หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร >อ.สัมพันธวงศ์ >ต.จักรวรรดิ > มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพ..
TL;DR: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ อยู่ที่แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เปิดวันจันทร์–วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ).

กรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ

วันเปิดทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
เวลาติดต่อคณะบริหารธุรกิจ: 09.00–16.30 น.
 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ (Rajamangala University of Technology Rattanakosin, Bophit Phimuk Chakkrawat Campus) หรือเรียกตามชื่อทางการที่ใช้ในปัจจุบันว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีประวัติศาสตร์การศึกษายาวนานถึง 141 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 264 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 มีรากฐานจากโรงเรียนวัดเชิงเลนหรือโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข ซึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นโรงเรียนหลวงในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก่อนพัฒนาผ่านระบบโรงเรียนมัธยม วิทยาลัยอาชีวศึกษา และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จนเข้าสู่โครงสร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ. 2548 ปัจจุบันเป็นพื้นที่จัดการศึกษาที่มีคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์เป็นหน่วยงานวิชาการสำคัญ โดยมีความโดดเด่นด้านการบัญชี การตลาด การจัดการธุรกิจ เทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การศึกษาของประเทศไทย เนื่องจากมีจุดเริ่มต้นสัมพันธ์กับการก่อตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับประชาชนในยุคแรกของการปฏิรูปการศึกษาไทย
 
บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีความพิเศษแตกต่างจากพื้นที่การศึกษาของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร บริเวณเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การค้าระหว่างไทยกับจีน การตั้งถิ่นฐานของชุมชนพ่อค้า การขยายตัวของกิจการพาณิชยกรรม และการพัฒนาระบบการศึกษาในสมัยรัตนโกสินทร์ พื้นที่โดยรอบมีถนนจักรวรรดิ ถนนเยาวราช ถนนสำเพ็ง ถนนราชวงศ์ และย่านการค้าดั้งเดิมที่ยังคงดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้การศึกษาในสาขาธุรกิจและภาษาเชื่อมโยงกับบริบทของชุมชนเมืองและเศรษฐกิจการค้าได้อย่างน่าสนใจ
 
ความสำคัญของสถาบันไม่ได้อยู่เพียงการผลิตบัณฑิตในระดับอุดมศึกษา แต่ยังสะท้อนพัฒนาการของระบบการศึกษาไทยที่เปลี่ยนผ่านจากการเรียนรู้ภายในวัดไปสู่การศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษาระดับมัธยม การฝึกอบรมวิชาชีพ และการจัดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เรื่องราวของบพิตรพิมุข จักรวรรดิ จึงเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์สังคมไทยในหลายช่วงเวลา ตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาสมัยรัชกาลที่ 5 การพัฒนาการศึกษาภาษาต่างประเทศ การก่อตั้งหลักสูตรเลขานุการและพาณิชยกรรม ไปจนถึงการจัดการศึกษาด้านธุรกิจดิจิทัลและภาษาสำหรับการทำงานระหว่างประเทศในปัจจุบัน
 
ก่อนการจัดตั้งโรงเรียนหลวง พื้นที่วัดบพิตรพิมุขหรือวัดเชิงเลนมีบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนในชุมชน โดยมีพระภิกษุและสามเณรทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน การเรียนการสอนในระยะแรกใช้พื้นที่ภายในวัด เช่น กุฏิ ศาลาการเปรียญ และอาคารที่เหมาะสมเป็นสถานที่ศึกษา รูปแบบการเรียนรู้ลักษณะนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมไทยก่อนที่ระบบโรงเรียนสมัยใหม่จะพัฒนาขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากวัดเป็นทั้งศูนย์กลางศาสนา วัฒนธรรม และการถ่ายทอดความรู้พื้นฐานให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น
 
ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยมีการปฏิรูประบบราชการและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคำนวณ และภาษาต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของการบริหารราชการ การค้าขาย และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ การจัดตั้งโรงเรียนหลวงจึงเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างระบบการศึกษาที่มีหลักสูตรและการบริหารจัดการชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานยิ่งขึ้น
 
เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2428 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประวัติศาสตร์บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขขึ้นเป็นโรงเรียนหลวงรุ่นแรกสำหรับราษฎร โดยมีขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) เป็นอาจารย์คนแรก และมีนักเรียนเริ่มต้นจำนวน 34 คน เหตุการณ์นี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดการศึกษาสมัยใหม่ในประเทศไทย และเป็นรากฐานที่ทำให้บพิตรพิมุขกลายเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน
 
โรงเรียนวัดบพิตรพิมุขในระยะแรกเปิดสอนวิชามูลสามัญชั้นต่ำประโยค 1 โดยใช้รูปแบบการจัดระดับความรู้ตามตำราเรียนภาษาไทยในยุคนั้น นักเรียนได้รับการแบ่งระดับตามชื่อหนังสือที่ศึกษา เช่น มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์กร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์ ระบบดังกล่าวสะท้อนวิธีการจัดการเรียนรู้ในช่วงที่การศึกษาภาษาไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่รูปแบบโรงเรียนสมัยใหม่ และมีการกำหนดระดับความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างเป็นระบบมากขึ้น
 
ใน พ.ศ. 2439 โรงเรียนขยายการเรียนการสอนไปสู่ระดับมูลสามัญชั้นสูง และใน พ.ศ. 2445 เริ่มจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา ก่อนเปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาใน พ.ศ. 2446 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนความพยายามพัฒนาสถาบันให้สามารถรองรับผู้เรียนได้หลากหลายระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโอกาสทางการศึกษาของประชาชนในกรุงเทพมหานคร
 
