หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.เมืองนครราชสีมา >ต.ในเมือง > วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร
TL;DR: วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู่ใจกลางเมืองและติดกับศาลหลักเมืองนครราชสีมา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

นครราชสีมา

วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร

วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา หรือที่ชาวเมืองโคราชเรียกกันมาแต่โบราณว่า วัดกลาง หรือ วัดกลางนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ใจกลางเขตเมืองเก่าและอยู่ติดกับศาลหลักเมืองนครราชสีมา วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของเมืองโคราช เพราะไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดศูนย์กลางทางผังเมือง ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ราชการ ศิลปกรรมสมัยอยุธยา และความทรงจำของชาวนครราชสีมาอย่างลึกซึ้ง ผู้ที่ต้องการรู้จักโคราชในมิติประวัติศาสตร์ วัดในกำแพงเมือง และรากฐานความศรัทธาของคนท้องถิ่น ควรเริ่มต้นที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารแห่งนี้
 
ชื่อวัดกลางเกิดจากตำแหน่งที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่กลางเมืองนครราชสีมา และเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียกชื่อวัดอื่น ๆ ตามทิศทางโดยรอบ เช่น วัดบูรพ์หรือวัดทางทิศตะวันออก วัดอิสานหรือวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วัดพายัพหรือวัดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ รวมถึงวัดบึงและวัดสระแก้ว ทั้งหมดเป็นกลุ่มวัดสำคัญในเขตกำแพงเมืองเก่าที่สัมพันธ์กับวัดพระนารายณ์มหาราชในฐานะศูนย์กลางของเมือง การอ่านชื่อวัดตามทิศทางเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าการสร้างเมืองโคราชในอดีตไม่ได้เกิดขึ้นแบบกระจัดกระจาย แต่มีการจัดวางพื้นที่เมือง ศาสนสถาน และชุมชนอย่างมีระบบ
 
วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารมีประวัติสืบย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเชื่อกันว่าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างหรือโปรดให้สร้างขึ้นในช่วงการวางผังเมืองนครราชสีมา เมืองโคราชในสมัยนั้นมีบทบาทสำคัญในฐานะหัวเมืองยุทธศาสตร์ เป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งด้านการปกครอง การทหาร และการคมนาคม การสร้างวัดกลางเมืองจึงไม่ใช่เพียงการสร้างวัดเพื่อประกอบศาสนกิจ แต่เป็นการวางหลักทางจิตใจให้กับเมืองใหม่ ทำให้ประชาชน ขุนนาง และข้าราชการมีศูนย์รวมศรัทธาร่วมกัน
 
กลุ่มวัด 6 วัดภายในกำแพงเมืองนครราชสีมาที่เกี่ยวข้องกับวัดพระนารายณ์มหาราช ได้แก่ วัดพระนารายณ์มหาราช วัดบูรพ์ วัดอิสาน วัดพายัพ วัดบึง และวัดสระแก้ว เป็นระบบศาสนสถานที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับพระพุทธศาสนาในอดีต วัดพระนารายณ์มหาราชเป็นศูนย์กลางของกลุ่มวัดเหล่านี้และมีสถานะสำคัญที่สุดในเชิงผังเมือง ผู้ที่มาเที่ยววัดพระนารายณ์มหาราชจึงไม่ควรมองวัดนี้แยกเดี่ยว แต่ควรมองเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจเครือข่ายวัดเมืองเก่าโคราชทั้งหมด
 
ความสำคัญของวัดพระนารายณ์มหาราชไม่ได้จำกัดอยู่ที่ประวัติการสร้างเมืองเท่านั้น ในอดีตวัดแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสำคัญของข้าราชการทุกแผนกที่ต้องสาบานตนว่าจะรับราชการด้วยความจงรักภักดีและปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเป็นพิธีที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ศาสนา และข้าราชการอย่างชัดเจน การเลือกใช้วัดพระนารายณ์มหาราชเป็นสถานที่ประกอบพิธีจึงยืนยันสถานะของวัดในฐานะศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ของเมืองและราชการในอดีต
 
วัดแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ทำพิธีสวดเสกน้ำพระพุทธมนต์ถวายในงานพระราชพิธีเสวยราชสมบัติ ซึ่งเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องกับความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง การสวดเสกน้ำพระพุทธมนต์ภายในพระอารามสำคัญของจังหวัดแสดงให้เห็นว่าวัดพระนารายณ์มหาราชไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับชุมชนท้องถิ่น แต่ยังเชื่อมโยงกับพิธีกรรมระดับรัฐและราชสำนักในหลายยุคสมัย คุณค่าของวัดจึงครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ราชการไทย
 
อีกหนึ่งเรื่องราวสำคัญคือวัดพระนารายณ์มหาราชเคยเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารี หรือย่าโม ตรงมุมทิศพายัพของวัด ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2477 จะมีการย้ายออกจากวัดไปประดิษฐานที่บริเวณประตูชุมพลจนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้ทำให้วัดพระนารายณ์มหาราชเชื่อมโยงกับความทรงจำของวีรสตรีคู่เมืองโคราชโดยตรง แม้ปัจจุบันอนุสาวรีย์หลักจะอยู่ที่ประตูชุมพล แต่ประวัติเดิมของการประดิษฐานอัฐิย่าโมภายในวัดยังเป็นหลักฐานความสำคัญของวัดกลางนครในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง
 
ภายในวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารมีปูชนียสถานสำคัญหลายส่วน ได้แก่ พระอุโบสถกลางสระบัว พระวิหารหลวง พระเจดีย์ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศาลพระนารายณ์มหาราช เทวรูปพระนารายณ์สี่กร พระทศพลญาณประทานบารมีหรือหลวงพ่อใหญ่ ใบเสมารอบพระอุโบสถ โรงเรียนปริยัติธรรม ศาลา พื้นที่สังฆาวาส และพื้นที่ร่มรื่นภายในวัด แต่ละส่วนมีเรื่องราวและหน้าที่ต่างกัน จึงทำให้วัดแห่งนี้เหมาะกับทั้งการไหว้พระ ศึกษาประวัติศาสตร์ ดูสถาปัตยกรรม และเดินชมเมืองเก่าอย่างลึกซึ้ง
 
พระอุโบสถกลางสระบัวเป็นจุดเด่นสำคัญของวัด พระอุโบสถตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำทางทิศตะวันออกของวัด ทำให้เกิดภาพจำที่โดดเด่นกว่าวัดเมืองทั่วไป เดิมพระอุโบสถสร้างขึ้นพร้อมกับวัดและมีรูปทรงเรือสำเภา ต่อมามีการบูรณะหลายครั้ง โดยอุโบสถหลังปัจจุบันสร้างทับฐานเดิมและยังคงลอกเลียนรูปแบบเดิมไว้บางส่วน ลักษณะการตั้งอุโบสถกลางน้ำช่วยเพิ่มความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับพื้นที่ ผู้มาเยือนมักรู้สึกได้ว่าการเดินข้ามสะพานเข้าสู่พระอุโบสถเป็นการค่อย ๆ เปลี่ยนจากโลกเมืองที่คึกคักไปสู่พื้นที่ศาสนสถานที่ควรสำรวมใจ
 
รูปแบบพระอุโบสถหลังปัจจุบันมีหลังคาหน้าจั่วลดหลั่นสามชั้น ด้านทิศตะวันออกมีหน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ฝาผนังเป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียร และมีประตู 3 บาน ส่วนด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นทางเดินจากสะพาน มีหน้าบันเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ฝาผนังเป็นภาพเจ้าชายสิทธัตถะทรงออกผนวช และมีประตู 2 บาน รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนความตั้งใจในการสื่อความหมายทางพุทธศาสนาและคติศาสนาพราหมณ์ที่ผสมผสานอยู่ในศิลปกรรมไทยอย่างงดงาม
 
รอบพระอุโบสถมีใบเสมาจำนวน 8 ใบ ซึ่งเป็นการจำลองขึ้นแทนใบเสมาเดิมที่ผุพังไปตามกาลเวลา ใบเสมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุโบสถ เพราะใช้กำหนดเขตพัทธสีมาสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ การสังเกตใบเสมารอบอุโบสถช่วยให้ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงอาคารสวยงามกลางน้ำ แต่ยังเข้าใจความหมายทางพระวินัยและพิธีกรรมที่อยู่เบื้องหลังอาคารศาสนสถานไทย
 
