หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.หนองสองห้อง >ต.หนองเม็ก > วัดสระบัวแก้ว
TL;DR: วัดสระบัวแก้ว อยู่ที่บ้านวังคูณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

ขอนแก่น

วัดสระบัวแก้ว

วัดสระบัวแก้ว

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
 
วัดสระบัวแก้ว จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดสำคัญของบ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง มีชื่อเสียงจากสิมอีสานเก่าแก่ ภาพจิตรกรรมฝาผนังหรือฮูปแต้มที่ปรากฏทั้งภายในและภายนอกสิม รวมถึงประติมากรรมสิงห์หมอบและรูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้าบริเวณเชิงบันไดทางขึ้นสู่โบสถ์ วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะพื้นบ้านอีสาน ประวัติชุมชน วิถีชีวิตท้องถิ่น และการชมงานจิตรกรรมที่เล่าเรื่องชาดก พุทธประวัติ นิทานพื้นบ้าน สวรรค์ นรก และชีวิตของผู้คนในอดีตอย่างมีเอกลักษณ์
 
วัดสระบัวแก้วตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านวังคูณมาอย่างยาวนาน ความโดดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของพื้นที่หรือสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ แต่อยู่ที่คุณค่าของสิมเก่า ฮูปแต้ม ประติมากรรมพื้นบ้าน และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน วัดแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการศึกษาศิลปกรรมอีสานในจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะงานจิตรกรรมฝาผนังแบบช่างพื้นบ้านที่มีลักษณะอิสระ สดใส และเต็มไปด้วยรายละเอียดของชีวิตผู้คน
 
สิ่งแรกที่ทำให้ผู้มาเยือนจดจำวัดสระบัวแก้วได้ คือสิมหรืออุโบสถเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ภายในวัด สิมหลังนี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ผนังด้านยาวแบ่งพื้นที่เป็น 4 ห้องภาพ ส่วนด้านกว้างแบ่งเป็น 2 ห้องภาพ แต่ละช่วงมีเสาหลอกคั่น ทำให้ผนังกลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องแบบเป็นตอน ๆ โครงสร้างโดยรวมสะท้อนรูปแบบสิมทึบพื้นบ้านอีสานที่ถูกปรับตามสภาพการใช้งานและการบูรณะในช่วงเวลาต่อมา ด้านหน้ามีชานเฉลียงและพื้นที่ทางขึ้นสู่สิม ซึ่งกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้มาเยือนมักหยุดชมก่อนเข้าไปพิจารณาฮูปแต้มรอบอาคาร
 
บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นสู่โบสถ์ประดับด้วยประติมากรรมสิงห์หมอบทั้งซ้ายและขวา ด้านหน้าของสิงห์ทั้งสองมีรูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้าอยู่คู่กัน ประติมากรรมเหล่านี้เป็นฝีมือของหลวงพ่อผุย หรือพระครูวิบูลย์พัฒนานุยุต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิมวัดสระบัวแก้ว รูปแบบของสิงห์และรูปปั้นคนสัมพันธ์กับแรงบันดาลใจจากสิมวัดบ้านยาง จังหวัดมหาสารคาม และสะท้อนความสามารถของช่างพื้นบ้านที่ใช้ความเข้าใจเชิงช่าง ความเชื่อ และความงามในแบบท้องถิ่นมาสร้างงานประติมากรรมให้กลายเป็นสัญลักษณ์หน้าสิม
 
รูปปั้นสิงห์หมอบของวัดสระบัวแก้วไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องประดับทางสถาปัตยกรรม แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของสิม รูปทรงของสิงห์ในศิลปะอีสานพื้นบ้านมักไม่ได้ยึดตามสัดส่วนแบบราชสำนักอย่างเคร่งครัด แต่แสดงออกด้วยเส้นสายที่ตรงไปตรงมา มีบุคลิกเฉพาะ และให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับชาวบ้านมากกว่าความสง่างามแบบพิธีการ ส่วนรูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้าด้านหน้าสิงห์ช่วยเพิ่มความแปลกตาและทำให้ทางเข้าสิมวัดสระบัวแก้วมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนวัดอื่น นักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะพื้นบ้านควรใช้เวลาพิจารณาบริเวณนี้อย่างละเอียด เพราะเป็นจุดที่แสดงทั้งความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของหลวงพ่อผุยได้เด่นชัด
 
