หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ปราสาท >ต.บ้านพลวง > ปราสาทหินบ้านพลวง
TL;DR: ปราสาทหินบ้านพลวง อยู่ที่บ้านพลวง หมู่ 1 ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. จุดเด่นคือ ปรางค์องค์เดียวบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูจริงด้านหน้าและประตูหลอกอีก 3 ด้าน.
ปราสาทหินบ้านพลวง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
ปราสาทหินบ้านพลวง สุรินทร์ เป็นโบราณสถานศิลปะขอมแบบบาปวนที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านพลวง หมู่ 1 ตำบลบ้านพลวง ห่างจากที่ว่าการอำเภอปราสาทประมาณ 4 กม. และอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์–ปราสาท–ช่องจอม ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทหินขนาดเล็ก แต่มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูงมาก เพราะยังคงปรากฏลวดลายสลักหินที่ประณีต ทั้งหน้าบัน ทับหลัง เสากรอบประตู ทวารบาล ลายพรรณพฤกษา และภาพสัตว์ขนาดเล็กที่แทรกอยู่ในองค์ประกอบศิลป์อย่างมีชีวิตชีวา
ตัวปราสาทเป็นปรางค์องค์เดียว ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติการวางผังศาสนสถานขอม มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว ส่วนด้านเหนือ ด้านใต้ และด้านตะวันตกทำเป็นประตูหลอก องค์ปรางค์ก่อด้วยหินทราย ศิลาแลง และมีอิฐเป็นวัสดุร่วมในส่วนบนของปราสาท ปัจจุบันองค์ปรางค์เหลือเพียงส่วนเรือนธาตุและส่วนยอดหักหายไป แต่ยังคงรักษาความงามของงานสลักหินและโครงสร้างหลักไว้ได้อย่างชัดเจน
ความสำคัญของปราสาทหินบ้านพลวงไม่ได้อยู่ที่ขนาดของอาคาร แต่อยู่ที่คุณภาพของงานแกะสลักและความสมบูรณ์ของรายละเอียดทางศิลปกรรม ปราสาทขนาดเล็กแห่งนี้แสดงฝีมือช่างขอมที่ละเอียด ประณีต และมีจินตนาการสูง ลวดลายบนทับหลังและหน้าบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับอาคาร แต่เป็นภาพเล่าเรื่องทางศาสนาและเทพปกรณัมที่สะท้อนคติความเชื่อของชุมชนโบราณในพื้นที่อีสานใต้
ปราสาทหินบ้านพลวงกำหนดอายุอยู่ในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เป็นช่วงเวลาสำคัญก่อนเข้าสู่ยุคศิลปะนครวัดและบายน ศิลปะแบบบาปวนมีลักษณะเด่นที่รูปทรงสถาปัตยกรรมได้สัดส่วน ลวดลายทับหลังมีหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย ลายใบไม้ ลายพรรณพฤกษา เทพในซุ้มเรือนแก้ว และภาพเล่าเรื่องที่สัมพันธ์กับคติพราหมณ์–ฮินดู ปราสาทหินบ้านพลวงจึงเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการศิลปะขอมในดินแดนไทย
ฐานศิลาแลงของปราสาทมีขนาดใหญ่กว่าตัวปรางค์ที่เห็นในปัจจุบันอย่างชัดเจน ด้านข้างของฐานมีพื้นที่เหลือมาก ทำให้แผนผังของสถานที่อ่านได้ว่าเดิมมีแนวคิดรองรับองค์ประกอบมากกว่า 1 หลัง แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคือปรางค์ประธานเพียงองค์เดียว ความไม่สมบูรณ์นี้ไม่ได้ลดคุณค่าของปราสาท แต่กลับทำให้ปราสาทหินบ้านพลวงมีเสน่ห์ทางโบราณคดี เพราะผู้มาเยือนสามารถเห็นร่องรอยของแผนผัง การก่อสร้าง และกระบวนการเปลี่ยนแปลงของศาสนสถานได้จากสถานที่จริง
การบูรณะปราสาทหินบ้านพลวงเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติการอนุรักษ์โบราณสถานของไทย โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการบูรณะระหว่าง พ.ศ. 2514–2516 ด้วยวิธีอนัสติโลซิส คือการรื้อชิ้นส่วนเดิมออก ศึกษาตำแหน่ง เสริมความมั่นคง แล้วประกอบขึ้นใหม่ตามหลักฐานเดิม วิธีนี้ช่วยรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมของปราสาทไว้ให้มากที่สุด และทำให้ผู้มาเยือนในปัจจุบันสามารถมองเห็นรูปทรงของเรือนธาตุ ฐานศิลาแลง ประตูทางเข้า และลวดลายสลักที่สำคัญได้อย่างเป็นระบบ
