หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.หนองพอก >ต.ผาน้ำย้อย > สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี
TL;DR: สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี อยู่ที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลผาน้ำย้อย.

ร้อยเอ็ด

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด หรือสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและวรรณคดีไทยที่สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 94 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวอำเภอหนองพอกประมาณ 21 กิโลเมตร สวนแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำพรรณไม้ที่ปรากฏในวรรณคดีไทยมาปลูกและจัดแสดงเป็นหมวดหมู่ เช่น เรื่องพระเวสสันดร ขุนช้างขุนแผน ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย และลานพุทธประวัติ พร้อมทั้งมีพื้นที่สมุนไพรที่จัดแยกตามสรรพคุณและพื้นที่ศึกษาธรรมชาติท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงามของเทือกเขาภูเขียว
 
สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้พรรณไม้ไทยในมิติที่ลึกกว่าสวนสาธารณะทั่วไป เพราะที่นี่ไม่ได้ปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่นเพียงอย่างเดียว แต่จัดวางพรรณไม้ให้เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าในวรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากพืช สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ที่รวมธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ วรรณกรรม พุทธประวัติ สมุนไพร และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไว้ในสถานที่เดียวกันอย่างมีเอกลักษณ์
 
พื้นที่ตั้งของสวนอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูเขียว มีระดับความสูงประมาณ 340 – 400 เมตร สภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าที่กำลังฟื้นสภาพ ดินส่วนใหญ่เป็นดินทรายชุดโคราช พรรณไม้ป่าที่พบในพื้นที่มีหลายชนิด เช่น ตะเคียน มะหาด พะยูง มะค่า ยาง แดง จิก รัง ประดู่ และไม้ป่าอื่น ๆ การมาเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีจึงให้ประสบการณ์ต่างจากการเที่ยวสวนในเมือง เพราะผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศป่าเขา อากาศโปร่ง และภูมิทัศน์ที่มีความเป็นธรรมชาติของภาคอีสานตอนในอย่างชัดเจน
 
จุดเด่นของสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด คือแนวคิดการนำพืชในวรรณคดีมาจัดแสดงในพื้นที่จริง ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าพรรณไม้ที่เคยปรากฏในบทกลอน นิทานชาดก หรือวรรณกรรมไทย ไม่ได้เป็นเพียงชื่อในหนังสือ แต่เป็นต้นไม้จริงที่มีลักษณะ สี กลิ่น รูปทรง ประโยชน์ และบทบาททางวัฒนธรรม การเดินชมสวนจึงเปรียบเสมือนการเดินผ่านหน้าหนังสือวรรณคดีที่แปลงเป็นภูมิทัศน์กลางแจ้ง นักเรียน นักศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถใช้พื้นที่นี้เพื่อเรียนรู้ทั้งภาษาไทย วรรณคดี พฤกษศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
 
ภายในสวนมีการแบ่งพื้นที่ปลูกต้นไม้ตามวรรณคดีสำคัญหลายเรื่อง เช่น พระเวสสันดร ซึ่งเชื่อมโยงกับประเพณีบุญผะเหวดและความเชื่อเรื่องทานบารมีในภาคอีสาน ขุนช้างขุนแผน ซึ่งสะท้อนชีวิต สังคม และความเชื่อของผู้คนในวรรณคดีไทย ลิลิตพระลอซึ่งมีความงามด้านภาษาและอารมณ์วรรณศิลป์ ลิลิตตะเลงพ่ายซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และความกล้าหาญ รวมถึงลานพุทธประวัติที่เชื่อมโยงพรรณไม้กับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา การจัดแสดงเช่นนี้ทำให้สวนมีเนื้อหามากกว่าสวนไม้ประดับ เพราะทุกพื้นที่มีเรื่องเล่าเป็นแกนกลาง
 
