หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม >อ.เมืองมหาสารคาม >ต.ตลาด > มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
TL;DR: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อยู่ที่80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อสำนักงาน เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน).
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อสำนักงาน ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน)
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (Rajabhat Maha Sarakham University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนประถมกสิกรรมที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2468 ก่อนพัฒนาเป็นสถานศึกษาฝึกหัดครู วิทยาลัยครูมหาสารคาม สถาบันราชภัฏมหาสารคาม และได้รับสถานะมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในหลายสาขาวิชา ทั้งครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ โดยมีบทบาทสำคัญในการผลิตบัณฑิต พัฒนางานวิจัย บริการวิชาการ และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษา การค้า และการบริการของจังหวัด พื้นที่มหาวิทยาลัยประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารปฏิบัติการ ห้องสมุด ศูนย์วิจัย อาคารบริหาร หอประชุม พื้นที่กิจกรรมนักศึกษา และบริเวณภูมิทัศน์ที่รองรับการใช้ชีวิตของนักศึกษาและบุคลากร ภายในพื้นที่มีหน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกันทั้งด้านการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และการประสานงานกับชุมชน ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียง
ความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามอยู่ที่ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์จากการศึกษาขั้นพื้นฐานและการฝึกหัดครูสู่มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนศาสตร์หลากหลาย การเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงสะท้อนพัฒนาการของระบบการศึกษาไทย ตั้งแต่ยุคที่รัฐให้ความสำคัญกับความรู้ด้านการเกษตรและการประกอบอาชีพ จนถึงยุคการผลิตครูเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของสังคมร่วมสมัย
ประวัติของสถาบันเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2468 เมื่อมีการจัดตั้งโรงเรียนประถมกสิกรรมในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นบริเวณวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม โดยรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาเข้าศึกษาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนงานฝีมือและทักษะสำหรับการดำรงชีวิต การจัดการศึกษาในลักษณะดังกล่าวมีความสอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานในยุคนั้น ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ความรู้ที่ถ่ายทอดให้ผู้เรียนจึงมุ่งเน้นประโยชน์ในการประกอบอาชีพและการพัฒนาชุมชน
ในปี พ.ศ. 2470 โรงเรียนได้ย้ายไปตั้งที่บริเวณโคกอีด่อย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 4 กิโลเมตร และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในปัจจุบัน การย้ายสถานที่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้สถานศึกษามีพื้นที่รองรับการขยายอาคารเรียนและกิจกรรมทางการศึกษาในระยะต่อมา พื้นที่แห่งนี้จึงมีความหมายทางประวัติศาสตร์ในฐานะสถานที่ซึ่งสืบทอดการจัดการศึกษาของสถาบันต่อเนื่องมายาวนาน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2473 สถานศึกษาได้รับการปรับฐานะเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญและฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำ สะท้อนการเริ่มเชื่อมโยงการศึกษาด้านเกษตรกรรมเข้ากับภารกิจการผลิตบุคลากรทางการศึกษา แม้ในปี พ.ศ. 2474 จะมีการยุบแผนกฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำและคงการดำเนินงานในรูปแบบโรงเรียนประถมวิสามัญ แต่พัฒนาการช่วงนี้ได้วางพื้นฐานสำคัญต่อบทบาทของสถาบันด้านการฝึกหัดครูในเวลาต่อมา
ช่วงปลายทศวรรษ 2470 ถึงทศวรรษ 2490 เป็นระยะที่ระบบการฝึกหัดครูของประเทศไทยขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการครูในภูมิภาค สถานศึกษาในมหาสารคามได้รับการพัฒนาให้เกี่ยวข้องกับการฝึกหัดครูและการจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพครูมากขึ้น จนกลายเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม ซึ่งทำหน้าที่ผลิตบุคลากรเพื่อสนับสนุนการศึกษาของจังหวัดและชุมชนโดยรอบ
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของสถาบัน เมื่อได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูมหาสารคาม การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเป็นผลจากความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพการผลิตครูและขยายความสามารถของสถานศึกษาให้รองรับการเรียนการสอนที่สูงขึ้น วิทยาลัยครูมหาสารคามจึงมีบทบาทในการสร้างบุคลากรทางการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะครูที่กลับไปปฏิบัติงานในโรงเรียนของจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ
ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 บทบาทของวิทยาลัยครูได้รับการขยายจากการฝึกหัดครูไปสู่การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบมากขึ้น พัฒนาการช่วงนี้ทำให้สถาบันสามารถวางรากฐานด้านหลักสูตร อาจารย์ อาคารสถานที่ และการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระดับสถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 วิทยาลัยครูทั่วประเทศได้รับพระราชทานนามว่า “สถาบันราชภัฏ” คำว่าราชภัฏมีความหมายว่า “คนของพระราชา” และสะท้อนอุดมการณ์ในการใช้ความรู้และการศึกษาเพื่อประโยชน์ของประชาชน การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อสถานศึกษา แต่เป็นการประกาศอัตลักษณ์และทิศทางใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีความผูกพันกับท้องถิ่น
