หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.ภูเวียง >ต.ในเมือง > อุทยานแห่งชาติภูเวียง
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูเวียง อยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ เทือกเขาหินทราย หลุมขุดค้นฟอสซิล รอยเท้าไดโนเสาร์ ถ้ำ ภาพเขียนสี น้ำตก ลานหิน ทุ่งหญ้า และป่าเต็งรัง-ป่าเบญจพรรณ.
อุทยานแห่งชาติภูเวียง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เมื่อพูดถึงภูเวียง นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะนึกถึงไดโนเสาร์ ฟอสซิล หลุมขุดค้น รอยเท้าไดโนเสาร์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการค้นพบซากไดโนเสาร์ในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ จากเดิมที่ไม่มีใครคาดคิดว่าที่ราบสูงโคราชและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยจะเคยเป็นถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์มาก่อน การค้นพบในภูเวียงได้เปลี่ยนภาพจำของขอนแก่นจากจังหวัดเมืองใหญ่ทางเศรษฐกิจของอีสาน ให้กลายเป็นพื้นที่สำคัญระดับประเทศด้านธรณีวิทยา ฟอสซิล และประวัติศาสตร์ธรรมชาติ
จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูเวียงไม่ได้มีเพียงเรื่องไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังมีภูมิประเทศแบบเทือกเขาหินทราย ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ น้ำตก ลานหิน ทุ่งหญ้า ดอกไม้ป่าหลังฤดูฝน ศิลปะถ้ำโบราณ และพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักนูนสูงบนหน้าผาที่มีความเก่าแก่ทางวัฒนธรรม พื้นที่แห่งนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์ นักเรียน นักศึกษา นักธรณีวิทยา นักถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการเที่ยวขอนแก่นในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวตัวเมือง วัด หรือเขื่อน
อุทยานแห่งชาติภูเวียงตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอเวียงเก่า อำเภอภูเวียง อำเภอสีชมพู และอำเภอชุมแพ พื้นที่โดยรวมเป็นเทือกเขารูปแอ่งคล้ายวงล้อม มีภูเขาหินทรายและพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา การเดินทางเข้าสู่ที่ทำการอุทยานบริเวณภูประตูตีหมาให้ความรู้สึกเหมือนค่อย ๆ ผ่านเข้าสู่ภูมิประเทศโบราณที่ซ่อนเรื่องราวของโลกยุคดึกดำบรรพ์ไว้ตามชั้นหิน หลุมขุดค้น และลานหินต่าง ๆ ภายในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติภูเวียงมีพื้นที่ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 203,125 ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 71 ของประเทศไทย แม้ข้อมูลการบอกเล่าในอดีตบางแหล่งจะระบุพื้นที่ไว้แตกต่างกัน แต่ข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนท่องเที่ยวปัจจุบันยึดพื้นที่ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตรเป็นหลัก พื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้ทำให้อุทยานมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายโซน ทั้งหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ โซนน้ำตก โซนลานหิน โซนถ้ำและภาพเขียนสี และจุดชมวิวธรรมชาติ
เรื่องราวสำคัญของอุทยานแห่งชาติภูเวียงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 ระหว่างการสำรวจแร่ยูเรเนียมในพื้นที่ นักธรณีวิทยาได้ค้นพบซากกระดูกชิ้นหนึ่งโดยไม่คาดคิด เมื่อนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสตรวจสอบ จึงพบว่าเป็นกระดูกหัวเข่าข้างซ้ายของไดโนเสาร์ การค้นพบครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการบรรพชีวินวิทยาไทย เพราะนำไปสู่การสำรวจ ขุดค้น และศึกษาฟอสซิลไดโนเสาร์ในภูเวียงอย่างจริงจังต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ภูเวียงจึงไม่ใช่เพียงอุทยานธรรมชาติ แต่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์โลกเมื่อหลายสิบล้านปีก่อนผ่านซากกระดูก ฟัน รอยเท้า ชั้นหิน และสภาพภูมิประเทศ นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านหลุมขุดค้นภายในอุทยานจะได้เห็นว่าดินแดนที่ปัจจุบันเป็นภาคอีสานเคยมีระบบนิเวศที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก มีไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ไดโนเสาร์กินเนื้อ จระเข้โบราณ หอยโบราณ และสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
