพราะหอไตรคือสัญลักษณ์ของการปกป้องพระธรรม สระน้ำคือภูมิปัญญาป้องกันปลวกและความชื้น ส่วนจิตรกรรมคือภาษาภาพที่บันทึกศาสนาและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
 
วัดทุ่งศรีเมืองจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เห็นตัวตนของอุบลราชธานีได้อย่างลึกซึ้งที่สุด ภายในพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ผู้มาเยือนจะพบทั้งประวัติพระเถระผู้สร้างวัด พระพุทธบาทจำลองจากกรุงเทพฯ จิตรกรรมรัชกาลที่ 3 หอไตรกลางน้ำที่ผสมศิลปะไทย พม่า และลาว พระเจ้าใหญ่ศรีเมืองที่เชื่อมโยงศรัทธาของชุมชน และบรรยากาศวัดกลางเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน การมาเยือนวัดนี้จึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระหรือถ่ายภาพหอไตร แต่เป็นการอ่านประวัติเมืองผ่านศิลปะ ศรัทธา และภูมิปัญญาของผู้คนที่สืบทอดต่อกันมากว่า 100 ปี
 
ชื่อสถานที่วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี
ที่ตั้งถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ทุ่งศรีเมืองและย่านเมืองเก่า
ที่อยู่95 ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
พิกัด15.230239, 104.860790
ไฮไลต์หอไตรกลางน้ำ หอพระพุทธบาท พระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศ จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 และพระเจ้าใหญ่ศรีเมือง
ประวัติ / สมัย / ยุควัดเก่าแก่ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ มีข้อมูลสำคัญระบุว่าตั้งขึ้นราว พ.ศ. 2385 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยท่านเจ้าคุณพระอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ (สุ้ย) เป็นผู้วางรากฐานสำคัญ
ที่มาของชื่อชื่อวัดสัมพันธ์กับพื้นที่ทุ่งศรีเมือง ซึ่งเป็นทุ่งสำคัญกลางเมืองอุบลราชธานี และเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมและการตั้งวัดในระยะแรก
ลักษณะเด่นเป็นวัดเก่าแก่ที่รวมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศิลปะเวียงจันทน์ ศิลปะลาวล้านช้าง และอิทธิพลศิลปะพม่าไว้ในพื้นที่เดียว โดยเฉพาะหอไตรกลางน้ำและหอพระพุทธบาท
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน วัดอยู่ใกล้ทุ่งศรีเมือง ห่างจากสนามบินอุบลราชธานีประมาณ 4 กม. และห่างจากสถานีรถไฟอุบลราชธานีประมาณ 6 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและเป็นวัดที่ยังมีการใช้งานทางพระพุทธศาสนาในตัวเมืองอุบลราชธานี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถในบริเวณวัด ห้องน้ำ พื้นที่สักการะพระพุทธรูป ทางเดินชมโบราณสถาน และจุดถ่ายภาพหอไตรกลางน้ำ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญหอไตรกลางน้ำ
หอพระพุทธบาท / พระอุโบสถเก่า
พระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศ
จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3
วิหารศรีเมือง
พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง
สระหอไตร
สระหนองหมากแซว
ศาลาการเปรียญและพื้นที่ทำบุญภายในวัด
ผู้ดูแลวัดทุ่งศรีเมือง และหน่วยงานด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของกรมศิลปากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโบราณสถาน
เบอร์ติดต่อหลัก045-244-761
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี ประมาณ 0.5 กม.
2. ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 0.6 กม.
3. วัดศรีอุบลรัตนาราม ประมาณ 0.8 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ประมาณ 0.9 กม.
5. วัดมหาวนาราม ประมาณ 1.4 กม.
6. วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Daily Dish ทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.6 กม. โทร. 082-623-6942
2. PunThai Coffee ทุ่งศรีเมือง ประมาณ 0.7 กม. โทร. 080-086-5527
3. ก๋วยจั๊บอุบล ประมาณ 1 กม. โทร. 087-074-0499
4. Jungle Cafe สาขาทุ่งศรีเมือง ประมาณ 1.1 กม. โทร. 091-852-0095
5. View Mun ประมาณ 5 กม. โทร. 094-538-3939
ที่พักใกล้เคียง1. The Ratchathani Hotel ประมาณ 0.8 กม. โทร. 045-244-388
2. Ubon Hotel ประมาณ 0.9 กม. โทร. 045-241-045
3. YUU Hotel & Cafe ประมาณ 1.1 กม. โทร. 085-614-1111
4. T3 House ประมาณ 1.4 กม. โทร. 045-244-911
5. Laithong Hotel ประมาณ 1.5 กม. โทร. 045-264-271-3
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดทุ่งศรีเมืองตั้งอยู่เลขที่ 95 ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ทุ่งศรีเมืองและย่านเมืองเก่ากลางเมืองอุบลราชธานี
 
ถาม: วัดทุ่งศรีเมืองเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
 
ถาม: วัดทุ่งศรีเมืองเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปไหว้พระและชมโบราณสถานได้ฟรี
 
ถาม: วัดทุ่งศรีเมืองมีอะไรเด่น?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือหอไตรกลางน้ำ หอพระพุทธบาท พระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศ จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 และพระเจ้าใหญ่ศรีเมือง
 
ถาม: หอไตรกลางน้ำวัดทุ่งศรีเมืองสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หอไตรกลางน้ำสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์สำคัญ โดยใช้สระน้ำป้องกันมด ปลวก และความเสียหายจากสัตว์ เป็นภูมิปัญญาการอนุรักษ์เอกสารของคนสมัยก่อน
 
ถาม: ใครเป็นผู้สร้างวัดทุ่งศรีเมือง?
ตอบ: ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและวางรากฐานวัดคือท่านเจ้าคุณพระอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ หรือท่านสุ้ย หลักคำ เจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดทุ่งศรีเมืองนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อชมครบทั้งหอไตรกลางน้ำ หอพระพุทธบาท จิตรกรรมฝาผนัง พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง และบรรยากาศโดยรอบวัด
 
ถาม: เที่ยววัดทุ่งศรีเมืองแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถไปต่อที่ทุ่งศรีเมือง ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี วัดศรีอุบลรัตนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี วัดมหาวนาราม และวัดสุปัฏนารามวรวิหารได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(5)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(37)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(2)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(12)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(11)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(8)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(6)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)