หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.กันทรลักษ์ >ต.เสาธงชัย > อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
TL;DR: อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ที่พื้นที่หลักอยู่บริเวณตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และครอบคลุมพื้นที่อำเภอน้ำขุ่นกับอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดปิดให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป.

ศรีสะเกษ

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

วันเปิดทำการ: ปิดให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
เวลาเปิดทำการปกติเมื่อเปิดให้บริการ: 06.00 - 18.00 น.
 
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหาร บริเวณแนวทิวเขาพนมดงรักชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำขุ่นกับอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศไทย ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541 มีพื้นที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตร หรือ 81,250 ไร่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นแนวเขาสูง หน้าผาหินทราย ลานหิน ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้งที่เรียงตัวอยู่ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ทำให้อุทยานแห่งนี้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี การท่องเที่ยวชายแดน และการอนุรักษ์ผืนป่าของอีสานใต้ในพื้นที่เดียวกัน
 
สถานะล่าสุดของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในด้านการท่องเที่ยวคือปิดให้บริการพื้นที่ท่องเที่ยวหลักชั่วคราว โดยเฉพาะบริเวณผามออีแดงและจุดที่เกี่ยวข้องกับแนวชายแดน เนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา การปิดพื้นที่ดังกล่าวเป็นการปิดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ประชาชน เจ้าหน้าที่อุทยาน และฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่การปิดถาวรของอุทยาน ดังนั้นบทความนี้จึงนำเสนอข้อมูลสถานที่ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของศรีสะเกษ พร้อมระบุสถานะปัจจุบันอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจทั้งคุณค่าของพื้นที่และข้อจำกัดในการเดินทางในช่วงที่มีประกาศปิดชั่วคราว
 
ชื่อ “เขาพระวิหาร” มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปราสาทพระวิหาร โบราณสถานขอมสำคัญที่ตั้งอยู่บนสันเขาสูงฝั่งกัมพูชา ส่วนพื้นที่ฝั่งไทยที่ประชาชนรู้จักมากที่สุดคือผามออีแดง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวเทือกเขา ป่าฝั่งกัมพูชา และบริเวณปราสาทพระวิหารได้จากระยะไกลในวันที่ทัศนวิสัยเปิดโล่ง ความพิเศษของพื้นที่นี้คือการเป็นจุดที่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และภูมิรัฐศาสตร์มาบรรจบกันอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงวิวภูเขา แต่ได้เห็นภูมิประเทศที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ไทย กัมพูชา และอารยธรรมขอมโบราณ
 
ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารส่วนใหญ่เป็นแนวหน้าผาและสันเขาที่ลาดเอียงลงสู่ที่ราบฝั่งไทย ทิวเขาพนมดงรักทำหน้าที่เป็นแนวกั้นธรรมชาติระหว่างภาคอีสานของไทยกับที่ราบกัมพูชา พื้นที่หลายส่วนเป็นลานหินทรายและหน้าผาสีแดงที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน เมื่อแสงเช้าหรือแสงเย็นตกกระทบหินทราย บริเวณผามออีแดงจะเห็นสีหินเด่นชัดสมชื่อ พื้นที่นี้จึงเป็นทั้งจุดชมทิวทัศน์ จุดศึกษาธรรมชาติ และจุดทำความเข้าใจลักษณะภูมิประเทศชายแดนในมุมที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของอีสานใต้
 
สภาพป่าภายในอุทยานประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ป่าแต่ละประเภทมีบทบาทต่อระบบนิเวศแตกต่างกัน ป่าดิบแล้งช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามร่องห้วยและพื้นที่ลาดเขา ป่าเบญจพรรณเป็นพื้นที่ที่พบไม้หลายชนิดผลัดใบตามฤดูกาล ส่วนป่าเต็งรังปรากฏในพื้นที่ดินตื้นและลานหินที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ความหลากหลายของป่าเหล่านี้ทำให้อุทยานเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น หมูป่า เก้ง กวาง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด และสัตว์ขนาดเล็กอีกจำนวนมากซึ่งเคลื่อนย้ายหากินในผืนป่าตามแนวชายแดน
 
หัวใจของการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารคือ ผามออีแดง จุดชมวิวหน้าผาหินทรายสีแดงที่ตั้งอยู่ด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และทิวทัศน์ป่าเขาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว บริเวณนี้มักมีอากาศเย็น ลมแรง และมีโอกาสเห็นหมอกลอยคลุมผืนป่าเบื้องล่าง ผามออีแดงจึงเป็นภาพจำสำคัญของศรีสะเกษและเป็นหนึ่งในจุดชมวิวชายแดนที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคอีสาน
 
ผามออีแดงยังมีความสำคัญด้านการมองเห็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ เพราะจากบริเวณหน้าผา นักท่องเที่ยวสามารถมองไปยังพื้นที่ปราสาทพระวิหารทางฝั่งกัมพูชาได้จากระยะไกล ปราสาทพระวิหารเป็นศาสนสถานขอมโบราณที่สร้างบนแนวหน้าผาสูงและมีความสัมพันธ์กับเส้นทางศาสนาและการเมืองของอาณาจักรขอมในอดีต แม้ปัจจุบันการเข้าถึงตัวปราสาทจากฝั่งไทยไม่ได้เปิดให้เดินทางข้ามไปตามปกติ แต่การมองเห็นจากผามออีแดงยังทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจตำแหน่งของปราสาท ความสูงของสันเขา และความสำคัญของพื้นที่ชายแดนนี้ได้อย่างชัดเจน
 
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ภาพสลักนูนต่ำผามออีแดง ซึ่งอยู่บริเวณหน้าผาด้านล่างทางทิศใต้ของผามออีแดง มีบันไดให้ลงไปชมเมื่อพื้นที่เปิดให้บริการ ภาพสลักเป็นรูปเทพ 3 องค์บนผนังหินทราย เชื่อกันว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี และเป็นร่องรอยฝีมือช่างขอมในพื้นที่ บางข้อมูลท้องถิ่นอธิบายว่าเป็นภาพที่ช่างใช้ซ้อมมือก่อนแกะสลักจริงที่ปราสาทพระวิหาร ไม่ว่าจะตีความเช่นใด ภาพสลักนูนต่ำนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่าหน้าผาหินและพื้นที่รอบเขาพระวิหารเคยมีความสัมพันธ์กับงานศิลปกรรมขอมและศาสนสถานโบราณอย่างลึกซึ้ง
 
บริเวณด้านตะวันตกของผามออีแดงมี สถูปคู่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระธาตุ” เป็นสถูปหินทราย 2 องค์ตั้งคู่กัน ลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยอดมนคล้ายตะปูหัวเห็ด ภายในเป็นโพรงสำหรับบรรจุสิ่งของ สถูปคู่นี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนคติความเชื่อของผู้คนในอดีต การตั้งสถูปคู่บนพื้นที่สูงใกล้หน้าผาและเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ทำให้สันนิษฐานได้ว่าบริเวณนี้เคยมีบทบาทมากกว่าการเป็นจุดชมวิวธรรมชาติ แต่เป็นภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนใช้ประกอบพิธีกรรมและสื่อสารกับความเชื่อทางศาสนา
 
สระตราว หรือห้วยตราว เป็นธารน้ำและแอ่งน้ำบริเวณลานหินเชิงเขาพระวิหาร มีสายน้ำไหลผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่พื้นที่ต่ำ และมีแนวหินซ้อนกั้นทิศทางน้ำให้ไหลไปตามต้องการ พื้นที่ลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาโบราณสถานขอม เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของศาสนสถานในวัฒนธรรมขอม สระตราวจึงได้รับการอธิบายว่าอาจเกี่ยวข้องกับบารายหรือแหล่งเก็บน้ำของชุมชนโบราณ ปัจจุบันพื้นที่ได้รับการบูรณะและทำความสะอาดเพื่อเก็บกักน้ำและใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน
 
