หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.ดุสิต >ต.ดุสิต > มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
TL;DR: มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อยู่ที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เปิดวันจันทร์–วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30–16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานและงานทะเบียน.
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

วันเปิดทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงานและงานทะเบียน ไม่ใช่เวลาเปิดให้เข้าชมอาคารทุกแห่ง)
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (Suan Dusit Rajabhat University) เป็นชื่อเดิมของ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (Suan Dusit University: SDU) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีประวัติการจัดการศึกษายาวนานกว่า 92 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 295 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือน ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 ในสมัยที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาระบบการศึกษาด้านวิชาชีพและการฝึกหัดครู ก่อนเปลี่ยนผ่านเป็นโรงเรียนการเรือนพระนคร วิทยาลัยครูสวนดุสิต สถาบันราชภัฏสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตามลำดับ ต่อมาในวันที่ 18 กรกฎาคม 2558 สถาบันได้เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” จนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นด้านอาหาร การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ การพยาบาลและสุขภาวะ ตลอดจนกฎหมายและการเมือง โดยมีการจัดการศึกษาครอบคลุมหลายศาสตร์และหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ สวนดุสิตโพล สวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ และการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการเข้ากับการฝึกปฏิบัติจริง
พื้นที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตั้งอยู่ในเขตดุสิต ซึ่งเป็นย่านสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพระราชวังดุสิต ระบบราชการ สถานศึกษา และชุมชนเมืองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 บริเวณโดยรอบมีทั้งอาคารราชการ สถานที่สำคัญทางศาสนา พื้นที่ประวัติศาสตร์ และชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงวิถีชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การตั้งอยู่ใจกลางเมืองทำให้มหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งสามารถเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับหน่วยงานและสถานประกอบการด้านอาหาร การศึกษา การบริการ และสุขภาพได้อย่างใกล้ชิด
ความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตไม่ได้เกิดจากการขยายตัวของคณะและหลักสูตรเพียงอย่างเดียว แต่มีพื้นฐานสำคัญจากความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุคโรงเรียนการเรือน โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ งานประดิษฐ์ การจัดการครัวเรือน และการเตรียมบุคลากรสำหรับวิชาชีพครู ความรู้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทักษะการดำรงชีวิตได้รับการพัฒนาให้มีระบบการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติ และการประเมินผลที่ชัดเจน ก่อนต่อยอดเป็นองค์ความรู้ในระดับอุดมศึกษาที่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสมัยใหม่
เมื่อพิจารณาตามลำดับประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นของสถาบันเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาวิชาชีพสำหรับสตรี การศึกษาด้านการเรือนในยุคนั้นครอบคลุมทักษะที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ ทั้งการประกอบอาหาร งานผ้า งานหัตถกรรม การจัดการครัวเรือน และการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อื่น การจัดตั้งโรงเรียนด้านการเรือนจึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับทักษะเหล่านี้ให้เข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีหลักสูตรชัดเจนและสามารถสร้างโอกาสทางอาชีพได้
วันที่ 17 พฤษภาคม 2477 เป็นวันเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อกระทรวงธรรมการจัดตั้ง “โรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือน” สังกัดกองอาชีวศึกษา กรมวิชาการ โดยเริ่มเปิดดำเนินการภายในวังกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ที่ตั้งมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน โรงเรียนมีวัตถุประสงค์สำคัญในการฝึกอบรมการบ้านการเรือนสำหรับสตรีผ่านหลักสูตรระยะเวลา 4 ปี และเริ่มเปิดสอนหลักสูตรอบรมครูการเรือน เพื่อเตรียมบุคลากรที่จะนำความรู้ด้านนี้ไปประกอบอาชีพครูและเผยแพร่ต่อสังคม
การจัดตั้งโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือนมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เนื่องจากเป็นการพัฒนาวิชาคหกรรมและการเรือนเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ การเรียนการสอนลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเตรียมทักษะสำหรับชีวิตครอบครัว แต่ยังช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ที่นำไปใช้ในการทำงาน การสอน และการประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะการผลิตครูการเรือนซึ่งมีบทบาทในการถ่ายทอดทักษะด้านอาหารและคหกรรมศาสตร์ให้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาอื่นต่อไป
ใน พ.ศ. 2480 สถานศึกษาได้ย้ายจากวังกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ไปยังวังจันทรเกษม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่อมามีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนการเรือนวังจันทรเกษม” การย้ายสถานที่ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ระบบการศึกษาของประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนหลักสูตรมัธยมการเรือนและหลักสูตรการเรือนชั้นสูง เพื่อรองรับการพัฒนาความรู้และทักษะในระดับที่สูงขึ้น
การเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเรือนวังจันทรเกษมแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของอัตลักษณ์การศึกษาด้านการเรือน ขณะเดียวกันการใช้พื้นที่ใหม่ทำให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาการจัดการศึกษาและรองรับผู้เรียนได้ตามความต้องการของหน่วยงานต้นสังกัด การขยายหลักสูตรในระยะนี้สะท้อนความสำคัญของการศึกษาเฉพาะทางที่มุ่งสร้างบุคลากรสำหรับงานด้านคหกรรมและการสอน ซึ่งต่อมากลายเป็นจุดแข็งสำคัญของสวนดุสิต
พ.ศ. 2484 เป็นอีกช่วงเวลาสำคัญ เมื่อโรงเรียนย้ายจากวังจันทรเกษมมาตั้งอยู่ในบริเวณสวนสุนันทา บนพื้นที่ประมาณ 37 ไร่ ซึ่งเป็นบริเวณที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตั้งอยู่ในปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนการเรือนพระนคร” และย้ายการสังกัดจากหน่วยงานอาชีวศึกษาไปอยู่ภายใต้หน่วยงานฝึกหัดครูของกรมสามัญศึกษา การย้ายมายังพื้นที่สวนดุสิตทำให้สถาบันมีที่ตั้งที่สืบทอดมาเป็นศูนย์กลางการศึกษาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน
บริเวณสวนสุนันทาและเขตดุสิตมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาเกี่ยวข้องกับพระราชวังและสถานที่สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ การเปลี่ยนพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นสถานศึกษาสอดคล้องกับการขยายบทบาทของย่านดุสิตจากพื้นที่พระราชฐานและหน่วยงานราชการไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน การศึกษาประวัติของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจึงสามารถเชื่อมโยงกับพัฒนาการด้านผังเมือง สถาปัตยกรรม และสังคมของกรุงเทพมหานครได้ด้วย
ในช่วงเวลาเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้ง โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ ขึ้นในบริเวณพื้นที่เดียวกับโรงเรียนการเรือนพระนคร โดยมีการบริหารแยกจากกันในระยะแรก โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยของประเทศไทย และกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ทำให้สวนดุสิตมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตครูอนุบาล การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก และการพัฒนาสื่อหรือวิธีการสอนที่เหมาะสมกับวัย
เมื่อมีการจัดตั้งกรมการฝึกหัดครูตามการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการใน พ.ศ. 2497 โรงเรียนการเรือนพระนครได้ย้ายไปสังกัดกรมการฝึกหัดครูใน พ.ศ. 2498 และมีการโอนแผนกฝึกหัดครูอนุบาลจากโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมาสังกัดโรงเรียนการเรือนพระนคร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยให้การฝึกหัดครูการเรือนและการฝึกหัดครูอนุบาลมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาวิชาชีพครูที่ต่อเนื่องมายาวนาน
ใน พ.ศ. 2499 โรงเรียนการเรือนพระนครเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา หรือ ป.กศ. ด้านคหศาสตร์เป็นครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมกับดำเนินการสอนหลักสูตรครูการเรือน ครูอนุบาล ครูประถม และครูมัธยมการเรือน การจัดการศึกษาในลักษณะนี้แสดงให้เห็นความเชี่ยวชาญของสถาบันในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้เฉพาะทาง และทำให้สวนดุสิตมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตครูสำหรับสถานศึกษาต่าง ๆ ของประเทศ
การเติบโตของหลักสูตรฝึกหัดครูดำเนินต่อเนื่องจนกระทั่ง พ.ศ. 2504 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกฐานะโรงเรียนการเรือนพระนครขึ้นเป็น “วิทยาลัยครูสวนดุสิต” สังกัดกรมการฝึกหัดครู การเปลี่ยนสถานะจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัยครูถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะทำให้สถาบันมีบทบาทในการผลิตบุคลากรทางการศึกษาที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมพัฒนาโครงสร้างด้านการบริหาร หลักสูตร และกิจกรรมทางวิชาการให้สอดคล้องกับระบบการศึกษาระดับสูง
ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 วิทยาลัยครูสวนดุสิตได้ปรับปรุงระบบการจัดการศึกษาและโครงสร้างหน่วยงาน ทำให้สามารถเปิดสอนระดับปริญญาตรีด้านการศึกษาได้ และมีการพัฒนาคณะวิชาตามศาสตร์ต่าง ๆ เช่น ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยยกระดับการผลิตครูจากการฝึกอบรมและประกาศนียบัตรไปสู่การศึกษาระดับปริญญาที่มีหลักสูตรและมาตรฐานทางวิชาการชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญคือการรวมการฝึกหัดครูอนุบาลกับโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาการอนุบาลศึกษาในคณะครุศาสตร์ และพัฒนาโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศเป็นโรงเรียนสาธิตอนุบาลละอออุทิศ การจัดการศึกษาในลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนวิชาชีพครูมีโอกาสเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีเข้ากับการสังเกตและฝึกปฏิบัติในสภาพแวดล้อมของเด็กปฐมวัยจริง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ด้านการศึกษาปฐมวัยที่สวนดุสิตมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากการปรับปรุงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูใน พ.ศ. 2527 วิทยาลัยครูสามารถขยายการจัดการศึกษาไปสู่ศาสตร์อื่นที่ไม่ใช่วิชาชีพครูเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ พ.ศ. 2528 วิทยาลัยครูสวนดุสิตเริ่มเปิดสอนหลักสูตรระดับอนุปริญญาในสายศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เช่น วารสารศาสตร์และการประชาสัมพันธ์ ภาษาอังกฤษ การออกแบบนิเทศศิลป์ การอาหาร ผ้าและเครื่องแต่งกาย และศิลปประดิษฐ์ พร้อมเปิดรับนักศึกษาชายเข้าเรียนเป็นสหศึกษาอย่างเป็นทางการเป็นปีแรก
การเปลี่ยนผ่านสู่สหศึกษาและการเพิ่มหลักสูตรนอกสายวิชาชีพครูมีความสำคัญต่อการพัฒนาสถาบัน เนื่องจากเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความสนใจแตกต่างกันสามารถเข้าศึกษาได้มากขึ้น และทำให้วิทยาลัยครูสวนดุสิตเริ่มมีความเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ครอบคลุมหลายศาสตร์ การศึกษาด้านอาหารและคหกรรมศาสตร์ยังคงเป็นจุดเด่น ขณะที่สาขาภาษา วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน
ในช่วง พ.ศ. 2529–2534 วิทยาลัยครูสวนดุสิตขยายการจัดการศึกษาในระดับอนุปริญญาและปริญญาตรีทั้งภาคปกติและโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ หรือ กศ.บป. โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานแล้วสามารถศึกษาต่อเพื่อพัฒนาความรู้และคุณวุฒิได้ การดำเนินงานลักษณะนี้สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ และเป็นพื้นฐานของแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญในปัจจุบัน
พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ ก่อนที่พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 จะส่งผลให้วิทยาลัยครูสวนดุสิตเปลี่ยนสถานะเป็น สถาบันราชภัฏสวนดุสิต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้สถาบันสามารถจัดการศึกษาในศาสตร์ที่หลากหลายมากขึ้น และขยายบทบาทด้านการบริการวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาชุมชนตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา
ในยุคสถาบันราชภัฏสวนดุสิต มีการขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปนอกพื้นที่หลัก ผ่านการจัดตั้งศูนย์การศึกษาและความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ตลอดจนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การขยายรูปแบบการศึกษาสะท้อนแนวทางการพัฒนาสถาบันที่ไม่จำกัดอยู่เพียงผู้เรียนในกรุงเทพมหานคร แต่คำนึงถึงการเข้าถึงการศึกษาของประชาชนในพื้นที่อื่นด้วย
