หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย >อ.เมืองหนองคาย >ต.มีชัย > สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
TL;DR: สะพานมิตรภาพไทย-ลาว อยู่ที่อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เชื่อมต่อพื้นที่ท่าเดื่อ/ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เปิดทุกวัน เวลา จุดชมสะพานฝั่งไทย 06.00 – 18.00 น. / ด่านพรมแดนสำหรับผ่านแดน 06.00 – 22.00 น.
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: จุดชมสะพานฝั่งไทย 06.00 – 18.00 น. / ด่านพรมแดนสำหรับผ่านแดน 06.00 – 22.00 น.
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชื่อมอำเภอเมืองหนองคายของประเทศไทยกับพื้นที่ท่าเดื่อและท่านาแล้งของ สปป.ลาว ก่อนเข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการเดินทาง การค้า การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน 2 ฝั่งโขง ปัจจุบันสะพานยังเปิดใช้งานตามปกติ โดยพื้นที่จุดชมสะพานฝั่งไทยเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมทัศนียภาพแม่น้ำโขง ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามแดนต้องใช้บริการผ่านด่านพรมแดนหนองคายภายในเวลาทำการและเตรียมเอกสารเดินทางให้ครบถ้วน
สะพานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโครงสร้างคมนาคมขนาดใหญ่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มีความหมายต่อไทย ลาว และออสเตรเลียอย่างชัดเจน การก่อสร้างเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้ง 3 ประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญในการทำให้การเดินทางระหว่างหนองคายกับเวียงจันทน์สะดวกขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่การสัญจรข้ามแม่น้ำโขงต้องพึ่งพาท่าเรือและระบบขนส่งทางน้ำเป็นหลัก สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของเมืองชายแดนหนองคายให้กลายเป็นประตูเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ตัวสะพานมีความยาวประมาณ 1,174 เมตร กว้าง 12.7 เมตร มีช่องทางเดินรถ 2 ช่องทาง และออกแบบพื้นที่ตอนกลางสะพานสำหรับทางรถไฟ ซึ่งเชื่อมโยงการเดินทางจากสถานีรถไฟหนองคายไปยังฝั่งลาว ความพิเศษของสะพานจึงอยู่ที่การรองรับทั้งการเดินทางทางถนนและการเดินรถไฟระหว่างประเทศ ทำให้สะพานแห่งนี้มีบทบาทมากกว่าสะพานท่องเที่ยวทั่วไป เพราะทำหน้าที่เป็นทั้งเส้นทางของนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางข้ามแดน ผู้ประกอบการขนส่ง และขบวนสินค้าในระบบเศรษฐกิจข้ามพรมแดน
เมื่อมองจากฝั่งไทย สะพานมิตรภาพไทย-ลาวทอดตัวข้ามแม่น้ำโขงอย่างสง่างาม โดยมีเส้นโค้งของโครงสร้างคอนกรีตและแนวเสาไฟที่เรียงต่อกันไปจนสุดสายตา ในช่วงเช้าแสงแดดอ่อนจะสะท้อนผิวน้ำโขงให้เห็นบรรยากาศสงบของเมืองชายแดน ส่วนช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับชมวิวสะพาน แสงไฟบนสะพาน และภาพแม่น้ำโขงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีตามท้องฟ้า นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมแวะถ่ายภาพบริเวณจุดชมสะพานฝั่งไทยก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย ศาลาแก้วกู่ หรือเดินทางข้ามไปเวียงจันทน์
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 และกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ลาวในยุคใหม่ การเปิดสะพานทำให้หนองคายมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในฐานะเมืองหน้าด่านของไทยที่เชื่อมโยงกับนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ระยะทางจากสะพานไปยังตัวเมืองเวียงจันทน์อยู่ในระดับที่เดินทางต่อได้สะดวก จึงทำให้สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักของนักท่องเที่ยวที่ต้องการจัดทริปไทย-ลาวในระยะสั้น เช่น เดินทางจากอุดรธานีมาหนองคาย ผ่านด่านสะพานมิตรภาพ แล้วต่อรถเข้าสู่เวียงจันทน์