ด้านหน้าของปราสาทหรือด้านทิศตะวันออกเป็นจุดที่ควรใช้เวลาชมมากที่สุด เพราะเป็นด้านทางเข้าและมีงานสลักเด่นหลายจุด หน้าบันด้านทิศตะวันออกสลักภาพพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ซึ่งเป็นตอนสำคัญในเรื่องกฤษณาวตาร พระกฤษณะยกภูเขาขึ้นเพื่อปกป้องกลุ่มคนเลี้ยงโคจากพายุฝนที่พระอินทร์บันดาลให้ตกลงมา ภาพนี้แสดงทั้งพลังของเทพ ความคุ้มครอง ความอุดมสมบูรณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ ภูเขา และน้ำในโลกความเชื่อของอินเดียโบราณที่ส่งอิทธิพลมายังวัฒนธรรมขอม
ใต้หน้าบันด้านทิศตะวันออกมีทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือหน้ากาลที่กำลังคายท่อนพวงมาลัย พระอินทร์เป็นเทพแห่งฟ้า ฝน และความอุดมสมบูรณ์ ส่วนช้างเอราวัณเป็นพาหนะสำคัญของพระอินทร์ การปรากฏของภาพนี้บนด้านหน้าของปราสาททำให้พื้นที่ทางเข้าเต็มไปด้วยความหมายเชิงคุ้มครองและความเป็นมงคล ลายหน้ากาลคายพวงมาลัยยังเป็นลักษณะสำคัญของศิลปะบาปวน และช่วยบอกอายุทางศิลปกรรมของปราสาทได้อย่างชัดเจน
ด้านทิศเหนือของปราสาทมีทับหลังสลักเรื่องพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ เป็นอีกตอนหนึ่งของกฤษณาวตารที่พบในงานศิลปะขอม พระกฤษณะในเรื่องนี้แสดงพลังในการควบคุมพญานาคและทำให้สายน้ำกลับคืนสู่ความสงบ ภาพดังกล่าวสัมพันธ์กับคติเรื่องน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการคุ้มครองชุมชน เมื่อพิจารณาร่วมกับคูน้ำรูปตัวยูและบารายขนาดใหญ่ด้านหน้า จะเห็นว่าปราสาทหินบ้านพลวงผูกเรื่องเล่าทางศาสนาเข้ากับภูมิทัศน์น้ำของชุมชนอย่างแนบแน่น
ด้านทิศใต้มีทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเช่นเดียวกับด้านหน้า ส่วนด้านทิศตะวันตกยังไม่มีภาพสลักสมบูรณ์ ลักษณะนี้ทำให้ปราสาทหินบ้านพลวงถูกอธิบายว่าเป็นโบราณสถานที่ยังสร้างหรือสลักไม่เสร็จครบทุกด้าน ภาพบางส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จช่วยให้มองเห็นขั้นตอนการทำงานของช่างโบราณ ตั้งแต่การวางโครงรูป การจัดพื้นที่ของลวดลาย ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ปราสาทหินบ้านพลวงแตกต่างจากปราสาทขอมหลายแห่ง คือภาพสัตว์ขนาดเล็กที่สลักอยู่บนองค์ประกอบประดับ เช่น ช้าง กระรอก กระแต หมู ลิง วัว และสัตว์พื้นถิ่นอื่น ๆ ภาพสัตว์เหล่านี้ช่วยให้ปราสาทมีชีวิตชีวา ไม่ได้มีเพียงเทพเจ้าและลายพรรณพฤกษาเท่านั้น แต่ยังมีโลกของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตร่วมอยู่ในศาสนสถาน ภาพสัตว์เหล่านี้สะท้อนบรรยากาศของความอุดมสมบูรณ์ และทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดกับงานศิลปะโบราณมากขึ้น
ที่ผนังด้านหน้าของปราสาทมีรูปทวารบาลยืนกุมกระบองอยู่สองข้างประตู ทวารบาลทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ รูปสลักเหล่านี้ช่วยเสริมความหมายของประตูทางเข้าว่าเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกภายนอกกับพื้นที่ของเทพภายในปราสาท การยืนกุมกระบองของทวารบาลแสดงอำนาจ การคุ้มครอง และความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันรายละเอียดของเครื่องแต่งกายและท่าทางยังแสดงความประณีตของช่างหินทรายขอมได้อย่างงดงาม