สวนพรรณไม้จากเรื่องพระเวสสันดรเป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอีสานอย่างชัดเจน เพราะพระเวสสันดรชาดกเป็นวรรณคดีพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับประเพณีบุญผะเหวดหรือบุญมหาชาติ ซึ่งเป็นงานบุญสำคัญในร้อยเอ็ดและหลายจังหวัดภาคอีสาน พรรณไม้ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวในป่า การเดินทาง การเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีช่วยให้ผู้ชมเข้าใจบรรยากาศของชาดกได้ชัดขึ้น เมื่อเดินผ่านพื้นที่นี้ ผู้มาเยือนจะเห็นว่าวรรณคดีไม่ได้อยู่ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่สามารถเชื่อมโยงกับภูมิประเทศ พืชพรรณ และประเพณีท้องถิ่นได้โดยตรง
 
สวนพรรณไม้จากเรื่องขุนช้างขุนแผนช่วยเปิดมุมมองด้านวรรณคดีชีวิตและสังคมไทย เพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านเมือง วิถีชีวิต ความรัก ความเชื่อ เครื่องหอม สมุนไพร และพรรณไม้จำนวนมาก การได้เห็นพรรณไม้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องขุนช้างขุนแผนในสวนพฤกษศาสตร์ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าต้นไม้มีบทบาทในวรรณคดีมากกว่าฉากประกอบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาษา อารมณ์ ความเชื่อ และสิ่งแวดล้อมของตัวละคร การชมสวนในมุมนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจภาษาไทยและวรรณคดีไทยเป็นพิเศษ
 
สวนพรรณไม้จากลิลิตพระลอและลิลิตตะเลงพ่ายช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นความหลากหลายของวรรณคดีไทย ลิลิตพระลอมีความงามด้านอารมณ์ ความรัก และถ้อยคำพรรณนาธรรมชาติ ส่วนลิลิตตะเลงพ่ายมีความเข้มข้นด้านประวัติศาสตร์ การสงคราม และจิตวิญญาณของบ้านเมือง พรรณไม้ที่จัดแสดงตามวรรณคดีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจวรรณกรรมผ่านประสาทสัมผัสมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการอ่านตัวอักษร แต่เป็นการเห็นสีของใบไม้ รูปทรงของลำต้น ร่มเงา และสภาพแวดล้อมที่พรรณไม้เหล่านั้นดำรงอยู่
 
ลานพุทธประวัติเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ พุทธศาสนา และการเรียนรู้ทางใจเข้าด้วยกัน พรรณไม้หลายชนิดมีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติและเรื่องเล่าทางศาสนา การจัดพื้นที่ลานพุทธประวัติภายในสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธศาสนา ต้นไม้จึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางศาสนา สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ การบำเพ็ญเพียร และการดำรงชีวิตอย่างสมดุลกับธรรมชาติ
 
นอกจากพื้นที่พรรณไม้ในวรรณคดีแล้ว สวนยังมีสมุนไพรที่จัดแยกตามสรรพคุณ ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจภูมิปัญญาการใช้พืชของคนไทย พืชสมุนไพรจำนวนมากมีบทบาททั้งในครัวเรือน การดูแลสุขภาพพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น และตำรับยาไทย การจัดแยกตามสรรพคุณช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นว่าแต่ละชนิดมีคุณค่าอย่างไร ใช้ส่วนใดของพืช และเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างไร พื้นที่สมุนไพรจึงเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจสุขภาพ และผู้ที่ต้องการรู้จักพืชพื้นบ้านอย่างเป็นระบบ
 
ในมิติของการอนุรักษ์ สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด มีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งรวบรวมพรรณไม้และพื้นที่เรียนรู้ด้านป่าไม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สวนพฤกษศาสตร์ประเภทนี้ช่วยเก็บรักษาพรรณไม้ท้องถิ่น พรรณไม้หายาก พรรณไม้ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และพืชที่ควรได้รับการศึกษาต่อเนื่อง การได้เห็นต้นไม้จริงในพื้นที่จริงช่วยให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้มากกว่าการเรียนรู้จากภาพหรือเอกสารเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เหมาะกับการเที่ยวแบบสงบและใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพรรณไม้ ถ่ายภาพธรรมชาติ อ่านป้ายความรู้ ศึกษาสมุนไพร และพักผ่อนในบรรยากาศป่าเขา ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้า เพราะอากาศเย็นกว่าและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนช่วงบ่ายควรวางเวลาให้ทันก่อนปิดให้บริการเวลา 16.30 น. เนื่องจากพื้นที่สวนมีขนาดใหญ่และอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือวันที่มีหมอกบนเส้นทางภูเขา
 
บรรยากาศของสวนมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง พื้นที่ป่าฟื้นสภาพและป่าเบญจพรรณทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นต้นไม้ที่เติบโตตามสภาพพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงไม้ประดับที่ปลูกเพื่อความสวยงาม ลักษณะภูมิประเทศบนเทือกเขาภูเขียวช่วยให้พื้นที่มีมุมมองกว้างและอากาศต่างจากที่ราบในตัวเมืองร้อยเอ็ด ความร่มรื่นและความสงบของสวนจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักจากความคึกคักของเมืองและใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
 
การเดินทางมายังสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด จากตัวเมืองร้อยเอ็ดสามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลผาน้ำย้อย เส้นทางมีระยะทางไกลจากตัวจังหวัดประมาณ 94 กิโลเมตร และจากอำเภอหนองพอกไปยังสวนประมาณ 21 กิโลเมตร ผู้เดินทางควรตรวจสภาพรถ เติมน้ำมันให้เพียงพอ และวางแผนเวลาให้สอดคล้องกับเวลาเปิดเข้าชม 08.30 – 16.30 น. สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเส้นทางควรใช้แอปพลิเคชันแผนที่ควบคู่กับการสอบถามคนในพื้นที่เมื่อเข้าเขตอำเภอหนองพอก
 
พื้นที่อำเภอหนองพอกมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีได้ โดยเฉพาะผาน้ำย้อยหรือพุทธอุทยานอีสาน และวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระเจดีย์สีขาวทองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาเขียว มีความสูง 101 เมตร กว้างและยาวด้านละ 101 เมตร และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คทางศาสนาที่สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด การเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีคู่กับผาน้ำย้อยทำให้ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ พรรณไม้ วรรณคดี และศาสนสถานขนาดใหญ่ในเส้นทางเดียว
 
ใกล้กับพื้นที่หนองพอกยังมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินทราย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิว เช่น ผาพยอมและผาน้ำทิพย์ สถานที่ลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า และภูมิประเทศของภูเขาในร้อยเอ็ด หากวางแผนล่วงหน้าและเดินทางด้วยความพร้อม นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปแบบธรรมชาติและวัฒนธรรมในอำเภอหนองพอกได้ครบถ้วนกว่าการแวะเพียงจุดเดียว
 
สำหรับครอบครัวและกลุ่มนักเรียน สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กสามารถเรียนรู้ว่าต้นไม้เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าอย่างไร เหตุใดพืชบางชนิดจึงถูกกล่าวถึงในวรรณคดี และพืชสมุนไพรมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ครูและผู้ปกครองสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นบทเรียนจริงในเรื่องภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสังคมศึกษา โดยไม่ทำให้การเรียนรู้แข็งหรือไกลตัวเกินไป
 
สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพ สวนแห่งนี้มีมุมที่น่าสนใจจากพรรณไม้ ป่าเบญจพรรณ เส้นทางเดิน บรรยากาศภูเขา แปลงสมุนไพร และพื้นที่วรรณคดีต่าง ๆ ภาพถ่ายที่ได้จากสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีจะมีลักษณะสงบ เป็นธรรมชาติ และมีเนื้อหาทางวัฒนธรรมแฝงอยู่ในภาพ ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงที่แสงไม่แรงจนเกินไป เพื่อให้ได้รายละเอียดของใบไม้ ลำต้น และบรรยากาศของสวนชัดเจนขึ้น
 
สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวทั้งวัน สามารถเริ่มจากสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีในช่วงเช้า ใช้เวลาเดินชมพรรณไม้และพื้นที่วรรณคดี จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามและพระมหาเจดีย์ชัยมงคลในช่วงสายหรือบ่าย หากยังมีเวลา สามารถแวะคาเฟ่หรือร้านอาหารในอำเภอหนองพอกก่อนเดินทางกลับตัวเมืองร้อยเอ็ด เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบธรรมชาติและศาสนสถานมากกว่าทริปในเมือง เพราะมีทั้งป่าเขา พื้นที่พรรณไม้ และวิวบนภูเขาในวันเดียว
 
