หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.บางซื่อ >ต.วงศ์สว่าง > มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
TL;DR: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อกองกลาง สำนักงานอธิการบดี เวลา 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเข้าออกพื้นที่มหาวิทยาลัย).
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (สำหรับการติดต่อกองกลาง สำนักงานอธิการบดี ยกเว้นวันหยุดราชการ)
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น. (เวลาติดต่อสำนักงาน ไม่ใช่เวลาเข้าออกพื้นที่มหาวิทยาลัย)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (King Mongkut's University of Technology North Bangkok: KMUTNB) หรือที่รู้จักในชื่อย่อว่า “มจพ.” เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีที่ตั้งหลักเลขที่ 1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ในชื่อ “โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ” จากความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จึงเป็นที่รู้จักในนาม “เทคนิคไทย–เยอรมัน” ก่อนยกระดับเป็นวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือใน พ.ศ. 2507 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือใน พ.ศ. 2514 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือที่บริหารอย่างเป็นอิสระใน พ.ศ. 2529 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือใน พ.ศ. 2550 ปัจจุบันเปิดการศึกษาที่กรุงเทพมหานคร ปราจีนบุรี และระยอง มีความโดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ครุศาสตร์อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมสำหรับภาคการผลิต โดยใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีอายุครบ 67 ปี มีศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ เป็นอธิการบดี และมุ่งพัฒนากำลังคนที่มีความรู้ทางทฤษฎีควบคู่กับทักษะปฏิบัติจริง
จุดเด่นที่ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วไปคือรากฐานการสอนแบบไทย–เยอรมัน ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจหลักวิชาการผ่านการทดลอง การใช้เครื่องมือ การฝึกปฏิบัติในโรงงาน และการแก้ปัญหาทางเทคนิคจากสถานการณ์จริง แนวคิดดังกล่าวยังคงมีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการเรียนวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การออกแบบ และการลงมือสร้างผลงานที่ใช้งานได้จริง
พื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในย่านวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครที่มีความสัมพันธ์กับการคมนาคม อุตสาหกรรม และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงกับถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถนนวงศ์สว่าง ถนนพิบูลสงคราม และสะพานพระราม 7 พื้นที่ภายในประกอบด้วยอาคารเรียนวิศวกรรมศาสตร์ อาคารฝึกปฏิบัติเทคโนโลยี โรงปฏิบัติการ ห้องวิจัย ห้องสมุด อาคารสำนักงาน หอประชุม โรงอาหาร และพื้นที่กิจกรรมของนักศึกษา อาคารแต่ละแห่งสะท้อนการพัฒนาจากโรงเรียนช่างขนาดเล็กสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่มีการเรียนการสอนและการวิจัยหลายระดับ
การเกิดขึ้นของโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประเทศไทยกำลังเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรม และการผลิตเครื่องจักรสมัยใหม่ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมทำให้ประเทศต้องการช่างเทคนิคที่มีความรู้ด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และงานช่างอุตสาหกรรมจำนวนมาก ขณะเดียวกันระบบการศึกษาช่างในยุคนั้นยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรที่มีประสบการณ์จากอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การพัฒนาสถานศึกษาที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีของประเทศอุตสาหกรรมจึงเป็นแนวทางสำคัญในการผลิตกำลังคน
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดตั้งโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ สังกัดกรมอาชีวศึกษา โดยมุ่งผลิตช่างฝีมือและช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น ต่อมาในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2502 รัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีลงนามความตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับแรกเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาด้านเทคนิค ความร่วมมือดังกล่าวมีบทบาทในการนำความรู้ด้านเทคนิค เครื่องมือฝึกปฏิบัติ และแนวคิดการจัดการศึกษาแบบเยอรมันมาใช้กับสถาบัน
ชื่อ “เทคนิคไทย–เยอรมัน” ที่เป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานจึงมิใช่เพียงชื่อเล่นของสถานศึกษา แต่สะท้อนประวัติความร่วมมือระดับประเทศในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี จุดมุ่งหมายของการศึกษาคือการสร้างบุคลากรที่สามารถนำความรู้ไปทำงานได้จริง ตั้งแต่การอ่านแบบทางวิศวกรรม การใช้เครื่องมือวัด การควบคุมเครื่องจักร การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบำรุงรักษาระบบอุตสาหกรรม ผู้สำเร็จการศึกษาจึงมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกฐานะโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือเป็น “วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ” การเปลี่ยนสถานภาพครั้งนี้แสดงถึงการเติบโตของสถาบันทั้งด้านการจัดการศึกษาและบทบาทการผลิตบุคลากรทางเทคนิค เมื่อประเทศไทยมีการขยายอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ความต้องการกำลังคนจึงไม่ได้จำกัดเพียงช่างฝีมือ แต่รวมถึงผู้ที่สามารถควบคุมระบบการผลิต ออกแบบกระบวนการทำงาน และพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะกับการใช้ในประเทศ
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2514 มีการประกาศพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 เพื่อรวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี และวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรีเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อที่ได้รับพระราชทานว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า” และแบ่งการบริหารเป็น 3 วิทยาเขต โดยวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือเปลี่ยนเป็น “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ” เหตุการณ์นี้เป็นการยกระดับจากการศึกษาด้านช่างเทคนิคไปสู่สถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และครุศาสตร์อุตสาหกรรม
การได้รับพระราชทานชื่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ามีความหมายทางประวัติศาสตร์จากการอัญเชิญพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการศึกษาความรู้สมัยใหม่มาเป็นนามของสถาบัน ชื่อพระจอมเกล้าจึงมีความสัมพันธ์กับอุดมการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ การแสวงหาความจริง การใช้เหตุผล และการพัฒนาความรู้เพื่อประโยชน์ของชาติ
ในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 มีการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เป็นคณะสำคัญของวิทยาเขตพระนครเหนือ การพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ทำให้สถาบันสามารถผลิตวิศวกรที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์มีบทบาทผลิตครูช่างและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านอุตสาหกรรมไปยังสถานศึกษาอื่น จึงเกิดระบบการผลิตบุคลากรทั้งสำหรับโรงงานและสำหรับการพัฒนาการศึกษาช่างของประเทศ
วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 มีการจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเอกลักษณ์การศึกษาเชิงปฏิบัติของสถาบัน วิทยาลัยจัดการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีและการผลิตที่เชื่อมโยงกับงานในโรงงาน โดยเน้นทั้งการพัฒนาช่างเทคนิคระดับสูง การศึกษาต่อเนื่องสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาสายอาชีพ และการผลิตบุคลากรที่สามารถออกแบบ ปรับปรุง และควบคุมกระบวนการอุตสาหกรรมได้
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 มีการประกาศใช้กฎหมายแยกสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าออกเป็น 3 สถาบันที่มีการบริหารเป็นอิสระจากกัน โดยหน่วยงานพระนครเหนือใช้ชื่อว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ” การแยกสถาบันช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการวางแผนหลักสูตร การจัดสรรทรัพยากร การพัฒนาห้องปฏิบัติการ และการกำหนดแนวทางด้านการวิจัยที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของแต่ละแห่ง ต่อมาในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 มีการจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนการศึกษาระดับสูง
วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 มีการปรับโครงสร้างหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การเปลี่ยนชื่อคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม การยกฐานะสำนักงานอธิการบดี และการจัดตั้งสำนักหอสมุดกลาง การพัฒนาคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ช่วยให้สถาบันมีความเข้มแข็งด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี วิทยาการคอมพิวเตอร์และศาสตร์พื้นฐานที่รองรับงานวิศวกรรมกับการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง
พัฒนาการของสถาบันไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปิดหลักสูตรใหม่ แต่รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีด้วย วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 มีการจัดตั้งสำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม และวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2536 สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย–ฝรั่งเศส หน่วยงานเหล่านี้แสดงให้เห็นแนวโน้มการขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและต่างประเทศ เพื่อให้สถาบันเป็นทั้งผู้ผลิตบุคลากรและแหล่งให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีแก่สถานประกอบการ
ใน พ.ศ. 2538 สถาบันเริ่มขยายการศึกษาไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภูมิภาคตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานบุกเบิกคือคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม ซึ่งต่อมาได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการพร้อมหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2539 การขยายไปปราจีนบุรีมีความสำคัญเพราะทำให้สถาบันมีพื้นที่สำหรับการเรียนการสอน งานวิจัยและการพัฒนาความร่วมมือกับชุมชนและภาคการผลิตนอกกรุงเทพมหานคร
พื้นที่วิทยาเขตปราจีนบุรีตั้งอยู่ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ใกล้เส้นทางถนนปราจีนบุรี–เขาใหญ่ โดยมีความสัมพันธ์กับพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนท้องถิ่น และสถานประกอบการในภูมิภาคตะวันออก การจัดการศึกษาของวิทยาเขตเน้นเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการอุตสาหกรรม การออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และธุรกิจบริการ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับทรัพยากรและโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค
ช่วง พ.ศ. 2544–2546 สถาบันขยายขอบเขตการศึกษาไปยังศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ศิลปศาสตร์ประยุกต์ และอุตสาหกรรมเกษตร โดยมีการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศใน พ.ศ. 2544 คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ใน พ.ศ. 2545 และคณะอุตสาหกรรมเกษตรใน พ.ศ. 2546 พัฒนาการนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีดิจิทัล การสื่อสาร การจัดการ และวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2548 มีการจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน หรือ The Sirindhorn International Thai-German Graduate School of Engineering (TGGS) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความสัมพันธ์ทางการศึกษาไทย–เยอรมันที่สืบทอดจากจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2502 หน่วยงานแห่งนี้เน้นการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ระดับสูงและความร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมต่างประเทศ โดยจัดการเรียนการสอนในภาษาอังกฤษและสนับสนุนการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่
วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2550 มีการประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2550 ส่งผลให้สถาบันเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกำกับของรัฐ การเปลี่ยนสถานภาพทำให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหารวิชาการ บุคลากร งบประมาณ และความร่วมมือด้านการวิจัย พร้อมรักษาพันธกิจการผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ
การขยายตัวอีกครั้งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2553 เมื่อมหาวิทยาลัยเริ่มพัฒนาวิทยาเขตระยอง โดยสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบแนวทางการจัดตั้งพื้นที่การศึกษาในตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553 และก่อนหน้านั้นได้อนุมัติจัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน การขยายไปจังหวัดระยองมีความสัมพันธ์กับบทบาทของภาคตะวันออกในฐานะฐานการผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย ซึ่งต้องการวิศวกรและบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่มีทักษะเฉพาะทาง
ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยอนุมัติจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะบริหารธุรกิจที่วิทยาเขตระยอง การรวมศาสตร์ด้านวิศวกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม และธุรกิจเข้าด้วยกันช่วยให้การผลิตบุคลากรสอดคล้องกับระบบอุตสาหกรรมที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากร ความปลอดภัย และการบริหารองค์กร
มหาวิทยาลัยยังขยายความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 และคณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558 หน่วยงานเหล่านี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางการศึกษาจากวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ไปสู่การจัดการธุรกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การค้าระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมบริการ
วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563 มีการเปลี่ยนชื่อคณะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็น “คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและบทบาทของนวัตกรรมดิจิทัลต่อระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบสารสนเทศอัจฉริยะ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขปัญหาของธุรกิจและอุตสาหกรรม