ประวัติของวัดสระบัวแก้วสัมพันธ์กับชุมชนบ้านวังคูณอย่างใกล้ชิด ชุมชนบ้านวังคูณเป็นชุมชนชนบทในตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง ผู้คนในชุมชนมีรากทางวัฒนธรรมแบบไท-ลาวอีสาน มีประวัติการอพยพตั้งถิ่นฐานจากพื้นที่ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และบุรีรัมย์ ก่อนสร้างบ้าน สร้างวัด และพัฒนาชุมชนร่วมกัน วัดจึงเป็นศูนย์กลางของความเชื่อ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในหมู่บ้าน เมื่อวัดมีสิมและฮูปแต้มที่โดดเด่น สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ชุมชนใช้สืบทอดอัตลักษณ์ของตนเองมาจนถึงปัจจุบัน
 
ที่มาของชื่อวัดสระบัวแก้วเชื่อมโยงกับการสร้างสิมโดยตรง ในช่วงที่หลวงพ่อผุยริเริ่มสร้างสิมบกขึ้นแทนสิมน้ำเดิม ทางวัดได้ขุดสระเพื่อนำดินไปใช้ในการก่อสร้างสิม เมื่อเวลาผ่านไปบริเวณสระดังกล่าวกลายเป็นสระบัวขนาดใหญ่ จึงเกิดชื่อเรียกวัดว่า วัดสระบัวแก้ว ชื่อนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ไพเราะ แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงเรื่องเล่าที่บอกให้เห็นกระบวนการสร้างวัด การใช้แรงงานชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างสระน้ำ ดิน อิฐ สิม และศรัทธาของชาวบ้านวังคูณ
 
สิมวัดสระบัวแก้วสร้างขึ้นในสมัยหลวงพ่อผุย โดยชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันทำอิฐจากดิน ผสมแกลบ นำไปเผา แล้วใช้ก่อเป็นผนังสิม ความทรงจำของคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนเล่าว่า เมื่อมีการก่อสร้างและเขียนฮูปแต้ม เด็ก ๆ ในหมู่บ้านมักไปเล่นอยู่แถวนั้นและฟังช่างเล่าเรื่องที่เขียนบนผนังไปด้วย ภาพจิตรกรรมจึงไม่ได้เป็นงานศิลปะที่อยู่ห่างไกลจากชีวิตคน แต่เป็นสื่อการเรียนรู้ของชุมชน เป็นภาพเล่าเรื่องที่คนอ่านหนังสือไม่ออกก็สามารถเข้าใจเรื่องธรรมะ นิทาน ความดี ความชั่ว และวิถีชีวิตได้ผ่านสายตา
 
ฮูปแต้มของวัดสระบัวแก้วเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการมาเยือนวัดแห่งนี้ ผนังภายนอกและภายในทั้ง 4 ด้านของสิมปรากฏจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องหลากหลาย ทั้งวิถีชีวิตของผู้คน ชาดก พุทธประวัติ สวรรค์ นรก นิทานพื้นบ้าน และเรื่องราวในวรรณกรรมท้องถิ่น ภาพเหล่านี้ไม่ได้จัดวางในลักษณะเคร่งครัดแบบงานจิตรกรรมหลวง แต่แบ่งเรื่องออกเป็นตอน ๆ ด้วยเส้นแถบหรือสินเทา ซึ่งมีรูปร่างคล้ายสายฟ้าแลบ ลักษณะการใช้สินเทาเช่นนี้เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ เพราะฮูปแต้มอีสานโดยทั่วไปมักไม่ใช้สินเทาแบบเดียวกับจิตรกรรมฝาผนังภาคกลางในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์
 