เมื่อการศึกษาของประเทศไทยพัฒนาขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 โรงเรียนวัดบพิตรพิมุขได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ใน พ.ศ. 2477 มีการเปิดสอนระดับมัธยมปีที่ 7–8 แผนกวิสามัญ โดยให้ความสำคัญกับภาษาต่างประเทศ นักเรียนต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับ และเลือกศึกษาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน หรือภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีกหนึ่งภาษา การจัดการศึกษาในลักษณะนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนามาเป็นหลักสูตรด้านภาษาและธุรกิจของสถาบันในเวลาต่อมา
 
การเรียนภาษาต่างประเทศในยุคนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและระบบราชการ เนื่องจากประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้านการค้า การทูต และการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น บุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาตะวันตกอื่น ๆ จึงมีโอกาสทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ งานสำนักงาน การแปลเอกสาร และการติดต่อธุรกิจ การศึกษาด้านภาษาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียนไวยากรณ์ แต่ยังมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะการสื่อสารที่ใช้ในการประกอบอาชีพจริง
 
ใน พ.ศ. 2492 โรงเรียนได้เปิดสอนระดับมัธยมปลายโดยแบ่งการศึกษาออกเป็นสายสามัญและสายมัธยมอาชีวศึกษาภาษาต่างประเทศ การแยกแนวทางการศึกษาเช่นนี้ทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาความรู้ตามความสนใจและเป้าหมายทางอาชีพได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาไทยที่เริ่มให้ความสำคัญกับทักษะวิชาชีพควบคู่กับการศึกษาสามัญ
 
พ.ศ. 2493 เป็นอีกช่วงสำคัญของการพัฒนาสถาบัน โดยมีการเปิดสอนแผนกศึกษาผู้ใหญ่ แผนกพิมพ์ดีดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และแผนกบัญชีร้านค้า หลักสูตรเหล่านี้ตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรสำนักงานในยุคที่กิจการพาณิชยกรรมและการบริหารองค์กรกำลังขยายตัว การพิมพ์ดีดและการทำบัญชีถือเป็นทักษะสำคัญของงานธุรการและธุรกิจสมัยใหม่ในช่วงเวลานั้น และช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้โดยตรง
 
พ.ศ. 2495 นับเป็นหมุดหมายสำคัญด้านการศึกษาวิชาชีพ เมื่อโรงเรียนเปิดสอนแผนกอาชีวศึกษาชั้นสูงด้านภาษาต่างประเทศและเลขานุการ โดยประวัติสถาบันระบุว่าเป็นการเริ่มต้นแผนกเลขานุการในโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทย การพัฒนาหลักสูตรเลขานุการมีความสัมพันธ์กับการขยายตัวของงานสำนักงาน งานธุรการ งานการสื่อสารทางธุรกิจ และการประสานงานภายในองค์กร จึงเป็นอีกหลักฐานที่แสดงถึงความสามารถของบพิตรพิมุขในการปรับหลักสูตรให้ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงาน
 
ต่อมาใน พ.ศ. 2496 ได้เปิดสอนแผนกเสมียนพนักงานหลักสูตร 2 ปี ซึ่งช่วยพัฒนาบุคลากรสำหรับงานเอกสาร งานธุรการ และงานสำนักงาน แม้ว่าบางแผนกจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือยุติการเปิดสอนในเวลาต่อมา แต่แนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นทักษะการทำงานจริงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาสถาบัน โดยเฉพาะการนำความรู้ทางภาษา การบัญชี และการจัดการมาประยุกต์กับงานวิชาชีพ
 
ใน พ.ศ. 2516 กระทรวงศึกษาธิการได้ยกฐานะโรงเรียนเป็น วิทยาลัยบพิตรพิมุข พร้อมกับการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือ ปวส. การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวสะท้อนการยกระดับจากโรงเรียนไปสู่วิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านพาณิชยกรรมและวิชาชีพในระดับสูงขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะด้านเพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
พ.ศ. 2520 วิทยาลัยได้เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงภาคค่ำ และโอนจากกรมอาชีวศึกษาไปสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา โดยใช้ชื่อว่า “วิทยาเขตบพิตรพิมุข” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้สถาบันเข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการศึกษาด้านเทคโนโลยีและวิชาชีพของประเทศ การเปิดสอนภาคค่ำยังเป็นแนวทางที่ช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ที่ต้องการพัฒนาความรู้ควบคู่กับการประกอบอาชีพ
 
ใน พ.ศ. 2526 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศแยกวิทยาเขตบพิตรพิมุขออกเป็น 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ และวิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ การแยกพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดสำคัญของประวัติศาสตร์สถาบัน เพราะทำให้ทั้งสองแห่งพัฒนาบทบาทการจัดการศึกษาตามบริบทของตนเอง และต่อมาได้เข้าสู่โครงสร้างมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกัน โดยบพิตรพิมุข จักรวรรดิ เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ส่วนบพิตรพิมุข มหาเมฆ เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
 
การแยกความแตกต่างระหว่างบพิตรพิมุข จักรวรรดิ กับบพิตรพิมุข มหาเมฆ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ค้นหาข้อมูลมหาวิทยาลัย เนื่องจากทั้งสองแห่งมีชื่อทางประวัติศาสตร์คล้ายคลึงกัน แต่มีที่ตั้ง หน่วยงานบริหาร และมหาวิทยาลัยต้นสังกัดในปัจจุบันแตกต่างกัน บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ตั้งอยู่บนถนนจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ และสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ขณะที่บพิตรพิมุข มหาเมฆ อยู่ในระบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผู้สนใจสมัครเรียนหรือติดต่อราชการจึงควรตรวจสอบชื่อมหาวิทยาลัยและที่อยู่ให้ตรงกับหน่วยงานที่ต้องการติดต่อ
 