ในมิติทางเศรษฐกิจ สะพานแห่งนี้เป็นช่องทางสำคัญของการค้าชายแดน การขนส่งสินค้า และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างไทย ลาว และภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เส้นทางนี้รองรับรถโดยสาร รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก และระบบขนส่งสินค้าทางราง จึงมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการและผู้เดินทางในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น การมีสะพานทำให้การเดินทางระหว่าง 2 ประเทศมีความแน่นอนและคล่องตัวมากขึ้น และช่วยผลักดันให้หนองคายเป็นหนึ่งในจังหวัดยุทธศาสตร์ของการเชื่อมไทยกับลาวและจีนตอนใต้ในระยะยาว
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 มี 2 รูปแบบการเยี่ยมชมที่ควรแยกให้ชัดเจน รูปแบบแรกคือการมาเที่ยวชมสะพานจากฝั่งไทย ชมวิว ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำโขง โดยไม่ผ่านแดน รูปแบบนี้เหมาะกับผู้ที่เที่ยวหนองคายแบบวันเดียวหรือพักในตัวเมืองแล้วต้องการเก็บแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ส่วนรูปแบบที่ 2 คือการใช้สะพานเพื่อข้ามแดนไป สปป.ลาว ซึ่งต้องเข้าสู่พื้นที่ด่านพรมแดน ทำขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และปฏิบัติตามกฎระเบียบของทั้ง 2 ประเทศอย่างครบถ้วน
ผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามแดนควรเตรียมหนังสือเดินทาง บัตรผ่านแดน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามคุณสมบัติของผู้เดินทาง และควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนออกเดินทางเสมอ สำหรับชาวต่างชาติ เงื่อนไขวีซ่าและระยะเวลาพำนักในลาวขึ้นอยู่กับสัญชาติ ประเภทเอกสารเดินทาง และระเบียบตรวจคนเข้าเมืองในช่วงเวลานั้น การเดินทางผ่านสะพานจึงควรวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อรถไฟ รถโดยสาร หรือเที่ยวบินจากเวียงจันทน์
บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนหนองคายมีความเป็นระเบียบตามลักษณะพื้นที่ผ่านแดน มีช่องทางสำหรับรถยนต์ รถโดยสาร และผู้โดยสารที่ใช้บริการข้ามแดน พร้อมหน่วยงานประจำด่าน เช่น ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการขนส่ง พื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่สำหรับเดินเล่นแบบอิสระเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามป้าย เจ้าหน้าที่ และเส้นทางที่กำหนด เพื่อให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัย
ความน่าสนใจของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อยู่ที่การเป็นจุดที่ทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ของเมืองชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม ฝั่งไทยคือจังหวัดหนองคาย เมืองริมโขงที่มีวัฒนธรรมอีสาน วิถีชีวิตริมแม่น้ำ และอาหารพื้นถิ่นที่โดดเด่น ส่วนฝั่งลาวคือเส้นทางสู่เวียงจันทน์ เมืองหลวงที่มีวัด พระธาตุ ประตูชัย และตลาดท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวไทยคุ้นเคย การยืนมองสะพานจากฝั่งหนองคายจึงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองเส้นทางที่เชื่อมผู้คน ภาษา ศาสนา อาหาร และเศรษฐกิจของ 2 ประเทศไว้ในแนวเดียวกัน
สะพานแห่งนี้ยังเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในหนองคาย นักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นจากสะพานสามารถจัดเส้นทางเข้าตัวเมืองเพื่อสักการะหลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัย เดินตลาดท่าเสด็จริมโขง ชมประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ศาลาแก้วกู่ หรือแวะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคายที่อยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เส้นทางเหล่านี้ทำให้การมาเที่ยวสะพานไม่ได้จบเพียงการถ่ายภาพ แต่สามารถต่อยอดเป็นทริปหนองคายที่ครบทั้งประวัติศาสตร์ ศรัทธา ธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่น