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน เป็นจุดที่ผู้มาเยือนควรเข้าไปกราบไหว้ด้วยความสำรวม พระพุทธรูปปางมารวิชัยสื่อถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงมีชัยเหนือพญามารก่อนตรัสรู้ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความอดทน และชัยชนะของปัญญาเหนือกิเลส เมื่อประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถกลางสระน้ำของวัดกลางเมือง ภาพรวมจึงให้ความหมายลึกซึ้งทั้งในเชิงศิลปะและการภาวนา
 
พระวิหารหลวงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของวัด และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นพระวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครราชสีมา ผู้สร้างมีเจตนาให้วิหารเป็นถาวรวัตถุสำคัญของวัด โดยตั้งอยู่บนเนินตรงกลาง ภายในพระวิหารหลวงประดิษฐานพระทศพลญาณประทานบารมี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งถือเป็นพระประธานองค์แรกของจังหวัด และเป็นพระพุทธรูปที่ชาวโคราชให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก ผู้ที่มาเยือนควรใช้เวลาเข้ากราบหลวงพ่อใหญ่ เพราะเป็นหนึ่งในหัวใจของวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร
 
พระวิหารหลวงมีประวัติการบูรณะและเปลี่ยนแปลงหลายช่วงเวลา เมื่อปี พ.ศ. 2369 วิหารหลังเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สงครามและการทำลาย ต่อมาในสมัยพระยามหาสุภาพ หรืออิ่ม สิงหเสนี ผู้ปกครองเมืองนครราชสีมา มีการสร้างวิหารขึ้นใหม่ ต่อมาวิหารหลังเก่าเคยถูกไฟไหม้เสียหาย และเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถเสด็จประพาสนครราชสีมา ได้พระราชทานเงินเพื่อบูรณะวิหาร เรื่องราวเหล่านี้ทำให้พระวิหารหลวงไม่ใช่อาคารธรรมดา แต่เป็นอาคารที่สะท้อนการดูแลรักษาวัดสำคัญของเมืองผ่านหลายยุคหลายสมัย
 
พระทศพลญาณประทานบารมีหรือหลวงพ่อใหญ่เป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดและของเมืองโคราช พระนามขององค์พระมีความหมายถึงพระญาณและพระบารมีของพระพุทธเจ้า ผู้ที่มากราบไหว้มักตั้งจิตเพื่อขอความเป็นสิริมงคล ความมั่นคงในชีวิต และความสงบใจ หลวงพ่อใหญ่จึงเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในเมือง และเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารยังคงมีชีวิตในฐานะวัดที่ผู้คนเข้ามาทำบุญจริง ไม่ใช่เพียงสถานที่ทางประวัติศาสตร์
 
เทวรูปพระนารายณ์สี่กรเป็นปูชนียวัตถุสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของวัด เทวรูปนี้จำหลักด้วยหินทราย ฝีมือขอมโบราณ เป็นเทวรูปยืนสูงประมาณ 17 นิ้ว และถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงพระนามของผู้สร้างวัด ความน่าสนใจของเทวรูปพระนารายณ์คือการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคติพราหมณ์ ศิลปะขอมโบราณ และพระพุทธศาสนาในพื้นที่เมืองโคราช เทวรูปไม่ได้ทำให้วัดสูญเสียความเป็นพุทธสถาน แต่กลับช่วยให้เห็นว่าศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มีการอยู่ร่วมและผสมผสานกันมายาวนาน
 
ศาลพระนารายณ์มหาราชภายในวัดเป็นพื้นที่ที่ชาวเมืองให้ความเคารพสักการะมาอย่างต่อเนื่อง บริเวณศาลมีบรรยากาศของศรัทธาท้องถิ่นที่ชัดเจน มีการนำดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องสักการะมาบูชา สถานที่แห่งนี้ช่วยทำให้ชื่อวัดพระนารายณ์มหาราชมีความหมายเป็นรูปธรรม เพราะผู้มาเยือนได้เห็นทั้งเทวรูปและพื้นที่บูชาที่เชื่อมโยงกับพระนารายณ์ในความทรงจำของเมือง โซนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องคติความเชื่อในเมืองเก่าโคราชควบคู่กับการไหว้พระ
 
