หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.บางกะปิ >ต.หัวหมาก > มหาวิทยาลัยรามคำแหง
TL;DR: มหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ที่282 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงาน เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาทำการสำนักงาน.

กรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (เวลาติดต่อสำนักงาน ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศมหาวิทยาลัย)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาทำการสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเปิดเข้าออกพื้นที่มหาวิทยาลัยทุกแห่ง)
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (Ramkhamhaeng University) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงด้านการเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในรูปแบบ “มหาวิทยาลัยตลาดวิชา” ตั้งอยู่ที่ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้แก่ประชาชนที่ไม่สามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยระบบจำกัดรับได้อย่างทั่วถึง มหาวิทยาลัยกำหนดวันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันสถาปนา เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรกใน พ.ศ. 2518 ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยกำลังเข้าสู่วาระครบรอบ 55 ปี โดยยังคงเป็นสถาบันสำคัญด้านการศึกษาตลอดชีวิต การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการศึกษาสำหรับผู้ที่ทำงานควบคู่กับการเรียน ปัจจุบันมีการเรียนการสอนทั้งในพื้นที่หัวหมาก บางนา และสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติในภูมิภาค รวมถึงรูปแบบการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีความโดดเด่นแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วไปตรงที่แนวคิดการจัดการศึกษาไม่ได้เริ่มต้นจากการจำกัดโอกาสเฉพาะผู้ที่ผ่านการแข่งขันสอบคัดเลือกเท่านั้น แต่เน้นให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงความรู้ระดับมหาวิทยาลัยได้ในวงกว้าง ระบบตลาดวิชาช่วยให้ผู้เรียนหลายกลุ่มสามารถวางแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับชีวิตส่วนตัว ทั้งผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ผู้มีงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ต้องการศึกษาปริญญาใบที่สอง และผู้ที่ประสงค์จะเพิ่มพูนความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
 
วิทยาเขตหัวหมากซึ่งเป็นที่ตั้งหลักของมหาวิทยาลัยมักเรียกกันว่า “รามคำแหง 1” หรือ “รามฯ 1” เพื่อแยกจากพื้นที่บางนา หรือ “รามคำแหง 2” ภายในมหาวิทยาลัยหัวหมากมีอาคารเรียนขนาดใหญ่ คณะวิชา สำนักหอสมุดกลาง สำนักงานอธิการบดี อาคารกิจกรรมนักศึกษา หอประชุม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งเป็นศูนย์รวมความเคารพและความผูกพันของประชาคมมหาวิทยาลัย
 
ทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอยู่ในย่านหัวหมากซึ่งเป็นพื้นที่การศึกษา การกีฬา การค้า และที่อยู่อาศัยสำคัญของกรุงเทพมหานคร ถนนรามคำแหงเป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียง บริเวณรอบมหาวิทยาลัยมีร้านหนังสือ ร้านอาหาร หอพัก ตลาด และศูนย์การค้าจำนวนมาก ซึ่งพัฒนาขึ้นควบคู่กับการเติบโตของชุมชนนักศึกษารามคำแหงตลอดหลายทศวรรษ
 
ก่อนการก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนสถานที่เรียนระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัยของรัฐยังมีจำกัด ส่งผลให้เยาวชนจำนวนมากไม่สามารถศึกษาต่อได้ตามความต้องการ ขณะเดียวกันผู้ที่ต้องทำงานหารายได้ก็มีข้อจำกัดในการเข้าเรียนภาคปกติ เพราะจำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนตามตารางเวลาและสถานที่ที่กำหนด
 
ปัญหาดังกล่าวทำให้แนวคิดการก่อตั้งมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ได้รับความสนใจจากฝ่ายนิติบัญญัติ นักการศึกษา และผู้บริหารด้านการศึกษา จุดมุ่งหมายสำคัญคือการสร้างสถาบันของรัฐที่เปิดรับนักศึกษาโดยไม่จำกัดจำนวนตามรูปแบบมหาวิทยาลัยตลาดวิชา และไม่กำหนดให้การเข้าสอบแข่งขันเป็นอุปสรรคหลักของผู้ต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรที่ใช้ระบบเปิด แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการเรียนรู้ ความรับผิดชอบของผู้เรียน และการประเมินผลจากความรู้ที่ได้รับจริง
 
กระบวนการผลักดันมหาวิทยาลัยรามคำแหงเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในช่วง พ.ศ. 2513–2514 โดยมีนักการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายร่วมพัฒนาแนวทางการจัดตั้งสถาบัน ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ เป็นบุคคลสำคัญในการเตรียมความพร้อมทางวิชาการและการจัดการศึกษา ก่อนจะดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ความร่วมมือในช่วงเริ่มต้นสะท้อนความพยายามสร้างมหาวิทยาลัยที่มีภารกิจตอบสนองปัญหาสังคมโดยตรง
 
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 เป็นกฎหมายสำคัญที่ทำให้สถาบันเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายได้รับการลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2514 มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดการเรียนการสอนในปีเดียวกัน ภายใต้ระบบที่มุ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีคุณสมบัติตามกำหนดสามารถสมัครเข้าศึกษาได้โดยไม่ต้องแข่งขันแย่งที่นั่งในลักษณะเดียวกับมหาวิทยาลัยจำกัดรับ
 
สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในระยะแรกใช้อาคารสถานที่แสดงสินค้านานาชาติบริเวณหัวหมากเป็นที่ทำการชั่วคราว ก่อนที่รัฐบาลจะจัดสรรพื้นที่ประมาณ 300 ไร่เศษให้เป็นที่ตั้งถาวรของมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาต่อมา การนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาเป็นสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ส่งผลให้หัวหมากกลายเป็นย่านสำคัญของการศึกษา และเกิดการขยายตัวของร้านค้า ที่พักอาศัย การคมนาคม และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตนักศึกษา
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดการเรียนการสอนในปีแรกด้วย 4 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งสะท้อนความต้องการของสังคมในขณะนั้น ทั้งบุคลากรด้านกฎหมาย การบริหารธุรกิจ ภาษา มนุษยศาสตร์ และการศึกษา ระบบการรับนักศึกษาแบบตลาดวิชาทำให้มีผู้สมัครเข้าเรียนรุ่นแรกถึง 37,198 คน เป็นจำนวนที่สะท้อนความต้องการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประชาชนอย่างชัดเจน
 
รูปแบบการศึกษาของรามคำแหงเน้นการจัดกระบวนวิชาให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้จากคำบรรยาย เอกสารประกอบการสอน ตำรา และสื่อการเรียนรู้ตามความเหมาะสม นักศึกษาในระบบเปิดจำนวนมากสามารถศึกษาด้วยตนเองและเข้าสอบตามปฏิทินที่กำหนด การจัดการศึกษาแบบนี้ทำให้การเรียนมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมของผู้ที่มีเวลาว่างเต็มวันเท่านั้น แต่กลายเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่ต้องแบ่งเวลาให้การทำงานและภารกิจครอบครัว
 
ในช่วงปีแรกของการเปิดดำเนินงาน มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบลงทะเบียน การจัดทำตำรา การจัดสอบ และการให้บริการนักศึกษาที่มีจำนวนมากกว่าสถาบันจำกัดรับทั่วไป การบริหารการเรียนการสอนจึงต้องอาศัยการจัดระบบข้อมูลและการบริการที่รองรับผู้เรียนหลากหลายกลุ่ม นับเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยพัฒนาระบบการศึกษาขนาดใหญ่และระบบการศึกษาทางไกลในช่วงเวลาต่อมา
 
วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก พร้อมทั้งพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรก มหาวิทยาลัยจึงถือเอาวันที่ 26 พฤศจิกายนเป็นวันสถาปนาที่จัดกิจกรรมรำลึกประจำปี
 
เหตุการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เพราะเชื่อมโยงชื่อของสถาบันกับพระมหากษัตริย์ในประวัติศาสตร์ไทย และสะท้อนการยอมรับการศึกษารูปแบบตลาดวิชาในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุดมศึกษาของประเทศ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชจึงไม่ได้เป็นเพียงงานประติมากรรมสำคัญภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับพิธีการ กิจกรรมรำลึก และการแสดงความเคารพของนักศึกษาและศิษย์เก่าหลายรุ่น
 
เมื่อสังคมไทยขยายตัวและความต้องการเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้พัฒนาคณะวิชาและหลักสูตรเพิ่มเติมในสาขาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สาธารณสุขศาสตร์ และทัศนมาตรศาสตร์ การขยายศาสตร์ทำให้รามคำแหงพัฒนาจากสถาบันที่มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนที่เรียนไปสู่มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายด้านวิชาการ
 
พื้นที่หัวหมากในช่วงแรกมีข้อจำกัดเมื่อจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยจึงขยายการดำเนินงานไปยังพื้นที่บางนา ซึ่งรู้จักกันทั่วไปว่า “รามคำแหง 2” พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา–ตราด เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และมีบทบาทรองรับการจัดการเรียนการสอน การจัดสอบ และกิจกรรมทางการศึกษาตามการกำหนดของมหาวิทยาลัย ผู้ที่ต้องเดินทางไปเรียนหรือสอบจึงควรตรวจสอบสถานที่จากตารางเรียนและประกาศให้ชัดเจน เนื่องจากรามคำแหง 1 และรามคำแหง 2 ตั้งอยู่คนละพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
 
การกระจายโอกาสทางการศึกษายังขยายไปสู่ภูมิภาคผ่านสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจัดการเรียนการสอนและบริการนักศึกษาในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดของผู้เรียนที่ไม่สะดวกย้ายถิ่นฐานเข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานคร และส่งเสริมการพัฒนาความรู้ของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประจำหรือมีภาระครอบครัวในภูมิลำเนาเดิม
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหงยังพัฒนาบริการการศึกษาแก่ชาวไทยในต่างประเทศผ่านสาขาวิทยบริการและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางไกล โดยมีหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาจากต่างประเทศและเข้าสอบตามระเบียบของแต่ละโครงการ แนวทางนี้ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทต่อการศึกษาตลอดชีวิตของคนไทยที่อาศัยและทำงานอยู่ต่างประเทศ และช่วยรักษาความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนไทยกับระบบอุดมศึกษาในประเทศไทย
 
ในด้านกฎหมายและโครงสร้างการบริหาร มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีพัฒนาการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 โดยยังคงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ความแตกต่างที่สำคัญของรามคำแหงคือระบบการศึกษาที่เน้นการขยายโอกาส ไม่ใช่รูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเหมือนสถาบันบางแห่งที่มีสถานะทางกฎหมายแตกต่างกัน
 