บริเวณรอบสะพานและตัวเมืองหนองคายมีร้านอาหารที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งอาหารเวียดนาม อาหารอีสาน อาหารไทยริมโขง ร้านอาหารท้องถิ่น และร้านที่เหมาะสำหรับครอบครัว เมืองหนองคายขึ้นชื่อเรื่องแหนมเนืองและอาหารเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลจากประวัติศาสตร์การอยู่อาศัยของชุมชนไทย-เวียดนามในพื้นที่ รวมถึงอาหารปลาแม่น้ำโขงและอาหารอีสานรสจัดที่หาได้ง่ายในตัวเมือง การเที่ยวสะพานจึงสามารถเชื่อมต่อกับมื้ออาหารท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
สำหรับที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ทั้งบริเวณใกล้สะพาน ริมแม่น้ำโขง และตัวเมืองหนองคาย หากต้องการความสะดวกในการผ่านแดน ที่พักใกล้สะพานหรือถนนมิตรภาพจะช่วยลดเวลาเดินทางไปด่านในช่วงเช้า หากต้องการบรรยากาศเดินเล่นริมน้ำและเข้าถึงตลาดท่าเสด็จได้ง่าย การพักในตัวเมืองหรือริมโขงจะเหมาะกว่า ส่วนผู้ที่มีแผนเดินทางต่อด้วยรถไฟควรเลือกที่พักที่เดินทางไปสถานีรถไฟหนองคายได้สะดวก
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวชมสะพานคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ช่วงกลางวันเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางผ่านแดนหรือเดินทางต่อไปยังเวียงจันทน์มากกว่าการชมวิว หากมาในฤดูฝน แม่น้ำโขงจะมีระดับน้ำสูงและให้บรรยากาศกว้างใหญ่ ส่วนฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองหนองคาย ตลาดริมโขง และจุดชมวิวสะพานมากที่สุด
การเดินทางมายังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จากตัวเมืองหนองคายทำได้สะดวกโดยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารที่ให้บริการไปยังด่านพรมแดน เส้นทางหลักใช้ถนนมิตรภาพและถนนในพื้นที่ตำบลมีชัย/หนองกอมเกาะ ซึ่งเป็นพื้นที่คมนาคมสำคัญของอำเภอเมืองหนองคาย หากเริ่มจากสถานีรถไฟหนองคายหรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร สามารถต่อรถรับจ้างไปยังด่านได้ไม่ไกล นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากอุดรธานีสามารถใช้ถนนมิตรภาพเข้าสู่หนองคาย แล้วต่อไปยังสะพานได้โดยตรง
การเดินทาง สำหรับผู้ที่เที่ยวชมสะพานโดยไม่ข้ามแดน ควรตั้งปลายทางเป็นจุดชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาวฝั่งไทยหรือบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย และใช้พื้นที่จอดรถหรือจุดจอดที่จัดไว้ตามสภาพพื้นที่ ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางไปลาวควรตั้งปลายทางเป็นด่านพรมแดนหนองคาย เตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม และเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทาง ศุลกากร การเปลี่ยนรถ หรือการต่อรถเข้าสู่เวียงจันทน์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล วันหยุดยาว และช่วงที่มีผู้เดินทางข้ามแดนจำนวนมาก
เมื่อพิจารณาในฐานะแหล่งท่องเที่ยว สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเมืองชายแดน ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ความสัมพันธ์ไทย-ลาว และการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมภายในสถานที่จำนวนมาก แต่อยู่ที่เรื่องราวของสะพาน วิวแม่น้ำโขง ความหมายทางเศรษฐกิจ และบทบาทของหนองคายในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญ ผู้ที่เข้าใจบริบทเหล่านี้จะเห็นว่าสะพานแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นทางข้ามแม่น้ำ
สำหรับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ การชมสะพานจากฝั่งไทยเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาไม่นานและไม่เหนื่อยมาก สามารถจัดรวมกับตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย และร้านอาหารในตัวเมืองได้ภายในครึ่งวัน ส่วนผู้ที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะพานแห่งนี้มีประโยชน์มากในแง่การวางแผนเดินทางจากไทยไปลาว เพราะเป็นหนึ่งในจุดผ่านแดนที่รู้จักแพร่หลายที่สุด เชื่อมกับเวียงจันทน์ได้สะดวก และมีระบบบริการรอบด่านที่รองรับนักเดินทางจำนวนมาก