พ.ศ. 2540 เป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาการศึกษาระดับสูง เมื่อสถาบันจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยและเริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาโท โดยมีความร่วมมือด้านหลักสูตรบริหารธุรกิจกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ในช่วงเวลาเดียวกันมีการลงทุนพัฒนาระบบการศึกษาทางไกล ระบบประชุมผ่านวิดีโอ และห้องสมุดเสมือน เพื่อรองรับการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงหลายพื้นที่ แนวทางดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบอุดมศึกษาไทย
การพัฒนาระบบการศึกษาทางไกลมีความหมายต่อผู้เรียนอย่างมาก เพราะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมายังพื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยได้เข้าถึงการเรียนรู้และทรัพยากรทางวิชาการ การใช้ระบบวิดีโอและห้องสมุดดิจิทัลในช่วงที่เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน สะท้อนบทบาทของสวนดุสิตในการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริหารการศึกษาและการกระจายโอกาสให้แก่ผู้เรียน
วันที่ 15 มิถุนายน 2547 สถาบันราชภัฏสวนดุสิตได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 การเปลี่ยนสถานะจากสถาบันเป็นมหาวิทยาลัยช่วยให้มีโครงสร้างการบริหารและการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยยังรักษาอัตลักษณ์ด้านอาหาร การศึกษาปฐมวัย และการพัฒนาวิชาชีพควบคู่กับการขยายหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาการจัดการ การท่องเที่ยว และการบริการ
ช่วงที่ใช้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตั้งแต่ พ.ศ. 2547–2558 เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์สถาบันในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการจัดการศึกษา การดำเนินกิจกรรมบริการวิชาการ และหน่วยงานที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น สวนดุสิตโพลและสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจึงยังปรากฏในเอกสารเก่า ประวัติศิษย์เก่า และข้อมูลการศึกษาที่จัดทำก่อนการเปลี่ยนสถานะใน พ.ศ. 2558
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นจาก พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 ส่งผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” โดยไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรูปแบบการบริหารจัดการตามกฎหมายจัดตั้งของตนเอง
พระราชบัญญัติดังกล่าวได้รับพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 และสภามหาวิทยาลัยได้กำหนดให้วันที่ 16 กรกฎาคมเป็นวันสำคัญสำหรับการเปลี่ยนสถานะของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขณะที่วันที่ 17 พฤษภาคมยังมีความหมายทางประวัติศาสตร์ในฐานะวันเริ่มต้นโรงเรียนการเรือนเมื่อ พ.ศ. 2477 การแยกวันสำคัญทั้งสองช่วยทำให้เข้าใจความต่อเนื่องของสถาบันระหว่างการก่อตั้งโรงเรียนเดิมกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐได้อย่างถูกต้อง
การเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทำให้สวนดุสิตสามารถบริหารจัดการงานด้านบุคลากร งบประมาณ การศึกษา และภารกิจทางวิชาการตามโครงสร้างที่กฎหมายกำหนดได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ภารกิจหลักยังคงประกอบด้วยการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม แต่มีความชัดเจนด้านการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและการสร้างคุณค่าจากองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนาน
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีประวัติครบ 92 ปีนับจากการเปิดโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 และมีอายุ 11 ปีนับจากการเปลี่ยนสถานะตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยยังคงพัฒนาพันธกิจด้านการศึกษาตามแนวทางยุทธศาสตร์ SDU Goal 2568–2571 ภายใต้แนวคิด The Power of SDU ซึ่งเน้นความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการคุณภาพ
ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศใน 5 ด้าน ได้แก่ อาหาร การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ การพยาบาลและสุขภาวะ และกฎหมายและการเมือง ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด แต่เป็นผลจากการพัฒนาสถาบันตามช่วงเวลา โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านอาหารและการศึกษาปฐมวัยซึ่งมีรากฐานตั้งแต่ยุคโรงเรียนการเรือนและวิทยาลัยครู ก่อนขยายไปสู่การศึกษาด้านบริการ สุขภาพ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสังคม
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มีลักษณะเป็นวงรีรูปไข่ 2 วงซ้อนกัน วงรีด้านนอกใช้สีทองซึ่งสื่อถึงความรุ่งเรือง ด้านบนมีข้อความภาษาไทยว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” และด้านล่างมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “SUAN DUSIT UNIVERSITY” วงรีด้านในใช้สีฟ้าน้ำทะเลเป็นพื้น โดยมีเครื่องหมายอักษรย่อ “มสด” หรือ “SDU” สีขาวอยู่ตรงกลาง เครื่องหมายดังกล่าวสะท้อนความผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาคมสวนดุสิต และมีการใช้รูปแบบตัวอักษรที่สื่อถึงความร่วมสมัย
สีประจำมหาวิทยาลัยคือ สีฟ้าน้ำทะเล ซึ่งเป็นสีที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคโรงเรียนการเรือนพระนคร วิทยาลัยครูสวนดุสิต สถาบันราชภัฏสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ส่วนดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ดอกเฟื่องฟ้าและดอกขจร ซึ่งปรากฏเป็นองค์ประกอบของตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้สื่อถึงความเฟื่องฟูของศิลปวิทยาการและการเผยแพร่ความรู้ให้ขจรขจายออกไป ความหมายดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของสถาบันที่มุ่งพัฒนาความรู้และนำความเชี่ยวชาญออกไปรับใช้สังคม
โครงสร้างการศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในปัจจุบันประกอบด้วย 5 คณะ 3 โรงเรียน และบัณฑิตวิทยาลัย โดยคณะทั้ง 5 ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ ส่วนโรงเรียนทั้ง 3 ได้แก่ โรงเรียนการเรือน โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ และโรงเรียนกฎหมายและการเมือง การเรียกชื่อหน่วยงานว่า “โรงเรียน” ในที่นี้หมายถึงหน่วยงานทางวิชาการระดับอุดมศึกษาที่มีสถานะเทียบเท่าคณะ ไม่ใช่โรงเรียนระดับประถมหรือมัธยมศึกษา
โรงเรียนการเรือน เป็นหน่วยงานที่สะท้อนรากฐานและความเชี่ยวชาญดั้งเดิมของมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนที่สุด โดยจัดการศึกษาเกี่ยวกับคหกรรมศาสตร์ การประกอบอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ธุรกิจบริการอาหาร และโภชนาการ การเรียนในศาสตร์เหล่านี้ผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับทักษะการประกอบอาหาร การจัดการธุรกิจ และศิลปะการนำเสนออาหาร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ทั้งในการประกอบอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างธุรกิจอาหาร