พระเจดีย์ของวัดพระนารายณ์มหาราชมีประวัติเกี่ยวข้องกับพระวิหารหลวงและการบูรณะครั้งสำคัญหลายช่วง ตามประวัติเดิมเคยมีเจดีย์ 2 องค์ตั้งคู่กับพระวิหารด้านทิศตะวันตก แต่ได้รับความเสียหายพร้อมพระวิหารในปี พ.ศ. 2369 ต่อมามีความพยายามบูรณะและสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง จนในยุคปัจจุบันมีการดำเนินการบูรณะพระเจดีย์ให้แล้วเสร็จ และมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัญเชิญพระคันธารราฐ และประดับฉัตร 5 ชั้น พร้อมยอดฉัตรประดับยอดเจดีย์ในปี พ.ศ. 2565 เจดีย์จึงเป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดและฟื้นฟูศาสนสถานสำคัญของวัดในยุคใหม่
 
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชภายในวัดเป็นองค์ประกอบร่วมสมัยที่ช่วยตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับพระมหากษัตริย์ผู้สร้างเมืองนครราชสีมา รูปหล่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีความสูงประมาณ 3.60 เมตร ประดิษฐานด้านทิศตะวันตกของพระเจดีย์และพระวิหารหลวง ติดกับถนนประจักษ์ การมีพระบรมราชานุสาวรีย์ภายในวัดช่วยให้ผู้มาเยือนเชื่อมโยงประวัติการสร้างเมือง วัดกลางนคร และพระนามวัดได้ชัดเจนขึ้น
 
วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารยังเป็นพื้นที่ที่มีทางเข้าได้หลายด้าน ได้แก่ ด้านถนนอัษฎางค์ ถนนจอมพล ถนนประจักษ์ และทางเข้าด้านถนนจอมพลที่ติดกับตลาดและเป็นทางเข้าสู่ศาลพระนารายณ์ การมีทางเข้าออกหลายด้านสะท้อนตำแหน่งของวัดที่อยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า รายล้อมด้วยตลาด อาคารพาณิชย์ ตึกแถว และชุมชนเมือง ผู้มาเยือนจึงอาจสัมผัสบรรยากาศที่ต่างจากวัดป่าหรือวัดนอกเมือง เพราะวัดนี้มีชีวิตร่วมกับตลาดและชุมชนรอบข้างมาอย่างยาวนาน
 
บรรยากาศของวัดพระนารายณ์มหาราชจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านหนึ่งเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมและปูชนียสถานสำคัญ อีกด้านหนึ่งเป็นวัดกลางเมืองที่อยู่ใกล้ตลาดและชุมชน จึงมีความเคลื่อนไหวของผู้คนอยู่เสมอ ผู้ที่ต้องการความเงียบสงบควรมาในช่วงเช้าหรือช่วงที่ไม่ใช่เวลาตลาดคึกคัก ส่วนผู้ที่ต้องการเห็นวัดในฐานะส่วนหนึ่งของเมืองจริง ๆ จะพบว่าวัดแห่งนี้มีเสน่ห์จากการอยู่ร่วมกันระหว่างศรัทธา เมืองเก่า และชีวิตประจำวันของชาวโคราช
 
วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารเคยเป็นที่พำนักของเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาในอดีตหลายรูป และเคยเกี่ยวข้องกับการศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัด ด้านซ้ายของพระวิหารมีโรงเรียนปริยัติธรรมที่ใช้สอนพระพุทธศาสนาแก่เด็กนักเรียนในวันอาทิตย์เป็นประจำ ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่าวัดกลางนครไม่ใช่เพียงสถานที่ไหว้พระ แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้พระธรรมและวัฒนธรรมทางศาสนาของเยาวชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
ด้านหลังพระวิหารเป็นเขตสังฆาวาสซึ่งมีต้นไม้เรียงรายเป็นทิวแถว เป็นพื้นที่สงฆ์ที่ควรให้ความเคารพและไม่ควรเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การแยกพื้นที่พุทธาวาสและสังฆาวาสเป็นลักษณะสำคัญของวัดไทย พื้นที่พุทธาวาสเป็นพื้นที่สำหรับพระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ และการสักการะ ส่วนสังฆาวาสเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ผู้มาเยือนควรเดินชมเฉพาะพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม และรักษาความสงบในเขตศาสนสถาน
 