หลุมขุดค้นที่มีชื่อเสียงที่สุดคือหลุมขุดค้นที่ 1 บนยอดภูประตูตีหมา ซึ่งพบฟอสซิลของไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ลำตัวยาว คอยาว หางยาว สูงประมาณ 15 เมตร เป็นไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอดที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน จึงได้รับพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่า “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” หรือ Phuwiangosaurus sirindhornae ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของภูเวียงและเป็นชื่อที่คนไทยจำนวนมากจดจำได้เมื่อพูดถึงไดโนเสาร์ไทย
บริเวณหลุมขุดค้นที่ 1 ยังพบฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อปะปนอยู่หลายซี่ ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชขนาดใหญ่ที่พบในพื้นที่อาจเคยตกเป็นเหยื่อหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของไดโนเสาร์กินเนื้อในอดีต ในกลุ่มฟันเหล่านั้นมีฟันหนึ่งซี่ที่มีลักษณะแตกต่างจากฟันชนิดอื่น เมื่อนำไปศึกษาจึงพบว่าเป็นฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดใหม่ และได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายวราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาคนสำคัญของไทย ว่า “ไซแอมโมซอรัส สุธีธรนี” หรือ Siamosaurus suteethorni
การค้นพบภูเวียงโกซอรัสและไซแอมโมซอรัสทำให้ภูเวียงกลายเป็นพื้นที่สำคัญระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงพบซากไดโนเสาร์เท่านั้น แต่ยังพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในทวีปเอเชีย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหลุมขุดค้นที่ 1 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยาน และสามารถเดินต่อไปยังหลุมขุดค้นที่ 2 และหลุมขุดค้นที่ 3 ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องฟอสซิลแบบเห็นพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงชมชิ้นจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
อีกหนึ่งฟอสซิลสำคัญของภูเวียงคือ “ไซแอมโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” หรือ Siamotyrannus isanensis ไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มไทรันโนซอร์ที่มีอายุราว 120–130 ล้านปี การค้นพบฟอสซิลชนิดนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยสนับสนุนแนวคิดว่าไดโนเสาร์กลุ่มไทรันโนซอร์อาจมีต้นกำเนิดหรือมีวิวัฒนาการช่วงต้นในทวีปเอเชีย ก่อนจะแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่นของโลก ซากฟอสซิลชิ้นสำคัญถูกนำไปจัดแสดงในหน่วยงานด้านธรณีวิทยาที่กรุงเทพฯ แต่เรื่องราวของมันยังคงผูกพันกับภูเวียงอย่างแนบแน่น
บริเวณหินลาดป่าชาด หรือหลุมขุดค้นที่ 8 เป็นอีกจุดที่มีความสำคัญ เพราะพบรอยเท้าไดโนเสาร์จำนวนมาก อายุประมาณ 140 ล้านปี รอยเท้าเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก เดิน 2 เท้า และมีบางรอยที่มีขนาดใหญ่กว่ารอยอื่น สันนิษฐานว่าเป็นรอยเท้าของคาร์โนซอรัสหรือไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ การเดินทางไปชมรอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณหินลาดป่าชาดควรใช้รถที่เหมาะกับเส้นทางธรรมชาติ โดยเฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และควรเผื่อเวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะจุดนี้อยู่ห่างออกไปประมาณ 19 กิโลเมตร