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยรามคำแหงดำเนินงานภายใต้การบริหารของผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ในฐานะผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยยังคงครอบคลุมการเปิดรับนักศึกษา การจัดการเรียนการสอน การจัดสอบ การให้บริการข้อมูล การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และกิจกรรมทางวิชาการ โดยมีหน่วยงานสนับสนุนด้านทะเบียนและประมวลผล สำนักหอสมุดกลาง สำนักเทคโนโลยีการศึกษา และคณะวิชาต่าง ๆ ร่วมรับผิดชอบการดำเนินงาน
 
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งทำให้หลายอาคารและระบบสาธารณูปโภคต้องได้รับการตรวจสอบและฟื้นฟู มหาวิทยาลัยดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่และยืนยันการกลับมาเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 พร้อมจัดสอบปลายภาคตามกำหนดเดิม เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการบริหารความต่อเนื่องทางการศึกษา การดูแลโครงสร้างพื้นฐาน และการรักษาความปลอดภัยของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่
 
ที่มาของชื่อ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” เกี่ยวข้องกับพระนามของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย ผู้มีพระเกียรติคุณสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับการประดิษฐ์ลายสือไทยตามหลักฐานศิลาจารึกหลักที่ 1 ชื่อของมหาวิทยาลัยจึงสื่อถึงการให้คุณค่าต่อภาษา การเรียนรู้ ภูมิปัญญา และการพัฒนาสังคมผ่านความรู้
 
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นสถานที่ที่เห็นได้เด่นชัดภายในวิทยาเขตหัวหมาก พระบรมรูปประทับนั่งถือแผ่นจารึกตั้งอยู่เหนือฐานอนุสาวรีย์และภูมิทัศน์โดยรอบ เป็นภาพจำสำคัญของมหาวิทยาลัยและจุดที่นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้มาเยือนให้ความเคารพ พื้นที่นี้มีความสำคัญต่อกิจกรรมวันสถาปนามหาวิทยาลัย วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสถาบัน
 
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยรามคำแหงใช้พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยสะท้อนพระเกียรติคุณด้านการปกครอง ภาษาไทย และภูมิปัญญา สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีน้ำเงินและสีทอง สีน้ำเงินสื่อถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ส่วนสีทองสื่อถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยในรัชสมัยของพระองค์ สีทั้งสองจึงเป็นอัตลักษณ์ที่ใช้ในกิจกรรม เครื่องหมาย และสื่อของประชาคมมหาวิทยาลัย
 
ต้นสุพรรณิการ์หรือฝ้ายคำเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีลักษณะดอกสีเหลืองทองที่โดดเด่น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานต้นสุพรรณิการ์ให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2542 ต้นไม้ดังกล่าวจึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ธรรมชาติและสิ่งที่เชื่อมโยงความทรงจำของมหาวิทยาลัยกับประวัติศาสตร์สถาบันและพระมหากรุณาธิคุณ
 
ปรัชญา “ความรู้คู่คุณธรรม” เป็นแนวคิดที่สะท้อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง พร้อมส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความรู้ด้วยความรับผิดชอบและมีจริยธรรมต่อสังคม แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญในบริบทมหาวิทยาลัยตลาดวิชา เพราะการเรียนด้วยตนเองต้องอาศัยทั้งวินัย ความซื่อสัตย์ การจัดการเวลา และความสามารถในการรับผิดชอบต่อเป้าหมายการศึกษาของตน
 
วันสถาปนามหาวิทยาลัยตรงกับวันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปี โดยมีพิธีการรำลึกและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัย รวมถึงกิจกรรมแสดงความเคารพบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กิจกรรมดังกล่าวช่วยถ่ายทอดเรื่องราวการก่อตั้งสถาบันและคุณค่าของการศึกษาสำหรับประชาชนให้แก่ศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน และบุคลากรในแต่ละรุ่น
 
วันที่ 17 มกราคมซึ่งเป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีความสำคัญต่อการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่มาของชื่อมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมอาจประกอบด้วยพิธีถวายราชสักการะและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่จัดโดยหน่วยงานของมหาวิทยาลัย การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมความเข้าใจประวัติศาสตร์สุโขทัย ภาษาไทย และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย
 
วัฒนธรรมการศึกษาของชาวรามคำแหงมีลักษณะเฉพาะเนื่องจากนักศึกษามีภูมิหลังที่หลากหลาย ทั้งนักศึกษาใหม่วัยเรียน ผู้ใหญ่ที่กลับเข้ามาศึกษาอีกครั้ง ข้าราชการ พนักงานเอกชน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ทำให้สังคมการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตต่างกัน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการศึกษาร่วมกันจึงสามารถเกิดขึ้นระหว่างคนต่างวัย ต่างอาชีพ และต่างภูมิหลังทางสังคม
 
ระบบ Pre-Degree เป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามประกาศ โดยทั่วไปตั้งแต่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถศึกษารายกระบวนวิชาระดับปริญญาตรีล่วงหน้าและสะสมหน่วยกิตไว้ใช้เทียบโอนเมื่อสำเร็จการศึกษาตามวุฒิที่กำหนดและสมัครเป็นนักศึกษาปริญญาตรีเต็มรูปแบบ ระบบนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้และบริหารระยะเวลาการศึกษาอย่างมีแผน
 
