หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.สังขะ >ต.ดม > ปราสาทภูมิโปน
TL;DR: ปราสาทภูมิโปน อยู่ที่บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เปิดทุกวัน เวลา ไม่มีการกำหนดเวลาเฉพาะ. จุดเด่นคือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลังและฐานอาคารศิลาแลง 1 หลัง เรียงตัวตามแนวเหนือ–ใต้ ปราสาทประธานก่อด้วยอิฐไม่สอปูน ผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส.
ปราสาทภูมิโปน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีการกำหนดเวลาเฉพาะ
ปราสาทภูมิโปน สุรินทร์ เป็นโบราณสถานขอมที่เก่าแก่และทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ บนพื้นที่ชุมชนโบราณที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ก่อนจะพัฒนาเป็นชุมชนสำคัญในวัฒนธรรมขอมโบราณราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นในฐานะปราสาทขอมยุคก่อนเมืองพระนครที่ยังคงเหลือหลักฐานทางสถาปัตยกรรมให้ศึกษาได้อย่างชัดเจน ประกอบด้วยปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และฐานอาคารก่อด้วยศิลาแลง 1 หลัง ตั้งเรียงตัวตามแนวเหนือ–ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เก็บค่าเข้าชม
ความสำคัญของปราสาทภูมิโปนอยู่ที่ความเก่าแก่ขององค์ปราสาทอิฐหลังใหญ่และปราสาทอิฐหลังทางทิศเหนือสุด ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มศิลปะขอมรุ่นต้น มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12–13 ก่อนยุคนครวัดและก่อนปราสาทขอมที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่งในอีสานใต้ ปราสาทภูมิโปนจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของศิลปะขอมในดินแดนไทย ตั้งแต่ยุคก่อนเมืองพระนครไปสู่ยุคที่อารยธรรมขอมขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบในกัมพูชาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ตัวปราสาทตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ชุมชนบ้านภูมิโปน ซึ่งมีคูน้ำ คันดิน สระน้ำ และบารายกระจายอยู่โดยรอบ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าปราสาทไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นศูนย์กลางของชุมชนโบราณที่มีระบบการจัดการพื้นที่และน้ำอย่างเป็นระบบ บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่พิธีกรรม และพื้นที่เก็บกักน้ำเพื่อชุมชน น้ำจึงมีบทบาททั้งในเชิงการดำรงชีวิต การเกษตร พิธีกรรม และความหมายทางศาสนา
ปราสาทอิฐหลังใหญ่เป็นองค์สำคัญที่สุดของกลุ่มโบราณสถาน ก่อด้วยอิฐไม่สอปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่า มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานเตี้ย เรือนธาตุทรงสี่เหลี่ยม และมีประตูทางเข้าออกด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ส่วนด้านอื่นเป็นผนังทึบตามแบบแผนของปราสาทขอมยุคต้น ตัวอาคารยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดเมื่อเทียบกับอาคารหลังอื่นในกลุ่มเดียวกัน แม้ส่วนยอดจะพังทลายลงและเหลือเพียงชั้นหลังคาซ้อนบางส่วน แต่ยังสามารถอ่านรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมได้ชัดเจน
ใต้หน้าบันเหนือประตูทางเข้าปราสาทประธานมีลายใบไม้ม้วนแบบศิลปะอินเดียสมัยหลังคุปตะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยกำหนดอายุและเชื่อมโยงปราสาทภูมิโปนกับศิลปะขอมยุคก่อนเมืองพระนคร งานสลักลักษณะนี้สะท้อนอิทธิพลศิลปะอินเดียที่เข้ามาผสมผสานกับช่างท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนที่รูปแบบศิลปะขอมจะพัฒนาไปสู่ความซับซ้อนในยุคหลัง