ในด้านวัฒนธรรม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 สะท้อนความใกล้ชิดของคน 2 ฝั่งโขงอย่างชัดเจน คนหนองคายและคนเวียงจันทน์มีสายสัมพันธ์ผ่านการค้า การเยี่ยมญาติ การทำบุญ การเดินทาง และอาหารการกินมายาวนาน แม่น้ำโขงจึงไม่ได้เป็นเพียงเส้นแบ่งเขตแดน แต่ยังเป็นพื้นที่ร่วมทางวัฒนธรรม สะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำสายนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวมองเห็นได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และทำให้เมืองชายแดนหนองคายมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป
การมาเที่ยวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จึงควรมองให้ครบทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติของแลนด์มาร์กริมแม่น้ำโขง มิติของประวัติศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศ และมิติของประตูเดินทางสู่ลาว หากมีเวลาเพียงสั้น ๆ สามารถแวะชมวิวและถ่ายภาพได้ภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่หากต้องการเข้าใจบทบาทของสะพานอย่างลึกซึ้ง ควรจัดเส้นทางเที่ยวเชื่อมกับพิพิธภัณฑ์ วัดสำคัญ ตลาดริมโขง และการเดินทางข้ามแดน เพื่อเห็นภาพหนองคายในฐานะเมืองที่เติบโตคู่กับแม่น้ำโขงและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
โดยสรุป สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เป็นสถานที่ที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวหนองคาย เพราะเป็นทั้งจุดชมวิวริมโขง เส้นทางผ่านแดนหลัก และสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ไทย-ลาวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผู้ที่เดินทางมาควรตรวจเวลาเปิดบริการของด่าน เตรียมเอกสารให้ครบหากต้องการข้ามประเทศ และวางแผนเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงเพื่อให้การเดินทางคุ้มค่าที่สุด
| ชื่อสถานที่ | สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | First Thai–Lao Friendship Bridge |
| ที่ตั้ง | อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เชื่อมต่อพื้นที่ท่าเดื่อ/ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว |
| ที่อยู่ฝั่งไทย | บริเวณด่านพรมแดนหนองคาย ถนนมิตรภาพ ตำบลมีชัย/ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000 |
| พิกัด | ละติจูด 17.8737, ลองจิจูด 102.7093 |
| ไฮไลต์ | สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกที่เชื่อมไทยกับลาวในเส้นทางหนองคาย-เวียงจันทน์ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดหนองคายและจุดผ่านแดนที่มีบทบาทสูงด้านการเดินทาง การค้า และท่องเที่ยว |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างจากความร่วมมือของไทย ลาว และออสเตรเลีย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537 |
| ลักษณะเด่น | ตัวสะพานยาวประมาณ 1,174 เมตร กว้าง 12.7 เมตร มีช่องทางเดินรถ 2 ช่องทาง และมีแนวทางรถไฟบริเวณกลางสะพานสำหรับเชื่อมเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อสะพานสื่อถึงมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองหนองคายใช้ถนนมิตรภาพหรือเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงไปยังบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารที่ให้บริการไปยังด่าน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดใช้งานตามปกติ เป็นจุดผ่านแดนถาวรและจุดชมวิวสำคัญของจังหวัดหนองคาย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | จุดชมสะพานฝั่งไทย 06.00 – 18.00 น. ด่านพรมแดนสำหรับผ่านแดน 06.00 – 22.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชมบริเวณจุดชมสะพานฝั่งไทย การเดินทางข้ามแดนมีค่าใช้จ่ายตามเอกสารเดินทาง ประเภทยานพาหนะ ค่าโดยสาร และระเบียบของผู้ให้บริการในวันที่เดินทาง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ด่านพรมแดน จุดตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ช่องทางรถโดยสาร ช่องทางรถยนต์ จุดรอผู้โดยสาร จุดจอดรถตามพื้นที่ที่กำหนด ห้องน้ำ และบริการรถรับจ้าง/รถโดยสารบริเวณใกล้เคียง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. จุดชมสะพานฝั่งไทยและริมแม่น้ำโขง 2. อาคารด่านพรมแดนหนองคาย 3. พื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 4. ช่องทางรถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุก 5. แนวทางรถไฟช่วงกลางสะพาน 6. พื้นที่เชิงสะพานและทางเชื่อมเข้าสู่ตัวเมืองหนองคาย |