การมาเที่ยววัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารให้ได้คุณค่าครบควรเริ่มจากการเดินรอบพื้นที่วัดเพื่อทำความเข้าใจตำแหน่งของวัดในเมืองเก่า จากนั้นเข้าสักการะพระอุโบสถกลางสระบัว ชมใบเสมาและรายละเอียดหน้าบัน แล้วไปกราบหลวงพ่อใหญ่หรือพระทศพลญาณประทานบารมีในพระวิหารหลวง ต่อด้วยการชมพระเจดีย์ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และศาลพระนารายณ์ เส้นทางนี้จะช่วยให้เห็นครบทั้งมิติพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์เมือง และคติศรัทธาท้องถิ่น
 
สำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรม วัดพระนารายณ์มหาราชมีรายละเอียดที่ควรสังเกตหลายจุด เช่น พระอุโบสถกลางน้ำ รูปแบบหลังคาหน้าจั่วลดหลั่นสามชั้น หน้าบันพระนารายณ์ทรงครุฑ หน้าบันพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภาพพุทธประวัติบนผนัง ใบเสมารอบอุโบสถ รูปทรงพระเจดีย์ และองค์ประกอบพระวิหารหลวง รายละเอียดเหล่านี้ทำให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมไทยที่เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลป์
 
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองโคราช วัดพระนารายณ์มหาราชควรเที่ยวร่วมกับศาลหลักเมือง วัดอิสาน วัดพายัพ วัดบูรพ์ วัดบึง วัดสระแก้ว ประตูชุมพล และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพราะสถานที่เหล่านี้เชื่อมโยงกันในเชิงผังเมืองและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หากเริ่มจากวัดพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นวัดกลางเมือง ผู้มาเยือนจะสามารถเข้าใจทิศทางและความหมายของวัดอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น การเที่ยวแบบเชื่อมโยงเช่นนี้ทำให้การเดินชมเมืองเก่าโคราชมีมิติมากกว่าการแวะถ่ายภาพจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
 
สำหรับชาวต่างชาติ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารเป็นสถานที่ที่อธิบายความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของโคราชได้ดีมาก เพราะภายในวัดมีทั้ง royal temple, old city planning, Ayutthaya-period heritage, Buddhist worship, Hindu-Brahmanic symbolism, Khmer sandstone sculpture, city pillar context, and local devotion รวมอยู่ในพื้นที่เดียว ชาวต่างชาติที่มาเยือนจะเข้าใจว่าเมืองโคราชไม่ได้มีเพียงอนุสาวรีย์ย่าโมหรือเส้นทางไปอีสานเท่านั้น แต่ยังมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับราชสำนักอยุธยาและศาสนสถานสำคัญในเมืองเก่า
 
เวลาเปิดทำการของวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารคือทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้ที่ต้องการชมพระอุโบสถกลางสระบัวและเดินดูรายละเอียดควรมาในช่วงเช้า เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและแสงเหมาะกับการถ่ายภาพอย่างสุภาพ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการไหว้พระและเดินชมเมืองเก่าใกล้เคียง หากเดินทางในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะอาจมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญมากกว่าวันปกติ
 
ค่าเข้าชมวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารไม่มีการจัดเก็บเป็นบัตรเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และชมพื้นที่สำคัญตามเวลาเปิดทำการได้โดยไม่เสียค่าเข้า หากต้องการถวายปัจจัย ทำบุญ หรือร่วมบำรุงวัด สามารถทำได้ตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ การแยกระหว่างค่าเข้าชมกับการทำบุญเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ เพราะวัดไทยเป็นศาสนสถานที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวแบบขายบัตร
 
การเดินทาง ไปวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารสะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ใกล้ศาลหลักเมืองและไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ระบบนำทางค้นหาคำว่า “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร” หรือ “Wat Phra Narai Maharat” แล้วเลือกจุดหมายที่อยู่บนถนนอัษฎางค์หรือตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา หากอยู่บริเวณย่าโมหรือประตูชุมพลสามารถเดินทางด้วยรถรับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถวในเมือง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก
 
ผู้ที่ชอบเดินเที่ยวเมืองสามารถเดินเชื่อมจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประตูชุมพล และศาลหลักเมืองมายังวัดพระนารายณ์มหาราชได้ในระยะไม่ไกลมาก แต่ควรคำนึงถึงสภาพอากาศของโคราชที่ค่อนข้างร้อนในหลายช่วงของปี ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก ร่ม และรองเท้าที่เดินสบาย หากเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก การใช้รถรับจ้างระยะสั้นระหว่างจุดท่องเที่ยวจะสะดวกกว่า
 
