หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ >อ.บางพลี >ต.บางโฉลง > มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี
TL;DR: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี อยู่ที่18/18 ถนนเทพรัตน กม.18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับติดต่อสำนักงานทั่วไป) เวลา 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับติดต่อสำนักงานทั่วไป)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี (Huachiew Chalermprakiet University, Bang Phli Campus) เป็นวิทยาเขตหลักของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับชุมชนไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่เลขที่ 18/18 ถนนเทพรัตน กม.18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 มีพื้นที่ 178 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา ตามข้อมูลที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ จุดเด่นของสถาบันคือการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จีนศึกษา การแพทย์แผนจีน และการบริการสังคม ภายใต้ปณิธาน “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” มหาวิทยาลัยมีรากฐานจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย โรงพยาบาลหัวเฉียว ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2485 โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก่อนพัฒนาเป็นวิทยาลัยหัวเฉียวใน พ.ศ. 2525 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2535 โดยได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 และเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษา วิชาชีพสุขภาพ วัฒนธรรมไทย–จีน และการพัฒนาสังคมเข้าด้วยกัน
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี ตั้งอยู่บนถนนเทพรัตนหรือถนนบางนา–ตราด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 18 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรปราการและภาคตะวันออก พื้นที่โดยรอบประกอบด้วยชุมชนที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และย่านธุรกิจที่ขยายตัวตามแนวถนนบางนา–ตราด ทำเลดังกล่าวช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถรองรับนักศึกษาและบุคลากรทั้งจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง
วิทยาเขตบางพลีมีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรม โดยประกอบด้วยอาคารเรียน อาคารอำนวยการ อาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ อาคารกิจกรรมนักศึกษา หอประชุม และพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมโยงกันผ่านทางเดินภายในมหาวิทยาลัย รูปแบบอาคารบางส่วนมีลักษณะร่วมสมัย ขณะที่ประตูทางเข้ามีการออกแบบโดยประยุกต์องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจีน สะท้อนรากฐานทางวัฒนธรรมของมูลนิธิผู้ก่อตั้งและอัตลักษณ์ของสถาบันที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ไทย–จีน
หากย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย จะพบว่าจุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีบทบาทสำคัญในสังคมไทยมายาวนาน มูลนิธิดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อน การกู้ภัย การสงเคราะห์ และการสนับสนุนบริการด้านสุขภาพ โดยมองว่าการพัฒนาการศึกษาเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน
ใน พ.ศ. 2485 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดตั้งโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย โรงพยาบาลหัวเฉียว เพื่อผลิตบุคลากรด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ให้มีความรู้และความสามารถในการดูแลประชาชน การจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาวิชาชีพสุขภาพในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ระบบบริการสาธารณสุขยังต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านการดูแลผู้ป่วยและสุขภาพของมารดาและทารกจำนวนมาก
การศึกษาของโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการถ่ายทอดความรู้ทางทฤษฎี แต่ยังเชื่อมโยงกับการฝึกปฏิบัติและการดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาล แนวทางดังกล่าวกลายเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในเวลาต่อมา กล่าวคือ ผู้เรียนต้องมีทั้งความรู้ ความสามารถในการทำงานจริง และคุณธรรมในการประกอบวิชาชีพ
ต่อมาใน พ.ศ. 2525 คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้พัฒนาสถานศึกษาจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยขึ้นเป็นวิทยาลัยหัวเฉียว เพื่อรองรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยเริ่มต้นจากการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์และจัดการเรียนการสอนด้านพยาบาลและผดุงครรภ์ในระดับปริญญาตรี การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้แสดงถึงความตั้งใจที่จะยกระดับการผลิตบุคลากรทางสุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