การเทียบโอนหน่วยกิตเป็นอีกระบบที่มีความสำคัญต่อผู้เรียนที่เคยศึกษาจากสถาบันอื่นหรือผู้ที่มีผลการเรียนเดิม โดยมหาวิทยาลัยกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเทียบโอนตามหลักสูตรและระเบียบของแต่ละคณะ ผู้สมัครจึงสามารถนำความรู้และประสบการณ์ทางการศึกษาที่มีอยู่เดิมมาใช้ประกอบการวางแผนเรียน โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาซ้ำทุกกระบวนวิชาเมื่อเข้าเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
 
เทคโนโลยีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การผลิตตำราประกอบการเรียน การบันทึกคำบรรยาย การเผยแพร่สื่อการสอน ไปจนถึงการให้บริการข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ การลงทะเบียนเรียน การตรวจสอบผลการศึกษา และระบบการสอบบางประเภทที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งเหล่านี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยรองรับผู้เรียนจำนวนมากและลดข้อจำกัดด้านสถานที่กับเวลา
 
สถานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัยคือสำนักหอสมุดกลาง ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการศึกษาและการวิจัยของนักศึกษาและคณาจารย์ มีทรัพยากรสารสนเทศทั้งหนังสือ ตำรา วารสาร ฐานข้อมูล และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงบริการด้านจดหมายเหตุดิจิทัลของมหาวิทยาลัย การใช้หอสมุดช่วยเติมเต็มการเรียนแบบอิสระ เพราะผู้เรียนสามารถค้นคว้าเนื้อหาเพิ่มเติมจากคำบรรยายและเอกสารประกอบการสอนได้
 
อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นสถานที่สำคัญสำหรับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ทั้งพิธีการ การประชุม การเสวนา การบรรยาย และกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม พื้นที่ดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดกิจกรรมพัฒนานักเรียน นักศึกษา และบุคลากร จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ทั่วไป
 
บริเวณสระน้ำและภูมิทัศน์กลางมหาวิทยาลัยเป็นอีกส่วนหนึ่งของภาพจำวิทยาเขตหัวหมาก พื้นที่เปิดโล่งและสถาปัตยกรรมไทยในบริเวณสระน้ำช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากอาคารเรียนขนาดใหญ่โดยรอบ และเป็นฉากสำคัญของภาพถ่ายเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในหลายยุคสมัย ผู้สนใจสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์สามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างอาคารสมัยใหม่ สัญลักษณ์สถาบัน และพื้นที่สาธารณะภายในมหาวิทยาลัยได้จากบริเวณนี้
 
อาคารคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยมีบทบาททั้งด้านการเรียนการสอนและการบริการวิชาการ เช่น อาคารคณะมนุษยศาสตร์ อาคารคณะศึกษาศาสตร์ อาคารคณะวิทยาศาสตร์ อาคารสุโขทัยที่เกี่ยวข้องกับคณะสื่อสารมวลชน และอาคารบริการนักศึกษา เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่กว้าง ผู้ที่ต้องติดต่อหน่วยงานจึงควรตรวจสอบชื่ออาคารและจุดบริการก่อนเดินทาง เพื่อประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงการเดินทางผิดสถานที่
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นอีกหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่หัวหมาก โดยมีการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและเชื่อมโยงกับภารกิจของคณะศึกษาศาสตร์ในด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การวิจัย และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โรงเรียนสาธิตจึงมีบทบาทเป็นทั้งสถานศึกษาสำหรับเยาวชนและแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคลากรด้านการศึกษา
 
ด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่สามารถรองรับการเรียนในระบบตลาดวิชาได้อย่างกว้างขวาง นักศึกษาจำนวนมากเลือกเรียนเพื่อพัฒนาความรู้ที่นำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เพิ่มคุณวุฒิสำหรับงานที่ทำอยู่ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้ารับราชการและวิชาชีพอื่นตามคุณสมบัติที่กำหนด
 
คณะนิติศาสตร์เป็นหนึ่งในคณะแรกของมหาวิทยาลัย มีบทบาทผลิตบัณฑิตด้านกฎหมายและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายมหาชน กฎหมายธุรกิจ และกระบวนการยุติธรรม การเรียนกฎหมายมีความสำคัญต่อผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย ตลอดจนผู้ทำงานในองค์กรที่จำเป็นต้องเข้าใจระเบียบ กฎหมาย และสิทธิหน้าที่ของประชาชน
 
คณะรัฐศาสตร์เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาระบบการเมือง การปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการบริหารรัฐกิจ ความรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานระหว่างประเทศ และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ นักศึกษาที่เลือกกลุ่มวิชาเอกหรือแผนการเรียนต่างกันสามารถพัฒนาความรู้ให้เหมาะสมกับความสนใจด้านการเมือง การทูต หรือการบริหารงานภาครัฐ
 