ภายในห้องกลางของปราสาทอิฐหลังใหญ่ยังมีหลักฐานสำคัญคือท่อโสมสูตร หรือท่อน้ำมนต์ที่ต่อออกมาจากแท่นฐานรูปเคารพเดิม ท่อโสมสูตรฝังอยู่ที่ผนังในระดับพื้นห้อง เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันบทบาทของปราสาทภูมิโปนในฐานะศาสนสถานฮินดู ลัทธิไศวนิกาย แม้ปัจจุบันไม่พบศิวลึงค์หรือรูปเคารพเดิมในห้องกลาง แต่ท่อโสมสูตรยังคงบอกหน้าที่ทางพิธีกรรมของพื้นที่ภายในปรางค์ได้อย่างชัดเจน
ในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ การประกอบพิธีกรรมจะมีการสรงน้ำลงบนรูปเคารพหรือลึงค์ แล้วให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่านท่อโสมสูตรออกไปภายนอก การพบท่อโสมสูตรในปราสาทภูมิโปนจึงทำให้เข้าใจว่าอาคารหลังใหญ่เคยใช้ประกอบพิธีกรรมบูชาพระศิวะอย่างชัดเจน และทำให้สถานที่นี้มีความสำคัญทั้งด้านสถาปัตยกรรมและศาสนา
ปราสาทอิฐหลังทางทิศเหนือสุดเป็นอีกองค์หนึ่งที่มีความสำคัญต่อการกำหนดอายุของปราสาทภูมิโปน ปัจจุบันเหลือเพียงฐาน กรอบประตู และผนังบางส่วน แต่จากการพบเสาประดับกรอบประตูหินทรายและทับหลังสลักหินทราย ทำให้สามารถเชื่อมโยงรูปแบบศิลปกรรมกับศิลปะขอมแบบไพรกเมง อายุราว พ.ศ. 1180–1250 ได้ ทับหลังที่พบมีภาพสัตว์ครึ่งสิงห์ครึ่งนกประกอบวงโค้งที่มีวงกลมรูปไข่ 3 วง เป็นลวดลายสำคัญที่สะท้อนรูปแบบศิลปกรรมขอมยุคต้น
ปราสาทอิฐหลังเล็กที่ตั้งอยู่ตอนกลางและฐานอาคารศิลาแลงทางด้านทิศใต้สร้างขึ้นในสมัยหลังจากปราสาทประธาน การมีอาคาร 4 หลังในพื้นที่เดียวกันทำให้ปราสาทภูมิโปนมีชั้นเวลาอย่างน้อย 2 ระยะ กล่าวคือ ระยะแรกเป็นปราสาทอิฐยุคเก่าในช่วงก่อนเมืองพระนคร และระยะหลังเป็นการเพิ่มเติมอาคารหรือฐานอาคารในช่วงเวลาต่อมา ความซ้อนทับของอายุสมัยเช่นนี้ทำให้ปราสาทภูมิโปนเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความลึกทางประวัติศาสตร์มากกว่าปราสาทที่สร้างจบในสมัยเดียว
จากการขุดแต่งโบราณสถานพบชิ้นส่วนศิลาจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต 1 ชิ้น ซึ่งเป็นตัวอักษรที่ใช้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12–13 จารึกดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันความเก่าแก่ของชุมชนและศาสนสถานในพื้นที่บ้านภูมิโปน ปัจจุบันโบราณวัตถุสำคัญ เช่น ทับหลัง ชิ้นส่วนจารึก และเสาประดับกรอบประตู ได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษารายละเอียดทางศิลปกรรมและโบราณคดีอย่างเหมาะสม
ปราสาทภูมิโปนได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร ทำให้สภาพโดยรวมของโบราณสถานมีความมั่นคงและเหมาะสำหรับการเข้าชม ปัจจุบันพื้นที่รอบปราสาทเป็นลานเปิดโล่ง มีทางเดินชมองค์ปราสาทและพื้นที่ภูมิทัศน์ชุมชนโดยรอบ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมองค์ปราสาทอิฐ ฐานศิลาแลง แนวสระน้ำ และสภาพแวดล้อมของบ้านภูมิโปนได้ในเวลาเดียวกัน
ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาท ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร มีบารายใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบวัฒนธรรมขอมโบราณ บารายเป็นระบบชลประทานที่สำคัญของชุมชนขอมในสมัยโบราณ ใช้วิธีก่อคันดินกักน้ำในพื้นที่ลุ่มที่มีลำธารธรรมชาติไหลผ่าน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในชุมชนและช่วยจัดการน้ำในพื้นที่ การมีบารายใกล้ปราสาทช่วยยืนยันว่าบ้านภูมิโปนเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีการวางผังและระบบน้ำอย่างซับซ้อน