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมีศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ เป็นอธิการบดี โดยมีบทบาทกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยทั้ง 3 พื้นที่ และสนับสนุนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมกับองค์กรภายนอก ภารกิจของมหาวิทยาลัยอยู่บนแนวคิดการสร้างบัณฑิตที่สามารถนำความรู้ทางวิชาการไปใช้ในสถานการณ์การทำงานจริง พร้อมพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และบริการใหม่
อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือสัมพันธ์กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยตราประจำมหาวิทยาลัยอัญเชิญ “พระมหามงกุฎ” ซึ่งเป็นพระบรมราชลัญจกรประจำพระองค์มาเป็นสัญลักษณ์ตามพระบรมราชานุญาต สีประจำมหาวิทยาลัยคือ “สีแดงหมากสุก” รหัสสี #AC3520 ซึ่งเป็นสีที่สถาบันอัญเชิญมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกับพระราชประวัติรัชกาลที่ 4 และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ “ต้นประดู่แดง” ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคง ดอกมีสีแดงเข้มใกล้เคียงสีแดงหมากสุก และออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งตรงกับเดือนสถาปนามหาวิทยาลัย ต้นประดู่แดงจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของชาวพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
มหาวิทยาลัยใช้แนวคิด “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม” ในการสื่อสารอัตลักษณ์ด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่และนำไปใช้ประโยชน์จริง ขณะที่ปรัชญาการจัดการศึกษาคือ “พัฒนาคน พัฒนานวัตกรรม พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” แนวคิดดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการศึกษาเชิงปฏิบัติตามรากฐานไทย–เยอรมันเข้ากับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคดิจิทัลและการแข่งขันทางเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรม “วันรวมน้ำใจชาว มจพ.” เนื่องในวาระครบรอบ 67 ปี ภายใต้แนวคิดการใช้พลังเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างชาติ กิจกรรมดังกล่าวมีทั้งพิธีการ การประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่า คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรผู้มีผลงานดีเด่น รวมถึงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่ายศิษย์เก่าที่เป็นกำลังสำคัญของมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง
การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับศิษย์เก่ามีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีรากฐานจากการศึกษาสายช่าง เพราะศิษย์เก่าจำนวนมากทำงานอยู่ในโรงงาน บริษัทเทคโนโลยี สถานศึกษา และหน่วยงานวิศวกรรม การรวมตัวของศิษย์เก่าจึงช่วยสนับสนุนทั้งเครือข่ายวิชาชีพ การฝึกงาน การถ่ายทอดประสบการณ์ การจัดทุนการศึกษา และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีให้แก่นักศึกษารุ่นใหม่
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ พิธีไหว้ครู กิจกรรมสโมสรนักศึกษา การแข่งขันทักษะทางวิศวกรรมและเทคโนโลยี การนำเสนอผลงานวิชาการ และกิจกรรมจิตอาสา โดยแต่ละคณะมีลักษณะกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิชาชีพของตนเอง กิจกรรมด้านหุ่นยนต์ การออกแบบทางวิศวกรรม การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการสร้างชิ้นงานต้นแบบช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกัน การแก้ปัญหา และการสื่อสารผลงานต่อสาธารณะ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ในกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในคณะที่มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย โดยจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า โยธา เคมี อุตสาหการ วัสดุ คอมพิวเตอร์ และศาสตร์วิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและระบบอุตสาหกรรม การเรียนการสอนเน้นพื้นฐานคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ควบคู่กับการใช้เครื่องมือ การทดลอง และโครงงานออกแบบ เพื่อให้บัณฑิตสามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางวิศวกรรมได้ในสภาพการทำงานจริง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังมีบทบาทด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในหลายสาขา เช่น หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมพลังงาน เทคโนโลยีการผลิต และการพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็ก ตัวอย่างผลงานที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเชิงประดิษฐ์คือโครงการดาวเทียมขนาดเล็ก KNACKSAT ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาความรู้ด้านระบบอวกาศและวิศวกรรมในมหาวิทยาลัย และการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับนานาชาติที่นักศึกษากับนักวิจัยของคณะมีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมีภารกิจในการผลิตครูช่าง นักการศึกษาด้านเทคโนโลยี และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาทักษะวิชาชีพ สาขาวิชาของคณะเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับวิศวกรรมศาสตร์ เช่น วิศวกรรมเครื่องกลและการศึกษา วิศวกรรมไฟฟ้าและการศึกษา และวิศวกรรมการผลิตและอุตสาหการ การจัดการศึกษาให้ความสำคัญกับความเข้าใจเนื้อหาวิศวกรรม การออกแบบบทเรียน การใช้สื่อเทคโนโลยี และการจัดประสบการณ์ปฏิบัติให้เหมาะกับผู้เรียนสายอาชีพ
วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่รักษารากฐานเทคนิคไทย–เยอรมันไว้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเปิดการศึกษาตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ไทย–เยอรมัน ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนถึงการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา หลักสูตรที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล แมคคาทรอนิกส์ การเชื่อม ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยียานยนต์ การทำความเย็นและปรับอากาศ ตลอดจนการซ่อมบำรุงอากาศยาน
การจัดการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีทั้งหลักสูตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นหรือมัธยมศึกษาตอนปลาย และหลักสูตรต่อเนื่องหรือเทียบโอนสำหรับผู้มีวุฒิทางอาชีวศึกษา นักศึกษาสามารถเรียนรู้ผ่านโรงฝึกปฏิบัติและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การผลิต การประกอบชิ้นส่วน และการทดสอบระบบต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรที่สามารถทำงานในภาคการผลิตได้อย่างมีมาตรฐาน
คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ทำหน้าที่พัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ สถิติ ฟิสิกส์ เคมี วิทยาการคอมพิวเตอร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาของคณะมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัย การคำนวณ การสร้างแบบจำลอง และการแก้ไขปัญหาที่ต้องอาศัยหลักวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลมีบทบาทพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งศึกษาการออกแบบระบบสารสนเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัลที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม คณะมีการดำเนินงานด้านการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนานักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์สนับสนุนองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกันของบุคลากรเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยมีบทบาทด้านภาษา การสื่อสาร สังคมศาสตร์และการพัฒนาทักษะสำหรับการประกอบอาชีพในสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ การศึกษาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ช่วยเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสารความรู้ทางเทคนิค และการทำงานร่วมกับบุคลากรจากหลายวัฒนธรรม
คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบจัดการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบอุตสาหกรรมและการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมของมนุษย์ โดยเน้นการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับเทคโนโลยีการผลิตและการใช้งานจริง ผู้เรียนต้องศึกษาทั้งการสร้างแนวคิด การใช้วัสดุ การออกแบบเพื่อประโยชน์ใช้สอย การเขียนแบบ และการสื่อสารผลงานให้เหมาะกับบริบทของผู้ใช้และอุตสาหกรรม
คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมมีภารกิจด้านการบริหารธุรกิจที่เชื่อมโยงกับสถานประกอบการอุตสาหกรรม โดยมีการศึกษาด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งการบริหารอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ จุดเด่นอยู่ที่การบูรณาการความรู้ด้านการจัดการเข้ากับการวิเคราะห์ระบบการผลิต การบริหารบุคลากร การพัฒนาองค์กร และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ
วิทยาลัยนานาชาติเป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาในหลักสูตรภาษาอังกฤษและสนับสนุนประสบการณ์เรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยมีบทบาทเชื่อมโยงด้านการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจโลกกับการศึกษาของมหาวิทยาลัย นักศึกษาจึงมีโอกาสพัฒนาทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ความรู้เกี่ยวกับตลาดระหว่างประเทศ และแนวทางการทำงานในองค์กรที่มีเครือข่ายธุรกิจหลายประเทศ
บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน หรือ TGGS มีลักษณะการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการวิจัยขั้นสูงและความร่วมมือกับต่างประเทศ สาขาที่สำคัญครอบคลุมวิศวกรรมเครื่องกลและยานยนต์ วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมวัสดุและการผลิต วิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ระบบพลังงานอัจฉริยะ และวิศวกรรมระบบราง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้านการออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์และวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสาขาที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สำหรับวิทยาเขตปราจีนบุรี คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรมมุ่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการอุตสาหกรรม การออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง และวิศวกรรมเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม การเรียนการสอนมีลักษณะบูรณาการเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตจริง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง การจัดการโลจิสติกส์ การวางแผนกระบวนการผลิต และการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร
คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัลที่วิทยาเขตปราจีนบุรีมีบทบาทพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตร โดยเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์อาหาร การแปรรูป การควบคุมคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารกระบวนการผลิต และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับอุตสาหกรรมเกษตร หลักสูตรด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงช่วยสร้างบุคลากรที่สามารถยกระดับมูลค่าวัตถุดิบและตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยกับคุณภาพอาหารของผู้บริโภค
คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการที่วิทยาเขตปราจีนบุรีให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจที่สัมพันธ์กับภาคการค้า การท่องเที่ยว การโรงแรมและการบริการ โดยมีการศึกษาและพัฒนาทักษะการวางแผนธุรกิจ การตลาด การบริหารองค์กร และการจัดการบริการ ความเชี่ยวชาญเหล่านี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งประกอบด้วยทั้งพื้นที่การเกษตร แหล่งท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาคใกล้เคียง
ใน พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยยังพัฒนาระบบการศึกษาทวิภาคีตามแนวคิดเยอรมันผ่าน “หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน” ที่เชื่อมโยงการเรียนในสถานศึกษากับการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยมีแนวทางการศึกษาที่รองรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 และพัฒนาไปสู่การศึกษาระดับอนุปริญญาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกลสมัยใหม่ โลจิสติกส์และดิจิทัล รวมถึงสมุนไพรและความงาม รูปแบบดังกล่าวช่วยสร้างทางเลือกให้ผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านอาชีพควบคู่กับการศึกษาต่อ
วิทยาเขตระยองมีจุดเด่นจากการตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี พลังงาน เครื่องจักร และโลจิสติกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีจึงจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมกระบวนการเคมี เทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกลและยานยนต์ เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและอัตโนมัติ เทคโนโลยีวิศวกรรมวัสดุและกระบวนการผลิต และเทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์ ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความต้องการกำลังคนของสถานประกอบการในภาคตะวันออก
คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อมมีภารกิจในการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ พลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การผลิตพลังงานและการใช้ทรัพยากรในโรงงานจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ประสิทธิภาพ การควบคุมมลพิษ และความยั่งยืนของระบบนิเวศ ขณะที่คณะบริหารธุรกิจในวิทยาเขตเดียวกันช่วยพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการองค์กร การเงิน การบัญชี และธุรกิจสำหรับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง
นอกเหนือจากการศึกษาระดับปริญญา มหาวิทยาลัยยังมีศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรมในตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง ซึ่งดำเนินงานด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และความร่วมมือกับสถานประกอบการอุตสาหกรรม หน่วยงานดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงบุคลากรในภาคการผลิตกับความรู้ด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานการทำงาน โดยตั้งอยู่ต่างพื้นที่จากกลุ่มคณะวิชาที่วิทยาเขตระยองในอำเภอบ้านค่าย
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมีระบบการศึกษาที่ครอบคลุมตั้งแต่ประกาศนียบัตรวิชาชีพ อนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยข้อมูลกองบริการการศึกษาภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ระบุจำนวนหลักสูตรที่เปิดสอนรวม 213 หลักสูตร จำแนกเป็นระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 4 หลักสูตร อนุปริญญา 4 หลักสูตร ปริญญาตรี 104 หลักสูตร ปริญญาโท 61 หลักสูตร และปริญญาเอก 40 หลักสูตร การจัดการศึกษาดังกล่าวครอบคลุมทั้งหลักสูตรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรที่เสริมทักษะภาษาอังกฤษ
การรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2569 มีทั้งระบบการรับตรงของมหาวิทยาลัยและกระบวนการคัดเลือกที่เกี่ยวข้องกับ TCAS ตามประเภทหลักสูตรและคุณสมบัติผู้สมัคร โดยบางหลักสูตรเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ขณะที่หลักสูตรต่อเนื่องและเทียบโอนรองรับผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์รองรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 การมีเส้นทางการศึกษาหลายระดับช่วยให้มหาวิทยาลัยตอบสนองทั้งนักเรียนสายสามัญและสายอาชีวศึกษา
งานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภาคการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ ตัวอย่างความเชี่ยวชาญได้แก่ หุ่นยนต์กู้ภัย ระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การออกแบบดาวเทียมขนาดเล็ก พลังงาน การผลิตวัสดุ การวิเคราะห์ข้อมูล และการพัฒนากระบวนการผลิต การทำงานวิจัยในสาขาเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงความรู้ในห้องปฏิบัติการกับความต้องการของโรงงานและองค์กรที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมเป็นส่วนสำคัญของการจัดการศึกษา นักศึกษาสามารถพัฒนาประสบการณ์ผ่านสหกิจศึกษา การฝึกงาน การทำโครงงานร่วมกับสถานประกอบการ และการศึกษาเครื่องมือหรือระบบเทคโนโลยีที่ใช้จริงในงานอุตสาหกรรม โดยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนากำลังคนด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน ซึ่งสะท้อนการตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรวิศวกรรมและช่างอากาศยานที่มีมาตรฐานวิชาชีพ
อีกตัวอย่างหนึ่งคือการจัดสัมมนาวิชาการด้านเทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคตในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับการดูแลสุขภาพประชาชน กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าบทบาทของมหาวิทยาลัยมิได้จำกัดเฉพาะการผลิตเครื่องจักรหรือระบบอุตสาหกรรม แต่ยังขยายไปสู่การใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งอาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารเรียนวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม และกลุ่มอาคารด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยอาคารเหล่านี้รองรับการศึกษาภาคทฤษฎีและการปฏิบัติที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและพื้นที่เฉพาะทาง ผู้เข้ามาศึกษาดูงานจึงสามารถเห็นลักษณะการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยที่มีความเชื่อมโยงระหว่างการเรียน การทดลอง และการจัดกิจกรรมวิชาการ
อาคารนวมินทรราชินีเป็นอาคารสำคัญของมหาวิทยาลัยที่มีหน่วยงานหลายส่วนตั้งอยู่ภายใน รวมถึงสำนักหอสมุดกลางและพื้นที่จัดประชุมทางวิชาการ ห้องสมุดทำหน้าที่ให้บริการหนังสือ สิ่งพิมพ์ วารสารวิชาการและฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสนับสนุนการศึกษาและวิจัย นักศึกษาสามารถใช้เป็นพื้นที่ค้นคว้า ทำรายงานและเรียนรู้ด้วยตนเอง ขณะที่ผู้มาติดต่อภายนอกควรตรวจสอบข้อกำหนดการใช้บริการของห้องสมุดในแต่ละช่วงเวลา
หอประชุมเบญจรัตน์ภายในอาคารนวมินทรราชินีเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญ เช่น การประชุมวิชาการ สัมมนา การพัฒนาบุคลากร และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีอาคารอเนกประสงค์และพื้นที่จัดกิจกรรมของนักศึกษาที่ใช้เป็นเวทีนำเสนอผลงานหรือจัดโครงการต่าง ๆ การใช้พื้นที่เหล่านี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา บุคลากร และหน่วยงานภายนอก
มหาวิทยาลัยยังมีหอจดหมายเหตุซึ่งรวบรวมประวัติการก่อตั้ง เอกสารเก่า ภาพถ่าย บุคคลสำคัญ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสถาบันจากโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี การศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านเอกสารเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของการศึกษาช่างในประเทศไทย ตลอดจนความสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างไทยกับเยอรมนีที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนาน
ภายในมหาวิทยาลัยมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาและอัตลักษณ์ เช่น พระนิรันตรายจำลองและพื้นที่ประกอบพิธีการในโอกาสสำคัญ โดยพระนิรันตรายจำลองมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมรำลึกและการสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาคมมหาวิทยาลัย ส่วนต้นประดู่แดงและพื้นที่สัญลักษณ์ต่าง ๆ ช่วยสะท้อนความเป็นสถาบันที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว การเข้าชมพื้นที่เหล่านี้ควรเคารพกฎของมหาวิทยาลัยและความเหมาะสมของสถานที่
ในด้านการเรียนรู้เชิงเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมีโรงฝึกปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการเครื่องกล ไฟฟ้า วัสดุ และระบบควบคุม รวมถึงพื้นที่ทดสอบโครงงานและนวัตกรรม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาที่เน้นการลงมือทำ บุคคลภายนอกที่สนใจเข้าศึกษาดูงานโรงปฏิบัติการหรือศูนย์วิจัยควรติดต่อหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ล่วงหน้า เนื่องจากห้องปฏิบัติการบางแห่งมีเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า สารเคมี และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเฉพาะทาง
ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยในย่านวงศ์สว่างและบางซื่อมีความสัมพันธ์กับสถาบันมายาวนาน ทั้งการค้าขาย อาหาร ที่พักนักศึกษา และบริการการเดินทาง ซอยวงศ์สว่าง 11 เป็นย่านที่มีร้านอาหารและที่พักที่รองรับนักศึกษาและผู้มาเยือน ขณะที่ถนนประชาราษฎร์ 1 เชื่อมโยงไปยังวัดและตลาดเก่าในพื้นที่บางโพ ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนเกิดขึ้นควบคู่กับการขยายตัวของมหาวิทยาลัยและระบบคมนาคมของกรุงเทพมหานคร
สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดมัชฌันติการาม วัดสร้อยทอง วัดบางโพโอมาวาส และตลาดบางโพ ซึ่งช่วยสะท้อนประวัติศาสตร์ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนสะพานพระราม 7 เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนนทบุรี และศูนย์การเรียนรู้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยบริเวณบางกรวยเป็นแหล่งศึกษาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงกับความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักศึกษา
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในบริเวณมหาวิทยาลัยจึงสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวได้ทั้งประวัติศาสตร์การศึกษาช่าง อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การคมนาคม และวัฒนธรรมชุมชน ผู้ที่สนใจอาจเริ่มจากการชมพื้นที่มหาวิทยาลัยที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงตามข้อกำหนด ก่อนเดินทางไปศึกษาวัดเก่า ตลาดและสถานที่ด้านพลังงานในบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนและการทดลองจริง การเข้าอาคารบางแห่งจึงไม่ใช่กิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไปและต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล
การเดินทาง ไปมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถใช้รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงลงสถานีวงศ์สว่าง แล้วต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างเข้าสู่ถนนประชาราษฎร์ 1 และมหาวิทยาลัยได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินลงสถานีบางซื่อหรือสถานีเตาปูนก่อนต่อระบบขนส่งท้องถิ่น โดยสถานีรถไฟฟ้าไม่ได้อยู่ติดกับประตูมหาวิทยาลัยโดยตรง
ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสามารถใช้บริการที่ผ่านถนนประชาราษฎร์ 1 และบริเวณบางโพ–วงศ์สว่าง โดยมีเส้นทางที่เคยให้บริการ เช่น สาย 32, 90, 97, 117, 175 และ 203 รวมทั้งสายที่มีการปรับหมายเลขใหม่ตามระบบขนส่งมวลชน ผู้โดยสารควรตรวจสอบเส้นทางและจุดจอดปัจจุบันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการต่อรถจาก MRT สถานีวงศ์สว่างหรือสถานีเตาปูน
ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถนนวงศ์สว่าง ถนนพิบูลสงคราม และเส้นทางเชื่อมต่อจากสะพานพระราม 7 เพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยควรกำหนดปลายทางเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กรุงเทพมหานคร เลขที่ 1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 เพื่อไม่ให้สับสนกับวิทยาเขตปราจีนบุรีหรือระยอง การนำรถเข้าและใช้พื้นที่จอดรถภายในขึ้นอยู่กับระเบียบและการจัดการของมหาวิทยาลัยในแต่ละช่วงเวลา
การเดินทางไปวิทยาเขตปราจีนบุรีสามารถใช้รถยนต์จากกรุงเทพมหานครผ่านเส้นทางมุ่งหน้าจังหวัดปราจีนบุรี แล้วเข้าสู่ตำบลเนินหอมตามเส้นทางไปเขาใหญ่ โดยวิทยาเขตตั้งอยู่เลขที่ 129 หมู่ 21 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25230 ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปวิทยาเขตระยองควรกำหนดจุดหมายเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่ตำบลมาบตาพุด
การติดต่อมหาวิทยาลัยสามารถโทรศัพท์หมายเลข 02-555-2000 สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร และหมายเลข 037-217-300 สำหรับวิทยาเขตปราจีนบุรี ส่วนหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมในระยองมีหมายเลขติดต่อเฉพาะตามส่วนงาน สำหรับผู้มาติดต่อกองกลาง สำนักงานอธิการบดี เปิดบริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ เวลาดังกล่าวเป็นเวลาติดต่อสำนักงานและไม่ใช่ข้อกำหนดเกี่ยวกับเวลาเข้าออกพื้นที่มหาวิทยาลัยหรือเวลาการเรียนการสอนของทุกหลักสูตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือจึงเป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาด้านช่าง วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย จากโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือที่เริ่มต้นใน พ.ศ. 2502 สู่การเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ การเติบโตของสถาบันสัมพันธ์กับความต้องการกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด พร้อมพัฒนาจากการเรียนรู้การใช้เครื่องจักรสู่การวิจัยและสร้างนวัตกรรมระดับสูง
ใน พ.ศ. 2569 ซึ่งมหาวิทยาลัยครบรอบ 67 ปี มจพ. ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์เทคนิคไทย–เยอรมันผ่านการศึกษาที่เน้นการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาในสาขาใหม่อย่างเทคโนโลยีดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ พลังงานอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล การดำเนินงานในกรุงเทพมหานคร ปราจีนบุรี และระยองยังช่วยเชื่อมโยงสถาบันกับฐานการผลิตและชุมชนหลายภูมิภาค ทำให้มหาวิทยาลัยมีบทบาททั้งด้านการสร้างบัณฑิต การวิจัย การพัฒนาทักษะแรงงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่ออนาคตของประเทศ
| ชื่อมหาวิทยาลัย | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | King Mongkut's University of Technology North Bangkok (KMUTNB) |
| ชื่อย่อ | มจพ. / KMUTNB |
| ประเภทสถาบัน | มหาวิทยาลัยของรัฐในกำกับของรัฐ สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม |
| ที่อยู่สำนักงานใหญ่ | 1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 |
| วันเริ่มก่อตั้ง | 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 |
| อายุสถาบันใน พ.ศ. 2569 | 67 ปี |
| ชื่อเดิม | 1. โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ (พ.ศ. 2502) 2. วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ (พ.ศ. 2507) 3. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ (พ.ศ. 2514) 4. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (พ.ศ. 2529) 5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (พ.ศ. 2550) |
| ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง | กระทรวงศึกษาธิการ กรมอาชีวศึกษา รัฐบาลไทย และรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี |
| อธิการบดี พ.ศ. 2569 | ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ |
| ที่มาของชื่อ | อัญเชิญพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มาเป็นนามสถาบัน เพื่อเชิดชูพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ |
| ปรัชญาการจัดการศึกษา | พัฒนาคน พัฒนานวัตกรรม พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| อัตลักษณ์ทางวิชาการ | มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม และการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงตามรากฐานเทคนิคไทย–เยอรมัน |
| ตราสัญลักษณ์ | พระมหามงกุฎ ซึ่งเป็นพระบรมราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | สีแดงหมากสุก (#AC3520) |
| ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย | ต้นประดู่แดง |
| พื้นที่การศึกษา | 1. มจพ. กรุงเทพฯ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 2. มจพ. ปราจีนบุรี ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี 3. มจพ. ระยอง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง |
| ที่อยู่วิทยาเขตปราจีนบุรี | 129 หมู่ 21 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 25230 |
| ศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมในระยอง | ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม เลขที่ 15 ถนนมาบตาพุดพัน ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21150 |
| คณะและวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร | 1. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 2. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 3. คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 4. วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 5. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล 6. คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ 7. คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ 8. คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม 9. วิทยาลัยนานาชาติ 10. บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) 11. บัณฑิตวิทยาลัย |
| คณะในวิทยาเขตปราจีนบุรี | 1. คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม 2. คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ 3. คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล |
| คณะในวิทยาเขตระยอง | 1. คณะบริหารธุรกิจ 2. คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม 3. คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี |
| จำนวนหลักสูตรภาค 1/2569 | 213 หลักสูตร ได้แก่ ปวช. 4 หลักสูตร อนุปริญญา 4 หลักสูตร ปริญญาตรี 104 หลักสูตร ปริญญาโท 61 หลักสูตร และปริญญาเอก 40 หลักสูตร ตามรายงานกองบริการการศึกษา |
| สถานที่สำคัญภายใน | 1. อาคารสำนักงานอธิการบดี 2. อาคารนวมินทรราชินี 3. สำนักหอสมุดกลาง 4. หอประชุมเบญจรัตน์ 5. คณะวิศวกรรมศาสตร์และห้องปฏิบัติการ 6. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 7. วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 8. บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน 9. หอจดหมายเหตุ มจพ. 10. พื้นที่ประดิษฐานพระนิรันตรายจำลอง 11. อาคารอเนกประสงค์และพื้นที่กิจกรรมนักศึกษา 12. อุทยานเทคโนโลยี มจพ. |
| วันสำคัญและกิจกรรม | 1. วันสถาปนามหาวิทยาลัย 19 กุมภาพันธ์ 2. วันรวมน้ำใจชาว มจพ. 3. กิจกรรมศิษย์เก่าและการประกาศเกียรติคุณ 4. การแข่งขันทักษะและการนำเสนอนวัตกรรม 5. การประชุมวิชาการและกิจกรรมบริการสังคม |