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2531 เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามใหม่ให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาว่า “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” นามราชมงคลจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สถาบัน และได้รับการสืบทอดมาสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน
 
ใน พ.ศ. 2536 บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เริ่มจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2 ปี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิชาเอกการบัญชี ก่อนเปิดสอนสาขาภาษาธุรกิจใน พ.ศ. 2537 และขยายการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีต่อเนื่องภาคสมทบใน พ.ศ. 2540 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงานได้
 
พ.ศ. 2542 สถาบันเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี สาขาบริหารธุรกิจ วิชาเอกการบัญชีและภาษาอังกฤษธุรกิจ รวมถึงหลักสูตรต่อเนื่องด้านการจัดการทั่วไป ต่อมาใน พ.ศ. 2543 ได้เปิดสอนหลักสูตรต่อเนื่องด้านการจัดการทั่วไปภาคปกติ และใน พ.ศ. 2544 ได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ด้านการจัดการทั่วไป พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนการขยายตัวของการศึกษาจากหลักสูตรระยะสั้นและประกาศนียบัตรไปสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีความครอบคลุมทางวิชาการมากขึ้น
 
พ.ศ. 2545 เป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรด้านภาษา โดยมีการเปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี สาขาภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ภาษาต่างประเทศสำหรับการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การบริการ และการติดต่อธุรกิจ ต่อมาใน พ.ศ. 2546 ได้เปิดสอนสาขาระบบสารสนเทศทางธุรกิจ เป็นการขยายขอบเขตความรู้จากงานบัญชีและการบริหารจัดการไปสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร
 
การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2548 ส่งผลให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเดิมปรับโครงสร้างเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง โดยพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ได้เข้าสู่การบริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มีพื้นที่จัดการศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ศาลายา จังหวัดนครปฐม พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ กรุงเทพมหานคร วิทยาลัยเพาะช่าง กรุงเทพมหานคร และวิทยาเขตวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยแต่ละพื้นที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และความเชี่ยวชาญทางวิชาการแตกต่างกัน พื้นที่ศาลายาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารมหาวิทยาลัย ส่วนบพิตรพิมุข จักรวรรดิ ยังคงรักษาจุดเด่นด้านบริหารธุรกิจและภาษาต่างประเทศซึ่งสืบทอดมาจากสถาบันเดิม
 
เมื่อเข้าสู่โครงสร้างมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2548 คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะศิลปศาสตร์ และมีการพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากลเพิ่มเติมจากสาขาภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นที่เปิดสอนก่อนหน้านั้น การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุดมศึกษาช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนภาษาเชิงวิชาการกับทักษะการสื่อสารในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะการทำงานในองค์กรธุรกิจและสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
 
ใน พ.ศ. 2569 บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีประวัติความเป็นมายาวนาน 141 ปี นับจากการจัดตั้งโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขใน พ.ศ. 2428 ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 21 ปีนับจากการสถาปนาใน พ.ศ. 2548 การแยกปีเริ่มต้นของสถาบันเดิมออกจากปีจัดตั้งมหาวิทยาลัยช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ได้ถูกต้อง และสะท้อนว่าพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เป็นหนึ่งในแหล่งการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดภายในเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
 
บุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้งสถาบันคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขเป็นโรงเรียนหลวงสำหรับประชาชนใน พ.ศ. 2428 การก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพัฒนาการศึกษาเพื่อเตรียมกำลังคนสำหรับสังคมและระบบราชการที่กำลังเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยนั้น
 
อีกบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญคือ ขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) ซึ่งเป็นอาจารย์คนแรกของโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข การเริ่มต้นจากครูหนึ่งคนและนักเรียนเพียง 34 คน ก่อนพัฒนาเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจและภาษาต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการจัดการศึกษาและความสำคัญของครูผู้ถ่ายทอดความรู้ในแต่ละยุคสมัย
 
ประวัติของสถานศึกษายังเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมไทย โดยรายงานประวัติมหาวิทยาลัยกล่าวถึงนักเรียนในอดีต เช่น พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด ภิรมย์ภักดี) พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) และพระยารณชัยชาญยุทธ (ศุข โชติเสถียร) บุคคลเหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษาในยุครัตนโกสินทร์กับการพัฒนาบุคลากรที่มีบทบาทในสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
 
ชื่อ “บพิตรพิมุข” มีความสัมพันธ์กับวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญในย่านจักรวรรดิ และมีชื่อเดิมว่า “วัดเชิงเลน” การใช้ชื่อวัดเป็นชื่อโรงเรียนสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างระบบการศึกษาไทยกับสถาบันทางพระพุทธศาสนาในอดีต เมื่อสถานศึกษาเติบโตและเปลี่ยนสถานะจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ชื่อบพิตรพิมุขจึงยังคงอยู่เพื่อเชื่อมโยงความทรงจำทางประวัติศาสตร์กับการดำเนินงานด้านการศึกษาในปัจจุบัน
 
คำว่า “จักรวรรดิ” เป็นชื่อของถนนและแขวงที่ตั้งสถาบัน ทำให้สามารถแยกพื้นที่การศึกษาแห่งนี้ออกจากบพิตรพิมุข มหาเมฆได้อย่างชัดเจน การใช้ชื่อคู่กันว่า “บพิตรพิมุข จักรวรรดิ” จึงมีทั้งความหมายด้านประวัติศาสตร์และความหมายด้านภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลสถานที่ สมัครเรียน หรือติดต่อหน่วยงานของมหาวิทยาลัย
 