นอกจากบารายใหญ่แล้ว รอบชุมชนบ้านภูมิโปนยังมีสระน้ำโบราณหลายแห่ง ได้แก่ สระลำเจียก สระตา สระกนาล สระตราว และสระปรือ แหล่งน้ำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับทั้งการตั้งถิ่นฐาน การเกษตร การประกอบพิธีกรรม และตำนานท้องถิ่น สระลำเจียกมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับตำนานเนียง ด็อฮฺ ธม ซึ่งเป็นเรื่องเล่าประจำถิ่นของบ้านภูมิโปน
ตำนานเนียง ด็อฮฺ ธม เป็นเรื่องเล่าที่ทำให้ปราสาทภูมิโปนมีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมมากขึ้น คำว่า “ภูมิ” ในภาษาเขมรหมายถึงหมู่บ้านหรือดินแดน ส่วนคำว่า “โปน” หมายถึงการซ่อนตัว เมื่อรวมกันจึงสื่อถึงเมืองลับหรือดินแดนที่ซ่อนอยู่ ตำนานกล่าวถึงพระนางศรีจันทร์ หรือเนียง ด็อฮฺ ธม พระธิดาขอมผู้หลบซ่อนอยู่ในเมืองภูมิโปน เรื่องเล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำชุมชนและเป็นแกนสำคัญของงานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปนที่จัดขึ้นในพื้นที่
งานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปนเป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชนตำบลดมและอำเภอสังขะ ภายในงานมีการแสดงแสง สี เสียง การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น และการถ่ายทอดเรื่องราวเนียง ด็อฮฺ ธม ซึ่งช่วยให้ปราสาทภูมิโปนไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเงียบสงบ แต่เป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้สื่อสารอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจของตนเองอย่างต่อเนื่อง
ในมุมของนักท่องเที่ยว ปราสาทภูมิโปนเหมาะกับการเดินชมแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการมองภาพรวมของอาคารทั้ง 4 หลังที่เรียงตัวตามแนวเหนือ–ใต้ จากนั้นเข้าใกล้ปราสาทอิฐหลังใหญ่เพื่อสังเกตรูปทรงอาคาร ผนังอิฐไม่สอปูน ช่องประตูด้านทิศตะวันออก ลายใบไม้ม้วน และตำแหน่งท่อโสมสูตรภายในอาคาร ต่อด้วยการเดินดูฐานอาคารหลังอื่นและอ่านภูมิทัศน์น้ำรอบชุมชน
ผู้ที่สนใจศิลปะขอมควรให้เวลากับรายละเอียดของวัสดุก่อสร้าง อิฐของปราสาทภูมิโปนสะท้อนเทคนิคการก่อสร้างแบบโบราณที่ไม่ใช้ปูนเชื่อมแบบอาคารสมัยใหม่ การเรียงอิฐอย่างแน่นหนาและแม่นยำช่วยให้ตัวอาคารคงอยู่ผ่านเวลามานานกว่าพันปี ส่วนหินทรายถูกใช้กับชิ้นส่วนที่ต้องสลักรายละเอียด เช่น ทับหลัง เสาประดับกรอบประตู และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศาสนาจะเห็นว่าปราสาทภูมิโปนมีความสำคัญในฐานะศาสนสถานฮินดูไศวนิกายยุคต้นในพื้นที่ไทย แม้รูปเคารพสำคัญจะไม่หลงเหลืออยู่ในตัวปราสาท แต่หลักฐานท่อโสมสูตรและรูปแบบอาคารยังชี้ให้เห็นหน้าที่ดั้งเดิมอย่างชัดเจน การมาเยือนสถานที่นี้จึงช่วยให้เข้าใจการแพร่เข้ามาของศาสนาฮินดูและวัฒนธรรมอินเดียผ่านเครือข่ายอาณาจักรขอมรุ่นแรกในภูมิภาคอีสานใต้
ปราสาทภูมิโปนยังเหมาะกับการเรียนรู้เรื่องชุมชนโบราณ เพราะพื้นที่รอบปราสาทมีหลักฐานคูน้ำ คันดิน เขื่อนดินโบราณ และระบบสระน้ำหลายแห่ง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าชุมชนบ้านภูมิโปนมีความสามารถในการจัดการพื้นที่และน้ำอย่างเป็นระบบ ชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีการเลือกทำเล วางศาสนสถาน และจัดระบบน้ำให้สัมพันธ์กับการอยู่อาศัยและการประกอบพิธีกรรม