จุดเด่นด้านอาหารของสวนดุสิตมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาอาหารไทยและภูมิปัญญาคหกรรมศาสตร์อย่างลึกซึ้ง การเรียนการสอนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรุงอาหารให้มีรสชาติที่เหมาะสม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเลือกวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ การจัดการสุขลักษณะ การพัฒนาสูตรอาหาร การคำนวณต้นทุน และการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจจากอาหาร การศึกษาในลักษณะนี้ช่วยเชื่อมโยงภูมิปัญญาอาหารไทยกับกระบวนการผลิตและการบริการในอุตสาหกรรมอาหารสมัยใหม่
หลักสูตรของโรงเรียนการเรือนในปีการศึกษา 2569 มีสาขาที่เกี่ยวข้องกับคหกรรมศาสตร์ การจัดการธุรกิจบริการอาหารและศิลปะการประกอบอาหาร เทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้ประกอบการอาหาร และโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อการสร้างเสริมสมรรถภาพและการชะลอวัย การพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัย สุขภาพ ประสบการณ์ผู้บริโภค และการประกอบการด้วยนวัตกรรม
ความรู้ด้านอาหารของมหาวิทยาลัยยังมีบทบาทในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ผ่าน สวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประชาชนรู้จักจากผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และอาหารที่มีเอกลักษณ์ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ทางการเรือนและการผลิตอาหารออกจากห้องเรียนมาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการและการประกอบธุรกิจจริง ซึ่งช่วยสะท้อนแนวทางการจัดการศึกษาของสวนดุสิตที่เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติและประสบการณ์ตรง
คณะครุศาสตร์ เป็นอีกหน่วยงานที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติสถาบันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาด้านการศึกษาปฐมวัยและการประถมศึกษา การเตรียมครูสำหรับเด็กเล็กต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านพัฒนาการเด็ก จิตวิทยาการเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรม สื่อการสอน และการดูแลเด็กในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ สวนดุสิตจึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์การสอนในสถานศึกษา
จุดเด่นสำคัญของคณะครุศาสตร์คือความสัมพันธ์กับ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ซึ่งสืบทอดประวัติจากโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศที่จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2484 โรงเรียนสาธิตทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาสำหรับเด็กและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู การฝึกสังเกตพฤติกรรมเด็ก การออกแบบกิจกรรม และการนำแนวคิดทางการศึกษามาประยุกต์ในสถานการณ์จริง เป็นองค์ประกอบที่ช่วยพัฒนาคุณภาพของการผลิตครูปฐมวัยและครูประถมศึกษา
ในปีการศึกษา 2569 คณะครุศาสตร์มีหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย และสาขาวิชาการประถมศึกษา รวมถึงมีการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา การเรียนรู้ด้านการศึกษาในปัจจุบันต้องพิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะเด็กตามช่วงวัย การทำงานร่วมกับครอบครัว และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างผู้เรียน
โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ เป็นหน่วยงานที่พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมบริการของมหาวิทยาลัย โดยมีสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ การจัดการไมซ์และอีเวนต์ ผู้ประกอบการธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว และการจัดการธุรกิจเวลเนส การศึกษาด้านนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้รับบริการ ควบคู่กับการบริหารจัดการองค์กร มาตรฐานการบริการ และความเข้าใจด้านวัฒนธรรม
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการมีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมทั้งการต้อนรับ การสื่อสารภาษา การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การจัดการธุรกิจ และการทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ขณะเดียวกันเทคโนโลยีการจองและการจัดการบริการในรูปแบบดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานของโรงแรม สายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวสมัยใหม่
คณะพยาบาลศาสตร์ มีบทบาทด้านการผลิตบุคลากรทางสุขภาพที่มีความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยและประชาชน หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพกับศาสตร์และศิลปะการพยาบาล โดยมีการฝึกประสบการณ์ทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน การเรียนรู้ในสาขานี้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ จริยธรรมวิชาชีพ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการทำงานร่วมกับบุคลากรด้านสุขภาพสาขาอื่น
ความเชี่ยวชาญด้านพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับแนวทางการพัฒนาสุขภาวะและการดูแลประชาชนในช่วงวัยต่าง ๆ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญตามแนวทางยุทธศาสตร์ปัจจุบัน การจัดการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพจึงมีความหมายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความพร้อมของระบบบริการสุขภาพในระยะยาว
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความโดดเด่นด้านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยหลักสูตรปีการศึกษา 2569 ครอบคลุมศาสตร์ เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง อาชีวอนามัยและความปลอดภัย อนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ อุตสาหกรรมชีวภาพเพื่อธุรกิจ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ทั่วไป การพัฒนาสาขาวิชาเหล่านี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยมีความสามารถในการสร้างบุคลากรที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และสุขภาพ
วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเป็นตัวอย่างของศาสตร์ที่เชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค โดยเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของสารในเครื่องสำอาง การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ และการควบคุมคุณภาพ ขณะที่อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเกี่ยวข้องกับการป้องกันอันตรายในสถานประกอบการ ส่วนอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัยช่วยพัฒนาความรู้ด้านปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพและการจัดการความเสี่ยงของสังคม
วิทยาการคอมพิวเตอร์และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นอีกกลุ่มศาสตร์ที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรและชีวิตประจำวัน การเรียนในสาขาเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบข้อมูล และการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการบริหารองค์กร การให้บริการออนไลน์ และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
