หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี >อ.หนองหญ้าไซ >ต.หนองหญ้าไซ > วัดบัลลังก์
TL;DR: วัดบัลลังก์ อยู่ที่ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวัน เวลา ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การไหว้พระและชมพื้นที่วัด.
วัดบัลลังก์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การไหว้พระและชมพื้นที่วัด
วัดบัลลังก์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ในตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เดิมมีชื่อว่า “วัดบัลลังก์ทอง” ก่อนจะตัดคำว่า “ทอง” ออกเมื่อทางราชการกำหนดทะเบียนวัดในชนบท เพื่อให้ชื่อสั้น กระชับ และใช้เรียกง่าย จึงเหลือชื่อวัดว่า “วัดบัลลังก์” มาจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านป่ารัง ในพื้นที่ชนบทที่เคยเป็นป่ารังรกทึบ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ จอมปลวกใหญ่ สัตว์ป่า และความเชื่อของชาวบ้านที่นำไปสู่การร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. 2466
สิ่งที่ทำให้วัดบัลลังก์มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง คือเรื่องราวการกำเนิดวัดที่ไม่ได้เริ่มจากการวางผังศาสนสถานอย่างเป็นทางการ แต่เริ่มจากความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่ารัง ตามเรื่องเล่าท้องถิ่น พื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเป็นป่ารกทึบ มีสัตว์ป่าชุกชุม และมีพรานป่าเข้ามาล่าสัตว์อยู่เสมอ วันหนึ่งพรานป่าพบกระต่ายหนีขึ้นไปบนจอมปลวกใหญ่ แต่ไม่สามารถยิงกระต่ายได้ ทั้งยังสังเกตว่าสัตว์หลายชนิดมักมาอาศัยอยู่บริเวณจอมปลวกแห่งนี้เป็นประจำ เหตุการณ์แปลกเช่นนี้ทำให้ผู้คนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่นี้อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่
ต่อมาชาวบ้านพบว่าในจอมปลวกใหญ่นั้นมีแท่นศิลาแลงสี่เหลี่ยมโผล่ขึ้นมาจากดินส่วนหนึ่ง แท่นศิลาแลงนี้กลายเป็นจุดศรัทธาของคนในพื้นที่ ชาวบ้านเข้ามาสักการะบูชา บนบานศาลกล่าว และเล่ากันว่าสมปรารถนาตามที่อธิษฐานไว้ ความศรัทธาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ชาวบ้านเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวควรได้รับการยกขึ้นเป็นศาสนสถาน จึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ บริเวณแท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นวัดบัลลังก์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนหนองหญ้าไซมาจนถึงปัจจุบัน
ชื่อวัดบัลลังก์มีความหมายทางสัญลักษณ์ที่น่าสนใจ คำว่า “บัลลังก์” หมายถึงที่ประทับ ที่นั่งอันสูง หรือฐานที่มีความสำคัญในเชิงเกียรติยศและความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเชื่อมโยงกับแท่นศิลาแลงสี่เหลี่ยมที่ชาวบ้านพบในจอมปลวก ชื่อวัดจึงสื่อถึงสถานที่ตั้งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฐานแห่งศรัทธาของชุมชน ส่วนชื่อเดิม “วัดบัลลังก์ทอง” ยิ่งให้ความรู้สึกถึงความเป็นมงคล ความรุ่งเรือง และคุณค่าทางจิตใจของพื้นที่แห่งนี้
วัดบัลลังก์สร้างขึ้นเมื่อปีกุน พ.ศ. 2466 ในหมู่บ้านป่ารัง ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2537 และได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ข้อมูลพื้นที่วัดระบุว่ามีเนื้อที่กว้างขวางมาก ประมาณ 160 ไร่ และบางแหล่งระบุว่าพื้นที่วัดประมาณ 196 ไร่ ภายในวัดมีการจัดพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมทางศาสนา พื้นที่ปฏิบัติธรรม และพื้นที่ใช้สอยของพระภิกษุสามเณร
การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นเหตุการณ์สำคัญของวัด เพราะหมายถึงการกำหนดเขตพัทธสีมาสำหรับประกอบสังฆกรรมอย่างถูกต้องตามพระวินัย หลังจากนั้นการผูกพัทธสีมาในปี พ.ศ. 2540 ทำให้วัดบัลลังก์มีสถานะทางศาสนาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อุโบสถจึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการอุปสมบท การทำสังฆกรรม และพิธีกรรมของพระสงฆ์ในวัด เรื่องนี้สะท้อนการเติบโตของวัดจากศูนย์ศรัทธาชุมชนที่เริ่มจากแท่นศิลาแลงในป่า ไปสู่ศาสนสถานที่มีระบบการปกครองและพิธีกรรมครบถ้วน
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้วัดบัลลังก์เป็นที่รู้จักในอำเภอหนองหญ้าไซ คืออุโบสถที่งดงาม ประดับด้วยกระจกสี ซึ่งให้ความรู้สึกสว่างไสวและเป็นมงคล งานประดับกระจกสีในศาสนสถานไทยนิยมใช้เพื่อเพิ่มประกาย แสง และมิติทางสายตาให้กับอาคารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อแสงตกกระทบผิวกระจกจะเกิดความระยิบระยับ สื่อถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาและความประณีตของงานช่าง วัดบัลลังก์จึงมีคุณค่าในฐานะวัดชุมชนที่มีงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผสานกับเรื่องเล่าดั้งเดิมของพื้นที่
ภายในวัดยังมีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพยุง สุนทโร พระเกจิอาจารย์ที่ชาวสุพรรณบุรีให้ความเคารพนับถือ เรื่องเล่าทางประวัติของวัดระบุว่า หลังจากวัดเคยขาดเจ้าอาวาส ชาวบ้านได้ร่วมกันปรึกษาหารือและนิมนต์พระอธิการพยุง สุนทโร มาเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อพยุงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวัดและการสร้างศรัทธาในชุมชน ภาพจำของวัดบัลลังก์ในสายตาคนหนองหญ้าไซจึงไม่ได้มีเพียงแท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์หรืออุโบสถงามเท่านั้น แต่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับพระสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพของชุมชนร่วมอยู่ด้วย
ความศรัทธาต่อหลวงพ่อพยุง สุนทโร ทำให้วัดบัลลังก์เป็นจุดหมายของผู้ที่สนใจพระเกจิอาจารย์ท้องถิ่นและเส้นทางไหว้พระในสุพรรณบุรี พระเกจิอาจารย์ในวัฒนธรรมไทยไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านพิธีกรรม แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตใจของชุมชน ช่วยประคับประคองศรัทธา สอนธรรมะ และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านในยามทุกข์ยาก ความทรงจำเกี่ยวกับหลวงพ่อพยุงจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์วัดบัลลังก์
ปัจจุบันวัดบัลลังก์มีพระครูโพธิสีลวัฒน์เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลกฐินปี 2567 และยังคงเป็นวัดที่มีพระจำพรรษา มีการประกอบกิจกรรมทางศาสนา ทำบุญ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และเป็นพื้นที่รวมศรัทธาของชาวบ้านในเขตอำเภอหนองหญ้าไซ วัดจึงยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่มีเรื่องเล่าเก่าแก่ แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่กว้างของวัดบัลลังก์ทำให้วัดสามารถจัดแบ่งพื้นที่ใช้งานได้หลากหลาย ภายในวัดมีเขตวัดทั่วไป เขตศาสนสถาน เขตอุโบสถ พื้นที่ทำบุญ และยังมีการกล่าวถึงเขตอรัญวาสีหรือพื้นที่ป่าปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานสำหรับพระภิกษุและสามเณร พื้นที่ป่าปฏิบัติธรรมเช่นนี้สอดคล้องกับต้นกำเนิดของวัดที่เคยเป็นป่ารังรกทึบมาก่อน ทำให้วัดบัลลังก์ยังคงรักษาบรรยากาศของความสงบและการภาวนาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
ความเป็นวัดขนาดใหญ่ในพื้นที่ชนบททำให้วัดบัลลังก์มีบรรยากาศแตกต่างจากวัดในเมือง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความกว้างของพื้นที่ ความเงียบของชุมชนเกษตรกรรม และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ วัดประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการไหว้พระแบบสงบ ชมเรื่องเล่าท้องถิ่น และเรียนรู้ว่าพระพุทธศาสนาในชนบทไทยดำรงอยู่กับป่า ชุมชน และความเชื่ออย่างไร