| จุดเด่นด้านวิชาการและวิจัย | วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีการบิน ดาวเทียมขนาดเล็ก KNACKSAT วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล |
| วันติดต่อกองกลาง สำนักงานอธิการบดี | วันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ |
| เวลาติดต่อกองกลาง สำนักงานอธิการบดี | 08.30 – 16.30 น. |
| การเข้าชม | การเข้าอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่วิจัยเป็นไปตามระเบียบของแต่ละหน่วยงาน การศึกษาดูงานควรติดต่อล่วงหน้า |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน ห้องสมุด หอประชุม ศูนย์อาหาร พื้นที่กีฬา ที่พักนักศึกษาและผู้เข้าร่วมกิจกรรม และที่จอดรถตามระเบียบมหาวิทยาลัย |
| การเดินทาง | MRT สายสีม่วงสถานีวงศ์สว่างแล้วต่อรถ รถโดยสารบนถนนประชาราษฎร์ 1 รถยนต์ส่วนตัวผ่านถนนวงศ์สว่างหรือสะพานพระราม 7 และรถรับจ้างจากจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ใกล้เคียง | 1. วัดมัชฌันติการาม (วัดน้อย) 2. วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง 3. วัดบางโพโอมาวาส 4. ตลาดบางโพ 5. สะพานพระราม 7 6. ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง บางกรวย |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. มาหาหน่อย หม่าล่าทั่ง สาขา มจพ. โทร. 080-082-2972 2. Siam Shabu Malatang ถนนประชาราษฎร์สาย 1 โทร. 085-569-5596 3. So Grill & Shabu สาขามาร์เก็ตเพลสวงศ์สว่าง โทร. 064-474-2189 4. Viet Cuisine Garden and Cafe วงศ์สว่าง โทร. 081-315-2477 5. สมพงษ์ หม้อไฟ บุฟเฟ่ต์ ถนนประชาชื่น โทร. 095-891-9141 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. KMUTNB Guesthouse ภายในมหาวิทยาลัย โทร. 02-555-2000 2. The Loft Resort ซอยวงศ์สว่าง 19 โทร. 02-913-0557 3. The Curve ซอยวงศ์สว่าง 11 โทร. 090-635-5311 4. The State Apartment ถนนประชาราษฎร์สาย 2 โทร. 081-442-5516 5. Riverine Place Hotel and Residence ถนนพิบูลสงคราม จังหวัดนนทบุรี โทร. 02-966-6111 6. BB Wongsawang ถนนวงศ์สว่าง โทร. 094-875-0271 |
| โทรศัพท์ มจพ. กรุงเทพฯ | 02-555-2000 |
| โทรศัพท์กองกลาง สำนักงานอธิการบดี | 02-555-2000 ต่อ 1100 |
| โทรศัพท์ มจพ. ปราจีนบุรี | 037-217-300 |
| โทรศัพท์ศูนย์ฝึกอบรมอุตสาหกรรมระยอง | 038-627-000 ต่อ 5601–5609 |
| เว็บไซต์มหาวิทยาลัย | https://www.kmutnb.ac.th/ |
| เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษา | https://admission.kmutnb.ac.th/ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินงานเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีในกำกับของรัฐ มีการเรียนการสอนในกรุงเทพมหานคร ปราจีนบุรี และระยอง |
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปีการศึกษา 2569
| คณะ / วิทยาลัย / พื้นที่การศึกษา | หลักสูตรและสาขาวิชา |
| คณะวิศวกรรมศาสตร์ — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี: ตัวอย่างสาขาวิชา 1. วิศวกรรมเครื่องกล 2. วิศวกรรมไฟฟ้า 3. วิศวกรรมโยธา 4. วิศวกรรมเคมี 5. วิศวกรรมอุตสาหการ 6. วิศวกรรมวัสดุ 7. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 8. วิศวกรรมการผลิตและระบบอัตโนมัติ ระดับบัณฑิตศึกษา 1. วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตในสาขาวิศวกรรมที่คณะจัดการศึกษา 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตในสาขาวิศวกรรมที่คณะจัดการศึกษา จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 19 หลักสูตร ปริญญาโท 12 หลักสูตร ปริญญาเอก 7 หลักสูตร |
| คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี: ตัวอย่างสาขาวิชา 1. วิศวกรรมเครื่องกลและการศึกษา 2. วิศวกรรมไฟฟ้าและการศึกษา 3. วิศวกรรมการผลิตและอุตสาหการ 4. ครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านการศึกษาและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 2. หลักสูตรระดับปริญญาเอกด้านการศึกษาและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 7 หลักสูตร ปริญญาโท 6 หลักสูตร ปริญญาเอก 7 หลักสูตร |
| วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม — กรุงเทพฯ | ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1. หลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ไทย–เยอรมัน ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับปริญญาตรี: สาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษา 1. เทคโนโลยีเครื่องกล 2. เทคโนโลยีแมคคาทรอนิกส์ 3. เทคโนโลยีเครื่องต้นกำลัง 4. เทคโนโลยีการเชื่อม 5. เทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง 6. เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ 7. เทคโนโลยีวิศวกรรมการออกแบบและผลิตเครื่องจักรกล 8. เทคโนโลยีวิศวกรรมแม่พิมพ์และเครื่องมือ 9. เทคโนโลยีวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ 10. เทคโนโลยีวิศวกรรมพอลิเมอร์และอุตสาหกรรมยาง 11. เทคโนโลยีวิศวกรรมการเชื่อม 12. เทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ 13. เทคโนโลยีวิศวกรรมการทำความเย็นและการปรับอากาศ 14. เทคโนโลยีวิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 15. เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง 16. เทคโนโลยีวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 17. เทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการ 18. วิศวกรรมโยธาและเทคโนโลยี 19. การจัดการเทคโนโลยีการผลิตและสารสนเทศ ระดับบัณฑิตศึกษา 1. เทคโนโลยีวิศวกรรมพลังงาน 2. เทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์และพลังงาน 3. เทคโนโลยีวิศวกรรมการเชื่อม 4. การจัดการเทคโนโลยีการผลิตและสารสนเทศ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปวช. 4 หลักสูตร ปริญญาตรี 20 หลักสูตร ปริญญาโท 10 หลักสูตร ปริญญาเอก 5 หลักสูตร |
| คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี: ตัวอย่างสาขาวิชา 1. คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2. สถิติประยุกต์ 3. ฟิสิกส์ประยุกต์ 4. เคมีอุตสาหกรรม 5. วิทยาการคอมพิวเตอร์ 6. วิทยาศาสตร์ข้อมูลและสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เชิงคำนวณ ระดับบัณฑิตศึกษา 1. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: อนุปริญญา 1 หลักสูตร ปริญญาตรี 18 หลักสูตร ปริญญาโท 11 หลักสูตร ปริญญาเอก 8 หลักสูตร |
| คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี 1. หลักสูตรนานาชาติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล ระดับบัณฑิตศึกษา 1. เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ระบบสารสนเทศ 3. วิทยาศาสตร์ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 4. เทคโนโลยีดิจิทัลและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 1 หลักสูตร ปริญญาโท 5 หลักสูตร ปริญญาเอก 5 หลักสูตร |
| คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ — กรุงเทพฯ | ระดับบัณฑิตศึกษาและสาขาการศึกษา 1. ภาษาศาสตร์ประยุกต์ 2. ภาษาอังกฤษและการสื่อสารเพื่อวิชาชีพ 3. สังคมศาสตร์และการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาโท 3 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร |
| คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี: ตัวอย่างสาขาวิชา 1. สถาปัตยกรรม 2. การออกแบบอุตสาหกรรม 3. การออกแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม 4. การออกแบบที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีการผลิต ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านการออกแบบ 2. หลักสูตรระดับปริญญาเอกด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 5 หลักสูตร ปริญญาโท 1 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร |
| คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี 1. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์ 2. บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ระดับบัณฑิตศึกษา 1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตในสาขาด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม 2. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตในสาขาด้านการบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรม จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 2 หลักสูตร ปริญญาโท 1 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร |
| วิทยาลัยนานาชาติ — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี 1. หลักสูตรนานาชาติด้านธุรกิจระหว่างประเทศและการค้าโลก จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ 2 หลักสูตร |
| บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) — กรุงเทพฯ | ระดับปริญญาตรี 1. Microelectronics Design and Semiconductor Engineering 2. Electric Vehicle and Automation System Engineering ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก: กลุ่มสาขาวิชา 1. Electrical and Computer Engineering 2. Chemical Engineering and Management 3. Mechanical and Automotive Engineering 4. Materials and Production Engineering 5. Railway Vehicles and Infrastructure Engineering จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 2 หลักสูตร ปริญญาโท 5 หลักสูตร ปริญญาเอก 4 หลักสูตร |
| คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม — ปราจีนบุรี | ระดับปริญญาตรี: สาขาวิชาที่สำคัญ 1. เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. การจัดการอุตสาหกรรม 3. คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง 4. วิศวกรรมเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านการจัดการอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: อนุปริญญา 2 หลักสูตร ปริญญาตรี 8 หลักสูตร ปริญญาโท 1 หลักสูตร |
| คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล — ปราจีนบุรี | ระดับปริญญาตรี: ตัวอย่างสาขาวิชา 1. นวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตรและการจัดการ 3. วิทยาศาสตร์อาหารและการจัดการอุตสาหกรรมอาหาร ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านอุตสาหกรรมเกษตร จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: อนุปริญญา 1 หลักสูตร ปริญญาตรี 3 หลักสูตร ปริญญาโท 1 หลักสูตร |
| คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ — ปราจีนบุรี | ระดับปริญญาตรี: สาขาวิชาที่สำคัญ 1. บริหารธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม 2. บริหารธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจและการจัดการบริการ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: อนุปริญญา 1 หลักสูตร ปริญญาตรี 2 หลักสูตร ปริญญาโท 1 หลักสูตร |
| คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี — ระยอง | ระดับปริญญาตรี 1. เทคโนโลยีวิศวกรรมกระบวนการเคมี 2. เทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกลและยานยนต์ 3. เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและอัตโนมัติ 4. เทคโนโลยีวิศวกรรมวัสดุและกระบวนการผลิต 5. เทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 5 หลักสูตร |
| คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม — ระยอง | ระดับปริญญาตรี: กลุ่มการศึกษา 1. วิทยาศาสตร์พลังงาน 2. วิทยาศาสตร์และการจัดการสิ่งแวดล้อม 3. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและอุตสาหกรรม ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: อนุปริญญา 1 หลักสูตร ปริญญาตรี 3 หลักสูตร ปริญญาโท 2 หลักสูตร |
| คณะบริหารธุรกิจ — ระยอง | ระดับปริญญาตรี: กลุ่มสาขาวิชา 1. การบัญชี 2. การจัดการธุรกิจ 3. การบริหารอุตสาหกรรม 4. การตลาดและการจัดการที่เกี่ยวข้อง ระดับบัณฑิตศึกษา 1. หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ 2. หลักสูตรระดับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ จำนวนหลักสูตรตามฐานข้อมูลภาค 1/2569: ปริญญาตรี 4 หลักสูตร ปริญญาโท 2 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร |
| บัณฑิตวิทยาลัยและอุทยานเทคโนโลยี — หน่วยงานสนับสนุน | บัณฑิตวิทยาลัยประสานงานการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของคณะต่าง ๆ โดยไม่ได้หมายถึงการนับหลักสูตรเหล่านั้นเพิ่มซ้ำ ส่วนอุทยานเทคโนโลยี มจพ. มีหลักสูตรระดับปริญญาตรี 1 หลักสูตรในบัญชีสถิติภาค 1/2569 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พื้นที่หลักตั้งอยู่เลขที่ 1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 และมีพื้นที่การศึกษาที่จังหวัดปราจีนบุรีและระยอง
ถาม: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ในชื่อโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ และพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือใน พ.ศ. 2550 โดยครบรอบ 67 ปีในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ถาม: ทำไมมหาวิทยาลัยจึงมีชื่อเรียกว่าเทคนิคไทย–เยอรมัน?
ตอบ: เพราะมีจุดกำเนิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในการพัฒนาการศึกษาด้านช่างและเทคโนโลยีตั้งแต่ พ.ศ. 2502 โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติและการฝึกทักษะในโรงงาน
ถาม: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีจุดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ครุศาสตร์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีดิจิทัล วิทยาศาสตร์ประยุกต์ และงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม
ถาม: มจพ. มีวิทยาเขตกี่แห่งและมีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: มหาวิทยาลัยมีพื้นที่การศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ ปราจีนบุรี และระยอง โดยมีคณะด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาปัตยกรรม ธุรกิจ อุตสาหกรรมเกษตร และวิทยาลัยเฉพาะทาง รายชื่อแยกตามพื้นที่แสดงในตารางสรุปของบทความ
ถาม: มจพ. เปิดสอนระดับการศึกษาอะไรบ้างในปี 2569?
ตอบ: เปิดการศึกษาตั้งแต่ประกาศนียบัตรวิชาชีพ อนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยรายงานจำนวนหลักสูตรภาค 1/2569 ของมหาวิทยาลัยระบุรวม 213 หลักสูตร
ถาม: มหาวิทยาลัยเปิดวันไหนและเวลาเท่าไร บุคคลทั่วไปเข้าชมได้หรือไม่?
ตอบ: กองกลาง สำนักงานอธิการบดี เปิดให้ติดต่อวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ส่วนการเข้าเยี่ยมชมอาคารเรียน โรงฝึกปฏิบัติ ห้องวิจัย หรือศึกษาดูงานต้องปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานและควรติดต่อล่วงหน้า
ถาม: เดินทางไปมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กรุงเทพฯ อย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงลงสถานีวงศ์สว่างแล้วต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างมายังถนนประชาราษฎร์ 1 หรือเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านถนนวงศ์สว่าง ถนนพิบูลสงคราม และสะพานพระราม 7 ตามเส้นทางที่เหมาะสม
หมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย
กลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