คณะบริหารธุรกิจมีบทบาทในการผลิตบุคลากรด้านการจัดการ การบัญชี การเงิน การตลาด และการดำเนินกิจการทางธุรกิจ การศึกษาสาขาเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจองค์ประกอบขององค์กร ตั้งแต่การวางแผน การจัดสรรทรัพยากร การวิเคราะห์ต้นทุน การบริหารบุคลากร ไปจนถึงการพัฒนากลยุทธ์และการปรับตัวต่อสภาพเศรษฐกิจยุคใหม่
 
คณะมนุษยศาสตร์มีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และศาสตร์ทางวัฒนธรรม ซึ่งช่วยพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์ ขณะที่คณะศึกษาศาสตร์มีบทบาทพัฒนาความรู้ด้านการเรียนการสอน จิตวิทยาการศึกษา การบริหารการศึกษา และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ โดยบางหลักสูตรมีเงื่อนไขการศึกษาหรือมาตรฐานวิชาชีพที่แตกต่างจากระบบตลาดวิชาทั่วไป
 
คณะวิทยาศาสตร์มีการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและประยุกต์ รวมทั้งสาขาที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ สถิติ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนคณะเศรษฐศาสตร์ส่งเสริมการทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจ การผลิต การบริโภค ตลาด การเงิน และนโยบายสาธารณะ ศาสตร์ทั้งสองแขนงช่วยให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมได้อย่างหลากหลาย
 
คณะสื่อสารมวลชนมีการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และสื่อดิจิทัล ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมสื่อและการสื่อสารสมัยใหม่ โดยเชื่อมโยงความรู้เรื่องการผลิตเนื้อหา การสื่อสารองค์กร เทคโนโลยีสื่อ และพฤติกรรมผู้รับสาร ขณะที่คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มุ่งพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ การฝึกอบรม การจัดการบุคลากร และการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ในองค์กร
 
มหาวิทยาลัยยังมีคณะวิชาและหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ทัศนมาตรศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนและการรับสมัครมีเงื่อนไขเฉพาะแตกต่างจากการรับสมัครระบบตลาดวิชาทั่วไป ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจสมัครเรียน เพราะบางหลักสูตรต้องอาศัยการฝึกปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการ มาตรฐานวิชาชีพ หรือการพิจารณาคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
สำหรับปีการศึกษา 2569 มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาตรีภาคปกติส่วนกลางใน 9 คณะ ได้แก่ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่วนการรับสมัครภาคปกติในส่วนภูมิภาคมีหลักสูตรหลักจาก 4 คณะ ได้แก่ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ และสื่อสารมวลชน โดยเลือกสาขาวิชาตามที่ประกาศรับสมัครกำหนด
 
การรับสมัครระดับปริญญาตรีในบางหลักสูตรสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ทางไปรษณีย์ หรือสมัครด้วยตนเองตามช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยประกาศ ขณะเดียวกันการศึกษาในระบบ Pre-Degree และการเทียบโอนหน่วยกิตช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่มีเป้าหมายแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามผู้สนใจควรพิจารณาประเภทหลักสูตร สถานที่เรียน ตารางสอบ และคุณสมบัติการสมัครตามประกาศของคณะและปีการศึกษานั้น ๆ
 
การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงครอบคลุมหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกในหลายสาขา เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การบริหารธุรกิจ การบริหารการศึกษา วิทยาศาสตร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และศาสตร์เฉพาะทางที่ดำเนินการโดยคณะต่าง ๆ หลักสูตรเหล่านี้อาจจัดในเวลาราชการ นอกเวลาราชการ หรือรูปแบบพิเศษสำหรับผู้ประกอบอาชีพ ตามข้อกำหนดของแต่ละโครงการ
 
ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีบทบาทส่งเสริมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสังคม การเมือง กฎหมาย การบริหาร การศึกษา ภาษา เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ งานวิชาการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนานโยบายและองค์กร ตลอดจนการสร้างความเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมหาวิทยาลัยยังมีการจัดประชุมวิชาการ การสัมมนา และกิจกรรมเผยแพร่ความรู้สำหรับนักศึกษาและประชาชน
 
รามคำแหงมีความสำคัญด้านบริการวิชาการและการศึกษาตลอดชีวิต เพราะแนวคิดตลาดวิชาช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาเรียนรู้ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิตได้ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาแล้วสามารถศึกษาศาสตร์ใหม่เพิ่มเติม ขณะที่ผู้ทำงานอาจเรียนเพื่อเพิ่มคุณวุฒิหรือพัฒนาความสามารถสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพ ความยืดหยุ่นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทมหาวิทยาลัยในการลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา
 
ความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยกับชุมชนหัวหมากมีพัฒนาการมายาวนาน การมีนักศึกษาจำนวนมากทำให้พื้นที่ถนนรามคำแหงและซอยโดยรอบเกิดแหล่งจำหน่ายหนังสือ ตำรา อุปกรณ์การเรียน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านถ่ายเอกสาร และที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษา ย่านรามคำแหงจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตมหาวิทยาลัยแบบเปิด โดยผู้คนที่เดินทางเข้ามาเรียนและใช้บริการอาจเป็นทั้งนักศึกษาเต็มเวลาและผู้ประกอบอาชีพที่แวะเข้ามาเพื่อเรียนหรือสอบ
 
บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยและเขตการกีฬาแห่งประเทศไทยมีตลาดและร้านอาหารที่ตอบสนองวิถีชีวิตของผู้คนในย่านหัวหมาก เช่น ตลาดกลางคืนรามคำแหงและตลาดบริเวณการกีฬาแห่งประเทศไทย ภายในมีอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า และสินค้าทั่วไป จึงเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาและประชาชนสามารถเลือกซื้ออาหารและสินค้าในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสัมผัสบรรยากาศของชุมชนรอบมหาวิทยาลัยได้ในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการ
 
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์การศึกษาของไทย โดยเฉพาะการพัฒนามหาวิทยาลัยตลาดวิชาและการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชน การเยี่ยมชมพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช การศึกษาประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย และการสังเกตบรรยากาศของสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ช่วยให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นหลังการก่อตั้งมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2514
 
พื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยยังมีแหล่งเรียนรู้และพักผ่อนที่สำคัญ เช่น ราชมังคลากีฬาสถาน อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก วัดเทพลีลา และศูนย์การค้าบนถนนรามคำแหง สถานที่เหล่านี้สะท้อนลักษณะของย่านหัวหมากซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา กีฬา ศาสนา และการค้าของกรุงเทพมหานคร โดยการเข้าชมสถานที่ด้านกีฬาและการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมขึ้นอยู่กับกำหนดการและข้อกำหนดของหน่วยงานผู้ดูแล
 
ผู้ที่เดินทางมามหาวิทยาลัยครั้งแรกควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าต้องติดต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก หรือมหาวิทยาลัยรามคำแหง บางนา เนื่องจากทั้งสองพื้นที่มีชื่อเรียกคล้ายกันแต่ตั้งอยู่ห่างกันคนละเขต อีกทั้งมหาวิทยาลัยมีอาคารและหน่วยงานจำนวนมาก ผู้ที่เดินทางมาสอบหรือสมัครเรียนควรตรวจสอบชื่ออาคาร รหัสห้อง และประกาศกำหนดการก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
 
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก สามารถใช้รถโดยสารประจำทางหลายสายที่ผ่านถนนรามคำแหง เช่น สาย 40, 58, 71, 92, 113, 126, 137 และ 168 โดยต้องตรวจสอบเส้นทางและหมายเลขสายที่ใช้อยู่ในวันที่เดินทาง เนื่องจากระบบรถโดยสารในกรุงเทพมหานครมีการปรับปรุงเส้นทางและรูปแบบบริการ ผู้โดยสารสามารถลงบริเวณป้ายมหาวิทยาลัยรามคำแหงหรือป้ายใกล้เคียง แล้วเดินต่อไปยังประตูมหาวิทยาลัยได้
 
ผู้ที่ใช้รถไฟฟ้า Airport Rail Link สามารถลงสถานีรามคำแหงแล้วเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทาง รถรับจ้าง หรือบริการขนส่งในพื้นที่เข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยสถานี Airport Rail Link รามคำแหงไม่ได้ตั้งอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยโดยตรง จึงควรเผื่อเวลาเดินทางต่อ ส่วนผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าสายอื่นสามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกับถนนรามคำแหงตามเส้นทางที่สะดวก
 
การเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มาจากพื้นที่เชื่อมต่อกับคลอง โดยสามารถเลือกท่าเรือที่เปิดให้บริการในย่านรามคำแหงและเดินทางต่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย การใช้เรืออาจช่วยลดปัญหาการจราจรบนถนนในบางช่วงเวลา แต่ควรตรวจสอบท่าเรือ เส้นทาง และตารางเดินเรือที่ให้บริการจริงในวันที่เดินทาง
 
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถกำหนดจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ โดยเดินทางจากถนนพระราม 9 ถนนรามคำแหงหรือเส้นทางเชื่อมต่อใกล้เคียง การจราจรบริเวณมหาวิทยาลัยอาจหนาแน่นในเวลาเร่งด่วน ช่วงเปิดภาคเรียน วันสอบ และวันที่มีการแข่งขันกีฬาหรือคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผู้ขับรถควรตรวจสอบประตูเข้าออกและระเบียบการจอดรถของมหาวิทยาลัยก่อนเดินทาง
 
ผู้ที่สนใจศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะหรือเข้าชมพื้นที่ภายในอาคารควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาที่เปิดดำเนินการจริง ห้องเรียน ห้องสอบ ห้องสมุด และสำนักงานต่าง ๆ มีข้อกำหนดในการเข้าใช้และเวลาให้บริการเฉพาะส่วน การเข้าพื้นที่สาธารณะภายในมหาวิทยาลัยก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลานั้น
 
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้แสดงให้เห็นว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาสามารถพัฒนาให้เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่กับผู้ที่สามารถเรียนเต็มเวลาในวัยหลังมัธยมศึกษาเท่านั้น ระบบตลาดวิชา Pre-Degree การเทียบโอนหน่วยกิต การศึกษาส่วนภูมิภาค และการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสร้างโอกาสทางการศึกษาที่สถาบันยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง
 
ในวาระที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงกำลังก้าวสู่การครบรอบ 55 ปีในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 บทบาทของสถาบันยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงไม่ใช่เพียงมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในย่านหัวหมาก แต่เป็นสถาบันที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์การขยายโอกาสทางการศึกษาของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงคนหลากหลายวัยและหลากหลายอาชีพเข้าด้วยกัน
 
