หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.พระนคร >ต.พระบรมมหาราชวัง > มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
TL;DR: มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ อยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงานและหน่วยงานราชการ) เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาราชการ ไม่ใช่เวลาเปิดเข้าชมทุกอาคาร).
มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงานและหน่วยงานราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาราชการ ไม่ใช่เวลาเปิดเข้าชมทุกอาคาร)
มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ (Silpakorn University, Wang Tha Phra Campus) เป็นสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ศิลปะและการพัฒนาการศึกษาด้านศิลปกรรมของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรมีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนประณีตศิลปกรรมที่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2476 โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือ Corrado Feroci ศิลปินและประติมากรชาวอิตาลี ก่อนยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีอายุครบ 83 ปี ขณะที่วังท่าพระยังคงเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดสำคัญของการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย เป็นที่ตั้งของคณะวิชาด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม โบราณคดีและการออกแบบ ตลอดจนหอศิลป์ อาคารอนุรักษ์ และสถานที่รำลึกถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ไม่ได้อยู่เพียงชื่อเสียงด้านการสร้างศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก และนักวิชาการทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ภูมิหลังของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเก่าในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อาคารหลายหลังภายในมหาวิทยาลัยเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตราชสำนัก ศิลปะการก่อสร้าง และการปรับเปลี่ยนพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสถานศึกษา การเดินผ่านประตูมหาวิทยาลัยจึงเปรียบเสมือนการเข้าสู่พื้นที่ที่ศิลปะ การศึกษา และประวัติศาสตร์ไทยดำรงอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด
บริเวณวังท่าพระตั้งอยู่บนถนนหน้าพระลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร โดยด้านหนึ่งของถนนเชื่อมโยงกับพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขณะที่พื้นที่โดยรอบมีหน่วยงานสำคัญ เช่น กรมศิลปากร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร และท่าเรือท่าช้าง ทำให้มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในย่านที่มีความหนาแน่นของแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมระดับชาติ นักศึกษาและผู้มาเยือนจึงสามารถสัมผัสงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ได้จากสภาพแวดล้อมจริง
ก่อนพื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระเป็นพระราชวังที่มีประวัติย้อนกลับไปถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังบริเวณถนนหน้าพระลานสำหรับพระราชนัดดา คือสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิต วังแห่งนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มวังที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของพระบรมมหาราชวัง และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ในระยะแรกของกรุงรัตนโกสินทร์
ชื่อวังท่าพระมีความเกี่ยวข้องกับประวัติของประตูเมืองและท่าน้ำในบริเวณใกล้เคียง เดิมพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวพันกับท่าช้างซึ่งใช้สำหรับนำช้างของราชสำนักลงอาบน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาเมื่อมีการอัญเชิญพระศรีศากยมุนีจากสุโขทัยเพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดสุทัศนเทพวราราม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้ถูกนำขึ้นจากท่าน้ำบริเวณนี้ และมีเรื่องราวการรื้อประตูเดิมเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปผ่านได้ จึงเกิดชื่อเรียกประตูท่าพระและวังท่าพระซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
วังท่าพระมีประวัติการเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งต่อมาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ความสำคัญของพื้นที่จึงสัมพันธ์กับทั้งประวัติศาสตร์ราชสำนัก การบริหารราชการแผ่นดิน และงานช่างหลวงซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
พระบรมวงศานุวงศ์ที่เคยประทับในวังแห่งนี้หลายพระองค์มีความเกี่ยวข้องกับงานช่างและศิลปกรรม โดยเฉพาะพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม ผู้ทรงมีบทบาทในงานช่างหลวง ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่วังท่าพระกับงานศิลปกรรมของราชสำนักจึงมีมาก่อนการก่อตั้งมหาวิทยาลัยหลายชั่วอายุคน และเป็นภูมิหลังที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายอย่างยิ่งเมื่อได้รับการใช้ประโยชน์เป็นสถาบันการศึกษาด้านศิลปะในยุคต่อมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วังท่าพระได้รับพระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม การออกแบบ และดนตรีไทย พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศิลปะและงานช่างของประเทศไทย และได้รับการยกย่องในฐานะสมเด็จครูแห่งวงการศิลปกรรมไทย
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงรับราชการในตำแหน่งสำคัญหลายด้าน และทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาศิลปะไทยสมัยใหม่ วังท่าพระในช่วงที่พระองค์ทรงประทับได้รับการปรับปรุงและก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมในรูปแบบที่ผสมผสานแนวคิดสถาปัตยกรรมไทยกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมตะวันตก อาคารเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการศิลปกรรมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