ภายหลังวิทยาลัยหัวเฉียวได้ขยายการจัดการศึกษาไปสู่สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการจัดสวัสดิการสังคม การเพิ่มสาขาวิชานี้สะท้อนแนวคิดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ไม่ได้จำกัดการรับใช้สังคมไว้เพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในมิติทางเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย
พ.ศ. 2533 เป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาสถาบัน เนื่องจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินงานครบ 80 ปี จึงมีแนวคิดขยายกิจกรรมด้านการศึกษาให้ครอบคลุมระดับมหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนไทยเชื้อสายจีนและผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการสร้างสถาบันอุดมศึกษาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แนวคิดสำคัญคือการส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาและสร้างบุคลากรที่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาประเทศชาติ
จากแนวคิดดังกล่าว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการขออนุมัติยกฐานะวิทยาลัยหัวเฉียวเป็นมหาวิทยาลัย และได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2535 ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สถาบันก้าวเข้าสู่สถานะมหาวิทยาลัยอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติอย่างเป็นทางการ และทรงปลูกต้นโพธิ์ภายในมหาวิทยาลัย เหตุการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของสถาบัน เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาการศึกษาเข้ากับการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความตั้งใจของชุมชนผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยได้กำหนดให้วันที่ 24 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัย โดยในโอกาสดังกล่าวมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแสดงความกตัญญูและการยกย่องบุคลากรที่สร้างคุณประโยชน์แก่สถาบัน ประเพณีดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และความทรงจำร่วมของชาวมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 34 ปี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธี กิจกรรมประกอบด้วยการทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีมอบเหรียญที่ระลึกแก่บุคลากร การแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่มหาวิทยาลัยร่วมกัน
ชื่อ “หัวเฉียว” มีความหมายเกี่ยวข้องกับชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกิจกรรมสาธารณกุศลในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ชื่อนี้ถูกใช้ในโรงพยาบาลหัวเฉียวและวิทยาลัยหัวเฉียวมาก่อนการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย จึงแสดงถึงความต่อเนื่องขององค์กรการกุศลและสถานศึกษาที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีปณิธานว่า “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” ซึ่งสะท้อนแนวคิดสำคัญของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ต้องการให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม สถาบันมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงานจริง และมีคุณธรรมในการประกอบวิชาชีพ โดยให้ความสำคัญกับคุณธรรม 6 ประการ ได้แก่ ขยัน อดทน ประหยัด เมตตา ซื่อสัตย์ และกตัญญู
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นวงกลม ภายในประกอบด้วยสัญลักษณ์ที่สืบเนื่องจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับความดี ความบริสุทธิ์ และการกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ส่วนวงกลมชั้นนอกปรากฏชื่อมหาวิทยาลัยในภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับชุมชนไทยเชื้อสายจีนที่เป็นรากฐานของสถาบัน
สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเหลืองทอง ซึ่งสื่อถึงคุณค่าทางจิตใจและความเป็นสิริมงคล ขณะที่ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย โดยมีความหมายเชื่อมโยงกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ความสว่างทางปัญญา และความร่มเย็นที่เกิดจากการใช้ความรู้ควบคู่กับคุณธรรม การกำหนดต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ยังสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงปลูกต้นโพธิ์ในวันเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ
หนึ่งในประติมากรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยคือ “พระบรมโพธิสมภาร” ผลงานออกแบบโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประติมากรรมนี้ใช้สัญลักษณ์ของต้นโพธิ์เพื่อสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณ ความร่มเย็น และความสำคัญของปัญญาในการดำเนินชีวิต ถือเป็นผลงานศิลปกรรมที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณต่อสถาบัน