การมีสินเทาในฮูปแต้มวัดสระบัวแก้วทำให้ภาพบนผนังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ชัดเจนขึ้น ผู้ชมสามารถเดินดูภาพทีละตอนและแยกเรื่องราวออกจากกันได้ง่ายกว่าเดิม เส้นแถบทำหน้าที่เหมือนตัวแบ่งฉากในหนังสือภาพหรือฉากละครพื้นบ้าน ช่วยให้เรื่องราวจำนวนมากอยู่ร่วมกันบนผนังเดียวกันได้อย่างเป็นระบบ แต่ยังไม่สูญเสียความมีชีวิตชีวาแบบศิลปะพื้นบ้าน ความพิเศษนี้ทำให้ฮูปแต้มวัดสระบัวแก้วเป็นงานที่ควรศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ศิลป์ เพราะสะท้อนการรับอิทธิพล การปรับใช้ และความคิดสร้างสรรค์ของช่างแต้มอีสานอย่างชัดเจน
 
สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษในฮูปแต้มวัดสระบัวแก้ว คือความอิสระของช่างแต้มในการเขียนต้นไม้ ใบไม้ สัตว์ และองค์ประกอบธรรมชาติ ภาพต้นไม้ไม่ได้ถูกวาดให้เป็นเพียงฉากหลัง แต่มีลีลา สี และฝีแปรงที่แสดงอารมณ์ของช่างอย่างเด่นชัด ใบไม้บางส่วนถูกแตะแต้มอย่างรวดเร็ว คล้ายการใช้ฝีแปรงเพื่อสร้างความรู้สึกมากกว่าการเลียนแบบรูปทรงธรรมชาติอย่างละเอียดจนแข็งทื่อ ลักษณะนี้ทำให้หลายคนรู้สึกถึงความคล้ายคลึงกับจิตรกรรมตะวันตกในกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสม์ เพราะเน้นบรรยากาศ แสง สี และการเคลื่อนไหวของฝีแปรงอย่างเป็นธรรมชาติ
 
สีที่ใช้ในฮูปแต้มวัดสระบัวแก้ว ได้แก่ สีเหลือง คราม ดินแดง เขียว ฟ้า และดำ โดยสีคราม เหลือง และเขียวมีบทบาทเด่นในหลายภาพ เมื่อช่างต้องการแทนค่าความงามหรือความเรืองรองคล้ายสีทอง ก็มักใช้สีเหลืองแทนการปิดทองคำเปลว ส่วนสีครามและเขียวมักปรากฏในเมฆ ท้องฟ้า หรือองค์ประกอบที่ต้องการให้เกิดความหนักแน่นทางสายตา สีดินแดงช่วยให้ภาพมีความอบอุ่นและเชื่อมโยงกับผนังปูน พื้นดิน และโลกของชุมชนอีสาน การใช้สีเหล่านี้ทำให้ภาพมีความสดใสแต่ไม่ฉูดฉาดเกินไป เป็นสีแบบพื้นบ้านที่สัมพันธ์กับวัสดุและรสนิยมท้องถิ่น
 
ภายนอกสิมของวัดสระบัวแก้วมีฮูปแต้มที่เล่าเรื่องพระรามชาดกหรือเรื่องรามเกียรติ์ในแบบพื้นบ้านอีสาน ภาพแต่ละตอนแสดงเหตุการณ์สำคัญของเรื่อง แต่แทรกรายละเอียดของชีวิตท้องถิ่นเข้าไปด้วย ทั้งเครื่องแต่งกาย ทรงผม ท่าทาง เครื่องใช้ และลักษณะชุมชนในอดีต ผู้ชมจึงไม่ได้เห็นเพียงเรื่องราวในวรรณกรรม แต่ยังได้เห็นภาพสังคมอีสานผ่านสายตาของช่างแต้ม ภาพเหล่านี้เปรียบเหมือนเอกสารทางวัฒนธรรมที่บอกให้เห็นว่าคนในอดีตมองโลก มองธรรมะ และมองเรื่องเล่าอย่างไร
 
ภายในสิมมีภาพที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติและเรื่องสินไซบางตอน พุทธประวัติเป็นเรื่องเล่าหลักที่พบได้ในจิตรกรรมฝาผนังวัดไทยหลายแห่ง แต่เมื่อมาอยู่ในรูปแบบฮูปแต้มอีสาน เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการแปลให้เข้ากับสายตาและความเข้าใจของชาวบ้าน ตัวละครมีท่าทางตรงไปตรงมา สถานที่และรายละเอียดบางส่วนดูใกล้กับโลกของคนอีสานมากกว่าภาพในราชสำนัก ส่วนเรื่องสินไซเป็นวรรณกรรมสำคัญของโลกวัฒนธรรมลาว-อีสาน การนำเรื่องสินไซมาปรากฏในสิมจึงสะท้อนรากทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านวังคูณอย่างลึกซึ้ง
 