ร้านอาหารในพื้นที่ใกล้สวนมีตัวเลือกกระจายอยู่ในอำเภอหนองพอกและเส้นทางกลับตัวเมือง เช่น 29 Café หนองพอก, Wali Land Garden Cafe, ชานเมือง101 สาขาร้อยเอ็ด, ร้านอาหารโอ เค อาหาร และร้านอาหารหรือคาเฟ่ในตัวอำเภอหนองพอก นักท่องเที่ยวควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า เพราะสวนอยู่ห่างจากตัวเมืองและไม่ได้อยู่ในย่านร้านอาหารหนาแน่นแบบบึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101 การเตรียมน้ำดื่มและของใช้จำเป็นติดรถไว้จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น
 
ด้านที่พัก ตัวเลือกที่ใกล้อำเภอหนองพอกมีจำนวนน้อยกว่าตัวเมืองร้อยเอ็ด นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้พื้นที่สามารถพิจารณาที่พักในอำเภอหนองพอก เช่น Plai Tien Villa Resort Nong Phok หรือรีสอร์ทบ้านฟ้าใสดาวสวย ส่วนผู้ที่ต้องการตัวเลือกโรงแรมมากกว่า ร้านอาหารมากกว่า และเดินทางต่อไปยังสถานที่ในเมืองได้สะดวก สามารถพักในตัวเมืองร้อยเอ็ด แล้วออกเดินทางไปสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีแบบไปเช้าเย็นกลับได้
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมสวนคือเดินชมตามเส้นทาง ไม่เด็ดใบไม้ ดอกไม้ หรือสมุนไพร ไม่ทำลายป้ายชื่อพรรณไม้ ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ป่า ไม่ส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติ และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากสวนเป็นพื้นที่เรียนรู้และอนุรักษ์พันธุ์พืช การรักษามารยาทจึงมีความสำคัญมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ผู้มาเยือนควรช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ เพื่อให้พื้นที่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
 
ในช่วงฤดูฝน สวนจะมีความเขียวสดและบรรยากาศชุ่มชื้น เหมาะกับการชมพรรณไม้และถ่ายภาพธรรมชาติ แต่เส้นทางอาจลื่นหรือมีฝนตกเป็นช่วง ๆ ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินสวน ร่ม หรือเสื้อกันฝน ส่วนในฤดูหนาว อากาศบนพื้นที่สูงจะสบายและเหมาะกับการเที่ยวมากเป็นพิเศษ เพราะความเย็นของภูเขาช่วยให้การเดินชมสวนเพลิดเพลินขึ้น ฤดูร้อนสามารถเที่ยวได้เช่นกัน แต่ควรเลือกช่วงเช้าและหลีกเลี่ยงการเดินกลางแดดเป็นเวลานาน
 
สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เป็นสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มภาพการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ดให้หลากหลายขึ้น หากในตัวเมืองมีบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดเป็นแกนหลัก ฝั่งอำเภอหนองพอกก็มีสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ผาน้ำย้อย พระมหาเจดีย์ชัยมงคล และพื้นที่ธรรมชาติบนภูเขาเป็นแกนสำคัญ ผู้ที่ต้องการรู้จักร้อยเอ็ดอย่างลึกขึ้นจึงควรออกจากตัวเมืองมาสัมผัสเส้นทางหนองพอก เพราะจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของจังหวัดที่มีทั้งป่า วรรณคดี พุทธศาสนา และภูมิทัศน์ภูเขา
 
เมื่อมองในภาพรวม สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าเฉพาะตัวที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ 1,000 ไร่ในป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสวนปลูกต้นไม้ แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้พรรณไม้ในวรรณคดีไทยกลับมามีชีวิตในสายตาผู้ชม เป็นสถานที่ที่ทำให้การอ่านวรรณคดีกลายเป็นการเดินชมธรรมชาติ และทำให้การเรียนรู้พฤกษศาสตร์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่มาเยือนจะได้ทั้งความรู้ ความสงบ ความงามของภูมิประเทศ และความเข้าใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับต้นไม้ในวรรณคดีที่สืบทอดมายาวนาน
 