คูน้ำรูปตัวยูที่ล้อมรอบปราสาทเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์โบราณ คูน้ำเว้นทางเข้าด้านทิศตะวันออก ทำให้ผู้เดินทางเข้าสู่ปราสาทจากด้านหน้าได้อย่างชัดเจน ถัดออกไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตรมีบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันเห็นเป็นพื้นที่น้ำและคันดินในภูมิทัศน์ชุมชน บารายช่วยยืนยันว่าพื้นที่บ้านพลวงเคยเป็นชุมชนโบราณที่มีการจัดการน้ำและการวางผังพื้นที่อย่างเป็นระบบ
น้ำมีความหมายสำคัญในศาสนสถานขอม ทั้งในเชิงพิธีกรรม ความอุดมสมบูรณ์ และการดำรงชีวิตของชุมชน คูน้ำและบารายของปราสาทหินบ้านพลวงจึงไม่ใช่องค์ประกอบประกอบฉาก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ สายน้ำรอบปราสาทช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ สร้างความสงบ และเชื่อมโยงศาสนสถานกับวิถีชีวิตเกษตรกรรมของชุมชนบ้านพลวงซึ่งยังมีความสัมพันธ์กับท้องนาและแหล่งน้ำมาจนถึงปัจจุบัน
พื้นที่บ้านพลวงเป็นชุมชนไทย–เขมรที่มีรากวัฒนธรรมยาวนาน ผู้คนในพื้นที่ยังคงมีภาษา ความเชื่อ ประเพณี และความทรงจำร่วมเกี่ยวกับปราสาท โบราณสถานแห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่แยกขาดจากชุมชน แต่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่ชาวบ้านรู้จักและผูกพันมาอย่างต่อเนื่อง งานประเพณีและพิธีกรรมท้องถิ่นที่จัดขึ้นบริเวณปราสาทช่วยให้เห็นว่าปราสาทหินบ้านพลวงยังคงมีชีวิตในความทรงจำของผู้คน ไม่ได้เป็นเพียงซากหินที่ถูกทิ้งไว้ในอดีต
ปัจจุบันปราสาทหินบ้านพลวงได้รับการดูแลในฐานะโบราณสถานสำคัญของชาติ โดยกรมศิลปากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบทบาทในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และควบคุมการใช้พื้นที่ ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพลวงและชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทในการดูแลบริบทโดยรอบและรองรับนักท่องเที่ยว พื้นที่รอบองค์ปราสาทได้รับการจัดภูมิทัศน์ให้เดินชมได้สะดวก มีความร่มรื่น และเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบใช้เวลาไม่นาน
การเที่ยวปราสาทหินบ้านพลวงควรเริ่มจากการมองภาพรวมของฐานศิลาแลงก่อน เพราะฐานขนาดใหญ่ช่วยให้เข้าใจผังเดิมของสถานที่ จากนั้นจึงเดินขึ้นทางด้านทิศตะวันออก ชมทวารบาล หน้าบันพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ และทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ แล้วค่อย ๆ เดินอ้อมไปด้านเหนือและด้านใต้เพื่อชมทับหลัง ภาพสลัก และประตูหลอก การเดินชมตามลำดับนี้จะทำให้เห็นทั้งโครงสร้างสถาปัตยกรรมและความหมายของภาพสลักอย่างครบถ้วน
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ มุมด้านหน้าทิศตะวันออกเป็นมุมสำคัญที่สุด เพราะเห็นทางเข้า ทวารบาล หน้าบัน และทับหลังในแนวเดียวกัน มุมด้านข้างช่วยให้เห็นความหนาของผนังหินทราย รูปทรงย่อมุมของเรือนธาตุ และลายสลักตามส่วนต่าง ๆ ส่วนมุมที่ถ่ายจากพื้นที่คูน้ำและลานด้านหน้าเหมาะสำหรับเก็บภาพปราสาทร่วมกับภูมิทัศน์รอบข้าง ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เป็นเวลาที่แสงช่วยขับพื้นผิวหินและลวดลายให้เห็นรายละเอียดดีที่สุด