ใกล้กับสระตราวยังมี น้ำตกขุนศรีและถ้ำขุนศรี น้ำตกขุนศรีเป็นน้ำตก 3 ชั้นอยู่เหนือถ้ำขุนศรีขึ้นไป ส่วนถ้ำขุนศรีเป็นโพรงกว้างที่มีตำนานเล่าว่าเป็นที่พักของขุนศรีขณะมาควบคุมการตัดหินบริเวณสระตราวเพื่อใช้สร้างปราสาทพระวิหาร เรื่องเล่านี้เชื่อมโยงธรรมชาติ ลานหิน แหล่งน้ำ และการก่อสร้างศาสนสถานโบราณเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่น้ำตกและถ้ำไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านธรรมชาติ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจภูมิทัศน์เขาพระวิหารในมิติที่ลึกขึ้น
 
ปราสาทโดนตวล ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ เป็นปราสาทหินแบบขอมที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 15–16 อยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชาและมีถนนลาดยางเข้าถึง ปราสาทแห่งนี้มีตำนานเล่าว่า “นางนมใหญ่” หรือ “เนียงเดาะทม” เคยแวะพักระหว่างเดินทางไปเฝ้ากษัตริย์องค์หนึ่ง แม้เรื่องเล่าจะเป็นตำนานท้องถิ่น แต่ก็ช่วยให้ปราสาทโดนตวลมีสีสันทางวัฒนธรรมและเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมขอมในเขตอำเภอกันทรลักษ์เข้ากับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
 
เขื่อนห้วยขนุน เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานและเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 25 กิโลเมตร พื้นที่รอบเขื่อนมีทิวทัศน์สงบ เหมาะกับการพักผ่อน ชมธรรมชาติ และกางเต็นท์เมื่ออุทยานเปิดพื้นที่ตามฤดูกาลและตามประกาศของเจ้าหน้าที่ จุดเด่นของเขื่อนห้วยขนุนคือความเป็นพื้นที่น้ำท่ามกลางภูมิประเทศป่าเขา ช่วยเติมมิติด้านแหล่งน้ำและการพักแรมให้กับเส้นทางท่องเที่ยวเขาพระวิหาร นอกเหนือจากจุดชมวิวหน้าผาและแหล่งโบราณคดี
 
ช่องอานม้า อยู่ในพื้นที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางชายแดนของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เดิมมีข้อมูลว่าเปิดเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดี แต่สถานะการเปิดผ่านแดนขึ้นอยู่กับประกาศของหน่วยงานความมั่นคงและสถานการณ์ชายแดนในแต่ละช่วง ผู้ที่สนใจเส้นทางนี้ควรยึดประกาศราชการล่าสุดเป็นหลัก เพราะพื้นที่ชายแดนมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการผ่านแดนที่เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
 
นอกจากคุณค่าด้านธรรมชาติและโบราณคดี อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังได้รับการยกให้เป็นพื้นที่ท้องฟ้ามืดของประเทศไทยในช่วง พ.ศ. 2568–2570 เพราะมีพื้นที่โล่งกว้างเหมาะต่อการสังเกตดวงดาว ทางช้างเผือก กลุ่มดาวจักราศี และวัตถุท้องฟ้าหลายชนิด ความมืดของท้องฟ้า ผสานกับแนวหน้าผา ผืนป่า และภูมิประเทศชายแดน ทำให้พื้นที่นี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์เมื่อเปิดให้บริการตามปกติ การชมดาวที่เขาพระวิหารจึงเป็นกิจกรรมที่เสริมจากการชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และแหล่งโบราณสถานได้อย่างสมบูรณ์
 
การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธินไปถึงจังหวัดสระบุรี จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ก่อนถึงอำเภอสีคิ้วให้เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านอำเภอโชคชัย ประโคนชัย สังขะ และขุขันธ์ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 221 มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษ์และที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักของผู้เดินทางจากภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ผามออีแดงและชายแดนเขาพระวิหาร
 
การเดินทาง จากตัวเมืองศรีสะเกษสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอกันทรลักษ์ผ่านถนนสายศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ แล้วต่อไปยังตำบลเสาธงชัยและพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษถึงพื้นที่อุทยานประมาณ 90–100 กิโลเมตร ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอวารินชำราบ อำเภอสำโรง อำเภอเบญจลักษ์ และอำเภอกันทรลักษ์ หรือเข้าสู่เส้นทางอำเภอน้ำยืนตามจุดหมายในเขตอุทยาน เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง แต่พื้นที่ปลายทางเป็นเขตภูเขาและชายแดน จึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามด่านตรวจของเจ้าหน้าที่
 