ประตูเสด็จเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งภายในวิทยาเขตบางพลี โดยเป็นประตูที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินผ่านเมื่อครั้งทรงเปิดมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 ซุ้มประตูแห่งนี้มีช่องประตู 5 ช่อง ซึ่งมหาวิทยาลัยอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของมงคล 5 ประการ ได้แก่ ความมั่นคงในทรัพย์สิน อำนาจวาสนา อายุยืนยาว ความยินดี และการเฉลิมฉลอง ประตูเสด็จจึงเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงสถาปัตยกรรมกับประวัติศาสตร์และความเชื่อทางวัฒนธรรมของสถาบัน
ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนไทยเชื้อสายจีน ประวัติศาสตร์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ศูนย์วัฒนธรรมทำหน้าที่รวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมไทย–จีน รวมทั้งจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและนิทรรศการที่ช่วยให้ผู้เรียนและประชาชนสามารถศึกษารากฐานทางวัฒนธรรมของสังคมไทยได้อย่างลึกซึ้ง
ภายในศูนย์วัฒนธรรมมีงานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย–จีน ประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วิถีชีวิตชุมชน และองค์ความรู้ท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ การจัดแสดงยังครอบคลุมภาพสะท้อนของวัฒนธรรมจีนในประเทศไทยและความสัมพันธ์ระหว่างการกุศล การศึกษา และการพัฒนาสังคม ผู้สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถประสานงานกับศูนย์วัฒนธรรมเพื่อจัดเตรียมการศึกษาดูงานได้
กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ศูนย์วัฒนธรรมเผยแพร่ใน พ.ศ. 2569 ยังครอบคลุมเรื่องหลวงปู่ไต้ฮงกง ผู้มีความเกี่ยวข้องกับรากฐานงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตลอดจนการศึกษาหุ่นกระบอกจีนในสังคมไทย การเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ ศิลปะการแสดง ประวัติศาสตร์การอพยพ และการปรับตัวของวัฒนธรรมจีนในสังคมไทย
ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีแห่และประดิษฐานหลวงปู่ไต้ฮง ณ พื้นที่ มฉก.2 โดยมีผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาเข้าร่วม พิธีดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกับวิถีความเชื่อของชุมชนไทยเชื้อสายจีน และเป็นกิจกรรมที่มีความหมายต่อบุคลากรและนักศึกษาในด้านการสืบทอดความทรงจำและคุณค่าทางจิตใจของสถาบัน
อีกหนึ่งวัฒนธรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยคือพิธีไหว้ครู ซึ่งเป็นประเพณีการศึกษาที่สะท้อนความกตัญญูและการให้ความเคารพต่อผู้ถ่ายทอดความรู้ ในปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดพิธีไหว้ครูโดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ เป็นประธาน พร้อมกิจกรรมเจิมตำราเรียนและยกย่องนักศึกษาที่มีความประพฤติดี กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาและปลูกฝังคุณค่าที่สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัย
สำหรับคณะพยาบาลศาสตร์ การจัดพิธีมอบขีดหมวกและเข็มเป็นกิจกรรมที่มีความหมายต่อการพัฒนาวิชาชีพ โดยใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้เผยแพร่ข่าวพิธีมอบขีดหมวกและเข็มของนักศึกษารุ่นที่ 41 พิธีดังกล่าวสะท้อนการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาเข้าสู่บทบาทวิชาชีพพยาบาล และความสำคัญของการใช้ความรู้เพื่อดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชนด้วยความรับผิดชอบ
มหาวิทยาลัยยังมีการสืบสานประเพณีไทยผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น โครงการอนุรักษ์ประเพณีแห่เทียนพรรษา โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาได้ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและเครื่องไทยธรรม ณ วัดศรีวารีน้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับวัดและชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ประเพณีทางศาสนา
ด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีความโดดเด่นในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับรากฐานของสถาบันที่เริ่มต้นจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย หลักสูตรในกลุ่มนี้ครอบคลุมพยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด สาธารณสุขศาสตร์ และการแพทย์แผนจีน การจัดการศึกษาในสาขาเหล่านี้ต้องอาศัยการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ และการพัฒนาจริยธรรมทางวิชาชีพ
คณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับประวัติศาสตร์ของสถาบัน โดยทำหน้าที่จัดการศึกษาสำหรับบุคลากรทางการพยาบาลที่มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วย ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรสาธารณสุข การฝึกปฏิบัติและการสร้างคุณธรรมจริยธรรมเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ เพื่อเตรียมบัณฑิตให้สามารถปฏิบัติงานในระบบบริการสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ และคณะกายภาพบำบัดเป็นอีก 3 หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตบุคลากรทางสุขภาพ โดยเภสัชศาสตร์เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้เรื่องยาและการใช้ยาอย่างเหมาะสม เทคนิคการแพทย์เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วย ส่วนกายภาพบำบัดมุ่งศึกษาการฟื้นฟูสมรรถภาพ การเคลื่อนไหว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท
คณะการแพทย์แผนจีนมีความโดดเด่นในด้านการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนจีนมาเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย การเรียนรู้สาขานี้ครอบคลุมหลักการทางการแพทย์แผนจีน ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพร การฝังเข็ม และศาสตร์การดูแลสุขภาพตามแนวคิดการแพทย์แผนจีน โดยมีความสัมพันธ์กับความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยไทยกับสถาบันการศึกษาในประเทศจีน
ใน พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันและบริษัทเทคโนโลยีในประเทศจีน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายเตรียมจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์การแพทย์แผนจีน ความร่วมมือดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการประยุกต์เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับศาสตร์สุขภาพดั้งเดิม และสะท้อนทิศทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย
ด้านจีนศึกษา มหาวิทยาลัยมีวิทยาลัยจีนศึกษาที่จัดการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาจีนธุรกิจ ภาษาและวัฒนธรรมจีน และจีนศึกษา องค์ความรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการสื่อสาร การค้าระหว่างประเทศ ความร่วมมือทางธุรกิจ และการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ขณะเดียวกัน สถาบันขงจื่อการแพทย์แผนจีนและหน่วยงานด้านวัฒนธรรมยังช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่าง 2 ประเทศ
คณะบริหารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยให้ครอบคลุมศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ภาษา การสื่อสาร กฎหมาย และการพัฒนาสังคม การมีความหลากหลายทางวิชาการช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาตามความสนใจ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกันระหว่างศาสตร์สุขภาพ ศาสตร์สังคม และศาสตร์ด้านเทคโนโลยี
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีหลักสูตรเกี่ยวข้องกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และวิทยาการหุ่นยนต์สุขภาพ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีกับบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการแพทย์และสาธารณสุขสมัยใหม่ การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ยังช่วยเปิดโอกาสในการพัฒนาทักษะสำหรับงานวิจัยและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
สำหรับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลหลักสูตรในสาขาการบริหารสวัสดิการสังคม การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน การสื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจ ธุรกิจดิจิทัล และการสอนภาษาจีน รวมถึงหลักสูตรระดับปริญญาเอกในสาขาที่เกี่ยวข้อง การศึกษาระดับนี้มีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรที่ต้องการสร้างความเชี่ยวชาญ การวิจัย และการต่อยอดองค์ความรู้ในวิชาชีพ
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในแนวคิด New HCU โดยเน้นการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามตอบสนองผู้เรียนในทุกช่วงวัย ทั้งนักศึกษาระดับปริญญา ผู้ประกอบวิชาชีพ และประชาชนที่ต้องการพัฒนาความรู้หรือทักษะใหม่
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินความร่วมมือเกี่ยวกับการให้บริการรถจักรยานไฟฟ้าภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนแนวทาง Green University และการลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง การพัฒนาระบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในวิทยาเขตสะท้อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการส่งเสริมแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาพื้นที่การศึกษาอย่างยั่งยืน
ด้านงานวิจัย มหาวิทยาลัยมีระบบสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรม โดยใน พ.ศ. 2569 มีประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมด้านตำรับยา ผลิตภัณฑ์อาหาร และสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แนวทางดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในสังคมจริง
ศูนย์บรรณสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีความสำคัญต่อทั้งนักศึกษาและบุคลากร โดยให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ หนังสือ งานวิจัย และฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาค้นคว้า เวลาบริการของศูนย์บรรณสารสนเทศแยกตามชั้นและช่วงภาคการศึกษา โดยในภาคเรียนปกติ ชั้น 1, 3, 4 และ 6 เปิดบริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ส่วนชั้นอื่นมีช่วงเวลาบริการแตกต่างกัน