ปราสาทหินบ้านพลวงเหมาะกับการเที่ยวแบบใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที หากต้องการเดินชมอย่างละเอียด ถ่ายภาพ อ่านลวดลาย และสำรวจภูมิทัศน์น้ำโดยรอบ ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง การชมแบบเร่งรีบจะทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญ เพราะเสน่ห์ของปราสาทไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่อยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ของงานสลักหินที่ต้องอาศัยการสังเกตใกล้ ๆ
การเดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์–ปราสาท–ช่องจอม มุ่งหน้าไปทางอำเภอปราสาท เมื่อถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 34–35 จะมีทางแยกเข้าสู่บ้านพลวง จากนั้นเลี้ยวเข้าไปตามถนนท้องถิ่นประมาณ 1 กม. จะถึงบริเวณปราสาท เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากพักในตัวเมืองสุรินทร์ สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันร่วมกับปราสาทบ้านไพล ปราสาทบ้านพลวง และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอปราสาทได้สะดวก
หากเดินทางจากที่ว่าการอำเภอปราสาท ปราสาทหินบ้านพลวงอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กม. เท่านั้น จึงเหมาะกับการแวะชมระหว่างเดินทางไปตลาดชายแดนช่องจอม หรือระหว่างทริปเที่ยวปราสาทขอมในสุรินทร์ เส้นทางนี้มีร้านอาหาร คาเฟ่ ปั๊มน้ำมัน และที่พักกระจายอยู่ในอำเภอปราสาท ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนแวะพัก รับประทานอาหาร หรือพักค้างคืนได้ไม่ยาก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดเส้นทางร่วมกัน ได้แก่ ปราสาทบ้านไพล ซึ่งเป็นปราสาทอิฐ 3 องค์ในศิลปะขอมแบบบาปวน ปราสาททนงซึ่งเป็นโบราณสถานขอมอีกแห่งของอำเภอปราสาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ที่จัดแสดงโบราณคดีและวัฒนธรรมของจังหวัด วัดบูรพารามในตัวเมืองสุรินทร์ และศาลหลักเมืองสุรินทร์ การเที่ยวหลายจุดร่วมกันจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสุรินทร์ในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมขอมและชุมชนไทย–เขมรได้ชัดเจนขึ้น
ในพื้นที่ใกล้ปราสาทมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่เหมาะกับการแวะพัก เช่น สวนอาหารพรนภาในตำบลบ้านพลวง บ้านทุ่งโฮมสเตย์คาเฟ่ บ้านวิชั่นคาเฟ่ และร้านกาแฟบนเส้นทางสุรินทร์–ช่องจอม หากต้องการตัวเลือกมากขึ้น สามารถเข้าไปยังตัวอำเภอปราสาทซึ่งมีร้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักก่อนเดินทางต่อไปยังช่องจอมหรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้ปราสาทสามารถเลือกที่พักในบ้านพลวงและอำเภอปราสาท เช่น บ้านทุ่งโฮมสเตย์ โรงแรมทองเพกา และไรอัน รีสอร์ท หากต้องการความสะดวกด้านบริการในเมืองมากขึ้น สามารถพักในตัวเมืองสุรินทร์ เช่น โรงแรมมาติน่า โรงแรมทองธารินทร์ หรือเดอะวูด สุรินทร์ แล้วขับรถมาเที่ยวปราสาทหินบ้านพลวงแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เส้นทางจากตัวเมืองมายังอำเภอปราสาทเป็นถนนหลักและเดินทางได้สะดวก
มารยาทในการเข้าชมปราสาทหินบ้านพลวงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนองค์ปราสาท ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายก้อนหิน ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่ส่งเสียงดังรบกวนพื้นที่ชุมชนโดยรอบ แม้ปราสาทจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ทุกชิ้นส่วนของหินทราย ศิลาแลง และลวดลายสลักคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ต้องรักษาไว้ในตำแหน่งเดิม