หากมองวัดบัลลังก์ในฐานะมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องเล่าการเกิดวัดจากแท่นศิลาแลงในจอมปลวก เรื่องเล่านี้สะท้อนโครงสร้างความเชื่อของชุมชนไทยชนบทได้อย่างชัดเจน คือผู้คนมักตีความปรากฏการณ์ผิดธรรมดาในธรรมชาติว่าเป็นสัญญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อความเชื่อนั้นได้รับการยืนยันผ่านประสบการณ์บนบานหรือความสมหวัง จึงเกิดการยกระดับพื้นที่ธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถาน เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าวัดจำนวนมากในไทยไม่ได้เกิดจากคำสั่งทางราชการก่อน แต่เกิดจากศรัทธาของชุมชนที่ค่อย ๆ สร้างรูปแบบและสถาบันขึ้นภายหลัง
แท่นศิลาแลงในเรื่องเล่าของวัดบัลลังก์มีความหมายทางวัฒนธรรมหลายชั้น ศิลาแลงเป็นวัสดุที่ใช้ในสถาปัตยกรรมโบราณและสิ่งก่อสร้างสำคัญหลายแห่งในไทย เพราะมีความแข็งแรง คงทน และสัมพันธ์กับพื้นที่โบราณสถานจำนวนมาก แม้เรื่องเล่าของวัดจะเน้นมิติความศักดิ์สิทธิ์ แต่การพบแท่นศิลาแลงในพื้นที่ป่าก็ทำให้ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตั้งคำถามต่อการใช้พื้นที่ในอดีต และทำให้วัดบัลลังก์มีความน่าสนใจมากกว่าวัดชนบททั่วไป
เรื่องกระต่ายที่หนีขึ้นจอมปลวกและพรานไม่สามารถยิงได้ เป็นภาพเล่าที่มีพลังมาก เพราะกระต่ายในคติพื้นบ้านมักสัมพันธ์กับความว่องไว ความอ่อนโยน และความเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ การที่สัตว์ป่าหลายชนิดมาอาศัยบริเวณจอมปลวกใหญ่ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเขตปลอดภัยหรือเขตคุ้มครองโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมชาวบ้านจึงตัดสินใจสร้างวัดขึ้นในบริเวณนั้น เพราะวัดคือการเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเป็นป่าล่าสัตว์ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งเมตตา ศีลธรรม และการงดเว้นการเบียดเบียน
วัดบัลลังก์จึงมีคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ในฐานะพื้นที่ที่เปลี่ยนจากป่าล่าสัตว์มาเป็นวัด สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ของการเบียดเบียนไปสู่พื้นที่ของธรรมะ เมื่อพรานไม่สามารถยิงกระต่ายได้ และสัตว์ป่ามาอาศัยอยู่บริเวณจอมปลวก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นบทเรียนให้มนุษย์รับรู้ถึงพลังของพื้นที่และหันมาสร้างสถานที่สักการะ ความหมายเช่นนี้ทำให้วัดบัลลังก์เหมาะแก่การเล่าในฐานะวัดที่มีคติธรรมแฝงอยู่ในประวัติการก่อตั้ง
สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม วัดบัลลังก์เหมาะกับการเดินทางแบบสงบ ไม่เร่งรีบ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาไหว้พระในอุโบสถ ชมงานประดับกระจกสี ทำความเข้าใจเรื่องเล่าแท่นศิลาแลง และสัมผัสบรรยากาศวัดชนบทที่ยังคงมีชีวิต หากสนใจด้านพระเกจิอาจารย์ สามารถศึกษาประวัติหลวงพ่อพยุง สุนทโร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัดและศรัทธาชาวบ้านในพื้นที่
วัดบัลลังก์ยังเหมาะกับการจัดเส้นทางไหว้พระในอำเภอหนองหญ้าไซ เพราะอยู่ในกลุ่มวัดที่สำนักงานวัฒนธรรมเคยแนะนำในเส้นทางไหว้พระ 9 วัดของอำเภอหนองหญ้าไซ นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดหนองหลวง วัดหนองทราย วัดบ่อกรุ วัดลำพันบอง วัดตรีวิสุทธิธรรม วัดดอนไร่ และแหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร เพื่อให้เห็นภาพรวมของวัดชุมชนและแหล่งวัฒนธรรมในพื้นที่ชนบทของสุพรรณบุรี