ชื่อมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ชื่อภาษาอังกฤษRamkhamhaeng University (RU)
ประเภทมหาวิทยาลัยของรัฐ ระบบตลาดวิชา
ที่ตั้งหลักแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ที่อยู่282 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ปีจัดตั้งพ.ศ. 2514
กฎหมายจัดตั้งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2 มีนาคม พ.ศ. 2514
วันสถาปนาที่จัดงานประจำปี26 พฤศจิกายน
ครบรอบสถาบัน55 ปี ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาล และนักการศึกษาหลายฝ่าย โดยศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์มีบทบาทสำคัญด้านการเตรียมการทางวิชาการและการบริหารระยะแรก
อธิการบดีคนแรกศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์
ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ (พ.ศ. 2569)
ที่มาของชื่อตั้งตามพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย
สัญลักษณ์พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
สีประจำมหาวิทยาลัยสีน้ำเงินและสีทอง
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยต้นสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ
ปรัชญาความรู้คู่คุณธรรม
จุดเด่นของระบบการศึกษามหาวิทยาลัยตลาดวิชา การเรียนรู้ด้วยตนเอง Pre-Degree การเทียบโอนหน่วยกิต และการศึกษาส่วนภูมิภาค
คณะเริ่มแรก1. คณะนิติศาสตร์
2. คณะบริหารธุรกิจ
3. คณะมนุษยศาสตร์
4. คณะศึกษาศาสตร์
คณะภาคปกติส่วนกลางที่รับสมัครปีการศึกษา 25691. คณะนิติศาสตร์
2. คณะบริหารธุรกิจ
3. คณะมนุษยศาสตร์
4. คณะศึกษาศาสตร์
5. คณะวิทยาศาสตร์
6. คณะรัฐศาสตร์
7. คณะเศรษฐศาสตร์
8. คณะสื่อสารมวลชน
9. คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
คณะภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัยประชาสัมพันธ์ในปี 2569คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะทัศนมาตรศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์
พื้นที่การศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก (รามฯ 1) มหาวิทยาลัยรามคำแหง บางนา (รามฯ 2) และสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติในภูมิภาคและต่างประเทศ
สถานที่สำคัญภายใน1. พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
2. หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
3. สำนักหอสมุดกลาง
4. อาคารสุโขทัย
5. อาคารคณะศึกษาศาสตร์
6. อาคารคณะมนุษยศาสตร์
7. สระน้ำและภูมิทัศน์กลางมหาวิทยาลัย
8. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง
กิจกรรมสำคัญวันสถาปนามหาวิทยาลัย 26 พฤศจิกายน วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 17 มกราคม กิจกรรมปฐมนิเทศ การประชุมวิชาการ และกิจกรรมนักศึกษา
จุดเด่นทางวิชาการนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
วันติดต่อสำนักงานวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศ
เวลาติดต่อสำนักงาน08.30 – 16.30 น.
การเข้าชมและติดต่อหน่วยงานปฏิบัติตามระเบียบของมหาวิทยาลัยและกำหนดการของหน่วยงาน โดยเฉพาะห้องเรียน ห้องสอบ หอสมุด และพื้นที่จัดกิจกรรม
สิ่งอำนวยความสะดวกหอสมุดกลาง ร้านจำหน่ายตำรา โรงอาหาร ห้องประชุม พื้นที่บริการนักศึกษา และพื้นที่จอดรถตามระเบียบมหาวิทยาลัย
การเดินทางรถโดยสารประจำทางบนถนนรามคำแหง Airport Rail Link สถานีรามคำแหงแล้วต่อรถ เรือโดยสารคลองแสนแสบ รถแท็กซี่ และรถยนต์ส่วนตัว
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ราชมังคลากีฬาสถาน
2. อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก
3. วัดเทพลีลา
4. ตลาดกลางคืนรามคำแหง / ตลาด กกท.
5. เดอะมอลล์ รามคำแหง
6. เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Shabubomb รามคำแหง โทร. 095-823-6815
2. แกงป่า รามคำแหง 24 โทร. 080-802-7002
3. YAWA Modern Japanese Cuisine โทร. 088-109-8000
4. เหนือพุ่งใต้ รามคำแหง โทร. 095-978-6680
5. สำราญรมย์ รามคำแหง โทร. 096-196-6369
ที่พักใกล้เคียง1. Regent Ramkhamhaeng 22 โทร. 02-318-4440
2. JL Bangkok โทร. 085-075-2556
3. The Quarter Ramkhamhaeng by UHG โทร. 02-090-3999
4. Witz Bangkok Ramkhamhaeng
5. Madison Bangkok Hotel
6. S Ram Leisure Hotel โทร. 02-374-0093
หมายเลขโทรศัพท์มหาวิทยาลัย02-310-8000
โทรศัพท์คณะสื่อสารมวลชน02-310-8980
เว็บไซต์ทางการhttps://www.ru.ac.th/
เว็บไซต์รับสมัครและลงทะเบียนhttps://iregis2.ru.ac.th/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่จัดการศึกษาแบบตลาดวิชาและหลักสูตรเฉพาะทาง โดยมีพื้นที่การศึกษาหลายแห่ง
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา 2569
 