การเข้าชมพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเมื่อเปิดให้บริการปกติควรเริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหรือด่านของอุทยาน เพื่อชำระค่าธรรมเนียม รับข้อมูลเส้นทาง และตรวจสอบเงื่อนไขความปลอดภัยประจำวัน พื้นที่นี้ไม่เหมาะกับการเดินแยกออกนอกเส้นทางหรือข้ามเขตที่เจ้าหน้าที่ห้ามเข้า เพราะเป็นพื้นที่ชายแดนและมีข้อจำกัดด้านความมั่นคง ผู้มาเยือนควรใช้เส้นทางที่จัดไว้เท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าผา บันไดลงภาพสลักนูนต่ำ ลานหิน และจุดชมวิวที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
 
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดของผามออีแดงคือช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นถึงหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นาน เพราะเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นทะเลหมอกและแสงเช้าส่องผ่านแนวเขา ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมแสงอ่อนบนลานหินและหน้าผา หากมีการเปิดให้บริการตามปกติ นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมหมอกควรมาถึงก่อนเวลาและเตรียมเสื้อกันลม เพราะบริเวณหน้าผามักมีลมแรงและอากาศเย็นกว่าพื้นที่ตัวเมืองกันทรลักษ์ การเตรียมตัวที่เหมาะสมช่วยให้การเที่ยวเขาพระวิหารปลอดภัยและได้ประสบการณ์ที่สมบูรณ์ขึ้น
 
ค่าธรรมเนียมปกติของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเมื่อเปิดให้บริการตามข้อมูลที่ตรวจพบคือ ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท และมีค่าบริการพาหนะหรือบริการอื่นตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในช่วงที่มีประกาศปิดชั่วคราว พื้นที่ท่องเที่ยวหลักไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชม นักท่องเที่ยวจึงต้องตรวจสอบประกาศเปิดพื้นที่จากอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเสียเวลาเดินทางไปถึงด่านแล้วไม่สามารถเข้าไปยังจุดท่องเที่ยวได้
 
มารยาทในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารควรยึดหลักความปลอดภัย ความสงบ และการอนุรักษ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายเหมาะกับพื้นที่ภูเขา สวมรองเท้าที่เดินบนหินได้มั่นคง ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผาเกินจุดที่กำหนด ไม่ปีนรั้วหรือแนวกั้น ไม่เขียนหรือขูดบนหิน ไม่แตะต้องภาพสลักนูนต่ำและโบราณวัตถุ ไม่เก็บพืช ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อุทยานกับฝ่ายความมั่นคงอย่างเคร่งครัด เพราะพื้นที่นี้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ คุณค่าทางวัฒนธรรม และความละเอียดอ่อนด้านชายแดน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นพื้นที่ที่ช่วยอธิบายอีสานใต้ได้อย่างครบถ้วน เพราะที่นี่มีทั้งผืนป่าบนแนวเขาพนมดงรัก จุดชมวิวชายแดน โบราณสถานขอม ภาพสลักนูนต่ำ สถูปคู่ แหล่งน้ำโบราณ และเรื่องราวของปราสาทพระวิหารที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ภูมิภาค ผู้มาเยือนจะเข้าใจได้ว่าศรีสะเกษไม่ได้มีเพียงวัดและชุมชนท้องถิ่น แต่ยังมีพื้นที่ธรรมชาติและโบราณคดีที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระดับกว้าง
 