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงแดดช่วยให้เห็นพื้นผิวอิฐเก่าและมิติขององค์ปราสาทได้ชัดเจน ช่วงฤดูฝนภูมิทัศน์รอบบ้านภูมิโปนจะเขียวชอุ่มและแหล่งน้ำมีชีวิตชีวา ส่วนช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ชุมชนมักจัดกิจกรรมสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน ผู้มาเยือนที่ต้องการชมทั้งโบราณสถานและวัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถวางแผนเดินทางในช่วงงานประจำปีได้
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 สายสุรินทร์–สังขะ ระยะทางประมาณ 50 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปทางอำเภอบัวเชดตามทางหลวงหมายเลข 2124 ประมาณ 12 กม. จนถึงชุมชนบ้านภูมิโปน เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเริ่มจากตัวอำเภอสังขะ สามารถใช้เส้นทางไปตำบลดมและบ้านภูมิโปนได้สะดวก โดยระยะทางจากตัวอำเภอสังขะถึงปราสาทอยู่ในช่วงประมาณ 12 กม.
การจัดทริปเที่ยวปราสาทภูมิโปนสามารถทำได้ทั้งแบบครึ่งวันและเต็มวัน หากออกจากตัวเมืองสุรินทร์ในช่วงเช้า สามารถใช้เวลาชมปราสาทประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นแวะรับประทานอาหารในอำเภอสังขะ หรือเดินทางต่อไปยังปราสาทยายเหงา วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร และแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอำเภอบัวเชดหรือกาบเชิง การวางเส้นทางเช่นนี้ทำให้เห็นทั้งปราสาทขอมยุคเก่า ธรรมชาติ และวิถีชุมชนทางตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์
ในพื้นที่ใกล้ปราสาทภูมิโปนมีตัวเลือกอาหารและที่พักในอำเภอสังขะและตัวเมืองสุรินทร์ ร้านอาหารในอำเภอสังขะเหมาะสำหรับแวะพักหลังชมโบราณสถาน เช่น DG Food & Drink, บ้านอุ้ม คาเฟ่, อีสานชาบู สังขะ, ร้านอาหารหมวดยะ สังขะ และ PunThai Coffee สังขะ 2 ส่วนที่พักสามารถเลือกใกล้พื้นที่บ้านดมและสังขะ เช่น 289home ห้องพักรายวัน โรงแรมมาลินี โรงแรมมณีสังขะ หรือพักในตัวเมืองสุรินทร์หากต้องการตัวเลือกบริการที่หลากหลายกว่า
มารยาทในการเข้าชมปราสาทภูมิโปนเป็นสิ่งสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนองค์ปราสาท ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายอิฐ หินทราย หรือศิลาแลง ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทุกชิ้นส่วนของปราสาทเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่าพันปี การเที่ยวอย่างเคารพช่วยรักษาโบราณสถานและช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลมรดกของตนเองได้อย่างยั่งยืน
สำหรับชาวต่างชาติ ปราสาทภูมิโปนเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์ขอมในประเทศไทยได้ชัดเจน เพราะมีทั้ง Pre-Angkor Khmer architecture, early brick sanctuary, Pallava-Sanskrit inscription, Shaivite Hindu worship, ancient water system และ living local legend สถานที่แห่งนี้ทำให้เห็นว่าก่อนยุคนครวัดและบายน ดินแดนอีสานใต้ของไทยมีชุมชนที่เชื่อมโยงกับโลกวัฒนธรรมขอมโบราณอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทขอมแห่งอื่นในสุรินทร์ ปราสาทภูมิโปนมีเอกลักษณ์ที่ความเก่าแก่และความเป็นปราสาทยุคก่อนเมืองพระนคร ต่างจากปราสาทศีขรภูมิที่เด่นด้วยปรางค์ 5 องค์และทับหลังศิวนาฏราช ต่างจากปราสาทบ้านพลวงที่เด่นด้านงานสลักหินทรายศิลปะบาปวน และต่างจากปราสาทบ้านช่างปี่หรือปราสาทเมืองทีที่เป็นอโรคยศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทภูมิโปนจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการเข้าใจลำดับเวลาและพัฒนาการของปราสาทขอมในสุรินทร์
