หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.กันทรลักษ์ >ต.บึงมะลู > ปราสาทเขาพระวิหาร
TL;DR: ปราสาทเขาพระวิหาร อยู่ที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา บนเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณชายแดนติดผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย เปิดปิดชั่วคราว ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป เวลา ยังไม่มีรอบเข้าชมทั่วไปในช่วงปิดชั่วคราว.
ปราสาทเขาพระวิหาร

วันเปิดทำการ: ปิดชั่วคราว ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป
เวลาเปิดทำการ: ยังไม่มีรอบเข้าชมทั่วไปในช่วงปิดชั่วคราว
ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเทวสถานขอมโบราณบนเทือกเขาพนมดงรัก อยู่ในเขตประเทศกัมพูชาบริเวณชายแดนติดจังหวัดศรีสะเกษของไทย มีความสำคัญทั้งด้านศิลปะ ศาสนา ภูมิทัศน์ และประวัติศาสตร์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันตัวปราสาทและพื้นที่ผามออีแดงฝั่งไทยยังไม่เปิดให้ท่องเที่ยวทั่วไป เนื้อหานี้จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นบทความให้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการวางแผนท่องเที่ยวในอนาคตเมื่อมีประกาศเปิดพื้นที่อย่างเป็นทางการ
ปราสาทเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ เป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวไทยคุ้นเคยเมื่อกล่าวถึงโบราณสถานขอมขนาดใหญ่บนแนวเทือกเขาพนมดงรัก แม้ตัวปราสาทจะตั้งอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา แต่พื้นที่ที่คนไทยรู้จักและใช้เป็นจุดมองเห็นปราสาทได้ชัดเจนที่สุดคือผามออีแดงในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ตำแหน่งภูมิประเทศซึ่งตั้งอยู่บนสันเขาสูง มองเห็นที่ราบกัมพูชาเบื้องล่างอย่างกว้างไกล และเป็นจุดที่เชื่อมโยงเรื่องราวของอารยธรรมขอมโบราณกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของอีสานใต้ได้อย่างเด่นชัด
ปราสาทเขาพระวิหาร หรือ Preah Vihear Temple เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระศิวะในศาสนาฮินดู ลักษณะการวางผังของปราสาทแตกต่างจากปราสาทขอมจำนวนมากที่มักจัดวางตามแนวแกนตะวันออกและตะวันตก เพราะปราสาทแห่งนี้วางตัวตามแนวสันเขาและใช้ระดับความสูงของภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินจากชั้นล่างไปยังชั้นสูงสุด ผู้มาเยือนจะรู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ เคลื่อนจากโลกสามัญขึ้นสู่พื้นที่แห่งความศรัทธา การเดินทางตามแนวทางดำเนิน บันไดหิน ลานหิน โคปุระ และปราสาทประธาน จึงไม่ใช่เพียงการชมสถาปัตยกรรม แต่เป็นการสัมผัสความคิดทางศาสนาและการออกแบบภูมิทัศน์ของช่างขอมโบราณอย่างเป็นระบบ
ตัวปราสาทตั้งอยู่บริเวณขอบหน้าผาสูงของเทือกเขาพนมดงรัก โดยยอดพื้นที่ใกล้ปราสาทประธานมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 600 เมตร จุดนี้ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารมีภาพจำที่แตกต่างจากปราสาทหินแห่งอื่นในภูมิภาคอีสานใต้ เพราะไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบหรือเนินดินธรรมดา แต่ตั้งอยู่บนแนวผาสูงที่ให้ความรู้สึกสง่างาม เงียบขรึม และทรงพลัง เมื่อมองจากผามออีแดงฝั่งไทย นักท่องเที่ยวจะเห็นแนวปราสาทอยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับขอบผาและผืนป่าเบื้องล่าง ภูมิทัศน์นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารได้รับการยอมรับในฐานะโบราณสถานที่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับนานาชาติ
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ปราสาทเขาพระวิหารเริ่มมีพัฒนาการสำคัญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 และมีการสร้างเสริมต่อเนื่องในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16–17 ก่อนจะสำเร็จสมบูรณ์มากขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งจักรวรรดิขอม ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นยุคที่ศิลปะขอมมีความรุ่งเรืองสูง ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม การวางผังศาสนสถาน และการใช้จารึกเพื่อบันทึกเรื่องราวของรัฐและศาสนา ปราสาทเขาพระวิหารจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความสามารถของช่างโบราณในการใช้ภูมิประเทศจริงมาผสานกับแนวคิดเรื่องจักรวาลวิทยาและความศักดิ์สิทธิ์ของภูเขา
ลักษณะโดยรวมของปราสาทมีความยาวตามแนวแกนประมาณ 900 เมตร ประกอบด้วยระดับพื้นที่สำคัญหลายช่วงที่ไต่ระดับขึ้นไปตามแนวภูเขา นักท่องเที่ยวมักจดจำปราสาทแห่งนี้จากภาพของทางดำเนินหิน บันไดนาค โคปุระหลายชั้น ลานหินที่เชื่อมต่อกัน และปราสาทประธานซึ่งอยู่ใกล้ขอบหน้าผา การเดินชมปราสาทในช่วงที่เปิดให้เข้าชมตามปกติจึงต้องใช้เวลาและการเดินเท้าพอสมควร เพราะความงดงามของสถานที่ไม่ได้รวมอยู่ที่อาคารหลังเดียว แต่กระจายอยู่ตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงพื้นที่สูงสุด
โคปุระหรือซุ้มประตูของปราสาททำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านระหว่างพื้นที่แต่ละระดับ รูปแบบของโคปุระ ลวดลายประดับ หน้าบัน ทับหลัง เสากรอบประตู และแนวกำแพงหิน ล้วนเป็นส่วนที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของศิลปะขอมและความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถานกับพิธีกรรมในอดีต แม้กาลเวลาจะทำให้บางส่วนผุกร่อน แต่เค้าโครงของสถาปัตยกรรมยังคงแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของการก่อสร้างบนพื้นที่สูง ซึ่งต้องอาศัยทั้งแรงงาน ความรู้ด้านวิศวกรรม และการวางแผนระยะยาว
หนึ่งในจุดเด่นของปราสาทเขาพระวิหารคือการใช้หินธรรมชาติของภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นทางเดินและขั้นบันได ช่างโบราณไม่ได้สร้างอาคารแยกออกจากภูมิประเทศ แต่ปรับแต่งพื้นหินเดิมให้กลายเป็นเส้นทางพิธีกรรมที่ต่อเนื่องกัน การเดินขึ้นปราสาทจึงทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน ทางเดินที่ยาวและค่อย ๆ สูงขึ้นทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของปลายทาง และเมื่อถึงพื้นที่ปราสาทประธาน มุมมองสู่ทิวทัศน์เบื้องล่างจะเปิดกว้างขึ้นอย่างน่าประทับใจ
ชื่อ “เขาพระวิหาร” ในภาษาไทยสื่อถึงภูเขาและศาสนสถาน ส่วนชื่อ “Preah Vihear” ในภาษาเขมรหมายถึงพระวิหารหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คำเรียกทั้งสองสะท้อนความสัมพันธ์ของสถานที่กับศาสนาและภูมิประเทศอย่างแนบแน่น ปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างบนเขา แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อเกี่ยวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ พระศิวะ และอำนาจทางศาสนาการเมืองของรัฐขอมโบราณ ความหมายของชื่อจึงช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเหตุใดสถานที่แห่งนี้จึงได้รับความสำคัญต่อทั้งคนในพื้นที่ นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และผู้สนใจวัฒนธรรมอาเซียน
ในมิติของประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ปราสาทเขาพระวิหารเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง ในปี พ.ศ. 2483 กรมศิลปากรของไทยเคยประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นโบราณสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีคำพิพากษาในคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งทำให้ตัวปราสาทอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และในปี พ.ศ. 2551 ปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO ในฐานะโบราณสถานที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล การเล่าเรื่องสถานที่แห่งนี้จึงควรนำเสนอด้วยความระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางวัฒนธรรม โบราณคดี และมรดกของมนุษยชาติเป็นหลัก
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย จุดที่สัมพันธ์กับปราสาทเขาพระวิหารมากที่สุดคือผามออีแดงในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ ผามออีแดงเป็นหน้าผาหินทรายสีแดงขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ในช่วงที่อุทยานเปิดให้บริการตามปกติ ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และทิวทัศน์ป่าบริเวณชายแดนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของอีสานใต้ นอกจากใช้เป็นจุดชมวิวแล้ว ผามออีแดงยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งโบราณคดี เพราะมีภาพสลักนูนต่ำรูปเทพ 3 องค์บนผนังหินทรายใกล้หน้าผา ซึ่งสะท้อนฝีมือและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมขอมโบราณ
บริเวณใกล้ผามออีแดงยังมีสถูปคู่หรือพระธาตุหินทราย 2 องค์ ตั้งอยู่บนพื้นที่หินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นสถูปขนาดเล็กที่ชาวบ้านให้ความเคารพและมักเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าพื้นถิ่น ภายในเขตอุทยานยังมีสระตราว น้ำตกขุนศรี ถ้ำขุนศรี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และปราสาทโดนตวล ซึ่งช่วยให้พื้นที่เขาพระวิหารไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะเรื่องปราสาทใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งธรรมชาติ ป่าไม้ หน้าผา แหล่งน้ำ โบราณสถาน และเรื่องเล่าท้องถิ่นไว้ในบริเวณเดียวกัน
ในช่วงที่สถานการณ์ปกติ การเดินทางมายังพื้นที่ฝั่งไทยนิยมเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษหรืออำเภอกันทรลักษ์ จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปยังสระบุรี แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านนครราชสีมา ปักธงชัย สังขะ ขุขันธ์ ก่อนเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 221 ไปยังอำเภอกันทรลักษ์และอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อีกเส้นทางหนึ่งคือเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีผ่านอำเภอวารินชำราบ สำโรง เบญจลักษ์ และกันทรลักษ์ เส้นทางเหล่านี้เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะพื้นที่อุทยานและจุดชมวิวอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร
การเดินทาง ในปัจจุบันต้องยึดประกาศของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก เพราะพื้นที่ผามออีแดงและพื้นที่ใกล้ชายแดนมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย การวางแผนเที่ยวจึงควรเริ่มจากการตรวจสอบประกาศของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จังหวัดศรีสะเกษ และหน่วยงานความมั่นคง ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง หากยังไม่มีประกาศเปิดอย่างเป็นทางการ ไม่ควรเดินทางขึ้นไปยังพื้นที่ปิดหรือพื้นที่ใกล้แนวชายแดนด้วยตนเอง ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องปราสาทเขาพระวิหารในระหว่างที่ยังปิดพื้นที่ สามารถใช้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการอ่านเชิงประวัติศาสตร์ หรือวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวศรีสะเกษในพื้นที่อื่นที่เปิดให้บริการตามปกติแทนได้