คณะวิทยาการจัดการ มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารองค์กร ธุรกิจ การบัญชี นิเทศศาสตร์ และความเป็นผู้ประกอบการ โดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจระหว่างประเทศ การสื่อสารดิจิทัลและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การตลาดและการสร้างแบรนด์บุคคล เลขานุการทางการแพทย์ และการเต้นและการแสดงสร้างสรรค์เพื่อธุรกิจบันเทิง ความหลากหลายดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของการศึกษาด้านบริหารธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมบริการที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้มข้น
การศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และการสร้างสรรค์คอนเทนต์มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสื่อในยุคดิจิทัล ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจการออกแบบสาร การวิเคราะห์ผู้รับสาร การใช้เครื่องมือผลิตสื่อ และการสื่อสารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะที่การเรียนด้านธุรกิจระหว่างประเทศช่วยพัฒนาความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมและระบบการค้า ส่วนการบริหารธุรกิจและการบัญชีเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการวางแผนและประเมินผลการดำเนินงานขององค์กร
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีบทบาทในการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับภาษา การสื่อสาร จิตวิทยา วัฒนธรรม และงานสร้างสรรค์ โดยมีสาขาที่ปรากฏในคู่มือหลักสูตรปีการศึกษา 2569 ได้แก่ ภาษาและการสื่อสาร ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ภาษาและวัฒนธรรมไทย การออกแบบศิลปะสร้างสรรค์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ และภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลีเพื่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม หลักสูตรเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงศาสตร์ด้านมนุษย์เข้ากับความต้องการใหม่ของเศรษฐกิจและสังคม
ความรู้ด้านภาษาและการสื่อสารมีความสำคัญต่อการทำงานในองค์กรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่วนจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรช่วยสร้างความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ในการทำงาน การบริหารบุคลากร และความสัมพันธ์ภายในองค์กร ขณะที่การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการออกแบบศิลปะสร้างสรรค์สะท้อนความพยายามพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับเครื่องมือและรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานในยุคใหม่
โรงเรียนกฎหมายและการเมือง เป็นหน่วยงานที่มุ่งพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย การปกครอง รัฐศาสตร์ และการบริหารกิจการภาครัฐ โดยมีหลักสูตรระดับปริญญาตรีในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ความรู้กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจระบบกฎหมาย สถาบันทางการเมือง การบริหารราชการ และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรที่สามารถทำงานในหน่วยงานภาครัฐและองค์กรอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาด้านกฎหมายและการเมืองของสวนดุสิตมีลักษณะเชื่อมโยงหลายศาสตร์ เพราะการทำความเข้าใจปัญหาสังคมและการบริหารงานสาธารณะต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกฎหมาย นโยบาย การจัดการองค์กร และการสื่อสารกับประชาชน การพัฒนาความสามารถดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนมีมุมมองที่ครอบคลุมต่อกระบวนการทำงานของภาครัฐและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
บัณฑิตวิทยาลัย ทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษาระดับสูงและการวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยคู่มือหลักสูตรปีการศึกษา 2569 ระบุหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำทางการศึกษา กฎหมายปกครองและการบริหารงานภาครัฐ การจัดการการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา เทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ รวมถึงประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านล่ามภาษามือ การจัดการศึกษาระดับสูงเหล่านี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในวิชาชีพ การวิจัย และการพัฒนาสังคม
มหาวิทยาลัยสวนดุสิตไม่ได้จัดการศึกษาเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังมีวิทยาเขตสุพรรณบุรีและศูนย์การศึกษาต่างจังหวัด ได้แก่ ลำปาง นครนายก หัวหิน และตรัง การกระจายพื้นที่จัดการศึกษาช่วยขยายโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคเข้าถึงหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือกับชุมชนและสถานประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ
สวนดุสิตโพล เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เนื่องจากมีบทบาทในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน การสำรวจความคิดเห็นเป็นเครื่องมือในการศึกษาทัศนคติและแนวโน้มของสังคม โดยผลสำรวจสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการอภิปรายและการทำความเข้าใจมุมมองของประชาชนในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ตามขอบเขตของการเก็บข้อมูลและวิธีการสำรวจ
ความสำคัญของสวนดุสิตโพลสะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับสังคมภายนอก เพราะการสำรวจความคิดเห็นต้องอาศัยการออกแบบคำถาม การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง การรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ผลอย่างเป็นระบบ การดำเนินงานในลักษณะนี้ยังช่วยแสดงให้เห็นความสามารถของสถาบันด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารผลการศึกษากับประชาชน
One World Library เป็นแนวคิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของสวนดุสิตที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงองค์ความรู้ผ่านพื้นที่และเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน การพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ร่วมกับระบบสารสนเทศช่วยส่งเสริมการค้นคว้าด้วยตนเอง การทำงานกลุ่ม การแลกเปลี่ยนความคิด และการเรียนรู้แบบผสมผสานที่สอดคล้องกับการศึกษายุคดิจิทัล
อีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความสำคัญภายในมหาวิทยาลัยคือ อาคารรักตะกนิษฐ ซึ่งใช้รองรับกิจกรรมสำคัญ เช่น พิธีไหว้ครู การประชุม และกิจกรรมทางวิชาการของมหาวิทยาลัย อาคารดังกล่าวเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนการพัฒนาสภาพแวดล้อมของสวนดุสิตให้มีความพร้อมสำหรับการศึกษาและการจัดกิจกรรมร่วมกันของประชาคมมหาวิทยาลัย
ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาไทยผ่านองค์ความรู้ด้านอาหาร คหกรรมศาสตร์ งานประดิษฐ์ และการฝึกทักษะด้านการจัดการบริการ ความรู้เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนาเข้าสู่ระบบการศึกษา และสามารถนำมาประยุกต์กับการสร้างอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมบริการในปัจจุบัน
ประเพณีที่มีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยคือ พิธีไหว้ครู ซึ่งแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของผู้เรียนต่อครูอาจารย์ และเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้เรียนกับวัฒนธรรมการศึกษาไทย ในปีการศึกษา 2569 โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการจัดพิธีไหว้ครูเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ อาคารรักตะกนิษฐ ชั้น 2 โดยมีการเชิญบายศรี การกล่าวคำบูชาครู การมอบพานไหว้ครู การเจิมตำรา และการผูกข้อมือรับขวัญนักศึกษา พร้อมทั้งกิจกรรมเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าและมอบรางวัลแก่ผู้เรียน
รูปแบบพิธีไหว้ครูดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประเพณีไทยกับการศึกษาสมัยใหม่ เพราะนอกจากการแสดงความเคารพต่อครูแล้ว ยังมีการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการจัดทำพานไหว้ครู การประกวดผลงาน และการยกย่องผู้เรียนที่มีความสามารถ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของคุณธรรม ความร่วมมือ และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีภายในสถาบัน
ในปีการศึกษา 2569 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังจัดพิธีไหว้ครูที่มีการเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าและการประดับเข็มอะตอม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคณะ กิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของคณะวิชา พร้อมเชื่อมโยงการแสดงความเคารพต่อครูอาจารย์เข้ากับอัตลักษณ์ทางวิชาการของผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
งานวิจัยและนวัตกรรมเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของสวนดุสิต โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยงานสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญ เช่น อาหาร การศึกษาปฐมวัย สุขภาวะ และอุตสาหกรรมบริการ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่องค์ความรู้ด้านการจัดการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยียังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์กรและระบบบริการในสังคม
ความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและการดำเนินธุรกิจของมหาวิทยาลัยเป็นอีกลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่การเรียนรู้และหน่วยงานบริการของสวนดุสิตสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งฝึกประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เข้าใจการปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การผลิตอาหาร การควบคุมคุณภาพ การจัดการร้านค้า ไปจนถึงการต้อนรับและการบริการ การสร้างประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมจริงช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีเข้ากับความรับผิดชอบและมาตรฐานวิชาชีพได้อย่างชัดเจน
การจัดการศึกษาและกิจกรรมบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนและผู้ประกอบการ โดยองค์ความรู้ด้านอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ ขณะที่ความรู้ด้านการศึกษาปฐมวัยช่วยพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการดูแลเด็กเล็ก และศาสตร์ด้านการพยาบาลหรือสุขภาวะมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แนวทางเหล่านี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้จำกัดการเรียนรู้ไว้ภายในรั้วสถาบันเท่านั้น
ในแง่การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความน่าสนใจจากประวัติศาสตร์การศึกษาและความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ผู้ที่สนใจพัฒนาการศึกษาของสตรี การฝึกหัดครู การศึกษาปฐมวัย หรือความเปลี่ยนแปลงของอาชีพด้านอาหาร สามารถศึกษาประวัติสถาบันเพื่อทำความเข้าใจการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษได้ ขณะเดียวกันสถานที่และกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยบางประเภทอาจเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมตามการประกาศของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นสถานศึกษาและสถานที่ปฏิบัติงาน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ หรืออาคารสำนักงานได้ทุกแห่งโดยอิสระ ผู้สนใจศึกษาดูงาน เยี่ยมชมหน่วยงาน หรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษควรประสานงานกับมหาวิทยาลัยก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสาธิต ห้องปฏิบัติการอาหาร หรือพื้นที่สำหรับการจัดการเรียนการสอนที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยสวนดุสิตสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง หรือระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับเขตดุสิต โดยใช้จุดหมายเลขที่ 295 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT สามารถเลือกสถานีที่สะดวกตามจุดเริ่มต้น แล้วใช้รถโดยสารหรือรถรับจ้างเดินทางต่อมายังมหาวิทยาลัย ส่วนผู้เดินทางด้วยรถยนต์ควรตรวจสอบสภาพการจราจรและการจอดรถก่อนออกเดินทาง เนื่องจากบริเวณเขตดุสิตมีทั้งสถานศึกษา อาคารราชการ และเส้นทางคมนาคมที่มีการใช้งานหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน
ผู้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยควรสังเกตว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิตและมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นสถาบันอุดมศึกษาคนละแห่ง แม้จะตั้งอยู่ในบริเวณเขตดุสิตและมีประวัติทางภูมิศาสตร์เกี่ยวข้องกับพื้นที่สวนสุนันทาก็ตาม มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตั้งอยู่บนถนนนครราชสีมาและใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Suan Dusit University ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาตั้งอยู่บนถนนอู่ทองนอกและใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Suan Sunandha Rajabhat University การตรวจสอบชื่อและที่อยู่ก่อนเดินทางช่วยลดความสับสนระหว่างสองสถาบัน
บริเวณรอบมหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม หอสมุดแห่งชาติ ตลาดเทเวศร์ และวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร สถานที่เหล่านี้แสดงให้เห็นความหลากหลายของเขตดุสิต ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ศาสนา ประวัติศาสตร์การปกครอง การเก็บรักษามรดกทางความรู้ และวิถีชีวิตของชุมชนเมือง โดยการเข้าอาคารบางแห่งอาจมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขเฉพาะที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