| ผู้ดูแล | สำนักงานศุลกากรหนองคาย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานประจำด่านพรมแดนที่เกี่ยวข้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 โทร. 042-411715 / ข้อมูลท่องเที่ยวสะพาน โทร. 042-247950-2 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานศุลกากรหนองคาย, CBT Thailand / DASTA |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ฝั่งไทย ประมาณ 1 กม. 2. สวนสาธารณะหนองถิ่น ประมาณ 4 กม. 3. ตลาดท่าเสด็จ ประมาณ 5 กม. 4. อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ประมาณ 5 กม. 5. วัดโพธิ์ชัย หลวงพ่อพระใส ประมาณ 6 กม. 6. ศาลาแก้วกู่ ประมาณ 10 กม. 7. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย ประมาณ 14 กม. โทร. 042-415623 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านฮักแพง หนองคาย ประมาณ 1 กม. โทร. 087-457-1819 2. เติม Refill Bar & Restaurant ประมาณ 2 กม. โทร. 097-302-6090, 098-296-0728 3. แดงแหนมเนือง หนองคาย ประมาณ 6 กม. โทร. 042-421-202 4. Macky’s Riverside Kitchen ประมาณ 6 กม. โทร. 097-109-1022 5. ร้านอาหารชายโขง ประมาณ 6 กม. โทร. 042-412-308 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมพันล้าน บูติค รีสอร์ท หนองคาย ประมาณ 1 กม. โทร. 080-408-7289 2. Royal Nakhara Hotel & Convention Centre Nongkhai ประมาณ 2 กม. โทร. 042-422-889 3. Park & Pool Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 088-568-2300 4. HOP INN Nong Khai ประมาณ 5 กม. โทร. 042-413-599 5. Amanta Hotel Nongkhai ประมาณ 6 กม. โทร. 042-412-899 6. Royal Jomanee Heritage Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 042-465-777 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ยังเปิดให้บริการอยู่หรือไม่?
ตอบ: สะพานและด่านพรมแดนยังเปิดใช้งานตามปกติ โดยด่านผ่านแดนเปิดทุกวันเวลา 06.00 – 22.00 น. ส่วนจุดชมสะพานฝั่งไทยเปิดให้เที่ยวชมเวลา 06.00 – 18.00 น.
ถาม: ไปชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมบริเวณจุดชมสะพานฝั่งไทยไม่เสียค่าเข้าชม แต่การเดินทางข้ามแดนหรือใช้บริการรถโดยสาร ยานพาหนะ และเอกสารผ่านแดนมีค่าใช้จ่ายตามระเบียบของผู้ให้บริการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถาม: สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เชื่อมต่อพื้นที่ใด?
ตอบ: สะพานเชื่อมอำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายของประเทศไทย กับพื้นที่ท่าเดื่อ/ท่านาแล้งของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นเส้นทางต่อเข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์
ถาม: ถ้าต้องการข้ามไปเวียงจันทน์ต้องเตรียมอะไร?
ตอบ: ต้องเตรียมหนังสือเดินทาง บัตรผ่านแดน หรือเอกสารที่ตรงกับคุณสมบัติของผู้เดินทาง และควรตรวจสอบเงื่อนไขวีซ่าหรือระเบียบของประเทศปลายทางก่อนเดินทาง
ถาม: จุดเด่นของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า การเดินทางระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ไทย-ลาว โดยมีทั้งช่องทางรถและแนวทางรถไฟบนสะพานเดียวกัน
ถาม: ควรไปเที่ยวสะพานช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุดสำหรับการชมวิวและถ่ายภาพ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงสวย โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เห็นแสงไฟสะพานและแม่น้ำโขงได้ชัดเจน
ถาม: สามารถเที่ยวสะพานร่วมกับสถานที่ใดในหนองคายได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ศาลาแก้วกู่ สวนสาธารณะหนองถิ่น และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคายได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