นอกจากห้องสมุดแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีหอจดหมายเหตุซึ่งเป็นแหล่งเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบัน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีน และท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ หอจดหมายเหตุมีบทบาทในการรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่เอกสารที่มีคุณค่าต่อการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ศึกษาเรื่องชุมชนไทยเชื้อสายจีนและพัฒนาการของสถาบันอุดมศึกษาไทย
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาเขตบางพลียังประกอบด้วยหอพักนักศึกษา โรงอาหาร พื้นที่กีฬา พื้นที่กิจกรรมนักศึกษา ศูนย์บริการวิชาการ และหน่วยงานบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน เช่น คลินิกกายภาพบำบัดและคลินิกแพทย์แผนจีน หน่วยงานเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงการศึกษา การบริการ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันของชุมชนมหาวิทยาลัย
สำหรับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี มีความน่าสนใจจากสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ได้แก่ ประตูเสด็จ ประติมากรรมพระบรมโพธิสมภาร ศูนย์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และหอจดหมายเหตุ สถานที่เหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการกุศลของชุมชนไทยเชื้อสายจีน พระราชประวัติศาสตร์ของการสถาปนามหาวิทยาลัย และแนวคิดการใช้ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนและการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ การเข้าชมอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ หรือพื้นที่เฉพาะอาจต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบ ส่วนผู้ที่ต้องการศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์วัฒนธรรมเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดเตรียมข้อมูลและการอำนวยความสะดวกได้อย่างเหมาะสม
บริเวณโดยรอบวิทยาเขตบางพลีมีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้ เช่น วัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่กลางซึ่งมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ และตลาดโบราณบางพลีที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตชุมชนริมคลองสำโรง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ช้อปปิ้งและบริการในย่านบางพลีและสุวรรณภูมิที่เหมาะสำหรับผู้ปกครองและผู้มาเยือนมหาวิทยาลัย
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยเดินทางตามถนนเทพรัตนหรือถนนบางนา–ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี และเข้าสู่มหาวิทยาลัยบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผู้เดินทางจากกรุงเทพมหานครสามารถเชื่อมต่อถนนเทพรัตนจากถนนศรีนครินทร์ ถนนกิ่งแก้ว หรือเส้นทางคมนาคมอื่นที่เหมาะสมกับจุดเริ่มต้น โดยควรตรวจสอบสภาพการจราจรและจุดกลับรถก่อนเดินทาง
สำหรับผู้เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สามารถใช้รถโดยสารที่ให้บริการตามแนวถนนบางนา–ตราดและผ่านบริเวณมหาวิทยาลัย โดยควรตรวจสอบสายรถและจุดขึ้นลงล่าสุดก่อนออกเดินทาง ผู้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถรับจ้างที่เดินทางผ่านเส้นทางเชื่อมต่อถนนเทพรัตนเพื่อเข้าสู่พื้นที่วิทยาเขตบางพลีได้
การติดต่อสำนักงานทั่วไปควรวางแผนในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ขณะที่ศูนย์บรรณสารสนเทศ หน่วยงานรับสมัคร คลินิก และกิจกรรมการเรียนการสอนอาจมีเวลาบริการแตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการสมัครเรียน ติดต่อเอกสารราชการ ศึกษาดูงาน หรือรับบริการเฉพาะหน่วยงานสามารถสอบถามมหาวิทยาลัยโดยตรงได้ที่หมายเลข 02-713-8100 หรือ 02-312-6300 ก่อนเดินทาง
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี จึงเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน เพราะมีรากฐานจากการดำเนินงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พัฒนาจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยใน พ.ศ. 2485 สู่มหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2535 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการพระราชทานนามและเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2537 ความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จีนศึกษา การบริการวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาคนเพื่อรับใช้สังคม ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไทย–จีนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Huachiew Chalermprakiet University, Bang Phli Campus |
| ประเภท | มหาวิทยาลัยเอกชน |