งานจิตรกรรมของวัดสระบัวแก้วมีคุณค่าหลายระดับ ในระดับศาสนา ภาพเหล่านี้ช่วยสอนเรื่องบุญ บาป ความดี ความชั่ว การเวียนว่ายตายเกิด และผลแห่งกรรม ในระดับวรรณกรรม ภาพชาดก นิทานพื้นบ้าน และเรื่องสินไซช่วยสืบทอดเรื่องเล่าที่คนอีสานรู้จักและใช้เป็นเครื่องหล่อหลอมความคิด ในระดับประวัติศาสตร์สังคม ภาพวิถีชีวิต ผู้คน เครื่องแต่งกาย และสัตว์ต่าง ๆ กลายเป็นหลักฐานที่ช่วยให้คนรุ่นหลังเข้าใจชีวิตในชุมชนชนบทอีสาน และในระดับศิลปะ ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นความกล้าของช่างแต้มพื้นบ้านที่สร้างงานด้วยจินตนาการของตนเองอย่างเต็มที่
 
นอกจากสิมและฮูปแต้มแล้ว ภายในวัดสระบัวแก้วยังมีพิพิธภัณฑ์วัดสระบัวแก้ว ซึ่งจัดแสดงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วัตถุพื้นบ้าน เงินโบราณ ขันหมาก คัมภีร์ใบลาน เครื่องมือ เครื่องใช้ และสิ่งของที่สะท้อนวิถีชีวิตอีสาน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยเติมเต็มการชมสิม เพราะทำให้ผู้มาเยือนเห็นภาพชีวิตจริงของชุมชนที่อยู่เบื้องหลังภาพเขียนบนผนัง เมื่อเดินชมฮูปแต้มแล้วมาชมเครื่องใช้พื้นบ้าน จะเข้าใจได้ดีขึ้นว่าภาพผู้คน เครื่องแต่งกาย และวัตถุในจิตรกรรมสัมพันธ์กับชีวิตจริงของชุมชนอย่างไร
 
สิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วัดสระบัวแก้วมีทั้งเงินโบราณ เครื่องโลหะ ขันหมากหรือเชี่ยนหมากไม้แกะสลัก คัมภีร์ใบลาน ขี้ไต้ กระดึงวัวควาย ตลับไม้ เตารีดใช้ถ่าน เครื่องเล่นแผ่นเสียง ธรรมาสน์ไม้ และกระติบข้าวยักษ์ สิ่งของเหล่านี้ไม่ใช่เพียงของเก่าเพื่อการจัดแสดง แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนอีสานในอดีต ขันหมากบอกถึงประเพณีการแต่งงานและความประณีตของงานไม้ คัมภีร์ใบลานบอกถึงการสืบทอดพระธรรมและอักษรโบราณ กระติบข้าวบอกถึงวัฒนธรรมข้าวเหนียวที่เป็นหัวใจของอาหารอีสาน การชมพิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้บทเรียนจากฮูปแต้มมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
วัดสระบัวแก้วยังสัมพันธ์กับประเพณีฮีตสิบสองของชุมชนอีสาน บ้านวังคูณยังคงรักษารูปแบบประเพณีตามเดือนต่าง ๆ เช่น บุญข้าวจี่ บุญผะเหวด สงกรานต์ บุญบั้งไฟ บุญเข้าพรรษา บุญข้าวประดับดิน บุญข้าวสาก บุญออกพรรษา บุญกฐิน และบุญลอยกระทง วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงศาสนา ศิลปะ และประเพณีเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อมีงานบุญ ชาวบ้านจะมาร่วมทำบุญ พบปะ แลกเปลี่ยน และสืบทอดความทรงจำร่วมกัน วัดจึงไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ชีวิตของชุมชน
 
