หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.เมืองศรีสะเกษ >ต.เมืองเหนือ > วัดมหาพุทธาราม
TL;DR: วัดมหาพุทธาราม อยู่ที่บ้านป่าแดง ถนนขุขันธ์ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดมหาพุทธาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ หรือที่ชาวศรีสะเกษรู้จักกันอย่างผูกพันในชื่อ วัดพระโต เป็นพระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ บนถนนขุขันธ์ บริเวณบ้านป่าแดง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเมืองมาอย่างยาวนาน เพราะภายในพระวิหารประดิษฐาน หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี พระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัยที่ได้รับความเคารพในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ผู้มาเยือนจังหวัดศรีสะเกษจำนวนมากจึงนิยมเริ่มต้นการเดินทางด้วยการเข้าสักการะหลวงพ่อโต เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อสัมผัสรากประวัติศาสตร์เมืองอีสานใต้แห่งนี้จากสถานที่จริง
ความสำคัญของวัดมหาพุทธารามไม่ได้อยู่เพียงความเป็นวัดใหญ่ใจกลางเมือง แต่ยังอยู่ที่บทบาททางประวัติศาสตร์ของเมืองศรีสะเกษ เมื่อมีการบุกเบิกและย้ายเมืองมาตั้งยังพื้นที่เมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน เรื่องเล่าท้องถิ่นกล่าวถึงการพบหลวงพ่อโตกลางป่าแดงบริเวณที่เป็นวัดในปัจจุบัน ชาวเมืองจึงสร้างวัดขึ้นตรงจุดที่พบพระพุทธรูปและเรียกกันในยุคแรกว่า “วัดพระโต” หรือ “วัดป่าแดง” ชื่อดังกล่าวสะท้อนภูมิทัศน์เดิมของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นป่าแดง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นศูนย์กลางเมือง ศูนย์กลางพุทธศรัทธา และศูนย์กลางพิธีกรรมสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษในเวลาต่อมา
วัดมหาพุทธารามเป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการดูแลต่อเนื่องจากผู้นำเมืองและชุมชนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เจ้าเมืองศรีสะเกษในอดีตให้ความอุปถัมภ์วัดพระโตเสมือนเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง และเมื่อศรีสะเกษพัฒนาเป็นจังหวัด วัดแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้บริหารบ้านเมือง ข้าราชการ คณะสงฆ์ และประชาชนเข้ามาประกอบพิธีสำคัญอยู่เสมอ ความต่อเนื่องนี้ทำให้วัดมหาพุทธารามไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำของเมือง เป็นสถานที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมือง พระพุทธศาสนา และศรัทธาของประชาชนชาวศรีสะเกษอย่างชัดเจน
ชื่อ “วัดมหาพุทธาราม” ใช้อย่างเป็นทางการในช่วงหลังจากเดิมที่ชาวบ้านเรียกวัดพระโตหรือวัดป่าแดง ชื่อใหม่นี้มีความหมายงดงามในทางพระพุทธศาสนาและสอดคล้องกับสถานะของวัดที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง คำว่า “มหาพุทธาราม” ให้ความรู้สึกถึงอารามใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนาโดยตรง ชื่อของวัดจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อสถานที่ แต่เป็นการยืนยันบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธา การศึกษา การปกครองคณะสงฆ์ การปฏิบัติธรรม และพิธีกรรมสำคัญของจังหวัด
หลวงพ่อโตเป็นหัวใจของวัดมหาพุทธาราม พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศประมาณ 6.85 เมตร และหน้าตักกว้างประมาณ 3.50 เมตร พระพุทธลักษณะสงบน่าเคารพ พระพักตร์อิ่มเอิบ มีพลังแห่งเมตตาและความมั่นคง ภาพของหลวงพ่อโตที่ประทับนั่งเด่นกลางพระวิหารทำให้ผู้เข้าสักการะรู้สึกถึงความสงบและความหนักแน่นทางจิตใจทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายใน พระพุทธรูปองค์นี้จึงเป็นทั้งปูชนียวัตถุ ศูนย์รวมใจ และสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของวัดมหาพุทธาราม
หลวงพ่อโตมีตำนานและความเชื่อที่เล่าต่อกันมาอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวศรีสะเกษ เดิมองค์พระมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลักเก่าแก่ บางความทรงจำท้องถิ่นเชื่อมโยงกับศิลปะขอมและความเก่าแก่ร่วมพันปี ขณะที่พุทธลักษณะทางศิลปกรรมที่ปรากฏในปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับศิลปะล้านช้างและศรัทธาแบบอีสาน การหุ้มเสริมองค์พระในเวลาต่อมาทำให้หลวงพ่อโตมีขนาดใหญ่และมีรูปลักษณ์สง่างามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางรูปทรงนี้ไม่ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ลดลง แต่ยิ่งทำให้ชาวเมืองรู้สึกว่าองค์พระเป็นสมบัติร่วมที่แต่ละยุคสมัยช่วยกันรักษาและสืบทอด
พระวิหารหลวงพ่อโตเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดของการเข้าชมวัด ภายในวิหารมีองค์หลวงพ่อโตประดิษฐานเป็นประธาน ล้อมด้วยพระพุทธรูปและเครื่องสักการะจำนวนมาก ผนังวิหารประดับจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ นรก สวรรค์ และพระเวสสันดรชาดก ภาพเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสื่อธรรมะที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเรียนรู้หลักคิดทางพระพุทธศาสนาผ่านภาพศิลปกรรมพื้นบ้านอีสาน วิหารจึงเป็นทั้งสถานที่กราบไหว้ สถานที่เรียนรู้ศิลปะ และสถานที่เชื่อมผู้คนเข้ากับเรื่องราวทางธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
พระวิหารหลังปัจจุบันสร้างขึ้นเพื่อครอบองค์หลวงพ่อโตและรองรับผู้ศรัทธาที่เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง อาคารมีขนาดใหญ่ กว้างขวาง และสง่างาม เหมาะสมกับการเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เมื่อยืนอยู่ภายในวิหาร ผู้มาเยือนจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์พระ วิหาร จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องบูชา และบรรยากาศความสงบที่รวมกันเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมือง ความงดงามของวิหารไม่ได้เกิดจากความใหญ่โตเท่านั้น แต่เกิดจากการที่ทุกองค์ประกอบทำหน้าที่รองรับศรัทธาของประชาชนอย่างสมบูรณ์
ด้านหน้าวิหารมีบรรยากาศแบบวัดเมืองอีสานที่เข้าถึงง่าย ผู้มาสักการะสามารถเข้ามากราบหลวงพ่อโต ถวายดอกไม้ พวงมาลัย จุดธูปเทียนในพื้นที่ที่วัดกำหนด และนั่งสงบใจภายในวิหาร การมาไหว้หลวงพ่อโตของชาวศรีสะเกษมักเกี่ยวข้องกับการขอพรเรื่องความเป็นสิริมงคล ความปลอดภัย สุขภาพ การงาน ครอบครัว และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ หลายครอบครัวพาลูกหลานมาไหว้พระในวันสำคัญทางศาสนา วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และโอกาสที่ต้องการตั้งจิตให้มั่นคงก่อนเดินทางหรือเริ่มภารกิจสำคัญ
วัดมหาพุทธารามมีสถานะเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และยังเป็นวัดที่มีบทบาททางการปกครองคณะสงฆ์ของจังหวัดศรีสะเกษ วัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับงานพิธีคณะสงฆ์ งานกฐินพระราชทาน พิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา การประชุมคณะสงฆ์ และกิจกรรมของหน่วยงานราชการในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง สถานะดังกล่าวทำให้วัดมีความสำคัญมากกว่าวัดท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเป็นวัดที่ทำหน้าที่ทั้งในระดับศรัทธาชาวบ้าน ระดับคณะสงฆ์ และระดับจังหวัดไปพร้อมกัน
เจ้าอาวาสปัจจุบันคือ พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ซึ่งเป็นพระเถระผู้มีบทบาทในการบริหารกิจการคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษและดูแลวัดคู่บ้านคู่เมืองแห่งนี้ให้ดำรงบทบาททางศาสนาและสังคมอย่างต่อเนื่อง วัดยังมีคณะสงฆ์ ไวยาวัจกร คณะกรรมการบริหารวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแลกิจการต่าง ๆ ทั้งด้านศาสนพิธี การศึกษา การปฏิบัติธรรม การดูแลสถานที่ และการรองรับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาสักการะหลวงพ่อโต