ฟอสซิลดึกดำบรรพ์อื่น ๆ ที่พบในพื้นที่ภูเวียง ได้แก่ ซากลูกไดโนเสาร์ ซากจระเข้ขนาดเล็ก และซากหอยโบราณอายุประมาณ 150 ล้านปี หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพว่าพื้นที่ภูเวียงในอดีตเคยมีสภาพแวดล้อมที่มีแหล่งน้ำ สิ่งมีชีวิตหลากหลาย และระบบนิเวศซับซ้อน ฟอสซิลหลายชิ้นกระจายอยู่ตามหลุมขุดค้นต่าง ๆ ในอุทยาน ขณะที่บางส่วนถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากหลุมขุดค้นภายในอุทยานแล้ว พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงยังเป็นจุดที่ควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกัน เพราะเป็นสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับฟอสซิลและไดโนเสาร์ที่ค้นพบในพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของธรณีวิทยาและไดโนเสาร์ไทย แล้วเดินทางต่อไปยังอุทยานเพื่อชมพื้นที่ขุดค้นจริง วิธีนี้จะช่วยให้การเที่ยวภูเวียงมีเนื้อหาครบทั้งด้านข้อมูลวิชาการและประสบการณ์ภาคสนาม
ความน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติภูเวียงยังรวมถึงร่องรอยอารยธรรมโบราณ บริเวณยอดเขาภูเวียงพบพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ประติมากรรมนูนสูงสลักบนหน้าผา สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 14 ลักษณะท่านอนได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย พระเศียรหนุนแนบกับต้นแขนขวา และแขนซ้ายทอดไปตามลำพระองค์ หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ภูเวียงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะยุคดึกดำบรรพ์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ในยุคประวัติศาสตร์เข้ามาใช้ประโยชน์ทางศาสนาและวัฒนธรรมด้วย
อีกหนึ่งหลักฐานมนุษย์โบราณที่สำคัญคือถ้ำฝ่ามือแดง บริเวณบ้านหินร่อง ภาพฝ่ามือบนผนังถ้ำเกิดจากการใช้มือทาบกับผนังแล้วพ่นสีแดงรอบฝ่ามือ ทำให้เกิดรูปฝ่ามือเป็นลายลบแบบชัดเจน งานศิลปะบนผนังถ้ำลักษณะนี้สะท้อนการแสดงออกของมนุษย์โบราณ ทั้งในเชิงสัญลักษณ์ ความเชื่อ หรือการบันทึกร่องรอยการมีอยู่ของผู้คนในพื้นที่ การชมถ้ำฝ่ามือแดงควรใช้ความระมัดระวัง ไม่สัมผัสภาพ ไม่ขีดเขียนผนังถ้ำ และไม่ใช้แสงหรือกิจกรรมใด ๆ ที่อาจทำลายหลักฐานโบราณ
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียงมีอยู่หลายจุด น้ำตกทับพญาเสือเป็นน้ำตกขนาดเล็กใกล้ถ้ำฝ่ามือแดง เหมาะกับการเที่ยวควบคู่กับเส้นทางศึกษาร่องรอยมนุษย์โบราณ น้ำตกตาดฟ้าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ โดยอยู่ห่างจากอำเภอภูเวียงประมาณ 18 กิโลเมตร และต้องขึ้นเขาต่ออีกประมาณ 6 กิโลเมตร ถัดจากน้ำตกตาดฟ้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรจะถึงน้ำตกตาดกลาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดธรรมชาติที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเส้นทางน้ำตกและป่าเขา
โซนน้ำตกตาดฟ้าและผาชมตะวันเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายแคมป์ปิง เพราะมีทั้งลานกางเต็นท์ น้ำตก จุดชมวิว และเส้นทางเดินธรรมชาติ บริเวณผาชมตะวันเป็นจุดชมวิวที่เหมาะกับการชมแสงเช้าและบรรยากาศภูเขาในยามอากาศเย็น ส่วนลานกางเต็นท์ตาดฟ้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักใกล้ธรรมชาติและใช้เวลาในอุทยานมากกว่า 1 วัน การพักแรมควรติดต่ออุทยานก่อนเดินทางเพื่อสอบถามสถานะพื้นที่และระเบียบล่าสุด
นอกจากน้ำตกแล้ว อุทยานแห่งชาติภูเวียงยังมีพื้นที่ประเภททุ่งหญ้าและลานหินที่มีดอกไม้ป่านานาพันธุ์บานในช่วงหลังฤดูฝน เช่น ทุ่งใหญ่เสาอาราม หินลาดวัวถ้ำกวาง และหินลาดอ่างกบ พื้นที่เหล่านี้แสดงให้เห็นความหลากหลายของภูมิประเทศในภูเวียง ทั้งลานหินเปิด พืชพรรณตามฤดูกาล และดอกไม้ป่าขนาดเล็กที่ขึ้นตามพื้นที่หินและดินตื้น นักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพดอกไม้ป่าและธรรมชาติแบบอีสานควรมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่พื้นที่มีความเขียวสดและอากาศเหมาะกับการเดินชมมากที่สุด