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มีองค์ประกอบสำคัญที่สื่อถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และอัตลักษณ์ราชมงคล โดยมีดวงตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 อยู่ภายในวงกลมที่มีรูปดอกบัว 8 กลีบ เหนือวงกลมมีเลข 9 และพระมหาพิชัยมงกุฎครอบ ส่วนด้านล่างมีแถบโค้งบรรจุชื่อมหาวิทยาลัย ตราสัญลักษณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจร่วมกันของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่าที่อยู่ในระบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
 
ปัจจุบันการจัดการศึกษาของบพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีคณะสำคัญ 2 คณะ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ และ คณะศิลปศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันแต่สามารถเชื่อมโยงความรู้เพื่อพัฒนาบัณฑิตที่มีความสามารถด้านการจัดการ การประกอบธุรกิจ และการสื่อสารระหว่างประเทศ โดยคณะบริหารธุรกิจมุ่งเน้นองค์ความรู้ด้านการประกอบการ การตลาด การบัญชี และเทคโนโลยีธุรกิจ ขณะที่คณะศิลปศาสตร์มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศและความสามารถในการสื่อสารระดับสากล
 
คณะบริหารธุรกิจมีพื้นฐานจากการศึกษาด้านพาณิชยกรรมและงานสำนักงานของสถาบันเดิม ก่อนพัฒนาสู่การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ครอบคลุมสาขาการบัญชี การตลาด การจัดการ ภาษาอังกฤษธุรกิจ เทคโนโลยีธุรกิจ และการบริหารธุรกิจภาษาจีน การปรับเปลี่ยนหลักสูตรในแต่ละยุคสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ จากงานเอกสารและบัญชีแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบการตลาดดิจิทัล และการพัฒนาธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง
 
สำหรับปีการศึกษา 2569 คณะบริหารธุรกิจ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีประกาศรับสมัครระดับปริญญาตรีใน 6 สาขาวิชา ได้แก่ การบัญชี การตลาดดิจิทัล ภาษาอังกฤษธุรกิจ นวัตกรรมการจัดการ เทคโนโลยีทางธุรกิจดิจิทัล และบริหารธุรกิจหลักสูตรภาษาจีน โดยมีทั้งการศึกษาในภาคปกติและภาคสมทบตามเงื่อนไขของบางสาขา รวมถึงรูปแบบการศึกษาสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่ต้องการเทียบโอนรายวิชา
 
สาขาวิชาการบัญชีเป็นศาสตร์พื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ผู้เรียนต้องพัฒนาความรู้ด้านการบันทึกรายการทางการเงิน การจัดทำงบการเงิน การวิเคราะห์ข้อมูลบัญชี การตรวจสอบ และการใช้ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ความรู้เหล่านี้มีความจำเป็นต่อการบริหารองค์กร การควบคุมต้นทุน การประเมินผลการดำเนินงาน และการตัดสินใจทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
 
สาขาวิชาการตลาดดิจิทัลมุ่งพัฒนาความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การวางแผนการตลาด และการประยุกต์ใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ในบริบทที่ธุรกิจพึ่งพาเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด สร้างเนื้อหาสื่อสารแบรนด์ และประเมินผลกิจกรรมทางการตลาดจึงเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพในยุคปัจจุบัน
 
สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการเชื่อมโยงความรู้ด้านบริหารธุรกิจเข้ากับการพัฒนาระบบงาน การใช้ทรัพยากร และการแก้ไขปัญหาขององค์กร ผู้เรียนสามารถศึกษาหลักการจัดการบุคลากร การวางแผนกลยุทธ์ และการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ แนวคิดด้านนวัตกรรมยังช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นโอกาสในการสร้างรูปแบบบริการหรือกระบวนการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
 
สาขาวิชาเทคโนโลยีทางธุรกิจดิจิทัลมีความสัมพันธ์กับการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนองค์กรยุคใหม่ ความรู้ด้านเทคโนโลยีธุรกิจช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการประยุกต์ใช้ข้อมูล ระบบดิจิทัล และเครื่องมือทางเทคโนโลยีในการดำเนินงานของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูล การพัฒนากระบวนการทำงาน หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญขององค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
 
สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประวัติการศึกษาภาษาต่างประเทศของบพิตรพิมุขในอดีต การเรียนในสาขานี้เน้นการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทวิชาชีพ เช่น การสื่อสารภายในองค์กร การติดต่อธุรกิจ การนำเสนอข้อมูล และการทำงานร่วมกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษจากหลากหลายประเทศ ความรู้ด้านภาษาและความเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
 
หลักสูตรบริหารธุรกิจภาษาจีนเป็นอีกจุดเด่นของพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เนื่องจากเชื่อมโยงการศึกษาด้านบริหารธุรกิจกับภาษาที่มีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศไทยกับจีน การเรียนรู้ทั้งสองด้านร่วมกันช่วยสนับสนุนความสามารถในการสื่อสารกับคู่ค้าชาวจีน การประสานงานทางธุรกิจ และการทำความเข้าใจรูปแบบการดำเนินกิจการในบริบทระหว่างประเทศ
 
นอกเหนือจากระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจยังมีการศึกษาระดับปริญญาโท โดยในปีการศึกษา 2569 มีประกาศรับสมัครหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หรือ MBA สาขานวัตกรรมการประกอบการสร้างสรรค์ หลักสูตรดังกล่าวมุ่งพัฒนาความสามารถด้านการประกอบการและแนวคิดนวัตกรรมสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ทางธุรกิจ โดยประกาศรับสมัครระบุการเรียนในวันอาทิตย์และมีรูปแบบการศึกษาที่เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพ
 
คณะศิลปศาสตร์เป็นอีกหน่วยงานที่สืบทอดจุดแข็งด้านการศึกษาภาษาต่างประเทศของสถาบัน โดยมีหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่เปิดสอนในพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ 3 หลักสูตร ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น และศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล โดยหลักสูตรเหล่านี้มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้ภาษาในสถานการณ์ทางวิชาการและวิชาชีพ พร้อมมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมของเจ้าของภาษา
 
สาขาวิชาภาษาจีนมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรที่สามารถทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจจีน การค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการบริการ หลักสูตรพัฒนาทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน ควบคู่กับการศึกษาวัฒนธรรมและการสื่อสารในบริบทจริง การมีสาขาภาษาจีนในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านสำเพ็งและเยาวราชยังช่วยสร้างบริบททางวัฒนธรรมที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษา การค้า และชุมชนไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพมหานคร
 
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นมีประวัติความเป็นมาที่สัมพันธ์กับการพัฒนาการศึกษาภาษาต่างประเทศของสถาบัน โดยหลักสูตรระดับปริญญาตรีเริ่มเปิดสอนใน พ.ศ. 2545 และได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษา การเรียนภาษาญี่ปุ่นช่วยเปิดโอกาสในการประกอบอาชีพด้านธุรกิจ การแปล การประสานงาน การท่องเที่ยว และองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลงทุนและภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย
 
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากลเป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การศึกษา และการประกอบอาชีพ โดยเปิดสอนรุ่นแรกใน พ.ศ. 2548 ตามประวัติของคณะศิลปศาสตร์ การเรียนรู้ครอบคลุมการใช้ภาษาในบริบทที่หลากหลาย และช่วยส่งเสริมความสามารถในการทำงานร่วมกับบุคคลจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของแรงงานและผู้ประกอบวิชาชีพในสังคมโลกาภิวัตน์
 
ปรัชญาของคณะศิลปศาสตร์คือ “พัฒนาคน เชี่ยวชาญด้านภาษา สู่สังคมการประกอบการ” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาภาษากับการพัฒนาบุคลากรที่พร้อมประกอบอาชีพ การจัดการเรียนการสอนของคณะจึงไม่ได้มุ่งสร้างความสามารถด้านภาษาตามหลักวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสาร การประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง และความเข้าใจวัฒนธรรมเพื่อรองรับการทำงานในสังคมที่มีความหลากหลายมากขึ้น
 
ความโดดเด่นทางวิชาการของบพิตรพิมุข จักรวรรดิ จึงอยู่ที่การเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านธุรกิจเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ นักศึกษาด้านบริหารธุรกิจสามารถนำทักษะภาษาไปใช้ในการติดต่อคู่ค้าต่างประเทศ ขณะที่นักศึกษาด้านภาษาสามารถนำความรู้เรื่องการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมไปใช้กับงานพาณิชยกรรม การตลาด การบริการ และการท่องเที่ยว การมีคณะทั้งสองอยู่ภายในพื้นที่เดียวกันสร้างบริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบบูรณาการและการพัฒนาทักษะวิชาชีพที่หลากหลาย
 
การพัฒนาการศึกษาในปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เรียนด้านธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจระบบข้อมูล เครื่องมือดิจิทัล และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้เรียนด้านภาษาต้องพัฒนาความสามารถในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมและการเลือกใช้ภาษาตามสถานการณ์จริง แนวทางดังกล่าวทำให้ความรู้ที่สืบทอดจากสถาบันเก่าแก่สามารถปรับตัวเข้าสู่ความต้องการของสังคมสมัยใหม่ได้
 
งานวิจัยและบริการวิชาการ เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัย โดยคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์มีบทบาทสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการ การบัญชี การตลาด ภาษา การสื่อสาร และการประกอบการ งานวิจัยในศาสตร์เหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กร เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชน ขณะที่กิจกรรมบริการวิชาการเป็นช่องทางให้คณาจารย์และนักศึกษาเชื่อมโยงความรู้กับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ
 
ย่านจักรวรรดิและสัมพันธวงศ์เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการศึกษาเศรษฐกิจเมืองและธุรกิจดั้งเดิม เนื่องจากมีทั้งร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก ตลาดเก่า ธุรกิจครอบครัว กิจการอาหาร และเครือข่ายพ่อค้าซึ่งดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน บริบทดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการบริหารกิจการขนาดเล็ก การจัดการสินค้าคงคลัง การค้าระหว่างชุมชน การพัฒนาแบรนด์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการค้าดิจิทัล
 
สำหรับการศึกษาด้านภาษาจีน ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับพื้นที่เมืองเก่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากย่านสำเพ็ง เยาวราช และทรงวาดมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวจีนและการค้าของกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน การทำความเข้าใจป้ายร้านค้า ภาษาในการสื่อสารทางธุรกิจ วัฒนธรรมอาหาร และวิถีชีวิตของชุมชนช่วยให้เห็นบทบาทของภาษาในสังคมจริง ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองไทย
 
ความสัมพันธ์กับชุมชนยังสามารถพิจารณาผ่านการดำเนินงานด้านวิชาการและการพัฒนาผู้ประกอบการ โดยองค์ความรู้ด้านการบัญชี การตลาด และการจัดการธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถในการประกอบอาชีพของผู้ค้ารายย่อยและกิจการครอบครัว ส่วนความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่นมีส่วนช่วยสนับสนุนการสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้เดินทางจากต่างประเทศ ทำให้การศึกษาในพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด
 
ในด้านประเพณีและวัฒนธรรม สถาบันมีความสำคัญผ่านการสืบทอดประวัติศาสตร์การศึกษา การเคารพครูอาจารย์ และความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า พิธีไหว้ครูเป็นประเพณีที่มีความหมายต่อระบบการศึกษาไทย โดยแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีและความเคารพต่อผู้ถ่ายทอดความรู้ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการต้อนรับนักศึกษาใหม่และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมยังมีบทบาทในการสร้างความผูกพันระหว่างผู้เรียนกับสถาบัน และช่วยให้เยาวชนเข้าใจคุณค่าของการศึกษาและการอยู่ร่วมกันในสังคม
 