จุดแข็งของปราสาทเขาพระวิหารในเชิงการท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงความเก่าแก่ แต่คือการรวมองค์ประกอบหลายชั้นไว้ในสถานที่เดียว ทั้งมิติของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะขอมโบราณ เส้นทางพิธีกรรม ผังสถาปัตยกรรมที่ยาวต่อเนื่อง และทิวทัศน์ที่เปิดกว้างสู่ที่ราบเบื้องล่าง เมื่อพื้นที่เปิดให้ชมตามปกติ นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์จะได้รับประโยชน์มากจากการศึกษาแผนผังปราสาทล่วงหน้า เพราะการเดินชมปราสาทจากระดับล่างขึ้นไปยังปราสาทประธานจะเข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อรู้ว่าแต่ละลาน แต่ละโคปุระ และแต่ละแนวทางเดินมีหน้าที่สร้างลำดับความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร
สำหรับนักถ่ายภาพและนักเดินทางสายธรรมชาติ ผามออีแดงเป็นจุดที่มีคุณค่ามากเมื่อเปิดให้เข้าชม เพราะแสงเช้าบนหน้าผา ทะเลหมอกในบางฤดูกาล และมุมมองจากสันเขาพนมดงรักทำให้ได้ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พื้นที่นี้ยังเหมาะกับการเรียนรู้ภูมิศาสตร์ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างสุภาพและรอบด้าน เพราะเมื่อยืนอยู่บนผามออีแดงจะเห็นได้ชัดว่าแนวภูเขา หน้าผา และที่ราบกัมพูชาเบื้องล่างมีอิทธิพลต่อทั้งการตั้งถิ่นฐาน การเดินทาง และการสร้างศาสนสถานโบราณอย่างไร
ในเชิงศิลปกรรม ปราสาทเขาพระวิหารแสดงให้เห็นทักษะของช่างขอมในการสร้างอาคารหินบนพื้นที่ยากต่อการก่อสร้าง ความประณีตของทับหลัง หน้าบัน เสาประดับ และกรอบประตู สัมพันธ์กับโลกทัศน์ของศาสนาฮินดูที่ยกภูเขาให้เป็นพื้นที่ใกล้ชิดเทพเจ้า พื้นที่ปราสาทประธานริมหน้าผาจึงไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่สูงที่สุดในเชิงกายภาพ แต่ยังเป็นจุดสูงสุดทางความหมายของศาสนสถาน เมื่ออ่านปราสาทจากล่างขึ้นบน ผู้ชมจะเห็นการออกแบบที่พาผู้คนเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทีละขั้น
ในเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย ปราสาทเขาพระวิหารเป็นตัวอย่างสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องการการดูแลด้วยความร่วมมือและความเข้าใจ เพราะโบราณสถานไม่ได้มีคุณค่าต่อประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นหลักฐานของประวัติศาสตร์ภูมิภาคที่เชื่อมโยงผู้คน ภาษา ศิลปะ ศาสนา และภูมิประเทศเข้าด้วยกัน การนำเสนอเรื่องปราสาทเขาพระวิหารในบทความท่องเที่ยวจึงควรช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี โดยไม่ลดทอนความละเอียดอ่อนของพื้นที่ชายแดน
เมื่อพื้นที่กลับมาเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านข้อมูลและการเดินทาง ควรตรวจสอบวันเวลาเปิดจริง ค่าเข้าชมล่าสุด กฎของอุทยาน เงื่อนไขการผ่านแดน และคำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนเดินทาง ไม่ควรใช้ข้อมูลเก่าหรือรีวิวเก่ามาเป็นหลักในการตัดสินใจ เพราะพื้นที่เขาพระวิหารมีสถานะที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ชายแดน การเที่ยวสถานที่ลักษณะนี้ให้ปลอดภัยและมีคุณภาพจึงเริ่มจากการเคารพประกาศของเจ้าหน้าที่และเคารพคุณค่าของโบราณสถานอย่างจริงจัง