วัดมหาพุทธารามยังมีบทบาทด้านการศึกษา โดยมีโรงเรียนการกุศลในวัดและโรงเรียนวัดมหาพุทธาราม เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดการศึกษาและคุณธรรมในพื้นที่วัด บทบาทนี้สะท้อนลักษณะสำคัญของวัดไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน เด็กและเยาวชนที่เติบโตใกล้วัดได้ซึมซับทั้งวินัย การเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน และความผูกพันกับวัดคู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่วัยเยาว์
อีกบทบาทสำคัญของวัดคือการเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรมสามารถเข้ามาเรียนรู้การรักษาศีล การสวดมนต์ การเจริญสมาธิ และการน้อมนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน บรรยากาศของวัดแม้จะตั้งอยู่กลางเมือง แต่ยังมีพื้นที่ให้ผู้ศรัทธาเข้ามาสงบใจ กราบพระ ฟังธรรม และพักจากความเร่งรีบของชีวิตเมือง การมีสำนักปฏิบัติธรรมในวัดคู่บ้านคู่เมืองช่วยให้วัดมหาพุทธารามเป็นพื้นที่ทั้งสำหรับผู้แสวงบุญ นักท่องเที่ยว และผู้ต้องการฝึกใจอย่างจริงจัง
จุดเด่นของการมาเยือนวัดมหาพุทธารามคือการได้เห็นความเชื่อมโยงของเมืองศรีสะเกษในหลายชั้น ชั้นแรกคือประวัติศาสตร์เมืองจากป่าแดงสู่ศูนย์กลางเมือง ชั้นที่สองคือพระพุทธศาสนาจากการพบองค์หลวงพ่อโตสู่การสร้างวัดและวิหาร ชั้นที่สามคือศิลปกรรมจากพระพุทธรูป จิตรกรรมฝาผนัง และสถาปัตยกรรมวิหาร ชั้นที่สี่คือวิถีศรัทธาของประชาชนที่ยังคงเดินทางมาไหว้พระทุกวัน และชั้นสุดท้ายคือบทบาทร่วมสมัยของวัดในฐานะพระอารามหลวงและสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของคณะสงฆ์จังหวัด
การเดินชมวัดควรเริ่มจากบริเวณด้านหน้าวัดและพระวิหารหลวงพ่อโต ก่อนเข้าสู่วิหารควรถอดรองเท้าในจุดที่จัดไว้ แต่งกายสุภาพ และเตรียมกิริยาให้เรียบร้อย ภายในวิหารควรกราบหลวงพ่อโตด้วยความสงบ แล้วใช้เวลาสังเกตองค์พระ พุทธลักษณะ ฐานประดิษฐาน เครื่องสักการะ พระพุทธรูปแวดล้อม และจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบ หลังจากนั้นสามารถเดินชมพื้นที่วัด อุโบสถ ศาลาพระพุทธคุณ และส่วนต่าง ๆ ที่เปิดให้ประชาชนเข้าใช้งาน การเดินชมด้วยจังหวะช้า ๆ จะทำให้เห็นรายละเอียดของวัดมากกว่าการเข้ามาไหว้พระแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้สนใจศิลปกรรม หลวงพ่อโตเป็นองค์พระที่ควรพิจารณาทั้งด้านขนาด พุทธลักษณะ และตำนานการหุ้มเสริมองค์พระ รูปลักษณ์ปัจจุบันมีความสง่างามและเป็นที่จดจำด้วยขนาดใหญ่ พระพักตร์กลมกว้าง พระโอษฐ์เด่น และการประทับนั่งปางมารวิชัยที่สื่อถึงชัยชนะเหนือกิเลสและความมั่นคงแห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อรวมกับจิตรกรรมฝาผนังและบรรยากาศของพระวิหาร วัดมหาพุทธารามจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นทั้งศิลปะ ความเชื่อ และการสืบทอดศรัทธาในอีสานใต้ได้อย่างครบถ้วน
ในมิติเมือง วัดมหาพุทธารามตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟศรีสะเกษมาก จึงเดินทางสะดวกสำหรับผู้มาเยือนที่ใช้รถไฟหรือพักในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางแบบเดินหรือใช้รถรับจ้างท้องถิ่นไปยังศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ตึกขุนอำไพพาณิชย์ วัดมหาพุทธาราม สถานีรถไฟ ตลาดเมืองศรีสะเกษ และร้านอาหารในย่านกลางเมืองได้ภายในครึ่งวัน จุดเด่นของวัดคือการตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมประวัติศาสตร์เมืองกับชีวิตประจำวันของคนศรีสะเกษ ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสเมืองได้อย่างใกล้ชิด