ประวัติการก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอีกองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของบพิตรพิมุข จักรวรรดิ การศึกษาประวัติศาสตร์สถาบันช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ในการปฏิรูปการศึกษาไทย และเห็นคุณค่าของครูผู้สอนและบุคลากรที่ร่วมพัฒนาการศึกษาในแต่ละยุค การถ่ายทอดเรื่องราวจากโรงเรียนหลวงขนาดเล็กสู่มหาวิทยาลัยจึงเป็นการรักษามรดกทางความทรงจำของสถาบันควบคู่กับการพัฒนาการศึกษาในปัจจุบัน
 
สถานที่สำคัญภายในพื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ประกอบด้วยอาคารเรียนและอาคารบริหารที่รองรับการจัดการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์ โดยเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมีข้อมูลเกี่ยวกับอาคาร 100 ปี และอาคาร 115 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สถาบัน และมีประกาศงานปรับปรุงทาสีภายนอกอาคารทั้งสองแห่งในเดือนกันยายน 2569 อาคารเหล่านี้สะท้อนความต่อเนื่องของพื้นที่การศึกษาที่ดำเนินงานมาเป็นเวลายาวนาน และเป็นองค์ประกอบสำคัญของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ภายในสถาบัน
 
นอกจากอาคารเรียนแล้ว พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ยังมีหน่วยงานสนับสนุนการศึกษา เช่น งานทะเบียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีบทบาทในการให้บริการข้อมูลการศึกษา เอกสารทางวิชาการ และทรัพยากรการเรียนรู้แก่นักศึกษา การจัดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องอาศัยระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่กับการเรียนการสอนในห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าและพัฒนาความรู้ได้ด้วยตนเอง
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การศึกษาไทย บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เป็นกรณีศึกษาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาได้ตั้งแต่ปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านการพัฒนาการศึกษาระดับมัธยม การเรียนภาษาต่างประเทศในยุคแรก การศึกษาด้านพาณิชยกรรมและเลขานุการ การจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ไปจนถึงการเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในศตวรรษที่ 21
 
การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในบริเวณรอบสถาบันสามารถเชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครได้หลายประเภท ทั้งวัดเก่าแก่ ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ตลาดการค้าดั้งเดิม และย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ การศึกษาพื้นที่เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของกรุงเทพมหานครในด้านศาสนา การค้า การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมกันสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองหลวง
 
สถานที่ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประวัติของสถาบันคือวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรงเรียนเดิมและมีความสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของพื้นที่ นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรมในย่านสำเพ็ง เยาวราช ถนนทรงวาด และบริเวณคลองโอ่งอ่างได้ โดยสถานที่เหล่านี้มีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ทั้งด้านศาสนา สถาปัตยกรรม การค้า อาหาร และวัฒนธรรมชุมชน
 
อย่างไรก็ตาม พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ เป็นสถานศึกษาและสถานที่ปฏิบัติงานของบุคลากร ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าอาคารเรียนหรือห้องปฏิบัติการโดยอิสระ ผู้ที่ต้องการติดต่อราชการ เยี่ยมชมสถาบัน หรือศึกษาดูงานควรประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า โดยเฉพาะการเข้าพื้นที่เพื่อถ่ายภาพ ศึกษาประวัติอาคาร หรือจัดกิจกรรมทางวิชาการที่ต้องใช้สถานที่ภายในมหาวิทยาลัย
 
การเดินทาง ไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟฟ้า MRT โดยมีจุดหมายอยู่ที่เลขที่ 264 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 สำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า MRT สามารถลงที่สถานีสามยอดแล้วเดินทางต่อมายังถนนจักรวรรดิ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในย่านเมืองเก่า นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถโดยสารและการเดินทางจากท่าเรือในบริเวณใกล้เคียง ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรเผื่อเวลาเดินทาง เนื่องจากถนนในย่านสำเพ็งและเมืองเก่ามีการจราจรหนาแน่นในบางช่วงเวลา
 
ผู้เดินทางมายังสถาบันสามารถใช้ย่านวังบูรพา สำเพ็ง และคลองโอ่งอ่างเป็นจุดสังเกตสำคัญได้ เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้อยู่ในบริบทเมืองเก่าฝั่งพระนครและสัมพันธวงศ์ที่เชื่อมต่อกันด้วยถนนสายสำคัญ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเหมาะกับพื้นที่ที่มีถนนแคบและกิจกรรมการค้าอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการซื้อขายสินค้าในตลาดสำเพ็งและย่านพาณิชยกรรมโดยรอบ
 
สำหรับผู้สนใจสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 คณะบริหารธุรกิจมีประกาศรับสมัครนักศึกษาใน 6 สาขาวิชาระดับปริญญาตรี และมีหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตด้านนวัตกรรมการประกอบการสร้างสรรค์ ขณะที่คณะศิลปศาสตร์มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้านภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล ผู้สมัครควรตรวจสอบคุณสมบัติ การรับสมัครแต่ละรอบ และรูปแบบการศึกษาในประกาศของคณะโดยตรง เนื่องจากหลักสูตรและจำนวนที่นั่งรับสมัครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปีการศึกษา
 
การพัฒนาจากโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขใน พ.ศ. 2428 สู่พื้นที่การศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นความสามารถของสถาบันในการปรับตัวตามความต้องการของสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง จากการสอนอ่านเขียนและความรู้พื้นฐานสู่การศึกษาภาษาต่างประเทศ งานเลขานุการ การบัญชี การบริหารธุรกิจ และเทคโนโลยีดิจิทัล ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้ทำให้รากฐานทางประวัติศาสตร์สูญหาย แต่กลับทำให้ประสบการณ์จากอดีตกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และความเชี่ยวชาญของสถาบัน
 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ จึงเป็นสถาบันที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์การศึกษาไทย การพัฒนาวิชาชีพด้านพาณิชยกรรม การศึกษาภาษาต่างประเทศ และการสร้างบุคลากรสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ตลอดระยะเวลากว่า 140 ปี สถาบันได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาและสังคมไทยหลายยุคสมัย ขณะที่ยังคงรักษาบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียนและเชื่อมโยงการศึกษากับการประกอบอาชีพ ความสำคัญของบพิตรพิมุข จักรวรรดิ จึงอยู่ทั้งในมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมาจากสมัยรัชกาลที่ 5 และในการพัฒนาบัณฑิตที่สามารถใช้ความรู้ด้านธุรกิจ ภาษา และเทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมในอนาคต
 
ชื่อสถาบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
ชื่อภาษาอังกฤษRajamangala University of Technology Rattanakosin, Bophit Phimuk Chakkrawat Campus
ชื่อที่รู้จักบพิตรพิมุข จักรวรรดิ, บพิตรพิมุข, มทร.รัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
ประเภทสถาบันพื้นที่จัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยของรัฐ
ที่ตั้งแขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ที่อยู่264 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
ปีเริ่มก่อตั้งสถาบันเดิมเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2428
อายุสถาบันในปี 2569141 ปี
ปีจัดตั้งมหาวิทยาลัย19 มกราคม 2548 (พระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา 18 มกราคม 2548)
ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
อาจารย์คนแรกขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร)
จำนวนนักเรียนยุคก่อตั้ง34 คน
ชื่อเดิมของสถาบันโรงเรียนวัดเชิงเลน, โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข, โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิมุข, วิทยาลัยบพิตรพิมุข, วิทยาเขตบพิตรพิมุข, สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ
พัฒนาการสำคัญ1. พ.ศ. 2428 ตั้งเป็นโรงเรียนหลวง
2. พ.ศ. 2446 เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา
3. พ.ศ. 2477 พัฒนาการศึกษาภาษาต่างประเทศ
4. พ.ศ. 2495 เปิดการศึกษาด้านเลขานุการ
5. พ.ศ. 2516 ยกฐานะเป็นวิทยาลัยบพิตรพิมุข
6. พ.ศ. 2526 แยกวิทยาเขตจักรวรรดิและมหาเมฆ
7. พ.ศ. 2536 เปิดสอนปริญญาตรีต่อเนื่อง
8. พ.ศ. 2545 เปิดสอนปริญญาตรีภาษาจีนและญี่ปุ่น
9. พ.ศ. 2548 เข้าสู่โครงสร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
อธิการบดีมหาวิทยาลัย ณ ปี 2569รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ
คณะที่จัดการศึกษาในพื้นที่1. คณะบริหารธุรกิจ
2. คณะศิลปศาสตร์
จุดเด่นทางวิชาการการบัญชี การตลาดดิจิทัล นวัตกรรมการจัดการ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ภาษาอังกฤษธุรกิจ บริหารธุรกิจภาษาจีน ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล
ระดับการศึกษาปริญญาตรี และปริญญาโทตามหลักสูตรและประกาศรับสมัครของคณะ
พื้นที่อื่นของมหาวิทยาลัย1. พื้นที่ศาลายา จังหวัดนครปฐม
2. วิทยาลัยเพาะช่าง กรุงเทพมหานคร
3. วิทยาเขตวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สถานที่สำคัญภายในอาคาร 100 ปี อาคาร 115 ปี อาคารเรียนและพื้นที่สำนักงานของคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์สืบทอดประวัติจากโรงเรียนหลวงรุ่นแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีบทบาทพัฒนาการศึกษาด้านภาษาต่างประเทศ เลขานุการ พาณิชยกรรม และบริหารธุรกิจ
วันติดต่อสำนักงานวันจันทร์–วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
เวลาติดต่อคณะบริหารธุรกิจ09.00–16.30 น.
การเข้าเยี่ยมชมผู้ต้องการเข้าชมอาคารภายในหรือศึกษาดูงานควรติดต่อขออนุญาตจากหน่วยงานรับผิดชอบล่วงหน้า
การเดินทางรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง หรือ MRT สถานีสามยอด แล้วเดินทางต่อมายังถนนจักรวรรดิ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร
2. คลองโอ่งอ่างและย่านสะพานหัน
3. ดิโอลด์สยามพลาซ่า
4. วัดราชบุรณราชวรวิหาร (วัดเลียบ)
5. ย่านสำเพ็งและเยาวราช
6. มิวเซียมสยาม
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Padthai ย่านสำเพ็ง
2. HAGOW Yaowarat โทร. 063-956-2752
3. Lanzhou Noodles ย่านเวิ้งนครเกษม โทร. 093-446-6548
4. Xie Chinatown ถนนเยาวราช โทร. 096-915-6659
5. SHAXIA SNACK ถนนมังกร โทร. 065-186-0000
ที่พักใกล้เคียง1. Sip N' Camp ถนนจักรวรรดิ โทร. 084-080-2112
2. Sampheng Boutique Apartment ถนนอนุวงศ์ โทร. 02-224-2612
3. Merchant's Gate Songwat ถนนทรงวาด โทร. 082-275-2367
4. Hotel Royal Bangkok@Chinatown ถนนเยาวราช โทร. 02-226-0026
5. River View Residence ถนนทรงวาด โทร. 02-234-5429
โทรศัพท์สำนักงาน02-226-5925–26, 02-222-2814
โทรศัพท์คณะบริหารธุรกิจ02-226-5925 หรือ 02-222-2814 ต่อ 5330, 5350, 5351, 5319, 5312
เว็บไซต์พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิhttps://bpc.rmutr.ac.th/
เว็บไซต์มหาวิทยาลัยhttps://www.rmutr.ac.th/
เว็บไซต์คณะบริหารธุรกิจhttps://bua.rmutr.ac.th/
เว็บไซต์คณะศิลปศาสตร์https://la.rmutr.ac.th/
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการด้านการศึกษา โดยมีการรับสมัครนักศึกษาและกิจกรรมของคณะต่อเนื่องในปีการศึกษา 2569
 
หลักสูตรและสาขาวิชามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ปีการศึกษา 2569
 
คณะ / ระดับการศึกษาหลักสูตรและสาขาวิชา
คณะบริหารธุรกิจ — ปริญญาตรีหลักสูตรและสาขาวิชาที่มีประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569
1. สาขาวิชาการบัญชี — ภาคปกติ
2. สาขาวิชาการตลาดดิจิทัล — ภาคปกติ
3. สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ — ภาคปกติ
4. สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการ — ภาคปกติและภาคสมทบ
5. สาขาวิชาเทคโนโลยีทางธุรกิจดิจิทัล — ภาคปกติ
6. สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (หลักสูตรภาษาจีน) — ภาคปกติ
คณะบริหารธุรกิจ — ปริญญาโท1. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สาขานวัตกรรมการประกอบการสร้างสรรค์ — มีประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 โดยจัดการเรียนในวันอาทิตย์
คณะศิลปศาสตร์ — ปริญญาตรี1. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน
2. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
3. ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล
ข้อมูลการรับสมัครคณะบริหารธุรกิจมีประกาศรับสมัครปีการศึกษา 2569 แยกตามสาขาและรูปแบบการศึกษา ส่วนคณะศิลปศาสตร์มีรายชื่อหลักสูตรจากเว็บไซต์ทางการ ผู้สมัครต้องตรวจสอบรอบรับสมัคร คุณสมบัติ และจำนวนรับของปีการศึกษาที่ต้องการสมัครผ่านเว็บไซต์คณะและระบบรับสมัครของมหาวิทยาลัย
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 264 ถนนจักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
 
ถาม: บพิตรพิมุข จักรวรรดิ ก่อตั้งเมื่อไหร่?
ตอบ: สถาบันมีรากฐานจากโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข ซึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นโรงเรียนหลวงในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2428 สมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีประวัติครบ 141 ปีใน พ.ศ. 2569 ส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2548
 
ถาม: ใครเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข?
ตอบ: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นโรงเรียนหลวงสำหรับประชาชน โดยมีขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) เป็นอาจารย์คนแรก และมีนักเรียนเริ่มต้น 34 คน
 
ถาม: บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีคณะอะไรบ้าง?
ตอบ: พื้นที่บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มี 2 คณะหลัก ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์ โดยมีการจัดการศึกษาด้านธุรกิจ การบัญชี การตลาดดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ
 
ถาม: บพิตรพิมุข จักรวรรดิ มีชื่อเสียงด้านใด?
ตอบ: มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์การศึกษาไทย การศึกษาด้านภาษาต่างประเทศ การบัญชี การบริหารธุรกิจ และการพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชยกรรม โดยเฉพาะการเป็นสถาบันที่มีรากฐานจากโรงเรียนหลวงยุคแรกและการจัดการศึกษาด้านเลขานุการใน พ.ศ. 2495
 
ถาม: บพิตรพิมุข จักรวรรดิ กับบพิตรพิมุข มหาเมฆ เป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเดียวกันในปัจจุบัน บพิตรพิมุข จักรวรรดิ สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ส่วนบพิตรพิมุข มหาเมฆ สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยทั้งสองแห่งมีประวัติสัมพันธ์กันและแยกวิทยาเขตใน พ.ศ. 2526
 
ถาม: เดินทางไปบพิตรพิมุข จักรวรรดิ ด้วยรถไฟฟ้า MRT ได้อย่างไร?
ตอบ: สามารถใช้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินลงสถานีสามยอด แล้วเดินทางต่อมายังถนนจักรวรรดิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบัน
 
ถาม: สามารถติดต่อสำนักงานบพิตรพิมุข จักรวรรดิ ได้ทางไหน?
ตอบ: สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 02-226-5925–26 หรือ 02-222-2814 และเว็บไซต์ https://bpc.rmutr.ac.th/ โดยควรติดต่อในวันทำการและตรวจสอบเวลาบริการกับหน่วยงานที่ต้องการติดต่อก่อนเดินทาง

มหาวิทยาลัยหมวดหมู่: ●มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกลุ่ม: ●มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(23)
พระราชวัง พระราชวัง(13)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(35)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(59)
บ้านโบราณ และเมืองโบราณ บ้านโบราณ และเมืองโบราณ(3)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(16)
พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา(6)
ห้องสมุด ห้องสมุด(4)
มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ(8)
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(8)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(6)
มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(6)
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน(22)
วัด วัด(72)
โบสถ์ โบสถ์(2)
มัสยิด มัสยิด(67)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
โครงการหลวง โครงการหลวง(1)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(9)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(5)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(5)
สนามกีฬา สนามกีฬา(9)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(20)
สวนสนุก สวนสนุก(1)
สวนน้ำ สวนน้ำ(4)
โรงละคร โรงละคร(7)
โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(20)
ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้า(7)
สปาเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ(1)
มิชลินสตาร์ มิชลินสตาร์(5)
โรงแรม โรงแรม(3)
หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว หมายเลขสำคัญในการท่องเที่ยว(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(46)
ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ ขนมไทยชาววัง และสูตรโบราณ(56)