แม้ในช่วงที่ยังไม่เปิดให้ท่องเที่ยวทั่วไป ปราสาทเขาพระวิหารยังคงเป็นหัวข้อสำคัญสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย กัมพูชา อีสานใต้ และอารยธรรมขอม การอ่านเรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจว่าพื้นที่ชายแดนไม่ได้เป็นเพียงเส้นแบ่งทางการเมือง แต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการเดินทาง การค้า ความเชื่อ และความสัมพันธ์ของผู้คนในอดีต ปราสาทบนภูเขาแห่งนี้จึงยังมีคุณค่าในฐานะบทเรียนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แม้การเดินทางจริงต้องรอความพร้อมของพื้นที่และประกาศเปิดอย่างเป็นทางการ
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทเขาพระวิหาร / Preah Vihear Temple |
| ที่ตั้ง | ตั้งอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา บนเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณชายแดนติดผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย |
| ที่อยู่ | Preah Vihear Province, Cambodia / พื้นที่ชมวิวฝั่งไทยอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ |
| พิกัด | ประมาณ 14.3890, 104.6800 |
| ไฮไลต์ | เทวสถานขอมบนสันเขาสูง วางผังตามแนวภูเขายาวประมาณ 900 เมตร มีโคปุระ ลานหิน ทางดำเนิน บันไดนาค และปราสาทประธานริมหน้าผา |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มมีพัฒนาการสำคัญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 และมีการสร้างเสริมในพุทธศตวรรษที่ 16–17 ก่อนสำเร็จสมบูรณ์มากขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อภาษาไทย “เขาพระวิหาร” สื่อถึงภูเขาและศาสนสถาน ส่วนชื่อ “Preah Vihear” ในภาษาเขมรหมายถึงพระวิหารหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ |
| ลักษณะเด่น | วางตัวตามแนวสันเขาพนมดงรัก ใช้พื้นหินธรรมชาติเป็นทางดำเนิน มีระดับพื้นที่ลดหลั่นขึ้นไปสู่ปราสาทประธาน และเปิดมุมมองสู่ที่ราบกัมพูชาเบื้องล่าง |
| การเดินทาง | จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสระบุรี–นครราชสีมา–ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านปักธงชัย สังขะ ขุขันธ์ แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 221 เข้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ ส่วนจากอุบลราชธานีใช้เส้นทางวารินชำราบ–สำโรง–เบญจลักษ์–กันทรลักษ์ ก่อนขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเมื่อมีประกาศเปิดพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | ปิดชั่วคราวสำหรับการท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งพื้นที่ผามออีแดงฝั่งไทยและตัวปราสาทฝั่งกัมพูชา จนกว่าจะมีประกาศเปิดอย่างเป็นทางการ |
| วันเปิดทำการ | ปิดชั่วคราว ไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป |
| เวลาเปิดทำการ | ยังไม่มีรอบเข้าชมทั่วไปในช่วงปิดชั่วคราว |
| ค่าเข้า | ในช่วงปิดชั่วคราวไม่มีการเข้าชมทั่วไป หากอุทยานฝั่งไทยกลับมาเปิดให้บริการ อัตราค่าธรรมเนียมอุทยานกลุ่มที่ 2 คือ คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เมื่อเปิดให้บริการตามปกติ พื้นที่ฝั่งไทยมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดชมวิว ลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าชุมชน และพื้นที่บริการของอุทยาน แต่ปัจจุบันพื้นที่ผามออีแดงอยู่ในสถานะปิดชั่วคราว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ทางดำเนินและบันไดนาค, โคปุระ 5 หลัง, ลานหินและลานพิธีกรรม, ปราสาทประธานริมหน้าผา, ผามออีแดงฝั่งไทย, ภาพสลักนูนต่ำ, สถูปคู่, สระตราว, น้ำตกขุนศรี, ปราสาทโดนตวล |