การเดินทาง ไปวัดมหาพุทธารามทำได้สะดวกจากหลายเส้นทาง หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงที่สถานีรถไฟศรีสะเกษแล้วเดินหรือต่อรถรับจ้างมายังวัดได้ในระยะใกล้ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวให้เข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษแล้วใช้เส้นทางถนนขุขันธ์ วัดตั้งอยู่ในย่านเมืองที่มีถนนเชื่อมต่อสะดวกจากศาลากลางจังหวัด ศาลหลักเมือง สถานีรถไฟ และย่านการค้าใจกลางเมือง ผู้เดินทางควรวางแผนจอดรถในจุดที่เหมาะสมและไม่กีดขวางทางเข้าออกของวัด โดยเฉพาะในวันพระ วันสำคัญทางศาสนา หรือช่วงที่มีงานพิธีใหญ่ของจังหวัด
มารยาทในการเข้าสักการะวัดมหาพุทธารามควรยึดหลักความเคารพต่อพระอารามหลวงและผู้ศรัทธาคนอื่น ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนหรือแตะต้ององค์พระและเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพในลักษณะรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ยืนหันหลังถ่ายภาพใกล้องค์พระในท่าทางไม่เหมาะสม และควรรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด การปฏิบัติตามมารยาทเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาเป็นไปอย่างงดงามและให้เกียรติชุมชนเจ้าของสถานที่
ค่าเข้าชมวัดมหาพุทธารามไม่มีการเก็บเป็นค่าบัตรเหมือนแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อโตและชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ ส่วนการถวายดอกไม้ พวงมาลัย ปัจจัย ทำบุญ หรือร่วมกิจกรรมของวัดเป็นไปตามศรัทธา การมาเยือนวัดจึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ศึกษาประวัติศาสตร์เมือง หรือจัดเส้นทางท่องเที่ยวใจกลางศรีสะเกษอย่างสงบและเรียบง่าย
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนปิดวิหาร ช่วงเช้ามีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับกราบพระ นั่งสมาธิสั้น ๆ และเดินชมวัดอย่างไม่เร่งรีบ ส่วนช่วงบ่ายแสงในวิหารและบรรยากาศรอบเมืองเหมาะแก่การชมรายละเอียดสถาปัตยกรรมและจิตรกรรม ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรใช้ความระมัดระวัง ไม่ใช้แฟลชใกล้งานจิตรกรรม และไม่รบกวนผู้สักการะที่กำลังกราบพระหรือสวดมนต์
วัดมหาพุทธารามยังเป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการทำความเข้าใจศรีสะเกษในฐานะเมืองวัฒนธรรมอีสานใต้ เพราะในบริเวณใกล้เคียงมีทั้งศาลหลักเมือง อาคารประวัติศาสตร์ ตึกขุนอำไพพาณิชย์ สถานีรถไฟ ย่านตลาด และแหล่งเรียนรู้ในเมือง ขณะที่เส้นทางต่อจากตัวเมืองสามารถเชื่อมไปยังวัดพระธาตุเรืองรอง ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ และเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดได้ การเริ่มจากหลวงพ่อโตจึงเหมือนเริ่มจากหัวใจของเมือง ก่อนค่อย ๆ ขยายไปเห็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมของศรีสะเกษทั้งหมด
สำหรับชาวต่างชาติ วัดมหาพุทธารามเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมพุทธอีสานใต้ได้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งพระพุทธรูปคู่เมือง ตำนานการพบพระในป่าแดง พระอารามหลวง วิหารขนาดใหญ่ จิตรกรรมฝาผนัง และวิถีการกราบไหว้ของประชาชนท้องถิ่น ผู้มาเยือนจะเห็นว่าพระพุทธศาสนาในศรีสะเกษไม่ได้อยู่แค่ในคัมภีร์ แต่ดำรงอยู่ในพื้นที่เมือง ในครอบครัว ในพิธีกรรมของจังหวัด และในความรู้สึกผูกพันของผู้คนที่เดินทางมากราบหลวงพ่อโตอย่างต่อเนื่อง
วัดมหาพุทธารามจึงเป็นมากกว่าวัดกลางเมือง แต่เป็นแกนศรัทธาที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันของศรีสะเกษ หลวงพ่อโตเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางใจ พระวิหารเป็นพื้นที่แห่งศิลปะและพุทธประวัติ วัดเป็นศูนย์กลางคณะสงฆ์และชุมชน เมืองศรีสะเกษเติบโตล้อมรอบวัดแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ได้มากราบหลวงพ่อโตจะได้สัมผัสทั้งความสงบ ความงาม และความหมายทางประวัติศาสตร์ของเมืองอีสานใต้แห่งนี้ในคราวเดียว วัดมหาพุทธารามจึงเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางแรกของการมาเยือนศรีสะเกษเสมอ