การเดินทาง ไปวัดบัลลังก์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองสุพรรณบุรีให้มุ่งหน้าไปอำเภอหนองหญ้าไซ แล้วเข้าสู่ตำบลหนองหญ้าไซเพื่อไปยังพื้นที่หมู่บ้านป่ารัง วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท ถนนโดยรอบเหมาะกับการเดินทางช่วงกลางวัน ผู้ใช้แผนที่นำทางสามารถค้นหาชื่อวัดบัลลังก์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อปักหมุดเส้นทางได้สะดวก หากเดินทางเป็นทริปวัฒนธรรม ควรเผื่อเวลาให้พอสำหรับการแวะวัดใกล้เคียงและรับประทานอาหารในตัวอำเภอ
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบาในเขตอุโบสถและพื้นที่ปฏิบัติธรรม ไม่เข้าไปในเขตสงฆ์หรือเขตปฏิบัติธรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนป่ายสิ่งก่อสร้าง และควรเคารพความสงบของชาวบ้านที่มาทำบุญ หากต้องการถ่ายภาพควรหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรม วัดบัลลังก์เป็นวัดชุมชนที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง การท่องเที่ยวจึงควรตั้งอยู่บนความเคารพมากกว่าการมาเยือนเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
สำหรับชาวต่างชาติ วัดบัลลังก์เป็นตัวอย่างของ rural Buddhist temple หรือวัดชนบทไทยที่เกิดจาก local sacred belief ความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน และค่อย ๆ พัฒนามาเป็นศาสนสถานอย่างสมบูรณ์ จุดเด่นไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ระดับแลนด์มาร์ก แต่คือเรื่องเล่าการก่อกำเนิดวัดจากจอมปลวกและแท่นศิลาแลง การเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ธรรมะ และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศรัทธาของหมู่บ้านป่ารัง ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมไทยเชิงลึกจะเข้าใจว่าวัดไทยจำนวนมากเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ชุมชน พระพุทธศาสนา และเรื่องเล่าท้องถิ่น
ในภาพรวม วัดบัลลังก์เป็นวัดที่ควรค่าแก่การบันทึกและแนะนำในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมของอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เรื่องราวแท่นศิลาแลงในจอมปลวก กระต่ายที่รอดจากพรานป่า การสร้างวัดในป่ารังเมื่อ พ.ศ. 2466 การได้รับวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2537 การผูกพัทธสีมาในปี พ.ศ. 2540 อุโบสถประดับกระจกสี เขตป่าปฏิบัติธรรม และความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพยุง สุนทโร ล้วนทำให้วัดแห่งนี้มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากกว่าวัดชนบททั่วไป วัดบัลลังก์จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการรู้จักสุพรรณบุรีในมุมสงบ ลึก และใกล้ชิดกับศรัทธาของคนท้องถิ่น
| ชื่อสถานที่ | วัดบัลลังก์ เดิมชื่อวัดบัลลังก์ทอง |
| ที่ตั้ง | ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ที่อยู่ | หมู่บ้านป่ารัง ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ที่เกิดจากเรื่องเล่าแท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ในจอมปลวกใหญ่ อุโบสถประดับกระจกสี เขตป่าปฏิบัติธรรม และความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพยุง สุนทโร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นเมื่อปีกุน พ.ศ. 2466 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2537 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2540 |
| ที่มาของชื่อ | เดิมชื่อวัดบัลลังก์ทอง ต่อมาตัดคำว่า “ทอง” ออกเมื่อมีการกำหนดทะเบียนวัดในชนบท เพื่อให้ชื่อกะทัดรัดขึ้น เหลือชื่อวัดบัลลังก์ |
| ลักษณะเด่น | วัดราษฎร์ในพื้นที่ชนบท มีพื้นที่กว้าง มีอุโบสถงดงาม เขตปฏิบัติธรรม และเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับแท่นศิลาแลงในจอมปลวก |