| ผู้ดูแล | ตัวปราสาทอยู่ภายใต้การดูแลของ National Authority for Preah Vihear (NAPV) ประเทศกัมพูชา ส่วนพื้นที่ผามออีแดงฝั่งไทยอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โทร. 045-826045 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | https://napv.gov.kh/ และ https://www.dnp.go.th/ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ผามออีแดง ประมาณ 0 กม. 2. ภาพสลักนูนต่ำผามออีแดง ประมาณ 1 กม. 3. สถูปคู่ ประมาณ 1 กม. 4. ปราสาทโดนตวล ประมาณ 9 กม. 5. สระตราว ประมาณ 2 กม. 6. เขื่อนห้วยขนุน ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อัตลักษณ์ Coffee ของฝากกันทรลักษ์ ประมาณ 34 กม. โทร. 094-525-1926 2. ครัวฟ้าหลังฝน กันทรลักษ์ ประมาณ 35 กม. โทร. 087-245-5116 3. คาเฟ่หลังบ้าน กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 098-093-7878 4. Wasabi กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 062-874-9224 5. Lotus's Eats กันทรลักษ์ ประมาณ 36 กม. โทร. 095-205-4617 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ภูลดา รีสอร์ท ประมาณ 35 กม. โทร. 045-662951 2. สบายใจรีสอร์ท กันทรลักษ์ ประมาณ 37 กม. โทร. 081-600-3300 3. กันทรลักษ์พาเลซ / โรงแรมประสพสุขวิลล์ ประมาณ 36 กม. โทร. 045-635-157 4. S.B. Hotel Kantharalak ประมาณ 38 กม. โทร. 045-663-103 5. RC Resort ประมาณ 37 กม. โทร. 090-823-6899 6. Katthaleeya Resort คัทลียา รีสอร์ท ประมาณ 36 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในประเทศไทยหรือกัมพูชา?
ตอบ: ตัวปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา บริเวณชายแดนติดจังหวัดศรีสะเกษของไทย ส่วนพื้นที่ผามออีแดงในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นจุดชมวิวฝั่งไทยที่สัมพันธ์กับปราสาทแห่งนี้
ถาม: ปราสาทเขาพระวิหารเปิดให้เข้าชมตอนนี้หรือไม่?
ตอบ: ปัจจุบันยังไม่เปิดให้เข้าชมทั่วไป พื้นที่ผามออีแดงฝั่งไทยและตัวปราสาทฝั่งกัมพูชาอยู่ในสถานะปิดชั่วคราวด้านการท่องเที่ยว จึงควรรอประกาศเปิดอย่างเป็นทางการก่อนวางแผนเดินทาง
ถาม: ถ้าต้องการชมปราสาทเขาพระวิหารจากฝั่งไทยต้องไปที่ไหน?
ตอบ: จุดชมวิวที่เกี่ยวข้องกับฝั่งไทยคือผามออีแดงในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่ต้องตรวจสอบประกาศเปิดพื้นที่ก่อนทุกครั้ง
ถาม: ปราสาทเขาพระวิหารมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทเขาพระวิหารเป็นเทวสถานขอมที่อุทิศแด่พระศิวะ มีผังสถาปัตยกรรมที่วางตามแนวภูเขาอย่างโดดเด่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี พ.ศ. 2551
ถาม: ค่าเข้าชมปราสาทเขาพระวิหารเท่าไร?
ตอบ: ในช่วงปิดชั่วคราวยังไม่มีการเข้าชมทั่วไป ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมฝั่งอุทยานไทยเมื่อเปิดให้บริการคือคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวผามออีแดงเมื่อเปิดพื้นที่?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการชมแสงแรกและทิวทัศน์บนหน้าผา ส่วนฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวมีโอกาสเห็นทะเลหมอก แต่ต้องตรวจสอบสภาพอากาศและประกาศของอุทยานก่อนเดินทาง
ถาม: สามารถเดินทางไปปราสาทเขาพระวิหารจากกรุงเทพฯ ได้อย่างไร?
ตอบ: เส้นทางหลักคือขับรถจากกรุงเทพฯ ผ่านสระบุรี นครราชสีมา ทางหลวงหมายเลข 24 และต่อทางหลวงหมายเลข 221 ไปยังอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนขึ้นสู่อุทยานเมื่อมีประกาศเปิดพื้นที่
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินทางไปพื้นที่เขาพระวิหาร?
ตอบ: ควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่จากหน่วยงานทางการ เตรียมเอกสารส่วนตัว น้ำดื่ม รองเท้าเดินสบาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นพื้นที่ชายแดนและมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