อาคารสำคัญในกลุ่มวังท่าพระที่ได้รับการอนุรักษ์ประกอบด้วยท้องพระโรงวังท่าพระ ตำหนักกลาง ตำหนักพรรณราย และศาลาในสวนแก้ว โดยอาคารแต่ละหลังมีรูปแบบและหน้าที่ใช้สอยแตกต่างกัน แต่สะท้อนองค์ประกอบร่วมของสถาปัตยกรรมในพื้นที่ราชสำนักสมัยรัตนโกสินทร์ การอนุรักษ์อาคารเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ผ่านโครงสร้างจริง ทั้งผังอาคาร ช่องเปิด เสา ระเบียง ลวดลายตกแต่ง และความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับพื้นที่สวน
หลังจากวังท่าพระสิ้นสุดบทบาทการเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ พื้นที่และอาคารเก่าได้รับการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนการศึกษาและกิจกรรมทางศิลปะของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยการขอใช้พื้นที่จากสายสกุลจิตรพงศ์และการดำเนินงานด้านอนุรักษ์ในช่วง พ.ศ. 2503–2507 มีส่วนสำคัญในการเชื่อมพื้นที่พระราชวังเดิมเข้ากับกิจการของมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนหน้าที่ใช้สอยดังกล่าวแสดงให้เห็นการนำมรดกสถาปัตยกรรมมาใช้ประโยชน์ร่วมสมัยโดยคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ประวัติของมหาวิทยาลัยศิลปากรในฐานะสถาบันการศึกษาเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมใน พ.ศ. 2476 เมื่อศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรมภายใต้กรมศิลปากร เพื่อเปิดสอนวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมแก่ข้าราชการและนักเรียนโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน แนวคิดสำคัญคือการสร้างระบบการศึกษาศิลปะแบบสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและการฝึกฝนฝีมืออย่างเป็นระบบ อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมในประเทศไทย
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เดิมมีชื่อว่า Corrado Feroci เป็นประติมากรชาวอิตาลีที่เดินทางมารับราชการในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านมีความเชี่ยวชาญด้านประติมากรรมและการออกแบบศิลปกรรมสาธารณะ ก่อนพัฒนาบทบาทจากศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานให้แก่ราชการไปสู่การเป็นครูผู้วางรากฐานการเรียนการสอนศิลปะแบบตะวันตกในประเทศไทย
หลักการสอนของศิลป์ พีระศรีให้ความสำคัญกับการฝึกปฏิบัติจากพื้นฐาน โดยเฉพาะการวาดเส้น การศึกษารูปทรง สัดส่วน แสงเงา กายวิภาค และการปั้นประติมากรรม นักศึกษาต้องฝึกฝนการสังเกตและพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง การเรียนศิลปะจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสามารถเฉพาะตัว แต่ต้องอาศัยวินัย ความรับผิดชอบ ความเข้าใจในวัสดุ และกระบวนการคิดที่มีเหตุผล
ใน พ.ศ. 2478 โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้รวมกับโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนศิลปากร ส่งผลให้การจัดการศึกษาครอบคลุมศาสตร์ทางศิลปะมากขึ้น การพัฒนาโรงเรียนในระยะนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามจัดระบบการศึกษาศิลปกรรมของรัฐให้ทันสมัย และเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสำหรับการสร้างสรรค์งานศิลปะ งานช่าง และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โรงเรียนศิลปากรได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร และจัดตั้งคณะจิตรกรรมและประติมากรรมเป็นคณะวิชาแรก ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ การยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการศึกษาศิลปะไทย เพราะทำให้การเรียนการสอนด้านศิลปกรรมได้รับสถานะเป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ และเปิดโอกาสให้พัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และมาตรฐานวิชาชีพในระยะยาว
เมื่อการศึกษาด้านศิลปกรรมเริ่มมีความมั่นคง มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายองค์ความรู้ไปสู่สาขาวิชาที่สัมพันธ์กับงานศิลปะและการอนุรักษ์ ใน พ.ศ. 2498 ได้จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะโบราณคดี ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคาร การศึกษาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม โบราณคดี มรดกวัฒนธรรม และภาษาที่เกี่ยวข้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ต่อมาใน พ.ศ. 2499 มีการจัดตั้งคณะมัณฑนศิลป์ เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านการออกแบบและศิลปะประยุกต์ให้ตอบสนองความต้องการของสังคมสมัยใหม่ ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบภายใน งานออกแบบสื่อและสิ่งพิมพ์ งานประยุกต์ศิลป์ และงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต การเพิ่มคณะวิชาเหล่านี้ทำให้มหาวิทยาลัยศิลปากรมีรากฐานที่ครอบคลุมทั้งวิจิตรศิลป์ สถาปัตยกรรม โบราณคดี และการออกแบบ
คณะวิชาทั้ง 4 แห่งกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่วังท่าพระ และมีบทบาทในการผลิตบุคลากรทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยมายาวนาน นักศึกษาที่ได้รับการฝึกฝนในสาขาวิชาเหล่านี้ได้เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา พิพิธภัณฑ์ องค์กรด้านอนุรักษ์ บริษัทออกแบบ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทำให้มหาวิทยาลัยศิลปากรมีอิทธิพลต่อการพัฒนางานศิลปกรรมและการออกแบบของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม
ในช่วงทศวรรษ 2500–2510 มหาวิทยาลัยศิลปากรเริ่มขยายขอบเขตการศึกษานอกเหนือจากศิลปกรรมและโบราณคดี แต่พื้นที่วังท่าพระซึ่งตั้งอยู่ภายในเมืองเก่ามีขนาดจำกัดและไม่สามารถขยายออกไปได้มากนัก มหาวิทยาลัยจึงพัฒนาพื้นที่การศึกษาที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 เพื่อรองรับคณะวิชาและจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น การขยายวิทยาเขตทำให้ศิลปากรพัฒนาจากมหาวิทยาลัยด้านศิลปกรรมไปสู่มหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมศาสตร์หลากหลาย
มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายการศึกษาต่อไปยังวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี รวมทั้งพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี เช่น สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน ซิตี้แคมปัสเมืองทองธานี และพื้นที่บางรัก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีคณะวิชาด้านอักษรศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ดุริยางคศาสตร์ วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงศาสตร์ด้านการเกษตรและนวัตกรรม ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาองค์กรบนพื้นฐานการบูรณาการศิลป์กับศาสตร์
วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยศิลปากรเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อรูปแบบการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ การบริหารวิชาการ และการพัฒนาองค์กร ขณะที่พันธกิจสำคัญยังคงครอบคลุมการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาสังคม
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ภายใต้การบริหารของศาสตราจารย์ ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีแนวทางพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็นสถาบันชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ระดับสากล ส่งเสริมการบูรณาการศาสตร์และศิลป์ รวมทั้งพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และผลงานสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ วังท่าพระยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกิจกรรมทางวิชาการ การประชุม การจัดแสดงผลงาน และการสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นบุคคลที่มีความสำคัญสูงสุดต่ออัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ในประเทศไทย ท่านได้รับการยกย่องในฐานะบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทยจากบทบาทการสร้างระบบการศึกษาศิลปะ การฝึกฝนศิลปินรุ่นใหม่ และการพัฒนามาตรฐานงานประติมากรรมสาธารณะ
ผลงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศิลป์ พีระศรีครอบคลุมการออกแบบและสร้างสรรค์งานประติมากรรมอนุสาวรีย์หลายแห่งของประเทศไทย รวมทั้งการให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลากรด้านประติมากรรม ท่านมีบทบาทในการสร้างพื้นฐานความคิดเรื่องศิลปะสมัยใหม่ซึ่งยอมรับทั้งทักษะทางศิลปะตะวันตกและคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย แนวคิดดังกล่าวส่งผลต่อพัฒนาการของศิลปินไทยหลายรุ่น และกลายเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร
ถ้อยคำ “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” เป็นประโยคที่ผูกพันกับความทรงจำของประชาคมมหาวิทยาลัยศิลปากรและชื่อของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี สื่อถึงความเชื่อว่าผลงานศิลปะสามารถดำรงคุณค่าและส่งต่อความคิดของผู้สร้างสรรค์ไปได้ยาวนานกว่าชีวิตมนุษย์ แนวคิดนี้สะท้อนความสำคัญของความเพียร การฝึกฝน การสร้างผลงานที่มีคุณค่า และการส่งต่อความรู้แก่คนรุ่นหลัง
บุคคลสำคัญอีกพระองค์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์พื้นที่วังท่าพระคือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านศิลปกรรมไทย และทรงเป็นต้นแบบสำคัญของการบูรณาการศิลปะหลายแขนง ทั้งการออกแบบสถาปัตยกรรม ดนตรี จิตรกรรม และงานประณีตศิลป์ การที่พระราชวังเดิมของพระองค์กลายมาเป็นพื้นที่การศึกษาด้านศิลปะจึงมีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยิ่ง
อัตลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยศิลปากรคือพระพิฆเนศวร ซึ่งเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการ การประพันธ์ และความสำเร็จ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยแสดงพระพิฆเนศวรประทับบนบัลลังก์เมฆประดับลายกนก พระหัตถ์ถือสิ่งของเชิงสัญลักษณ์ และมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่เบื้องล่าง ตราสัญลักษณ์นี้ประกาศใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2494 ก่อนมีการปรับใช้ตราสำหรับงานราชการภายหลังการเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2559
สีประจำมหาวิทยาลัยศิลปากรคือสีเขียวเวอร์ริเดียน หรือสีเขียวตั้งแช ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสีที่ใช้ในงานจิตรกรรมและสื่อถึงโลกของศิลปะกับความคิดสร้างสรรค์ ส่วนต้นจันเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย สัญลักษณ์เหล่านี้ปรากฏในกิจกรรม การประชาสัมพันธ์ เครื่องหมาย และวัฒนธรรมร่วมของประชาคมศิลปากร สะท้อนรากฐานของสถาบันในฐานะมหาวิทยาลัยที่ถือกำเนิดจากการศึกษาศิลปกรรมโดยตรง
งานวันศิลป์ พีระศรี เป็นประเพณีสำคัญของมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย โดยมีความเชื่อมโยงกับวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน กิจกรรมประกอบด้วยพิธีรำลึก การแสดงผลงานศิลปะ การจัดนิทรรศการ และกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปกรรม งานประจำปีนี้มีความหมายต่อทั้งศิษย์เก่า นักศึกษา คณาจารย์ และศิลปินที่ได้รับอิทธิพลจากแนวทางการศึกษาของท่าน