ผู้มาเยือนวัดสระบัวแก้วควรให้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อชมสิม ฮูปแต้ม ประติมากรรม และพิพิธภัณฑ์อย่างไม่เร่งรีบ การชมฮูปแต้มควรเริ่มจากผนังภายนอกก่อน เพราะจะได้เห็นการเล่าเรื่องรอบอาคารและรายละเอียดของช่างแต้ม จากนั้นจึงเข้าไปชมภายในสิมเพื่อดูเรื่องพุทธประวัติและภาพที่มีบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ระหว่างชมควรสังเกตสี เส้น แถบสินเทา ภาพสัตว์ ต้นไม้ การแต่งกายของตัวละคร และตัวอักษรธรรมที่เขียนประกอบภาพ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้การชมวัดสระบัวแก้วมีความลึกมากกว่าการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
การถ่ายภาพภายในวัดควรทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากสิมและฮูปแต้มเป็นโบราณสถานและมรดกศิลปกรรมที่ต้องช่วยกันดูแล ไม่ควรสัมผัสผนังภาพ ไม่ควรพิงกำแพง ไม่ควรใช้แฟลชใกล้ภาพจิตรกรรม และควรเดินชมอย่างสงบ หากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือมีความประสงค์จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ควรติดต่อล่วงหน้าตามเบอร์ที่เผยแพร่ไว้ เพื่อให้การเข้าชมเป็นระเบียบและไม่รบกวนกิจกรรมของวัด ช่วงเวลาที่เหมาะคือช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพราะแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นรายละเอียดของผนังภายนอกได้ดี
 
วัดสระบัวแก้วตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอหนองสองห้อง สามารถจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับบึงหนองสองห้อง สวนสุขภาพหนองหูลิง ถนนคนเดินหนองสองห้อง และเคียงบึงฟาร์มได้อย่างเหมาะสม นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากวัดสระบัวแก้วในช่วงเช้า ต่อด้วยอาหารกลางวันหรือคาเฟ่ในอำเภอหนองสองห้อง จากนั้นแวะบึงหนองสองห้องหรือเคียงบึงฟาร์มในช่วงบ่าย เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบวันเดียวจากตัวเมืองขอนแก่นหรือจากอำเภอพล โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก
 
การเดินทาง จากตัวเมืองขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่อำเภอพล ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 207 ไปทางอำเภอหนองสองห้องอีกประมาณ 17 กิโลเมตร เมื่อถึงช่วงระหว่างกิโลเมตรที่ 27 – 28 จะถึงบริเวณบ้านวังคูณ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงวัดสระบัวแก้ว เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถนำเที่ยวขนาดเล็ก ผู้ที่ใช้ระบบนำทางสามารถตั้งปลายทางเป็นวัดสระบัวแก้ว บ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น หรือใช้พิกัด 15.75428, 102.74714
 
หากเดินทางจากอำเภอพล สามารถใช้ถนนมิตรภาพเชื่อมเข้าสู่เส้นทางไปหนองสองห้องได้สะดวก ระยะทางสั้นกว่าการเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่น ผู้ที่มาจากมหาสารคาม บุรีรัมย์ หรือพื้นที่ใกล้เคียงสามารถวางแผนเข้าสู่อำเภอหนองสองห้องตามถนนสายหลักในภูมิภาค แล้วต่อเข้าบ้านวังคูณ การเดินทางควรตรวจสอบสภาพถนนและเวลาเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงงานบุญหรือวันหยุดยาว เพราะเส้นทางในชุมชนอาจมีรถเข้าออกมากกว่าปกติ
 
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกด้านศิลปะ วัดสระบัวแก้วเหมาะอย่างยิ่งกับการศึกษาสิมอีสานและฮูปแต้ม เพราะองค์ประกอบของอาคาร ภาพเขียน สี และเรื่องเล่าเชื่อมโยงกับศิลปกรรมพื้นบ้านอย่างครบถ้วน สิมหลังนี้แสดงให้เห็นว่างานศิลปะชุมชนสามารถมีคุณค่าระดับสูงได้โดยไม่ต้องเลียนแบบงานราชสำนักทั้งหมด ช่างแต้มใช้สิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ทั้งท้องถิ่น ศรัทธา ธรรมชาติ นิทาน และชีวิตประจำวัน มาสร้างงานที่เข้าใจง่าย แต่มีชั้นเชิงทางศิลปะและความหมายทางวัฒนธรรมลึกซึ้ง
 