สำหรับชาวต่างชาติ ปราสาทหินบ้านพลวงเป็นจุดหมายที่อธิบายความงามของ Khmer Baphuon art ได้ชัดเจน เพราะมีทั้ง east-facing sanctuary, sandstone carving, Indra on Airavata, Krishna lifting Govardhana, moat, baray และ living Khmer-Thai community landscape สถานที่แห่งนี้เหมาะกับนักเดินทางที่สนใจอารยธรรมขอมในประเทศไทย แต่ต้องการชมโบราณสถานที่สงบ ไม่พลุกพล่าน และยังเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง
เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทขอมแห่งอื่นในจังหวัดสุรินทร์ ปราสาทหินบ้านพลวงมีเอกลักษณ์ที่งานสลักละเอียดและขนาดที่เข้าถึงง่าย ต่างจากปราสาทศีขรภูมิที่เป็นปรางค์หมู่ 5 องค์ ต่างจากปราสาทบ้านไพลที่เป็นปราสาทอิฐ 3 องค์ และต่างจากปราสาทตาเมือนธมที่มีขนาดใหญ่ในพื้นที่ชายแดน ปราสาทหินบ้านพลวงจึงเติมเต็มภาพรวมของเส้นทางปราสาทขอมสุรินทร์ในฐานะโบราณสถานขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมสูง
ปราสาทหินบ้านพลวงเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ศิลปะ น้ำ และชุมชนอย่างครบถ้วนในพื้นที่เดียว ปรางค์หินทรายขนาดเล็ก คูน้ำรูปตัวยู บารายด้านหน้า ลวดลายพระอินทร์ พระกฤษณะ ทวารบาล และสัตว์เล็กบนงานสลัก ล้วนทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีความลุ่มลึกมากกว่าการเป็นปราสาทหินริมทาง หากเดินชมด้วยความเข้าใจ ปราสาทบ้านพลวงจะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าจดจำที่สุดของการเที่ยวสุรินทร์เชิงประวัติศาสตร์
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทหินบ้านพลวง |
| ที่ตั้ง | บ้านพลวง หมู่ 1 ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ |
| ที่อยู่ | หมู่ 1 บ้านพลวง ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140 |
| พิกัด | ละติจูด 14.610251, ลองจิจูด 103.424447 |
| ไฮไลต์ | ปราสาทหินขนาดเล็ก ศิลปะขอมแบบบาปวน มีงานสลักหน้าบัน ทับหลัง ทวารบาล ลายพรรณพฤกษา และภาพสัตว์ขนาดเล็กที่ประณีตงดงาม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ศิลปะขอมแบบบาปวน เกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์–ฮินดู ลัทธิไศวนิกาย |
| ลักษณะเด่น | ปรางค์องค์เดียวบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูจริงด้านหน้าและประตูหลอกอีก 3 ด้าน มีคูน้ำรูปตัวยูและบารายด้านตะวันออก |
| หลักฐานสำคัญ | หน้าบันพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ทับหลังพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ รูปทวารบาล ลายสัตว์ขนาดเล็ก และชิ้นส่วนกลีบขนุนสลักนาค 5 เศียร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์–ปราสาท–ช่องจอม ถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 34–35 เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านพลวงประมาณ 1 กม. หรือจากที่ว่าการอำเภอปราสาทประมาณ 4 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างชาติ 50 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เดินชมโบราณสถาน ลานด้านหน้า พื้นที่จอดรถโดยรอบชุมชน จุดถ่ายภาพ พื้นที่ภูมิทัศน์รอบคูน้ำ และเส้นทางเข้าถึงจากถนนหลัก |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปรางค์ประธาน ฐานศิลาแลง ประตูด้านทิศตะวันออก ประตูหลอก 3 ด้าน หน้าบันด้านหน้า ทับหลังด้านต่าง ๆ ทวารบาล คูน้ำรูปตัวยู และบารายด้านทิศตะวันออก |