| ที่อยู่ | 18/18 ถนนเทพรัตน กม.18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 |
| พิกัดอ้างอิง | 13.615841, 100.752325 |
| พื้นที่ | 178 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา ตามข้อมูลเว็บไซต์มหาวิทยาลัย |
| ปีเริ่มต้นสถานศึกษาเดิม | พ.ศ. 2485 โรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย โรงพยาบาลหัวเฉียว |
| พัฒนาเป็นวิทยาลัยหัวเฉียว | พ.ศ. 2525 |
| ปีสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย | พ.ศ. 2535 |
| วันที่พระราชทานนาม | 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 |
| วันที่ทรงเปิดมหาวิทยาลัย | 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 |
| อายุสถาบันใน พ.ศ. 2569 | 34 ปีนับจากการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย |
| ผู้ก่อตั้งและองค์กรสำคัญ | มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และชุมชนผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนการก่อตั้ง |
| อธิการบดี พ.ศ. 2569 | รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ |
| ปณิธาน | เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีเหลืองทอง |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นโพธิ์ |
| คุณธรรมสำคัญ | ขยัน อดทน ประหยัด เมตตา ซื่อสัตย์ และกตัญญู |
| จุดเด่นทางวิชาการ | วิทยาศาสตร์สุขภาพ จีนศึกษา การแพทย์แผนจีน การบริการสังคม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต |
| คณะและวิทยาลัย | 12 คณะวิชาและ 1 วิทยาลัย ได้แก่ คณะกายภาพบำบัด คณะการแพทย์แผนจีน คณะเทคนิคการแพทย์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม และวิทยาลัยจีนศึกษา |
| ที่ตั้งอื่นของมหาวิทยาลัย | วิทยาเขตยศเส เลขที่ 121 ถนนอนันตนาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100 |
| สถานที่สำคัญภายใน | ประตูเสด็จ ประติมากรรมพระบรมโพธิสมภาร ศูนย์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ ศูนย์บรรณสารสนเทศ และศาลาไทย |
| ประเพณีและกิจกรรม | วันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พิธีไหว้ครู พิธีมอบขีดหมวกและเข็ม กิจกรรมด้านวัฒนธรรมไทย–จีน และโครงการอนุรักษ์ประเพณีแห่เทียนพรรษา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด หอพักนักศึกษา โรงอาหาร พื้นที่กีฬา พื้นที่จอดรถ ศูนย์บริการวิชาการ และหน่วยบริการสุขภาพ |
| วันติดต่อสำนักงานทั่วไป | วันจันทร์ – วันศุกร์ |
| เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไป | 08.30 – 16.30 น. |
| การเข้าชมและศึกษาดูงาน | การเข้าชมพื้นที่เฉพาะหรือการศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะควรประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบล่วงหน้า |
| การเดินทาง | ถนนเทพรัตน กม.18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือขนส่งสาธารณะตามแนวถนนบางนา–ตราด |
| สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง | 1. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ภายในวิทยาเขต 2. วัดบางพลีใหญ่ใน 3. วัดบางพลีใหญ่กลาง 4. ตลาดโบราณบางพลี 5. วัดศรีวารีน้อย 6. Central Village |
| ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง | 1. Butter Steak Bistro โทร. 098-999-6285 2. MALATIME 麻辣烫 @ม.หัวเฉียว โทร. 090-254-6625 3. Shalala Cafe' X Studio โทร. 088-956-4164 4. กะวีเมี่ยงปลาเผา โทร. 097-226-7897 5. 9M. Coffee Bar โทร. 092-519-9938 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. iChapter Hotel Suvarnabhumi 2. Tubtim Siam Suvarnabhumi Hotel 3. Herma Hotel 4. Atrium Suvarnabhumi Hotel โทร. 065-225-6969 5. Airport 17 Apartel |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 02-713-8100, 02-312-6300 |
| โทรศัพท์ศูนย์วัฒนธรรม | 02-312-6300 ต่อ 1534 |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.hcu.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | มหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดดำเนินการศึกษาและกิจกรรมทางวิชาการในจังหวัดสมุทรปราการ |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (ข้อมูลหลักสูตรที่เผยแพร่บนเว็บไซต์มหาวิทยาลัย ตรวจสอบ พ.ศ. 2569)
| คณะ / วิทยาลัย | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะกายภาพบำบัด | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด |
| คณะการแพทย์แผนจีน | ระดับปริญญาตรี 1. การแพทย์แผนจีนบัณฑิต |
| คณะเทคนิคการแพทย์ | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ |
| คณะนิติศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. นิติศาสตรบัณฑิต ระดับอนุปริญญา 1. อนุปริญญา สาขาวิชานิติศาสตร์ ตามข้อมูลหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ |
| คณะนิเทศศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. นิเทศศาสตรบัณฑิต กลุ่มวิชาชีพที่ระบุ ได้แก่ นวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัล ศิลปกรรมสร้างสรรค์ ศิลปะการแสดง และดนตรีและการขับร้อง |