วัดสระบัวแก้วจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ชอบวัดเก่า ผู้ที่สนใจจิตรกรรมฝาผนัง นักเรียน นักศึกษา นักวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรม ช่างภาพ นักเขียน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการรู้จักอีสานในมิติที่ลึกกว่าอาหารและธรรมชาติ การมาเยือนวัดแห่งนี้ทำให้เห็นว่าอีสานมีศิลปกรรมของตนเอง มีระบบความคิดของตนเอง และมีวิธีเล่าเรื่องศาสนา วรรณกรรม และชีวิตประจำวันด้วยภาพอย่างทรงพลัง
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมาเยือน คือการแต่งกายสุภาพ เพราะพื้นที่วัดยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ควรสวมเสื้อที่ปิดไหล่และกางเกงหรือกระโปรงที่เหมาะสม ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มในวันที่อากาศร้อน และควรใช้รองเท้าที่ถอดง่ายเมื่อเข้าพื้นที่ศาสนสถาน การเที่ยววัดสระบัวแก้วไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เพราะรายละเอียดของภาพจิตรกรรมและประติมากรรมต้องอาศัยเวลาในการสังเกต ยิ่งเดินช้าลง ยิ่งเห็นเรื่องราวมากขึ้น
 
ในภาพรวม วัดสระบัวแก้ว จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้เห็นพลังของศิลปะพื้นบ้านอีสานได้อย่างชัดเจน สิมเก่า ฮูปแต้ม ประติมากรรมสิงห์หมอบ รูปปั้นคน ฝีมือหลวงพ่อผุย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และเรื่องราวของชุมชนบ้านวังคูณ ล้วนทำให้วัดแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นวัดสำหรับแวะไหว้พระ วัดสระบัวแก้วคือพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ศรัทธา และชีวิตของผู้คนในอีสานที่ยังคงสื่อสารกับผู้มาเยือนได้อย่างงดงาม
 