สภาพป่าของอุทยานแห่งชาติภูเวียงประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้งบางส่วน พรรณไม้เด่นในป่าเต็งรัง เช่น เต็ง รัง เหียง พลวง และไม้พื้นล่างที่ปรับตัวกับฤดูแล้งได้ดี ส่วนป่าเบญจพรรณมีไม้ผลัดใบหลายชนิดและให้ร่มเงาตามหุบเขาและลำธาร พื้นที่ป่าเหล่านี้เป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก และสิ่งมีชีวิตที่สัมพันธ์กับสภาพป่าแห้งของภาคอีสาน
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงควรเลือกโซนให้เหมาะกับเวลา หากมีเวลาเพียงครึ่งวัน ควรเน้นเส้นทางหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่ 1, 2, 3 และบริเวณใกล้ที่ทำการอุทยาน หากมีเวลา 1 วัน ควรรวมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงเฉลิมพระเกียรติฯ และหลุมขุดค้นหลักเข้าด้วยกัน หากมีเวลา 2 วัน สามารถเพิ่มโซนน้ำตกตาดฟ้า ผาชมตะวัน ลานกางเต็นท์ และรอยเท้าไดโนเสาร์หินลาดป่าชาดเข้าไปได้ เส้นทางนี้จะทำให้เห็นภูเวียงครบทั้งด้านฟอสซิล ธรรมชาติ และวัฒนธรรมโบราณ
อุทยานมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร บ้านพัก และลานกางเต็นท์ รองรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนหรือใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น บ้านพักและลานกางเต็นท์มีจำนวนจำกัด และบางโซนอาจมีเงื่อนไขเวลาการเข้าออกต่างจากจุดท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะโซนตาดฟ้าและผาชมตะวัน ผู้ที่วางแผนค้างคืนควรติดต่ออุทยานโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อสอบถามบ้านพัก เต็นท์ จุดกางเต็นท์ สภาพเส้นทาง และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูเวียงเป็นไปตามอัตราค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดให้พร้อม โดยเฉพาะหากเดินทางในวันธรรมดาหรือช่วงที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ไม่เสถียร การเก็บค่าธรรมเนียมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการดูแลพื้นที่อนุรักษ์ เส้นทางท่องเที่ยว และความปลอดภัยของผู้มาเยือน
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่นไปอุทยานแห่งชาติภูเวียงมีระยะทางประมาณ 86 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายขอนแก่น-ชุมแพ ผ่านอำเภอบ้านฝางและอำเภอหนองเรือ ถึงทางแยกไปอำเภอภูเวียง ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2038 ไปอีกประมาณ 38 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอภูเวียงและหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภว.1 ปากช่องภูเวียง จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียงบริเวณภูประตูตีหมา เส้นทางโดยรวมเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถเช่า เพราะแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานกระจายตัวกันหลายจุด
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางจากขอนแก่นไปอำเภอภูเวียงด้วยรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้ท้องถิ่น จากนั้นต่อรถรับจ้างในพื้นที่ไปยังอุทยาน แต่การเดินทางแบบนี้ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะรถเข้าสู่หลุมขุดค้น น้ำตก และโซนห่างไกลบางจุดมีจำกัด หากต้องการชมหลุมขุดค้นหลัก พิพิธภัณฑ์ และอุทยานไดโนเสาร์ในวันเดียว การเหมารถจากตัวอำเภอภูเวียงหรือเวียงเก่าจะสะดวกกว่า
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงคือฤดูหนาวและช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะอากาศเย็น เดินชมหลุมขุดค้นและเส้นทางธรรมชาติได้สบาย น้ำตกมีน้ำและป่าเขียวสด ส่วนฤดูร้อนแม้สามารถเที่ยวได้ แต่ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์กันแดด เนื่องจากบางเส้นทางเป็นลานหินและพื้นที่เปิดโล่ง ฤดูฝนเหมาะกับน้ำตกและความเขียวของป่า แต่ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเฉพาะจุดที่ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อหรือเส้นทางที่เป็นดินและหิน