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษและอีสานใต้ เพราะเป็นอุทยานแห่งชาติที่รวมภูเขา ป่า หน้าผา จุดชมทะเลหมอก โบราณสถาน ศิลปกรรมขอม แหล่งน้ำโบราณ เรื่องเล่าท้องถิ่น และประวัติศาสตร์ชายแดนไว้ในพื้นที่เดียวกัน แม้ปัจจุบันพื้นที่ท่องเที่ยวหลักจะปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย แต่คุณค่าของสถานที่ยังคงชัดเจนและควรได้รับการนำเสนออย่างถูกต้อง เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติและอุทยานประกาศเปิดพื้นที่อีกครั้ง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารจะยังคงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นหัวใจของธรรมชาติและอารยธรรมขอมบนแนวเขาพนมดงรักอย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ
ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้องอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร, ผามออีแดง, เขาพระวิหาร, ปราสาทพระวิหาร, พนมดงรัก, Khao Phra Wihan National Park
ประเภทสถานที่อุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จุดชมวิวชายแดน แหล่งโบราณคดีขอม พื้นที่อนุรักษ์ป่า และพื้นที่ท้องฟ้ามืดของประเทศไทย
ที่ตั้งพื้นที่หลักอยู่บริเวณตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และครอบคลุมพื้นที่อำเภอน้ำขุ่นกับอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
พื้นที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตร หรือ 81,250 ไร่
ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ20 มีนาคม พ.ศ. 2541 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศไทย
ภูมิประเทศแนวเทือกเขาพนมดงรัก หน้าผาหินทราย ลานหิน สันเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
สัตว์ป่าหมูป่า กวาง เก้ง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด และสัตว์ป่าขนาดเล็กที่อาศัยในผืนป่าแนวชายแดน
ผู้ดูแลอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยาน หน่วยพิทักษ์อุทยาน และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
สถานะล่าสุดปิดให้บริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ผามออีแดงและพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของอุทยานฯ ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
วันเปิดทำการระหว่างประกาศปิดชั่วคราวยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
เวลาเปิดทำการปกติเมื่อเปิดให้บริการ06.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชมปกติเมื่อเปิดให้บริการชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
ช่วงปิดชั่วคราวไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
จุดเด่นหลักผามออีแดง ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น หน้าผาหินทรายสีแดง ภาพสลักนูนต่ำ สถูปคู่ สระตราว น้ำตกขุนศรี ถ้ำขุนศรี ปราสาทโดนตวล และวิวปราสาทพระวิหารจากฝั่งไทย
โซน / ส่วนสำคัญภายในพื้นที่1. โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
2. โซนผามออีแดง
3. โซนจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
4. โซนภาพสลักนูนต่ำเทพ 3 องค์
5. โซนสถูปคู่ / พระธาตุ
6. โซนสระตราว / ห้วยตราว
7. โซนน้ำตกขุนศรีและถ้ำขุนศรี
8. โซนปราสาทโดนตวล
9. โซนเขื่อนห้วยขนุน
10. โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้เขาพระวิหาร
11. โซนท้องฟ้ามืดและจุดดูดาว
12. โซนด่านและพื้นที่ควบคุมความปลอดภัยชายแดน
สิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อเปิดให้บริการศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านสวัสดิการ ร้านของที่ระลึกชุมชน บ้านพักนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์ ห้องประชุม และหน่วยพิทักษ์อุทยานในบางพื้นที่
เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้องอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โทร. 045-816-000, 045-816-071, 045-818-021, 045-818-035
ข้อมูลเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด / ติดต่อพื้นที่ โทร. 045-826-045
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 02-562-0760
การเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางไปอำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 221 สู่ตำบลเสาธงชัยและที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ระยะทางประมาณ 90 - 100 กม. จากตัวอำเภอกันทรลักษ์ถึงพื้นที่อุทยานประมาณ 35 - 40 กม.
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชมเมื่อเปิดพื้นที่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผาเกินจุดที่กำหนด ไม่แตะต้องภาพสลักหรือโบราณวัตถุ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า ไม่เก็บพืช และไม่เข้าสู่พื้นที่ควบคุมชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ผามออีแดง ภายในอุทยาน ประมาณ 0 กม.
2. ภาพสลักนูนต่ำผามออีแดง ภายในอุทยาน ประมาณ 0.5 กม.
3. สถูปคู่ / พระธาตุ ภายในอุทยาน ประมาณ 1 กม.
4. สระตราว / ห้วยตราว ภายในอุทยาน ประมาณ 3 กม.
5. น้ำตกขุนศรีและถ้ำขุนศรี ภายในอุทยาน ประมาณ 4 กม.
6. ปราสาทโดนตวล บ้านภูมิซรอล ประมาณ 20 กม.
7. เขื่อนห้วยขนุน ประมาณ 25 กม.
8. วัดภูสามสวรรค์ ประมาณ 35 กม.
9. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 55 กม. โทร. 084-524-3770
10. วัดไพรพัฒนา / มณฑปหลวงปู่สรวง ประมาณ 60 กม. โทร. 099-625-3859
ร้านอาหารใกล้เคียง1. อัตลักษณ์ Coffee ของฝากกันทรลักษ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 094-525-1926
2. PunThai Coffee กันทรลักษ์1 ประมาณ 35 กม. โทร. 080-046-1469
3. Lotus's Eats กันทรลักษ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 095-205-4617
4. Anda Patisserie 5 กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 088-159-6424
5. คาเฟ่หลังบ้าน กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 098-093-7878
6. คัพเปอร์คราวน์คาเฟ่ กันทรลักษ์ ประมาณ 38 กม. โทร. 064-535-6551
7. Nata Café กันทรลักษ์ ประมาณ 40 กม. โทร. 081-073-3885
8. KFC โลตัส กันทรลักษ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 091-557-8823
ที่พักใกล้เคียง1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ภายในพื้นที่อุทยาน โทร. 045-816-000, 045-816-071
2. กันทรลักษ์เฮ้าส์รีสอร์ท ประมาณ 35 กม. โทร. 097-356-7414
3. สบายใจรีสอร์ท กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 081-600-3300
4. ภูลดารีสอร์ท กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 087-879-7245, 045-662-951
5. กันทรลักษ์พาเลซ โรงแรม ประมาณ 36 กม. โทร. 045-635-157
6. โรงแรมเอส.บี กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 045-663-103
7. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 95 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเปิดให้เข้าชมอยู่หรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยเฉพาะผามออีแดง ปิดให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากอุทยาน
 