| ผู้ดูแลโบราณสถาน | กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพลวงและชุมชนบ้านพลวง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพลวง โทร. 044-558-916 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 044-513-274 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518, 044-481-024 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทบ้านไพล ประมาณ 14 กม. 2. ปราสาททนง ประมาณ 17 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 34 กม. 4. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 35 กม. 5. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 35 กม. 6. ตลาดชายแดนช่องจอม ประมาณ 37 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. สวนอาหารพรนภา ประมาณ 2 กม. โทร. 088-186-5675, 044-551-622 2. บ้านทุ่งโฮมสเตย์คาเฟ่ ประมาณ 2 กม. โทร. 081-632-7743, 080-786-0407 3. บ้านวิชั่นคาเฟ่ ประมาณ 4 กม. 4. PunThai Coffee ถนนสุรินทร์–ช่องจอม ประมาณ 5 กม. โทร. 065-520-7624 5. ร้านอาหารในตัวอำเภอปราสาท ประมาณ 4 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Baan Thung Home Stay ประมาณ 2 กม. โทร. 081-632-7743, 080-786-0407 2. Thong Paeka Hotel อำเภอปราสาท ประมาณ 5 กม. โทร. 044-532-555, 093-432-0862 3. Ryans Resort ประมาณ 20 กม. โทร. 084-320-0279 4. Martina Hotel Surin ประมาณ 34 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655 5. Thongtarin Hotel Surin ประมาณ 35 กม. โทร. 044-514-281 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทหินบ้านพลวงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทหินบ้านพลวงตั้งอยู่ที่บ้านพลวง หมู่ 1 ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอปราสาทประมาณ 4 กม.
ถาม: ปราสาทหินบ้านพลวงเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.
ถาม: ปราสาทหินบ้านพลวงเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท และชาวต่างชาติ 50 บาท
ถาม: ปราสาทหินบ้านพลวงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นปราสาทหินศิลปะขอมแบบบาปวนที่มีงานสลักหินประณีตมาก ทั้งหน้าบัน ทับหลัง ทวารบาล และภาพสัตว์ขนาดเล็กที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของชุมชนโบราณ
ถาม: จุดเด่นของปราสาทหินบ้านพลวงคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือปรางค์หินทรายองค์เดียวบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หน้าบันพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ คูน้ำรูปตัวยู และบารายด้านหน้า
ถาม: ปราสาทหินบ้านพลวงอยู่ในศิลปะขอมสมัยใด?
ตอบ: อยู่ในศิลปะขอมแบบบาปวน กำหนดอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทหินบ้านพลวงอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 เส้นสุรินทร์–ปราสาท–ช่องจอม ถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 34–35 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านพลวงประมาณ 1 กม.
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทหินบ้านพลวงนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที เพื่อเดินชมองค์ปราสาท ลวดลายสลัก คูน้ำ บาราย และถ่ายภาพในมุมสำคัญต่าง ๆ
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