| ชื่อสถานที่ | วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ / วัดพระโต |
| ชื่อสำคัญขององค์พระ | หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดศรีสะเกษ |
| ประเภทสถานที่ | พระอารามหลวง ชั้นตรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดสำคัญประจำจังหวัด ศาสนสถาน แหล่งศิลปกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาใจกลางเมืองศรีสะเกษ |
| ที่ตั้ง | บ้านป่าแดง ถนนขุขันธ์ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000 |
| พิกัด | 15.117619, 104.328782 |
| ความสำคัญ | เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์กลางศรัทธา พิธีกรรม การปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และการปฏิบัติธรรมของจังหวัด |
| ประวัติโดยสรุป | เดิมเรียกว่าวัดพระโตหรือวัดป่าแดง สร้างขึ้นบริเวณที่พบหลวงพ่อโตกลางป่าแดง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดมหาพุทธาราม และได้รับการยกย่องเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ |
| ข้อมูลการตั้งวัด | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2395 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2465 |
| ขนาดพื้นที่วัด | ประมาณ 23 ไร่ 2 งาน |
| ลักษณะหลวงพ่อโต | พระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย สูงจากฐานถึงยอดเกศประมาณ 6.85 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 3.50 เมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวศรีสะเกษเคารพสักการะอย่างสูง |
| พระวิหารหลวงพ่อโต | วิหารขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 14 เมตร ยาวประมาณ 40 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตและมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ นรก สวรรค์ และพระเวสสันดรชาดก |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง พร้อมคณะสงฆ์ ไวยาวัจกร คณะกรรมการบริหารวัด และหน่วยงานพระพุทธศาสนาในจังหวัดศรีสะเกษ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดสำคัญประจำจังหวัด เป็นพระอารามหลวง เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษ และยังใช้ประกอบพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ จังหวัด และประชาชนทั่วไป |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย หรือปัจจัยเป็นไปตามศรัทธา |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในวัด | 1. พระวิหารหลวงพ่อโต 2. องค์หลวงพ่อโต / พระพุทธมหามุนี 3. พระอุโบสถ 4. ศาลาพระพุทธคุณ 5. พื้นที่ประกอบพิธีสงฆ์และพิธีจังหวัด 6. พื้นที่ปฏิบัติธรรม 7. โรงเรียนวัดมหาพุทธาราม 8. ลานวัดและจุดสักการะ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วิหารสำหรับสักการะ จุดถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ลานวัด ศาลา พื้นที่ประกอบพิธี และการเดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟศรีสะเกษกับย่านกลางเมือง |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-622645 เทศบาลเมืองศรีสะเกษ โทร. 045-620211-4 |