ถาม: เวลาปกติของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเมื่อเปิดให้บริการคือกี่โมง?
ตอบ: เวลาปกติเมื่อเปิดให้บริการคือ 06.00 - 18.00 น. แต่ในช่วงที่มีประกาศปิดชั่วคราว นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวหลักได้
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารมีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: ค่าธรรมเนียมปกติเมื่อเปิดให้บริการคือ ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ส่วนช่วงปิดชั่วคราวไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
 
ถาม: จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือผามออีแดง จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ภาพสลักนูนต่ำเทพ 3 องค์ สถูปคู่ สระตราว น้ำตกขุนศรี ถ้ำขุนศรี ปราสาทโดนตวล และทิวทัศน์แนวเขาพนมดงรักชายแดนไทย-กัมพูชา
 
ถาม: ผามออีแดงสามารถมองเห็นปราสาทพระวิหารได้หรือไม่?
ตอบ: เมื่อพื้นที่เปิดให้บริการและสภาพอากาศแจ่มใส ผามออีแดงเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นบริเวณปราสาทพระวิหารทางฝั่งกัมพูชาได้จากระยะไกล
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเหมาะกับการเที่ยวช่วงไหน?
ตอบ: เมื่อเปิดให้บริการปกติ ช่วงปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการชมทะเลหมอก อากาศเย็น และพระอาทิตย์ขึ้นที่ผามออีแดง ส่วนช่วงหน้าแล้งเหมาะกับการชมลานหิน หน้าผา และทัศนียภาพกว้างของแนวเขาพนมดงรัก
 
ถาม: เดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 221 สู่ตำบลเสาธงชัยและที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ระยะทางประมาณ 90 - 100 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
 
ถาม: ผู้เข้าชมต้องระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ?
ตอบ: พื้นที่อุทยานอยู่ตามแนวชายแดนและมีหน้าผาสูง ผู้เข้าชมต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผา ไม่แตะต้องโบราณวัตถุ ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่เข้าสู่พื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(12)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
วัด วัด(13)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)