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 สถาบันได้รับสถานะเป็นสถาบันราชภัฏมหาสารคามตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 และในวันที่ 6 มีนาคมปีเดียวกัน ได้รับพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ ช่วงเวลานี้จึงเป็นยุคที่สถาบันมีพัฒนาการด้านการจัดการศึกษาและความเป็นสถาบันอุดมศึกษาอย่างชัดเจน
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในยุคสมัยใหม่เกิดขึ้นเมื่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ส่งผลให้สถาบันราชภัฏมหาสารคามได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามอย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยพัฒนาการศึกษาในสาขาวิชาที่หลากหลายมากขึ้น และขยายพันธกิจสู่การวิจัย การบริการวิชาการ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาท้องถิ่นตามบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
เมื่อพิจารณาลำดับประวัติศาสตร์ทั้งหมดจะเห็นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีอายุสถาบันนับจากการก่อตั้งโรงเรียนประถมกสิกรรมในปี พ.ศ. 2468 ขณะที่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นวันสถาปนาสถานะมหาวิทยาลัยตามกฎหมาย ทั้งสองช่วงเวลามีความสำคัญแตกต่างกัน กล่าวคือ ปี พ.ศ. 2468 แสดงถึงจุดเริ่มต้นของสถาบัน ส่วนปี พ.ศ. 2547 แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยในรูปแบบปัจจุบัน
ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามประกอบด้วยคำว่า “ราชภัฏ” ซึ่งสื่อถึงอุดมการณ์การศึกษาเพื่อประชาชน และชื่อจังหวัดมหาสารคามซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของสถาบัน ชื่อดังกล่าวจึงสะท้อนทั้งความเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศและความสัมพันธ์เฉพาะกับชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม สถาบันนี้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Rajabhat Maha Sarakham University และใช้ตัวย่อ RMU
อัตลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยตราสัญลักษณ์ราชภัฏ สีประจำมหาวิทยาลัย และต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเขียวและสีแดง โดยสีเขียวสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ทางความรู้และความเพิ่มพูนทางปัญญา ส่วนสีแดงสื่อถึงความกล้าหาญ ความอดทน และการเสียสละเพื่อส่วนรวม ความหมายของสีทั้งสองสะท้อนคุณลักษณะของบัณฑิตที่มุ่งใช้ความรู้ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ “ต้นจาน” หรือ “ดอกจาน” ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea monosperma เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น เช่น ทองกวาวในบางภูมิภาค การใช้คำว่า “จาน” ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่คุ้นเคยในภาคอีสานมีนัยสำคัญต่อการแสดงอัตลักษณ์ของสถาบันที่ผูกพันกับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สีส้มแดงของดอกจานยังสร้างภาพจำที่โดดเด่นเมื่อกล่าวถึงธรรมชาติและภูมิทัศน์ท้องถิ่น
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมีที่มาจากพระราชลัญจกรซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันราชภัฏ และมีองค์ประกอบของสีต่าง ๆ ที่สะท้อนคุณค่าเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ ความรู้ วัฒนธรรม และคุณธรรม ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ร่วมของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ขณะที่ชื่อมหาวิทยาลัยและสีประจำสถาบันช่วยแสดงตัวตนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามโดยเฉพาะ
ในด้านการบริหารมหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เนตรชนก จันทร์สว่าง ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในปี พ.ศ. 2569 โดยมีการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการขับเคลื่อนแผนพัฒนามหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายในสถาบัน การบริหารในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตและการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยกับความต้องการของชุมชนและสังคม
โครงสร้างการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมีความหลากหลายตามศาสตร์ที่เปิดสอน โดยคณะที่มีรายชื่อสาขาวิชาในประกาศรับสมัครระดับปริญญาตรีปีการศึกษา 2569 ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีบัณฑิตวิทยาลัยที่รับผิดชอบการประสานงานการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวมถึงคณะพยาบาลศาสตร์ซึ่งได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
การปรับโครงสร้างคณะในช่วงปี พ.ศ. 2568 มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจข้อมูลมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน โดยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศได้ควบรวมเข้ากับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ดังนั้นสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลจึงต้องพิจารณาภายใต้โครงสร้างการบริหารล่าสุด ไม่ใช่อ้างอิงเฉพาะรายชื่อคณะจากเอกสารเก่า
คณะครุศาสตร์ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สะท้อนรากฐานทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน การจัดการศึกษาของคณะครอบคลุมศาสตร์สำหรับวิชาชีพครูในกลุ่มภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศึกษา การศึกษาปฐมวัย การศึกษาพิเศษ การประถมศึกษา พลศึกษา ศิลปศึกษา และสังคมศึกษา ความหลากหลายของสาขาวิชาดังกล่าวช่วยรองรับการพัฒนาครูในระดับการศึกษาต่าง ๆ และเป็นการสืบทอดภารกิจด้านการศึกษาซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุควิทยาลัยครู
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาธารณสุขชุมชน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนที่สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเครื่องมือสมัยใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาในภาคการศึกษา อุตสาหกรรม การบริการ และชุมชน การเรียนการสอนจึงให้ความสำคัญกับทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละศาสตร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์จัดการศึกษาในกลุ่มวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมการจัดการ เทคโนโลยีไฟฟ้า การจัดการงานช่างและผังเมือง และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งพัฒนาทักษะด้านการออกแบบ การวิเคราะห์ การจัดการระบบงาน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคการผลิตและการบริการ การจัดหลักสูตรบางส่วนยังรองรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถยกระดับความรู้และคุณวุฒิทางวิชาชีพต่อไปได้
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาภาษา ศาสนา สังคม วัฒนธรรม ดนตรี นาฏศิลป์ และศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญา การสร้างสรรค์ผลงานศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อการสื่อสารระหว่างบุคคล การทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรม และการสร้างสรรค์องค์ความรู้เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของชุมชนอีสาน
คณะวิทยาการจัดการจัดการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ การจัดการ การตลาด การบัญชี การโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจดิจิทัล นิเทศศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับเศรษฐกิจร่วมสมัยและภาคธุรกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ สาขาธุรกิจดิจิทัลที่อยู่ในประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 ระบุเป็นหลักสูตรสองภาษา สะท้อนแนวทางพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสารและการประยุกต์เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ
คณะเทคโนโลยีการเกษตรสะท้อนความต่อเนื่องจากรากฐานของสถาบันที่เริ่มต้นจากโรงเรียนประถมกสิกรรม สาขาวิชาครอบคลุมเกษตรศาสตร์ เทคโนโลยีการอาหาร สัตวศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศการเกษตร บริหารธุรกิจเกษตร และเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ ศาสตร์เหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคเกษตรกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการธุรกิจเกษตร และการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นได้โดยตรง
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารงานภาครัฐ การปกครอง การบริหารจัดการท้องถิ่น และการพัฒนาสังคม ขณะที่คณะนิติศาสตร์จัดการศึกษาด้านกฎหมายและส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ศาสตร์ทั้งสองกลุ่มมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ การจัดการภาครัฐ และการสร้างความเข้าใจในสิทธิ หน้าที่ และกฎเกณฑ์ของสังคม
ในระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอกผ่านบัณฑิตวิทยาลัย โดยมีสาขาวิชาเกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การวิจัยและประเมินผลการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารธุรกิจ การบริหารภาครัฐ การพัฒนาท้องถิ่น และการศึกษาศิลปวัฒนธรรม การศึกษาระดับดังกล่าวช่วยรองรับบุคลากรที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนผู้ที่ต้องการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาวิชาชีพและชุมชน
ภารกิจด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยดำเนินงานผ่านสถาบันวิจัยและพัฒนา รวมถึงคณะและหน่วยงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้และการนำผลการศึกษามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ การพัฒนางานวิจัยในบริบทของมหาวิทยาลัยราชภัฏมีความสัมพันธ์กับปัญหาและศักยภาพของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษา การเกษตร สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี หรือการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถนำไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การบริการวิชาการแก่สังคมเป็นอีกบทบาทที่สำคัญของมหาวิทยาลัย โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างอาจารย์ นักศึกษา บุคลากร และชุมชนในพื้นที่ การถ่ายทอดความรู้และทักษะวิชาชีพสามารถช่วยเสริมศักยภาพของโรงเรียน กลุ่มอาชีพ องค์กรท้องถิ่น และประชาชน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกประยุกต์ความรู้ในสถานการณ์จริง เข้าใจสภาพปัญหาของชุมชน และเรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีประสบการณ์และภูมิหลังแตกต่างกัน
ด้านศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมีสำนักศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและประเพณีท้องถิ่นช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา กิจกรรมดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรักษาความต่อเนื่องของเอกลักษณ์ท้องถิ่นในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาและวัฒนธรรมไทยคือพิธีไหว้ครู มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้จัดพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา 2569 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาเข้าร่วม พิธีนี้เป็นโอกาสให้นักศึกษาแสดงความเคารพและระลึกถึงพระคุณของครูอาจารย์ พร้อมทั้งสะท้อนค่านิยมเรื่องความกตัญญูและความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนซึ่งมีความสำคัญในวัฒนธรรมการศึกษาไทย
มหาวิทยาลัยยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและประเพณีท้องถิ่น เช่น กิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาซึ่งสำนักศิลปะและวัฒนธรรมจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 ณ อาคารหอพระของมหาวิทยาลัย กิจกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทของสถาบันในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรและนักศึกษาในการสืบทอดประเพณี รวมถึงการนำวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมหาวิทยาลัย
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งคืออาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ซึ่งเป็นอาคารหลักสำหรับงานบริหารและการติดต่อราชการของมหาวิทยาลัย อาคารนี้มีสำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ผู้ที่เดินทางมาติดต่อเกี่ยวกับข้อมูลการศึกษา เอกสารทะเบียน และการให้บริการด้านวิชาการจึงสามารถใช้อาคารดังกล่าวเป็นจุดอ้างอิงหลักในการเดินทาง
หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย ทั้งพิธีการทางวิชาการและกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้มีบทบาทต่อชีวิตนักศึกษาเพราะเป็นพื้นที่ที่ใช้จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของสถาบัน
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแหล่งสนับสนุนการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย โดยมีประวัติการพัฒนาห้องสมุดและอาคารบริการสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2545 อาคารหอสมุดได้รับพระราชทานนามว่า “บรรณราชนครินทร์” การมีพื้นที่สำหรับหนังสือ สารสนเทศ และการศึกษาค้นคว้าช่วยส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและการทำงานวิชาการของนักศึกษาและบุคลากร
มหาวิทยาลัยยังมีอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ อาคารคณะเทคโนโลยีการเกษตร อาคารคณะนิติศาสตร์ อาคารกิจการนักศึกษา และศูนย์กลางทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น อาคารแต่ละแห่งมีหน้าที่แตกต่างกันตามภารกิจ โดยบางแห่งใช้สำหรับการเรียนและการฝึกปฏิบัติ บางแห่งใช้สำหรับการบริหารหรือกิจกรรมนักศึกษา การเข้าใช้พื้นที่ควรเป็นไปตามระเบียบและการอนุญาตของแต่ละหน่วยงาน
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามสามารถเป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ระบบมหาวิทยาลัยราชภัฏ การเรียนการสอน และการพัฒนาท้องถิ่น ผู้มาเยือนสามารถศึกษาข้อมูลประวัติสถาบัน สังเกตการจัดพื้นที่มหาวิทยาลัย และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมวิชาการหรือการศึกษาดูงาน ทั้งนี้การเข้าชมอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หรือกิจกรรมเฉพาะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
ความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยกับจังหวัดมหาสารคามยังปรากฏผ่านชีวิตประจำวันของนักศึกษาและชุมชนโดยรอบ การเดินทางเข้ามาศึกษาต่อของนักศึกษาจากหลายจังหวัดช่วยสร้างความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม ขณะที่ร้านอาหาร ที่พัก ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ในเขตเมืองได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางการศึกษาและการเดินทางของผู้ปกครอง ผู้มาติดต่อราชการ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
ผู้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยยังสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวในเขตเมืองมหาสารคามร่วมกับการเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น ศาลหลักเมืองมหาสารคาม พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม หอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม วัดมหาชัย และวัดพุทธวนารามหรือวัดป่าวังน้ำเย็น สถานที่เหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติเมือง ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดควบคู่กับการศึกษาบทบาทของมหาวิทยาลัย
การเดินทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตั้งอยู่เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ระบบนำทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและเข้าสู่พื้นที่ตามทางเข้าที่กำหนด ภายในมหาวิทยาลัยมีพื้นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อและรถจักรยานยนต์ตามจุดที่จัดไว้ ส่วนผู้เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้รถประจำทางท้องถิ่นสาย 1, 2 หรือ 3 ที่ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยตามข้อมูลของสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน หากเดินทางมาจากต่างจังหวัดสามารถเข้าสู่ตัวเมืองมหาสารคามแล้วต่อรถรับจ้างหรือขนส่งท้องถิ่นมายังถนนนครสวรรค์ได้
ผู้ที่ต้องการติดต่อสำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนควรเดินทางในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำนักงานตั้งอยู่ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และมีหมายเลขโทรศัพท์ 043-712164 สำหรับสอบถามข้อมูล การกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นเวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเปิดหรือปิดประตูพื้นที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด ส่วนห้องสมุด คณะ และหน่วยงานอื่นอาจมีช่วงเวลาบริการที่แตกต่างกัน