ชื่อสถานที่สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด / สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่ตั้งบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210
ไฮไลต์สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ปลูกพรรณไม้ตามวรรณคดีไทยและมีพื้นที่สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
ประวัติ / ความสำคัญตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา และเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ในวรรณคดีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขนาดพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่
ภูมิประเทศตั้งอยู่บนเทือกเขาภูเขียว ระดับความสูงประมาณ 340 – 400 เมตร สภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าที่กำลังฟื้นสภาพ
พรรณไม้สำคัญตะเคียน มะหาด พะยูง มะค่า ยาง แดง จิก รัง ประดู่ และพรรณไม้ในป่าเบญจพรรณอื่น ๆ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. สวนพรรณไม้เรื่องพระเวสสันดร
2. สวนพรรณไม้เรื่องขุนช้างขุนแผน
3. สวนพรรณไม้เรื่องลิลิตพระลอ
4. สวนพรรณไม้เรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
5. ลานพุทธประวัติ
6. สวนสมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
7. พื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าฟื้นสภาพ
8. เส้นทางศึกษาธรรมชาติและพื้นที่เรียนรู้พรรณไม้
9. จุดชมภูมิประเทศและพื้นที่พักผ่อนธรรมชาติ
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก แล้วเดินทางต่อไปยังตำบลผาน้ำย้อย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 94 กิโลเมตร และจากอำเภอหนองพอกประมาณ 21 กิโลเมตร
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้พรรณไม้ และสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่เรียนรู้พรรณไม้ สวนสมุนไพร เส้นทางศึกษาธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อนในสวน และพื้นที่ป่าเพื่อการศึกษาเชิงอนุรักษ์
ผู้ดูแลกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เบอร์ติดต่อหน่วยงานกลาง0-2561-0777, 0-2579-6666 ต่อ 1476
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ผาน้ำย้อย / พุทธอุทยานอีสาน ประมาณ 20 กม.
2. วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ประมาณ 20 กม.
3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ 20 กม.
4. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ประมาณ 22 กม.
5. ผาพยอม จุดชมวิวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ประมาณ 22 กม.
6. น้ำตกถ้ำโสดา อำเภอหนองพอก ประมาณ 35 กม.
7. บึงพลาญชัย ตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 94 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. 29 Café หนองพอก ประมาณ 22 กม. โทร. 088-324-3517
2. Wali Land Garden Cafe ประมาณ 25 กม. โทร. 087-221-1909
3. ร้านอาหารโอ เค อาหาร ตำบลผาน้ำย้อย ประมาณ 15 กม.
4. มา กินข้าว เด้อ อำเภอหนองพอก ประมาณ 28 กม.
5. ชานเมือง101 สาขาร้อยเอ็ด ประมาณ 90 กม. โทร. 098-102-3015
6. Lakeview Restaurant ตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 94 กม. โทร. 093-320-8126
ที่พักใกล้เคียง1. Plai Tien Villa Resort Nong Phok ประมาณ 22 กม.
2. รีสอร์ทบ้านฟ้าใสดาวสวย หนองพอก ประมาณ 25 กม. โทร. 089-009-6439
3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ บ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์ ประมาณ 22 กม.
4. M Grand Hotel Roi Et ตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 94 กม. โทร. 061-021-4848
5. HOP INN Roi Et ตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 96 กม. โทร. 02-080-2222
6. The Rice Hotel Roi Et ตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 97 กม. โทร. 043-519-999
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 94 กิโลเมตร
 
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: จุดเด่นของสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการปลูกและจัดแสดงพรรณไม้ตามวรรณคดีไทย เช่น พระเวสสันดร ขุนช้างขุนแผน ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย ลานพุทธประวัติ และมีสวนสมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
 
ถาม: สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ผู้สนใจวรรณคดีไทย สมุนไพร พฤกษศาสตร์ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
 
ถาม: ควรไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด ช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็นกว่า แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และมีเวลาเดินชมพื้นที่สวนได้ก่อนปิดเวลา 16.30 น.
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก แล้วต่อไปยังตำบลผาน้ำย้อย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 94 กิโลเมตร
 
ถาม: เที่ยวสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่ผาน้ำย้อย วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ผาพยอม และน้ำตกถ้ำโสดา
 
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี ร้อยเอ็ด?
ตอบ: อยู่ในเครือข่ายงานสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติของกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตรหมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)