มารยาทในการเข้าชมวัดควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เสื้อควรมีแขน กางเกงหรือกระโปรงควรยาวเหมาะสม ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถหรือวิหาร ไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสพระพุทธรูป เทวรูป หรือปูชนียวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถ่ายภาพพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญในลักษณะรบกวน และควรเคารพพื้นที่สังฆาวาสซึ่งเป็นเขตอยู่อาศัยของพระภิกษุ การรักษามารยาทจะทำให้การท่องเที่ยววัดกลางนครเป็นประสบการณ์ที่งดงามทั้งสำหรับตนเองและชุมชนรอบวัด
 
ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และช่วงเทศกาลกฐิน วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารมักมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญ ไหว้พระ ฟังธรรม หรือร่วมกิจกรรมทางศาสนาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ วัดยังมีความหมายในบริบทพิธีกรรมสำคัญของเมืองจากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้ที่มาในช่วงเทศกาลจะได้เห็นวัดในฐานะพื้นที่ศรัทธาที่มีชีวิตมากกว่าวันธรรมดา
 
การวางแผนเที่ยววัดพระนารายณ์มหาราชสามารถจัดเป็นเส้นทางครึ่งวันในเขตเมืองเก่าได้อย่างลงตัว เริ่มจากวัดพระนารายณ์มหาราชเพื่อไหว้พระและชมอุโบสถกลางสระบัว จากนั้นเดินไปศาลหลักเมือง โอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประตูชุมพล และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อไปวัดอิสาน วัดพายัพ วัดศาลาลอย หรือวัดป่าสาลวัน เส้นทางนี้เหมาะทั้งสำหรับคนไทยที่ต้องการไหว้พระในเมืองโคราชและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา เมืองเก่า และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
สิ่งที่ทำให้วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารแตกต่างจากวัดอื่นในเมืองคือการเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ทั้งพระนารายณ์ในฐานะพระนามของผู้สร้างเมือง เทวรูปพระนารายณ์สี่กรในฐานะศิลปะขอมโบราณ พระอุโบสถกลางสระบัวในฐานะสถาปัตยกรรมศาสนสถาน พระวิหารหลวงและหลวงพ่อใหญ่ในฐานะศูนย์รวมศรัทธา พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในฐานะประวัติศาสตร์ราชการ และเรื่องอัฐิท้าวสุรนารีในฐานะความทรงจำของวีรสตรีโคราช วัดนี้จึงเป็นเหมือนประตูบานแรกสำหรับการอ่านประวัติศาสตร์เมืองนครราชสีมาอย่างเป็นระบบ
 
หากมองในมิติการเรียนรู้ วัดพระนารายณ์มหาราชเป็นห้องเรียนกลางเมืองที่ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่มีเนื้อหาหนามาก ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องการตั้งเมืองในสมัยอยุธยา การจัดผังวัดตามทิศ การผสมผสานคติพุทธและพราหมณ์ ศิลปะขอมโบราณ พิธีกรรมราชการ พื้นที่พระอารามหลวง และบทบาทของวัดในชีวิตชุมชนเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดเหมาะกับการศึกษาทั้งในระดับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการท้องถิ่น นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้สนใจเมืองเก่าโคราช
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดพระนารายณ์มหาราชช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องประวัติเมืองผ่านสถานที่จริงได้ง่าย ผู้ปกครองสามารถอธิบายว่าเหตุใดวัดนี้จึงเรียกว่าวัดกลาง ทำไมวัดรอบเมืองจึงมีชื่อเป็นทิศต่าง ๆ เทวรูปพระนารายณ์คืออะไร อุโบสถกลางน้ำมีความสำคัญอย่างไร และเหตุใดศาลหลักเมืองจึงตั้งอยู่ใกล้วัด การเรียนรู้เช่นนี้ช่วยให้การเที่ยววัดไม่ใช่เพียงการไหว้พระ แต่เป็นการเข้าใจรากเหง้าของเมืองและวัฒนธรรมไทย
 