โดยสรุป มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเดินทางจากโรงเรียนประถมกสิกรรมในปี พ.ศ. 2468 สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏในปี พ.ศ. 2547 สะท้อนการขยายโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาบทบาทของสถาบันให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังดำเนินพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต วิจัย บริการวิชาการ และสืบสานศิลปวัฒนธรรม โดยยึดโยงการพัฒนาความรู้เข้ากับประโยชน์ของสังคมและชุมชนท้องถิ่น
ตารางสรุปข้อมูลมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (Rajabhat Maha Sarakham University) |
| ชื่อย่อ | RMU |
| ประเภทสถาบัน | มหาวิทยาลัยของรัฐ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ |
| ที่อยู่ | 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 |
| ปีเริ่มก่อตั้ง | พ.ศ. 2468 ในชื่อโรงเรียนประถมกสิกรรม |
| วันสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 |
| ประวัติสำคัญ | โรงเรียนประถมกสิกรรม → โรงเรียนฝึกหัดครู → วิทยาลัยครูมหาสารคาม → สถาบันราชภัฏมหาสารคาม → มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| อธิการบดี | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เนตรชนก จันทร์สว่าง |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | เขียวและแดง |
| ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นจานและดอกจาน (Butea monosperma) |
| คณะและหน่วยงานการศึกษา | คณะครุศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, คณะวิทยาการจัดการ, คณะเทคโนโลยีการเกษตร, คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, คณะนิติศาสตร์, คณะพยาบาลศาสตร์ (จัดตั้ง พ.ศ. 2569) และบัณฑิตวิทยาลัย |
| จุดเด่นทางวิชาการ | การผลิตครู การพัฒนาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการ และสังคมศาสตร์ |
| หน่วยงานสำคัญ | สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน, สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ, สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, สถาบันวิจัยและพัฒนา, กองพัฒนานักศึกษา |
| สถานที่สำคัญภายใน | อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา, หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, ห้องสมุดบรรณราชนครินทร์, อาคารกิจการนักศึกษา, อาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, อาคารคณะต่าง ๆ |
| ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ | พิธีไหว้ครู กิจกรรมต้อนรับนักศึกษา กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม |
| วันเปิดทำการสำนักงาน | วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาติดต่อสำนักงาน | 08.30 – 16.30 น. |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถประจำทางท้องถิ่นสาย 1, 2 และ 3 ที่ผ่านหน้ามหาวิทยาลัย |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ ห้องสมุด อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หอประชุม และอาคารบริการนักศึกษา |
| สถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมือง | 1. ศาลหลักเมืองมหาสารคาม 2. พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม 3. หอนาฬิกาเมืองมหาสารคาม 4. วัดมหาชัย 5. วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) |
| ร้านอาหารในเขตเมือง | 1. ตำกระเทยมหาสารคาม 2. ส้มตำทูโก 3. IN Mahasarakham 4. ร้านเยาวราช 5. Farmsook Cafe |
| ที่พักในเขตเมือง | 1. HOP INN Mahasarakham 2. Ketsara Hotel 3. Sita@home 4. Chuanchom Hotel 5. Khampu Resident |
| โทรศัพท์สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน | 043-712164 |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.rmu.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปีการศึกษา 2569
| คณะครุศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 2. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 3. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี 4. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา 5. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ 6. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา 7. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ 8. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 9. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบรรณารักษ์ศึกษาและภาษาอังกฤษ 10. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาจีน 11. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ 12. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา 13. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา 14. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา (การประถมศึกษา) 15. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา (การศึกษาพิเศษ) 16. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา (ภาษาอังกฤษ) 17. ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา (สังคมศึกษา) 18. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการกีฬา 19. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาโท 1. การบริหารการศึกษา 2. การศึกษาปฐมวัย 3. คณิตศาสตรศึกษา 4. คอมพิวเตอร์ศึกษา 5. นวัตกรรมทางพลศึกษาและกีฬา 6. วิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการสอนทางกีฬา 7. วิทยาศาสตรศึกษา 8. วิจัยและประเมินผลการศึกษา 9. สังคมศึกษา 10. หลักสูตรและการเรียนการสอน ปริญญาเอก 1. คณิตศาสตรศึกษา 2. การบริหารการศึกษา 3. หลักสูตรและการเรียนการสอน 4. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 5. คอมพิวเตอร์ศึกษา 6. นวัตกรรมทางพลศึกษาและการกีฬา 7. วิจัยและประเมินผลการศึกษา 8. วิจัยและพัฒนาหลักสูตร 9. วิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการสอนทางกีฬา 10. สังคมศึกษา |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน 7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ 8. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ 9. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 10. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 11. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชัน 12. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล 13. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (หลักสูตรต่อเนื่อง) ปริญญาโท 1. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 2. การจัดการเทคโนโลยี ปริญญาเอก 1. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 2. การจัดการเทคโนโลยี |
| คณะวิศวกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 2. วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมการจัดการ (กลุ่มวิชาการจัดการการผลิต และกลุ่มวิชาการจัดการโลจิสติกส์) 3. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า 4. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการงานช่างและผังเมือง 5. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (แขนงสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และนวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม) 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์และการแสดง 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนา วัฒนธรรมและสังคมศาสตร์ 8. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ (แขนงทัศนศิลป์) 9. ดุริยางคศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรี (แขนงดนตรีตะวันตก และดนตรีไทยและดนตรีพื้นเมือง) ปริญญาโท 1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น 2. การบริหารและพัฒนาสังคม 3. วิจัยศิลปวัฒนธรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4. ดุริยางคศาสตร์ ปริญญาเอก 1. วิจัยศิลปวัฒนธรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2. ดุริยางคศาสตร์ 3. การบริหารและพัฒนาสังคม |
| คณะวิทยาการจัดการ | ปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว 4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล (หลักสูตรสองภาษา) 5. บัญชีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี 6. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (กลุ่มการสื่อสารงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในสื่อดิจิทัล และการผลิตอีเวนต์และการจัดการนิทรรศการ) 7. เศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ (แขนงเศรษฐศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น และเศรษฐศาสตร์การเงิน) ปริญญาโท 1. บริหารธุรกิจ |
| คณะเทคโนโลยีการเกษตร | ปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศการเกษตร 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจเกษตร 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ |
| คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ 2. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 3. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนา ปริญญาโท 1. รัฐประศาสนศาสตร์ 2. การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน 3. นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ปริญญาเอก 1. รัฐประศาสนศาสตร์ 2. การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน 3. นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น |
| คณะนิติศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. นิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ ปริญญาโท 1. นิติรัฐกิจและการบริหาร |
| บัณฑิตวิทยาลัย | หน่วยงานประสานงานและบริหารจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมีความเชื่อมโยงกับคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเปิดทำการวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: สำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนเปิดให้ติดต่อวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: สถาบันเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2468 ในชื่อโรงเรียนประถมกสิกรรม และได้รับสถานะมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีรากฐานสำคัญด้านการผลิตครูและพัฒนาการศึกษา และมีการจัดการศึกษาหลากหลายศาสตร์ รวมทั้งงานวิจัยและการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มีคณะครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีการเกษตร รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ซึ่งจัดตั้งในปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งบัณฑิตวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกหรือไม่?
ตอบ: มีการจัดการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกผ่านบัณฑิตวิทยาลัยและคณะที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถติดตามข้อมูลการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ gs.rmu.ac.th
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามได้หรือไม่?
ตอบ: บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางมาติดต่อหน่วยงานและร่วมกิจกรรมที่เปิดรับผู้เข้าร่วมภายนอกได้ โดยควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าชมหรือศึกษาดูงานในพื้นที่เฉพาะ
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างไปยังถนนนครสวรรค์ในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม และมีรถประจำทางท้องถิ่นสาย 1, 2 และ 3 ผ่านหน้ามหาวิทยาลัย
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