สำหรับผู้สนใจสมัครเรียน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีระบบรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรีตามประกาศของแต่ละปีการศึกษา รวมถึงการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีการเผยแพร่คู่มือหลักสูตรประจำปีการศึกษา 2569 แยกตามคณะและโรงเรียนอย่างชัดเจน คู่มือเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนศึกษารายละเอียดโครงสร้างหลักสูตร คุณสมบัติผู้สมัคร รูปแบบการเรียน และแนวทางการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้การเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ของแต่ละหลักสูตรอาจแตกต่างกันตามประกาศประจำรอบรับสมัคร
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในอดีตและมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในปัจจุบันจึงเป็นสถาบันเดียวกันที่ผ่านการเปลี่ยนชื่อและสถานะตามพัฒนาการของระบบอุดมศึกษาไทยตลอดช่วงเวลากว่า 9 ทศวรรษ จากโรงเรียนการเรือนสำหรับสตรีที่เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2477 สู่สถาบันผลิตครูและมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน สวนดุสิตยังคงรักษารากฐานสำคัญด้านอาหารและการศึกษาปฐมวัย พร้อมพัฒนาความรู้ด้านบริการ สุขภาพ กฎหมาย การจัดการ และเทคโนโลยีให้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในปัจจุบัน ความสำคัญของมหาวิทยาลัยจึงอยู่ทั้งในประวัติศาสตร์การศึกษาไทย การสร้างบุคลากรวิชาชีพ และการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยออกไปสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
| ชื่อเดิม | มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต |
| ชื่อปัจจุบัน | มหาวิทยาลัยสวนดุสิต |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Suan Dusit University (SDU) |
| ชื่อเดิมภาษาอังกฤษ | Suan Dusit Rajabhat University |
| ประเภทมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยของรัฐในกำกับของรัฐ |
| ที่ตั้ง | แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร |
| ที่อยู่ | 295 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 |
| ขนาดพื้นที่หลัก | 37 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา |
| วันเริ่มก่อตั้ง | 17 พฤษภาคม 2477 |
| อายุสถาบันใน พ.ศ. 2569 | 92 ปี นับจากโรงเรียนการเรือนแห่งแรก |
| วันเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ | 15 มิถุนายน 2547 |
| วันเริ่มใช้ชื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิต | 18 กรกฎาคม 2558 |
| กฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยปัจจุบัน | พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558 |
| อธิการบดี ณ ตุลาคม 2569 | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ |
| ประวัติชื่อสถาบัน | 1. โรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือน (พ.ศ. 2477) 2. โรงเรียนการเรือนวังจันทรเกษม (พ.ศ. 2480) 3. โรงเรียนการเรือนพระนคร (พ.ศ. 2484) 4. วิทยาลัยครูสวนดุสิต (พ.ศ. 2504) 5. สถาบันราชภัฏสวนดุสิต (พ.ศ. 2538) 6. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (พ.ศ. 2547) 7. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (พ.ศ. 2558) |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีฟ้าน้ำทะเล |
| ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ดอกเฟื่องฟ้าและดอกขจร |
| คณะ | 1. คณะครุศาสตร์ 2. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3. คณะวิทยาการจัดการ 4. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 5. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| โรงเรียนระดับอุดมศึกษา | 1. โรงเรียนการเรือน 2. โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ 3. โรงเรียนกฎหมายและการเมือง |
| หน่วยงานบัณฑิตศึกษา | บัณฑิตวิทยาลัย |
| จุดเด่นทางวิชาการ | อาหารและคหกรรมศาสตร์ การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ การท่องเที่ยว การพยาบาลและสุขภาวะ กฎหมายและการเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี |
| หน่วยงานและสถานที่สำคัญภายใน | 1. โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ 2. อาคารรักตะกนิษฐ 3. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. One World Library 5. สวนดุสิตโพล 6. สวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ 7. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม 8. อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย |
| วิทยาเขตและศูนย์การศึกษาต่างจังหวัด | 1. วิทยาเขตสุพรรณบุรี 2. ศูนย์การศึกษาลำปาง 3. ศูนย์การศึกษานครนายก 4. ศูนย์การศึกษาหัวหิน 5. ศูนย์การศึกษาตรัง |
| ประเพณีและกิจกรรมสำคัญ | พิธีไหว้ครู กิจกรรมรับขวัญนักศึกษา การประกวดพานไหว้ครู การเชิดชูเกียรติศิษย์เก่า กิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมพัฒนานักศึกษา |
| วันเปิดทำการสำนักงานและงานทะเบียน | วันจันทร์–วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ |
| เวลาทำการสำนักงานและงานทะเบียน | 08.30–16.30 น. |
| เวลาบริการ One World Library | วันจันทร์–วันศุกร์ 07.30–19.00 น. และวันเสาร์ 08.30–16.30 น. ตามเวลาที่หน่วยงานเผยแพร่ |
| การเข้าชมมหาวิทยาลัย | ผู้เข้าศึกษาดูงานหรือเยี่ยมชมหน่วยงานควรประสานงานล่วงหน้า การเข้าพื้นที่เพื่อการเรียนการสอนหรือโรงเรียนสาธิตต้องเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย |
| การเดินทาง | รถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟฟ้า BTS/MRT แล้วเดินทางต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะไปยังถนนนครราชสีมา เขตดุสิต |
| สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง | 1. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 2. พระบรมรูปทรงม้า 3. พระที่นั่งอนันตสมาคม (ชมสถาปัตยกรรมภายนอกตามพื้นที่ที่อนุญาต) 4. หอสมุดแห่งชาติ 5. ตลาดเทเวศร์ 6. วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร |
| ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง | 1. สวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ ถนนนครราชสีมา โทร. 02-244-5458 2. Steve Cafe & Cuisine ย่านเทเวศร์ โทร. 02-281-0915 3. Milin ถนนพิชัย โทร. 061-969-9838 4. CHEZ MILINE ถนนสุโขทัย โทร. 090-235-6424 5. CUT Raw & Grilled ถนนสุโขทัย โทร. 099-391-6978 |
| ที่พักในย่านใกล้เคียง | 1. Suan Dusit Place Hotel ถนนนครราชสีมา โทร. 02-241-7571 2. SSIP Boutique Dhevej Bangkok ถนนพิษณุโลก โทร. 095-514-5151 3. Baan Tepa Boutique House ถนนศรีอยุธยา โทร. 086-868-0685 4. Suan Sunandha Palace Hotel ถนนอู่ทองนอก โทร. 02-243-0574 5. The Siam Hotel ย่านถนนขาว โทร. 02-206-6999 |
| โทรศัพท์มหาวิทยาลัย | 02-244-5000 |
| โทรศัพท์ SDU Service Center | 02-244-5555 |
| โทรศัพท์งานทะเบียน | 02-244-5172–5175 |
| อีเมลติดต่อมหาวิทยาลัย | saraban@dusit.ac.th |
| เว็บไซต์มหาวิทยาลัย | https://www.dusit.ac.th/ |