| ความสำคัญ | เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนหนองหญ้าไซ และเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของเส้นทางไหว้พระอำเภอหนองหญ้าไซ |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่อำเภอหนองหญ้าไซ แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลหนองหญ้าไซและหมู่บ้านป่ารัง สามารถใช้แผนที่นำทางค้นหาวัดบัลลังก์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศาสนสถานชุมชนในอำเภอหนองหญ้าไซ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | ช่วงกลางวัน เหมาะแก่การไหว้พระและชมพื้นที่วัด |
| ค่าเข้า | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ อุโบสถ ศาลา พื้นที่ทำบุญ เขตป่าปฏิบัติธรรม และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของวัด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถประดับกระจกสี พื้นที่แท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ ลานวัดและพื้นที่ทำบุญ เขตอรัญวาสีหรือเขตป่าปฏิบัติธรรม พื้นที่กุฏิพระภิกษุสามเณร พื้นที่ศาสนกิจของชุมชน |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูโพธิสีลวัฒน์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดหนองหลวง ประมาณ 5 กม. 2. วัดหนองทราย ประมาณ 6 กม. 3. วัดบ่อกรุ ประมาณ 8 กม. 4. วัดลำพันบอง ประมาณ 9 กม. 5. แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร ประมาณ 13 กม. 6. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ก๋วยเตี๋ยวเรือบ้านแม่คุณ ประมาณ 3 กม. 2. ร้านมีกำไร ใส้หมูพะโล้เจ้าเก่า ประมาณ 5 กม. 3. ครัวป้าญาญ่า ประมาณ 5 กม. 4. Jungle Cafe สาขาหนองหญ้าไซ ประมาณ 6 กม. 5. Café Amazon สถานีบริการ บจ.จันทร์เพ็ญ สเตชั่น ประมาณ 7 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. จันจ้าว รีสอร์ท ประมาณ 10 กม. โทร. 081-771-1266 2. สวนนงนุช รีสอร์ท หนองหญ้าไซ ประมาณ 10 กม. 3. สุขกิจ ลานกางเต็นท์ ที่พัก สระเล่นน้ำ ประมาณ 12 กม. 4. บ้านล้านนาร่มไม้ ริมน้ำ รีสอร์ท ประมาณ 28 กม. 5. ที่พักในอำเภอสามชุก ประมาณ 30 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบัลลังก์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบัลลังก์ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านป่ารัง ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ถาม: วัดบัลลังก์เดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดบัลลังก์ทอง ต่อมาเมื่อต้องกำหนดทะเบียนวัดในชนบทจึงตัดคำว่า “ทอง” ออกให้ชื่อกะทัดรัด เหลือชื่อวัดบัลลังก์
ถาม: วัดบัลลังก์สร้างขึ้นเมื่อไร?
ตอบ: วัดบัลลังก์สร้างขึ้นเมื่อปีกุน พ.ศ. 2466 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2537 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2540
ถาม: เหตุใดจึงสร้างวัดบัลลังก์ในพื้นที่ป่ารัง?
ตอบ: ชาวบ้านพบแท่นศิลาแลงสี่เหลี่ยมโผล่ขึ้นจากจอมปลวกใหญ่ในป่ารัง และเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมาสักการะและบนบานแล้วสมหวัง จึงร่วมกันสร้างวัดขึ้นในบริเวณนั้น
ถาม: วัดบัลลังก์มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเรื่องเล่าแท่นศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ อุโบสถประดับกระจกสี พื้นที่ป่าปฏิบัติธรรม และความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพยุง สุนทโร พระเกจิอาจารย์ที่ชาวสุพรรณบุรีให้ความเคารพ
ถาม: วัดบัลลังก์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปไหว้พระ ทำบุญ และชมพื้นที่วัดได้โดยควรแต่งกายสุภาพและเคารพเขตปฏิบัติธรรม
ถาม: เที่ยววัดบัลลังก์ร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดหนองหลวง วัดหนองทราย วัดบ่อกรุ วัดลำพันบอง แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร และบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคกลาง
ปรับปรุงล่าสุด : 5 เดือนที่แล้ว