| คณะบริหารธุรกิจ | ระดับปริญญาตรี 1. บัญชีบัณฑิต 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต โดยมีวิชาเอกการจัดการและการเป็นผู้ประกอบการ การตลาด การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ และธุรกิจดิจิทัล 3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน 4. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจจีน (หลักสูตรพหุวิทยาการ) ระดับปริญญาโท 5. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต ระดับปริญญาโท 2. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน |
| คณะเภสัชศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. เภสัชศาสตรบัณฑิต |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปัญญาประดิษฐ์ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการหุ่นยนต์สุขภาพ (หลักสูตรพหุวิทยาการ นานาชาติ) |
| คณะศิลปศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ระดับปริญญาโท 4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ระดับปริญญาเอก 5. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง |
| คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม | ระดับปริญญาตรี 1. สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต ระดับปริญญาโท 2. สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม ระดับปริญญาเอก 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม |
| คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเวชระเบียนและเวชสถิติโรงพยาบาล 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 3. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน 4. การจัดการบัณฑิต สาขาวิชาการบริการทางการแพทย์ 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการและบรรเทาสาธารณภัย |
| วิทยาลัยจีนศึกษา | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมจีน 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจีนศึกษา ระดับปริญญาโท 4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาจีน 5. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจ ระดับปริญญาเอก 6. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาจีน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 18/18 ถนนเทพรัตน กม.18 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเปิดวันไหนและเวลาเท่าไร?
ตอบ: ช่วงเวลาติดต่อสำนักงานทั่วไปคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ส่วนหน่วยบริการบางแห่ง เช่น ศูนย์บรรณสารสนเทศ มีเวลาเปิดให้บริการแตกต่างกัน ควรสอบถามหน่วยงานก่อนเดินทาง
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติก่อตั้งเมื่อปีใด?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีรากฐานจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย พ.ศ. 2485 พัฒนาเป็นวิทยาลัยหัวเฉียวใน พ.ศ. 2525 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2535 โดยได้รับพระราชทานนามเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ?
ตอบ: มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นองค์กรสำคัญในการก่อตั้งและพัฒนาสถานศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนไทยเชื้อสายจีนและผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนการยกระดับวิทยาลัยหัวเฉียวเป็นมหาวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีความโดดเด่นด้านใด?
ตอบ: โดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จีนศึกษา การแพทย์แผนจีน การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการบริการวิชาการแก่สังคม ภายใต้ปณิธานเรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีคณะและหลักสูตรอะไรบ้าง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมี 12 คณะวิชาและ 1 วิทยาลัย ครอบคลุมด้านสุขภาพ สังคมศาสตร์ ธุรกิจ เทคโนโลยี กฎหมาย การสื่อสาร และจีนศึกษา โดยมีข้อมูลหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท และเอกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีวิทยาเขตกี่แห่ง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยระบุที่ตั้งหลัก 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาเขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และวิทยาเขตยศเส กรุงเทพมหานคร
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และศูนย์วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยได้หรือไม่?
ตอบ: ศูนย์วัฒนธรรมมีภารกิจให้บริการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย–จีน ผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อขออนุญาตและประสานงานล่วงหน้าที่หมายเลข 02-312-6300 ต่อ 1534
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยเอกชน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 วันที่แล้ว