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มีกิจกรรมรำลึกวันศิลป์ พีระศรี และการจัดนิทรรศการ “สถาปัตย์ปริวรรต 2569” ที่หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตรของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยเป็นพื้นที่เผยแพร่ผลงานด้านการออกแบบและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย การจัดกิจกรรมเช่นนี้สะท้อนบทบาทของวังท่าพระในการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถานหรืออาคารเรียนเก่าแก่
วันสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากรตรงกับวันที่ 12 ตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาสำคัญในการรำลึกถึงพัฒนาการของสถาบัน ตั้งแต่โรงเรียนประณีตศิลปกรรมสู่มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ รวมทั้งการแสดงความเคารพต่อผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัย กิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร และศิษย์เก่า ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้รากฐานทางความคิดของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยยังมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานในสตูดิโอ การวิจารณ์ผลงาน การจัดนิทรรศการนักศึกษา และการฝึกปฏิบัติจริง บรรยากาศทางวิชาการของศิลปากรมีลักษณะเฉพาะตรงที่นักศึกษาต้องพัฒนาทั้งความคิดสร้างสรรค์และความสามารถทางเทคนิค การเรียนรู้จึงเกิดขึ้นผ่านการทดลอง การลงมือทำ การศึกษาแบบอย่าง การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการนำเสนอแนวคิดต่อสาธารณะ
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ คือกลุ่มอาคารพระราชวังเดิมซึ่งได้รับการอนุรักษ์เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะท้องพระโรงวังท่าพระ ตำหนักกลาง ตำหนักพรรณราย และศาลาในสวนแก้ว อาคารเหล่านี้แสดงให้เห็นการใช้วัสดุและเทคนิคก่อสร้างในช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ ตลอดจนการผสมผสานองค์ประกอบศิลปกรรมไทยกับอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตก ผู้สนใจสถาปัตยกรรมสามารถเรียนรู้ได้จากรูปทรงอาคาร ระเบียง เสา และรายละเอียดการตกแต่งที่ยังได้รับการดูแลรักษา
หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ หรือ Art Centre, Silpakorn University ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2522 เป็นหน่วยงานสำคัญสำหรับการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะร่วมสมัย โดยใช้กลุ่มอาคารอนุรักษ์ภายในวังท่าพระเป็นพื้นที่ดำเนินงาน หอศิลป์มีบทบาทจัดแสดงผลงานของศิลปินและนักสร้างสรรค์ ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจด้านศิลปะผ่านกิจกรรม นิทรรศการ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประชาชน
ความพิเศษของหอศิลป์วังท่าพระอยู่ที่การนำสถาปัตยกรรมพระราชวังเดิมมาใช้สำหรับจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสการพบกันระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับผลงานสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบัน ภายในอาคารสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของพื้นที่จัดแสดงกับองค์ประกอบดั้งเดิม เช่น ช่องประตู หน้าต่าง ระเบียง และห้องโถง ซึ่งสร้างบรรยากาศแตกต่างจากหอศิลป์ที่ก่อสร้างขึ้นใหม่โดยเฉพาะ
สวนแก้วและศาลาในสวนแก้วเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่วังท่าพระ โดยมีความเกี่ยวข้องกับภูมิทัศน์และการใช้สอยพื้นที่ภายในพระราชวังเดิม มหาวิทยาลัยได้อนุรักษ์พื้นที่สวนและพัฒนาให้มีบทบาทด้านการเรียนรู้ศิลปกรรม รวมถึงการจัดแสดงประติมากรรมกลางแจ้ง ทำให้สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิสถาปัตยกรรม และการสร้างสรรค์ศิลปะ
อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อประชาคมมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้ประกอบกิจกรรมรำลึกและการแสดงความเคารพต่อผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในโอกาสวันศิลป์ พีระศรี นักศึกษาและศิษย์เก่าจำนวนมากให้ความสำคัญกับการเดินทางมาร่วมกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์ ซึ่งสะท้อนความผูกพันระหว่างศิลปินรุ่นต่าง ๆ กับบุคคลผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของไทย
หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตรเป็นพื้นที่สำคัญของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สำหรับการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ การเผยแพร่ความรู้ทางสถาปัตยกรรม และกิจกรรมทางวิชาการ ชื่อหอศิลป์เชื่อมโยงกับพระพรหมพิจิตร บุคคลสำคัญในการพัฒนาการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมไทยสมัยใหม่ และผู้มีบทบาทในการก่อตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทยของมหาวิทยาลัยศิลปากร
หอสมุดวังท่าพระเป็นแหล่งทรัพยากรสารสนเทศที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้และการวิจัยด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม โบราณคดี และมนุษยศาสตร์ มีหนังสือ ตำรา วารสาร ฐานข้อมูล และทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนการศึกษา โดยในช่วงเปิดภาคการศึกษาปกติระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม ถึง 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 หอสมุดกำหนดเวลาเปิดบริการวันจันทร์ถึงศุกร์ 08.30 – 19.30 น. และวันเสาร์ถึงอาทิตย์ 10.00 – 18.00 น. ทั้งนี้การปิดบริการในวันหยุดราชการหรือวันพิเศษเป็นไปตามประกาศของหอสมุด
ในด้านวิชาการ วังท่าพระยังคงเกี่ยวข้องกับคณะวิชาหลัก 4 แห่ง ได้แก่ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะโบราณคดี และคณะมัณฑนศิลป์ โดยแต่ละคณะมีโครงสร้างหลักสูตรและสถานที่เรียนแตกต่างกัน บางหลักสูตรจัดการเรียนการสอนทั้งวังท่าพระและวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ขณะที่กิจกรรมด้านวิชาการและงานสร้างสรรค์บางประเภทจัดขึ้นที่ศูนย์การศึกษาอื่นด้วย
คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์เป็นคณะวิชาแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร มีบทบาทสำคัญในการผลิตศิลปินและนักสร้างสรรค์ด้านทัศนศิลป์ การศึกษาครอบคลุมจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย สื่อผสม และทฤษฎีศิลป์ นักศึกษาต้องพัฒนาความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบศิลป์ กระบวนการสร้างผลงาน ประวัติศาสตร์ศิลปะ และการแสดงออกทางความคิด โดยมีการฝึกปฏิบัติและการสร้างผลงานเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มีรากฐานจากคณะสถาปัตยกรรมไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 มีความโดดเด่นด้านการศึกษาสถาปัตยกรรมไทย สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ การออกแบบชุมชนเมือง และภูมิสถาปัตยกรรม หลักสูตรของคณะเชื่อมโยงงานออกแบบกับความเข้าใจทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และความต้องการของชุมชน ทั้งยังมีการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในศาสตร์เฉพาะทางหลายแขนง
ใน พ.ศ. 2569 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มีหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้ด้านการออกแบบภูมิทัศน์ การจัดการพื้นที่ และสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยระบุวังท่าพระเป็นพื้นที่ของคณะวิชาตามเอกสารหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรนี้สะท้อนการขยายความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมจากการออกแบบอาคารไปสู่การออกแบบพื้นที่ภายนอก ระบบภูมิทัศน์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อม
คณะโบราณคดีเป็นสถาบันสำคัญด้านการศึกษามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย เปิดสอนทั้งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส ตลอดจนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาจารึกภาษาไทยและภาษาตะวันออก ภาษาสันสกฤต และการจัดการจดหมายเหตุและสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม งานวิชาการของคณะมีส่วนสนับสนุนการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดี การอนุรักษ์ และการตีความคุณค่าของมรดกวัฒนธรรม
หลักสูตรคณะโบราณคดีใน พ.ศ. 2569 มีการปรับปรุงเนื้อหาในหลายสาขา เช่น โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส โดยมุ่งเชื่อมองค์ความรู้ดั้งเดิมกับวิธีวิจัยร่วมสมัย การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานจริง นักศึกษาสาขาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะต้องอาศัยการศึกษาหลักฐาน โบราณวัตถุ โบราณสถาน และบริบททางสังคมเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการวิเคราะห์และการวิจัย
คณะมัณฑนศิลป์เป็นศูนย์กลางสำคัญของการศึกษาด้านศิลปะประยุกต์และการออกแบบ มีสาขาวิชาที่ครอบคลุมการออกแบบภายใน การออกแบบนิเทศศิลป์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ประยุกตศิลปศึกษา ศิลปะและการออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา การออกแบบเครื่องประดับ และการออกแบบแฟชั่น หลักสูตรเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ทักษะการออกแบบ วัสดุ เทคโนโลยี กระบวนการผลิต และความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน
การศึกษาด้านออกแบบของคณะมัณฑนศิลป์มีบทบาทเชื่อมโยงภาคการศึกษากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งงานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานสื่อสารแบรนด์ เครื่องประดับ สิ่งทอ แฟชั่น และศิลปะการออกแบบร่วมสมัย นักศึกษาสามารถต่อยอดความรู้สู่การทำงานด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การประกอบกิจการออกแบบ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยและความต้องการของตลาดสมัยใหม่
นอกจากคณะวิชาที่เกี่ยวข้องกับวังท่าพระแล้ว มหาวิทยาลัยศิลปากรในภาพรวมยังมีคณะอักษรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะดุริยางคศาสตร์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษานานาชาติและบัณฑิตศึกษา โดยการเรียนการสอนกระจายอยู่ในพื้นที่การศึกษาหลายแห่งของมหาวิทยาลัย
ด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรมีความโดดเด่นในการบูรณาการศิลปะกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม งานวิจัยด้านศิลปกรรมสนับสนุนการพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์และการอนุรักษ์ ขณะที่งานด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่เมือง วัสดุและผลิตภัณฑ์ การจัดการมรดกวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์ความรู้เหล่านี้มีบทบาทต่อทั้งวงการวิชาการและการนำไปใช้ประโยชน์จริง
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เป็นสถานที่จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แนวคิดการบูรณาการวิทยาศาสตร์กับศิลปะ โดยมีผลงานด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และนวัตกรรมสร้างสรรค์นำเสนอแก่ผู้บริหารและหน่วยงานภายนอก กิจกรรมดังกล่าวแสดงถึงความพยายามเชื่อมความเชี่ยวชาญดั้งเดิมของมหาวิทยาลัยเข้ากับโจทย์สังคมและการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน
ความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรกับชุมชนรอบวังท่าพระมีความสำคัญทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ พื้นที่โดยรอบมีร้านจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะ ร้านหนังสือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และกิจการบริการที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวในย่านพระบรมมหาราชวังและท่าช้าง การดำรงอยู่ของมหาวิทยาลัยมีส่วนทำให้ย่านเมืองเก่านี้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และชีวิตประจำวันของชุมชนเข้าด้วยกัน