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงคือไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายฟอสซิล หิน หรือวัตถุธรรมชาติ ไม่ขีดเขียนบนผนังถ้ำหรือป้ายสื่อความหมาย ไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า และไม่ลงเล่นน้ำในจุดที่ไม่มีความปลอดภัย หลักฐานฟอสซิลและภาพเขียนสีในภูเวียงเป็นสมบัติร่วมของประเทศ การรักษาสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่เป็นหน้าที่ของทั้งเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวทุกคน
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติภูเวียงเป็นจุดหมายที่ครบทั้งความรู้ ความตื่นตา และธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน จากการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ใน พ.ศ. 2519 สู่การตั้งชื่อไดโนเสาร์ไทยหลายชนิด การพบรอยเท้าไดโนเสาร์ ภาพฝ่ามือแดง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ น้ำตกตาดฟ้า ผาชมตะวัน และเส้นทางลานหินดอกไม้ป่า ทำให้ภูเวียงเป็นมากกว่าอุทยานแห่งชาติทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องโลกดึกดำบรรพ์ ประวัติศาสตร์มนุษย์ และธรรมชาติของขอนแก่นได้อย่างสมบูรณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวขอนแก่นแบบลึก มีสาระ และได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูเวียง |
| ที่ตั้ง | ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | ตู้ ปณ. 1 ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น 40150 |
| พิกัด | ประมาณ 16.6000, 102.1832 |
| พื้นที่ | ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 203,125 ไร่ |
| ไฮไลต์ | หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ไซแอมโมซอรัส สุธีธรนี ไซแอมโมไทรันนัส อีสานเอนซิส รอยเท้าไดโนเสาร์หินลาดป่าชาด ถ้ำฝ่ามือแดง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ น้ำตกตาดฟ้า และผาชมตะวัน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ค้นพบซากกระดูกไดโนเสาร์ระหว่างการสำรวจแร่ยูเรเนียมเมื่อ พ.ศ. 2519 และประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 71 ของประเทศไทย |
| ที่มาของชื่อ | มาจากเทือกเขาภูเวียง ซึ่งเป็นภูมิประเทศหลักของพื้นที่และเป็นแหล่งค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญของไทย |
| ลักษณะเด่น | เทือกเขาหินทราย หลุมขุดค้นฟอสซิล รอยเท้าไดโนเสาร์ ถ้ำ ภาพเขียนสี น้ำตก ลานหิน ทุ่งหญ้า และป่าเต็งรัง-ป่าเบญจพรรณ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายขอนแก่น-ชุมแพ ผ่านอำเภอบ้านฝางและอำเภอหนองเรือ ถึงทางแยกไปอำเภอภูเวียง จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2038 ผ่านอำเภอภูเวียงและหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภว.1 ปากช่องภูเวียง จนถึงที่ทำการอุทยานบริเวณภูประตูตีหมา รวมระยะทางประมาณ 86 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้า | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท / ค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ จุดจอดรถ ป้ายสื่อความหมาย และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง ภูประตูตีหมา 2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ 3. หลุมขุดค้นที่ 1, 2, 3 และ 9 4. หินลาดป่าชาด / หลุมขุดค้นที่ 8 รอยเท้าไดโนเสาร์ 5. ถ้ำฝ่ามือแดงและน้ำตกทับพญาเสือ 6. น้ำตกตาดฟ้าและน้ำตกตาดกลาง 7. ผาชมตะวันและลานกางเต็นท์ตาดฟ้า 8. ทุ่งใหญ่เสาอาราม หินลาดวัวถ้ำกวาง และหินลาดอ่างกบ |