คณะ / ประเภทการศึกษาหลักสูตรและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
คณะนิติศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
1. นิติศาสตรบัณฑิต
บัณฑิตศึกษา
1. นิติศาสตรมหาบัณฑิต
คณะบริหารธุรกิจปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด
3. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร
4. บัญชีบัณฑิต
ส่วนภูมิภาค
1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
บัณฑิตศึกษา
1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA)
คณะมนุษยศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์
4. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา
5. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน
6. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
คณะศึกษาศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการเรียนรู้
2. หลักสูตรด้านศึกษาศาสตร์และการพัฒนาการเรียนรู้ตามที่คณะจัดการศึกษา
บัณฑิตศึกษา
1. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติ
3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
4. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์
5. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี
6. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา
คณะรัฐศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ โดยมีแนวทางศึกษาด้านการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการบริหารรัฐกิจ
ส่วนภูมิภาค
1. รัฐศาสตรบัณฑิต กลุ่มวิชาเอกการบริหารรัฐกิจ
บัณฑิตศึกษา
1. รัฐศาสตรมหาบัณฑิต
2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะเศรษฐศาสตร์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. เศรษฐศาสตรบัณฑิต
บัณฑิตศึกษา
1. เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต
คณะสื่อสารมวลชนปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์และสื่อดิจิทัล
คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ปริญญาตรี ภาคปกติส่วนกลาง
1. หลักสูตรระดับปริญญาตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
คณะวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรภาคพิเศษและบัณฑิตศึกษา
1. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ตามประกาศรับสมัครของคณะ
2. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการวิศวกรรมและเทคโนโลยี
คณะศิลปกรรมศาสตร์หลักสูตรภาคพิเศษ
1. หลักสูตรด้านศิลปกรรมศาสตร์ตามประกาศรับสมัครของคณะ
คณะสาธารณสุขศาสตร์หลักสูตรภาคพิเศษและบัณฑิตศึกษา
1. หลักสูตรด้านสาธารณสุขศาสตร์ตามประกาศรับสมัครของคณะ
2. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต
คณะทัศนมาตรศาสตร์หลักสูตรวิชาชีพ
1. ทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต
คณะพยาบาลศาสตร์หลักสูตรวิชาชีพ
1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต
คณะธุรกิจบริการหน่วยงานการศึกษาด้านธุรกิจบริการของมหาวิทยาลัย โดยการรับสมัครและสถานที่เรียนเป็นไปตามประกาศหลักสูตรเฉพาะของคณะ
บัณฑิตวิทยาลัยหน่วยงานสนับสนุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดยหลักสูตรจัดการศึกษาร่วมกับคณะและโครงการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
ระบบ Pre-Degreeการศึกษารายกระบวนวิชาระดับปริญญาตรีล่วงหน้าเพื่อสะสมหน่วยกิตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยรามคำแหงตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีที่ตั้งหลักอยู่บนถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 ซึ่งรู้จักกันว่า รามคำแหง 1 หรือรามฯ 1
 
ถาม: มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งเมื่อใด และวันสถาปนาตรงกับวันไหน?
ตอบ: มหาวิทยาลัยก่อตั้งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 และกำหนดให้วันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันสถาปนาที่จัดงานรำลึก โดยครบรอบ 55 ปีในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
 
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง?
ตอบ: การก่อตั้งเกิดจากการผลักดันของภาครัฐ ฝ่ายนิติบัญญัติ และนักการศึกษาหลายฝ่าย โดยศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเตรียมการด้านการศึกษาและดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก
 
ถาม: มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เวลาติดต่อสำนักงานทั่วไปคือวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดตามประกาศ ส่วนการเรียน การสอบ ห้องสมุด และหน่วยงานบริการนักศึกษาอาจมีวันและเวลาบริการแตกต่างกัน
 
ถาม: มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยเปิดหรือไม่?
ตอบ: มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่จัดการศึกษาแบบตลาดวิชา โดยหลักสูตรระบบเปิดมุ่งให้ผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถสมัครเรียนโดยไม่ต้องแข่งขันสอบคัดเลือก แต่หลักสูตรวิชาชีพและหลักสูตรภาคพิเศษบางแห่งมีเงื่อนไขการรับสมัครเฉพาะ
 
ถาม: Pre-Degree รามคำแหงคืออะไร?
ตอบ: Pre-Degree เป็นระบบศึกษารายกระบวนวิชาระดับปริญญาตรีล่วงหน้าและสะสมหน่วยกิตตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย ผู้เรียนสามารถใช้หน่วยกิตที่ได้รับประกอบการเทียบโอนเมื่อมีคุณสมบัติครบและสมัครเป็นนักศึกษาปริญญาตรี
 
ถาม: รามคำแหง 1 กับรามคำแหง 2 ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: รามคำแหง 1 อยู่ในย่านหัวหมาก เขตบางกะปิ ส่วนรามคำแหง 2 ตั้งอยู่ย่านบางนา–ตราด เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยมีอาคารเรียนและสถานที่สอบแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบสถานที่เรียนหรือสอบจากประกาศมหาวิทยาลัยทุกครั้ง
 
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากอย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้รถโดยสารประจำทางที่ผ่านถนนรามคำแหง รถไฟฟ้า Airport Rail Link ลงสถานีรามคำแหงแล้วต่อรถ เรือโดยสารคลองแสนแสบ หรือเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่บริเวณมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยของรัฐกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยของรัฐ

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(8)
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(8)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(6)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(6)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(22)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(43)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)