ชื่อสถานที่วัดสระบัวแก้ว
ที่ตั้งบ้านวังคูณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น
ที่อยู่วัดสระบัวแก้ว หมู่ที่ 4 บ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น 40190
พิกัด15.75428, 102.74714
ไฮไลต์สิมอีสานเก่าแก่ ฮูปแต้มทั้งภายในและภายนอกสิม ประติมากรรมสิงห์หมอบ รูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้า และพิพิธภัณฑ์วัดสระบัวแก้ว
ประวัติ / สมัย / ยุควัดสระบัวแก้วตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2460 สิมบกสร้างขึ้นในสมัยหลวงพ่อผุยเมื่อราว พ.ศ. 2475 เป็นงานสิมพื้นบ้านอีสานที่มีคุณค่าทางศิลปกรรมและชุมชน
ที่มาของชื่อชื่อวัดมาจากการขุดสระเพื่อนำดินไปสร้างสิม ต่อมาบริเวณดังกล่าวกลายเป็นสระบัวขนาดใหญ่ จึงเรียกชื่อวัดว่า วัดสระบัวแก้ว
ลักษณะเด่นผนังสิมก่ออิฐถือปูน มีฮูปแต้มเล่าเรื่องวิถีชีวิต ชาดก พุทธประวัติ สวรรค์ นรก นิทานพื้นบ้าน และวรรณกรรมท้องถิ่น โดยใช้สีเหลือง คราม ดินแดง เขียว ฟ้า และดำ
การเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งสู่อำเภอพล ประมาณ 75 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 207 ไปอำเภอหนองสองห้องประมาณ 17 กม. ถึงบ้านวังคูณแล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดประมาณ 1 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการและเปิดให้เข้าชมตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ09.00 – 17.00 น. กรุณาติดต่อล่วงหน้าหากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือเดินทางเป็นหมู่คณะ
ค่าเข้าไม่เก็บค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่ไหว้พระ สิมเก่า พิพิธภัณฑ์วัด พื้นที่ชมจิตรกรรม และพื้นที่พักคอยตามลักษณะวัดชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญสิมอีสานเก่าแก่ ผนังฮูปแต้มภายนอก ผนังฮูปแต้มภายใน เชิงบันไดประติมากรรมสิงห์หมอบ พิพิธภัณฑ์วัดสระบัวแก้ว สระบัว และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชน
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูวิบูลสารการ (ภู ปญฺญาธโร) เจ้าอาวาสวัดสระบัวแก้ว
เบอร์ติดต่อหลัก08 4794 3738
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์วัดสระบัวแก้ว ประมาณ 0 กม.
2. ชุมชนบ้านวังคูณ ประมาณ 1 กม.
3. บึงหนองสองห้องและสวนสุขภาพหนองหูลิง ประมาณ 7 กม.
4. ถนนคนเดินหนองสองห้อง ณ บึงหนองสองห้อง ประมาณ 7 กม.
5. เคียงบึงฟาร์ม อำเภอหนองสองห้อง ประมาณ 8 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. บ้านริมน้ำคาเฟ่ ประมาณ 7 กม. โทร. 083-6004433
2. เคียงบึงฟาร์ม / ชะแว๊บ at เคียงบึงฟาร์ม ประมาณ 8 กม. โทร. 080-4002297
3. Bonne Cafe & Gym ประมาณ 8 กม. โทร. 081-8722779
4. อรุณละมัยปลาเผา ประมาณ 7 กม. โทร. 081-4858793
5. เค้กต้นรัก ประมาณ 7 กม. โทร. 097-0428306
6. DCraft Cafe by Dome Residence ประมาณ 7 กม. โทร. 081-8464156
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมพัทยารีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 081-2619504
2. ริมบึงรีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 094-6419569
3. ป่าสักรีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 081-0518499
4. Dome Residence Khonkaen ประมาณ 7 กม. โทร. 088-0777792, 081-8464156
5. The Red House ห้องพักหนองสองห้อง ประมาณ 7 กม. โทร. 087-7211913
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสระบัวแก้ว จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสระบัวแก้วตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น 40190
 
ถาม: วัดสระบัวแก้วเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. หากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือเดินทางเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า
 
ถาม: วัดสระบัวแก้วมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสิม ฮูปแต้ม และบรรยากาศภายในวัดได้ตามเวลาทำการ
 
ถาม: จุดเด่นของวัดสระบัวแก้วคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือสิมอีสานเก่าแก่ ฮูปแต้มทั้งภายในและภายนอกสิม ประติมากรรมสิงห์หมอบ รูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้า และพิพิธภัณฑ์วัดที่จัดแสดงวัตถุพื้นบ้านอีสาน
 
ถาม: ฮูปแต้มวัดสระบัวแก้วเล่าเรื่องอะไร?
ตอบ: ฮูปแต้มเล่าเรื่องวิถีชีวิตของผู้คน ชาดก พุทธประวัติ สวรรค์ นรก นิทานพื้นบ้าน พระรามชาดก และเรื่องสินไซบางตอน โดยแบ่งองค์ประกอบภาพเป็นตอน ๆ ด้วยเส้นแถบหรือสินเทา
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นไปวัดสระบัวแก้วอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มุ่งสู่อำเภอพลประมาณ 75 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 207 ไปอำเภอหนองสองห้องประมาณ 17 กม. ถึงบ้านวังคูณแล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดประมาณ 1 กม.
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยววัดสระบัวแก้วนานเท่าใด?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อชมสิม ฮูปแต้ม ประติมากรรม และพิพิธภัณฑ์วัดอย่างละเอียด
 
ถาม: เที่ยววัดสระบัวแก้วร่วมกับสถานที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับชุมชนบ้านวังคูณ บึงหนองสองห้อง สวนสุขภาพหนองหูลิง ถนนคนเดินหนองสองห้อง และเคียงบึงฟาร์มได้ในเส้นทางเดียวกัน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัด ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(7)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(4)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(27)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(5)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(5)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(4)
น้ำตก น้ำตก(8)
ถ้ำ ถ้ำ(9)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(10)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(2)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(7)
สวนน้ำ สวนน้ำ(3)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)