ปราสาทภูมิโปนเป็นมากกว่าโบราณสถานขอมเก่าแก่ เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมสถาปัตยกรรม ศาสนา จารึก ระบบน้ำ ตำนานท้องถิ่น และชีวิตของชุมชนบ้านภูมิโปนไว้ในสถานที่เดียว ปราสาทอิฐหลังใหญ่ที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางลานชุมชนทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความลึกของเวลาอย่างชัดเจน ทุกแนวอิฐ ทุกฐานอาคาร และทุกแหล่งน้ำรอบพื้นที่ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ปราสาทภูมิโปนจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สำคัญที่สุดของการเที่ยวสุรินทร์เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทภูมิโปน |
| ที่ตั้ง | บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ |
| ที่อยู่ | บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ 32150 |
| พิกัด | ละติจูด 14.548072, ลองจิจูด 103.876578 |
| ไฮไลต์ | ปราสาทขอมยุคก่อนเมืองพระนครที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย มีปราสาทอิฐ 3 หลัง ฐานศิลาแลง 1 หลัง ท่อโสมสูตร จารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต และระบบแหล่งน้ำโบราณรอบชุมชน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ตรงกับช่วงวัฒนธรรมขอมก่อนเมืองพระนคร และสัมพันธ์กับรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 แห่งอาณาจักรขอมโบราณ |
| ลักษณะเด่น | ปราสาทก่ออิฐ 3 หลังและฐานอาคารศิลาแลง 1 หลัง เรียงตัวตามแนวเหนือ–ใต้ ปราสาทประธานก่อด้วยอิฐไม่สอปูน ผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีท่อโสมสูตรภายในห้องกลาง |
| หลักฐานสำคัญ | ท่อโสมสูตรในปราสาทประธาน ชิ้นส่วนศิลาจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ทับหลังหินทราย เสาประดับกรอบประตูหินทราย ลายใบไม้ม้วน และบารายโบราณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 สายสุรินทร์–สังขะ ระยะทางประมาณ 50 กม. จากนั้นตรงไปทางอำเภอบัวเชดตามทางหลวงหมายเลข 2124 ประมาณ 12 กม. จนถึงชุมชนบ้านภูมิโปน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมทุกวัน เป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร และเป็นพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญของชุมชนบ้านภูมิโปน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ไม่มีการกำหนดเวลาเฉพาะ |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานเดินชมโบราณสถาน พื้นที่ถ่ายภาพ พื้นที่ชุมชนโดยรอบ แหล่งน้ำโบราณ และพื้นที่จอดรถบริเวณชุมชน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปราสาทอิฐหลังใหญ่ ปราสาทอิฐหลังเหนือ ปราสาทอิฐหลังกลาง ฐานอาคารศิลาแลงด้านใต้ ลานโบราณสถาน บารายใหญ่ สระลำเจียก สระตา สระกนาล สระตราว และสระปรือ |