วังท่าพระยังมีบทบาทด้านการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรม โดยการใช้พื้นที่อาคารพระราชวังเดิมเป็นสถานศึกษาและหอศิลป์ช่วยให้มีการดูแลรักษาอาคารตามหน้าที่ใช้สอยร่วมสมัย กิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับอาคารอนุรักษ์ งานไม้ สถาปัตยกรรมไทย และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมยังช่วยเผยแพร่ความรู้ที่มีคุณค่าแก่ทั้งนักศึกษาและประชาชนผู้สนใจ
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ สถาปัตยกรรมเก่า งานอนุรักษ์ และนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย การเยี่ยมชมพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตช่วยให้สามารถศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวังเดิมกับมหาวิทยาลัยศิลปะได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเรียนรู้เรื่องศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และพัฒนาการงานศิลปกรรมไทยตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน
การเดินชมมหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบของสถานศึกษาและการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนใช้สำหรับการเรียนการสอนและการทำงานจริง รวมทั้งอาคารอนุรักษ์บางหลังมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับการเข้าชม การถ่ายภาพ หรือการจัดกิจกรรม ผู้สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะควรประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนเดินทาง และตรวจสอบประกาศนิทรรศการของหอศิลป์แต่ละแห่งโดยตรง
บริเวณรอบมหาวิทยาลัยยังเหมาะสำหรับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในย่านเกาะรัตนโกสินทร์ โดยสามารถเชื่อมโยงการศึกษาศิลปกรรมที่วังท่าพระกับการชมพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และชุมชนท่าช้าง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า MRT รถโดยสารประจำทาง เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก รถแท็กซี่ และรถยนต์ส่วนตัว มหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนถนนหน้าพระลานตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ผู้ใช้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินสามารถลงที่สถานีสนามไชย แล้วเดินต่อมายังมหาวิทยาลัยตามเส้นทางถนนสนามไชยและถนนหน้าพระลาน โดยมหาวิทยาลัยระบุระยะเวลาการเดินประมาณ 15 นาที
สำหรับการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา สามารถเลือกเรือที่จอดท่าเรือท่าช้าง แล้วเดินต่อมายังถนนหน้าพระลานได้อย่างสะดวก ท่าเรือดังกล่าวอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังและมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนผู้ที่อยู่ฝั่งธนบุรีสามารถพิจารณาใช้บริการเรือข้ามฟากที่เชื่อมต่อกับท่าเรือในย่านท่าช้างตามตารางเดินเรือของผู้ให้บริการ
ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถกำหนดจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร อย่างไรก็ตามบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังมีการจราจรหนาแน่นในบางช่วงเวลา และสถานที่จอดรถภายในมหาวิทยาลัยมีข้อจำกัด ผู้มาเยือนสามารถพิจารณาที่จอดรถที่ท่ามหาราชหรือราชนาวีสโมสรซึ่งเป็นสถานที่จอดรถแบบมีค่าบริการตามข้อมูลการเดินทางของมหาวิทยาลัย
ผู้ที่ต้องการเดินทางมาชมนิทรรศการควรตรวจสอบกำหนดการจัดแสดง วันเปิด และเวลาเข้าชมของหอศิลป์ก่อนเดินทาง เนื่องจากเวลาเปิดทำการของสำนักงานมหาวิทยาลัยไม่ได้หมายความว่าหอศิลป์หรืออาคารประวัติศาสตร์ทุกแห่งเปิดให้เข้าชมในเวลาเดียวกัน การเข้าชมอาจขึ้นอยู่กับช่วงนิทรรศการ การจัดกิจกรรม และข้อกำหนดการดูแลรักษาสถานที่ ส่วนผู้มาติดต่อคณะหรือหน่วยงานราชการสามารถติดต่อในวันและเวลาทำการปกติได้
มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ จึงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในหลายมิติ ทั้งในฐานะพื้นที่พระราชวังเดิมของกรุงรัตนโกสินทร์ แหล่งกำเนิดมหาวิทยาลัยด้านศิลปกรรมสมัยใหม่ สถานที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่า และศูนย์กลางการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของประเทศไทย เรื่องราวของวังแห่งนี้แสดงให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างมรดกงานช่างในราชสำนักกับการพัฒนาการศึกษาศิลปะในสังคมร่วมสมัย
จากโรงเรียนประณีตศิลปกรรมใน พ.ศ. 2476 สู่มหาวิทยาลัยศิลปากรที่มีอายุครบ 83 ปีใน พ.ศ. 2569 สถาบันแห่งนี้ได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะ การออกแบบ สถาปัตยกรรม และมรดกวัฒนธรรมไทยอย่างกว้างขวาง ขณะที่พื้นที่วังท่าพระยังคงสะท้อนแนวคิดสำคัญว่าศิลปะและการศึกษาสามารถดำรงอยู่ร่วมกับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ได้อย่างมีคุณค่า ทำให้มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เป็นทั้งสถานศึกษาที่มีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Silpakorn University, Wang Tha Phra Campus |
| ประเภท | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ |
| ที่ตั้ง | แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร |
| ที่อยู่ | เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| พื้นที่มหาวิทยาลัย | 7 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา |
| ปีเริ่มก่อตั้งสถาบันเดิม | พ.ศ. 2476 โรงเรียนประณีตศิลปกรรม |
| ปีเปลี่ยนชื่อโรงเรียน | พ.ศ. 2478 โรงเรียนศิลปากร |
| วันสถาปนามหาวิทยาลัย | 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 |
| อายุสถาบัน | 83 ปี ใน พ.ศ. 2569 นับจากการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย |
| ผู้ก่อตั้ง | ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci) |