| การเดินทาง | จากสถานีรถไฟศรีสะเกษเดินทางต่อมายังวัดได้ในระยะใกล้ หากใช้รถยนต์ส่วนตัวให้เข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้ถนนขุขันธ์ และจอดรถในพื้นที่ที่วัดหรือชุมชนจัดไว้โดยไม่กีดขวางทางเข้าออก |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร ไม่ส่งเสียงดัง ไม่แตะต้ององค์พระหรือเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต รักษาความสะอาด ไม่รบกวนผู้สวดมนต์หรือผู้ปฏิบัติธรรม และปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีรถไฟศรีสะเกษ ประมาณ 0.6 กม. 2. ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 1 กม. 3. ตึกขุนอำไพพาณิชย์ ประมาณ 1.5 กม. โทร. 045-644-375 4. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 5 กม. โทร. 045-612-686, 045-613-804 5. วัดพระธาตุเรืองรอง ประมาณ 13 กม. โทร. 063-181-5217, 081-977-3078 6. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ประมาณ 67 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. The Wine Room Cafe ประมาณ 1 กม. โทร. 082-678-7468 2. Jiree Cafe ประมาณ 1 กม. โทร. 080-799-1890 3. The Cup Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 095-742-6323 4. ร้านศรีสุรักษ์ ประมาณ 2 กม. โทร. 061-021-7269 5. Dear Cup Coffee ใกล้โรงพยาบาลศรีสะเกษ ประมาณ 3 กม. โทร. 066-119-6968 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมพรหมพิมาน ประมาณ 1 กม. โทร. 045-612-667, 045-612-696, 045-612-150 2. บุญศิริบูติกโฮเทล ประมาณ 1 กม. โทร. 045-622-222 3. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 4. The Impress Sisaket ประมาณ 3 กม. โทร. 045-961-566 5. โรงแรมบ้านต้นไม้ ศรีสะเกษ ประมาณ 5 กม. โทร. 045-611-563, 080-477-7854 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดมหาพุทธาราม ศรีสะเกษ คือวัดอะไร?
ตอบ: วัดมหาพุทธาราม หรือวัดพระโต เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีและวัดคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต หรือพระพุทธมหามุนี พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวศรีสะเกษเคารพสักการะอย่างสูง
ถาม: หลวงพ่อโต วัดมหาพุทธาราม มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย สูงประมาณ 6.85 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 3.50 เมตร เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวศรีสะเกษและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองศรีสะเกษ
ถาม: วัดมหาพุทธารามเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: วัดมหาพุทธารามเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อโตและชมพระวิหารได้ตามเวลาที่วัดเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้
ถาม: วัดมหาพุทธารามมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดมหาพุทธารามไม่เก็บค่าเข้าชม การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย หรือปัจจัยเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธารามปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสปัจจุบันคือ พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง
ถาม: เดินทางไปวัดมหาพุทธารามอย่างไร?
ตอบ: วัดตั้งอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ บนถนนขุขันธ์ ใกล้สถานีรถไฟศรีสะเกษ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถไฟแล้วต่อรถมายังวัดได้สะดวก
ถาม: จุดเด่นที่ควรชมภายในวัดมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นคือพระวิหารหลวงพ่อโต องค์หลวงพ่อโตหรือพระพุทธมหามุนี จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นรก สวรรค์ และพระเวสสันดรชาดก รวมถึงบรรยากาศของพระอารามหลวงใจกลางเมืองศรีสะเกษ
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชมวัดมหาพุทธาราม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหาร รักษาความสงบ ไม่รบกวนผู้สักการะ ไม่แตะต้ององค์พระหรือเครื่องสักการะโดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาความสะอาดภายในวัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