สำหรับนักเดินทางสายภาพถ่าย วัดพระนารายณ์มหาราชมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด เช่น พระอุโบสถกลางสระบัว สะพานเข้าสู่อุโบสถ หน้าบันพระนารายณ์ทรงครุฑ หน้าบันพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระวิหารหลวง พระเจดีย์ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่การถ่ายภาพควรอยู่ภายใต้ความเคารพ ไม่ถ่ายในลักษณะลบหลู่ ไม่ยืนบังผู้ที่กำลังไหว้พระ และไม่ใช้แฟลชหรืออุปกรณ์ที่รบกวนพื้นที่ศาสนสถาน
 
สรุปแล้ว วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่คู่เมืองโคราชที่มีคุณค่าครบทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม ผังเมือง และความทรงจำของชุมชน วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นวัดกลางนครที่ใช้เป็นจุดศูนย์กลางในการเรียกชื่อวัดตามทิศต่าง ๆ ภายในกำแพงเมือง เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เคยเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี และยังคงมีปูชนียสถานสำคัญ เช่น พระอุโบสถกลางสระบัว พระวิหารหลวง หลวงพ่อใหญ่ เทวรูปพระนารายณ์สี่กร พระเจดีย์ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เหมาะสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจเมืองโคราชผ่านศาสนา ประวัติศาสตร์ และศรัทธาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อเรียกอื่นวัดกลาง, วัดกลางนคร, วัดกลางนครวรวิหาร
ที่ตั้งตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู่ใจกลางเมืองและติดกับศาลหลักเมืองนครราชสีมา
ที่อยู่ถนนอัษฎางค์ / ถนนจอมพล / ถนนประจักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000
พิกัด14.97558, 102.10692
ประเภทสถานที่พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย
ไฮไลต์พระอุโบสถกลางสระบัว พระวิหารหลวง พระทศพลญาณประทานบารมีหรือหลวงพ่อใหญ่ เทวรูปพระนารายณ์สี่กร พระเจดีย์ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และศาลพระนารายณ์มหาราช
ประวัติ / สมัย / ยุควัดเก่าแก่คู่เมืองโคราช สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นวัดกลางเมืองและเป็นศูนย์กลางของกลุ่มวัดสำคัญในเขตกำแพงเมืองนครราชสีมา
ที่มาของชื่อเรียกว่าวัดกลางเพราะตั้งอยู่กลางเมืองนครราชสีมา และเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียกชื่อวัดอื่นตามทิศ เช่น วัดบูรพ์ วัดอิสาน และวัดพายัพ
ลักษณะเด่นเป็นวัดกลางเมืองเก่าที่รวมประวัติศาสตร์อยุธยา พิธีกรรมราชการ ศิลปะขอมโบราณ สถาปัตยกรรมพระอุโบสถกลางน้ำ และความศรัทธาของชาวโคราชไว้ในพื้นที่เดียว
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พิธีสวดเสกน้ำพระพุทธมนต์ถวายในงานพระราชพิธีเสวยราชสมบัติ และเคยเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิท้าวสุรนารีก่อนย้ายไปประดิษฐานที่ประตูชุมพลในปี พ.ศ. 2477
การเดินทางจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหรือประตูชุมพล ใช้ถนนในเขตเมืองเก่าเข้าสู่ถนนอัษฎางค์หรือถนนจอมพลได้สะดวก สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถว รถรับจ้าง หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นพระอารามหลวง วัดสำคัญคู่เมืองนครราชสีมา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในตัวเมืองโคราช
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม สามารถทำบุญตามศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกพระอุโบสถ พระวิหารหลวง ศาลพระนารายณ์ ศาลา โรงเรียนปริยัติธรรม พื้นที่สักการะ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่ร่มรื่น และจุดจอดรถตามสภาพพื้นที่เมืองเก่า
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพระอุโบสถกลางสระบัว
พระวิหารหลวง
พระทศพลญาณประทานบารมีหรือหลวงพ่อใหญ่
เทวรูปพระนารายณ์สี่กร
ศาลพระนารายณ์มหาราช
พระเจดีย์
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ใบเสมารอบพระอุโบสถ
โรงเรียนปริยัติธรรม
เขตสังฆาวาส
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระพรหมวชิรนายก (โอภาส นิรุตฺติเมธี)
เบอร์ติดต่อหลัก094-524-5455
เว็บไซต์ / เพจทางการวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร / วัดกลางนคร KORAT
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลหลักเมืองนครราชสีมา ประมาณ 0.1 กม.
2. วัดอิสาน ประมาณ 0.5 กม. โทร. 044-244-044
3. อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประมาณ 0.8 กม.
4. ประตูชุมพล ประมาณ 0.9 กม.
5. วัดพายัพ ประมาณ 1.0 กม. โทร. 062-126-6146
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ ประมาณ 1.4 กม. โทร. 044-242-958
7. วัดศาลาลอย ประมาณ 1.7 กม. โทร. 083-461-2999
ร้านอาหารใกล้เคียง1. โจโจ้เป็ดย่างพิมาย ประมาณ 0.9 กม. โทร. 044-267-347, 092-239-9246
2. ก๋วยเตี๋ยวชลบุรี ณ โคราช หน้าวัดสระแก้ว ประมาณ 1.1 กม. โทร. 065-585-6636, 061-084-6452
3. Yim Cafe วัดศาลาลอย ประมาณ 1.7 กม. โทร. 065-198-2249
4. โอชิเน โคราช ประมาณ 2.5 กม. โทร. 097-946-4445
5. ป้าเหน่ยแหนมเนือง ประมาณ 2.7 กม. โทร. 044-354-032, 082-376-8737
6. ครัวครูป้อม ประมาณ 3.0 กม. โทร. 044-285-304
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมโคราช โฮเต็ล ประมาณ 0.4 กม. โทร. 044-341-345
2. โรงแรมไทย อินเตอร์ โคราช ประมาณ 0.6 กม. โทร. 044-247-700
3. โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ โคราช ประมาณ 1.1 กม. โทร. 044-243-825
4. โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล21 โคราช ประมาณ 1.5 กม. โทร. 044-498-880
5. โรงแรมฟอร์จูน โคราช ประมาณ 1.7 กม. โทร. 044-079-900
6. ร่มเย็นการ์เด้น เพลส ประมาณ 2.5 กม. โทร. 044-285-816-7, 098-105-7978
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหารตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู่ติดกับศาลหลักเมืองและไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
 