| อธิการบดี | ศาสตราจารย์ ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ |
| ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ | พื้นที่พระราชวังเดิมของกรุงรัตนโกสินทร์ และสถานที่สำคัญต่อการก่อกำเนิดการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย |
| บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่วัง | สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ |
| สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย | พระพิฆเนศวร |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีเขียวเวอร์ริเดียน หรือสีเขียวตั้งแช |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นจัน |
| ปรัชญามหาวิทยาลัย | ศิลป์และศาสตร์สร้างสรรค์ชาติยั่งยืน |
| คณะวิชาที่เกี่ยวข้องกับวังท่าพระ | 1. คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ 2. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 3. คณะโบราณคดี 4. คณะมัณฑนศิลป์ |
| พื้นที่การศึกษาของมหาวิทยาลัย | วังท่าพระ พระราชวังสนามจันทร์ สารสนเทศเพชรบุรี ซิตี้แคมปัสเมืองทองธานี ตลิ่งชัน และบางรัก |
| สถานที่สำคัญภายใน | 1. ท้องพระโรงวังท่าพระ 2. ตำหนักกลาง 3. ตำหนักพรรณราย 4. ศาลาในสวนแก้ว 5. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร 6. หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตร 7. อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี 8. หอสมุดวังท่าพระ |
| กิจกรรมและประเพณีสำคัญ | วันศิลป์ พีระศรี 15 กันยายน และวันสถาปนามหาวิทยาลัย 12 ตุลาคม รวมถึงนิทรรศการศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่จัดตามโครงการของมหาวิทยาลัย |
| จุดเด่นทางวิชาการ | วิจิตรศิลป์ ประติมากรรม จิตรกรรม ภาพพิมพ์ สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมไทย โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ การออกแบบ และการจัดการมรดกวัฒนธรรม |
| วันทำการสำนักงาน | วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย |
| เวลาทำการสำนักงาน | 08.30 – 16.30 น. |
| เวลาบริการหอสมุดวังท่าพระ | ช่วงเปิดภาคเรียนปกติ จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 19.30 น. เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น. วันหยุดและช่วงปิดภาคเรียนตามประกาศหอสมุด |
| การเข้าชม | การเข้าชมอาคารอนุรักษ์ หอศิลป์ และพื้นที่จัดแสดงขึ้นอยู่กับกำหนดการและระเบียบของหน่วยงานผู้ดูแล |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | หอสมุด พื้นที่การเรียนรู้ ห้องประชุม พื้นที่จัดนิทรรศการ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และบริการสำหรับนักศึกษาตามระเบียบมหาวิทยาลัย |
| การเดินทาง | MRT สถานีสนามไชยแล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที เรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าช้าง รถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ส่วนตัว |
| ที่จอดรถใกล้เคียง | ท่ามหาราช และราชนาวีสโมสร มีค่าบริการจอดรถตามเงื่อนไขของสถานที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. พระบรมมหาราชวัง 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 3. ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 5. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 6. ท่าช้างและท่ามหาราช |
| ร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้เคียง | 1. Midsummer Cafe มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ โทร. 062-939-4410 2. ช.ประทุมทอง ถนนหน้าพระลาน โทร. 083-756-6699 3. ซิ่วลั้ง ข้าวมันไก่ ถนนหน้าพระลาน โทร. 081-620-0911 4. The Gate Grand Palace ท่าช้าง โทร. 082-752-4993 5. Jiwakiat Coffee ถนนหน้าพระลาน โทร. 064-949-5912 6. VEGANERIE Grand Palace ถนนมหาราช โทร. 093-254-1290 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Riva Arun Bangkok โทร. 02-221-1188 2. sala rattanakosin Bangkok โทร. 081-936-1388 3. Theatre Residence โทร. 02-866-2066 (อยู่ฝั่งธนบุรี เดินทางข้ามแม่น้ำ) 4. Chetuphon Gate โทร. 083-988-8736 5. Siri Heritage Bangkok Hotel 6. 1905 Heritage Corner |
| โทรศัพท์กลางมหาวิทยาลัย | 02-105-4686 |
| โทรศัพท์คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ | 02-221-0820 |
| โทรศัพท์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ | 02-221-5877 |
| โทรศัพท์คณะโบราณคดี | 02-221-7777 |
| โทรศัพท์หอสมุดวังท่าพระ | 089-305-9949 |
| เว็บไซต์ทางการ | https://www.su.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นพื้นที่การศึกษาและอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยศิลปากร |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ปีการศึกษา 2569
| คณะ / หน่วยงาน | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ | ปริญญาตรี 1. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ (5 ปี) มีแนวทางการเรียนด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย ทฤษฎีศิลป์ และสื่อผสม ปริญญาโท 1. ศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ 2. หลักสูตรด้านทฤษฎีศิลป์ 3. หลักสูตรด้านทัศนศิลปศึกษา 4. หลักสูตรด้านอนุรักษ์ศิลปกรรม ปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ |
| คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ | ปริญญาตรี 1. สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม 2. สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย 3. ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569) ปริญญาโท 1. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม 2. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย 3. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบชุมชนเมือง 4. ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต 5. หลักสูตรด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและสภาพแวดล้อมสรรค์สร้าง 6. หลักสูตรด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม 7. หลักสูตรด้านการจัดการโครงการก่อสร้าง 8. หลักสูตรด้านสถาปัตยกรรมการอนุรักษ์และการปรับปรุงอาคาร 9. หลักสูตรด้านการวางแผนชุมชนเมืองและสภาพแวดล้อม 10. หลักสูตรด้านการจัดการมรดกทางสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว (นานาชาติ) ปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและสภาพแวดล้อมสรรค์สร้าง 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม 4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม 5. หลักสูตรปริญญาเอกด้านการจัดการมรดกทางสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว (นานาชาติ) |
| คณะโบราณคดี | ปริญญาตรี 1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี 2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ 3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา 4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ 6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส 7. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ปริญญาโท 1. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี 2. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ 3. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาไทยและภาษาตะวันออก 4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาสันสกฤต (หลักสูตรนานาชาติ) 5. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา 6. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการจดหมายเหตุและสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม ปริญญาเอก 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ 3. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาสันสกฤต (หลักสูตรนานาชาติ) 4. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาไทยและภาษาตะวันออก |
| คณะมัณฑนศิลป์ | ปริญญาตรี 1. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบภายใน 2. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ 3. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ 4. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาประยุกตศิลปศึกษา 5. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา 6. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบเครื่องประดับ 7. ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่น ปริญญาโท 1. หลักสูตรด้านการออกแบบนิเทศศิลป์ 2. หลักสูตรด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ 3. หลักสูตรด้านการออกแบบเครื่องประดับ 4. หลักสูตรด้านการออกแบบ 5. หลักสูตรด้านศิลปะการออกแบบ 6. หลักสูตรด้านศิลปะการออกแบบ (นานาชาติ) ปริญญาเอก 1. หลักสูตรด้านการออกแบบ 2. หลักสูตรด้านศิลปะการออกแบบ (นานาชาติ) 3. หลักสูตรด้านศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรม |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ใกล้ท่าเรือท่าช้างและศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
ถาม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: เวลาติดต่อสำนักงานและหน่วยงานราชการคือวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ส่วนหอสมุดในช่วงเปิดภาคเรียนปกติเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ 08.30 – 19.30 น. และวันเสาร์ถึงอาทิตย์ 10.00 – 18.00 น. สำหรับหอศิลป์ให้ตรวจสอบกำหนดการนิทรรศการและเวลาเข้าชมของแต่ละงาน
ถาม: มหาวิทยาลัยศิลปากรก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: สถาบันเริ่มต้นจากโรงเรียนประณีตศิลปกรรมใน พ.ศ. 2476 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 จึงมีอายุครบ 83 ปีใน พ.ศ. 2569
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร?
ตอบ: ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือ Corrado Feroci ประติมากรชาวอิตาลี เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรมและวางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย
ถาม: ทำไมจึงเรียกพื้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากรว่า วังท่าพระ?
ตอบ: เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเก่าที่ตั้งอยู่ใกล้ประตูท่าพระในเขตพระนคร ชื่อท่าพระเกี่ยวข้องกับเรื่องราวการอัญเชิญพระศรีศากยมุนีจากสุโขทัยขึ้นจากท่าน้ำบริเวณดังกล่าวในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ถาม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: คณะวิชาหลักที่เกี่ยวข้องกับวังท่าพระ ได้แก่ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะโบราณคดี และคณะมัณฑนศิลป์ โดยบางหลักสูตรและชั้นปีมีการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่การศึกษาอื่นของมหาวิทยาลัยด้วย
ถาม: บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ได้หรือไม่?
ตอบ: การเข้าชมขึ้นอยู่กับการเปิดพื้นที่และระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอาคารพระราชวังเดิม หอศิลป์ ห้องเรียน และอาคารอนุรักษ์ หากต้องการชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ อย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วย MRT สถานีสนามไชยแล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือใช้เรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าช้างแล้วเดินต่อไปถนนหน้าพระลาน นอกจากนี้ยังเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางและรถยนต์ส่วนตัวได้
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยของรัฐ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