| เว็บไซต์งานทะเบียน | https://regis.dusit.ac.th/ |
| เว็บไซต์รับสมัคร | https://entrance.dusit.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมีการจัดการศึกษาและกิจกรรมทางวิชาการต่อเนื่องใน พ.ศ. 2569 |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปีการศึกษา 2569
| คณะ / โรงเรียน / ระดับการศึกษา | หลักสูตรและสาขาวิชาที่ปรากฏในคู่มือปีการศึกษา 2569 |
| คณะครุศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย 2. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา |
| คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | ระดับปริญญาตรี 1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมชีวภาพเพื่อธุรกิจ 7. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 8. เทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 9. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป |
| คณะวิทยาการจัดการ | ระดับปริญญาตรี 1. บัญชีบัณฑิต 2. การจัดการบัณฑิต 3. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์นวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ 4. นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารดิจิทัลและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ 5. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยีดิจิทัล 6. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (ธุรกิจจีน–อาเซียน) 7. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาเลขานุการทางการแพทย์ 8. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ 9. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดและการสร้างแบรนด์บุคคล 10. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเต้นและการแสดงสร้างสรรค์เพื่อธุรกิจบันเทิง |
| คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและการสื่อสาร 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทย 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบศิลปะสร้างสรรค์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลีเพื่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม |
| คณะพยาบาลศาสตร์ | ระดับปริญญาตรี 1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต |
| โรงเรียนการเรือน | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการอาหารและศิลปะการประกอบอาหาร 3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ 4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้ประกอบการอาหาร 5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อการสร้างเสริมสมรรถภาพและการชะลอวัย |
| โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ | ระดับปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรม 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการบิน 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการไมซ์และอีเวนต์ 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเวลเนส (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) |
| โรงเรียนกฎหมายและการเมือง | ระดับปริญญาตรี 1. นิติศาสตรบัณฑิต 2. รัฐศาสตรบัณฑิต 3. รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต |
| หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา | ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 1. ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาล่ามภาษามือ ระดับปริญญาโท 2. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา 3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายปกครองและการบริหารงานภาครัฐ 4. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ระดับปริญญาเอก 5. ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำทางการศึกษา |
| ข้อมูลหลักสูตรและการรับสมัคร | รายชื่อข้างต้นรวบรวมตามรายการหลักสูตรที่เผยแพร่ในคู่มือหลักสูตรปีการศึกษา 2569 ของสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน โดยบางชื่อเป็นสาขาวิชาในหลักสูตรปริญญาเดียวกัน การปรากฏในคู่มือไม่ได้ยืนยันว่าทุกสาขาเปิดรับนักศึกษาใหม่ทุกรอบหรือจัดการสอนในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ผู้สมัครต้องตรวจสอบสถานที่จัดการเรียนการสอน คุณสมบัติ และรอบรับสมัครกับมหาวิทยาลัยก่อนสมัคร |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเปลี่ยนชื่อเป็นอะไร?
ตอบ: ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” หรือ Suan Dusit University โดยเปลี่ยนชื่อและสถานะตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ที่ตั้งหลักอยู่เลขที่ 295 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 และมีวิทยาเขตสุพรรณบุรีกับศูนย์การศึกษาในต่างจังหวัดหลายแห่ง
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตก่อตั้งเมื่อไหร่?
ตอบ: มีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 ต่อมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในวันที่ 15 มิถุนายน 2547 และเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันที่ 18 กรกฎาคม 2558
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: สำนักงานและสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนเปิดติดต่อวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วน One World Library มีเวลาให้บริการแตกต่างออกไปตามประกาศของหน่วยงาน
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านอาหารและคหกรรมศาสตร์ การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ การพยาบาลและสุขภาวะ รวมถึงกฎหมายและการเมือง และเป็นที่รู้จักจากโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ สวนดุสิตโพล และสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มี 5 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ พร้อม 3 โรงเรียนระดับอุดมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนการเรือน โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ และโรงเรียนกฎหมายและการเมือง รวมถึงบัณฑิตวิทยาลัย
ถาม: มหาวิทยาลัยสวนดุสิตกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นที่เดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่สถาบันเดียวกัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตตั้งอยู่ที่ถนนนครราชสีมา ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาตั้งอยู่ที่ถนนอู่ทองนอก แม้ทั้งสองแห่งอยู่ในเขตดุสิตและมีประวัติเกี่ยวข้องกับพื้นที่สวนสุนันทาก็ตาม
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถติดต่อมหาวิทยาลัยและเข้าร่วมกิจกรรมที่เปิดให้บุคคลภายนอกได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงาน ส่วนการศึกษาดูงานหรือการเข้าชมห้องเรียน โรงเรียนสาธิต และห้องปฏิบัติการควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า โทร. 02-244-5555
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