| ผู้ดูแลโบราณสถาน | กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลดมและชุมชนบ้านภูมิโปน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนตำบลดม โทร. 044-060-346 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 044-513-274 ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทร. 044-514-447 ถึง 8 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บารายและสระน้ำโบราณบ้านภูมิโปน ประมาณ 1 กม. 2. ปราสาทยายเหงา อำเภอสังขะ ประมาณ 23 กม. 3. วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อำเภอบัวเชด ประมาณ 28 กม. 4. ผามะนาว อำเภอกาบเชิง ประมาณ 35 กม. 5. ตลาดการค้าช่องจอม อำเภอกาบเชิง ประมาณ 50 กม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 62 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. DG Food & Drink สังขะ ประมาณ 13 กม. โทร. 087-127-8249 2. บ้านอุ้ม คาเฟ่ สังขะ ประมาณ 13 กม. โทร. 084-589-5364 3. อีสานชาบู สังขะ ประมาณ 13 กม. โทร. 090-906-4833, 090-197-5228 4. ร้านอาหารหมวดยะ สังขะ ประมาณ 13 กม. โทร. 081-579-3898, 082-369-1196, 087-253-4019 5. PunThai Coffee สังขะ 2 ประมาณ 14 กม. โทร. 093-321-5835 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. 289home ห้องพักรายวัน บ้านดม ประมาณ 7 กม. โทร. 094-282-3246, 099-328-9289 2. โรงแรมมาลินี สังขะ ประมาณ 13 กม. โทร. 082-871-4444, 093-358-5066 3. โรงแรมมณีสังขะ ประมาณ 16 กม. โทร. 081-669-8111, 091-887-0666 4. ต้นคูณรีสอร์ท สุรินทร์ ประมาณ 55 กม. โทร. 089-722-8690, 088-799-8519, 086-820-6441 5. Martina Hotel Surin ประมาณ 63 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทภูมิโปนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทภูมิโปนตั้งอยู่ที่บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
ถาม: ปราสาทภูมิโปนเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยไม่มีการกำหนดเวลาเปิดปิดเฉพาะ
ถาม: ปราสาทภูมิโปนเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโบราณสถานได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว
ถาม: ปราสาทภูมิโปนมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทขอมยุคก่อนเมืองพระนครที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย และเป็นหลักฐานสำคัญของศาสนสถานฮินดูไศวนิกายในพื้นที่อีสานใต้
ถาม: ปราสาทภูมิโปนประกอบด้วยโบราณสถานกี่หลัง?
ตอบ: ประกอบด้วยปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และฐานอาคารก่อด้วยศิลาแลง 1 หลัง รวมทั้งหมด 4 หลัง
ถาม: หลักฐานสำคัญของปราสาทภูมิโปนมีอะไรบ้าง?
ตอบ: หลักฐานสำคัญ ได้แก่ ท่อโสมสูตร ชิ้นส่วนศิลาจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ทับหลังหินทราย เสาประดับกรอบประตู และระบบบารายกับสระน้ำโบราณรอบชุมชน
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทภูมิโปนอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 สายสุรินทร์–สังขะ ประมาณ 50 กม. จากนั้นต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 2124 ทางอำเภอบัวเชดประมาณ 12 กม. จนถึงชุมชนบ้านภูมิโปน
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทภูมิโปนนานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมองค์ปราสาทอิฐ ฐานศิลาแลง ท่อโสมสูตร สระน้ำ บาราย และภูมิทัศน์ชุมชนบ้านภูมิโปนโดยรอบ
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