ถาม: ทำไมวัดพระนารายณ์มหาราชจึงเรียกว่าวัดกลาง?
ตอบ: เพราะวัดตั้งอยู่กลางเมืองนครราชสีมาและใช้เป็นจุดศูนย์กลางในการเรียกชื่อวัดอื่นตามทิศทาง เช่น วัดบูรพ์ วัดอิสาน วัดพายัพ วัดบึง และวัดสระแก้ว
 
ถาม: วัดพระนารายณ์มหาราชเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ช่วงเช้าเหมาะสำหรับไหว้พระ ชมพระอุโบสถกลางสระบัว และเดินชมพื้นที่วัดอย่างสงบ
 
ถาม: วัดพระนารายณ์มหาราชเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดพระนารายณ์มหาราชไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถทำบุญ ถวายปัจจัย หรือร่วมบำรุงวัดตามศรัทธา
 
ถาม: จุดเด่นของวัดพระนารายณ์มหาราชคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถกลางสระบัว พระวิหารหลวง พระทศพลญาณประทานบารมีหรือหลวงพ่อใหญ่ เทวรูปพระนารายณ์สี่กร พระเจดีย์ ศาลพระนารายณ์ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
 
ถาม: วัดพระนารายณ์มหาราชเกี่ยวข้องกับพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอย่างไร?
ตอบ: ในอดีตวัดพระนารายณ์มหาราชเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสาบานตนของข้าราชการว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีและสุจริต
 
ถาม: วัดพระนารายณ์มหาราชเกี่ยวข้องกับท้าวสุรนารีอย่างไร?
ตอบ: วัดพระนารายณ์มหาราชเคยเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารีบริเวณมุมทิศพายัพของวัด ก่อนย้ายไปประดิษฐานที่ประตูชุมพลในปี พ.ศ. 2477
 
ถาม: ชาวต่างชาติควรรู้อะไรก่อนไปวัดพระนารายณ์มหาราช?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถหรือวิหาร รักษาความเงียบ ไม่สัมผัสพระพุทธรูป เทวรูป หรือปูชนียวัตถุ และควรใช้เวลาเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัด เมืองเก่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และศรัทธาของชาวโคราช

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(20)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(8)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(21)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(6)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(6)