| ผู้ดูแล | อุทยานแห่งชาติภูเวียง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-358073 / 043-438333 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติภูเวียง - Phu Wiang National Park |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่ 1 ประมาณ 1 กม. 2. หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่ 2 และ 3 ประมาณ 2 กม. 3. ผากาลเวลา ประมาณ 3 กม. 4. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ประมาณ 17 กม. 5. อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงเฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ 20 กม. 6. รอยเท้าไดโนเสาร์หินลาดป่าชาด ประมาณ 19 กม. 7. น้ำตกตาดฟ้า ประมาณ 24 กม. 8. ผาชมตะวัน ประมาณ 25 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่บุญล้วน & กาแฟสด ประมาณ 15 กม. 2. น้องดาส้มตำ ประมาณ 16 กม. 3. หน่อยไก่ย่าง สาขา 2 ภูเวียง ประมาณ 18 กม. 4. OMG - OMEGA Cafe ประมาณ 18 กม. 5. สวนอาหาร อ. กุ้งเผา สาขา 1 ไชยสอ ประมาณ 20 กม. 6. Hi Cup ไฮคัฟ ประมาณ 20 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ชวนชมรีสอร์ทภูเวียง ประมาณ 3 กม. 2. บ้านพักอุทยานแห่งชาติภูเวียง ภายในอุทยาน โทร. 043-358073 3. โรงแรมพฤกษา การ์เด้น ประมาณ 15 กม. 4. Phuwiang Grand Hotel ประมาณ 15 กม. 5. The Pool Resort Phu Wiang Hotel ประมาณ 16 กม. 6. Pitchaya Ville Resort ประมาณ 18 กม. โทร. 080-831-7399 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเวียงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูเวียงตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงเก่า อำเภอภูเวียง อำเภอสีชมพู และอำเภอชุมแพ โดยที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณภูประตูตีหมา
ถาม: ทำไมอุทยานแห่งชาติภูเวียงจึงมีชื่อเสียงเรื่องไดโนเสาร์?
ตอบ: เพราะเป็นพื้นที่ค้นพบซากไดโนเสาร์สำคัญของไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2519 และพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่หลายชนิด เช่น ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ไซแอมโมซอรัส สุธีธรนี และไซแอมโมไทรันนัส อีสานเอนซิส
ถาม: หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่ 1 มีอะไรสำคัญ?
ตอบ: หลุมขุดค้นที่ 1 พบฟอสซิลไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน และยังพบฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อที่นำไปสู่การศึกษาชนิดใหม่ของไดโนเสาร์ไทย
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเวียงมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชม ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเวียงเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปโซนน้ำตกหรือจุดที่อยู่ไกลควรออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า
ถาม: ไปอุทยานแห่งชาติภูเวียงจากตัวเมืองขอนแก่นอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายขอนแก่น-ชุมแพ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2038 ผ่านอำเภอภูเวียงและหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภว.1 ปากช่องภูเวียง ถึงที่ทำการอุทยาน รวมระยะทางประมาณ 86 กม.
ถาม: ควรเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเวียงกี่วัน?
ตอบ: หากต้องการชมหลุมขุดค้นหลักและพิพิธภัณฑ์สามารถเที่ยวแบบ 1 วันได้ แต่ถ้าต้องการไปน้ำตกตาดฟ้า ผาชมตะวัน รอยเท้าไดโนเสาร์ และลานกางเต็นท์ ควรใช้เวลา 2 วัน 1 คืน
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเวียงเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะมาก เพราะมีหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ เส้นทางเรียนรู้ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ใกล้เคียง และข้อมูลที่ช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องไดโนเสาร์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติได้ง่ายขึ้น
โทร : 025620760
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




